ทำเนียบนายกรัฐมนตรีตลอดกาล
มองปัจจุบันผ่านกระจกแห่งประวัติศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/PM-CaoCao
วันพุธ ที่ 10 ตุลาคม 2555
Posted by นายกรัฐมนตรี_โจโฉ , ผู้อ่าน : 14311 , 14:14:02 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน

      "ภาพหนึ่งภาพแทนความหมายนับพันคำ"

      คงจะเป็นคำพูดที่ไม่เกินเลยไปเท่าใดนัก เช่นเดียวกันลัทธิพิธีกรรมก็ทำให้ชีวิตเรามีความหมาย (เรื่องของมุมมอง) รูปสัญลักษณ์ที่ปรากฎในวัด วัง สถานที่ราชการของไทยมากมายล้วนซ่อนความหมายและคติการปกครองในแต่ละยุคสมัยไว้อย่างน่าสนใจ

      ตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาเรารับคติเรื่อง "สมมติเทพ" มาจากกัมพูชา ความเชื่อการปกครองรูปแบบนี้ก็มีพัฒนาการและแสดงออกในรูปสัญลักษณ์ต่างๆมาก มาย ไล่เรียงตั้งแต่ "พระนาม" แรกเกิดจนถึง "งานพระเมรุ" ซึ่งจะแทรกคติความเชื่อสมมติเทพนี้ผ่านทางงานศิลปะชั้นสูงของชาติ

      พระนามของพระมหากษัตริย์คือ "รามาธิบดี" (พระรามผู้เป็นใหญ่) โดยถือเอาคติจาก "นารายณ์อวตาร" จากรามเกียรติ์ ดังนั้นในการเสด็จพระราชดำเนินจะต้องมี "ครุฑ" เป็นสัญลักษณ์ เพราะครุฑคือสัตว์พาหนะของพระนารายณ์ ซึ่งเราจะเห็นได้จากธงมหาราช(ธงครุฑ)ที่จะชักขึ้นเหนือพระราชวังที่ประทับ รถยนต์พระที่นั่ง และในการกระทำพิธีสวนสนามฯ  นั้นจะมีธงชัย "กระบี่ธุช" (ธงลิงหนุมาน) และธงชัย "พระครุฑพ่าห์" (ธงครุฑพาหนะ)


      สรุปคือเมื่อเสด็จอย่าง "พยุหยาตรา" (การเคลื่อนกระบวนพล) แบบสถลมารค หรือการเสด็จพระราชดำเนินทางบก จะทรงเป็นสมมติเทพอย่าง "พระนารายณ์" (พระวิษณุ) ครับ

      แต่ในอดีตการเดินทางทางบก(สถลมารค)ไม่ได้เป็นที่นิยมมากเท่าการเดินทาง "ทางน้ำ" (ชลมารค) ครับ ในสมัยกรุงศรีอยุธยาราชฑูตที่เคยเข้ามาในสมัยพระนารายณ์มหาราช ได้บันทึกถึงความยิ่งใหญ่ของกระบวนเรือพระราชพิธี และเรือพระที่นั่งที่สำคัญลำหนึ่งก็คงจะไม่พ้นเรือพระที่นั่ง "สุพรรณหงส์" ซึ่งมีกล่าวถึงมาตั้งแต่ปลายกรุงศรีอยุธยา ในกาพย์แห่เรือของเจ้าฟ้าธรรมาธิเบศร์ฯ

สุพรรณหงส์ทรงพู่ห้อย
งามชดช้อยลอยหลังสินธุ์
เพียงหงส์ทรงพรหมมินทร์
ลินลาศเลื่อนเตือนตาชม

      ในสมัยรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงโปรดให้สร้างเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ขึ้นเป็นเรือพระที่นั่งทรง และมีการปรับปรุงซ่อมแซมเรื่อยมา และใช้เป็นเรือพระที่นั่งหลัก จนกระทั่งในปีกาญจนภิเษก กองทัพเรือได้สร้างเรือพระที่นั่งนารายณ์ทรงสุบรรณรัชกาลที่ 9 ขึ้นเป็นเรือพระที่นั่งอีกลำ แต่ความสำคัญของเรือพระที่นั่งสุพรรณหงส์ก็มิได้ลดลง อีกทั้งยังเป็น "สัญลักษณ์" ของการเสด็จพระราชดำเนินทางน้ำ (ชลมารค) ทั้งในสายตาของไทยและเทศ


      โดยสรุปคือ เมื่อเสด็จพยุหยาตราทางชลมารค (ทางน้ำ) จะทรงเป็นสมมติเทพอย่าง "พระพรหม" คือทรงหงส์เป็นพาหนะครับ (อาศัยการตีความจากเรือสุพรรณหงส์เพียงลำเดียว)

      เมื่อสมมติเทพอย่าง "พระพรหมบรมเทพ" และ "พระวิษณุบรมเทพ" ไปแล้ว ก็คงจะขาด "พระศิวะบรมเทพ" ไปเสียไม่ได้ พระศิวะนี้เป็นที่เคารพยำเกรงตามความเชื่อเป็นอย่างมาก สมญาของพระองค์คือเทพผู้ทำลายล้าง(ความชั่วร้าย) ซึ่งคติเรื่องพระศิวะในการปกครองของไทยนั้นมีแทรกๆอยู่ในเชิงสัญลักษณ์แบบ เห็นได้ทุกวัน จันทร์ - ศุกร์ เวลาราชการ ที่พระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยฯ ในพระบรมมหาราชวังเลยครับ


      สัญลักษณ์ที่ว่านั้นคือ "พระแท่นราชบัลลังก์" และ "พระมหาเศวตฉัตร" ครับ (หากกล่าวโดยสมบูรณ์จะมี พระที่นั่งพุดตานกาญจนสิงหาสน์ วางบนพระแท่นราชบัลลังก์ด้วยครับ) 

      ออกตัวแรงๆก่อนว่าตามคติสมมติเทพแบบ "พระพรหม" และ "พระวิษณุ" นั้นมองภาพกันชัดๆ แต่เรื่อง "พระศิวะ" ที่พยายามหาความสัมพันธ์แบบ "ตรีมูรติ" นี้ด้วยความรู้ยังน้อยของผู้เขียนอาจตีความคลาดเคลื่อนได้ หากผู้อ่านจะมีจิตเมตตาและกรุณาสอนสั่งจักเป็นพระคุณยิ่ง

      "พระศิวะบรมเทพ" ท่านประทับที่ "เขาไกรลาส" ซึ่งเป็นภูเขาตามความเชื่อทางศาสนาฮินดู ถ้าในปัจจุบันที่เป็น "รูปธรรม" ก็คือ "เขาหิมาลัย" นี่หล่ะครับ ยอดเขาไกรลาสก็มี "หิมะ" ปกคลุมและเป็นที่ประทับของพระศิวะ เมื่อหันมามองที่พระแท่นราชบัลลังก์ในท้องพระโรงของไทยได้แฝงคตินี้คือ "พระแท่นราชบัลลังก์" (รวมถึงพระที่นั่งพุดตานฯ) คือส่วนของเขาหิมาลัยอันเป็นที่ประทับของพระศิวะ ส่วน "เศวตฉัตร" (ฉัตรขาว) นั้นแสดงถึงยอดเขาที่มี "หิมะ" ปกคลุมอยู่ (แม้ว่าจะมีการอธิบายความหมายของฉัตร 9 ชั้น ว่าแปลว่าอะไร แต่ถ้ามองในแง่รูปสัญลักษณ์ก็มองเป็น "ยอดเขา" ได้ครับ)


      โดยสรุปคือเมื่อทรงประทับว่าราชการ หรือออกมหาสมาคมในท้องพระโรง (ประทับนั่ง) จะทรงสมมติเทพเป็น "พระศิวะ" ครับ มีบัลลังก์เป็นเขาไกรลาส มีฉัตรขาวเป็นยอดเขาที่มีหิมะปกคลุม (หิมาลัย แปลว่าที่อยู่ของหิมะ)

      แต่ทีนี้ก็มีอีกความคิดหนึ่ง อันเกิดจากความ "สับสน" ในช่วงแรกๆที่ศึกษาเรื่อง "เขาพระสุเมรุ" และ "เขาไกรลาส" ของผู้เขียนเอง และการที่พยายามหาคำอธิบายเรื่องรูปสัญลักษณ์ว่าน่าจะเป็น "เขาไกรลาส" ของพระศิวะ แต่เมื่อพิจารณาจากสัญลักษณ์ต่างๆที่ปรากฎก็เห็นเป็นไปได้ว่าน่าจะเป็น "เขาพระสุเมรุ" แกนกลางของจักรวาลเสียมากกว่า เพราะอะไรนั่นหรือ? เพราะว่าด้วยสัญลักษณ์ของ ฐานสิงห์ (สิงห์) , นาค , ครุฑ และเทวดา รวมถึงต้นไม้เงินต้นไม้ทอง ซึ่งสื่อไปในแนวทางของ "ป่าหิมพานต์" อันมีความสัมพันธ์กับ "เขาพระสุเมรุ" (ทีประทับพระอินทร์) ตามความเชื่อทางไตรภูมิพระร่วงมากกว่า


      โดยแต่หนแรกผู้เขียน ต้องการสื่อเรื่อง "สมมติเทพ" แต่เดิมของไทยว่าเป็น "ตรีมูรติ" คือทรงสมมติเป็น "พระพรหม" เมื่อเสด็จทางน้ำ เป็น "พระวิษณุ" เมื่อเสด็จทางบก เป็น "พระศิวะ" เมื่อประทับว่าราชการ ซึ่งผ่านการแสดงออกทางสัญลักษณ์ต่างๆดังที่กล่าวไปข้างต้น แต่เมื่อมีปัญหาเรื่องการตีความแบบพุทธคือ สัญลักษณ์ของเขาพระสุเมรุที่พระแท่นราชบัลลังก์ชัดเจนกว่าก็อาจทำให้การตี ความรูปสัญลักษณ์อย่าง "ตรีมูรติ" นั้นคลาดเคลื่อนไปได้


      ก็แล้วแต่การตัดสินใจของท่านผู้อ่านครับ ทั้งนี้และทั้งนั้นการศึกษาเรื่องแบบนี้ก็เพื่อต้องการ "มอง" ในแบบที่บรรพบุรุษของเรามองเห็นและตีความคติความเชื่อในยุคนั้นสมัยนั้นออก มาเป็นรูปสัญลักษณ์ พิธีกรรมประเพณีต่างๆ เพราะอย่างที่ผู้เขียนกล่าวในช่วงแรกว่า พิธีกรรม ประเพณีทำให้ชีวิตเรามีคุณค่า และจะมีคุณค่าอย่างมากถ้าเรารับรู้หรือเข้าใจความเป็นมาของพิธีกรรมประเพณี ต่างๆ ก้าวข้ามคำว่า "งมงาย" เพราะผู้เขียนเชื่อว่า "คนโบราณ" นั้นได้แฝงคติความเชื่อ รวมทั้งเหตุผลของการทำพิธีกรรมต่างๆไว้มากมาย เพียงแต่คนปัจจุบันไม่ได้สนใจที่จะศึกษาและทำความเข้าใจอย่างแท้จริง

      เพราะ "พิธีกรรม ประเพณี" ในความหมายของคนปัจจุบันมี 2 กลุ่มใหญ่ๆคือ งมงาย(เชื่ออย่างไร้สติ) และไร้สาระ(มองผ่านอย่างไร้ความสนใจ) ครับ!!





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 ย่าดา , นายกรัฐมนตรี_โจโฉ ถูกใจสิ่งนี้ (2)
BlueHill วันที่ : 10/10/2012 เวลา : 18.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ตอนหนึ่ง ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมช เคยบันทึกไว้ในหนังสือลักษณะไทยว่า

"...ความเป็นสมมติเทพของพระมหากษัตริย์ มิใช่ความเชื่อที่ลึกลับอยู่เหนือเหตุผล แต่เป็นการยกย่องเชิดชูสถาบันพระมหากษัตริย์อย่างที่เข้าใจและพิสูจน์ได้..."

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]