• เนชั่นบันเทิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 1146135
  • ส่ง msg :
  • โหวต 201 คน
สำนักข่าวบันเทิงเนชั่น
สุดยอดข่าวฮิตประเด็นร้อน เกาะติดสถานการณ์บันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมแบบ NENA ! Wow ผลิตโดยสำนักข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรมเนชั่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/NENA
วันจันทร์ ที่ 11 สิงหาคม 2551
Posted by เนชั่นบันเทิง , ผู้อ่าน : 2457 , 15:33:12 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พระประธานของอารามเฟิ่งเซียน 'พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ' ที่มีความสูง 17.14 เมตร กับรูปสลักพระพุทธรูปและเทพเจ้าขนาดรองลงมายืนอยู่ที่ผนังถ้ำทั้ง 2 ด้านขององค์พระ

ชั้นเชิงการวางแผนเพื่อชิงรักชิงความเป็นใหญ่ของบรรดาพระสนมในวังหลวงราชวงศ์จีนที่เล่าขานสืบทอดกันมาล้วนเต็มไปด้วยเล่ห์กลแยบคาย แต่ละแผนไร้ความเมตตาปราณี โหดเหี้ยมอมหิต ปีที่แล้วซีรี่ส์ละครโทรทัศน์จีนที่ช่อง 3 นำออกแพร่ภาพตอนตีสาม หลายบ้านยอมนอนดึกเพราะอยากดูจุดจบของ 'สีอิ๋งอิ๋ง' นั่นเป็นเรื่องของละครโทรทัศน์ที่เพิ่มตัวละครเข้ามา แต่พร้อมกันนั้นก็ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ราชวงศ์จีนช่วงที่มีบุคคลสำคัญเป็นหญิงชื่อ บูเช็กเทียน (Wu Zetian) เกิดขึ้นในแผ่นดิน ในซีรี่ส์เรื่องบูเช็กเทียนที่มีดาราสาว 'เจี่ยจิ้งเหวิน' แสดงนำ มีตัวละครหลายคนที่ใช้ชื่ออ้างอิงตามประวัติศาสตร์ที่มีอยู่จริง เช่น ฮองเฮาหวัง สนมเซียว สองหญิงสูงศักดิ์ที่วางแผนเล่นงานบูเช็กเทียนสมัยถูกเรียกตัวเข้าวังใหม่ๆ ในขณะที่นางยังมีชื่อว่า อู่เหม่ยเหนียง (ออกเสียงตามเสียงพากย์ไทยในซีรี่ส์) หรือ อู่เจ๋อเทียน (ออกเสียงตามภาษาจีนที่มีบันทึกไว้) เช่นเดียวกับ ลั่วหยาง (Luoyang) ก็เป็นอีกชื่อที่ได้ยินบ่อยในซีรี่ส์

บูเช็กเทียนมีชีวิตอยู่ในสมัย ราชวงศ์ถัง ถูกเรียกตัวเข้าวังเป็นเยาวสนมขณะอายุ 14 ปีในตำแหน่ง ไฉ่เหลิง (เจ้าปัญญา) ของฮองเต้ถังไท่จง(หลี่ซื่อหมิน) เมื่อถังไท่จงสิ้นพระชนม์ ตามธรรมเนียมโบราณบรรดานางสนมต้องออกจากวังไปบวชชีที่ 'วัดก่านเย่' ในกรุงฉางอานซึ่งเป็นเมืองหลวงในยุคนั้น (ปัจจุบันคือเมืองซีอาน)

อู่เหม่ยเหนียง หรือ บูเช็กเทียน มีโอกาสกลับเข้าวังอีกครั้งเมื่อ รัชทายาทถังเกาจง ขึ้นครองราชย์ เพราะหลงใหลในความงามของอู่เหม่ยเหนียง จึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อนำนางกลับวัง และสามารถนำกลับมาได้สำเร็จในตำแหน่ง เจาหยี (อันดับสอง) ด้วยการสนับสนุนจาก 'ฮองเฮาหวัง' ที่กำลังขัดแย้งชิงดีชิงเด่นกับสนมเซียว

ใครติดตามซีรี่ส์เรื่องนี้คงทราบฮองเฮาหวังและสนมเซียวมีจุดจบอย่างไร ซึ่งเขียนบทให้ดูตื่นเต้นแบบละครโทรทัศน์ แต่ท้ายที่สุดอู่เหม่ยเหนียงก็ได้ขึ้นเป็น ฮองเฮาอู่ ของถังเกาจงฮ่องเต้ทั้งในซีรี่ส์และประวัติศาสตร์

ทางเดินเลียบหน้าผาถ้ำหลงเหมินเพื่อให้นักท่องเที่ยวเดินชมอารามบนภูผา

ด้วยความฉลาดเฉลียวของนางได้ช่วยถวายคำแนะนำในการบริหารบ้านเมืองและแก้ปัญหาทุกข์ร้อนของราษฎรได้เป็นอย่างมากตั้งแต่เมื่อยังเป็นเจาหยี เช่น ทูลขอให้นำส่วนหนึ่งของงบประมาณที่ใช้สร้างวังที่ลั่วหยางไปใช้ในการสร้างเขื่อนเพื่อป้องกันน้ำท่วมที่ทำกินของราษฎรที่เกิดขึ้นทุกปี โดยชะลอการสร้างวังที่ลั่วหยางออกไปก่อน ตราบจนขึ้นเป็น 'ฮองเฮาอู่' ก็ยังคงเอาใจใส่ความเดือดร้อนของราษฎร ต่อมา 'ถังเกาจงฮ่องเต้' ล้มป่วยด้วยโรครุมเร้า ไม่อาจดูแลราชกิจได้ ฮองเฮาอู่ต้องเข้าช่วยบริหารราชการแผ่นดินมากขึ้น กระทั่งถังเกาจงสิ้นพระชนม์ ฮองเฮาอู่จึงขึ้นบริหารราชกิจในตำแหน่งมังกรแห่งแผ่นดินในปีพ.ศ.1233 บางตำราก็ว่ากว่านางจะกุมอำนาจในราชสำนักได้ ขุนนางและผู้ขวางทางนางก็ต้องหลั่งเลือดหรือถูกบีบคั้นให้ฆ่าตัวตายไปมากมาย

เมื่อขึ้นสู่บัลลังก์มังกรแล้ว พระนางบูเช็กเทียนทรงประกาศเปลี่ยนราชวงศ์ถังเป็น ราชวงศ์โจว หรือในประวัติศาสตร์จีนเรียกว่า 'ราชวงศ์อู่โจว' และย้ายเมืองหลวงจากฉางอานไปที่ ลั่วหยาง ตั้งตนเป็นจักรพรรดินี ทรงอำนาจสูงสุดในวัย 67 ปี ถือเป็นจักรพรรดินีองค์แรกและองค์เดียวในประวัติศาสตร์จีน ทรงสร้างคุณงามความดีให้กับแผ่นดินจีนมากมาย โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบโครงสร้างการปกครองท้องถิ่น การสอบคัดเลือกบุคคลเข้ารับราชการและทหารให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น บ่มเพาะบุคลากรที่มีความสามารถสู่ราชสำนักมากมาย ทำให้บ้านเมืองเจริญก้าวหน้า ราษฎรทำมาหากินอยู่เย็นเป็นสุข

 ลักษณะโพรงในผนังภูเขาซึ่งภายในมีรูปสลักพระพุทธรูปหิน นี่คือสองในสามของโพรงของโพรงถ้ำกุ้ยหยาง (Guyang Cave) สร้างขึ้นในสมัยราชวงศ์เว่ย แต่ละโพรงถ้ำมีพระพุทธรูปแกะสลักนับร้อยองค์ตามศิลปะแบบ  คันธาระ โพรงถ้ำกลางประดิษฐานรูปสลักพระศรีศากยมุนี ซึ่งมีความสูง 7.82 เมตร

พระราชภารกิจโดดเด่นของพระนางอีกเรื่องคือ การทำนุบำรุงพุทธศาสนา พระประสงค์ของพระนางกลายเป็นสิ่งมหัศจรรย์ฝากไว้คู่ลั่วหยางจวบจนปัจจุบัน ใครไปลั่วหยางก็ควรไปให้ถึงที่นี่ ถ้ำหลงเหมิน (Longmen Grottoes -ประตูมังกร) ถ้ำในพระพุทธศาสนาที่มีชื่อเสียงเป็นอันดับ 1 ในจำนวน 4 ถ้ำแห่งพระพุทธศาสนาของประเทศจีน ที่เรียก 'ถ้ำแห่งพระพุทธศาสนา' ก็เพราะถ้ำหลงเหมินประกอบด้วยโพรงถ้ำมากมาย แต่ละโพรงถ้ำมีหินที่แกะสลักเป็นพระพุทธรูปประดิษฐานรวมกันกว่าแสนองค์

หนังสือคู่มือ Luoyang, the Stunner บันทึกไว้ว่า 'ถ้ำหลงเหมิน' เริ่มสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 5 สมัยราชวงศ์เว่ย (Wei พ.ศ.1014) ที่ย้ายเมืองหลวงจาก 'ต้าถง'มายัง 'ลั่วหยาง'  ฮ่องเต้ทุกพระองค์ในสมัยราชวงศ์เว่ยจนถึงราชวงศ์ถังและราชวงศ์โจวของพระนางบูเช็กเทียน ล้วนสั่งให้ช่างแกะสลักหินที่ถ้ำหลงเหมินเป็นรูปสลักพระพุทธรูปอย่างต่อเนื่อง

จวบจนพระนางบูเช็กเทียนสิ้นพระชนม์ การแกะสลักหินเป็นพระพุทธรูปในถ้ำหลงเหมินก็ได้ยุติลง รวมระยะเวลากว่า 400 ปี และพบว่ามนุษย์ได้สร้างประติมากรรมจากแรงศรัทธาโดยสกัดช่องไว้ตามผนังเขาหินแห่งนี้ถึง 1,352 โพรงถ้ำ เป็นระยะทางกว่า 1.5 กิโลเมตร มองไปคล้ายรังผึ้งขนาดมหึมา ภายในโพรงถ้ำต่างๆ มีพระพุทธรูปแกะสลักประดิษฐานอยู่ภายในรวมกว่า 100,000 องค์ เจดีย์ 40 องค์ ศิลาจารึกคัมภีร์พระพุทธศานาอีก 3,600 ประโยค

บันไดทางขึ้นสูงอารามเฟิ่งเซียน

ถ้ำน้อยใหญ่แต่ละแห่งที่ประกอบกันขึ้นเป็น 'ถ้ำหลงเหมิน' ชาวจีนเรียกว่า 'อาราม' และอารามที่สวยงามและได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยวมากที่สุดได้แก่ อารามเฟิ่งเซียน (Fengxian Temple) ตั้งตระหง่านอยู่บนโตรกผาสูง 40 เมตร มีพระพุทธรูปองค์ประธานสูง 17.14 เมตร เฉพาะเศียรสูง 4 เมตร ใบหูยาว 1.9 เมตร เป็นพระประธานที่ช่างแกะสลักแสดงฝีมือสลักหินราวกับรูปสลักนี้แสดงอารมณ์ได้ พระวรกายอิ่มเอิบ พระพักตร์ก้มต่ำเล็กน้อยคล้ายกำลังเข้าสู่สมาธิขั้นสูง ริมฝีปากแสดงถึงความเมตตากรุณา ดวงตาที่เหลือบลงหลายคนบอกว่าไม่ว่าจะยืนอยู่ตรงไหนก็เหมือนองค์พระกำลังมองดูเรา พระประธานองค์นี้พระนางบูเช็กเทียนสั่งให้ช่างแกะสลักสร้างขึ้น และถวายพระนามว่า พระโพธิสัตว์ไวโรจนะ (Vairocana Buddha) เป็นพระพุทธรูปองค์ใหญ่ที่สุดของถ้ำหลงเหมิน และถือเป็นงานแกะสลักชุดสุดท้ายของถ้ำประวัติศาสตร์แห่งนี้

พระพักตร์ที่นักประวัติศาสตร์อ้างว่าถอดแบบจากใบหน้าของบูเช็กเทียน

 เหตุที่สถานที่นี้ได้ชื่อว่า หลงเหมิน หรือ 'ประตูมังกร' ก็เพราะฮ่องเต้ตั้งแต่ราชวงศ์เว่ยจนถึงราชวงศ์ถังเสด็จมาขอพรที่นี่บ่อยๆ และสถานที่แห่งนี้ก็มีชัยภูมิอันถูกหลักฮวงจุ้ย คือ ประกอบด้วยภูเขาด้านตะวันออกและตะวันตก มีแม่น้ำไหลผ่านกลางระหว่างภูเขาทั้งสองด้าน พระนางบูเช็กเทียนก็เห็นชัยภูมินี้ จึงสั่งให้ช่างแกะสลักหินแกะสลักพระโพธิสัตว์ไวโรจนะดังกล่าว นักประวัติศาตร์บางคนให้ความเห็นว่า พระนางสั่งให้ช่างแกะสลักพระพักตร์ของพระพุทธรูปองค์นี้ตามพระพักตร์ของพระนางนั่นเอง

จะจริงหรือไม่ก็ตาม แต่อย่างน้อยใครที่มายังถ้ำหลงเหมิน ก็เตือนให้นึกถึงพระนางอีกครั้ง และทำให้ชื่อของพระนางคงอยู่คู่ลั่วหยาง

ข้อมูลการเดินทาง:  ถ้ำหลงเหมิน ตั้งอยู่ในเมืองลั่วหยาง (มณฑลเหอหนาน) ห่างจากตัวเมืองไปทางใต้ประมาณ 12 กิโลเมตร การเดินทางไปเที่ยวถ้ำหลงเหมินสามารถติดต่อบริษัททัวร์ทั่วไปได้ หากต้องการเที่ยวเองจากกรุงเทพฯ เดินทางสู่เมืองซีอาน (มณฑลส่านซี) มีสายการบินบางกอกแอร์เวยส์เปิดบินตรง กรุงเทพฯ-ซีอาน (สอบถามได้ที่ 1771 หรือ bangkokair.com) และจากซีอานเดินทางสู่เมืองลั่วหยาง อยู่ทางทิศตะวันออกของซีอาน ใช้เวลานั่งรถอย่างน้อย 5 ชั่วโมง จากตัวเมืองลั่วหยางมีรถประจำทางสาย 81,53 ไปยังถ้ำหลงเหมิน  เสียค่าเข้าชมคนละ 80 หยวน (1 หยวนประมาณ 5 บาท) เปิดทุกวัน 7.30-19.50 น.(มีนาคม-ตุลาคม) และ 7.30-18.50 น.(พฤศจิกายน-กุมภาพันธ์ เนื่องจากเป็นฤดูหนาว)

เรื่อง/ภาพ : วลัญช์ สุภากร /กรุงเทพวันอาทิตย์




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลูกหลานเจ้าพ่อกวนอู วันที่ : 12/08/2008 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/miraclelife

ได้ความรู้ดีครับ ขอบพระคุณ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"โป๊บ" ดีใจ บทคุณหมอ จาก "เกมร้ายเกมรัก" มาแรง

หนุ่มหล่อมาดเท่ อย่าง "โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ" หรือ คุณหมอ จาก ละครเรทติ้งแรงอย่าง "เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า รู้สึกดีใจมากกับกระแสตอบรับจากแฟนๆละคร ที่ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเรียกว

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]