*/
  • opads
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : opads@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 372
  • จำนวนผู้ชม : 724189
  • จำนวนผู้โหวต : 183
  • ส่ง msg :
  • โหวต 183 คน
<< สิงหาคม 2018 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 16 สิงหาคม 2561
Posted by opads , ผู้อ่าน : 1391 , 23:25:35 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหรียญ ภูเขาทอง วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร .....บล็อคกษาปณ์

เหรียญพระบล็อคกษาปณ์ (เหรียญที่โรงกษาปณ์ใช้กำลังการผลิตที่เหลือจากการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียนรับจ้างผลิตเหรียญพระและเหรียญที่ระลึกต่างๆ   งานส่วนใหญ่จะมีความสวยงามประณีต)

 

 

"  คนโดยมากมักเข้าใจผิดในผลของความดีคือมักไปเข้าใจ"ผลพลอยได้" ว่าเป็น "ผลโดยตรง" และมักมุ่งผลพลอยได้เป็นสำคัญเมื่อไม่ได้ผลเป็นวัตถุจากการทำความดีก็บ่นว่าทำดีไม่เห็นจะได้อะไร 

รักษาศีลไม่เห็นร่ำรวยอะไรเป็นเพราะไม่เข้าใจว่าผลของความดีคืออะไรผลของความดีคือ "ความหลุดพ้น" ผู้ทำความดีย่อมแสดงถึงว่าเป็นผู้ที่มีจิตหลุดพ้นจากความเห็นแก่ตัวมีจิตกว้างขวางออกไปโดยลำดับและเห็นว่าการให้สำคัญกว่าการรับและย่อมบำเพ็ญความดีเพื่อความดีมิใช่เพื่อผลตอบแทนใดๆเป็นสำคัญ "

                                                            สมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชสกลมหาสังฆปริณายก

 

 

 

ด้านหน้าเหรียญ

 

 

 

 

ด้านหลังเหรียญ

 

วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร เป็นวัดโบราณเดิมเรียกชื่อว่าวัดสะแกมามีตำนานเนื่องในพระราชพงศาวดารเมื่อปีขาลจัตวาศกจุลศักราช๑๑๔๔พุทธศักราช๒๓๒๕ปัจจุบันเป็นพระอารามหลวงชั้นโทชนิดราชวรมหาวิหารตั้งอยู่แขวงบ้านบาตรเขตป้อมปราบศัตรูพ่ายกรุงเทพมหานคร 

 

พระราชทานนามใหม่

วัดสระเกศเป็นวัดโบราณดังกล่าวข้างต้นมีข้อความปรากฏตามตำนานว่าเป็นวัดเก่าแก่สร้างมาแต่สมัยโบราณสันนิษฐานว่าจะได้สร้างมาแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเดิมมีชื่อว่า “วัดสระแก” เพิ่งมาเปลี่ยนเป็นวัดสระเกศเมื่อสมัยรัชกาลที่๑ตอนที่ได้สร้างกรุงเทพพระมหานครครั้งแรกมีปรากฏตามพระราชพงศาวดารว่าเมื่อจุลศักราช๑๑๔๕เบญจศกตรงกับพุทธศักราช๒๓๒๖นั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกได้โปรดให้ลงมือก่อสร้างพระนครรวมทั้งพระบรมมหาราชวังและพระราชวังบวรสถานมงคลได้รวมผู้คนให้ขุดคลองรอบเมืองตั้งแต่บางลำพูเรื่อยไปจนจดแม่น้ำด้านใต้ตอนเหนือวัดจักรวรรดิราชาวาสแล้วโปรดให้ขุดคลองหลอดและขุดคลองใหญ่เหนือวัดสระแกอีกคลองหนึ่งพระราชทานนามว่าคลองมหานาคเพื่อเป็นที่สำหรับประชาชนชาวพระนครได้ลงประชุมเล่นเพลงและสักวาในเทศกาลฤดูน้ำเหมือนอย่างครั้งกรุงศรีอยุธยาและวัดสะแกนั้นเมื่อขุดคลองมหานาคแล้วพระราชทานเปลี่ยนนามใหม่ว่า “วัดสระเกศ”และทรงปฏิสังขรณ์วัดสระเกศทั้งพระอารามตั้งต้นแต่พระอุโบสถตลอดถึงเสนาสนะสงฆ์แลขุดคลองรอบวัดด้วย 

 คำว่า “สระเกศ” นี้ตามรูปคำก็แปลว่าชำระหรือทำความสะอาดพระเกศานั่นเองมูลเหตุที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราชทรงพระราชทานเปลี่ยนชื่อวัดสระแกเป็นวัดสระเกศนี้มีหลักฐานที่ควรอ้างถึงคือพระราชวิจารณ์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวเรื่อจดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวีข้อ๑๑๖ว่า “รับสั่งพระโองการตรัสวัดสะแกให้เรียกว่าสระเกศแล้วบูรณปฏิสังขรณ์เห็นควรที่ต้นทางเสด็จพระนคร” ทรงพระราชวิจารณ์ไว้ว่า “ปฏิสังขรณ์วัดสะแกและเปลี่ยนชื่อเป็นวัดสระเกศเอามากล่าวปนกับวัดโพธิ์เพราะเป็นต้นทางที่เสด็จเข้ามาพระนครมีคำเล่าๆกันว่าเสด็จเข้าโขลนทวารสรงพระมรุธาภิเษกตามประเพณีกลับจากทางไกลที่วัดสะแกจึงเปลี่ยนนามว่า “วัดสระเกศ” 

 และยังมีลายพระหัตถ์สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพทูลสมเด็จกรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ในสาสน์สมเด็จฉบับลงวันที่๑๐มิถุนายนพ.ศ.๒๔๘๕เรื่องเกี่ยวกับวัดสระเกศที่น่ารู้อย่างหนึ่งว่า “ชื่อ” วัดสระเกศดูถือว่าเป็นชื่อสำคัญทางมณฑลอีสานมีเกือบทุกเมืองแต่เขาเรียกว่า “วัดศรีสระเกศ” 

 วัดสระเกศในกรุงเทพฯนี้เดิมชื่อว่า “วัดสะแก” มีเรื่องตำนานว่าเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จกลับจากเมืองเขมรเข้ามาเสวยราชย์ประทับทำพิธีพระกระยาสนานที่วัดสระเกศแล้วจึงเดินกระบวนแห่เสด็จมายังพลับพลาหน้าวัดโพธาราม (ปัจจุบันคือวัดพระเชตุพน) อันเป็นท่าเรือข้ามไปยังพระราชวังธนบุรีเมื่อทรงสร้างเป็นพระอารามหลวงในรัชกาลที่๑จึงโปรดให้เปลี่ยนนามวัดสระเกศพระธรรมทานาจารย์ (จุ่น) เคยบอกหม่อมฉันว่าพระในวัดสระเกศบอกเล่าสืบกันมาว่าสระที่พระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าฯสรงน้ำนั้นโปรดฯให้ถมเสียแล้วสร้างการเปรียญขึ้นตรงนั้นอยู่ทางข้างตะวันออกของกุฏิหมู่ใหญ่อันเป็นที่อยู่ของพระราชาคณะบัดนี้

ในตำนานของวัดสระเกศนี้ได้กล่าวไว้ว่าเมื่อปีขาลจัตวาศกจุลศักราช๑๑๔๔ตรงกับพุทธศักราช๒๓๒๕เมื่อครั้งกรุงธนบุรีเกิดจลาจนขึ้นในเวลานั้นพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จดำรงพระยศเป็นสมเด็จเจ้าพระยามหากษัตริย์ศึกสมเด็จพระอนุชาธิราชกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาทเสด็จดำรงพระยศเป็นเจ้าพระยาสุรสีห์พิษณวาธิราชเสด็จยกกองทัพไปทำสงครามที่กรุงกัมพูขาทั้งสองพระองค์เมื่อได้ทรงทราบว่าเกิดจลาจลขึ้นในกรุงธนบุรีจึงเสด็จยกกองทัพกลับมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกเสด็จเข้าโขลนทวารประทับสรงมุรธาภิเษกที่วัดสะแกเมื่อณวันเสาร์เดือน๕แรม๙ค่ำปีขาลจัตวาศกจุลศักราช๑๑๔๔ตรงกับพุทธศักราช๒๓๒๕ประทับอยู่เป็นเวลา๓วันแล้วเสด็จจากพลับพลาวัดสะแกโดยกระบวนทางสถลมารคไปประทับณหน้าวัดโพธาราม (ปัจจุบันคือวัดรพะเชตุพน)เสด็จลงเรือพระที่นั่งข้ามไปยังพระราชวังธนบุรีทรงระงับดับยุคเข็ญในพระนครเรียบร้อยแล้วเหล่าเสนาอำมาตย์ผู้ใหญ่ทั้งปวงเชิญเสด็จขึ้นผ่านพิภพปราบดาภิเษกประดิษฐานพระบรมราชจักรีวงศ์ดำรงรัฐสีมาเป็นใหญ่ในสยามประเทศสืบมาพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาทรงย้ายพระนครมาสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ข้างฝั่งตะวันออกเมื่อสร้างพระราชวังในพระนครใหม่จึงโปรดให้สร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามเป็นที่ประดิษฐานพระพุทธมหามณีรัตนปฏิมากรแก้วมรกตอันเป็นสิริมิ่งขวัญสำหรับพระนครและเมื่อสร้างวัดพระศรีรัตนศาสดารามนั้นทรงพระราชดำริว่าระฆังที่วัดสะแกเสียงไพเราะไม่มีระฆังอื่นจะเสมอสมควรเอามาไว้ในวัดสำคัญสำหรับพระนครจึงโปรดให้เอาระฆังที่วัดสะแกมาแขวนไว้ที่หอระฆังวัดพระศรีรัตนศาสดารามสำหรับตีย่ำเช้าเย็นยังปรากฏอยู่จนทุกวันนี้"

วัดสระเกศได้เป็นวัดสำคัญเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของชาติไทยและเกี่ยวกับพระบรมราชจักรีวงศ์มาแต่ต้นจึงเป็นอารามหลวงที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวตั้งแต่รัชกาลที่๑เป็นต้นมาได้ทรงบริจาคพระราชทรัพย์เป็นจำนวนมากปฏิสังขรณ์ก่อสร้างถาวรวัตถุและเสนาสนะสงฆ์สืบมาโดยลำดับ 

ประวัติบรมบรรพต 

บรมบรรพตนี้โดยมากเรียกกันว่าภูเขาทองสร้างเป็นรูปภูเขามีพระเจดีย์อยู่บนยอดมีบันไดเวียนเป็นทางขึ้นไปถึงพระเจดีย์๒ทางคือด้านเหนือทางหนึ่งด้านใต้ทางหนึ่งสำหรับขึ้นและลงคนละทางเพื่อสะดวกในเวลาเทศกาลและยังมีบันไดตรงด้านใต้อีกทางหนึ่งแต่บันไดตรงได้รื้อเสียเมื่อคราวบูรณะปฏิสังขรณ์พ.ศ๒๔๙๓ฐานโดยรอบวัดได้้๘เส้น๕วาส่วนสูง๑เส้น๑๙วา๒ศอกบรมบรรพตนี้นับว่าเป็นปูชนียสถานอันสำคัญทางพระพุทธศาสนาแห่งหนึ่งและเป็นสมบัติทรงคุณค่าของชาติอีกด้วยการสร้างบรมบรรพตนี้ได้เริ่มขึ้นในรัชกาลที่๓  

ด้วยพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัวมีพระราชประสงค์จะสร้างพระเจดีย์ให้เหมือนอย่างวัดภูเขาทองในจังหวัดพระนครศรีอยุทธยาซึ่งที่วัดภูเขาทองจังหวัดพระนครศรีอยุธยานั้นตั้งอยู่ที่ชายทุ่งมีพระเจดีย์อยู่องค์หนึ่งเป็นที่สำหรับชาวพระนครศรีอยุธยาลงไปประชุมเล่นเพลงและสักวาในเทศกาลประจำปีจุดประสงค์เดิมก็เพื่อจะไปนมัสการพระเจดีย์ในปัจจุบันนี้ก็ยังมีการประชุมรื่นเริงโดยทางเรือกันอยู่ทรงพิจารณาเห็นว่าที่วัดสระเกศเป็นสถานที่เหมาะสมจึงโปรดให้สมเด็จพระบรมมหาพิชัยญาติ (ทัตบุนนาค) เป็นแม่กองสร้างเมื่อแรกลงมือสร้างแล้วพระราชทานนามว่าพระเจดีย์ภุเขาทอง

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยวอุปเสโณ)

รวบรวมและเรียบเรียง

 

 

 

ข้อมูล/ภาพ

http://www.saketalumni.com/saket-history.php

https://th-th.facebook.com/tuKammatanclub

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน