*/
  • OKnature
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oknatureclub@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 291058
  • จำนวนผู้โหวต : 195
  • ส่ง msg :
  • โหวต 195 คน
<< ธันวาคม 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 14 ธันวาคม 2553
Posted by OKnature , ผู้อ่าน : 6359 , 21:45:55 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 9 คน กระเจี๊ยบ , สุวิริโย และอีก 7 คนโหวตเรื่องนี้




ถือเป็นโอกาสอันดีที่การเดินทางไปอุทยานแห่งชาติภูกระดึงของสมาชิก OKnature ภายใต้ทริป "ภูกระดึง เดินเองได้ ไม่เอากระเช้า " เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน 2553 ได้สัมภาษณ์ คุณรณภพ คัชมาตย์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เกี่ยวกับระเบียบใหม่ ๆ ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง กลางดึกวันที่ 27 พฤศจิกายน

     คุณรณภพเพิ่งเข้ามารับตำแหน่งได้เพียงไม่กี่เดือน แต่ได้ประกาศใช้ระเบียบและกฎข้อบังคับหลายเรื่อง ๆ เช่น การรวมศูนย์จุดของพื้นที่กางเตนท์และจุดซื้อบัตร การต่ออายุสัมปทานร้านค้า การห้ามนำแก๊สกระป๋องขึ้นภูกระดึง การเปิดร้านค้าสวัสดิการของเจ้าหน้าที่ และ การเพิ่มค่าธรรมเนียมเข้าป่าปิด ฯลฯ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักท่องเที่ยวทั้งถูกใจและไม่ถูกใจ จนเป็นประเด็นที่มีการตั้งข้อสงสัยและข้อสังเกตุกัน ณ เวลานี้ถึงความเหมาะสมของกฎระเบียบใหม่ของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง

     ตบท้ายด้วยการยิงคำถามยอดฮิต เกี่ยวกับแนวคิดสร้างกระเช้าไฟฟ้าขึ้นภูกระดึง !!!

     ติดตามได้โดนพลัน...



คลิกฟังบทสัมภาษณ์สั้น ๆ ก่อนอ่านเรื่องยาว ๆ


.............. ...............

@OKnature : มีแนวคิดอย่างไรเรื่องรวมศูนย์การบริการของอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เช่น การย้ายจุดจองพื้นที่กางเต้นท์และจุดซื้อบัตรเข้าอุทยาน มารวมไว้ในจุดเดียวกัน

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ที่ปรับใหม่ เพราะไม่ต้องการให้อุทยานฯเสียผลประโยชน์ เรื่องนี้ คนที่เสียประโยชน์ คือ กลุ่มทัวร์ ที่เวลาซื้อพื้นที่กางเต้นท์ มา 100 คน พื้นที่กางเต้นท์กับบัตรขึ้นอยู่คนละจุด ทำให้มีการซื้อพื้นที่กางเต้นท์ 20 คน ๆละ 60 บาท เซฟไปได้แล้ว 80 คน เป็นเงินเท่าไหร่ ซึ่งตรงนี้ทางอช.ตรวจสอบไม่ได้เลย แล้วก็ไปซื้อบัตรขึ้น 100 คน ขึ้นมากางเต้นท์ทัวร์เข้ากระเป๋า 80 คนฟรี

@OKnature : มีบริษัททัวร์ที่มาทำแบบนี้เยอะไหม


หัวหน้าอช.ภูกระดึง :
ภูกระดึง เป็นการท่องเที่ยวแบบลักษณะทัวร์หรือโรงเรียนจัด ลักษณะทัวร์แบบนี้ จะเอาเต้นท์มาเองหมด แล้วเวลาซื้อพื้นที่กางเต้นท์ ซึ่งแต่เดิมพื้นที่กางเตนท์อยู่คนละจุดกับบัตรขึ้น ก็คือพื้นที่กางเต้นท์อยู่ตรงที่เดิมคือตรงที่ทำร้านค้าสวัสดิการนั่นแหละ แต่บัตรขึ้นไปอยู่อีกจุดหนึ่ง เวลามา 100 คน มาบ่อย เก๋าแหละ มา 100 คน ก็ซื้อพื้นที่กางเต้นท์ 20 คน มีเต้นท์ 20 หลัง แล้วก็ไปซื้อบัตร 100 คน ตรงนี้รัฐเสียประโยชน์

@OKnature : เมื่อนำมารวมอยู่ในพื้นที่เดียวกัน จะแก้ปัญหาได้หรือ

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : จะโกงกันไม่ได้ เพราะหากซื้อพื้นที่กางเต้นท์ 20 คน เจ้าหน้าที่ก็จ่ายให้ 20 ใบ แต่อีก 80 คนขึ้นไม่ได้ เพราะไม่ได้ซื้อพื้นที่กางเต้นท์ ตรงนี้เป็นการปกป้องผลประโยชน์ของรัฐ พื้นที่กางเต้นท์ 1 คน ก็ต้องได้บัตร 1 ใบ สำหรับภูกระดึงที่ผ่านมาแล้ว รัฐเสียผลประโยชน์ไปมหาศาล แต่ละปี มีนักท่องเที่ยวขึ้นภูกระดึง 50,000-60,000 คน แต่ยอดพื้นที่กางเต้นท์ไม่ถึง น้อยกว่ากันมาก ที่เอามารวมไว้ที่เดียวกัน อาจจะล่าช้าไปบ้าง ติดขัดไปบ้าง แต่รัฐไม่เสียผลประโยชน์

@OKnature : แล้วช่วงวันหยุดยาว 5 ธันวาฯที่ผ่านมา จะเตรียมการรับนักท่องเที่ยวอย่างไร

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : เรามีโต๊ะเตรียมไว้เลย บ้านพักโต๊ะหนึ่ง เอาเต้นท์มาเองโต๊ะหนึ่ง จองเต้นท์ของอุทยานฯโต๊ะหนึ่ง คราวนี้จะแบ่งประเภท ทำให้การเข้าออกมันจะเร็วขึ้น มันแออัดตรงตัวไหน ก็เพิ่มโต๊ะเข้าไปเป็น 2 ตัว- 3 ตัว เพราะเจ้าหน้าที่ของเราพออยู่ แต่เรื่องนี้ เราบริหารได้ เราดูที่จำนวนนักท่องเที่ยว

     แต่วันที่ 13 พ.ย. ต้องขอโทษจริง ผมยอมรับผิด ไม่นึกว่านักท่องเที่ยวจะมากันเยอะขนาดนั้น เพราะยังเป็นช่วงน้ำท่วมอยู่ ผมเองก็เพิ่งมารับตำแหน่งหัวหน้าอุทยานคนใหม่ ตอนปิดภูกระดึงนี่เอง





@OKnature : หลักเกณฑ์การต่ออายุสัมปทานร้านค้าของอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเป็นอย่างไร

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ทุกคนได้ต่อสัญญาเหมือนกันหมด ถ้าคุณไม่ผิดสัญญาในตอนท้ายของใบอนุญาต ตัวอย่างเช่น ร้านค้านำขยะลงไม่ถึง 50 กิโลกรัม คือ ในท้ายสัญญาจะระบุว่า ทุกร้านในอุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานฯแห่งอื่น ผมไม่รู้นะ แต่ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึง ก็คือ กรมฯมีนโยบายให้ทุกร้านค้าต้องนำขยะบนภูกระดึงลงไปด้านล่าง 50 กิโลกรัมต่อปี เพื่อลดปริมาณขยะ ถือเป็นระเบียบ ...แค่ 50 กิโลกรัม หากปฏิบัติตามไม่ได้ ก็ไม่น่าให้ทำแล้ว

@OKnature : หัวหน้าฯจะเป็นแทงเรื่องไปว่า ร้านนี้ไม่ได้ทำตามระเบียบใช่ไหม

@หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ถูก ๆ เพราะผมเป็นคนตรวจ และอธิบดีจะเป็นคนพิจารณาเองว่าจะอนุญาตหรือไม่ แต่ถึงผมจะแทงเรื่องลงไป ก็ไม่ได้หมายความว่าาอธิบดีฯจะไม่อนุญาตให้เขานะ อาจจะแทงมาว่าให้ว่ากล่าวตักเตือนแล้วก็ให้อนุญาตไปก็ได้... ผมไม่ได้มีอำนาจขนาดนั้น เพราะคนเซนต์คืออธิบดีฯ

@OKnature : มีการต่อสัญญาช้าจริงหรือไม่

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : สัญญามันช้าทุกทีครับ เพราะท่านอธิบดีเป็นคนต่อทั้งประเทศครับ ท่านเซ็นคนเดียว

@OKnature : หมายความว่า แต่ละอุทยานแห่งชาติ ต้องมาขออนุญาตขายของ

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ถูกต้องครับ ท่านอธิบดีจะเป็นคนเซ็นคนเดียว

@OKnature : ช่วงรอยต่อที่หัวหน้าฯเข้ามารับตำแหน่ง มีร้านค้าไหนไม่ได้ต่อสัญญาไหม และในอดีตเคยมีตัวอย่างเรื่องนี้ไหม

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ไม่มี ร้านค้าเดิมได้ต่อสัญญาเหมือนกันทุกร้าน แต่ปีนี้ ผมเฮี้ยบนะ ถ้าขนขยะลงไม่ถึง 50 กิโลกรัมต่อปี ผมไม่ต่อสัญญาให้นะ ผมดูสัญญาเป็นหลัก อย่าเบี้ยวนะ เพราะขยะบนภูกระดึงเยอะมาก

@OKnature : แต่ถ้ามันช้าเหมือนกันทุกปี คงไม่มีคนบ่น

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : เรื่องนี้มันอยู่ที่อุทยานแห่งชาติภูกระดึงได้ส่งสัญญาไปวันไหน วันนั้นก็ถือว่ามีผลเริ่มนับแล้ว เหมือนเวลาแสตมป์ไบรษณีย์ มันจะช้าแค่ไหนอยู่ที่ขั้นตอนการดำเนินการแล้วละ




@OKnature : จริง ๆ แล้วขยะบนภูกระดึงมันมีมากน้อยแค่ไหน ซีเรียสขนาดไหน

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ภูกระดึง มีนักท่องเที่ยวประมาณปีละ 60,000 คน จากผลการวิจัยพบว่า นักท่องเที่ยวคนหนึ่งจะใช้ทั้งขยะเปียก ขยะแห้ง รวมกันต่อทริปคืนสองคืนประมาณ 1.5 กิโลกรัม ลองเอา 60,000 คูณกับ 1.5 ก็ได้ตัวเลขกลม ๆ 90,000 กิโลกกรัมต่อปี ที่ผ่านมา การขนขยะลงจากภูกระดึง มี 3 ช่องทาง

     1. คือสัญญาแนบท้ายที่รัฐบังคับให้ร้านค้าขนขยะบนภูกระดึงลงไป 50 กิโลกรัมต่อปี

     2. โครงการมัดจำบรรจุภัณฑ์ที่นำมาใช้ ถ้าไม่มัดจำ เรายึดเงินน่ะ เพื่อจะเอามาจ้างลูกหาบขนขยะลงมา

     3. นักท่องเที่ยว ที่ขนขยะของตนเองหรือคนอื่นลงมา เราก็ตอบแทนน้ำใจด้วยการมอบใบประกาศษนียบัตรอาสาสมัครพิทักษ์ภูดึงให้

@OKnature : ที่ผ่านมา มีร้านค้าไม่ยอมขนขยะภูกระดึงลงข้างล่างไหม

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : มีขนบ้าง ไม่ขนบ้าง ไม่ขนเลยก็มี ตอนขนขยะลง ร้านค้าต้องไปชั่งน้ำหนักขยะกับเจ้าหน้าที่เพื่อลงทะเบียนว่า ขนลงไปกี่กิโลกรัมแล้ว ร้านค้าบางร้าน ก็ขนขยะลงไปเองเพื่อไม่ต้องเสียเงินจ้างลูกหาบ บางร้านก็จ้างลูกหาบขนลงไป เรื่องนี้ มีการลงบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรไว้ แต่ก่อนหน้านี้ ไม่ได้เข้มงวดเท่าไหร่

@OKnature : มีแนวคิดแก้ปัญหาขยะที่สะสมไว้บนภูกระดึงอย่างไร เพราะมีกองขยะขนาดใหญ่อยู่ถึง 2 กอง

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : กองขยะบนภูกระดึงสะสมมาถึง 49 ปีแล้ว ที่ผ่านมาขยะทุกชนิดฝังกลบบนภูกระดึงอย่างเดียว แต่ปีนี้ผมมีโครงการให้ขยะบนภูกระดึงเป็นศูนย์ โดย 1. ใช้ 3 ช่องทางในการแก้ปัญหาขยะสะสมดังที่บอกไว้แล้ว ระเบียบที่กำหนดให้ร้านค้าขนขยะลง โครงการมัดจำบรรจุภัณฑ์ และโครงการอาสาสมัครพิทักษ์ภูกระดึง ใน 3 ช่องทางนี้ จะมีขยะที่นำไปรีไซเคิลได้หรือขายได้อีก

      ในส่วนที่ขายไม่ได้ก็ให้เทศบาลดูแลไป ในส่วนที่ขายได้ ก็จะนำมาเป็นกองทุน เพื่อในช่วงเวลาปิดภู 4 เดือน เงินส่วนนี้จะนำไปจ้างลูกหาบ เฉพาะที่ขนขยะลงครบ 50 กิโลกรัมแล้ว หรือเวลาเดินลงไปที่เรียกว่า ตีตั๋วเปล่า กิโลที่ 51 ภูกระดึงจะจ่ายเงินให้ลูกหาบ โดยใช้เงินจากกองทุนจากการขายขยะดังกล่าว

     เงินกองทุนจากการขายขยะ ก็ไม่ทำให้รวยหรอกครับ เราขอให้ขยะที่ลูกหาบนำลงมาคิดในอัตรากิโลกรัมละ 5 บาท ถือว่าช่วยอุทยานฯ อย่าให้มีขยะอยู่เลย ซึ่งลูกหาบก็ยินดีที่จะช่วยเหลือ เพราะไม่อยากให้ภูกระดึงสกปรก และนักท่องเทียวไม่มาเที่ยว ทั้งยังเป็นการเสริมรายได้ให้ลูกหาบด้วย ดีกว่าเดินลงมาตัวเปล่า ในกองทุนขยะนี้ มีเจ้าหน้าที่อช.เป็นคนดูแล และมีประธานร้านค้ากับประธานลูกหาบเข้ามาอยู่ในกองทุนด้วย ขายขยะได้เท่าไหร่ มีบัญชีชัดเจน





@OKnature : กองทุนขายขยะนี้ เริ่มดำเนินการหรือยัง

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : เริ่มมีผลแล้ว อช.ภูกระดึงยังพยายามลดเรื่องขวดแก้ว ขวดแก้วเป็นอะไรที่หนักมาก และไม่มีราคา ในปีนี้จึงเริ่มมีโครงการมัดจำบรรจุภัณฑ์ ใครที่เหล้าขึ้นมากิน โซดาขึ้นมากิน เรามัดจำขวดละ 30 บาท เราไม่มีความต้องการอยากได้เงินของนักท่องเที่ยว แค่อยากให้คุณนำกลับลงไปแล้วก็มาเอาเงินคืนไป แต่ถ้ามัดจำถูก คุณทิ้งข้างบนแน่นอน

@OKnature : มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างไรบ้าง


หัวหน้าอช.ภูกระดึง :
จะมีสติ๊กเกอร์ติดที่ขวด ถ้าเหล้าขวดไหนไม่มีสติกเกอร์แสดงว่าไม่ได้ผ่านการมัดจำบรรุภัณฑ์ เราปรับเลย 100 บาท

@OKnature : เราไม่เห็นการตรวจสอบเลย

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : มีครับ มีเจ้าหน้าที่เดินตรวจทุกวัน ตามร้านค้าและตามเต้นท์ ในวงเหล้าเฮฮา เจ้าหน้าที่จะเข้าไปขอดูเลยครับ

     ในปีนี้ ขยะที่ไม่สามารถขนลงไปได้ เช่น เศษพลาสติกเบาที่ไม่สามารถรวบรวมได้ เป็นขยะประเภทที่ปริมาณเยอะแต่นำหนักน้อย ลูกหาบก็ขนลงไปลำบาก ทางอช.ภูกระดึงจึงร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏเลย ทำเตาพลังงานความร้อนสูงในการเผาขยะข้างบน เราทำแล้ว แต่ยังไม่เอามาติดตั้งเท่านั้นเอง อยู่ระหว่างการดำเนินการ

@OKnature : แล้วมีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไหม

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ไม่มีผลครับ เพราะโลกเป็นระบบเปิด เผาที่ไหนมีค่าเท่ากัน เอาขยะไปเผาที่ภูกระดึงกับเผาข้างล่างมีค่าเท่ากัน เพราะอากาศแผ่หากันหมด เรามีจุดเผาที่ไม่รบกวนนักท่องเที่ยว และพลังงานความร้อนสูงแค่ 1000 องศา เผาแค่กระดาษ เราเผาตามหลักวิชาการ และมีอาจารย์ระดับดร.มาช่วย

@OKnature : สินค้าของร้านค้าบนภูกระดึงมีการควบคุมราคาหรือไม่

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : เรามีสาธารณสุขมาตรวจอาหารของร้านค้าทุกเดือน ถ้าหมูคุณเขียวแล้ว ขายไม่ได้นะ ต้องทิ้งเลย ร้านค้าซื้อหมูมา 1 กิโลก ใช่ว่าจะโชคดีขายหมด ผักเหลือง-ผักเหี่ยว ก็ต้องทิ้ง ต้นทุนราคาอาหารข้างบนมันถึงได้สูง แต่ราคาขนาดนี้ ถูกกว่าขายในห้างอีก ผมว่ายุติธรรมดีแล้ว

     นอกจากนั้น ร้านค้ายังขายได้เฉพาะ 4 เดือนช่วงนี้ หลังจากนั้นอีก 4 เดือน ก่อนปิดภูกระดึง นักท่องเที่ยวน้อยมาก ร้านค้าต้องมีอาหารขายทุกร้าน เพราะกลัวนักท่องเที่ยวไม่มีกิน นี่เป็นจิตสำนึกของร้านค้าบนภูกระดึง ขึ้นมาภูกระดึงเมื่อไหร่ ก็จะเห็นร้านค้าอยู่ครบหมด เพราะฉะนั้น ต้นทุนในการใช้จ่ายเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวจึงสูงมาก

     น้ำแข็งก้อนใหญ่ ๆ หาบไปส่งที่ผาหล่มสัก ราคาน้ำแข็งทั้ง 2 ก้อนนั้นสูงถึง 1,500 บาท แต่ต้องสั่งมาเพื่อแช่หมูไม่ให้เน่า ก็เห็นใจร้านค้าอยู่ ทงางอช.ภูกระดึงจึงปรับราคาให้เพิ่มอีก 5 บาทสำหรับราคาอาหาร 1 จาน

     อีกอย่างเรามีการควบคุมเรื่องสาธารณสุขบนภูกระดึง จะเห็นว่า ไม่มีคนท้องเสียเลย ก่อนหน้านะ หามลงครับ

@OKnature : นักท่องเที่ยวบ่นเรื่องระเบียบใหม่ที่ห้ามนำกระป๋องแก๊สขึ้นไปบนภูกระดึงกันมาก

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : เรื่องห้ามนำแก๊สกระป๋องขึ้นมาทำอาหารบนภูกระดึงนั่นเป็นประเด็นรอง หลัก ๆ คือ เป็นเรื่องของความปลอดภัย เพราะเมื่อเร็วๆ นี้เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้เต้นท์เพราะแก๊สกระป๋อง ดีที่ไม่มีนักท่องเที่ยวเสียชีวิต ทางอช.ภูกระดึงไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นอีก นอกจากนั้น การทำอาหารหน้าเต้นท์ เคยมีนักท่องเที่ยวต่างศาสนามาร้องเรียนกับผมว่า คนที่ผัดกระเพราะหมูหน้าเตนท์ ไม่ให้เกียรตินักท่องเที่ยวที่นับถือศาสนาอื่น ๆ เลย เป็นสิทธิของเขาเหมือนกันสำหรับเรื่องนี้

     ในการขึ้นมาทำอาหารบนภูกระดึง ในเมื่อไม่มีโซนทำอาหาร เราก็ต้องให้เกียรตินักท่องเที่ยวอื่น ๆ ด้วย เมื่อก่อน ก็เคยมีโซนทำอาหารนะครับ แต่ปรากฎว่า ขยะก็อยู่ในโซนนั้นแหละ บางคนก็ยึดครัว ไม่ให้คนอื่นใช้เลย บริษัททัวร์ที่มากันกลุ่มใหญ่ ๆ 100-200 คน ไม่มีแก๊สกระป๋องปรุงอาหาร ก็คงจะเกี่ยวกับการขาดทุนกำไร

@OKnature : เป็นการลิดรอนสิทธิของนักท่องเที่ยวอีกกลุ่มหรือเปล่า

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : อย่าลืมว่า วุฒิภาวะของแต่ละคนไม่เท่ากัน ระเบียบจะใช้กับคนบางคนไม่ได้ ต้องใช้กับส่วนรวม อย่างนักท่องเที่ยวที่อยากนำแก๊สกระป๋องขึ้นมาต้มกาแฟหรือต้มมาม่าปกติร้านค้าเขาให้น้ำร้อนฟรีอยู่แล้ว เตาถ่านหรือแก๊สปิกนิคก็ไม่อนุญาตให้นำขึ้นมา ส่วนร้านค้าที่ใช้แก๊สกระป๋องจะเห็นว่า จะใช้เฉพาะโซนร้านค้าเท่านั้น นำออกมาใช้ด้านนอกไม่ได้ ทั้งร้านค้าก็รับปากว่า จะเป็นผู้ขนแก๊สกระป๋องลงไปเอง ไม่เกี่ยวกับสัญญาแนบท้ายเรื่องขยะ 50 กิโลกรัมต่อปี




@OKnature : เรื่องการปรับราคาค่าเช่าอุปกรณ์เครื่องนอนจาก 20 บาท เป็น 50 บาท เพิ่มขึ้น 30 บาท มีคนตั้งข้อสังเกตุว่า เงินเข้าอุทยานฯหรือเปล่า มองเรื่องนี้อย่างไร

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ราคาค่าเช่า 50 บาท ถือเป็นราคามาตรฐาน อช.น้ำหนาวก็ 50 บาท เหตุผลที่ขึ้นราคาก็เพื่อให้กิจการนี้ดำเนินอยู่ได้ ค่าซักผ้านวมผืนใหญ่ปกติราคา 30 บาท บนภูกระดึง วันนี้นักท่องเที่ยว 1000 คน ก็ต้องจ้างลูกจ้างมาซักผ้าห่มทั้งหมด แต่วันพรุ่งนี้ มีนักท่องเที่ยว 10 คน ลูกจ้างของอช.ไม่ได้ลดนะครับ รายจ่ายตรงนี้มันจะต้อง Fix Cost อยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะมีนักท่องเที่ยว หมื่นคน ร้อยคน สิบคน ที่ผ่านมามันก็แค่ประคองตัวอยู่ ไม่สามารถดูแลเจ้าหน้าที่ได้ ถ้าในแง่การค้า ไม่ทำดีกว่า ทำทำไมขาดทุน

@OKnature : กรณีที่มีคนออกมาวิจารณ์ระเบียบใหม่ที่ออกโดยหัวหน้าในเว็บไซต์แห่งหนึ่ง

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : คงเป็นคนที่เสียประโยชน์จากหลายเรื่องที่ทำผม กลุ่มหลักก็คือ คนที่สูญเสียประโยชน์การตั้งร้านค้าสวัสดิการและการทำอาหาร และจากผลประโยชน์ที่นักท่องเที่ยวหน้าใหม่ถูกหลอกว่าให้ซื้อน้ำ-ซื้ออาหารขึ้นมาบนภูกระดึง เพราะโดนป้อนข้อมูลผิด ๆ ว่า บนภูกระดึงไม่มีอะไรขาย

@OKnature : กรณีเปิดป่าปิดตั้งแต่ต้นหน้าหนาว เดิมเก็บค่าเข้าจากนักท่องเที่ยว 90 บาทต่อคนหรือแล้วก็คิดค่าเจ้าหน้าที่ 200-400 บาทต่อคนสำหรับกลุ่ม 10 คนขึ้นๆไป แต่ปัจจุบันคิดคนละ 200 บาทต่อคน

หัวหน้าอช.ภูกระดึง : จริง ๆ แล้วเหตุผลที่เปิดป่าปิดตั้งแต่หน้าหนาว ต้องการกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวมาเที่ยวภูกระดึงในช่วงโลว์ซีซั่น เพื่อให้ร้านค้าและลูกหาบมีรายได้ เมื่อก่อนเปิดเดือนเมษายน บอกตรง ๆ ว่า ไม่มีอะไรให้ดูหรอกครับ น้ำในน้ำตกไม่มี ใบเมเปิ้ลก็ไม่แดง เดินเสียเหงื่อกันเปล่า ๆ เพราะความงามของป่าปิดนั้นอยู่ในช่วงฤดูหนาว

     ทั้งนี้ ก่อนจะมาปิด อช.ภูกระดึงเคยเปิดให้เข้าป่าปิดมาก่อนในช่วงพฤศจิกาซึ่งเป็นช่วงที่ใบเมเปิ้ลแดง เพิ่งจะมาปิดสัก 10 ปีก่อนมานี้เอง แล้วมาเปิดเมษายน-พฤษภาคม

     เรื่องการปรับเงินค่าเข้าป่าปิดเป็น 200 บาท ต้องมีใบเสร็จเพื่อเข้าหลวง และแบ่งเป็นเงินรายได้ของอุทยานฯ 50 บาท อีก 150 บาทเป็นค่าตอบแทนของเจ้าหน้าที่นำทาง และค่าตอบแทนให้กับเจ้าหน้าที่ที่จะต้องทำงานแทนเพื่อนที่นำนักท่องเที่ยวเข้าป่าปิด และมีการอธิบายให้นักท่องเที่ยวให้ทราบว่าเงิน 150 บาท เป็นเงินสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่นำทาง Ok ไหม ถ้าไม่โอเคก็ไม่บังคับกันนะ

@OKnature : ก่อนหน้านี้ เคยชี้แจงให้นักท่องเที่ยวทราบไหม


หัวหน้าอช.ภูกระดึง ตอนแรกไม่ได้ชี้แจง แต่ผมให้ชี้แจงแล้วตอนนี้



@OKnature : ทราบข่าวมาว่า หัวหน้าฯเพิ่งเปิดร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯ ตั้งขึ้นมาเพื่อแข่งขันทางธุรกิจกับร้านค้าของชาวบ้านหรือไม่


หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ภูกระดึงเป็นอุทยานที่ตั้งร้านค้าสวัสดิการของตนเองเป็นอุทยานฯสุดท้ายในประเทศไทย เปิดมา 49 ปี ปีนี้เป็นปีแรกที่มีร้านค้าสวัสดิการของอุทยานฯเอง

     เรื่องนี้ ผมผิดด้วยหรือ ??

     เจ้าหน้าที่ ลูกจ้าง หรือข้าราชการทุกคนมีหุ้นส่วนในร้านค้าสวัสดิการนี้หมด มีการทำบัญชี มีกรรมการชัดเจน ผลประโยชน์ตรงนี้เพื่อเจ้าหน้าที่ โดยเจ้าหน้าที่ และทำโดยเจ้าหน้าที่ ซึ่งลูกจ้างรายวันของเรา กินเงินเดือน ๆ ละ 5000 บาท ถ้าแพงกว่านี้ คงไม่สามารถจ้างคนได้เยอะ เงินเดือนประมาณ 5000 บาท แค่มีเงินซื้อข้าวกินไปวัน ๆ ที่เหลือก็ให้เมียเป็นค่ากินอยู่ ให้ลูกเป็นค่าเทอมบ้าง

@OKnature : ทำไมก่อนหน้านี้ไม่มีร้านค้าสวัสดิการให้เจ้าหน้าที่


หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ผมไม่ทราบ มันเป็นนโยบายของหัวหน้าแต่ละคน แต่สมัยผม ผมแคร์ลูกน้อง

     เจ้าหน้าที่ทุกคนทำงานด้วยใจ เงินแค่นี้ไม่ทำให้เจ้าหน้าที่รวยหรอกครับ ร้านค้าของเราขายแค่น้ำดื่ม อาหารไม่มี รายได้ตกเดือนละหมื่นกว่าบาท ทั้งปีก็คงแสนกว่าบาท ทั้งปีซื้อ-ขายกันได้แค่ 8 เดือน พอหมดฤดูกาลท่องเที่ยว คนก็เข้ามาเที่ยวในภูกระดึงน้อยมาก จริง ๆแล้วก็ขายได้เฉพาะช่วง 4 เดือนนี้ที่เป็นฤดูท่องเที่ยวนี้ หลังจากนั้น มีนักท่องเที่ยวมาเฉลี่ยเดือนละไม่เกิน 200 คน บางเดือนมีหลัก 10 คน ด้วยซ้ำ

