*/
  • opads
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : opads@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-02-22
  • จำนวนเรื่อง : 379
  • จำนวนผู้ชม : 846088
  • จำนวนผู้โหวต : 194
  • ส่ง msg :
  • โหวต 194 คน
<< ตุลาคม 2020 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2563
Posted by opads , ผู้อ่าน : 837 , 20:59:26 น.  
หมวด : งานอดิเรก

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เหรียญ พระพรหมมุนี (สุวจเถร) วัดบวรนิเวศ .....บล็อคกษาปณ์

เหรียญพระบล็อคกษาปณ์ (เหรียญที่โรงงานกษาปณ์ใช้กำลังการผลิตที่เหลือจากการผลิตเหรียญกษาปณ์หมุนเวียน รับจ้างผลิตเหรียญพระ และเหรียญที่ระลึกต่างๆ  งานส่วนใหญ่ จะมีความสวยงามประณีต)

 

 

หลวงปู่ชา สุภัทโท เมตตาตอบคำถาม เรื่องการสอบอารมณ์   

“  ที่นี่เราไม่จำเป็นจะต้องมีการสอบอารมณ์กันทุกวัน ถ้าผมตอบปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ทุกปัญหาของท่าน ท่านก็จะไม่มีทางรู้เท่าทันถึงการเกิดดับของความสงสัยในใจของท่าน เป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านต้องเรียนรู้ที่จะสำรวจตัวท่านเอง สอบถามตัวท่านเอง จงตั้งใจฟังพระธรรมเทศนาทุก ๆ ครั้ง แล้วจงนำเอาคำสอนนี้ไปเปรียบเทียบกับการฝึกปฏิบัติของท่านเองว่าเหมือนกันหรือไม่ ต่างกันหรือไม่ ทำไมท่านจึงมีความเคลือบแคลงสงสัยอยู่ ใครคือผู้ที่สงสัยนั้น โดยการสำรวจตัวท่านเองเท่านั้นจะทำให้ท่านเข้าใจได้  “

จาก มรดกธรรมเล่มที่ ๓๔ “คำตอบหลวงปู่ชา” หน้า ๑๖

 

 

 

ด้านหน้าเหรียญ

 

 

 

ด้านหลังเหรียญ

 

พระพรหมมุนี(ผิน สุวโจ)

พระธรรมกิตติวงศ์ ราชบัณฑิต เจ้าอาวาสวัดราชโอรสาราม ได้แสดงพระธรรมเทศนาว่า ชีวิตพระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เป็นชีวิตที่มีความอัศจรรย์ เพราะเกิดมาในครอบครัวที่นับถือศาสนาคริสต์ เคยเข้าโบสถ์ทำพิธีล้างบาปมาแล้ว แต่เนื่องจากบุญบารมีเก่าหนุนนำจึงทำให้ไม่รักที่จะอยู่ในเพศคฤหัสถ์ และเป็นศาสนิกศาสนานั้น เป็นเหตุให้ฝันว่าบวชเป็นสามเณรในศาสนาพุทธ ฝันว่าได้ปีนกำแพงวัดเข้าไปในโบสถ์ของพุทธบ้าง

ประกอบกับมีอุปนิสัยกลัวบาปจากการฆ่าสัตว์ตัดชีวิต จึงได้มาบรรพชาเป็นสามเณรและอุปสมบทเป็นพระภิกษุที่บ้านเดิม คือ จ.สมุทรสงคราม

เมื่ออุปสมบทได้ 5 พรรษา จึงย้ายมาอยู่วัดบวรนิเวศวิหาร ศึกษาเล่าเรียนนักธรรมบาลี จนกระทั่งสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค เมื่อปี 2467

จากนั้นได้สนองงานคณะสงฆ์ในพระอารามในหลายหน้าที่ เช่น เป็นเจ้าหน้าที่ทะเบียนสำนักเรียน เป็นครูสอนบาลี เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาส เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาส เป็นอาจารย์สอนกรรมฐานประจำวัดจนถึงวาระสุดท้ายแห่งชีวิต และเป็น|เจ้าอาวาสพระอารามหลวงชั้นเอก

แม้จะครองพระอารามนี้ระยะสั้นๆ และมีอายุได้ 67 ปี ก็มรณภาพ แต่ได้สนองงานในฐานะผู้ช่วยเจ้าอาวาส ทำงานแทนเจ้าอาวาสนานถึง 20 กว่าปีเศษ จึงมีผลงานเป็นที่ประจักษ์ เป็นที่รักเคารพ|นับถือของพระภิกษุสามเณรและประชาชนทั่วไปในสมัยนั้น ทั้งได้สร้างผลงานอันเป็นอมตะฝากไว้มากมาย ทั้งงานนิพนธ์หนังสือเรื่องต่างๆ ในรูปบทความ โอวาท เทศนา รวมแล้วได้นับร้อยเรื่อง

ตามประวัติที่เผยแพร่ในเว็บไซต์และหนังสือที่ระลึกงานทำบุญ 50 ปี วันมรณภาพ กล่าวว่า พระพรหมมุนี (ผิน สุวโจ) เกิดในสกุล ธรรมประทีป เป็นบุตรคนที่ 4 ในจำนวนบุตรหญิงชาย 7 คน ของนายห้อย นางฮวด ธรรมประทีป เกิดเมื่อวันที่ 21 ก.ย. 2437 ตรงกับวันศุกร์แรม 7 ค่ำ เดือน 10 ปีมะเมีย เวลา 15.30 น. ณ ต.บ้านแหลมใหญ่ อ.บ้านปรก (ปัจจุบันเป็น อ.เมือง) จ.สมุทรสงคราม

การศึกษาในชั้นต้น ได้ศึกษาภาษาไทยในสำนักขุนวิทยานุกูลกวี (ทองดี เครือชะเอม ป.7 อดีตครูโรงเรียนราชกุมารราชกุมารี ในพระบรมมหาราชวัง) ณ วัดเกตุการาม สมุทรสงคราม ญาติของท่านฝ่ายมารดาและฝ่ายบิดา เป็นคริสตศาสนิกชนที่เคร่งครัด และมีญาติบางคนได้บวชเป็นบาทหลวงและนางชีในศาสนาคริสต์ด้วย สมัยเมื่อยังเยาว์ เคยไปสวดมนต์ไหว้พระในโบสถ์คริสต์กับญาติบ้าง กับผู้ปกครองบ้าง และได้เคยรับศีลล้างบาปตามประเพณีของศาสนาคริสต์ แต่ด้วยเหตุที่ศาสนาคริสต์ไม่ต้องด้วยอัธยาศัยของท่าน เพราะเคยได้รับความสลดใจหลายอย่างเกี่ยวกับการกระทำของพวกเด็กชาวคริสต์ที่กระทำต่อพระภิกษุสามเณรในพระพุทธศาสนา เป็นต้นว่า เมื่อเห็นพระภิกษุสามเณรเดินบิณฑบาต ก็มักจะพากันกล่าววาจาหยาบคายต่างๆ ซึ่งท่านเองก็พลอยไปกับเขาด้วยในบางครั้ง ท่านเล่าว่า เคยฝันเห็นโบสถ์ (ในพระพุทธศาสนา) ลอยมาในอากาศบ้าง ฝันเห็นอุบาสกอุบาสิกานุ่งขาวห่มขาวนั่งสวดมนต์กันบ้าง ฝันเห็นตนเองปีนกำแพงเข้าไปในโบสถ์บ้าง ปกติเป็นคนมีนิสัยกลัวบาปตกนรก ไม่เห็นในคำสอนของศาสนาคริสต์ในข้อที่ถือว่า ฆ่าสัตว์ไม่บาป เพราะพระเจ้าสร้างมาให้เป็นอาหารของมนุษย์ มีความเห็นว่าสอนเช่นนี้ ไม่ยุติธรรม

เมื่ออุปนิสัยน้อมเข้ามาทางพระพุทธศาสนาเช่นนี้ ครั้นอายุได้ 16 ปี (พ.ศ. 2453) จึงได้รับการบรรพชาเป็นสามเณรกับพระครูธรรมธร (แก้วพฺรหฺมสาโร) วัดพวงมาลัย อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม แล้วเล่าเรียนอยู่ในวัดนั้นเป็นเวลาปีเศษ ก็ลาสิกขาออกไปเรียนภาษาไทยที่วัดเกตุการามต่ออีก

ครั้นอายุได้ 19 ปี (พ.ศ. 2456) ก็ได้กลับเข้ามาบรรพชาเป็นสามเณรอีกครั้งหนึ่งกับพระมหาสมณวงศ์ (แท่น โสมทตฺโต) วัดเกตุการาม และอยู่มาจนอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ก็ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ วัดเกตุการามนั้น โดยมีพระพุทธวิริยากร (จิตต ฉนฺโน) วัดสัตตนารถปริวัตร เจ้าคณะจังหวัดราชบุรี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระครูอุดมธีรคุณ (เพิ่ม อุชุโก) พระครูธรรมธรอินทร์(ภาสกโร) วัดเกตุการาม เป็นพระกรรมวาจาจารย์ อุปสมบทแล้วก็อยู่ศึกษาเล่าเรียนพระปริยัติที่วัดเกตุการามนั้น 4 พรรษา ในพรรษาที่ 3 สอบได้นักธรรมชั้นตรี

ปี 2461 ได้ย้ายมาจำวัดที่วัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อศึกษาเล่าเรียนต่อในสมัยสมเด็จพระมหาสมณเจ้า กรมพระยาวชิรญาณวโรรส จนกระทั่งสอบได้เปรียญธรรม 6 ประโยค ปี 2467 สอบได้นักธรรมชั้นเอก ปี 2469

พระพรหมมุนีได้เริ่มรับภาระเกี่ยวกับการงานวัดและมหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย และการคณะสงฆ์ในด้านต่างๆ มาตั้งแต่มีอายุพรรษาในขั้นพระผู้น้อย และก็มีภารกิจมากขึ้นตามลำดับอายุกาล

พระธรรมวราจารย์ หรือหลวงปู่แบน ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร เข้ามาสังกัดวัดบวรนิเวศวิหารตั้งแต่ปี 2493 เคยรับใช้ใกล้ชิดพระพรหมมุนีในฐานะเลขานุการส่วนตัว ได้เล่าถึงเกียรติคุณพระพรหมมุนีให้ฟังว่า เป็นเพราะพระพรหมมุนี (ผิน) มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย จึงสามารถดำเนินงานเป็นมหาวิทยาลัยสงฆ์ตราบเท่าทุกวันนี้ ท่านเป็นผู้จัดตั้ง เปิดสอนเป็นงานเป็นการมาตั้งแต่ปี 2489

ท่านเล่าว่า พระพรหมมุนี (ผิน) ขณะดำรงสมณศักดิ์เป็นพระสุพจนมุนี เป็นผู้อำนวยการมูลนิธิมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นผู้จัดตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น และสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ ประทานนามว่าสภาการศึกษามหามกุฏราชวิยาลัย ทรงดำรงตำแหน่งนายกมหามกุฏราชวิทยาลัย เป็นรูปแรก

แต่กว่าจะจัดตั้งได้ก็ต้องพยายามมิใช่น้อย เพราะสมเด็จพระสังฆราชเจ้าไม่ทรงเห็นด้วยในช่วงแรก ต่อเมื่อทรงรับฟังความเห็นจากคณะกรรมการ และทรงทราบว่าส่วนใหญ่เห็นด้วย พระองค์ท่านจึงไม่ขัดข้องและจัดทำคำสั่งตั้งมหาวิทยาลัยสงฆ์ขึ้น เมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2488

ในระหว่างที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 ทรงผนวชและประทับ ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ก็ได้เป็นพระอาจารย์ถวายการสอนธรรมตลอดจนถึงทรงลาผนวชวันละ 1 ชั่วโมง

ด้านสมณศักดิ์ ก่อนเป็นพระพรหมมุนี ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์เป็นพระราชาคณะสามัญที่ พระสุพจนมุนี และในปี 2492 จึงได้รับพระราชทานสถาปนาเป็นพระราชาคณะเจ้าคณะรองที่ “พระพรหมมุนี”

พระพรหมมุนีปกครองวัดบวรนิเวศวิหารอยู่ 4 ปี มรณภาพเมื่อปี 2504 สิริอายุ 67 ปี

 

  

ข้อมูล/ภาพ

https://www.posttoday.com/dhamma/70791

https://www.facebook.com/CUKammatanClub/

 

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน