• Abraham
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : susilo_banbang@yahoo.co.th
  • วันที่สร้าง : 2009-05-15
  • จำนวนเรื่อง : 92
  • จำนวนผู้ชม : 60235
  • ส่ง msg :
  • โหวต 15 คน
PATTANI TIMES
Violence in Southern Thailand Issue........Pergolakan di kawasan selatan Thailand....... อัพเดท เจาะลึก ข่าวเหตุการความขัดแย้ง สถาณการณ์ความรุนแรงในบริเวณจังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทย.............
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Patani-time
วันศุกร์ ที่ 25 มิถุนายน 2553
Posted by Abraham , ผู้อ่าน : 861 , 13:42:08 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ยังคงมีปัญหากระทบกระทั่งกันเป็นระยะระหว่างกลุ่มนักศึกษา กลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิมนุษยชนและเครือข่าย กับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยล่าสุดเมื่อไม่กี่วันมานี้ เพิ่งมีรายงานจากเครือข่ายส่งเสริมสิทธิมนุษยชนและเข้าถึงความยุติธรรม (HAP) กรณีเจ้าหน้าที่รัฐคุกคามและข่มขู่นักสิทธิมนุษยชน

          เรื่องของเรื่องมีอยู่ว่า เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นบ้านหลังหนึ่งในท้องที่ ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา เมื่อวันที่ 21 มิ.ย.ที่ผ่านมา แม้ไม่พบหลักฐานอะไรที่ผิดกฎหมาย แต่ก็ยังควบคุมตัวนักศึกษา 5 คน กับเจ้าหน้าที่ HAP อีก 1 คนไปซักถามประวัติ โดยระหว่างการซักถามมีการใช้คำพูดในลักษณะ "ข่มขู่" และแสดงความมีอคติต่อการทำงานของกลุ่มสิทธิมนุษยชน ทำให้เครือข่ายและนักศึกษาที่ร่วมงานรู้สึกไม่สบายใจและไม่ปลอดภัย 

          กรณีนี้ "ทีมข่าวอิศรา" ได้ตรวจสอบไปยังหน่วยเฉพาะกิจยะลา 11 ซึ่งเป็นหน่วยหลักที่ส่งกำลังเข้าไปค้นบ้านหลังดังกล่าว ได้รับการชี้แจงว่าฝ่ายทหารเพียงแค่เชิญตัวนักศึกษาทั้งหมดไปทำประวัติ และปล่อยตัวไปหมดแล้ว ไม่ได้มีการจับกุม แต่ฝ่ายทหารไม่ได้ยอมรับหรือปฏิเสธประเด็นที่ถูกกล่าวหาเรื่องการใช้คำพูดข่มขู่คุกคาม 

          อย่างไรก็ดี จากปัญหาที่เกิดขึ้นหลายครั้งซึ่งมีสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากความไม่เข้าใจและไม่ไว้วางใจบทบาทของนักศึกษาและนักสิทธิมนุษยชนในพื้นที่ "ทีมข่าวอิศรา" จึงรวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับขบวนการนักศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้เฉพาะช่วงหลังปี 2547 มาสรุปให้เห็นภาพอย่างชัดเจน เพื่อสร้างความเข้าใจให้เกิดขึ้นต่อไป

 

เหลียวหลัง...

          หากจะศึกษาเรื่องขบวนการนักศึกษาในจังหวัดชายแดนใต้อย่างจริงจังแล้ว คงต้องสืบสาวย้อนหลังไปหลายสิบปี แต่หากขีดกรอบเฉพาะในบริบทความรุนแรงรอบใหม่ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา มีงานเขียนชิ้นหนึ่งของคนในขบวนการนักศึกษายุคนั้นคือ เอกรินทร์ ต่วนศิริ (อดีตอุปนายกองค์การบริหารองค์การนักศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ปัจจุบันเป็นนิสิตปริญญาโท จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย) ที่เขียนเกี่ยวกับ “การเคลื่อนไหวของกลุ่มนักศึกษาในพื้นที่เหตุการณ์ความรุนแรง” เอาไว้อย่างชัดเจนและน่าสนใจ

          งานเขียนชิ้นนี้ตีพิมพ์ในหนังสือชื่อ "สถานการณ์ชายแดนใต้ มุมมองของภาคประชาสังคม" จัดพิมพ์โดยคณะกรรมการประสานงานภาคประชาชนเพื่อจังหวัดชายแดนใต้ โดยอธิบายการเคลื่อนไหวของขบวนการนักศึกษายุคหลังปี 2547 ว่าแบ่งออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ๆ คือ

          หนึ่ง อดีตนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยแล้วทำงานกับหน่วยงานต่างๆ เกี่ยวกับเรื่องภาคใต้ ที่เห็นเด่นชัดคือ

          1.1 กลุ่มนักศึกษาที่ทำงานกับกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ส่วนใหญ่เป็นอดีตนักศึกษาที่เป็นผู้ชาย ทำงานกับเยาวชนในพื้นที่เป้าหมายเพื่อให้ความรู้ด้านกฎหมายแก่เยาวชน โดยส่วนใหญ่จะเป็นล่ามแปลภาษาไทยเป็นภาษามลายู และทำความเข้าใจกับประชาชนในประเด็นสิทธิตามกฎหมายเมื่อเกิดกรณีพิพาทหรือมีคดีความ ขณะเดียวกันก็ปลูกฝังความคิดของเยาวชนให้เห็นพัฒนาการภายใต้โครงการของรัฐ การทำงานของกลุ่มนี้จะดำเนินไปอย่างเป็นระบบ มีแผนงานชัดเจน และไม่ละทิ้งแนวคิดเดิมของกลุ่มนักศึกษาคืออยากเห็นสังคมมีความเป็นธรรม

          1.2 กลุ่มเยาวชนใจอาสา ทำงานเกี่ยวกับการเยียวยาครอบครัวผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ความไม่สงบ ส่วนใหญ่เป็นนักศึกษาผู้หญิงที่เรียนจบแล้วและเคยทำกิจกรรมในพื้นที่มาก่อน กลุ่มเยาวชนใจอาสานับว่ามีบทบาทสูงมาก เพราะทำงานเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบ สามารถเชื่อมโยงกับองค์กรต่างๆ มากมาย มีศูนย์ประสานงานทำให้สะดวกในการติดต่อและให้บริการข้อมูลแก่บุคคลภายนอก

          ทั้งหมดนี้เป็นพัฒนาการจากประสบการณ์สมัยที่เป็นนักศึกษา ซึ่งส่วนใหญ่มักเน้นลงพื้นที่ด้วยใจ ขาดการเก็บข้อมูลที่ดี

          1.3 กลุ่มเครือข่ายเยาวชนเพื่อสันติภาพสามจังหวัดชายแดนใต้ เป็นการรวมตัวกันของกลุ่มนักศึกษาทั่วประเทศหลังจากได้ลงไปสัมผัสและทำความเข้าใจปัญหาชายแดนใต้ และแลกเปลี่ยนข้อมูลกันระหว่างนักศึกษาในพื้นที่กับนอกพื้นที่ การก่อกำเนิดของเครือข่ายฯ ถือเป็นความร่วมมืออย่างจริงจังผ่านมิตรภาพของคนวัยเดียวกันที่พยายามศึกษาเรื่องความรุนแรงที่เกิดขึ้นในจังหวัดชายแดนภาคใต้ด้วยหัวใจ ด้วยข้อมูลตรงจากพื้นที่

          ความร่วมมือข้ามภูมิภาคยังเป็นการผสมผสานข้อมูลวิชาการกับความจริงที่เกิดขึ้นในพื้นที่โดยผ่านกิจกรรมอันหลากหลายด้วย อาทิ การวิจัยเชิงปฏิบัติการที่มีส่วนร่วม การออกแถลงการณ์ผ่านสื่อ การจัดเวทีเสวนา และการลงพื้นที่จริง ซึ่งถือได้ว่าเป็นกิจกรรมที่ยกระดับความเข้าใจปัญหาชายแดนใต้โดยกลุ่มนักศึกษาเลยทีเดียว

          สอง คือกลุ่มนักศึกษาทั่วไปซึ่งมีกิจกรรมลงพื้นที่บ่อยครั้ง หลายกิจกรรมมีหน่วยงานจากทั้งในและนอกพื้นที่มาเป็นผู้ให้ความร่วมมือ ทำให้นักศึกษากลุ่มนี้ได้เรียนรู้ปัญหาเพิ่มมากขึ้น มีช่องทางในการทำวิจัยเพื่อศึกษาปัญหาอย่างลึกซึ้ง

          อย่างไรก็ดี มีบางโครงการเช่นกันที่มีหน่วยงานของรัฐมาขอความช่วยเหลือ แต่กลุ่มนักศึกษามักปฏิเสธเพราะเกรงว่าไม่ได้รับความไว้วางใจจากชาวบ้าน ขณะเดียวกันก็มีแหล่งทุนมากมายจากทั้งในและต่างประเทศที่สนับสนุนการทำกิจกรรมในพื้นที่ของนักศึกษา

 

แลหน้า...

          จุดเริ่มต้นของขบวนการนักศึกษาในบริบทความรุนแรงระลอกใหม่ที่ปลายด้ามขวาน ไม่ได้มุ่งแค่เรื่อง "การเมือง" เสมอไป

          นูรุดดีน โตะตาหยง เจ้าหน้าที่สมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ และหนึ่งในแกนนำขบวนการนักศึกษาในยุคปี 2547 เล่าให้ฟังว่า สาเหตุสำคัญที่เข้าร่วมขบวนการนักศึกษาในตอนนั้น เป็นเพราะมีความฝันและความหวังว่าอยากเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยแก้ปัญหาให้กับสังคมบ้านตัวเอง จึงเริ่มทำกิจกรรมต่างๆ ซึ่งกิจกรรมดังกล่าวนี้ในอีกทางหนึ่งก็ช่วยให้นักศึกษาเติบโตไปพร้อมๆ กับการได้รับรู้ปัญหาของสังคม ทำให้ไม่ลืมที่จะเข้าไปช่วยแก้ปัญหาหลังจากเรียนจบแล้ว

          “ตอนนั้นผมและเพื่อนๆ รู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าและภูมิใจมาก เพราะว่าเราได้ทำอะไรมากมายที่เราไม่เคยคาดคิดว่าจะทำได้ในตอนนั้น ช่วงที่เราเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ๆ เราหวังเพียงแค่เรียนให้จบไปมีงานดีๆ ทำ แต่เมื่อเรียนไปเรื่อยๆ เราคิดว่าโอกาสที่เราได้เป็นนักศึกษาน่าจะทำอะไรได้มากกว่าแค่การเรียนในห้องสี่เหลี่ยม กิจกรรมที่เราทำตอนนั้นมีมาก เป็นกิจกรรมที่ไม่ต่างจากกิจกรรมของน้องๆ ทุกวันนี้มากนัก มีทั้งในระดับพื้นที่และเชื่อมโยงกับเครือข่ายระหว่างมหาวิทยาลัย มีการส่งคนเข้าไปเป็นแกนหลักของสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) รวมทั้งเชื่อมโยงเครือข่ายกับนักศึกษาทั่วประเทศเพื่อขับเคลื่อนกิจกรรมในประเด็นปัญหาสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทั่งทุกวันนี้ก็ได้กลายเป็นวาระแรกๆ ของ สนนท.ในการทำกิจกรรมไปแล้ว” นูรุดดีน ระบุ

          อดีตแกนนำนักศึกษา บอกอีกว่า เขาและเพื่อนๆ เป็นกลุ่มนักศึกษากลุ่มแรกๆ ที่ได้ลงพื้นที่ทั้งสามจังหวัดเพื่อเก็บข้อมูลคนหาย เข้าไปช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่เป็นเหยื่อความรุนแรง และพัฒนาต่อเนื่องมาจนเป็นกลุ่มเยียวยาต่างๆ ในวันนี้ แม้กระทั้งการขับเคลื่อนเรื่องสิทธิมนุษยชนก็ตาม

          "แต่ปัญหาก็คือพวกเรามักถูกมองว่าเป็นกลุ่มต่อต้านรัฐ ช่วงนั้นเรารู้สึกว่าถูกคุกคามจากรัฐมาก เช่น โดนค้นบ้านหลายครั้ง บางทีก็มีการโทรศัพท์มาเตือนต่างๆ นานา แม้ว่าสิ่งที่เราทำอยู่ในกรอบของกฎหมายทุกอย่าง ผมจึงอยากให้สังคมโดยเฉพาะภาครัฐมองขบวนการนักศึกษาอย่างเข้าใจ อย่ามีอคติ หากกลุ่มนักศึกษาทำอะไรผิด ก็ให้ดำเนินการได้เลย แต่ต้องเป็นไปอย่างโปร่งใส ยุติธรรม และหากผิดจริงนักศึกษาก็ต้องยอมรับความผิดนั้นด้วย"

          "การจับกุมคนที่อยู่ในกลุ่มกิจกรรมนักศึกษานั้น ผมอยากให้เจ้าหน้าที่รัฐคำนึงถึงทุกครั้งก่อนจะจับว่า นักศึกษาเหล่านี้ว่าเป็นคนที่มีหัวก้าวหน้า อย่างเช่นรุ่นผม ตอนนี้หลายคนจบไปแล้ว กลายเป็นผู้หลักผู้ใหญ่ในสังคม เป็นคนที่ช่วยเหลือภาครัฐ เป็นข้าราชการ เป็นครู เป็นนักพัฒนา เป็นนักวิชาการ เป็นผู้ช่วย ส.ส. ส.ว. เพื่อนๆ ของผมเหล่านี้พวกเขามีความต่างจากคนที่ไม่เคยทำกิจกรรมอะไรเลย เพราะพวกเขามีประสบการณ์ มีวิสัยทัศน์ มีเรื่องของจิตอาสา อยากทำอะไรเพื่อสังคมจริงๆ"

          "ดังนั้นหากเจ้าหน้าที่รัฐไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจน อย่าไปจับแบบมั่วๆ เพราะมันจะกลายเป็นการตอกย้ำอคติของนักศึกษาที่มีต่อเจ้าหน้าที่เพิ่มเข้าไปอีก อยากให้มีการเชิญตัวมาคุย มาสอบถาม โดยมีผู้หลักผู้ใหญ่ มีครูบาอาจารย์อยู่ด้วย ตรงนี้จะทำให้ภาพของเจ้าหน้าที่รัฐดีขึ้นได้" นูรุดดีน เสนอ

 

พัฒนาการ...

          รู้จัก "กลุ่ม" และ "งาน" ของนักศึกษาในพื้นที่ชายแดนใต้มาแล้ว ลองมาฟังมุมมองพัฒนาการของขบวนการนักศึกษาบ้าง

          อรรถพร ขำมะโน อดีตเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาสมัครทำงานเพื่อสังคม (มอส.) เห็นว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีเศษมานี้ (นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้รอบใหม่) ได้เห็นขบวนการนักศึกษาขยายตัวมากขึ้น มีหลายกลุ่มก้อนทำกิจกรรมด้านต่างๆ แต่เบ้าหลอมในการจัดตั้ง หลักคิดในการจัดตั้ง และในการเผยแพร่แนวคิด ตลอดจนแนวทางการทำงานมวลชนดูจะอ่อนลง

          "ผมไม่ได้หมายความว่าอ่อนแอนะ แต่ผมหมายถึงไม่มีภาพของการวางยุทธศาสตร์กับยุทธวิธีที่เชื่อมโยงต่อเนื่องกันสักเท่าไหร่ ที่ผ่านมาการสร้างคนตามสถานการณ์ที่เป็นอยู่น่าจะส่งผลถึงประสิทธิภาพของขบวนการนักศึกษามากกว่านี้ แต่กลับมีความไม่ชัดเจนในแง่ของกลุ่ม ขณะที่ประเด็นในการขับเคลื่อนหลากหลายก็จริง ไม่ว่าจะเป็นกลุ่มที่ทำงานด้านสิทธิ ทำด้านเยียวยา ทำด้านกฎหมาย และอื่นๆ อีกมากมาย แต่ไม่มีเอกภาพและไม่มีความเชื่อมร้อยประสานกัน ส่วนหนึ่งเป็นเพราะกลุ่มนักศึกษาที่ทำแต่ละประเด็นไม่ได้มานั่งพูดคุยกันในเรื่องเป้าหมายองค์รวม ทำให้กลุ่มนักศึกษาแต่ละกลุ่มเริ่มห่างกันไปตามความสนใจของตนเอง ส่งผลต่อเนื่องถึงขับเคลื่อนในภาพใหญ่ไม่มีพลัง และไม่ชัดเจน อาจมีบ้างที่มีการรวมตัวกัน แต่เป็นการรวมกันเพียงวาระ โอกาส ไม่ได้ขยายประเด็นที่จะเดินร่วมกันต่อ”

          อรรถพร ยังวิเคราะห์ว่า ขบวนการนักศึกษาชายแดนใต้ที่ก้าวเดินมานานกว่า 6 ปีนั้น สามารถแยกได้เป็น 2 ช่วงเวลา คือช่วง 3 ปีแรก กับช่วง 3 ปีหลัง ซึ่งมีความเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจ

          “ช่วง 3 ปีแรกคือตั้งแต่ปี 2547-2550 ขบวนการนักศึกษามีความพยายามที่จะขยับประเด็นร่วม และขยับจังหวะก้าวที่มุ่งส่งผลต่อการแก้ปัญหาเชิงองค์รวม แต่ประเด็นการเคลื่อนไหวยังไม่เด่นชัด มีการขยายผลของประเด็นไปเรื่อยๆ เปรียบได้กับการชุมนุมของกลุ่มนปช. (แนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ที่มีการเคลื่อนไหวในภาพใหญ่และแตกประเด็นออกไป ส่วนช่วง 3 ปีหลังของขบวนการนักศึกษาเหมือนการเคลื่อนไหวของกลุ่มเอ็นจีโอ (องค์กรพัฒนาเอกชน) ที่พยายามต่อสู้เกี่ยวกับปัญหาในชุมชนต่างๆ ทว่าแต่ละกลุ่มไม่ได้มาหลอมรวมกัน ทั้งๆ ที่สามารถทำได้โดยการขยับประเด็นร่วม และรักษาประเด็นย่อยของตัวเองเอาไว้ด้วย”

          “แนวทางแบบที่ผมว่า จะทำให้กลุ่มนักศึกษามีพลังและเคลื่อนไหวอย่างมีทิศทาง อันจะทำให้ปัญหาเชิงโครงสร้างที่ถูกมองว่าเป็นปัญหาหลักและยังไม่ได้รับการแก้ไข ถูกหยิบมาขับเคลื่อนอีกครั้ง เพราะเป็นที่ทราบกันอยู่ว่าข้อเสนอเกี่ยวกับแนวทางการจัดรูปแบบการปกครองใหม่โดยคนในพื้นที่เอง ไม่ค่อยได้รับความสนใจ ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นทางออกหนึ่งของปัญหา แต่โครงสร้างของประเทศไทยกลับผูกโยงอำนาจรัฐไว้ที่ส่วนกลางเท่านั้น ผมจึงอยากเรียกร้องให้นักศึกษารวมตัวกันแล้วเริ่มหันมาพูดคุยกันเกี่ยวกับปัญหาเชิงโครงสร้าง แต่ก็ใช่ว่าจะต้องทิ้งประเด็นปัญหาปลีกย่อยต่างๆ ไป” อรรถพร กล่าว

          นับเป็นข้อเสนอแบบ "เข้าถึง" และ "เข้าใจ" ไม่น้อยทีเดียว!

ปรัชญา โต๊ะอิแต
โต๊ะข่าวภาคใต้ สถาบันอิศรา




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      



[ Add to my favorite ] [ X ]


คุณเห็นด้วยไหมที่จะให้ห้าจังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นเขตปกครองตนเอง(Autonomy) แต่อยู่ภายใต้การปกครองของรัฐธรรมนูญของรัฐไทย
เห็นด้วย
33 คน
เห็นด้วยอย่างยิ่ง
71 คน
ไม่เห็นด้วย
564 คน

  โหวต 668 คน