• มือทอง
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : chisanakan@yahoo.com, chisanakan@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-05
  • จำนวนเรื่อง : 181
  • จำนวนผู้ชม : 1200167
  • ส่ง msg :
  • โหวต 113 คน
HR LIKE
เป็น Blog ที่รวบรวม ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ด้านการบริหารงาน ด้านพัฒนาคน ...มาจากแหล่ง กิจกรรมสัมมนา งานให้คำปรึกษา หนังสือ วิทยุ และแลกเปลี่ยนมุมมองด้านอื่น ๆ ที่หลากหลาย
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Pasakorn
วันพฤหัสบดี ที่ 4 พฤศจิกายน 2553
Posted by มือทอง , ผู้อ่าน : 757186 , 16:45:17 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน ni_gul , เงาอดีต และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

      ผมได้รับข้อมูลจากน้อง ที่ทำงานเดิม เกี่ยวกับการเขียน เบอร์โทร ซึ่ง

ก็ไม่ทราบหลักการ และก็เจอรูปแบบการเขียนที่หลากหลาย  อันที่จริง

หลักสากลเขามีอยู่ เวลาจะเปลี่ยนนามบัตรจะได้ Update ที่ถูกต้อง..

       ตั้งแต่นี้ไป ถ้าพิมพ์นามบัตรใหม่ หรือพิมพ์หัวกระดาษจดหมายใหม่

ต้องพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ตามหลักสากลดังข้างล่างนี้ คือ


เบอร์โทรศัพท์บ้าน  
0  2 123 4567   ถ้าแจ้งชาวต่างชาติ ต้องเพิ่มรหัสประเทศ +66   2 123 4567

เบอร์มือถือ          
08 1123 4567   ถ้าแจ้งชาวต่างชาติ ต้องเพิ่มรหัสประเทศ +668 1123 4567

เบอร์บ้านเชียงใหม่  
0   53 12 3456   ถ้าแจ้งชาวต่างชาติ ต้องเพิ่มรหัสประเทศ  +66   53 12 3456

คำอธิบายโปรดอ่านข้างล่างนี้


คำแนะนำในการเขียนเลขหมายโทรศัพท์
ให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล


อ้างถึง
จากคำถามที่ว่า
ควรจะเขียนเลขหมายโทรศัพท์บนนามบัตรหรือโบชัวร์อย่างไร ให้ตรงตามมาตรฐาน
ซึ่งถ้าคุณยังเขียนเป็น
02-xxx-xxxx หรือ (02) xxx xxxx ก็ถึงเวลาต้องเปลี่ยนแล้ว
 

การ เพิ่มเลขหมายโทรศัพท์พื้นฐานทั่วประเทศจาก 7 หลักเป็น 8 หลัก ในปี พ.ศ. 2544 นั้น ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของการเขียนเลขหมายโทรศัพท์ เพื่อใช้ในนามบัตร โบรชัวร์ หรือสิ่งพิมพ์ต่างๆ


ทีโอทีได้แนะนำรูปแบบการเขียนเลขหมายโทรศัพท์ ให้เป็นไปตามมาตรฐานของสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union: ITU) เพื่อให้เป็นที่เข้าใจได้ง่าย ตรงตามมาตรฐานสากล โดยมีแนวทาง ดังต่อไปนี้
แบ่งกลุ่มตัวเลขให้ถูก
 

1.        เลขหมายโทรศัพท์ในประเทศ
2.        ให้เขียนเลขศูนย์นำหน้า ตามด้วยเลขหมาย 8 หลัก ซึ่งเป็นไปตามหลักของการเขียน Trunk prefix + Subscriber numbers
3.        เช่น 0 2345 6789 หรือ 0 5345 6789
4.        เลขหมายโทรศัพท์สำหรับติดต่อกับ ต่างประเทศ
5.        ให้เขียนรหัสประเทศตามด้วยเลขหมายโทรศัพท์ ซึ่งเป็นไปตามหลักของการเขียน Country code + Subscriber numbers
6.        เช่น +66 2345 6789 หรือ +66 5345 6789
7.        หลายคนอาจจะมีปัญหากับการเขียนเลขหมายระบบใหม่ เพราะเคยชินกับระบบเดิมอยู่ แต่ก่อนเราเขียน (02) 345 6789 เพื่อแยกรหัสพื้นที่ ออกจากเลขหมายโทรศัพท์
8.        ในเมื่อระบบเลขหมาย 8 หลัก ไม่มีรหัสพื้นที่แล้ว การที่เรายังคงเขียนเป็น (02) 345 6789 นั้นก็อาจทำให้เข้าใจผิดไปได้บ้าง แม้ว่าผลลัพธ์ของการโทรนั้นไม่แตกต่างกัน แต่ในการพูด คุณสามารถที่จะบอกเบอร์โทรของคุณเป็น “ศูนย์สอง สามสี่ห้า หกเจ็ดแปดเก้า” ได้เหมือนเดิม ก็ไม่มีใครว่าอะไร
9.        ที่จริงแล้ว บ้านเราก็ไม่ได้ทำตามคำแนะนำของ ITU เสียทั้งหมด
10.        รูปแบบบางอย่างเราก็ยังคงใช้ตามนิยมที่ทุกคนเข้าใจ เช่น การเขียนเบอร์โทรที่ประกอบด้วยหลายเลขหมาย (Multiple numbers) นั้น มาตรฐาน ITU-T Recommendation E.123 แนะนำให้ใช้เครื่องหมายทับ (/) ระหว่างตัวเลข เช่น
11.        * เลขหมายที่ไม่ติดกัน 0 2123 4567 / 3456 7890 / 4567 8901
12.        * เลขหมายที่ติดกัน สามารถย่อเป็น 0 2123 4567 / 8 / 9
13.        แต่ เราแทบจะไม่เคยเห็นรูปแบบนี้ในประเทศไทยเลย ที่นิยมใช้และเป็นที่เข้าใจกันโดยทั่วไป จะใช้เครื่องหมายขีด “-” ระหว่าง เลขหมายที่ติดกัน หรือคั่นด้วย “,” สำหรับเลขหมายที่ไม่ติดกัน เช่น
14.        * เลขหมายติดกัน 0 2123 4567-9 หรือ 0 2123 4567-71
15.        * เลขหมายที่ไม่ติดกัน 0 2134 4567, 0 2345 6789
16.        การเขียนเลขโทรศัพท์ตามแบบใหม่นี้ยังมีข้อดีคือ เลขหมายของคนกรุงเทพฯและต่างจังหวัด จะมีรูปแบบเหมือนกันทั้งประเทศ
17.        เช่น เลขหมายของชาวกรุงเทพฯ 0 2345 6789
18.        กับเลขหมายของชาวเชียงใหม่ 0 5345 6789
19.        ถือเป็นการลดช่องว่างระหว่างเมืองกรุงกับภูมิภาคได้อีกระดับหนึ่ง
20.        แบ่งกลุ่มตัวเลขด้วยช่องว่าง
21.        มาตรฐาน ITU E.123 แนะนำให้มีการแบ่งกลุ่มตัวเลขของหมายเลขโทรศัพท์ โดยใช้ สัญลักษณ์ช่องว่าง (Spacing symbols) เพื่อให้ง่ายต่อการจดจำและความสะดวกในการบอกกล่าว สัญลักษณ์ที่ควรใช้ที่สุดก็คือ ช่องว่าง (space) หรือการเว้นวรรค
22.        ไม่ควรใช้เครื่องหมายอื่นอย่างเช่น เครื่องหมายขีด “-” โดยเฉพาะเลขหมายระหว่างประเทศ เพราะอาจสร้างความสับสนได้โดยเฉพาะเมื่อนำไปใช้รวมกับเลขหมายที่ต่อเนื่องกัน เช่น 0-2123-4567-8 หรือ 0-2123-4567-70
23.        ด้วยเหตุนี้ เราควรใช้ “ช่องว่าง” ในการแบ่งกลุ่มตัวเลขเท่านั้น
24.        ใครที่เคยเขียนเบอร์โทรเป็น 02-123-456 นั้น
25.        ก็ควรเปลี่ยนมาเขียนเป็น 0 2123 4567 ซึ่งถูกต้องกว่า
26.        เลิกใช้เครื่องหมายวงเล็บ ( ) กับเบอร์โทร
27.        เครื่องหมายวงเล็บ ( ) นั้นใช้แสดงว่า ตัวเลขที่อยู่ในวงเล็บนั้นอาจไม่จำเป็นต้องใช้ในการโทร 
28.        เช่น รหัสพื้นที่ (02) สำหรับกรุงเทพฯและปริมณฑล ซึ่งแต่ก่อนสามารถโทรถึงกันได้โดยไม่จำเป็นต้องกดรหัส 02 ก่อน เราจึงสามารถเขียนเลขหมายเป็น (02) 123 4567 หรือ (053) 123 456 ได้ เพื่อแสดงให้ทราบว่าถ้าอยู่ในพื้นที่เดียวกันไม่ต้องกดรหัสพื้นที่ แต่หลังจากการเปลี่ยนระบบเลขหมายโทรศัพท์จาก 7 หลักมาเป็น 8 หลัก ทำให้ในปัจจุบัน เราต้องกดรหัสพื้นที่ก่อนเสมอ
29.        ด้วยเหตุนี้
เราจึงไม่ควรใช้เครื่องหมายวงเล็บ ( ) ในเลขหมายโทรศัพท์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ อีกต่อไป 
30.        คำแนะนำในการเขียนเลขหมายโทรศัพท์ ให้ถูกต้องตามมาตรฐานสากล Part 2/6 ใช้ +66 สำหรับเลขหมายระหว่างประเทศ (International number)
31.        เครื่องหมายบวก “+” เป็น International prefix symbol ที่ใช้นำหน้ารหัสประเทศ และแสดงให้ทราบว่าเลขหมายโทรศัพท์ที่ตามมานั้นเป็นเบอร์โทรระหว่างประเทศ สำหรับตัวเลข “66” นั้นก็คือ รหัสประเทศ(Country code) ของไทยนั่นเอง
32.        ในการกดเบอร์โทรไปต่างประเทศด้วยเครื่องโทรศัพท์ธรรมดา เราไม่ต้องกดเครื่องหมายบวก “+”
33.        แต่ถ้าโทรออกด้วยโทรศัพท์มือถือ เราถึงจะสามารถกดเครื่องหมายบวก “+” ได้จริงๆ
34.        แต่ถ้าเป็นการโทรระหว่างประเทศ เลข 0 ซึ่งเป็น Trunk prefix นี้จะถูกละเว้นไป นั่นเป็นเหตุผลที่เราสามารถเขียนเลขหมายโทรศัพท์สำหรับการโทรระหว่างประเทศ เป็น +66 2345 6789 และ
ไม่ควรใช้เครื่องหมายวงเล็บ ( ) และเครื่องหมายขีด (-) ในเลขหมายโทรศัพท์ระหว่างประเทศ ซึ่งจะสร้างความสับสนได้ง่าย
35.        หมายเลขต่อ (ext.)
36.        สำหรับ เบอร์ต่อนั้น ITU แนะนำให้เขียนโดยใช้คำว่า “ext.” ซึ่งย่อมาจาก extension ตามด้วยเลขหมาย เช่น 0 2345 6789 ext. 1234
37.        แต่ของไทยเรานั้นใช้คำว่า “ต่อ” แทน จึงเขียนได้เป็น 0 2345 6789 ต่อ 1234 บางทีก็เห็นใช้เครื่องหมายชาร์ป (#) แทนอย่าง 0 2345 6789 # 1234 ก็เป็นที่เข้าใจได้เช่นกัน
สรุปแนวทางการเขียนเลขหมายโทรศัพท์
จาก หลักการเขียนเลขหมายโทรศัพท์สำหรับสิ่งพิมพ์และสื่อต่างๆ ซึ่งได้แก่ การแบ่งกลุ่มตัวเลขให้ถูกต้อง การใช้ช่องว่างแยกกลุ่มตัวเลข, การเลิกใช้เครื่องหมายวงเล็บ และการใช้ “+66” สำหรับเลขหมายระหว่างประเทศ เราจึงมีแนวทางการเขียนเบอร์โทรศัพท์ดังนี้


เลขหมายโทรศัพท์ สำหรับโทรในประเทศ


เลิกใช้วงเล็บ                                              ไม่ควรเขียนว่า (02) 345 6789
เลิกใช้เครื่องหมายขีด (-)                                  ไม่ควรเขียนว่า 02-345-6789
เลิกใช้ช่องว่างรวมกับเครื่องหมายขีด (-)        ไม่ควรเขียนว่า 02 345-6789              
ใช้ช่องว่างแยกกลุ่มตัวเลข                                เขียนได้เป็น 02 345 6789
แยกกลุ่มตัวเลขให้ถูกต้อง                            เขียนได้เป็น 0 2345 6789

การ เขียนเลขหมายโทรศัพท์อย่างถูกต้องนั้น อาจจะดูแปลกในตอนแรก หากเราลองฝืนใจทำตามคำแนะนำไปสักระยะหนึ่ง ไม่นานก็จะรู้สึกดีขึ้น ที่เราเขียนเบอร์โทรได้ตรงตามมาตรฐาน ไม่ทำให้คนอื่นสับสน

สำหรับเลขหมายโทรศัพท์สำหรับติดต่อกับต่างประเทศ

ไม่ควร
 เขียน (662) 3456789 เพราะไม่ควรใช้วงเล็บ และขาดเครื่องหมาย +
ไม่ควรเขียน +66 23 456789 เพราะแบ่งกลุ่มตัวเลขไม่เหมาะสม
ไม่ควรเขียน +66(0) 23456789 เพราะไม่จำเป็นต้องมีเลข 0 ให้สับสน
ไม่ควรเขียน +66 (0) 2 345 6789 เพราะไม่จำเป็นต้องมีเลข 0 และยังแบ่งกลุ่มไม่ถูก ยิ่งทำให้ดูสับสน
ไม่ควรเขียน +66-2345-6789 เพราะไม่ควรใช้เครื่องหมายขีด (-) ที่ทำให้ดูสับสนเมื่อมีทั้งเครื่องหมายบวก (+) และลบ (-) อยู่ร่วมกัน
ควรเขียนเป็น +66 2345 6789 ซึ่งเรียบง่าย และเป็นที่เข้าใจในระดับสากล

การเขียนเลขหมายโทรศัพท์เคลื่อนที่

สำหรับติดต่อในประเทศ

ให้เขียนโดยแยก 08 ไว้ข้างหน้า เว้นวรรคด้วยช่องว่าง ตามด้วยเลขอีก 4 ตัว เว้นวรรคด้วยช่องว่าง แล้วจึงตามด้วยเลขที่เหลืออีก 4 ตัว เช่น 08 1234 5678

ไม่ควรเขียนเป็น (081)-234-5678, (081) 234 5678, (081) 234 5678, 081-234-5678, 081 234 5678, 08-1234-5678, (08) 1234 5678





อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
ว่าที่ร.ต.สมโชคเฉตระการ วันที่ : 06/06/2016 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/somchoke101

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
MR.TANANOP วันที่ : 13/08/2012 เวลา : 20.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/TANANOP

ขอบคุณมากครับ แก้ข้อสงสัยได้เยอะเลย : )

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
OXYGEN2 วันที่ : 19/09/2011 เวลา : 02.11 น.
http://www.oxygen2.me/


ขอบคุณมากครับ เป็นความรู้เลยครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูอ๊อฟ วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 22.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/carnival

อืมแบบงงๆๆ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
vii๖ วันที่ : 06/11/2010 เวลา : 05.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/gutswallow

มึน

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
Payont วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 18.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/payont

เข้าใจ แต่ไม่เข้าใจครับ
เดิม 02 xxx xxxx
ใหม่ 0 2xxx xxxx แล้ว 0 0xxx xxxx และ 0 1xxx xxxx หายไปไหน

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 18.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอบคุณครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Surakant วันที่ : 04/11/2010 เวลา : 17.07 น.
 อ ยู่ เ มื อ ง ไ ท ย  ส บ า ย ที่ สุ ด ใ น โ ล ก

พึ่งรู้กระจ่างวันนี้นี่เอง ขอบคุณครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< พฤศจิกายน 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30        



[ Add to my favorite ] [ X ]


เชิญร่วมแสดงความคิดเห็น..องค์กรของท่านมีความสนใจต้องการพัฒนาบุคลากรในหัวข้อใดบ้าง
ทักษะหัวหน้างาน
11 คน
สร้างและพัฒนาบุคลิกภาพสำหรับผู้นำยุกใหม่
4 คน
สร้างระบบ Competency ภาคปฏิบัติ
12 คน
การวางระบบ 5ส & Kaizen
0 คน
ซ่อมสร้าง 5ส & Kaizen (มีระบบอยู่แล้วไม่ยังยืนศูนย์เปล่า)
4 คน

  โหวต 31 คน