     ลูกน้องผมมีทั้งหมด 170 คน หารเฉลี่ยได้คนละกี่ตังค์ มันไม่รวยหรอก เราช่วยเขาได้เท่าไหร่ เราก็ต้องทำในฐานะหัวหน้าอุทยานฯ

     นักท่องเที่ยวที่มาภูกระดึงปีละประมาณ 50,000-60,000 คน มีค่าใช้จ่ายเฉลี่ยต่อหัวทั้งจ้างลูกหาบ ซื้อของกิน ซื้อของที่ระลึก ตกหัวละ 1,000 บาท ปีหนึ่ง ๆ รวมค่าใช้จ่ายของนักท่องเที่ยว 60 ล้านบาท ร้านค้าสวัสดิการของอช. มีส่วนแบ่ง 100,000 บาทต่อปี ถือว่าเยอะไหม ถือว่าผมแย่งเขาหรือ ทำให้ร้านค้าจนไหม

@ OKnature : ถึงตอนนี้ แผนการก่อสร้างกระเช้าไฟฟ้าบนภูกระดึงไปถึงไหนแล้ว


หัวหน้าอช.ภูกระดึง : ยังไม่ไปถึงไหน ยังเป็นแค่แนวคิด เรื่องนี้แล้วแต่ผู้ใหญ่ทางกรมอุทยานแห่งชาติฯ จะว่าอย่างไร เพราะผมเป็นแค่ผู้ปฏิบัติตาม แต่ส่วนรวมแล้ว เชื่อ หากแก้ปัญหาขยะบนภูกระดึงลงไปได้ ก็ลดความต้องการเรื่องที่จะมีกระเช้าไปได้

     ผมไม่เป็นห่วงเรื่องการสร้างกระเช้าไฟฟ้า เพราะใช้พื้นที่ในการสร้างฐานไม่มาก แต่เป็นห่วงผลกระทบหลังจากมีกระเช้าไฟฟ้ามากกว่า เพราะจะมีสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ติดตามมา !!!



...ฟังคำตอบสำหรับข้อซักถามต่าง ๆ ของหัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึงคนใหม่แล้ว

เคลียร์หรือไม่เคลียร์ขัอสงสัยในแต่ละประเด็น

ระเบียบใหม่ ใครได้-ใครเสีย

ผลประโยชน์ตกอยู่กับใคร ส่วนตัวหรือส่วนรวม !!!



ก็ใช้เหตุและผลพิจารณากันเองนะครับ...


อย่างไรก็ตาม ต้ิองขอขอบคุณหัวหน้ารณภพ ที่สละเวลาอันมีค่ามาให้สมาชิก OKnature สัมภาษณ์นานถึง 3 ชั่วโมงเต็ม...






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
หน่อผุด วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

เพิ่งทราบจากคุณแม่ขมิ้นว่ามีเรื่องส่วยอุทยานฯด้วย แย่จังเนอะ
จะมีหน่วยงานไหนปลอดส่วยบ้างไหมนี่ ประเทศไทย
........
เห็นด้วยกับหัวหน้าอุทยานฯเรื่องกองทุนขยะค่ะ

แต่เรื่องภาชนะแก้ว เคยทราบมาว่าห้ามนักท่องเที่ยวนำภาชนะแก้วขึ้นไป
แต่อ่านบทสัมภาษณ์ท่านเมื่อวานนี้ ว่านำขึ้นไปได้แต่ต้องมัดจำบรรจุภัณฑ์ 30 บาท
ดิฉันว่า 30 บาทราคาถูกกว่าน้ำขวดใหญ่อีกค่ะ เป็นไปได้ว่าเขายอมจ่าย แล้วทิ้งเป็นภาระให้ทางอุทยานฯ
อีกอย่าง ดิฉันไม่เห็นการตรวจเลยค่ะ คืนที่ไปพัก วัยรุ่นเคาะขวดร้องเพลงกันครึกครื้น
เช้าอีกวัน มีคนเหยียบแก้วบาดเท้า เดินลงไม่ได้ ต้องจ้างเสรี่ยงหามลงภูไป
ขณะที่เห็นหลายคน แก้ปัญหาโดยถ่ายสุราลงในขวด(แกลลอนเลยล่ะ)พลาสติกแทน

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
พฤจิกา วันที่ : 16/12/2010 เวลา : 09.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."

ผมไม่เป็นห่วงเรื่องการสร้างกระเช้าไฟฟ้า เพราะใช้พื้นที่ในการสร้างฐานไม่มาก แต่เป็นห่วงผลกระทบหลังจากมีกระเช้าไฟฟ้ามากกว่า เพราะจะมีสาธารณูปโภค ระบบขนส่ง และสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ ติดตามมา !!!

...
...
...


เห็นด้วยมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
feng_shui วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 20.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ภูกระดึง ยังไงๆ ก็ไม่จำเป็นต้องมีกระเช้า อย่างที่ หน อช.ว่าค่ะ..เป็นห่วงผลกระทบหลังจากมีกระเช้าไฟฟ้ามากกว่า

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 12.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ขออภัยเขียนผิดมากมาย คงพออ่านรู้เรื่องน่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
ภาษาหลากสี วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pasalarksee
นิดนรี

ที่นั่งฟังนี่ชอบเรื่องการกำจัดขยะให้เป็นศูนย์ของหัวหน้ามากเลยค่ะ
อีกทั้งการจัดการขยะเปียกในร้านค้า ยังมีเครื่องดักไขมันของร้านค้า มาทำเป็นพลังงาน ขยะเปียกมาทำเป็นจุนลินทรีย์ทางเกษตร และน้ำยาล้างห้องน้พ น้ำมันจากการทอดมาทำไบโอดีเซล
แต่ยังไม่ค่อยดีตรงให้ร้านค้าปั่นไฟเอง ซึ่งน่าจะสิ้นเปลืองพลังงานกว่า หากส่วนกลางจัดการ แล้วขายไฟฟ้าให้ร้านค้าในราคาต้นทุน น่าจะดีกว่า แต่ที่ผ่านมาส่วนกลางจัดเก็บน้อยเกินไป ทำให้เหมือนรัฐต้องจ่ายให้ร้านค้าไป

ส่วนในเรื่องกระเช้า เห็นเหมือนหลายๆคนน่ะ คือ ตรงส่วนที่จะตามมาหลังการมีกระเช้ามากกว่า อยากให้ภูกระดึงรักษาสภาพธรรมชาติเดิมไว้ เพราะที่ผ่านมาหลายสิบปี ภูกระดึง ก็ไม่เปลี่ยนไปมากนัก หากมีกระเช้าไฟฟ้า คนจะต้องมีถนน มีรถ มีโรงแรม และอะไรอีกมากมาย

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
hayyana วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

เพิ่งกลับมาอ่านคห.๘
ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็แย่

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Surakant วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 11.55 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก


ทำอะไรแล้ว เป็นการอนุรักษ์ ธรรมชาติ มากขึ้น ทำเถิด

ทำอะไรแล้ว ประเทศชาติ สังคมโดยรวม ได้ประโยชน์ ทำเถิด


ความคิดเห็นที่ 22 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 11.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

OKNATURE..

มีชิ้นงานระดับชาติ ทีเดียวนะคะ

ผลงานชิ้นนี้ไม่ธรรมดาเลยนะ

โซเชียล เน็ตเวอร์ค ..อย่างโอเค

คุณภาพคับแก้วทีเดียว

..

ชื่นชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
เหยียบดินมองฟ้า วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 10.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bottomup
The best thing cannot be seen or even touched.

สวัสดีครับ จขบ.

เห็น คห.8 แม่ขมิ้น แล้วชัดเจนดีครับ
ตามนั้นแหล่ะ แม้ไม่มีใบเสร็จ แต่เป็นอันรู้กัน

รายได้จากการจัดหาเพิ่มเติมนี่ไม่เท่าไหร่นะครับ
เพราะหลายหน่วยงานไม่มีความสามารถในการหารายได้
(ไม่ได้หมายถึงกรมอุทยานฯ อย่างเดียวนะครับ)

แต่เขาเล่นกันตรงวงเงินงบประมาณแต่ละปีที่ได้อนุมัติ
สมมติเอาต่ำๆ เลย ได้ปีนี้มา 13 ล้าน อาจจะตีเป็นโครงการลาดตระเวนที่ต้องซื้อน้ำมันเติมเยอะๆ สัก 7 ล้าน ทำจริงสัก 2 ล้าน เหลือ 5 ล้านส่งนาย ..

เงินภาษีของคนทำมาหากินทั้งนั้นครับ
กว่าจะได้มาแต่ละบาทแต่ละสตางค์

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
มัชฌิมาปกร วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 10.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kintaro
kintaro2- ภาพ kintaro3- กลอน >คมความคิด ชีวิตมีสุข หนังสือเล่มแรกของผม


http://www.oknation.net/blog/kintaro/2010/12/15/entry-1

ขอบคุณครับ ผมก็นั่งฟังบ้าง ระวังทากไปบ้าง....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
hayyana วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 09.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hayyana
You are what you is  !   

"มีโครงการให้ขยะบนภูกระดึงเป็นศูนย์"
ที่อื่นน่าจะเอาไปเป็นตัวอย่าง น่าจะเป็นนโยบายระดับประเทศนะเนี่ย

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ส.บุญยืน วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Boonyoon
ข่าวกินแล้วดี เติบโตเร็ว

สวัสดีครับ
เป็นประเด็นที่น่าสนใจครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 09.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขึ้นภูกระดึงครั้งแรก ก็แสนประทับใจค่ะ ได้ทั้งความสนุกสนาน ความสุข และยังได้ความรู้จากท่านหัวหน้าอช.อีก
และแถมยังได้แรงบันดาลใจที่อยากจะมีร่างกายแข็งแรง ไว้ปีนภูครั้งต่อไปด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
แม่หมี วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 09.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มีคนอยู่ที่ไหน ขยะก็อยู่ที่นั่น ถ้ามีวิธีจัดการดีๆมีกฎข้อบังคับและการทำตามกฎกติกาอย่างจริงจัง ก็สำเร็จได้

มันอยู่ที่สามัญสำนึกด้วยค่ะ รักธรรมชาติรักป่า อะไรที่ทำให้ความงดงามน้อยลง อะไรที่จะทำร้ายธรรมชาติ ก็ระมัดระวังกันให้มากขึ้น

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
ผีเสื้อพเนจร วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 08.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ontheway
บอกเล่าเรื่องราวผ่านภาพถ่าย http://www.oknation.net/blog/vagrant

ค่อยๆ อ่านแต่ละข้อ อย่างช้าๆ คิดตามไปด้วย
ตอนแรกก็สงสัยเรื่องแก้สกระป๋องเหมือนกัน พออ่านดู
Ok เข้าใจแล้ว ซึ่งก็เป็นเหตุผลที่ดี

ผมว่าปัญหา ใหญ่อีกเรื่องของภูกระดึง ก็คือเรื่องขยะ อย่างที่หัวหน้าว่านะครับ ถ้าลดขยะได้ หรือไม่มีเลยก็จะดีมากๆ เคยได้ยินว่า เหตุผลข้อนึง ของการจะสร้างกระเช้าก็คือ จะช่วยนำขยะลงมากับกระเช้า ...

ไม่กี่วันนี้ผมเพิ่งได้คุยกับ คนเดินทางคนหนึ่งครับ เขาบอกว่า จะสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึงมันก็สร้างได้ ตัดต้นไม้ให้น้อยที่สุดซิ ดูอย่างเมืองนอก เขายังทำได้เลย แต่สิ่งที่เขากลัวไม่ใช่กระเช้าครับ แต่เป็น ผลกระทบ ที่มีพร้อมกระเช้าต่างหาก นั่นคือก็ รถยนต์รับส่ง(บนภูไปตามจุดต่างๆ เดินขึ้นภูไม่ไหว คิดว่าจะเดินเที่ยวบนภูเองได้เหรอ) รีสอร์ท ขยะ และนักท่องเที่ยวที่ไร้จิตสำนัก

ยอมรับว่า นั่นคือ สิ่งที่ผมเองก็กังวลที่สุด

แต่ส่วนตัว ยืนยันครับว่า ไม่เห็นด้วยกับการสร้างกระเช้า ครับ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
redribbons07 วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 08.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

เห็นด้วยกับกองทุนขยะ และควรมีระเบียบและกฎเกณฑ์ ที่

เข้มงวดเพื่อให้ได้ผลจริงจัง

ค่ามัดจำ 30 บาท ถูกไปค่ะ เก็บไปเลยขวดละ 100 บาท

ค่ะ คนจะทิ้งจะไค้ดิดหนักหน่อย

ขอบคุณนะคะ




ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ครูแดง วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 07.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-อืม....ฟังได้แต่ภาพไม่มีค่ะ
-มีภาพ หน.อช.ไหมคะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
มะอึก วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 06.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

หัวหน้าฯตอบคำถามได้ชัดเจนมาก ๆ ....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
สิริปตี วันที่ : 15/12/2010 เวลา : 00.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

เสียงชัดค่ะ
ส่วนภาพช่วยทำให้บรรยากาศของความมืด คืนนั้น กิ๊วกิ๊ว รู้นะ พี่นอนกะคราย อิอิ มืดซะมองม่ายเห็น ชมย เผลอ หลับ พับไป หุหุ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
BlueHill วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

-ความคิดเห็นที่ 8 แม่ขมิ้น
พอจะทราบเหมือนกันครับ
เขาเรียกว่า ส่วยอุทยานฯ คล้าย ๆ กับส่วยทางหลวง ใช่ไหมครับ






ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 23.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

มาตรการใหม่อื่น ๆ ผมรับได้นะ

ไม่ใช่แค่รับได้ แต่เห็นด้วย หากว่าผลประโยชน์จะตกแก่ธรรมชาติบนภูกระดึง ทำให้ภูกระดึงสวยงามขึ้นโดยมีขยะน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย

เรื่องข้อห้ามเอาแก๊สกระป๋องขึ้นภูกระดึง
แรก ๆ ก็ไม่เข้าใจ จะห้ามไปทำไม แต่พอฟังหัวหน้าอุทยานฯอธิบายถึงข้อเสีย 2 ข้อก็เข้าใจ ทั้งอุบัติเหตุเิพลิงไหม้และปัญขยะ

นึกเสียว่า ทำเพื่อส่วนรวมก็แล้วกันครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่ขมิ้น วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wildlifer

หน่วยงานของกรมอุทยานฯ ส่วนใหญ่มักฝากชะตาไว้กับหัวหน้า ได้หัวหน้าดี มีจิตสำนึก มีความรู้ก็ดีไป ได้ประเภทหาประโยชน์เข้าตัว ขายวิชาชีพตัวเอง วิสัยทัศน์ต่ำ ไร้จิตสำนึก ไม่เข้าใจขาดความรู้ในงานของตัวเอง ก็เป็นโชคร้ายของพื้นที่และสร้างความเสียหายได้เยอะ หัวหน้าคนเก่าทำไว้ดีใช่ว่าคนใหม่จะสานต่อสิ่งดีๆ ไม่มีพันธะสัญญาใดๆ ทั้งสิ้น พื้นที่ป่าของบ้านเราจะดูแลดีไม่ดีก็ขึ้นกับดวงล้วนๆ ทราบไหมค่ะว่า หัวหน้าอุทยานฯ แต่ละเดือนต้องส่ง % เดือนละเท่าไร เค้ามีผ่อนส่งด้วยนะค่ะ คิดเป็นเงินต่อหน่วยต่อเดือน ที่ไม่ดังก็หมื่นกว่าบาทต่อหน่วยพิทักษ์ฯ ต่อเดือน ถ้าดังๆ ก็อัพขึ้นอีกเยอะ ก่อนได้เป็นหัวหน้าฯ ก็ต้องประมูลก่อนด้วยนะค่ะ ระบบของกรมฯ มันเละเทะหมดแล้ว คนดี คนทำงานไปทำงานนั่งโต๊ะตามสำนักงานโน่น ปล่อยให้นักสู้เปอร์เซ็นต์เค้าเป็นหัวหน้าไป ให้คิดเล่นๆ นะคะ เอาเงินไปวิ่งไปรักษาเก้าอี้นี่ คิดว่าจะหาเงินจากไหนล่ะค่ะ (แต่ก็คงมีคนดีๆ อยู่บ้างล่ะค่ะ) ยังไงก็ฝากความหวังไว้กับอธิบดีคนใหม่กับรองอธิบดีคนใหม่ ช่วยจัดระเบียบสังคมป่าไม้ใหม่ทีก่อนที่จะล่มจมไปมากกว่านี้ ตามพระราชดำรัสในหลวง "ให้คนดีปกครองคนไม่ดี"
ขอโทษทีค่ะซีเรียสไปหน่อย

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
BlueHill วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

OK ฟังได้แล้วครับวันศุกร์

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นักข่าวอิสระ วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/news2

แด๋วแอบไปกะเขาบ้างดีกว่าเรา หุหุ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
wansuk วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

บางเรื่องอยู่ระหว่างลองผิดลองถูก คงต้องให้โอกาสทางอุทยานได้ทำงานแล้วปรับไปเรื่อยๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
โรงเรียนพิมลวิทย์ วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimonwit

ธรรมชาติคือความงามที่แท้จริง

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
wansuk วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wansuk

วันศุกร์ก็ฟังไม่ได้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
BlueHill วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คลิปเีสียงเปิดฟังได้ไหมครับอาจารย์หน่อง

ผมเปิดจากเน็ตที่บ้าน แล้วมันหมุนติ้ว ๆๆ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สิริปตี วันที่ : 14/12/2010 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

นั่งฟังกันจนดึก
ได้กลิ่นไอ ความอบอุ่นภูกระดึงเลยค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน