• เนชั่นบันเทิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 1146022
  • ส่ง msg :
  • โหวต 201 คน
สำนักข่าวบันเทิงเนชั่น
สุดยอดข่าวฮิตประเด็นร้อน เกาะติดสถานการณ์บันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมแบบ NENA ! Wow ผลิตโดยสำนักข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรมเนชั่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/NENA
วันศุกร์ ที่ 22 สิงหาคม 2551
Posted by เนชั่นบันเทิง , ผู้อ่าน : 778 , 18:43:26 น.  
หมวด : สุขภาพความงาม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 แต่น่าเสียดายที่ความปรารถนาดังกล่าวของเขาดูจะไม่เป็นที่เข้าใจหรือได้รับการตอบสนองจากมิตรสหาย  เพราะปรากฏว่าห้องของเขานั้นเต็มไปด้วยผู้คน
 ในชีวิตนี้มีหลายสิ่งที่เราสามารถหนีห่างให้ไกลได้  แต่ก็มีอีกหลายอย่างที่เราไม่อาจหนีพ้น ในกรณีเช่นนั้นไม่มีอะไรที่ดีกว่าการเตรียมรับมือกับมันด้วยใจสงบ  ความตายเป็นสิ่งหนึ่งที่ไม่มีใครหนีพ้น แต่คนจำนวนไม่น้อยกลับปฏิเสธ พยายามเบือนหน้าหนี ทำทีราวกับว่าตนจะอยู่อย่างเป็นอมตะ แม้เมื่อมันมาประชิดตัวก็ยังไม่ยอมรับความจริง คิดจะหนีต่อไปอีก
 ทั้ง ๆ ที่ในยามนี้สิ่งที่ควรทำเป็นอย่างแรก ก็คือ ยอมรับมันว่าเป็นความจริงที่จะต้องเกิดขึ้นกับตน การยอมรับเช่นนี้แหละคือ ขั้นตอนสำคัญที่สุดของของการเตรียมใจรับมือกับความตาย อีกทั้งเป็นเงื่อนไขประการแรกของการนำความสงบมาสู่จิตใจในยามวิกฤต

1.
 ยอดรัก สลักใจ เป็นผู้หนึ่งที่ยอมรับความจริงได้เมื่อรู้ว่าตนเองเป็นมะเร็งในขั้นร้ายแรง แทนที่จะเป็นทุกข์หรือตีโพยตีพายในชะตากรรม  เขายังสามารถมองในแง่บวกว่า  “โชคดีเสียอีกที่รู้วันตายของตัวเอง” เพราะมีคนจำนวนมากที่ไม่รู้ว่าจะต้องตายเมื่อใด แม้เขาอายุเพียง 52 ปี แต่เขาก็มองว่าตัวเอง “มีกำไรมากกว่าพ่อ” เพราะบิดาจากไปด้วยวัย 50 ปีเท่านั้น  
 สำหรับคนที่ประสบความสำเร็จตั้งแต่อายุยังน้อย  เขาน่าจะหวงแหนชีวิตเอาไว้จนถึงที่สุด แต่เมื่อรู้ว่าเป็นไปได้ยาก เขาก็ดูจะไม่อาลัยอาวรณ์ชีวิต กลับบอกว่า  ตายเมื่อไรก็สบายเมื่อนั้น  เพราะเขารู้ดีว่าชีวิตของคนเด่นดังนั้นก็เช่นเดียวกับคนทั่วไป ไม่ได้มีแต่สุขอย่างเดียว แต่ยังเต็มไปด้วยความทุกข์และภาระ 
 แน่นอนหากเลือกได้ยอดรักย่อมเลือกที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไป แต่เมื่อชเลือกไม่ได้ ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น ก็ควรหาประโยชน์จากมันให้ได้ อย่างน้อยก็มองให้ได้ว่ามันมีแง่ดีอย่างไรบ้าง ดีกว่าที่จะเห็นแต่ความเลวร้ายของมัน หรือมัวก่นด่าชะตากรรมและคร่ำครวญว่า “ทำไมถึงต้องเป็นฉัน”  การทำเช่นนั้นมีแต่จะซ้ำเติมตัวเองให้ทุกข์ใจนอกเหนือจากทุกข์กาย ซึ่งก็มีมากอยู่แล้ว เพราะโรคภัยไข้เจ็บ
 มีหญิงสูงอายุผู้หนึ่งเข้าออกโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ โดยไม่รู้ว่าตนเป็นโรคอะไร แล้ววันหนึ่งหมอก็บอกอย่างไม่อ้อมค้อมว่า “ป้าเป็นมะเร็งตับนะ  อยู่ได้ไม่เกิน 3 เดือน”   ผู้ป่วยถึงกับตกตะลึง ไม่เชื่อสิ่งที่ได้ยิน ปรากฏว่าเธออยู่ได้เพียง 12 วันก็ถึงแก่ความตาย สาเหตุที่เธอจากไปอย่างรวดเร็วเช่นนั้นไม่ใช่เพราะก้อนมะเร็งเป็นสำคัญ แต่เป็นเพราะใจที่ยอมรับความจริงไม่ได้ต่างหาก ที่ทำให้ร่างกายทรุดลงอย่างรวดเร็ว จนตายเร็วกว่าที่หมอพยากรณ์

2.
 ยอดรักได้ใช้การรักษาหลายวิธี ทั้งสมุนไพรและการแพทย์แผนใหม่ เคยใช้วิธีเคมีบำบัด แต่ก็ต้องเลิกไป เพราะเจ้าตัวทนฤทธิ์และผลข้างเคียงไม่ไหว   เมื่อร่างกายทรุดหนักก็ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอก็ได้แต่รักษาตามอาการ ในที่สุดเมื่ออาการใกล้ขั้นวิกฤตจึงถูกนำเข้าห้องไอซียู
 แต่เมื่อรู้ว่ามะเร็งลุกลามอย่างหนักเกินกว่าจะเยียวยาได้แล้ว ยอดรักและครอบครัวได้ตัดสินใจที่จะไม่รับการรักษาใดๆ เพื่อยืดชีวิตอีกต่อไป ไม่ว่าด้วยการปั๊มหัวใจ ใช้กระแสไฟฟ้าช็อต หรือเจาะคอใส่ท่อช่วยหายใจ แม้ว่าชีพจรจะเต้นต่ำลง ก็จะไม่ให้มีการกระทำใดๆ กับยอดรักอีก หากแต่ให้เยียวยาตามอาการเท่านั้น ดังนั้นจึงมีการนำยอดรักออกจากห้องไอซียู เพื่อใช้เวลาช่วงสุดท้ายกับครอบครัวที่ห้องผู้ป่วย
 การตัดสินใจดังกล่าวของยอดรักและครอบครัว นับว่าทวนกระแสค่านิยมของผู้คนในสังคมปัจจุบันที่มักเรียกร้องให้ยื้อชีวิตผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีนานาชนิดจนถึงวินาทีสุดท้าย ผลก็คือห้องไอซียูกลายเป็นห้องจบชีวิตของคนเป็นอันมาก เกิดเป็นความเชื่อที่แพร่หลายว่า ถ้าผู้ป่วยไม่ได้ตายในห้องไอซียูถือว่าญาติไม่ได้ทำหน้าที่ของตนอย่างถึงที่สุด 
 แต่หารู้ไม่ว่า การยื้อชีวิตผู้ป่วยเช่นนั้นอาจเป็นการสร้างความทุกข์ทรมานแก่ผู้ป่วย แทนที่จะเป็นการยืดชีวิตหรือต่อลมหายใจ กลับกลายเป็นการยืดกระบวนการตายให้ทอดยาวออกไป  ซึ่งไม่เป็นผลดีทั้งต่อผู้ป่วยและญาติเอง
 การยื้อชีวิตผู้ป่วยเพื่อรอคอยการสะสางความในใจระหว่างผู้ป่วยกับญาติมิตร หรือเพื่อให้ผู้ป่วยได้พบกับใครบางคนที่มีความหมายต่อชีวิตของเขา  (แม้เขาจะไม่รู้สึกตัวแล้ว แต่ก็ยังสามารถรับรู้ได้) ก่อนที่เขาจะสิ้นลมนั้นเป็นสิ่งที่มีประโยชน์ต่อจิตใจของผู้ป่วยก็จริง แต่การยื้อชีวิตของเขาเพียงเพราะญาติอยากให้เขามีลมหายใจนานที่สุด หรือเพียงเพื่อให้ญาติได้ชื่อว่าเป็นคนกตัญญูต่อผู้มีพระคุณนั้น อาจจะกลายเป็นการทำร้ายเขาโดยไม่รู้ตัว ไม่เพียงทำให้เขาทุกข์ทรมานขณะมีลมหายใจเท่านั้น แต่ยังอาจทำให้เขาไปสู่ทุคติได้ 
  ในทางพุทธศาสนาถือว่าอาสันนกรรมหรือกรรมจวนเจียนนั้นสำคัญมาก สามารถส่งผลถึงภพภูมิข้างหน้าได้ หากจิตก่อนตายนั้นเป็นอกุศล เพราะถูกบีบคั้นด้วยความเจ็บปวดทุกข์ทรมาน (เช่นจากการแทรกแซงของเทคโนโลยีต่าง ๆ) ก็ย่อมเข้าสู่ทุคติภูมิได้เลยทันทีที่ตาย
 เรามักเข้าใจว่า การยื้อชีวิตผู้ป่วยด้วยเทคโนโลยีนานาชนิดในยามใกล้ตายนั้นเป็นวิธีการที่ดีที่สุดเท่าที่ญาติและหมอจะทำได้  แต่นั่นเป็นการมองเฉพาะในแง่กายภาพ  ผู้ป่วยไม่ได้มีแต่กายเท่านั้น หากยังมีจิตใจด้วย ผู้คนส่วนใหญ่คิดแต่จะเยียวยากาย แต่กลับลืมจิตใจของผู้ป่วย ซึ่งก็ต้องการการดูแลรักษาเช่นเดียวกัน    
 ในขณะที่ร่างกายของผู้ป่วยนั้น เมื่อมาถึงจุดหนึ่งก็ยากแก่การเยียวยาให้ดีขึ้นได้  แต่จิตใจของเขานั้นยังสามารถเยียวยาฟื้นฟูได้เสมอ แม้เขาจะอยู่ในภาวะโคม่าหรือไม่รู้สึกตัว (จากสายตาของเรา) แล้วก็ตาม แทนที่จะระดมเทคโนโลยีนานาชนิดเพื่อกระตุ้นสัญญาณชีพ เช่น ชีพจร  การหายใจ การเต้นของหัวใจ ฯลฯ 
 ทั้ง ๆ ที่ผู้ป่วยอยู่ในภาวะเกินกว่าจะรักษาได้แล้ว ไม่เป็นการดีกว่าหรือ หากเราจะใช้เวลาที่เหลืออยู่ช่วยให้เขาได้พบกับความสงบในจิตใจ ซึ่งเป็นสิ่งล้ำค่าที่สุดเท่าที่มนุษย์คนหนึ่งจะพึงได้รับในยามนี้

3.
 มีผู้ป่วยคนหนึ่งซึ่งไตวายขณะที่อวัยวะส่วนอี่นทยอยเสียไปทีละส่วน ลูก ๆ ได้ขอร้องให้หมอทำทุกอย่างเพื่อยืดชีวิตของแม่ รวมทั้งการล้างไตอย่างต่อเนื่อง  และหากหัวใจของแม่หยุดเต้น ก็ขอให้หมอปั๊มหัวใจแม่ขึ้นมา
 คุณหมอสุมาลี นิมมานนิตย์ ซึ่งเป็นเจ้าของไข้และผู้เชี่ยวชาญโรคไต เห็นว่าการทำเช่นนั้นนอกจากจะไม่ช่วยคนไข้แล้ว กลับก่อผลเสียต่ออวัยวะส่วนอื่น ๆ ของคนไข้  จึงแนะนำลูก ๆ ว่า ยังมีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้นที่ลูก ๆ สามารถทำให้แก่แม่ได้ นั่นก็คือ ช่วยให้แม่ได้รับความสงบใจ 
 เพราะความสงบใจในวาระสุดท้ายของชีวิตเป็นสิ่งสำคัญมาก คำแนะนำดังกล่าวทำให้ลูกๆ ได้คิด และหันไปใช้เวลาช่วงที่เหลือนั้นในการอยู่กับแม่ พูดคุยกับแม่ถึงสิ่งที่แม่ศรัทธาและการกระทำที่แม่ภาคภูมิใจ รวมทั้งพูดถึงความรู้สึกดี ๆ ที่ได้รับจากแม่ ในที่สุดลูก ๆ ก็มาบอกกับคุณหมอสุมาลีว่าหากแม่เป็นอะไรก็ไม่ต้องปั๊มหัวใจแม่แล้ว
 ผู้คนมักคิดแต่การยื้อชีวิตด้วยเทคโนโลยี นอกจากเป็นเพราะยอมรับความตายของผู้ป่วยไม่ได้แล้ว ยังเพราะคิดว่านั่นคือสิ่งเดียวที่ญาติสามารถทำได้ให้แก่ผู้ป่วย  แต่หากญาติรู้ว่ามีวิธีอื่นที่ดีกว่านั้น ซึ่งตนสามารถทำได้ (และทำได้ดีกว่าหมอและพยาบาลด้วย) อันได้แก่การช่วยเหลือให้ผู้ป่วยได้รับความสงบทางจิตใจ  
 การเรียกร้องให้พาผู้ป่วยเข้าห้องไอซียูสถานเดียว ก็จะกลายเป็นเรื่องรองไป  แต่นั่นก็หมายความว่าญาติ ๆ ก็ต้องพร้อมจะให้เวลากับคนไข้ รวมทั้งศึกษาหาวิธีที่จะช่วยให้คนไข้มีใจที่สงบ เช่น การน้อมใจให้เขานึกถึงสิ่งดี ๆ  ให้ความรักอย่างไม่มีเงื่อนไขแก่เขา ช่วยเขาปลดเปลื้องภาระหรือสิ่งค้างคาใจ และที่สำคัญไม่น้อยก็คือ การสร้างบรรยากาศแห่งความสงบ
 ในกรณีของยอดรัก สลักใจ  เมื่อรู้ว่ามีเวลาเหลืออยู่ไม่มาก แทนที่เขาจะสู้กับความตายในห้องไอซียู  ยอดรักตัดสินใจกลับไปยังห้องพักเพื่อใช้เวลาน้อยนิดนั้นกับครอบครัวอย่างสงบ 
 แต่น่าเสียดายที่ความปรารถนาดังกล่าวของเขาดูจะไม่เป็นที่เข้าใจหรือได้รับการตอบสนองจากมิตรสหาย  เพราะปรากฏว่าห้องของเขานั้นเต็มไปด้วยผู้คน ต่างพูดคุยสังสรรค์กัน บางคนถึงกับหัวเราะเป็นที่สนุกสนาน  จนหมอเจ้าของไข้ต้องมาขอร้องผ่านสื่อมวลชน ขอให้เพื่อน ๆ อย่ารบกวนคนไข้  ควรให้คนไข้ได้ใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่กับลูกและภรรยาให้มากที่สุด
 ไม่ว่าเสียงหัวเราะหรือร้องไห้  รวมทั้งเสียงพูดคุยโต้เถียงของญาติมิตรรอบเตียง ตลอดจนเสียงโทรทัศน์ที่ญาติดูในระหว่างเฝ้าไข้  ล้วนมีผลเสียต่อจิตใจของผู้ป่วยทั้งสิ้น  ญาติมิตรควรช่วยกันสร้างบรรยากาศที่เอื้อให้ผู้ป่วยน้อมใจในทางกุศล ภาคภูมิใจในชีวิตที่ผ่านมา  ไม่มีเรื่องติดค้างใจ  และดียิ่งกว่านั้นคือมีสติที่รู้เท่าทันและยอมรับทุกขเวทนาได้  
 สภาพจิตดังกล่าวล้วนจำเป็นต่อการช่วยให้สามารถเผชิญความตายได้อย่างสงบ และยังสามารถทำให้นาทีสุดท้ายก่อนตายเป็น “นาทีทอง”ของชีวิต ดังคำของท่านอาจารย์พุทธทาสได้

4.
 ความตายนั้นไม่ใช่เป็นสิ่งเลวร้ายไปเสียหมด  มันเป็นวิกฤตก็จริง แต่ก็เป็นโอกาสได้เช่นกัน นั่นคือโอกาสที่จะเข้าถึงความสงบในจิตใจอันเกิดจากการปล่อยวาง  และอาจทำให้เกิดความสว่างแห่งปัญญาได้ด้วยหากเห็นสัจธรรมจากความตายว่า สังขารทั้งหลายไม่มีอะไรที่น่ายึดถือได้สักอย่างเดียว  ทุกอย่างล้วนเป็นทุกข์  จิตที่ปล่อยวางจากความยึดถือในสิ่งทั้งปวงย่อมบรรลุถึงธรรมขั้นสูงชนิดที่สามารถอยู่เหนือทุกข์ทั้งปวง  นี้คือสภาวะที่อยู่เหนือความตายอย่างแท้จริง
 แม้ว่าเรายังไม่สามารถพัฒนาจิตไปถึงขั้นนั้นได้ แต่หากเราเข้าใจความตายอย่างแท้จริง ก็จะรู้ว่าความตายไม่ใช่สิ่งน่ากลัว  ความกลัวตายต่างหากที่น่ากลัวกว่าความตาย   ความตายนั้นไม่จำเป็นต้องมาพร้อมกับความเศร้าโศก  แต่สามารถเรียกน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มปีติได้ หากเป็นการตายดี
 ผู้ป่วยคนหนึ่งเป็นมะเร็งเต้านม  ต่อมาอาการลุกลาม ซ้ำยังมีโรคแทรกคือตับเป็นพิษ  เมื่อรู้ว่าอาการหนัก  เธอปฏิเสธการรักษา และกลับมาอยู่ที่บ้านเพราะต้องการใช้เวลาที่เหลืออยู่กับครอบครัวอย่างสงบ   ทุกวันแม่และสามีกับลูก ๆ รวมทั้งพี่น้องมาเป็นกำลังใจให้เธอ  ชวนเธอสวดมนต์ รำลึกถึงพระรัตนตรัย นั่งสมาธิ  และถวาสังฆทาน   วันสุดท้ายก่อนตายญาติได้ชวนเธอขอขมาซึ่งกันและกัน
 รวมทั้งขออโหสิกรรมจากเจ้ากรรมนายเวร    ตลอด 7 วันเธอมีความรู้สึกตัวโดยตลอด วันสุดท้ายญาติ ๆ ได้พากันสวดมนต์ให้เธอเป็นภาษาจีนสั้น ๆ 1,000 จบ ระหว่างนั้นเธอยังรู้สึกตัวอยู่  แต่เมื่อสวดได้ถึง 600 จบ ก็พบว่าเธอสิ้นลมแล้ว เป็นการจากไปอย่างสงบราวกับใบไม้ปลิดจากขั้ว   แต่ทุกคนก็สวดต่อจนจบครบพัน ถือว่าเป็นการให้ของขวัญสุดท้ายแก่เธอ  
 การจากไปของเธอได้เรียกน้ำตาแห่งความปลาบปลื้มจากแม่ สามี ลูก ๆ และพี่น้อง  เพราะดีใจที่เธอจากไปอย่างสงบ   ไม่มีอาการแห่งความโศกเศร้า เพราะทุกคนรู้ว่าเธอไปดี 
 ทุกคนสามารถตายดีและไปดีได้ทั้งนั้น ขอเพียงแต่พร้อมเผชิญความตายอย่างสงบ โดยไม่ต่อต้านขัดขืน หวาดกลัว หรือคิดแต่จะหนีความตายสถานเดียว

""""""""""""""""""""""""""""""""

เรื่อง : พระไพศาล วิสาโล (เครือข่ายพุทธิกา www.budnet.info)




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"โป๊บ" ดีใจ บทคุณหมอ จาก "เกมร้ายเกมรัก" มาแรง

หนุ่มหล่อมาดเท่ อย่าง "โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ" หรือ คุณหมอ จาก ละครเรทติ้งแรงอย่าง "เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า รู้สึกดีใจมากกับกระแสตอบรับจากแฟนๆละคร ที่ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเรียกว

View All
<< สิงหาคม 2008 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            



[ Add to my favorite ] [ X ]