*/
  • OKnature
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oknatureclub@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 313843
  • จำนวนผู้โหวต : 195
  • ส่ง msg :
  • โหวต 195 คน
<< มิถุนายน 2009 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 11 มิถุนายน 2552
Posted by OKnature , ผู้อ่าน : 4968 , 15:15:59 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ขุนเขายะเยือก โหวตเรื่องนี้

เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย savebird OKnature มูลนิธิกองทุนสิ่งแวดล้อมไทย, กลุ่มคนรักษ์อุทยาน ในห้อง Blue Planet   ของเว็บไซด์ pantip.com, trekkingthai.com, ชมรมนักนิยมธรรมชาติ, ตะลอนรักษ์เมืองไทย และ tawanyimchang.comเข้าพบอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช 


ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส ณ สำนักงานของอธิบดี กรมอุทยานสัตว์ปาและพันธุ์พืช ถนนพหลโยธิน กรุงเทพฯ

ซึ่งได้เปิดโอกาสให้ คณะได้เข้าชี้แจงและแนะนำกิจกรรมรวมถึงวัตถุประสงค์ของเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม 

ในการนี้ทางเครือข่าย ได้นำข้อสงสัย เกี่ยวกับกรณีป่าดงใหญ่ จ.บุรีรัมย์ และขอสอบถามความคืบหน้าในการดำเนินการกับรีสอร์ท ซึ่งบุกรุกพื้นที่ เกาะอาดัง อุทยานแห่งชาติตะรุเตา ดังนี้

กรณีป่าดงใหญ่นั้น กำลังเป็นประเด็นที่ประชาชนให้ความสนใจเรื่องการให้สัมปทานกับเอกชน และการบุกรุกของชาวบ้านเพื่อเข้าใช้ประโยชน์ ซึ่งอธิบดีตอบว่า เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า ดงใหญ่

ได้มีพระราชกฤษฎีกา กำหนดบริเวณที่ดินป่าดงใหญ่ ในท้องที่ตำบลโคกมะม่วง ตำบลหูทำนบ อำเภอปะคำ และตำบลโนนดินแดง ตำบลลำนางรอง กิ่งอำเภอโนนดินแดง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ ให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๙

ซึ่งมีแผนที่ท้ายประกาศพระราชกฤษฎีกา ตามรูป

ในพื้นที่ดังกล่าวมีการอนุญาตให้สัมปทานแก่บริษัทเอกชนจำนวนทั้งสิ้น 9 แปลง ซึ่ง 8 แปลง(อยู่ในพื้นที่ลูกศรสีเขียว) ได้หมดอายุสัมปทาน ในเดือนพฤษภาคม พ.ศ.2552 และอีก 1 แปลง(อยู่ในพื้นที่ลูกสรสีแดง) จะหมดอายุสัมปทานในปี พ.ศ.2560 ซึ่งในหนังสือรายงานของกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ระบุว่าเป็นของบริษัท ป่าไม้สยามจำกัด

ดร.เกษมสันต์ ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ทราบรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้วว่ามีชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อขอใหทางรัฐจัดสรรที่ดินทำกินให้ หลังจากหมดอายุสัมปทานแล้ว แต่ทางกรมอุทยานฯไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องการให้พื้นที่ป่า กลับสู่สภาพเดิมซึ่งทำได้สองแนวทางคือปลูกเพิ่ม และ ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นตัวเอง

และจะไม่มีการต่ออายุสัญญาให้กับเอกชนรายใดอีก

ดังนั้นเมื่อวันที่ 8 มิ.ย. 52 จึงได้มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ 400 นาย สนธิกำลังกับกองกำลังสุรนารีอีก 100 นาย เข้าตรึงพื้นที่

ป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเข้าไปในพื้นที่ และตรวจตราการเข้าออก พื้นที่อย่างเข้มงวดทั้ง 4 เส้นทาง

และหลังจากนี้จะเสนอให้มีการผนวกรวมพื้นที่ดังกล่าว เข้าเป็นพื้นที่ผืนเดียวกัน เพื่อฟื้นสภาพป่าและยืนยันว่าจะไม่มีการต่อสัญญาให้เอกชน และไม่ยอมให้ช้าวบ้านเข้าไปยึดพื้นที่ดังกล่าวอีกต่อไป เนื่องจากต้องการให้เป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเพียงอย่างเดียว และยังได้กล่าวอีกว่าต้องการให้เป็นเหมือนกับ อช. ทับลาน ที่ปัจจุบันนี้ถือว่าไม่มีปัญหาเรื่องการบุกรุกพื้นที่เพื่อทำกินในเขต ทับลาน

แลเชื่อว่าปัญหาทั้งหมดสามารถที่จะดำเนินการและทำความเข้าใจกับชาวบ้านได้ 

.

.

ส่วนเรื่องของความคืบหน้ากรณี รีสอร์ท บนเกาะอาดัง อช.ตะรุเตา

ดร.เกษมสันต์ ได้ชี้แจงว่า ขณะนี้ศาลปกครองได้มีคำสั่งให้ระงับคำสั่งทางปกครองของกรมอุทยานฯ นั่นหมายความว่าศาลปกครองได้ให้ความคุ้มครองต่ออาดังรีสอร์ท ในกรณีที่กรมอุทยานจะเข้ารื้อถอน ตาม มาตรา 21 และ 22 และทางอาดังรีสอร์ท จะต้องหยุดดำเนิการใดๆ แต่ก็เป็นที่ทราบกันดีว่า ทางรีสอร์ทไม่ได้หยุดดำเนินการ แต่อย่างใด และขณะนี้รีสอร์ท ก็ก่อสร้างจนเสร็จสิ้น ตามที่โอเคเนเจอร์ได้เคยเสนอไปแล้ว แต่ถึงอย่างไรรีสอร์ทก็ยังไม่สามารถเปิดดำเนินการได้

ส่วนเรื่องการบุกรุกพื้นที่ ทางกรมอุทยานฯได้ดำเนินการฟ้องร้องทางคดีไปแล้ว แต่ได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ว่า ทางฝ่ายพนักงานสอบสวน(ตำรวจ)มีคำสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่า บริษัท อาดังรีสอร์ท ได้ดำเนิการตามกฏหมาย และถูกต้องตามสัญญาที่ได้ทำไว้กับกรมธนารักษ์ กระทรวงการคลัง แต่อธิบดีฯได้ให้ข้อสังเกตไว้ว่า พนักงานสอบสวนอาจไม่ได้พิจารณาข้อกฎหมายของอุทยานแห่งชาติ ก็เป็นได้ ซึ่งขณะนี้ทางกรมอุทยานก็จะรอความเห็นของอัยการจังหวัดก่อน แล้วจึงจะนำมาพิจารณาว่าจะดำเนินการในช่องทางอื่นได้อีกหรือไม่อย่างไร โดยจะพิจารณาอย่างรอบคอบกับฝ่ายนิติกรณ์ของกรมอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งหากจะต้องมีการฟ้อร้องกันใหม่ก็ยินดีที่จะทำ และยืนยันว่าจะดำเนินการให้ถึงที่สุด และจะนำข้อเสนอที่ทางเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและ โอเค เนเจอร์ นำเสนอถึงเรื่องบุกรุกพื้นที่ป่าเพิ่มเติม และลักลอบใช้น้ำโดยการต่อท่อจากน้ำตกโจรสลัดไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต

ท่อลูกศรน้ำเงิน คือท่อของอุทยานที่ฝังกลบไว้

ท่อลูกศรสีแดง คือท่อของเอกชนที่ ติดตั้งขึ้นใหม่ และต่อเข้าพื้นที่รีสอร์ทโดยตรงเพียงแห่งเดียว

 ไปดำเนินการฟ้องร้องอีกทางหนึ่ง หากได้รับรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่

 

 

จากการเข้าพบดังกล่าว ทางเครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อมและโอเค เนเจอร์ ไม่ได้มีเจตนาที่จะกดดันการทำงาน ไม่ได้มีเจตนาที่จะเข้าตรวจสอบการทำงานของเจ้าหน้าที่

แต่เป็นเพียงการทำหน้าที่ของกลุ่มประชาชนกลุ่มหนึ่งที่มีสำนึกหวงแหน ต่อธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเท่านั้น

เราเห็นใจการไร้ที่ทำกินของชาวบ้าน แต่เราก็ไม่อาจดูดายที่จะเห็นใครเอาพื้นที่ป่า ซึ่งเป็นที่อยู่อาศัยของเพื่อนร่วมโลก ไปใช้ประโยชน์ส่วนตัวอีกต่อไป

ลองคิดดูว่าวันหนึ่งหากมีคนที่เขามีกำลังมากกว่า มีอาวุธ มีอิทธิพล มาขับไล่ท่านออกจากบ้าน เราก็คงไม่ต่างจากสัตว์ป่าเหล่านั้น

มนุษย์ก็แค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ที่เกิดมาเยือนโลก ไม่ช้าก็ต้องจากไป จะไปรบกวนอะไรต่อโลกนักหนา เมื่อได้ประโยชน์ต่อการยังชีพแล้ว ใยต้องรบกวนเพื่อนร่วมโลกสายพันธุ์อื่น เพียงแค่คิดว่าตัวเอง ฉลาดกว่าเท่านั้นหรือ?

Save Nature Save Life

หมายเหตุ  โอเคเนเจอร์ ขอขอบพระคุณ BG ลุงกี๊ มาอย่างสูง ณ โอกาสนี้ที่กรุณาส่ง Link

ที่มีคุณภาพต่อสิ่งแวดล้อมมาให้ เป็นภาพยนตร์เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม ที่มีภาพสวยสดงดงามจากทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย อยากให้ทุกท่านได้ลองดูว่าเมื่อท่านเห็นแล้วจะทำอย่างไรต่อไปกับโลกใบนี้

เชิญชมได้ตามลิ้งค์ด้านล่างนี้
http://www.youtube.com/watch?v=jqxENMKaeCU


หากท่านต้องการดาวดโหลด โปรดคลิ๊กตามลิ้งด้านล่างนี้
http://www.torrentzap.com/torrent/411232/HOME+-+a+film+by+Yann+Arthus-Bertrand+(2009)+%5BEnglish%5D+%5BHD+MP4%5D

 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
ขุนเขายะเยือก วันที่ : 30/09/2016 เวลา : 15.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/niran
มหาวิทยาลัยชายขอบ


ความคิดเห็นที่ 43 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 19/08/2009 เวลา : 18.50 น.
http://www.friendsofdrboonsong.org/

เอา"รีสอร์ท"คืนไป...ขอ"อาดัง"กลับมา ---> http://www.friendsofdrboonsong.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538968460&Ntype=6

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
numouse วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 20.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

ร่วมด้วยช่วยกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
Rosefinchy วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 13.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

ดีค่ะ ทรัพยากรของมวลมนุษยชาติ ช่วยกันรักษา เป็นหูเป็นตา ช่วยเท่าที่ช่วยได้ เสียสละเวลาคนละเล้กน้อย...

...อย่าปล่อยให้เป็นที่หาผลประโยชน์ของกลุ่มคนบางกลุ่มค่ะ


ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 16/06/2009 เวลา : 19.16 น.
http://www.cdthai.org/

(เพิ่มเติมความคิดเห็นที่ 39)
11. คำถามที่คณะ"เครือข่ายรักษ์สิ่งแวดล้อม"ไม่ได้เรียนถามท่านอธิบดีกรมอุทยานฯก็คือ "ตั้งแต่เกิดเรื่องอาดังรีสอร์ท...ท่านอธิบดีได้ลงไปดูสถานที่เกิดเหตุบ้างหรือไม่ ? ลงไปให้ขวัญและกำลังใจเจ้าหน้าที่อุทยานฯตะรุเตาบ้างหรือไม่ ?" (ผมทราบคำตอบล่วงหน้าแล้วว่า "รัฐมนตรียังไม่ได้สั่ง"...นี่แหละครับข้าราชการเมืองไทย มีแต่คนอยากเป็นใหญ่ แต่หา accountability ยากเต็มที !)

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 15/06/2009 เวลา : 09.54 น.
http://www.cdthai.org/

(เพิ่มเติมความเห็นที่ 25)
5. ประเด็นที่เป็น"ต้นตอ"ของปัญหาอาดังรีสอร์ท ซึ่ง“เครือข่าย”น่าจะไม่ได้ถามท่านอธิบดีเกษมสันต์ฯ คือ
- เมื่อปี 2540 กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุทับพื้นที่อุทยานฯตะรุเตา(ซึ่งประกาศเมื่อปี 2517)เป็นการละเมิดกฎหมายอุทยานฯหรือไม่ ? (ถ้าละเมิด...กรมอุทยานฯจะดำเนินการกับกรมธนารักษ์อย่างไรต่อไป ?)
- เมื่อปี 2540 กรมอุทยานฯอนุญาตให้กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนที่ราชพัสดุทับพื้นที่อุทยานฯตะรุเตาหรือไม่ ? (ถ้าไม่ได้อนุญาต...กรมอุทยานฯจะดำเนินการกับกรมธนารักษ์ต่อไปอย่างไร ?)
6. ผมเห็นว่าทั้งกรมธนารักษ์และกรมอุทยานฯยังไม่ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงในเรื่องนี้(ข้อ 5.) การอ้างว่าให้รอศาลปกครอง (ซึ่งเป็นประเด็นปลีกย่อยอันเป็นผลพวงจากการไม่ประสานงานกันของทั้งสองกรม) ผมเห็นว่าเป็นการซื้อเวลาไปวันๆเท่านั้นเอง
7. ผมสงสารเอกชนเจ้าของธุรกิจอาดังรีสอร์ท ซึ่งต้องมาเสียเวลาและเงินลงทุนไปกับความไม่เอาไหนจากการทำงานของทั้งสองกรม ซึ่งไม่เคลียร์กันเองในเรื่องข้อกฎหมายให้ชัดเจน ก่อนที่จะชวนเอกชนไปลงทุน...ในที่สุดเอกชนต้องมารับกรรมไป...ถ้าเอกชนเขาจะฟ้องร้องเรียก“ค่าโง่รีสอร์ท”แบบ“ค่าโง่ทางด่วน”จากทางราชการที่เกี่ยวข้อง ผมก็เห็นว่าเป็นการสมควร...ส่วนกรมใดและเจ้าหน้าที่คนไหนทำให้รัฐต้องจ่าย“ค่าโง่รีสอร์ท”ก็ไปตามไล่เบี้ยกันเอาเองครับ
8. ผมเห็นว่าเอกชนรายนี้มิได้มีเจตนาที่จะบุกรุกอุทยาน ถ้ากรมธนารักษ์ไม่อนุญาตสัมปทาน และกรมธนารักษ์ก็คงจะไม่ทำสัญญาสัมปทานกับเอกชน ถ้ากรมอุทยานฯแจ้งให้กรมธนารักษ์ทราบอย่างชัดเจนแต่แรกว่าพื้นที่สัมปทานเป็นอุทยานแห่งชาติ และเมื่อปี 2540 กรมอุทยานฯคัดค้านมิให้กรมธนารักษ์ขึ้นทะเบียนที่ดิน(ที่ให้สัมปทาน)เป็นที่ราชพัสดุ และในปี 2550 กรมอุทยานฯคัดค้านการทำสัญญาสัมปทาน...แต่นี่ กรมอุทยานฯกลับปล่อยปละละเลยให้กรมธนารักษ์ทำสัญญาสัมปทานและสร้างรีสอร์ทจนเสร็จแล้ว...พอเกิดเรื่อง ทั้งสองกรมก็โยนความรับผิดชอบกันไปมา...เอกชนตายลูกเดียว ถ้าทั้งสองกรมทำงานกันแบบนี้
9. ถ้ามีการอภิปรายสาธารณะในเรื่องนี้ที่ไหน บอกผมด้วยนะครับ ผมยินดีจะไปร่วมด้วย เดี๋ยวจะหาว่าผมเก่งแต่ในโลกไซเบอร์
10. เท่าที่ผ่านมา ผมได้ทำหน้าที่ประชาชนคนหนึ่งอย่างเต็มที่แล้วและจะทำต่อไป ติดตามได้จากเว็บไซต์ข้างต้นครับ

ธนพล สาระนาค / ประธานชมรมเพื่อนมรดกโลก / โทร. 089-7410760 / 15 มิย. 52

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
hooknoi วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 23.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ดีใจที่มีเครือข่ายสิ่งแวดล้อมเกิดขึ้นมา
จะได้ช่วยกันเป็นหูเป็นตา คอยสอดส่องการบุกรุกต่างๆ

จะคอยมาติดตามความคืบหน้าครับ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 20.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี


ความคิดเห็นที่ 36 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 17.12 น.
http://www.cdthai.org/

(เพิ่มเติมความคิดเห็นที่ 32)

8. ป่าสงวนฯบางแห่ง แรกทีเดียวก็อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้กรมเดียว ต่อมามีการแบ่งพื้นที่บางส่วนไปจัดตั้งอุทยานแห่งชาติบ้าง เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าบ้าง เมื่อมีการแบ่งกรมป่าไม้ออกเป็น 2 กรม (กรมป่าไม้ + กรมอุทยานฯ) ทั้งสองกรมตกลงกันว่า "กรมป่าไม้ดูแลป่าสงวน กรมอุทยานฯดูแลอุทยานฯ+เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า" ยกตัวอย่างเช่น ป่าดงใหญ่ในปัจจุบัน มีกรมรับผิดชอบ 2 กรมดังกล่าวมาแล้ว.

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
vickie วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 15.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

เมนต์ที่ 32 .... นี่แหล่ะผลพวงของนโยบายขายชาติ แบ่งแยกกันกิน ของรัฐบาลอดีตนายกฯเร่ร่อน จากกรมเดียวที่ดูแล เลยต้องตัดแบ่งพื้นที่ ออกเป็น 2 กรม สังกัดคนละกระทรวงอีกต่างหาก
ทั้งๆ ที่งานมันทับซ้อนกัน

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
OKnature วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 13.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKnatureclub

ขอขอบพระคุณ อาจารย์ ธนพล มากครับ

สำหรับคำแนะนำที่มีประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ไบนอคสีเขียว วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 12.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Home61103

ขอบคุณครับ
ขอให้ติดตามความคืบหน้ามาเสนอต่อนะครับ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 10.02 น.
http://www.cdthai.org/

(เพิ่มเติมความเห็นที่ 31)

7. "เจ้าของเรื่อง"ในการให้เช่าพื้นที่ป่าสงวนฯทำสวนป่าในกรณีนี้คือ "กรมป่าไม้ " ... ความชัดเจนในเรื่องจะต่อสัญญาเช่าป่าสงวนเพื่อทำสวนป่าต่อไปหรือไม่นั้น อยู่ที่ "กรมป่าไม้" ... ฝากทาง "เครือข่ายฯ" ช่วยตามเรื่องไปที่กรมป่าไม้ด้วยครับ สำหรับผมเองเป็นข้าราชการบำนาญของทั้งสองกรมและเป็นรุ่นพี่ของอธิบดีกรมป่าไม้ ถ้าจะไปตามเรื่องเองก็คงจะไม่ค่อยเหมาะนัก เท่าที่ผมเคลื่อนไหวอยู่ทางเว็บไซต์ http://www.cdthai.org/ ก็น่าจะพอสมควรแก่อัตภาพแล้วครับ.

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 09.44 น.
http://www.cdthai.org/

เรียน เจ้าของ คห.28
1. พื้นที่สวนป่าในกรณีนี้ได้กันออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ตั้งแต่วันที่ประกาศเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ (ดูหลักฐานที่มุมซ้ายของแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา) สวนป่าจึงอยู่ในพื้นที่ป่าสงวนฯหรือมีสถานภาพทางกฎหมายเป็นป่าสงวนฯ
2. ถ้ากรมอุทยานฯจะผนวกสวนป่าดังกล่าวเป็นเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่ ต้องขอความเห็นชอบจากกรมป่าไม้ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมดูแลป่าสงวนฯก่อนเสนอกระทรวง ---> คณะกรรมการสัตว์ป่าแห่งชาติ ---> ครม. ---> สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ---> ประกาศพระราชกฤษฎีกา...ตามลำดับ.
3. สมัยก่อนกรมอุทยานฯกับกรมป่าไม้มิได้แยกกัน ขั้นตอนต่างๆไม่ยุ่งยาก แต่พอกรมทั้งสองแยกงานแยกพื้นที่รับผิดชอบ ขั้นตอนต่างๆจึงละเอียดอ่อนและยุ่งยากซับซ้อนมากขึ้น ต่างกรมต่างก็หวงพื้นที่กัน
4. อย่าว่าแต่การผนวกในเรื่องนี้เลยครับ กรมอุทยานฯไปทำฝายแม้วในพื้นที่ป่าสงวนฯท้องที่จ.อุดรธานี เจ้าหน้าที่กรมป่าไม้ในพื้นที่ยังแจ้งจับเจ้าหน้าที่กรมอุทยานฯข้อหาบุกรุกป่าสงวนเป็นเรื่องราวใหญ่โต
5. ท่านอธิบดีกรมอุทยานฯมีเจตนาดีและตั้งเป้าหมายจะผนวกสวนป่าเข้ากับเขตฯดงใหญ่ แต่รายละเอียดและขั้นตอนต่างๆท่านคงไม่ได้อธิบายให้คณะที่เข้าพบทราบ
6. ผมพอมีข้อมูลและรายละเอียดขั้นตอนเกี่ยวกับการผนวกอยู่บ้าง เพราะเคยทำงานทั้งด้านอุทยานและสัตว์ป่า พื้นที่นี้ก็เคยไปดูมาแล้วหนหนึ่ง จึงเรียนมาเพื่อทราบเพิ่มเติมและอาจเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจอื่นๆบ้างพอสมควร.

ด้วยความนับถือ
ธนพล สาระนาค / ประธานชมรมเพื่อนมรดกโลก / 14 มิย.52

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
ซันญ่า วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 08.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SonyaUAS
เส้นทางเดินที่...ยาวไกลในแผ่นดินอื่น  http://www.booking.com/hotel/th/comon-bungalow-haadchaophao.html_ www.comonbungalow.com www.OmoneyCenter.com/805941/G  

เมื่อใด คนในชุมชนนั้น ประเทศนั้นไม่ตื่น ไม่คิดต่อ ต้านคัดค้าน เพื่อชีวิต และ ธรรมชาติ จะเป็นเพียง ชุมชน ประเทศที ไร้คุณค่า และหมดความหมาย

.....................สิ่งที่ดีๆ มี อีก มาก ที่เราต้องช่วยกันขับเคลื่อน
........................ด้วยจิตคาราวะ จะติดตาม เรื่องราว ด้วย อย่างสมำเสมอ

.

จากฟากฟ้าตะวันตก

.

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
minmint วันที่ : 14/06/2009 เวลา : 05.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paradiso

ขอมอบโหวตคารวะการปฏิบัติพันธกิจ
อันจะเป็นประโยชนืมหาศาล
ต่อมวลมนุษย์ชาติ...

ขอขอบคุณลุงกิ๊มากค่ะที่แนะนำ HOME
ซึ่งบ้านเรายังไม่ได้ชมกันมากนัก
และยังตระหนักเพียงน้อยนิด
เมื่อคิดเทียบกับจำนวนประชากรทั้งประเทศ!!!

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
OKnature วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 19.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKnatureclub

ส่วน คห. 26

1.การประกาศครั้งแรก เป็นป่าสงวนถูกต้องครับ แต่ได้มีพระราชกฤษฎีกา ให้เป็นเขตอนุรักษ์พันธุ์สัตว์ป่า พ.ศ. ๒๕๓๙ ซึ่งอยู่ในอำนาจของกรมอุทยาน และสามารถ ผนวกได้แน่นอนครับ แต่จะช้าเร็ว หรือติดขัด อะไรบ้างคงต้องได้แต่เอาใจช่วย ถ้าจะทำเพื่อป่าจริงๆ
2. ข้อนี้อธิบดียืนยันเองว่า 8 แปลงที่หมดอายุไม่มีการต่อให้แน่นอน (แต่อีก 1 แปลง เก้าร้อยกว่าไร่จะหมดอายุปี 60 นั่นยังไม่สามารถตอบได้เพราะอาจเกษียรเสียก่อน ข้อนี้คิดเอง ครับ)
3.การผนวกนั้นเป็นนโยบายของทางกรมอุทยาน ทำได้ยากง่ายแค่ไหนคงต้องรอดูกัน แต่ก็อยากให้ทำได้ เพราะไม่อยากให้มีการบุกรุกป่าอีกต่อไป
4.ข้อผิดพลาดส่วนหนึ่งของอุทยานก็คือ ที่ผ่านมา หลังจากเอาชาวบ้านออกจากพื้นที่แล้ว ดันไปให้เอกชนเช่าปลูกไม้ยูคานั่นแหละ แทนที่จะฟื้นฟูสภาพป่า ประชนชนในพื้นที่เห็นว่าเมื่อไล่เขาออกมาแล้วไปยกให้เอกชน มันก็เลยเป็นเรื่องอย่างที่ทราบ

ยังไงก็ขอบพระคุณ สำหรับความคิดเห็นที่เป็นประโยชน์ครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
OKnature วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/OKnatureclub

ขอแสดงความเห็น ต่อ คห. 25

1.อาดังรีสอร์ทเป็นผู้รับสัมปทาน ถึงแม้สัญญาจะบอกว่าเป็นสมบัติของกระทรวงการคลัง แต่ผลประโยชน์ไม่ได้ตกอยู่กับคลังอย่างที่ควรจะเป็น
2.ที่ตำรวจไม่ฟ้อง ตามกกหมายแห่งสัญญากับที่ราชพัสดุ อาจจะถูกต้อง แต่ไม่ทั้งหมด เพราะตำรวจไม่ได้ดูกฏหมายของ อุทยานแห่งชาติ เนื่องด้วย ราชพัสดุ กับ อุทยาน มี MOU กันอยู่ดังนั้นการกระทำใดใด ในพื้นที่จึงควรต้องดูกฏหมายทั้งสองฉบับบ อย่างนี้คนส่วนใหญ่ของประเทศก็เสียผลประโยชน์
3.เห็นด้วยที่เขาจะฟ้องร้องเอาเองจาก ธนารักษ์ เพราะยังไงเขาก็เปิดทำธุรกิจอย่างนี้ในเขต อุทยานฯ ไม่ได้แน่นอน
4. สัญญามีและได้อ่านแล้วครับ เปิดดูได้จาก entry ที่ผ่านมาของ โอเเนเจอร์ ได้ครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 18.41 น.
http://www.cdthai.org/

1. สวนป่าในกรณีนี้มีสถานภาพทางกฎหมายเป็นป่าสงวนฯ อยู่ในความรับผิดชอบของกรมป่าไม้ มิใช่กรมอุทยานแห่งชาติฯ
2. ทางกรมป่าไม้อาจมีความเห็นให้เช่าต่อไปก็ได้
3. การแก้ไขปัญหาสวนป่าในกรณีนี้ มิใช่ว่าจะจบลงง่ายๆเพียงการผนวกเข้ากับเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าดงใหญ่
4. ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องรวมถึงราษฎรในพื้นที่ ควรร่วมกันแก้ไขปัญหา สำคัญที่สุดคือต้องฟังเสียงราษฎรในพื้นที่ และต้องศึกษาความเป็นมาเป็นไปว่าทางราชการเคยฝากความหวังไว้กับราษฎรว่าอย่างไร ถ้าไม่รอบคอบถี่ถ้วน หรือราษฎรมิได้มีส่วนร่วมตัดสินใจ เรื่องก็จะไม่จบ.

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ม่องไล่ วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 18.13 น.
http://www.cdthai.org/

1. บริษัทอาดังรีสอร์ทฯเป็นเพียงผู้รับจ้าง ผู้จ้างคือกรมธนารักษ์
2. ชมรมเพื่อนมรดกโลกเห็นว่าพนักงานสอบสวน(ตำรวจ)มีความเห็นไม่ฟ้องนั้น ถูกต้องและยุติธรรมแก่ผู้รับจ้างแล้ว
3. ท้ายที่สุดของกรณีนี้ หากบริษัทฯไม่ได้ประกอบกิจการรีสอร์ทตามสัญญาสัมปทาน ชมรมฯเห็นควรให้บริษัทฯฟ้องร้องเรียกว่าค่าเสียหายจากกรมธนารักษ์ต่อไป.
4. อ่านสัญญาสัมปทานได้ที่ http://www.cdthai.org/index.php?lay=show&ac=article&Id=538844945&Ntype=3

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
WorryAboutYOU วันที่ : 13/06/2009 เวลา : 07.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vision

“คปท.” แจงข้อเท็จจริง กรณีชิงแผ่นดิน อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์

สืบเนื่องจากปัญหาความขัดแย้งเรื่องการจัดสรรที่ดินเนื้อที่ทั้งสิ้น 23,746 ไร่ จำนวน 9 แปลง ในพื้นที่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ให้กับประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกิน หลังจาก สัญญาเช่าเขตป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่ อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ ซึ่งกรมป่าไม้ได้อนุญาตให้เอกชนใช้ประโยชน์ในพื้นที่ดังกล่าว นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2528 เป็นต้นมา โดยการปลูกไม้ยูคาลิปตัสเพื่อเป็นวัตถุดิบป้อนโรงงานอุตสาหกรรมเยื่อกระกระดาษ สิ้นสุดลง

เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยได้ออกแถลงการณ์ระบุถึงสถานการณ์ในพื้นที่ เพื่อชี้แจงถึงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นต่อสาธารณะชน รัฐบาลและทุกส่วนที่เกี่ยวข้องว่า หลังจากที่กลุ่มชาวบ้านซึ่งเป็นสมาชิกเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทยได้เข้าไปตรวจสอบพื้นที่หมดอายุสัญญาเช่าในเขตป่าสงวนเสื่อมโทรม (ป่าสงวนแห่งชาติดงใหญ่) บ้านลำนางรอง ต.ลำนางรอง อ.โนนดินแดง จ.บุรีรัมย์ เมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อให้รัฐบาลยกเลิกการอนุญาตให้บริษัทเอกชนเช่าพื้นที่หลังจากที่ให้ บริษัทเอกชนได้เข้าไปทำประโยชน์มาแล้วเกือบ 30 ปี และเพื่อให้นำที่ดินดังกล่าวมาจัดสรรให้กับประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกินและที่มีดินทำกินไม่เพียงพอ ในรูปแบบ “โฉนดชุมชน” ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

ภายหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของชาวบ้าน ได้มีกลุ่มเกษตรกรอีกส่วนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำนางรอง” “กลุ่มอนุรักษ์ป่าดงใหญ่ 4” และ “กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ได้เรียกร้องขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่หมดอายุสัญญาเช่า โดยยื่นรายชื่อผู้ประสงค์ขอเช่าต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวนทั้งสิ้น 3,913 ราย อีกทั้งเรียกร้องให้ราชการผลักดันกลุ่มชาวบ้านที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อพัฒนาระบบโฉนดชุมชนออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วน โดยอ้างเหตุผลว่าไม่สามารถเข้ารังวัดพื้นที่เพื่อประกอบการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินได้

ล่าสุด เมื่อวานนี้ (9 พ.ค.2552) กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์ขอเช่าจำนวนกว่า 1,000 รายได้บุกเข้าไปตัดไม้ยูคาลิปตัส เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไประงับเหตุและผลักดันให้กลุ่มต่างๆ ออกจากพื้นที่ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นว่าเกษตรกรทุกกลุ่มได้จับมือร่วมกันสู้แล้ว แม้จะมีแนวทางการต่อสู้ เป้าหมาย วิธีการ และพฤติกรรมการทำงานมีความแตกต่างกันอย่างมาก

แถลงการณ์ยังระบุถึงสถานการณ์ปัจจุบันว่า มีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง ทั้งตำรวจ ป่าไม้ ทหาร ฝ่ายปกครอง กว่า 2,500 นาย เข้าพื้นที่แล้ว

ทั้งนี้ เครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ มีความเชื่อว่าเกษตรกรกลุ่มที่ขอเช่า เป็นกลุ่มคนยากจน ไร้ที่ดินทำกินจริง และรัฐต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม ซึ่งกลุ่มเกษตรกรในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินฯ เองก็มีสถานภาพไม่ต่างจากเกษตรกรทั่วประเทศที่ตกเป็นเบี้ยล่างทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ดังนั้นจึงมีความเชื่อว่าการจัดการที่ดิน โดยใช้เงื่อนไขสิทธิของชุมชนและสังคม มาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ ภายใต้รูปแบบโฉนดชุมชน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงในการถือครองที่ดิน

กรณีพื้นที่สัญญาเช่าใน อ.โนนดินแดง เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มบริษัทที่หมดอายุสัญญาเช่ายังมีความพยายามขอเช่าพื้นที่ต่อ ดังจะเห็นได้จากการผลักดันให้องค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง ประชุมให้ความเห็นชอบในการจำแนกจัดสรรที่ดินให้บริษัทครึ่งหนึ่งของพื้นที่ ส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเป็นของเกษตรกรซึ่งมีจำนวนกว่า 10,000 ราย ( เฉลี่ยจะได้ประมาณรายละ 1 ไร่เศษ ขณะที่บริษัทรายเดียวได้ไป 16,000 ไร่ ) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวันที่ 23 เม.ย.2552

แถลงการณ์ตั้งข้อสังเกตต่อไปอีกว่า เป็นไปได้หรือไม่ที่จะมีแกนนำเกษตรกรบางกลุ่ม บางคน ทำตัวเป็นนอมินี ตัวแทน และนายหน้าของบริษัทเอกชนเหล่านี้ เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์มหาศาลจากไม้ซึ่งบริษัทปลูกไว้ที่ยังมีเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งขออนุญาตใช้ประโยชน์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะหากรัฐบาลดำเนินนโยบายโฉนดชุมชน จะนำมาสู่การสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมาก นอกจากนี้ประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาทำให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่ในท้องที่บางคนได้อานิสงค์จากการขอเช่าที่ของเอกชน ทำให้มีพื้นที่บางแปลงที่เอกชนได้ปลูกสร้างสวนป่าเกินพื้นที่สัญญาเช่าจำนวนมาก

“ถึงที่สุดแล้ว หากเกษตรกรไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างแท้จริง ผืนแผ่นดินอำเภอโนนดินแดง ย่อมตกอยู่ในมือนายทุนดังเช่นที่แล้วมาอย่างแน่นอน และในวันนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มที่นั่งอยู่บนภู ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และคอยตักตวงเอาผลประโยชน์หลังลมฝนสงบลงคือ นายทุนนั่นเอง” แถลงการณ์ระบุ



แถลงการณ์เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย ฉบับที่ 3
“ข้อเท็จจริงกรณีพื้นที่สัญญาเช่า อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์”

สืบเนื่องจากการเข้าตรวจสอบพื้นที่หมดอายุสัญญาเช่าของกลุ่มชาวบ้านในนาม “เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย” พื้นที่บ้านลำนางรอง ตำบลลำนางรอง อำเภอโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2552 เป็นต้นมา นั้น

เจตนารมณ์ของกลุ่มชาวบ้านดังกล่าวข้างต้น เป็นไปเพื่อให้รัฐบาลยกเลิกการอนุญาตให้เอกชนเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่แห่งนี้ โดยมีพื้นที่กว่า 23,746 ไร่ ภายหลังจากที่ได้อนุญาตตั้งแต่ปี พ.ศ. 2525 เป็นต้นมา จนหมดอายุลงในวันที่ 5 พฤษภาคม 2552 จากนั้น ให้นำพื้นที่ดังกล่าวมาดำเนินการจัดสรรให้กับประชาชนที่ไร้ที่ดินทำกิน และที่ดินทำกินไม่เพียงพอในรูปแบบ โฉนดชุมชน ตามที่รัฐบาลได้แถลงนโยบายต่อรัฐสภา

อย่างไรก็ตาม ภายหลังการเข้าตรวจสอบพื้นที่ของชาวบ้าน ได้มีกลุ่มเกษตรกรอีกส่วนหนึ่งที่เรียกตัวเองว่า “กลุ่มอนุรักษ์ลุ่มน้ำลำนางรอง” กลุ่มอนุรักษ์ป่าดงใหญ่ 4” และ “กลุ่มผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ได้เรียกร้องขออนุญาตใช้ประโยชน์ในพื้นที่ที่หมดอายุสัญญาเช่า โดยยื่นรายชื่อผู้ประสงค์ขอเช่าต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดบุรีรัมย์ จำนวนทั้งสิ้น 3,913 ราย อีกทั้ง เรียกร้องให้ราชการผลักดันกลุ่มชาวบ้านที่เข้าตรวจสอบพื้นที่เพื่อพัฒนาระบบโฉนดชุมชนออกจากพื้นที่โดยเร่งด่วน โดยอ้างเหตุผลว่าไม่สามารถเข้ารังวัดพื้นที่เพื่อประกอบการขออนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินได้ จนกระทั่งวันที่ 9 มิถุนายน 2552 กลุ่มเกษตรกรที่ประสงค์ขอเช่า จำนวนกว่า 1,000 ราย ได้บุกเข้าตัดไม้ยูคาลิปตัส ทั้งนี้ เพื่อสร้างเงื่อนไขให้เจ้าหน้าที่รัฐเข้าระงับเหตุหรือผลักดันกลุ่มต่างๆออกจากพื้นที่ต่อไป โดยปัจจุบันมีเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลัง ทั้งตำรวจ ป่าไม้ ทหาร ฝ่ายปกครอง กว่า 2,500 นาย เข้าพื้นที่แล้ว

ข้อเท็จจริงดังกล่าว เป็นที่น่าสังเกตอย่างยิ่งว่า เหตุใดกลุ่มเกษตรกรที่ขอเช่าจึงมีความพยายามที่จะผลักดันกลุ่มปฏิรูปที่ดินออกจากพื้นที่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกัน ก่อนช่วงที่เข้าบุกตัดไม้ในวันที่ 9 มิถุนายน 2552 แกนนำกลุ่มได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนท้องถิ่นว่าเกษตรกรทุกกลุ่มได้จับมือร่วมกันต่อสู้แล้ว ทั้งที่ความเป็นจริง แนวทางการต่อสู้มีความแตกต่างทั้งในเชิงเป้าหมาย วิธีการ และพฤติกรรมการทำงานอย่างสำคัญ

เช่นนี้แล้ว พวกเราในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย จึงขออธิบายและตั้งข้อสังเกตต่อข้อเท็จจริงให้สื่อมวลชน รัฐบาล หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง และสาธารณชนได้รับรู้ เข้าใจถึงผู้กำกับที่อยู่เบื้องหลังฉากการแสดงให้ปรากฏชัดเจน ดังนี้

1. เรามีความเชื่อว่าเกษตรกรกลุ่มที่ขอเช่า เป็นกลุ่มคนยากจน ไร้ที่ดินทำกินจริง และรัฐต้องพิจารณาแก้ไขปัญหาให้กับทุกกลุ่มอย่างเป็นธรรม

2. พวกเรากลุ่มเกษตรกรในนามเครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย มีสถานภาพไม่ต่างจากเกษตรกรทั่วประเทศที่ตกเป็นเบี้ยล่างทางเศรษฐกิจแบบทุนนิยม ดังนั้น พวกเราจึงมีความเชื่อว่าการจัดการที่ดิน โดยใช้เงื่อนไขสิทธิของชุมชนและสังคม มาเป็นเครื่องมือในการบริหารจัดการ ภายใต้รูปแบบโฉนดชุมชน จะเป็นหลักประกันความมั่นคงในการถือครองที่ดิน ซึ่งแตกต่างจากแนวทางการเช่า ที่สักวันหนึ่งที่ดินอาจตกไปอยู่ในมือนายทุนอุตสาหกรรมการเกษตร ดังเช่นที่เรามีบทเรียนมาโดยตลอด

3. ในกรณีพื้นที่สัญญาเช่าอำเภอโนนดินแดง เป็นที่น่าสังเกตว่า กลุ่มบริษัทที่หมดอายุสัญญาเช่ายังมีความพยายามขอเช่าพื้นที่ต่อ ดังจะเห็นได้จากการผลักดันให้องค์การบริหารส่วนตำบลลำนางรอง ประชุมให้ความเห็นชอบในการจำแนกจัดสรรที่ดินให้บริษัทเช่าร้อยละ 50 ของพื้นที่ ที่เหลืออีกร้อยละ 50 เป็นของเกษตรกรซึ่งมีจำนวนกว่า 10,000 ราย ( เฉลี่ยจะได้ประมาณรายละ 1 ไร่เศษ ขณะที่บริษัทรายเดียวได้ไป 16,000 ไร่ ) โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบในวันที่ 23 เมษายน 2552 อีกทั้ง ไม้ที่บริษัทปลูกไว้ยังมีเหลืออยู่เป็นจำนวนมาก มูลค่ามหาศาล

4. เป็นไปได้หรือไม่ว่า มีแกนนำเกษตรกรบางกลุ่ม บางคน ทำตัวเป็นนอมินี ตัวแทน และนายหน้าของบริษัทเอกชนเหล่านี้ เพื่อพิทักษ์ผลประโยชน์มหาศาลดังที่กล่าวแล้ว ซึ่งมีความจำเป็นต้องเร่งขออนุญาตใช้ประโยชน์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ หาไม่แล้ว หากรัฐบาลดำเนินนโยบายโฉนดชุมชน จะนำมาสู่การสูญเสียผลประโยชน์จำนวนมาก

5. นอกจากนี้ ยังมีเจ้าหน้าที่ในท้องที่บางคน ที่ทำตัวเลือกปฏิบัติ เห็นแก่อามิสสินจ้าง และประวัติศาสตร์ได้ยืนยันอย่างแน่ชัดว่า เขาเหล่านี้ได้อานิสงค์จากการขอเช่าที่ของเอกชนอย่างมาก ทำให้มีพื้นที่บางแปลงที่เอกชนได้ปลูกสร้างสวนป่าเกินพื้นที่สัญญาเช่าจำนวนมาก

6. ถึงที่สุดแล้ว หากเกษตรกรไม่สามารถรวมตัวกันได้อย่างแท้จริง ผืนแผ่นดินอำเภอโนนดินแดง ย่อมตกอยู่ในมือนายทุนดังเช่นที่แล้วมาอย่างแน่นอน และในวันนี้ก็เป็นที่ชัดเจนแล้วว่ากลุ่มที่นั่งอยู่บนภู ลอยตัวอยู่เหนือปัญหา และคอยตักตวงเอาผลประโยชน์หลังลมฝนสงบลงคือ นายทุนนั่นเอง

พวกเรา เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย มีความปรารถนาอย่างยิ่งที่จะเห็นการรวมตัวกันของเกษตรกร ชาวนา ชาวไร่ผู้ถูกกระทำมาโดยตลอด ให้มีความเป็นปึกแผ่นมั่นคง หากแต่ในสถานการณ์เช่นนี้ เราขอเรียนต่อสื่อสารมวลชน หน่วยงานราชการ รัฐบาล และสาธารณชน พิจารณาแยกแยะกลุ่มฝ่ายต่างๆ ให้แน่ชัด ทั้งนี้ เพื่อดำเนินมาตรการแก้ไขปัญหาที่ถูกต้อง ถูกวิธี และนำความผาสุกมาสู่เกษตรกรอย่างแท้จริง รวมทั้งช่วยกันเปิดโปงโฉมหน้ากลุ่มคนบางส่วนที่หากินบนซากปรักหักพังของเกษตรกร

สมานฉันท์
เครือข่ายปฏิรูปที่ดินแห่งประเทศไทย
9 มิถุนายน 2552

ที่มา : http://www.prachatai.com/journal/2009/06/24615

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
ChaiManU วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 23.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ดร.เกษมสันต์ ได้ให้ข้อมูลว่า ได้ทราบรายงานจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่แล้วว่ามีชาวบ้านรวมตัวกันเพื่อขอใหทางรัฐจัดสรรที่ดินทำกินให้ หลังจากหมดอายุสัมปทานแล้ว แต่ทางกรมอุทยานฯไม่สามารถทำได้ เนื่องจากต้องการให้พื้นที่ป่า กลับสู่สภาพเดิมซึ่งทำได้สองแนวทางคือปลูกเพิ่ม และ ปล่อยให้ธรรมชาติฟื้นตัวเอง
และจะไม่มีการต่ออายุสัญญาให้กับเอกชนรายใดอีก


ไม่มีการต่ออายุสัญญาให้กับเอกชนหรือว่าเอกชนเขาไม่สนใจจะต่อสัญญาเพราะว่าได้ปลูกยูคา จนดินเสื่อมไปไร้ประโยชน์แล้ว กันแน่ครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
อังศนา วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 19.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam

โอ้โฮ.. ถ้าป่าช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ถึง ๕๐ % นี่
การรณรงค์ให้รักษ์ป่าควรจะทำให้มากกว่าการรณรงค์ลดโลกร้อนอื่นๆ นะคะ
แต่ก็น่าจะทำยากกว่าเพื่อนเพราะมันมีผลประโยชน์มาเกี่ยวข้องมากมายหลายระดับ ..เฮ้ออ!


..เมื่อคืนโหลดหนัง Home ที่ลุงกิ๊ส่งมาลงมาเก็บไว้ในเครื่อง
หนังยาวชั่วโมงครึ่ง ใช้เวลาโหลตนานร่วมสามชั่วโมง แต่คุ้มค่า เพราะสวยมาก กินใจมากกก
ตอนหนึ่งเขาบอกว่ามนุษย์เป็นสิ่งมีชีวิตที่มีอายุเพียงสองแสนปี แต่กลับกอบโกยอรรถประโยชน์
จากสรรพสิ่งที่โลกได้รังสรรค์มาเป็นเวลาสี่พันล้านปีอย่างไม่มีสัตว์โลกสปีซี่ไหนทำได้มาก่อนเลย

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
WorryAboutYOU วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 18.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vision

ในบางมุมมอง การทำงานของข้าราชการกับนักการเมืองดูเหมือนจะแข็งขืนกัน แต่เมื่อผลประโยชน์ลงตัว ประชาชนเป็นผู้นั่งน้ำตาปริบๆ ความซับซ้อนของเงื่อนไขทางสังคมไม่สามารถตอบปัญหาเรื่องของวันนี้ได้ชัดเจน สิ่งสำคัญคือ การแสดงออกซึ่งเจตนาบริสุทธิ์ที่มีต่อสังคม ทุกครั้งที่เราตะโกนออกไปเพื่อถามความข้องใจต่างๆ สิ่งที่ได้กลับมา มันครึ่งๆ กลางๆ ตอบแบบบัวไม่ให้ช้ำน้ำไม่ให้ขุ่น ไม่ได้ไม่เสีย ไม่เจ็บตัว เราก็ต้องมาดูกันต่อไป หรือไม่ก็ต้องมากระทุ้งถามไปเรื่อยๆ จนกว่าความโลภมันจะหายไป และเมื่อถึงเวลานั้นมันอาลจะสายไปเหมือนบางเรื่องที่ผ่านมา

การจับตาดูเรื่องสิ่งแวดล้อมในบ้านเรามาถึงเวลานี้อาจจสายไปสักหน่อย เพราะสิ่งที่มันเกิดขึ้นไม่ได้ปลูกฝังมาในรุ่นก่อนๆ มากนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มผู้มีอำนาจ ผู้มีอิทธิพล ก็ยังคงไว้ซึ่งการไร้จิตสำนึกอยู่ทุกวันนี้ แต่ก็เป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ให้สังคมรับรู้ถึงสรรพสิ่งรอบข้างที่มีผลกระทบโดยรวมมากขึ้น และนับวัน ผลกระทบต่างๆ ก็ขยับเข้ามาใกล้ตัวเรามากขึ้น

การเคลื่อนไหวต่างๆ อาจจะราบรื่นติดขัดไปบ้าง แต่ก็ได้กำลังใจอยู่ไม่น้อย และหากได้ร่วมแรงร่วมใจกัน เอาจริงจังกับเรื่องที่เกิดขึ้นผลพวงวันนี้อาจน้อยนิด แต่เมื่อสะสมมันจะเป็นผลพวงที่ลงรากปักฐานอย่างมั่นคง ชนทุกรุ่นจะได้ทัทรัพยาการไว้ใช้ร่วมกันอย่างไม่มีวันหมด

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
vickie วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 16.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

ดร.เกษมสันต์ จิณณวาโส อธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช เคยพูดไว้ สมัยเป็นเลขาธิการ สำนักงานนโยบายและแผน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม(สผ.)
"ป่าสำคัญในการจะช่วยดูดซับก๊าซเรือนกระจกลงดิน ประเทศไทย ต้องจับตาเรื่อง การบุกรุก พื้นที่ป่า หากลดการตัดไม้ทำลายป่าลง จะช่วยให้การปล่อยก๊าซเรือนกระจกลดลงได้ 50%"

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
vickie วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 15.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vickie
       เด็ดดอกไม้  สะเทือนถึงดวงดาว      http://www.oknation.net/blog/vickie1

เยี่ยมคร๊าบบบ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
redribbons07 วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 13.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


ติดตามข่าวค่ะ


ความคิดเห็นที่ 17 (0)
เอกภาพ วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 11.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/akapap
เดินทาง บันทึก ตกผลึก และแบ่งปัน

ขอให้จิตใจและจิตสำนึกของมนุษย์นั้นสูงขึ้นโดยไว
ให้ทันกับการเสื่อมสะลาย และการทำลายล้างของธรรมชาติด้วยเถิด...
หากแม้นเราหยุดความเสื่อมอันเป็นอนิจจังไม่ได้
ก็ขอถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุดครับ...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่หมี วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 11.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

จะติดตามเรื่องราวค่ะ
นั่นซีคะ มนุษย์อย่างเราๆจะไปกวนอะไรโลกนักหนา เท่าที่เป็นอยู่เราก็ทำร้ายโลกกันอย่างสาหัสอยู่แล้ว

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
feng_shui วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 06.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อิ อิ ยุทธการพันตา


เจ๋ง

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ไทบ้าน วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 06.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thaibaan
อีสานมั่นคง เมืองไทยมั่นคง OKnature 

ขอบคุณสำหรับกิจกรรมสร้างสรรค์ ร้อนๆครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
phenuz วันที่ : 12/06/2009 เวลา : 01.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/zealand

สนับสนุนกิจกรรม หากมีเรื่องราวใดให้ช่วยเผยแพร่ส่งมาได้ที่ ngosthailand@gmail.com จากทีมงาน www.ngosthailand.com

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
wansuk วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

Home ทั้งภาพ และเนื้อหาสื่อได้ชัดเจนมากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 22.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

เป็นบทความที่วิเคราะห์วิจารณ์ได้เฉียบคมมาก...สนับสนุนครับ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
wansuk วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

รุกกรณีป่าดงใหญ่

ติดตามเกาะอาดัง

สองปัญหาใหญ่ เพียงได้เริ่มจุดประกาย ให้ได้คิด ได้ทบทวนกันบ้าง ก็สำเร็จไปกว่าครึ่งแล้วค่ะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
tengpong วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 22.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

ขอแนะนำให้ดูลิ้งค์ท้ายเอนทรี่นะครับ
สวยงาม มีสาระ และน่าสนใจมากจริงๆ

คนรักธรรมชาติ ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Toitoi วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 20.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Toitoi

เชียร์

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ดูทีท่าว่าเอกชนอาดังฯจะใหญ่กว่า เจ้าของพื้นที่อุทยานนะครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
อังศนา วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 19.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/angsana
เฉลียงหลัง : http://www.oknation.net/blog/uam


เครือข่ายฯ เปิดแนวรุกได้รวดเร็วน่าชมเชยค่ะ
ยื่นหนังสือให้ รมว แต่ถูกโบ้ยให้ตามเรื่องกับอธิบดี
ก็ติดตามเรื่องจากอธิบดรมาได้รวดเร็วทันใจ ..เยี่ยมจริงๆ ค่ะ!

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูแดง วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-โหวตให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
BlueHill วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 17.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

เรื่องเอกชนรุกที่เกาะอาดัง อันเป็นพื้นที่อุทยานแห่งชาตินั้น ได้ยินจากปากของท่านอธิบดีกรมอุทยานฯ ว่า หากอัยการไม่สั่งฟ้องเอกชนฐานบุกรุกเขตอุทยาน จะดำเนินการฟ้องร้องเอาผิดกับกรมธนารักษ์และผู้เกี่ยวข้องอื่น ๆ

ขอให้พูดจริง ทำจริง เถอะครับท่าน กรณีอาดังจะได้ไม่เป็นตัวอย่างเลว ๆ ให้เอกชนรายอื่นรุกที่อุทยานแห่งชาติทั่งประเทศ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 16.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

ว้าว! เยี่ยมไปเลยค่ะ ..

คำถามนี้มีคำตอบมาให้แระ ..

จะตามผลความคืบหน้าอย่างต่อเนื่อง นะคะ ..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
kasung วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gasung

เห็นดีด้วย ขอพื้นที่ป่ากลับคืนเถิด แค่ปล่อยช่วงเวาลให้เอกชนหาผลประโยชน์ไปก็นานแล้ว ขอป่าพื้นคืนชีวิตสักคราเถิด
โอเค เนเจอร์ต้องการข้อมูลเรื่องป่าตะวันตกที่มีเอกชนวางท่อใช้น้ำจากต้นน้ำเพียงผู้เดียวแวะมาคุยกันครับ มีภาพที่เป้นวีดีโออยู่มากพอสร้างประเด็น ซึ่งผมเองยังไม่มีเวลาตัดต่อครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

เจิม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน