*/
  • OKnature
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : oknatureclub@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-11-06
  • จำนวนเรื่อง : 88
  • จำนวนผู้ชม : 290772
  • จำนวนผู้โหวต : 195
  • ส่ง msg :
  • โหวต 195 คน
<< กุมภาพันธ์ 2015 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558
Posted by OKnature , ผู้อ่าน : 1604 , 11:35:54 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

...สิ่งที่เรามองอันหนึ่ง ก็คือว่าการท่องเที่ยวจริงๆเนี่ยะนะครับ ซึ่งจริงๆเราไม่ได้ใช้คำว่าท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ เราใช้คำว่า ท่องเที่ยวเชิงผจญภัย เพราะขึ้นไปก็ทำลายกันไปเรื่อยเปื่อย...”

ดร.ทวีวงศ์ ศรีบุรี 
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

....”ผมเคยเดินขึ้นๆ สมัยเด็กๆ ขึ้นบ่อย ขึ้นหลายครั้ง ทางที่เดินขึ้นมันเริ่มขยายเพราะอะไร มันเริ่มทำลายสิ่งแวดล้อมสองข้างทางตลอด ทิ้งขยะ ตลอดทาง....”
นายประเสริฐ กมลวัทนนิศา

ผู้จัดการสำนักงานพื้นที่พิเศษ เลย(อพท๕) 

....”คนภูกระดึง เรามีอาชีพทำการเกษตร มีหนี้สินมากมายเพิ่มขึ้น อันนี้เป็นมาหลายชั่วอายุคนแล้ว เราก็ต้องการกระเช้าภูกระดึง เพื่อให้การท่องเที่ยวดีขึ้น

นายพงษ์สันต์ ด่านพงษ์
ตัวแทนผู้สนับสนุนการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง

....นี่เป็นเส่วนหนึ่ง ที่แสดงออกผ่านสื่อมวลชน ของนักวิชาการ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ ที่ได้จากการทำวิจัยด้วยงบประมาณ ๒๐ ล้าน บาท  งานวิจัยที่ถูกกล่าวหาว่า หมกเม็ด งานวิจัยมือสอง งานถ่ายสำเนาตัดแปะ

.....การกล่าวหานี้ อาจจะดูรุนแรง แต่หากใครได้มีโอกาสได้อ่านงานวิจัยที่ใช้เป็นข้อมูลสนับสนุนการสร้างกระเช้าขึ้นภูกระดึง และรู้จักพื้นที่บนภูกระดึงเป็นอย่างดี จะทราบว่า นี่เป็นข้อมูลที่ไม่สามารถเรียกได้ว่าเป็นงานวิจัย เพราะข้อมูลหลายส่วนแทบจะหาความจริงไม่ได้ โดยเฉพาะข้อมูลที่เกี่ยวกับ ผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ ของป่าและสัตว์ป่าทั้งหมดของภูกระดึง, การบริหารจัดการบนภูกระดึงหลังจากมีกระเช้า  และผลกระทบต่อ ชีวิตความเป็นอยู่ของลูกหาบ และร้านค้า ซึ่งจะมีผลต่อเนื่องไปถึง ชุมชนโดยรอบภูกระดึง   

.....สิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักไว้เป็นอย่างแรกคือ ภูกระดึง  อุทยานแห่งชาติ  เป็นสถานที่สำหรับ งานวิจัย, รักษาป่า และการสันทนาการ ตามหลักการสำคัญ ๓ ข้อ ของกรมอุทยาน ดังนั้นไม่ใช่แต่เพียงอุทยานแห่งชาติภูกระดึงเท่าน้้น แต่อุทยานแห่งชาติทุกแห่ง ไม่ใช่ต้นทุนทางธุรกิจท่องเที่ยว  แต่ประชาชน สามารถเข้าไปพักผ่อนหย่อนใจได้ ตามหลักเกณฑ์ ที่กำหนดเท่านั้น

 

...ภูกระดึง เป็นป่าดิบเขาที่มีลักษณะเฉพาะตัว ป่าและสัตว์ป่าไม่สามารถขยายพันธ์ ข้ามไปพื้นที่อื่นได้ เพราะชุมชน ได้ปิดล้อมภูกระดึงไว้ และป่าดิบเขาเช่นนี้ ทั้งโลก มีเพียงแค่ 3 % ซึ่งภูกระดึง เป็นหนึ่งในนั้น  จึงควรจัดให้เป็นพื้นที่เปราะบางต่อการถูกทำลายมากกว่า  การอ้างว่ากระเช้าสามารถนำนักท่องเที่ยวขึ้นไปได้วันละ ๔ พันคน แล้วจะควบคุมดูแลอยอ่างไร ในเมื่อนักท่องเที่ยวที่มีอยู่ยังดูแลไม่ทั่วถึง  และคำถามที่ไม่เคยได้รับคำตอบอย่างชัดเจนก็คือ
๑. เดินขึ้นไปไม่ได้ แล้วจะเดินเที่ยวอย่างไร? เพราะการเที่ยวชม จะต้องเดินวันละไม่ต่ำว่า ๒๐ กิโลเมตร
๒.เมื่อสร้างกระเช้าแล้ว จะต้องสร้างถนนอีกนับสิบกิโล เพื่อตอบสนองความต้องการของนักท่องเที่ยวหรือไม่?

๓.อ้างว่า จะมีกระเช้า ไว้ขนขยะ แต่ทำไมต้องลงทุนถึง ๖ ร้อยกว่าล้านเพื่อขนขยะ ทั้งๆที่ปัญหาขยะในทุกอุทยานฯ สามารถบริหารจัดการได้ด้วย ระเบียบและกฏเกณฑ์ของกรมอุทยานที่มีอยู่ เพียงแค่เจ้าหน้าที่ ไม่หย่อนหยาน ก็สามรรถทำได้แล้ว มิหนำซ้ำ ลูกหาบ ก็ยังช่วยขนลงมาถึงคนละ ๕๐ กิโลกรัมต่อปี และบริเวณร้านค้าตามรายทางที่กำหนดไว้จำนวน ๕ ซำนั้น ก็ไม่ปรากฏว่ามีขยะ ที่เป็นปัญหาแต่อย่างใด หนำซ้ำในรายงานสนับสนุนการสร้าง ยังบอกไว้ว่า จะใช้พื้นที่ ๓๐ ไร่ เพื่อกลบฝัง
๔.หากการกล่าวอ้างว่า เส้นทางการเดินขึ้นภูกระดึง เป็นการรบกวนสัตว์ป่า ก็คงจะต้องปิดเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ในทุกอุทยานเช่นกัน หรือไม่?
๕.ถ้ามีกระเช้าภูกระดึง เกิดขึ้น อุทยานแห่งชาติที่อื่นๆ จะเอาไปเป็นแบบอย่างอีกหรือไม่?
...ทั้ง ๕ ข้อนี้ ยังเป็นปัญหาที่ไม่ได้ถูกระบุไว้ในผลงานสนับสนุการสร้างกระเช้า เพียงแต่กล่าวอ้างถึงเศรษฐกิจว่าจะดีขึ้น แต่ไม่สามารถตอบได้ว่า เศณษฐกิจใครจะดีขึ้น? นายทุน หรือชาวบ้าน?

..สิ่งสำคัญที่สุดอีกอย่างหนึ่ง ที่หมกเม็ดในงานสนับสนุนการสร้างกระเช้าก็คือ ลูกหาบ และร้านค้า  ที่บอกว่า จะมีงานเพิ่ม มีรายได้เพิ่ม แต่ไม่สามารถลงรายละเอียดได้เลยสักอย่างว่า จะได้งานอย่างไร รายได้จะเท่าเดิมหรือไม่
..”ลูกหาบ” ที่ขึ้นทะเบียนล่าสุด มีประมาณ ๓๑๕ คน รายได้ต่อการแบกสัมภาระครั้ง ๑,๕๐๐ บาท ทำงานประมาณ ๑๐๐ วันต่อปี (อันนี้คิดให้ต่ำกว่าเกณฑ์ปกติ) เฉลี่ยต่อคนต่อปี คนละ ๑๕๐,๐๐๐ บาท รวมรายได้ต่อปีประมาณ ๔๗,๒๕๐,๐๐๐ บาท

ร้านค้ามีประมาณ ๑๒๐ ร้านค้า รายได้ขั้นต่ำต่อปี ๕๐๐,๐๐๐ บาท  รวมรายได้ต่อปีประมาณ  ๖๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท

 ปกติภูกระดึง เปิด ๘ เดือน ปิด ๔ เดือน (มิถุนายน ถึง กันยายน พื่อให้ป่าฟื้นตัว) ดังนั้น รายได้คาดการที่ต่ำสุดแล้วยังได้ถึงประมาณปีละ ๑๐๐,๐๐๐,๐๐๐ บาท (หนึ่งร้อยล้านบาท)  นี่ คือตัวเลขทางเศรษฐกิจ ที่หมุนเวียนอยู่ในชุมชนของชาวภูกระดึง และเป็นรายได้ ที่ถึงมือของชาวบ้านโดยตรง ไม่ผ่านระบบนายทุน นายหน้า ซึ่งทำให้ ลูกหาบ และร้านค้า มีความสามารถในการดำงค์อยู่ ทั้งการส่งเสียบุตรหลานเข้ารับการศึกษา โดยไม่เดือดร้อน และเป็นหนี้สินมากกมาย เหมือนที่พยามยามกล่าวอ้าง

..แต่หากการมาของกระเช้านั้น รายได้จำนวนนี้ จะปลี่ยนไปและไม่มีวันถึงมือชาวบ้านในทางตรงแบบเดิมอีกเลย แต่จะไปผ่านระบบทุน ที่ยังไม่มีควาามชัดเจนว่า จะจ้างเขาหรือไม่ อย่างไร  อีกทั้งร้านค้าค้าสะดวกซื้อ ที่จะมาเป็นแพคเก็จพร้อมกับกระเช้านั้น คงทำให้ชายบ้านคงหมดหนทางในการต่อสุ้เพื่อการยังชีพ และหากจะบอกว่า มีการจัดสรรพื้นที่ในการค้า ผู้ค้า จะต้องเสียเงินค่าเช่าอีกหรือไม่

 

...งานวิจัยที่ใช้ภาษีของประชาชนทั้งประเทศถึง ๒๐ ล้านบาท ไม่มีความพร้อมอะไรสักอย่าง  แต่ความต้องการในการผลักดันการสร้างกระเช้า อย่างลุกลี้ลุกรน ปิดบังซ่อนเร้นข้อมุล ความจริงต่อสาธาณะ เพียงเพื่อจะทำทุกวิถีทางที่จะให้สร้างกระเช้าให้ได้ก่อน แก้ปัญหาทีหลัง จึงไม่สามารถที่ไว้ใจได้เลยว่า เราจะฝาก เนื้อ ไว้กับ หมาป่า ผู้หิวกระหายได้อย่างไร?

 

.......ธรรมชาติ ให้ความเท่าเทียม กับคนทุกเพศทุกวัยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะ ผู้สูงอายุ เด็ก หรือคนพิการ แต่กระเช้า ให้ความเท่าเทียมตามจำนวนกำลังซื้อเท่านั้น  ขณะนี้ มีเงิน ๕๐๐ บาท ก็สามารถกินพักเที่ยวบนภูกระดึงได้อย่างสบาย แต่หากมีกระเช้า อย่าว่าแต่ค่าที่พักที่กินเลย  ๕๐๐ บาท จะพอจ่ายค่าประเช้าหรือเปล่า ก็ยังไม่มีใครหน้าไหนบอกได้ แล้วจะมาเรียกร้องความเท่าเทียมโดยการนำหายนะขึ้นไปบนภูกระดึง เพื่ออะไร?

 

 

 ........ดังนั้นจึงขอเรียกร้อง ให้มีการเปิดให้มีการเสวนารอบใหม่ ที่เป็นเวทีสาธารณะจริงๆ รับฟัง ข้อมุลจริง ในทุกๆด้าน และให้เวลามากพอ โดยที่ไม่รีบทำรีบสรุป เหมือนที่ผ่านมา  โดยให้มีหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด และที่สำคัญการทำวิจัยผลกระทบสิ่งแวดล้อม ควรทำอย่างเป็นวิทยาศาสตร์ที่ทั่วโลกเขายอมรับกันได้จากนักวิชาการจริง ที่ไม่แอบอิงนายทุน ทั้งหมดก็เพื่อหยุดโครงการสร้างกระเช้านี้อย่างเด็ดขาด

 

....ไม่เช่นนั้นทุกชุมชนรอบภูกระดึงและประชาชนทั่วไปจะถูกหลอกด้วยข้อมูลเทียม ที่มีแต่ความฝัน และธรรมชาติ ทั้งหมดบนภูกระดึงจะถูกคุกคามอย่างเลือดเย็นที่สุด เนื่องเพราะสิ่งที่เราพบเห็นมาตลอดของผู้ต้องการสร้างกระเช้าคือการหนีความจริง เลี่ยงบาลีแบบ ถามม้า ตอบช้าง

เต็งพ้ง@โอเคเนเจอร์


.........

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน