*/
  • SHIW
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-07-05
  • จำนวนเรื่อง : 99
  • จำนวนผู้ชม : 165038
  • จำนวนผู้โหวต : 40
  • ส่ง msg :
  • โหวต 40 คน
วันพฤหัสบดี ที่ 4 กันยายน 2557
Posted by SHIW , ผู้อ่าน : 2755 , 18:49:09 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ลูกเสือหมายเลข9 โหวตเรื่องนี้

 

คำว่าซาดิสม์ (Sadism) เกิดจากชื่อของบุรุษมีตระกูลชาวฝรั่งเศสผู้หนึ่งที่ชื่อ มากี เดอ ซ้าด (Marquis de Sade) ซึ่งเป็นคนมีความประพฤติโหดร้าย ชั่วช้าในทุก ๆ ด้าน และชอบความรุนแรงโดยเฉพาะเรื่องเพศ จนเป็นที่เลื่องลือกันเป็นตำนานถึงความชั่วร้ายของเขา กระทั่งชื่อของเขาได้รับเกียรติให้นำมาตั้งเป็นชื่อของโรคจิตชนิดหนึ่ง ที่ผู้ป่วยทางจิตเป็นพวกชอบความรุนแรง และชอบทรมานคู่นอนก่อนหรือขณะร่วมเพศ…ซาดิสม์ นั่นเอง

แรกเริ่มซ้าดเกิดมาในตระกูลขุนนาง เมื่อเกิดมีนามเต็มว่า โดนาเตียง อัลฟ็อง ฟรังซัวร์ หรือท่านเคานท์น้อยแห่งซ้าด ใช้ชีวิตอยู่ในปราสาทแบบเดียวกับเจ้านายฝรั่งยุคศักดินาทุกประการ มารดาของซ้าดเป็นนางพระกำนัลให้แก่เจ้าหญิงแห่งกงเด (Princess of Conde) นางมีความทะเยอทะยานอยากให้ลูกชายได้ใกล้ชิดกับเจ้าชายน้อยกงเดผู้เป็นทายาท เจ้าของปราสาท จึงพยายามผลักดันให้ซ้าด (ผู้อายุอ่อนกว่าเจ้าชายถึง 4 ปี) เข้ามาเป็นพระสหายสนิทของเจ้าชาย แต่ซ้าดน้อยวัยเพียง 4 ขวบ ชอบเล่นรุนแรง และมักใช้เจ้าชายเป็นกระสอบทรายมากกว่าที่จะเป็นเพื่อนเล่น เขามักเป็นฝ่ายรังแกเจ้าชายเสมอ จึงถูกส่งให้ออกนอกปราสาท ไปอยู่กับลุงของเขา

จนกระทั่งอายุ 14 เขาเริ่มเบื่อกับความธรรมดาของชีวิตชนบท อยากจะออกไปท่องโลกกว้าง จึงสมัครเป็นทหารในสังกัดกองทหารม้า (Light cavalry : ทหารราบที่ขี่ม้าด้วย) เขาได้อยู่ในกองทัพนานกว่าปกติ เพราะช่วงนั้นเกิดการปฏิวัติพอดี ซ้าดจึงต้องเป็นทหารอยู่ถึงสิบปี ระหว่างนั้นเขาได้เห็นเหตุการณ์กระทำทารุณต่าง ๆ นานา ต่อเชลยและนักโทษที่ถูกจับได้ แต่ภาพความโหดร้ายเหล่านั้นกลับทำให้เขารู้สึกตื่นเต้นอย่างประหลาด

เมื่อออกจากทหารแล้วเขาได้รับตำแหน่งขุนนางสืบตระกูลจากบิดา กลายมาเป็น มากี (Marquis) ผู้มีศักดิ์แห่งซ้าด ตั้งแต่นั้นเขาก็ได้รับการเรียกขานอย่างให้เกียรติว่า “มากี เดอ ซ้าด” และได้แต่งงานกับสตรีนางหนึ่ง(ที่แก่กว่าเขาถึง 10 ปี) ไม่กี่วันหลังแต่งงานบิดาของซ้าดก็ถูกมารดาฝ่ายหญิงจับได้ว่าโกงเงินค่าพิธี แต่งงาน จากนั้นไม่นานบิดาของซ้าดก็ตาย พร้อมทิ้งหนี้กองใหญ่ไว้ให้ซ้าด

เป็น โชคร้ายของสตรีนางนั้นที่มาเป็นภรรยาของซ้าด เพราะตลอดช่วงเวลาการแต่งงาน ซ้าดผู้สามีได้กระทำการที่เรียกว่าหมิ่นน้ำใจภรรยาเสมอ แต่มาดามซ้าดก็ไม่เคยบ่นเพราะนางเป็นคนดีมาก แม้ว่าจะเคยอยู่ในตระกูลที่สูงส่ง ไม่เคยพบเห็นการกระทำหยาบคาย และความวิปริตต่าง ๆ แต่นางก็มีความอดทนเป็นอย่างดี

ตัวอย่างความชั่วของซ้าดก็เช่น หลังแต่งงานได้เพียง 7 วัน ก็จ้างโสเภณีมาทั้งสำนัก พร้อมเชิญเพื่อนเสเพลของตนมาร่วมเสพกามกันที่บ้าน ทั้งที่นายหญิงของบ้านก็ยังอยู่ทั้งคน และเมื่อนางไม่ว่าอย่างไร เขาก็ยิ่งย่ามใจ และก่อกิจกรรมวิปริต ๆ อีกมากมาย ครั้งหนึ่งเขาพาหญิงนางหนึ่งมาจากซ่อง จับมัดมือมัดเท้า เฆี่ยนตีจนเนื้อแตก เลือดพุ่งอาบรินไปทั่ว เธอร้องไห้จนหมดแรง เพราะไม่คิดว่าจะถูกทารุณเช่นนั้น แล้วจากนั้นซ้าดก็ร่วมรักกับเธออย่างสุขสม พร้อมให้เงินปิดปากไม่ให้ไปบอกใคร

ซ้าดมีพฤติกรรมชั่วช้าดิบเถื่อนขึ้นเรื่อย ๆ เขาติดเซ็กส์ และความรุนแรงแบบที่เรียกว่าขาดไม่ได้เลยทีเดียว แต่ต่อมาเขาก็ได้ไปเยือนคุกครั้งแรกเมื่อ สาวงามโรส เคลเลอร์ ผู้ถูกเขาล่อลวงมา แล้วจับมัดมือเฆี่ยนตีก่อนเสพสม ได้วิ่งแจ้นไปฟ้องเจ้าหน้าที่บ้านเมือง จนเป็นข่าวดัง และเป็นที่พูดถึงกันไปทั่ว แต่เขาก็ไม่ได้ลดละแค่นั้น กลับทำชั่วมากขึ้น และวิตถารมากขึ้นไปอีก ก่อคดีน่าละอาย น่าสยดสยองมากขึ้นเรื่อย ๆ

เมื่ออายุได้ 32 ปี ได้จัดปาร์ตี้เซ็กส์หมู่ที่เมืองมักเซยส์ จ้างคณะโสเภณีมาเกือบยกเมือง แล้วก็ทำการมอมยาโสเภณีพวกนั้นจนอ่วม บางรายป่วยหนักไปเลย ยาที่ใช้คือก็เป็นของที่นิยมในขณะนั้นคือ ผีเสื้อสเปน (Spanish Fly) ผลลัพธ์คือเขาถูกแจ้งอีกข้อหาหนึ่ง คือ พยายามฆ่าด้วยยาพิษ และ กามวิตถาร

ด้วยข้อหาร้ายแรงนี้ เขาถึงต้องลี้ภัยไปถึงอิตาลี่ แต่ด้วยการให้เบาะแสของแม่ยายของเขา ที่ต้องทนกับตระกูลซ้าดมาตลอด ทำให้เขาถูกจับได้ที่ซาวอยประเทศอิตาลี่ และถูกส่งเข้าขังยังเรือนจำแห่งมิโอลาน แต่ก็หนีออกมาได้ (ที่จริงเขาหนีออกจากคุกหลายต่อหลายครั้งแล้ว) เขากลับมาอยู่ที่บ้านเก่า ลา คอสต์ แต่แม่ยายก็ตามรังควานเขา นำตำรวจไปตามจับ ซึ่งเขาก็มักจะหนีไปได้อย่างเฉียดฉิว และหนีไปอยู่ในชนบทที่ห่างไกลออกไป

ต่อมาเขาได้หลอกเด็กหญิงชายกลุ่มหนึ่งว่าจะนำไปเป็นบ่าวรับใช้ แต่กลับนำเด็ก ๆ ไปใช้ในเกมส์กามของเขา และยังกล้ากลับมายัง ลา คอสต์ อีก เด็กในกลุ่มนั้นเมื่อสุดทนจึงหนีมาแจ้งความ เมื่อแม่ยายทราบข่าวก็หูผึ่งรีบนำตำรวจไปตามจับทันที พร้อมทั้งคนแถบนั้นก็โกรธแค้นที่ซ้าดล่อลวงเด็ก ๆ ไปทำทารุณทางเพศ ต่างเรียกร้องให้ทางการจับซ้าดให้ได้

เขากลายเป็นบุคคลอันตราย ถึงขนาดไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ทุกคนก็พร้อมที่จะโยนความผิดให้เขาหมด อย่างที่ซ้าดเขียนไว้อย่างขบขันในหนังสือของเขาว่า “คนพวกนี้แม้เรื่องเพียงน้อยนิดเช่นแมวถูกหวดก้น ก็พร้อมจะบอกใคร ๆ ว่า น่านแหละฝีมือ มองซิเออร์ซ้าดล่ะ”
นอกจากซ้าดจะเป็นที่รังเกียจของสุจริตชนทั่วไปแล้ว เขายังดูเหมือนจะเป็นที่รังเกียจของนรกสรรค์ทั้งปวงอีก เพราะเขาเคยถูกรอบฆ่าหลายครั้ง แต่ก็ไม่ตาย รอดได้อย่างหวุดหวิดทุกครั้ง เช่น คราวที่พาสาวน้อยนาม คริล เลต์ หนีจากบ้านไป ทำให้พ่อของสาวนั้นโกรธแค้นมาก ใช้ปืนยิงจ่อที่หัวซ้าดระยะเผาขน แต่ลูกกระสุนดันด้านซะอีก นับเป็นคนชั่วที่นรกไม่อยากได้จริง ๆ

จากที่ชั่วได้ที่มานาน เขาก็เริ่มได้รับกรรมในการเข้า ๆ ออก ๆ เรือนจำเป็นว่าเล่น ตำรวจหลอกจับเขาโดยปลอมจดหมายให้เขาไปเยี่ยมแม่ที่ป่วยหนักในปารีส (ทั้งที่แม่เขาตายไปนานแล้วโดยที่เขาไม่รู้) แล้วตำรวจก็จับเขาได้ที่นั่น เมื่อพิจารณาโทษแล้ว ทางศาลก็เห็นว่าควรส่งเขาไปขังไว้ที่ ปราสาทแวงซองส์ ที่มีป้อมปราการสูงใหญ่ และไม่เคยมีใครหนีรอดออกมาได้เลย ซึ่งที่นั่นซ้าดต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแท้จริง เพราะขาดสาว ๆ และเซ็กส์วิปริต ๆ ของโปรดของเขา เขาจึงหางานอดิเรกทำโดยการเขียนบทประพันธ์ แต่งกลอน และละครเพลง เกี่ยวกับประสบการณ์กามต่าง ๆ ที่ผ่านมาของเขา ส่วนใหญ่เป็นเรื่องวิตถารผิดมนุษย์ บรรยายไว้อย่างละเอียดจนเห็นภาพ (ต่อมากลายเป็นหนังสือต้องห้าม ไม่ให้ตีพิมพ์นานเกือบสองร้อยปี) ก
ารกระทำชั่วผ่านปลายปากกานี้ทำให้เขาถูกคุมอย่างเข้มงวดมากขึ้น โดยไม่ให้เขาใช้ดินสอ ปากกา หรือกระดาษใด ๆ อีกเลย

แม้จะชั่วช้าอย่างไรก็ตาม แต่ด้วยความประเสริฐของม้าดมัวแซลเรเน่ผู้เป็นภรรยา ก็ยังคงคอยดูแลความเป็นอยู่ของสามีในคุกอยู่ตลอด ทั้งจัดหาเสื้อผ้า อาหารอร่อย และของอื่น ๆ ที่ซ้าดต้องการมาให้มิได้ขาด และยังเขียนสาส์นประณีประนอมโทษมาให้ผู้คุมของซ้าดหลายครั้ง และเรียกร้องให้ผู้คุมเห็นใจสามีตนและปฏิบัติต่อเขาด้วยดี

เขาถูกขังอยู่ที่แวงซองล์ 7 ปี และย้ายมาคุมขังต่อที่บาสติลล์ ซึ่งซ้าดใช้เวลาในการเขียนเรื่อง “120 วันอันวิตถาร(120 Days of Sodom)” ถือเป็นเรื่องติดเรทระดับมาสเตอร์พีซของเขา และยังมีเรื่อง “ความอับโชคแห่งคุณธรรม(The misfortunes of virtue)” ซึ่งแต่ละเรื่องก็เต็มไปด้วยความเลวร้ายจนต้องม้วนซ่อนเอาไว้ตามซอกอิฐเพื่อ ไม่ให้ผู้คุมเอาไปทำลาย

เมื่อติดคุกนาน ๆ ไม่ได้เห็นเดือนเห็นตะวัน เขาก็เริ่มคลุ้มคลั่ง ต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลบ้า นั่นคือ ชารองตอง อัซสิลัม และที่แห่งนี้ก็เป็นที่พำนักของเขาในอีก 14 ปีที่เหลือของชีวิต แต่กระนั้น แม้จะอยู่ในโรงพยาบาลเขาก็ยังไม่วายหาความสุขทางเพศไปเรื่อย ๆ เห็นได้จากบันทึกของเขา(ในวัยกว่าเจ็ดสิบ) ถึงเรื่องความสัมพันธ์อันลึกซึ่งระหว่างเขา และคนงานในสถานบำบัดสาวอายุ 17 ปี ที่เขียนไว้อย่างละเอียดลออ ว่าเขามีเพศสัมพันธ์กับเธอถึง 57 ครั้ง และเขาสอนให้สาวน้อยอ่านออกเขียนได้ ตัวอย่างบันทึกตอนหนึ่งมีว่า “ในวันที่ 27 พฤศจิกายน 1814 นี้ แม่สาวน้อยแม็กดาลีนได้มาเยี่ยมฉันเป็นเวลา 2 ชั่วโมง และมันนับเป็นสองชั่วโมงที่สุขสมเสียจริง”

แต่ความสุขของเขานี้อยู่ได้ไม่นานนัก เมื่อจู่ ๆ ซ้าดวัย 74 ปี ก็ล้มป่วยอย่างกะทันหัน ได้ถูกส่งตัวเข้ารักษา และไม่เคยตื่นมาอีกเลย เป็นอันปิดฉากชายชื่อฉาวที่สุดในฝรั่งเศส แต่เป็นการเปิดตำนานแห่งคำว่า “ซาดิสม์” ให้กับโลก.....

ที่มา
http://www.indepencil.com/ผู้เริ่มตำนาน-ความซาดิ/



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน