• เนชั่นบันเทิง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2008-07-23
  • จำนวนเรื่อง : 1090
  • จำนวนผู้ชม : 1110516
  • ส่ง msg :
  • โหวต 201 คน
สำนักข่าวบันเทิงเนชั่น
สุดยอดข่าวฮิตประเด็นร้อน เกาะติดสถานการณ์บันเทิง ศิลปะ วัฒนธรรม สังคมแบบ NENA ! Wow ผลิตโดยสำนักข่าวบันเทิง ศิลปวัฒนธรรมเนชั่น
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/NENA
วันอังคาร ที่ 25 พฤศจิกายน 2551
Posted by เนชั่นบันเทิง , ผู้อ่าน : 1360 , 19:54:34 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 "เหน่อ" สร้อยเสียงสำเนียงการพูดที่เมื่อใครหลายคนได้ยิน ก็คงจะต้องนึกถึงจังหวัดสุพรรณบุรีอันดับแรกเป็นแน่ แต่ทำไมต้อง "เหน่อ" และ "เหน่อ" มาจากไหน นี่คือคำถามที่หลายคนอาจไม่เคยสงสัย และไม่เคยค้นหาคำตอบ
 ไม่นานมานี้ ศูนย์สังคีตศิลป์สัญจร ในเครือธนาคารกรุงเทพ ได้จัดงานเสวนาขึ้นในงานสมโภชองค์พระกฐินพระราชทาน หัวข้อ "สุวรรณภูมิ ถึงสุพรรณภูมิ และสุพรรณบุรี เหน่อ ทำไม? มาจากไหน?" ณ วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร ตำบลรั้วใหญ่ อำเภอเมือง จังหวัดสุพรรณบุรี เพื่อหาคำตอบในเรื่องนี้ โดยได้เชิญ อ.สุจิตต์ วงษ์เทศ นักวิชาการด้านประวัติศาสตร์และศิลปินแห่งชาติปี 2545 สาขาวรรณศิลป์ (กวีนิพนธ์) มาเป็นผู้บรรยาย
 สูจิบัตรประกอบงานเสวนาที่ผู้บรรยายเขียนเอง อธิบายถึงคำ "สุวรรณภูมิ" ว่าหมายถึง "แผ่นดินทอง" เป็นชื่อที่ใช้เรียกผืนแผ่นดินบริเวณอุษาคเนย์ หรือเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เมื่อราว 2,500ปี มาแล้ว หรือในช่วงหลัง พ.ศ.1 ต่อมาคำว่า "สุวรรณภูมิ" แผลงมาเป็น "สุพรรณภูมิ" ในช่วงหลัง พ.ศ.1600 และเมื่อราวหลัง พ.ศ.1800 ก็ได้เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "สุพรรณบุรี" จนถึงปัจจุบัน
 "สุพรรณภูมิ แผลงมาจากสุวรรณภูมิ แต่สุวรรณภูมินี่ไม่ได้มาจากสุวรรณภูมิที่เป็นสนามบิน สุวรรณภูมิชื่อของสนามบินที่ในหลวงพระราชทานให้มาจากไหน ก็มาจากชาดกของอินเดีย ในหลวงทรงประพันธ์เรื่องพระมหาชนก ในหลวงจึงเอาชื่อนี้มา ชื่อนี้เป็นชื่อในอุดมคติ แต่เป็นอุดมคติที่ทุกคนลืมหมดแล้ว ไม่ให้ความสำคัญ" อ.สุจิตต์ กล่าว
 ทั้ง "สุพรรณบุรี" และ "สุพรรณภูมิ" จึงเป็นชื่อที่สืบเนื่องมาจากชื่อ "สุวรรณภูมิ" แรกเริ่มตั้งแต่ พ.ศ.1 หรือเมื่อราว 2,500 ปี มาแล้ว
 ดินแดนดังกล่าวมีความอุดมสมบูรณ์และมีความหลากหลายทางชีวภาพ ไม่ว่าจะเป็น พืชพันธุ์ธัญญาหาร สัตว์และแร่ธาตุต่างๆ สุวรรณภูมิเป็นศูนย์กลางการแลกเปลี่ยนค้าขาย หรือจุดนัดพบระหว่างโลกตะวันตกและโลกตะวันออก ทำให้สุวรรณภูมิเป็นดินแดนที่มั่นคงและมั่งคั่ง มีรัฐใหญ่ๆ เกิดขึ้นมากมายไม่ว่าจะเป็น ทวารวดี, ฟูนัน, เจนละ ฯลฯ ทำให้สุวรรณภูมิสามารถดึงดูดผู้คนจากที่ต่างๆทั่วทุกสารทิศ ให้เคลื่อนย้ายมาตั้งหลักแหล่ง ทำให้เกิดความหลากหลายทางชาติพันธุ์ที่ผสมผสานทางสังคมวัฒนธรรมและเผ่าพันธุ์จนเป็น "คนไทย" และเครือญาติชาติต่างๆ ในอุษาคเนย์ปัจจุบัน
 "สุวรรณภูมิเป็นตัวเชื่อมในการค้าขาย ทั้งสินค้าจากจีน และอินเดีย เมื่อดูจากจุดนี้ สุวรรณภูมิจะแปลว่า แผ่นดินที่เชื่อมโลกตะวันตกและโลกตะวันออกเข้าด้วยกัน เชื่อมวัฒนธรรมทั้งสองเข้าด้วยกัน วัฒนธรรมจะต้องผสมผสานกันถึงจะเกิดสิ่งใหม่ขึ้นมาได้"
 ในแง่วิชาการ ตำแหน่งแท้จริงของดินแดน "สุวรรณภูมิ" อยู่ที่ใด ทุกวันนี้ก็ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่ จากบันทึกที่ว่าพระเจ้าอโศกมหาราชได้ส่งพระสมณะสงฆ์ 2 รูปมาที่สุวรรณภูมิ เพื่อเผยแผ่พระพุทธศาสนา แต่ไม่ปรากฎหลักฐานว่าพระสมณะสงฆ์ทั้ง 2 รูปขึ้นบกที่ใด จนเกิดเป็นข้อถกเถียงกันระหว่างประเทศไทย พม่า และมาเลเซีย ที่ต่างก็อ้างว่าสุวรรณภูมิอยู่ในดินแดนของตน
 อ.สุจิตต์ กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า "เมื่อ 3000 ปีก่อน บริเวณภาคกลางของไทยยังคงจมอยู่ใต้ทะเล ชายทะเลในขณะนั้นยังอยู่ที่อำเภออู่ทอง ทำให้เมืองอู่ทองเป็นเหมือนเมืองปากน้ำ เรือที่จะเข้ามาค้าขายสามารถนำเรือเข้ามาจอดเทียบท่าที่เมืองอู่ทองได้ และเมื่อหันกลับมาดูบันทึกที่ว่าพระเจ้าอโศกส่งพระสมณะสงฆ์มาที่สุวรรณภูมิอีกครั้งก็จะพบข้อสังเกตที่ว่า ถ้าพระเจ้าอโศกส่งพระสมณะสงฆ์มาจริง ก็น่าจะส่งมาที่เมืองอู่ทอง และอู่ทองนี้แหละที่เป็นสุวรรณภูมิ"
 ส่วนที่มาของสำเนียง "เหน่อ" นั้น อ.สุจิตต์ อธิบายว่า
 "สำเนียงเหน่อ หรือสำเนียงสุพรรณบุรี เป็นสำเนียงเดียวกับหลวงพระบาง เป็นภาษาในตระกูลไทย-ลาว ในช่วง พ.ศ.200-300 นี้เป็นช่วงที่ภาษาตระกูลไทย-ลาวได้เคลื่อนย้ายจากแถวกวางตุ้งและกวางสี มาแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วยการค้า สำหรับภาษาในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตอนบน จะใช้ภาษาตระกูลไทย-ลาว ส่วนตอนล่างเป็นภาษามลายู จากการเคลื่อนย้ายทำให้คนตระกูลไทย-ลาว ที่ย้ายมาจากหลวงพระบางอยู่ในแถบนี้กันหนาแน่น จึงเป็นที่มาของสำเนียงเหน่อ"
 ข้อสำคัญคือสำเนียงเหน่อเป็นสำเนียงพื้นฐานที่ใช้ในราชสำนักอยุธยา หรืออาจกล่าวได้ว่าเป็น "สำเนียงหลวง" นั่นเอง นอกจากนี้สำเนียงที่คนกรุงเทพฯ เรียกว่าเหน่อยังเป็นสำเนียงที่ใช้ในบทพากย์โขนเพื่อให้ผู้ชมระดับชนชั้นสูงในราชสำนักอยุธยาฟังเข้าใจ
 "สมัยเจ้านครอินทร์ สำเนียงเหน่อคือสำเนียงหลวงในราชสำนัก บทละครนอก ลีลาเจรจาโขน หรือบทละครต่างๆ ในหอสมุดที่เจอ จะเห็นว่าวางวรรณยุกต์ไม่ตรงกับสมัยนี้ เพราะอะไร ก็เพราะสำเนียงเหน่อ ว่างๆ ก็ลองให้คนสุพรรณบุรีไปร่ายโขนบ้าง พวกกรมศิลป์จะได้ไม่ต้องมาแกล้งทำเสียงเหน่อ" อ.สุจิตต์ กล่าว ทั้งย้ำอีกว่า
 "ที่บอกว่าเหน่อมาจากลาวนั้นไม่ใช่ เหน่อมันอยู่ในวัฒนธรรมหลวงพระบาง อย่างในโองการแช่งน้ำ จะมีคำว่า ขุนแผน ซึ่งคำนี้ใช้เรียกพระพรหม คำว่าขุนแผน กร่อนมาจาก แถนหรือพระยาแถน ที่มาจากลาว คำว่าพรหมสำหรับลาวจะออกเสียง ร. ไม่ชัด เลยเรียกว่าแถน โองการแช่งน้ำแต่งด้วยบทประพันธ์ชนิดหนึ่งเรียกว่าโคลง แต่โคลงนี้ไม่ได้มาจากอินเดีย เพราะอินเดียไม่มีโคลง โคลงในที่นี้เป็นโคลงลาว ทำให้รู้ว่าเจ้าในสมัยก่อนนั้นได้รับวัฒนธรรมมาจากลาว"
 อีกสิ่งหนึ่งที่บ่งบอกว่าวัฒนธรรมหลวงพระบางแพร่หลายอยู่ในสุพรรณบุรี นั่นก็คือการขับเสภา โดยก่อนหน้านี้มีความเชื่อว่าการขับเสภานั้นได้รับมาจากอินเดีย ซึ่งเป็นความเชื่อที่ผิด เพราะในอินเดียไม่มีการขับเสภา
 "ประเทศไทยยึดตำรา นึกอะไรไม่ออกบอกอินเดีย บอกว่าขับเสภามาจากอินเดีย แต่ที่อินเดียมันไม่มีการขับเสภา ขับเสภาเป็นเรื่องของดนตรี ขับเป็นภาษาลาวแปลว่าร้อง ตั้งแต่เหนือหลวงพระบางไปเขาใช้ขับกันหมด แต่ลงใต้มาจะเรียกว่าลำ หรือหมอลำ แต่ที่สุพรรณบุรีเอาขับเสภามาก็เพราะไปเอาวัฒนธรรมของหลวงพระบางมา และที่สำคัญขับเสภาไม่เคยปรากฎอยู่ในราชสำนัก จนกระทั่งรัชกาลที่ 2 ที่เป็นแบบนั้นก็เพราะว่าการขับเสภาไม่มีแบบแผน เลยไม่เป็นที่นิยมกันในราชสำนัก" อ.สุจิตต์ กล่าวทิ้งท้าย
 คำเรียกสำเนียงเหน่อด้วยน้ำเสียงดูแคลนของคนเมืองหลวงในปัจจุบัน จึงมีความเป็นมาและรากเหง้าทางสังคมวัฒนธรรมลึกซึ้งเช่นนี้




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

"โป๊บ" ดีใจ บทคุณหมอ จาก "เกมร้ายเกมรัก" มาแรง

หนุ่มหล่อมาดเท่ อย่าง "โป๊บ ธนวรรธน์ วรรธนะภูติ" หรือ คุณหมอ จาก ละครเรทติ้งแรงอย่าง "เกมร้ายเกมรัก" ซึ่งล่าสุด เจ้าตัวก็ออกมาบอกว่า รู้สึกดีใจมากกับกระแสตอบรับจากแฟนๆละคร ที่ไปที่ไหนๆ ก็มีแต่คนเรียกว

View All
<< พฤศจิกายน 2008 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            



[ Add to my favorite ] [ X ]