*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 915213
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< เมษายน 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 23 เมษายน 2551
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 3566 , 21:11:39 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

     

             ...เพื่อนรักที่เคารพ...ตอนมะเร็งคร่าชีวิต!!

   

             สถานการณ์การลักลอบหนีภาษีศุลกากรในภาคใต้ ยังคงไม่ผ่อนปรนลงแต่ประการใด แม้ว่ากรมศุลกากรจะทุ่มสรรพกำลังลงไปทำการปราบปราม อย่างมากมายขนาดไหน จนแม้บางครั้งต้องขอความร่วมมือไปยังหน่วยกำลังอื่นๆ อย่าง ทหารและ ตชด. ให้มาร่วมกันปราบปรามโดยเฉพาะแล้วก็ตาม หาดใหญ่ก็ยังคงเป็นศูนย์รวมแห่งการค้าของหนีภาษีอยู่ดี ตลาดสันติสุขและตลาดกิมหยงก็ยังคงเป็นเป้าหมายอันล่อแหลม ให้กำลังเจ้าหน้าที่ทั้งศุลกากร ทหาร ตชด.เข้ากวาดล้างอยู่บ่อยๆ จนบางครั้งดุเดือดเลือดพล่าน มีการยิงกันกลางเมืองยังกับหนังคาวบอยก็มี ก่อให้เกิดภาพพจน์ในทางไม่ดีแก่ เมืองหาดใหญ่เป็นอันมาก แต่ในอีกด้านหนึ่ง ก็ต้องยอมรับว่าหาดใหญ่เองกลับเป็นแหล่งดึงดูดผู้คนจากทั่วสารทิศ ให้เข้ามาเที่ยวเพื่อที่จะได้ซื้อของถูกกลับไป ปัญหามันก็เลยอีลักอีเหลื่อ เพราะเมื่อมองในด้านรัฐศาสตร์ ก็ถือได้ว่าการเป็นแหล่งขายของหนีภาษี ก็ทำความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเป็นอย่างมากให้แก่หาดใหญ่ นอกเหนือไปจากแหล่งคาวโลกีย์ ที่คอยดึงดูดเงินตราจากนักท่องเที่ยวชาวจีนมาเลเซีย อยู่แล้ว นอกจากนี้สถานการณ์ภาคใต้เอง ก็ยังไม่สงบจากผู้ก่อการร้าย พลโทหาญ ลีลานนท์ ซึ่งท่านเองก็มาจากตระกูลของศุลกากรเดิม เพราะคุณพ่อของท่านก็เป็นอดีตนายด่านฯ ท่านขึ้นมาเป็นแม่ทัพภาคสี่ ด้วยนโยบาย “ใต้ร่มเย็น” เพราะต้องการจะขุดรากถอนโคน ผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ให้สลายตัวไปจากแผ่นดินไทย ปัญหาการปราบปรามของหนีภาษีในภาคใต้จึงถูกวางเฉยไปก่อน

          ทั้งนี้ทั้งนั้นเป็นเพราะว่าปัญหาของการค้าของหนีภาษีในภาคใต้ ไม่ได้รับการแก้ไขให้ถูกจุด กรมศุลกากรเองก็มุ่งไปแต่ที่การปราบปราม ไม่ได้มองไปที่ต้นเหตุของการค้าของหนีภาษี ซึ่งต้นเหตุของมันขึ้นอยู่กับราคาของสินค้าในฝั่งมาเลเซียที่มีราคาถูกกว่าไทยมาก และอัตราภาษีที่สูงเสียจนไม่มีใครเขาอยากจะนำเข้ามาเพื่อเสียภาษีอย่างตรงไปตรงมา เปรียบเสมือนการเกิดโรคไข้เลือดออก ที่เจ้าหน้าที่เอาแต่ไปฉีดยุงลาย หวังฆ่าให้ตายให้หมด แต่ไม่ได้นึกไปถึงการป้องกันมิให้ยุงลายเกิด อย่างเช่น การมิให้มีน้ำหล่อเลี้ยงในภาชนะที่ตั้งทิ้งไว้ การควบคุมมิให้ผู้ป่วยโรคไข้เลือดออกไม่ให้ถูกยุงกัด

          ต่อมามีการเสนอเรื่องนี้ไปยังสภาพัฒน์และกระทรวงการคลัง จำได้ว่าสมัยนั้นยังอยู่ในรัฐบาลท่านพลเอกเปรมฯ จึงมีการกำหนดยุทธศาสตร์เพื่อส่งเสริม ให้อุตสาหกรรมในประเทศแข็งแรงขึ้น โดยมีการกำหนดสิทธิพิเศษให้กับบริษัทฯต่างๆ ในรูปแบบต่างๆกันไป เช่น การคืนอากรตามมาตรา 19 ทวิ, การจัดตั้งเป็นคลังสินค้าทัณฑ์บน, การให้เงินชดเชยค่าภาษีอากรแก่สินค้าที่ส่งออก, BOI, นิคมอุตสาหกรรม แล้วก็สิทธิพิเศษล่าสุดก็คือเขตปลอดอากร การให้สิทธิพิเศษต่างๆ เหล่านี้ ทำให้การอุตสาหกรรมของไทยเติบโตขึ้นอย่างรวดเร็ว และเป็นสินค้าที่สำคัญในการส่งออกแทนผลิตผลทางการเกษตร ซึ่งเป็นสินค้าหลักแต่ดั้งเดิม สินค้าเครื่องใช้ไฟฟ้าของไทยก็มีราคาถูกลง แต่กลับมีคุณภาพที่ดีขึ้น ใกล้เคียงกันกับสินค้าที่ผลิตในประเทศมาเลเซียและสิงคโปร์ ของที่เคยหนีภาษีทะล้นเข้ามาในหาดใหญ่ จนกำราบไม่หวาดไม่ไหว ก็กลับส่างซาลงจนปัจจุบันการค้าของหนีภาษีอย่างนั้นหมดไปแล้ว ยังเหลือก็แต่การค้าของอุปโภคบริโภคเล็กๆน้อย ซึ่งไม่ใหญ่โตเหมือนเมื่อครั้งที่มีขบวนการพวกมดขนของนั่งอยู่บนหลังคารถไฟ ตลาดสันติสุขที่เคยค้าของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใหญ่โต ต้องปรับเปลี่ยนเป็นค้าของพวกลิขสิทธิ์แทน และเปลี่ยนแปลงที่มาจากการนำเข้ามาทางมาเลเซีย มาเป็นการขนไปจากกรุงเทพฯแทน ส่วนตลาดกิมหยงก็ต้องเปลี่ยนแปลง มาเป็นเอาของภายในประเทศมาค้าขายแทน

          ในช่วงปี 2536 การค้าของอดุลย์เริ่มร่อยหรอลง กอปรกับเป็นช่วงที่ผมลงไปบรรจุสารวัตรศุลกากร 5 ที่ด่านศุลกากรปัตตานี ช่วงนั้นผมเริ่มจับธุรกิจประเภทสินค้าพรีเมี่ยม โดยเข้าเป็นหุ้นส่วนกับบริษัทแดช อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จำกัด ซึ่งรับทำสินค้าพรีเมี่ยมทุกชนิด แต่จะหนักไปทางสินค้าจำพวกนาฬิกา ปากกาและพวงกุญแจ สินค้าพรีเมี่ยมก็คือสินค้าที่เป็นของที่ระลึก โดยเอาโลโก้ของบริษัทหรือยี่ห้อสินค้าสกรีนลงบนของที่ระลึก ที่เราจะเอาไปแจกลูกค้า โดยส่วนใหญ่ลูกค้าของบริษัทก็จะได้ตัวแทนประกันชีวิต ธนาคาร บริษัทจำหน่ายรถยนต์ ฯลฯ ฤดูกาลของบริษัทฯที่จัดจำหน่ายสินค้าพรีเมี่ยมนี้ จะเป็นช่วงเดือนตุลาคมไปจนถึงมกราคม ซึ่งเป็นช่วงที่บริษัทห้างร้านทั้งหลายจะจัดทำของชำร่วย ของที่ระลึกเพื่อที่จะแจกแก่ลูกค้า

          ผมบังเอิญได้เข้าไปอยู่ในวงการของสินค้าพรีเมี่ยมนี้ได้ ก็เพราะในหมู่นักเรียนเก่าศุลกากร โดยเฉพาะในรุ่นของผม เราผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันเป็นประธานรุ่นทุกปี เพื่อให้เข้ามาบริหารรุ่นและจัดงานเลี้ยงประจำปีของรุ่น ในปีนั้นประธานรุ่นชื่อ ธงชัย สุมโนทยาน เขาให้ผมช่วยคิดว่าจะทำอะไร เป็นที่ระลึกแก่เพื่อนๆในรุ่นดี ผมก็มานั่งคิดๆว่าทุกปีส่วนใหญ่เราก็มักแจกเสื้อ เสื้อยืดบ้าง เสื้อคอโปโลบ้าง แจ๊คเก็ตบ้าง จนกระทั่งแจกสูทของรุ่นก็เคยมีมาแล้ว ก็อยากจะเปลี่ยนเป็นอย่างอื่นบ้าง ก็บังเอิญไปเห็นโฆษณาของบริษัทแดชฯ ลงในหนังสือพิมพ์เดลินิวส์ ว่ารับทำโลโก้ลงในสินค้าปากกา นาฬิกา และพวงกุญแจ ผมก็เกิดปิ๊งไอเดียขึ้น รีบโทรศัพท์ไปหาบริษัทแดชฯนี้ เขาก็ส่งเซลล์มาคุยกับผม ตัวเซลล์เองก็มีทีท่างงๆเมื่อเห็นผมเป็นข้าราชการ ไม่ได้เป็นบริษัทห้างร้านเหมือนอย่างที่เขาเคยเข้าไปขาย ผมก็บอกจุดประสงค์เขาไปว่าผมต้องการเอาโลโก้กรมศุลกากรใส่ลงไปในนาฬิกาข้อมือ เขาก็บอกว่าทำได้ ผมก็บอกเพิ่มไปอีกว่าผมจะเอาชื่อของรุ่นผมทุกคนใส่ลงในนาฬิกาด้วย หนึ่งชื่อต่อหนึ่งเรือน เขาก็บอกว่าทำได้ ผมก็เลยตกลงสั่งเขาทำจำนวน 300 เรือน โดย 100 เรือนแรก จะเป็นโลโก้กรมศุลกากรพร้อมกับมีชื่อเพื่อนร่วมรุ่นทุกคน คนละเรือน ส่วนนี้สำหรับแจกเพื่อนๆในวันงาน ส่วน 200 เรือนหลังจะมีเฉพาะโลโก้กรมศุลกากร ผมกะจะจำหน่ายแล้วเอากำไรไปทดแทนต้นทุน 100 เรือนแรกที่แจกเพื่อน กะว่าจะได้กำไรมาทดแทนต้นทุนสักครึ่งหนึ่ง คุยกับเพื่อนที่เป็นประธานแล้วเขาก็โอเค

          แต่เมื่อนาฬิกาโลโก้กรมศุลกากรเสร็จ บริษัทเอามาส่งมอบให้ผมถึงสำนักงาน ก็เกิดปรากฏการณ์ช็อคกรมศุลกากรขึ้น เมื่อปรากฏว่านาฬิกา 200 เรือนที่ตั้งใจจะจำหน่ายเอากำไรไปโปะ 100 เรือนที่แจกเพื่อน ดันทะลึ่งขายหมดภายในสองชั่วโมง!!! เหตุเพราะด้วยนอกจากจะเป็นนาฬิกาเรือนทองที่สวยงามแล้ว มันยังเป็นครั้งแรกของกรมศุลกากรที่มีสินค้าชนิดนี้เกิดขึ้น ผมโทรบอกเพื่อนที่เป็นประธานมันก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน ทีนี้เราก็เลยสั่งทำเพิ่มอีกในทันที บริษัทแดชฯเองก็ตื่นเต้นไม่ผิดกับผมเมื่อได้ออเดอร์เพิ่ม ผู้จัดการบริษัทเขามาสารภาพกับผมทีหลังว่า เขาไม่เคยคิดถึงลูกค้าที่เป็นส่วนราชการเลย ผมเป็นคนแรกที่ทำให้เขามองเห็นช่องทางใหม่ ในการจำหน่ายสินค้า ตกลงว่าในงานเลี้ยงรุ่นครั้งนั้น นอกจากเพื่อนๆจะได้รับแจกนาฬิกากันฟรีคนละเรือนแล้ว ยังมีกำไรเข้าเป็นสวัสดิการรุ่นถึงสองแสนบาท !!!

          ตั้งแต่นั้นมาตัวผมก็กลายเป็น “มิสเตอร์นาฬิกากรมศุลกากร” ผมสั่งนาฬิการุ่นใหม่ๆ แล้วก็ขออนุญาตฝ่ายประชาสัมพันธ์ ตั้งวางขายคู่ไปกับหนังสือที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์กรมศุลกากร เขามีตู้สำหรับจัดจำหน่ายอยู่แล้ว โดยให้ส่วนแบ่งกำไรส่วนหนึ่งให้กับฝ่ายประชาสัมพันธ์ไปด้วย สินค้าติดตราโลโก้กรมศุลกากรของผมขายดีจนกระทั่ง ผู้ใหญ่ท่านหนึ่งของกรมศุลกากรมาขอร้องกับผมว่า ขอให้ผมหยุดทำจะได้ไหมโดยกรมฯจะขอทำจำหน่ายเอง ผมก็รับปากด้วยความเต็มใจ แล้วก็ยินดีที่กรมฯเห็นความสำคัญของสินค้าพรีเมี่ยม จนกระทั่งเดี๋ยวนี้กรมศุลกากรก็จัดทำสินค้า ติดตราโลโก้กรมศุลกากรมาวางขายมากมาย แทบทุกชนิด เช่น เนคไท ผ้าพันคอ ปากกา นาฬิกา ถ้วยกาแฟ และที่ใส่นามบัตร

          แต่กรมฯก็ไม่ได้ไปสั่งบริษัทฯที่ไหนไกล ก็สั่งบริษัทแดชฯนั่นแหละ บริษัทฯก็เลยเชิญผมไปคุยแล้วก็ชวนผมเป็นหุ้นส่วนกับเขา โดยยกกิจการในส่วนการจำหน่ายกับหน่วยงานราชการให้กับผม เพราะเขามองเห็นช่องทางในการจัดจำหน่ายใหม่แล้ว ในส่วนของกรมศุลกากรแม้ผมจะไม่ได้เป็นคนสั่งทำ แต่เป็นกรมศุลกากรสั่งเอง เขาก็ยินดีมอบส่วนแบ่งกำไรส่วนหนึ่ง คล้ายๆค่านายหน้าให้กับผม ผมก็ตกลงทันที ถือได้ว่าเป็นการเหยียบย่างเข้ามาใน วงการธุรกิจอย่างเต็มตัวของผม ผมขยายการจัดจำหน่ายต่อไปยังหน่วยราชการส่วนอื่นตามแต่ที่จะมีคอนเน็กชั่นไปถึง เช่น จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย สำนักงานเร่งรัดพัฒนาชนบท กรมตำรวจ และสำนักผังเมือง เป็นต้น

          เมื่อผมย้ายลงมาประจำที่ด่านศุลกากรปัตตานี ผมจึงยังคงมีธุรกิจด้านนี้อยู่ที่กรุงเทพฯ ผมคุยกับอดุลย์ถึงเรื่องนี้ เพราะหวังจะเปลี่ยนชีวิตเขาให้หันเหมาจากเส้นทางสายอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ที่เล็งเห็นแล้วว่าเริ่มจะฝืดเคืองเข้าไปทุกขณะ อดุลย์ก็เห็นดีด้วย เพราะผมเห็นว่าในตลาดหาดใหญ่เอง ยังไม่มีบริษัทใดทำสินค้าพรีเมี่ยมขึ้นโดยเฉพาะ  ทีแรกก็กะให้อดุลย์ใช้บ้านของเขานั่นแหละเป็นออฟฟิต แล้วลงทุนหาเครื่องคอมพิวเตอร์สักชุดหนึ่งมาไว้ออกแบบ โดยเล็งไปที่หลานคนหนึ่งของอดุลย์ที่เพิ่งจบปริญญาตรี มอ.หาดใหญ่ มีความรู้ด้านคอมพิวเตอร์อยู่พอสมควร ให้มาช่วยงานด้านออกแบบ จากนั้นเราก็จะขอเป็นเอเย่นต์ของบริษัทแดชฯในภาคใต้ แต่ต่อมาอดุลย์เขาได้ไปคุยกับเพื่อนคนหนึ่งในหาดใหญ่ เขาทำงานเป็นพวกประกันภัยอยู่ เขาปิ๊งไอเดียก็เลยอยากจะร่วมลงทุนด้วย แต่เขาคิดว่าไม่ควรทำเล็กๆ แต่ควรจะเปิดเป็นบริษัทเป็นออฟฟิตต่างหากออกไปเลย จากการที่ผมคิดเองว่าทำเล็กๆไปก่อน แต่แล้วก็กลับกลายเป็นเรื่องใหญ่ขึ้นมาอีกขั้นหนึ่ง เขาให้เหตุผลว่าคนหาดใหญ่เขาชอบอะไรที่ดูหรูหราสักหน่อย ดูแล้วให้ความมั่นใจแก่เขาได้ หากไม่เปิดเป็นบริษัท เวลาไปติดต่อขายพรีเมี่ยมเขาจะดูถูกและขายยาก เพื่อนอดุลย์คนนี้เขาอยู่ในวงการธุรกิจของหาดใหญ่มานาน ก็เลยต้องฟังเขา อดุลย์เองก็เห็นด้วยตามคำเพื่อน ที่สุดก็เลยตกลงกันว่าจะหุ้นกันสามคน เปิดออฟฟิต เป็นบริษัทพรีเมี่ยมขึ้นมา ในส่วนของอาคารที่ตั้งอดุลย์เป็นคนจัดหา ในส่วนของชื่อบริษัทผมเป็นคนคิด

          ผมประทับใจกับโฆษณารูปนาฬิกา ที่มักจะตั้งเวลาไว้ที่สิบโมงสิบนาที นัยว่าเป็นการตั้งเข็มนาฬิกาไว้ในตำแหน่งที่เท่ที่สุดแล้ว ผมก็เลยเอาเคล็ดตรงนี้มาตั้งชื่อบริษัทว่า “บริษัทเท็นแอนด์เท็น เซาท์เทิร์น จำกัด” ส่วนที่ทำการอดุลย์ก็ไปได้ตึกแถวใกล้ๆบ้านของอดุลย์นั่นแหละ เป็นของคนรู้จักกันของอดุลย์ แต่ปัญหาก็คือเขาไม่ให้เช่าเฉพาะห้องแถว แต่ให้เช่าทั้งตึกเลย อดุลย์เขาก็เลยต้องแยกกิจการเป็นสองส่วน ส่วนหนึ่งก็คือเอาห้องแถวที่เป็นอาคารพาณิชย์ ทำบริษัท เท็นแอนด์เท็น เซ้าท์เทิร์น จำกัด ส่วนห้องที่เหลืออีกหลายสิบห้องก็ทำเป็นอพาร์ทเม้นต์ให้เขาเช่า ส่วนตัวผมก็จะมาช่วยงานที่บริษัททุกวันเสาร์-อาทิตย์ โดยจะขับรถมาจากปัตตานีมานอนที่หาดใหญ่ โดยเช่าห้องๆหนึ่งของอพาร์ทเม้นต์อดุลย์นั่นแหละ เป็นที่พัก

          ในปีแรกๆบริษัทเราก็พอจะถูไถไปได้ แม้ว่าจะไม่หรูหราฟู่ฟ่านัก ตามที่เราคิดไว้ เพราะบริษัทฯใหญ่ๆในหาดใหญ่เอง ก็ยังคุ้นเคยกับการที่จะสั่งของที่ระลึกมาจากกรุงเทพฯเอง หรือบางบริษัทฯเขาก็มีบริษัทฯแม่จากกรุงเทพฯ ส่งมาให้อยู่แล้วจึงไม่ต้องคิดมากอันใด กับของที่ระลึกสำหรับแจกแถมลูกค้า ซึ่งการที่จะให้บริษัทฯเหล่านี้เปลี่ยนมาใช้บริการของเรา คงจะต้องใช้เวลานานสักหน่อย ลูกค้าของเราจึงเป็นบริษัทฯเล็กๆเสียมากกว่า แต่ก็มากพอที่จะทำให้บริษัทฯเรายังอยู่ต่อไปได้ ทั้งนี้เพราะอดุลย์เป็นผู้กว้างขวางและมีอัธยาศัยที่ดี จึงมีทั้งคนเห็นใจและเกรงใจเข้ามาใช้บริการ แต่ที่น่าผิดหวังก็คือเพื่อนของอดุลย์ที่ทีแรกรับปากว่า จะหาลูกค้าในส่วนของการประกันภัยมาให้ได้ส่วนหนึ่ง แต่ไปๆมาๆกลับทำไม่ได้เลย แถมที่สุดเมื่อเห็นว่าบริษัทฯไม่ได้กำไรมากอย่างที่ตัวเองคาดหวัง ก็เลยขอถอนหุ้น อดุลย์ก็ยินดีรับซื้อคืนด้วยเงินของตนเอง บริษัทฯก็เลยเหลือเพียงสองสหายที่เคยขายน้ำด้วยกัน!!!

          ปี 2539 ผมย้ายจากด่านศุลกากรปัตตานีไปอยู่ดอนเมือง อดุลย์ก็เลยต้องตะลุยงานบริษัทฯอยู่เพียงคนเดียว ผมก็รับทราบสถานะและการดำเนินงานของบริษัทฯเป็นระยะๆจากอดุลย์ แต่สุดท้ายเมื่อประเทศไทยเข้าสู่สภาวะ “ต้มยำกุ้งรีสิส” ในปี 2540 บริษัทก็ถึงกาลต้องสลาย อดุลย์โทรมาหาผมพูดถึงสถานการณ์ให้ฟังว่าย่ำแย่มาก ถึงขนาดที่รายได้หลักของเขาตอนนี้ กลายเป็นค่าเช่าอะพาร์ทเม้นต์ มากกว่าบริษัทพรีเมี่ยมไปแล้ว เราก็เลยต้องปิดบริษัทฯขายเลหลังเฟอร์นิเจอร์ และอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานทุกชนิด เอาเงินมาแบ่งกัน

          ปีต่อมาอดุลย์ก็เข้าร่วมกับบริษัทเหล้า บลู อีเกิ้ล รับเป็นตัวแทนจำหน่าย ในสาขาภาคใต้ทั้งหมด เสมือนเป็นการซ้ำรอยกับคุณพ่อของอดุลย์ ที่เคยเป็นเอเย่นต์โรงงานสุราชุมพร เพียงแต่เปลี่ยนรูปลักษณ์ไป เป็นการจำหน่ายสุราในระดับพรีเมี่ยม มิใช่เชี่ยงชุนอย่างในอดีต ฐานะของอดุลย์ก็กลับมามั่นคงอีกครั้ง

          ชีวิตของคนเราเปรียบเสมือนลูกคลื่นในทะเล ที่โผขึ้นสูงสุดแล้วก็วกลงต่ำ แล้วก็อาจจะโผขึ้นอีกครั้ง ลงอีกทีไปจนกว่าจะหมดแรงแห่งกรรม ชีวิตของอดุลย์ก็เช่นกัน มีขึ้นมีลงมีจังหวะจะโคน เปลี่ยนไปมามิหยุดหย่อน เสมือนชิงช้าที่ถูกโยนขึ้นไปแล้วเหวี่ยงลงมาอีกด้าน สลับทุกข์สุขอยู่เช่นนั้น แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนแปลงไปเลยก็คือความเป็นเพื่อนของเราทั้งสอง เท่าที่ผมจำได้ผมกับอดุลย์เราไม่เคยทะเลาะกันเลยแม้สักครั้ง ไม่แม้แต่จะขัดแย้งกัน เราต่างนับถือซึ่งกันและกัน แต่ราวปี 2542 สัญญาณร้ายก็มาเยือนอดุลย์ อดุลย์มีอาการปวดหัวมาก ต้องเข้าโรงพยาบาล หมอตรวจพบเนื้อร้ายในสมอง มะเร็ง!!!

          อดุลย์ต้องเข้ารับการรักษา โดยวิธีผ่าตัดเอาเนื้อร้ายออก ทำคลีโม ฉายแสง ทุกวิธีที่หมอจะให้ทำ อดุลย์กัดฟันทำหมด เขาหัวโล้น ผอมซูบซีดผิดรูปร่าง เดินเหินช้าลง พูดก็ไม่คล่องเหมือนเก่า เหลืออยู่เพียงอย่างเดียวที่ยังบ่งบอกว่าเขายังคืออดุลย์...ก็คือ “หัวใจ” เขายังหัวเราะพูดจาสนุกสนานได้เหมือนเดิม เมื่อมีเพื่อนไปเยี่ยม จนดูไม่ออกว่าใครป่วยกันแน่ ทั้งๆที่คนไปเยี่ยมหน้าตาส่อแววกังวลหนัก แต่คนป่วยเองเหมือนไม่มีกังวลใดๆเลย แถมยังพูดจากระเซ้าเย้าแหย่ทั้งหมอทั้งพยาบาล เสียจนคนมารักษาให้ทำหน้าไม่ค่อยถูก อดุลย์เป็นคนชอบเรียนรู้ ยาที่หมอเอามาให้เขาทาน เขาจะรู้จักชื่อหมดว่ายาชื่ออะไร เม็ดสีอะไร กินแก้อะไร จนบางทีพยาบาลเสียอีกที่ยังรู้ไม่เท่าเขา แต่สิ่งหนึ่งที่คนรู้มากอย่างเขากลับทำไม่ได้ ก็คือบุหรี่และอาหาร อดุลย์รู้ดีว่าบุหรี่ก็เป็นส่วนหนึ่งของปัจจัยที่ทำให้เขาป่วย แต่เขาก็เลิกไม่ได้แม้กระทั่งเวลาที่นอนป่วยอยู่ในโรงพยาบาล อาหารที่จำต้องเปลี่ยนวิธีการบริโภค เพื่อรักษาร่างกายตนเอง แต่สำหรับอดุลย์ไม่อร่อยเขาไม่ทาน!!!

          หลังจากผ่านการผ่าตัดและทำคลีโมมาหลายหน อาการเขาก็ทุเลาขึ้น และต่อมาก็เกือบเรียกได้ว่าหายสนิท อดุลย์ก็กลับไปเป็นอดุลย์คนเดิม ยังขับรถจากหาดใหญ่เข้ากรุงเทพฯเอง ยังไปตะลุยงานตามจังหวัดต่างๆที่ตัวเองต้องรับผิดชอบยอดขายเอง แถมยังคุยโขมงโฉงเฉงถึงการรอดตายมาได้ของเขา อย่างสนุกสนาน ราวกับว่าการผ่านการผ่าตัด ฉายแสง และทำคลีโมของเขานั้น คือการไปเล่นรถไฟเหาะตีลังกาในสวนสนุกมา

          ผมชอบเวลาที่อดุลย์คุยถึงประวัติความเป็นมาของคนหรือสถานที่ อย่างเช่น ถนนราษฎร์ยินดีในหาดใหญ่ ที่ชาวบ้านเรียกเป็นชื่อเล่นว่าถนน 30 เมตร อดุลย์ก็สามารถเล่าความเป็นมาได้ว่า เหตุที่มีชื่ออย่างนี้ก็เป็นเพราะว่า ในสมัยที่นายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่มีชื่อว่า “เคร่ง สุวรรณวงศ์” นั้น ได้ทำการขอเวนคืนที่ดินของชาวหาดใหญ่เพื่อตัดถนนเชื่อมระหว่าง ถนนเพชรเกษมกับถนนศรีภูวนารท โดยจะขอเวนคืนความกว้างของถนนถึง 30 เมตร ก็เลยก่อให้เกิดกระแสต่อต้านและวิพากษ์วิจารณ์ว่า เหตุใดจึงต้องการสร้างถนนที่กว้างขนาดนั้น แต่ในที่สุดก็สามารถสร้างได้และตั้งชื่อว่า “ถนนราษฎร์ยินดี” แต่ชาวบ้านก็ยังยินดีจะเรียกชื่อตาม ที่มาของถนนเส้นนี้ว่า “ถนน 30 เมตร” 

          หรืออย่างเมื่อครั้งที่เขายังขนของหนีภาษีเข้ากรุงเทพฯอยู่นั้น เขาต้องเผชิญกับคู่แข่งที่ค้าของด้วยกันอย่างไร เขาต้องเผชิญกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ เจ้าหน้าที่ศุลกากรอย่างไร วิธีการที่เอาตัวรอดมาได้แต่ละคราวๆนั้น เปรียบเสมือนตำราพิชัยสงคราม ที่ขงเบ้งเอามาใช้ในการรบพุ่งอย่างไรอย่างนั้น ผู้ใหญ่ในกรมศุลกากรหลายคนที่แวะเวียนมาที่หาดใหญ่ ใครชอบทานอาหารที่ร้านไหน ใครชอบมีพฤติกรรมอย่างไร อดุลย์รู้หมด หรือแม้แต่เจ้าพ่อวงการสุราเมืองไทย ยิ่งใหญ่ร่ำรวยขนาดไหน อดุลย์ยังล่วงรู้ไปถึงว่าเขาไม่มีความสุขหรอก เพราะไหนจะต้องระแวดระวังคู่แข่ง ระมัดระวังลูกน้องตัวเองจะหักหลัง ระมัดระวังนักการเมืองที่จกจ้องจะขู่เข็ญกรรโชกเอาทรัพย์สินของเขา รวมทั้งหมากคูการเดินแต้มแต่ละตาที่แทบจะต้องมีการวิเคราะห์กันอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช สู้เป็นคนธรรมดาอย่างเขาไม่ได้หรอก

          อดุลย์หลงดีใจเรื่องมะเร็งร้ายที่หายไปจากตัวเขาได้ประมาณ 5 ปี ลูกคลื่นแห่งชีวิตที่ถาโถมขึ้นสูง ก็กลับวกต่ำลงมาอีกครั้ง ประมาณปี 2548 มะเร็งในสมองจุดเดิมก็กลับมาอีก แถมคราวนี้ดูท่าจะหนักกว่าเดิม อดุลย์ต้องผ่าตัดสมองอีกถึงสองหน หนหนึ่งถึงกับทำให้หมอต้องตกใจ เมื่ออดุลย์เดินทางไปผ่าตัด หมอเห็นอดุลย์ก็ทักว่ามาอย่างไรอดุลย์บอกว่าขับรถมาเอง หมอถึงกับอึ้งว่าอดุลย์ขับรถมารอดถึงโรงพยาบาลได้อย่างไร ความที่เป็นคนมีจิตใจเข้มแข็ง อดุลย์ผ่านการทำคลีโมและฉายแสงมาจน มากเกินกว่าพิกัดของคนธรรมดาที่จะพึงทำได้ อดุลย์เล่าให้ผมฟังว่าหมอไม่ยอมทำคลีโมและฉายแสงให้เขา เพราะเห็นมาทำมามากเกินไปแล้ว แต่เขากลับบอกว่าถ้าหมอจะทำอีกเขาก็ยินดีที่จะให้หมอทำ

          ล้มป่วยลงคราวนี้ อดุลย์ผอมซูบซีดลงมากกว่าเดิมมาก และจากยาที่ทำการรักษา รวมทั้งเคมีบำบัดที่มากเกินเหตุ ทำให้เขาหงุดหงิดง่าย ตัวเขาเองก็รู้ ลูกและภรรยาก็ทราบ แต่ก็ทำใจและไม่ได้ถือโทษโกรธเคืองอะไรเขา คุณนฤมลภรรยาอดุลย์ถึงกับกล่าวกับผมว่า ขอให้อดุลย์ยังมีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว เขาจะตวาดบ้างเอะอะบ้าง ด่าทอบ้างเธอก็ไม่ถือสา ยังอยากฟังเสียด้วยซ้ำ แต่กระนั้นสำหรับผมอดุลย์ก็ไม่เคยหงุดหงิดใส่ เพียงแต่ว่าเมื่อคุยกันไปได้สัก 5 -10 นาที อดุลย์จะขอพักเขาบอกว่ามันเหนื่อยและเริ่มจะหงุดหงิด

          อดุลย์เป็นคนที่รักลูกและภรรยามาก แม้ว่าต่อหน้าลูกและภรรยาเขามักจะแสดงอารมณ์ฉุนเฉียวบ่อย หรือบางทีก็ต่อว่าแบบเจ็บๆ แต่ลับหลังแล้วโดยเฉพาะกับผม อดุลย์จะพูดถึงความเป็นห่วงครอบครัวเขาอยู่เสมอ โดยเขามักจะเปรียบเทียบกับตัวเขาว่า เขาไม่มีสิทธิได้เรียนหนังสือสูงๆเหมือนกับคนอื่นเขา ฉะนั้นลูกเขาจะต้องไม่ขาดแคลนสิ่งนี้ และเขาก็ได้เตรียมการทรัพย์สินเงินทอง ไว้สำหรับลูกๆของเขาแล้วคิดว่าน่าจะเพียงพอ แต่ถ้าหากว่าเกิดเหตุพลิกผันประการใดก็ตาม “มึงต้องช่วยลูกกูด้วย ต้องให้ลูกกูได้เรียน และให้ลูกกูได้มีงานทำ”!!! ประโยคนี้ยังคงก้องอยู่ในหูผม อย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย ....

          ความที่อดุลย์คลุกคลีอยู่กับเพื่อนๆศุลกากรในรุ่นผม เสียมากกว่าครึ่งรุ่น เพื่อนๆทุกคนก็เลยยินดีมอบสมาชิกกิตติมศักดิ์ของรุ่นให้อดุลย์ เป็นหนึ่งใน “นักเรียนเก่าศุลการักษ์รุ่น 17” ด้วยความเต็มใจ ทุกครั้งที่เราจัดงานเลี้ยงรุ่น ก็จะมีหนังสือมาเชิญอดุลย์เข้าร่วมงานเลี้ยงด้วยทุกครั้งไป และแม้ถึงวันนี้อดุลย์จะไม่ได้อยู่แล้ว แต่เพื่อนศุลกากรร่วมรุ่นของผม ก็ยังถามไถ่ถึงอดุลย์และครอบครัวด้วยความเป็นห่วง ผมเองก็ต้องโทรคุยกับคุณนฤมลบ่อยๆ สอบถามถึงความเป็นอยู่ของลูกสาวทั้งสามคนของอดุลย์ ซึ่งยังอยู่ในวัยเล่าเรียนทั้งสิ้น รวมทั้งเจอหน้าเจอตาลูกๆครั้งใด ผมก็ต้องขอเลี้ยงอาหารแล้วก็พยายามที่จะเล่าถึง ความดีของอดุลย์ให้ลูกๆเขาได้ภาคภูมิใจ

          สาเหตุของมะเร็งของอดุลย์ ผมก็ไม่ทราบสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่มีอยู่สองอย่างที่ผมเห็นว่า น่าจะเป็นปัจจัยหนึ่งหรือเปล่าที่ก่อให้เกิด อาการเนื้องอกในสมองขึ้น อย่างแรกก็คืออดุลย์ใช้โทรศัพท์มือถือเปลืองมาก และใช้มานมนานอาจจะนับได้ว่าตั้งแต่แรกเริ่ม ที่มีการใช้โทรศัพท์มือถือในประเทศไทยก็เป็นได้ มีอยู่ครั้งหนึ่งในยุคที่โปรโมชั่นเหมาจ่ายกำลังเป็นที่นิยม อดุลย์เคยใช้โทรศัพท์เดือนละเป็นแสนบาท แต่เหมาจ่ายแล้วจ่ายแค่เพียงห้าพันบาท อดุลย์เอาบิลโทรศัพท์มาให้ผมดูด้วยความภาคภูมิใจว่า เขาสามารถทำกำไรกับการใช้ได้มากขนาดนี้

          อีกสาเหตุหนึ่งก็อาจจะเกิดมาจากความเครียดของอดุลย์เอง ที่อาจจะเก็บสะสมมานานกับการที่ต้องทำงานเสี่ยงภัยมาตลอด อย่างที่ผมเคยเล่าให้ท่านผู้อ่านฟังว่า ผมเคยขนทีวีสีหนีภาษีไปขายที่กรุงเทพฯ เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายระหว่างเดือน ในยามที่ยังต้องถูกเกณฑ์ทหารอยู่นั้น ผมรู้สึกเครียดเพียงไร แต่นั่นยังเป็นระยะเวลาเพียงสั้นๆ เพียงไม่กี่เดือนก่อนจะปลดประจำการ แต่กับอดุลย์ความเครียดเช่นว่านั้น จะยังคงทับถมต่อเนื่องมานานสักเท่าไร เมื่อเขาต้องทำงานที่เสี่ยงกว่าผมหลายเท่ามานานเกือบครึ่งชีวิต

          วันหนึ่งในเดือนมีนาคม 2549 อดุลย์โทรมาหาผมขณะที่ผมอยู่กรุงเทพฯ บอกว่าให้มารับที่ดอนเมืองให้หน่อย เพราะจะนั่งเครื่องบินกลับจากเชียงใหม่ สาเหตุคืออดุลย์ไปเชียงใหม่กับต่อ โดยขับรถขึ้นไป ต่อคือเพื่อนทั้งของอดุลย์และของผม แต่จะสนิทกับอดุลย์มากกว่าผม เพราะต่อเรียนสวีวิทยาที่เดียวกับที่อดุลย์เรียน ขณะที่ผมเข้ามาเรียนในกรุงเป็นเด็กกรุงเทพฯ แถมต่อยังกลายมาเป็นคู่เขยกับอดุลย์อีก เมื่อมาแต่งงานกับน้องสาวของคุณนฤมล ขาไปอดุลย์ก็ยังนั่งคุยเป็นเพื่อนต่อได้ แต่ขากลับอดุลย์บอกว่าไม่ไหวแล้ว เขาปวดหัวมากเลยต้องนั่งเครื่องกลับก่อน ผมก็ไปรับที่สนามบินดอนเมือง แล้วก็พากันไปทานอาหารที่ร้านแห่งหนึ่ง อดุลย์ทานได้ไม่มากเพราะพิษแห่งมะเร็งในตัวเขา แต่วันนั้นเขาพูดมากเป็นพิเศษ แต่ในเนื้อเรื่องที่พูดกลับเป็นเรื่องราวในครอบครัวเขา ที่ดูเขาจะเป็นห่วงตรงนั้นตรงนี้ไปเสียหมด ผมพยายามพูดปลอบใจและให้กำลังใจเพื่อน แต่ดูเหมือนอดุลย์เขาจะไม่ได้ยินอะไร แม้ผมจะทราบดีว่าขณะนั้นหูของอดุลย์ จะได้ยินอยู่ข้างเดียวแล้ว ผมฟังดูเหมือนกับเพื่อนจะอยากพูดมากกว่าจะอยากฟัง ผมก็เลยปล่อยให้พูด อดุลย์ก็เล่าเรื่องกลับไปกลับมา เล่าเรื่องในอดีตเล่าเรื่องความลำบากของชีวิตเขา และจนสุดท้ายก็กลับมาที่เรื่องความห่วงใยครอบครัวที่เขารัก ผมไปส่งอดุลย์ที่บ้านพักประโยคสุดท้ายก่อนที่จะจากกันในวันนั้นก็คือ “มึงต้องช่วยดูแลลูกกูด้วย”

          และนั่นก็เป็นการเจอกันครั้งสุดท้ายในสภาพที่ยังมีลมหายใจอยู่ของเพื่อน เพราะในวันที่ 3 มิถุนายน 2549 ขณะที่ผมกำลังทำงานอยู่ที่ด่านศุลกากรแม่สอด ต่อก็โทรศัพท์มาหาผมบอกว่า อดุลย์เสียชีวิตแล้วเมื่อคืนวันที่ 2 มิถุนายน 2549 แม้ผมจะทำใจไว้บ้างแล้วแต่ก็ตกใจอยู่ไม่น้อย และยิ่งตกใจมากขึ้นกว่านั้นอีก เมื่อต่อบอกว่าอดุลย์ไม่ได้ตายด้วยโรคมะเร็ง แต่....ขับรถไปแหกโค้งตายที่อำเภอบางสะพาน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์....!!!

          โค้งตรงที่อดุลย์เคยพร่ำบอกผมและเพื่อนๆอยู่ทุกเมื่อ ว่าให้ระวังโค้งที่บางสะพานนี้ให้ดี ตรงนี้อย่าประมาทเด็ดขาด เพราะเป็นโค้งที่รถมาเร็วๆจะเสียหลักพลิกคว่ำได้โดยง่าย อดุลย์ขับรถผ่านโค้งนี้มานับได้เป็นพันครั้งก็ไม่น่าจะผิดนัก เพราะตั้งแต่ถนนเพชรเกษมเส้นนี้ ยังเป็นเส้นทางสองเลนอยู่ อดุลย์ก็ต้องขนของผ่านถนนเส้นนี้แล้ว ตำรวจที่เกิดเหตุบอกว่าไม่มีร่องรอยของการเบรกเลย นั่นแสดงว่าสติของอดุลย์ได้วูบดับไปแล้วก่อนที่รถจะหลุดโค้งผ่านออกไป

          อันที่จริงแล้ว หมอได้ห้ามอดุลย์ขับรถมาตั้งแต่ครั้งผ่าตัดครั้งแรกแล้ว แต่อดุลย์ก็คืออดุลย์เขารักการทำงานของเขายิ่งกว่าชีวิต ยิ่งไปกว่านั้นอดุลย์กลับพูดตอกหน้าหมอไปว่า ไม่ให้ผมขับรถแล้วผมจะทำงานอย่างไร ใครจะเลี้ยงลูกเมียผม แล้วผมจะเอาเงินที่ไหนมาให้หมอได้รักษาผม เจอคนไข้อย่างนี้หมอก็ได้แต่ส่ายหน้าเท่านั้นแหละครับ

          ศพของอดุลย์ได้ทำพิธีทางคริสต์ศาสนาที่หาดใหญ่ ที่ทำพิธีทางคริสต์ก็เพราะว่า คุณนฤมลภรรยาอดุลย์นั้นเธอถือคริสต์ แม้ว่าอดุลย์จะถือพุทธก็ตามเถอะ ลูกสาวทั้งสามก็เลยถือคริสต์ไปตามแม่ ขณะที่อดุลย์กลับมีพระเครื่องมากมาย  และรู้จักพระดังๆเสียจนกล่าวได้ว่าเป็นเซียนพระคนหนึ่ง แต่ครอบครัวของอดุลย์ก็อยู่กันมาอย่างกลมเกลียว ไม่เคยมีปัญหาในเรื่องการนับถือศาสนาที่แตกต่างกันเลย

          จากนั้นคุณนฤมลเธอก็ได้สร้างฮวงซุ้ยตามแบบฉบับของคนจีน ไว้ที่สุสานของคริสตจักรหาดใหญ่ที่บ้านทุ่งลุง ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ทุกวันสำคัญของเขาทั้งสอง เช่น วันครบรอบการแต่งงาน วันเกิด และวันเสียชีวิตของอดุลย์ คุณนฤมลก็จะซื้อดอกไม้สวยๆ ไปมอบให้อดุลย์ที่ฮวงซุ้ย ผมสูญเสียเพื่อนที่ดีที่สุดในชีวิตไป แต่ความรู้สึกผูกพันกับเพื่อน “อดุลย์ เตชะกัมพลสารกิจ” มิได้ลดลงเลย หลายครั้งที่ผมยังรู้สึกว่าอดุลย์ยังอยู่ใกล้ๆผมเสมอ และคำพูดสุดท้ายของอดุลย์ก็ยังคงก้องอยู่ในหูผม แม้ทุกวันนี้ “มึงต้องช่วยดูแลลูกกูด้วย”.......

  



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านจบแล้วค่ะ ติดตามมาตลอด จึงรู้ว่า คุณเป๊บซี่และคุณอดุลย์ เป็นเพื่อนรัก เพื่อนแท้ ที่ผ่านเรื่องราวหลายอย่างมาด้วยกัน ไม่ว่าวัยเด็ก วัยรุ่น วัยทำงาน ความผูกพันและความทรงจำยังคงอยู่ตลอดไป และคิดว่าเพื่อนอย่างคุณอดุลย์มั่นใจว่าคุณเป็บซี่จะช่วยดูแลครอบครัวอันเป็นที่รักยิ่งของเขาไว้เป็นอย่างดี จึงได้มอบภาระนี้ให้กับคุณ ขอบคุณที่เล่าเรื่องราวดีๆ 1 โหวต สำหรับความผูกพันที่เพื่อนสองคนมีให้แก่กัน

ความคิดเห็นที่ 75 (0)
แม่หมี วันที่ : 01/05/2008 เวลา : 09.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

มาช้าเลยอ่านให้คุ้ม เดี๋ยวอ่านก่อนนะ

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
เมฆหมอก วันที่ : 30/04/2008 เวลา : 09.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuangka

เรื่องมันยาวง่ะ มันมากค่ะ ตั้งแต่ คุณลุงเป๊ปซี่ดีที่สุด เป็นผู้จุดประกาย เป็นผู้นำร่องในการจัดทำสินค้าพรีเมี่ยม โลโก้ศุลกากร "มิสเตอร์นาฬิกากรมศุลากรกร" คือคุณลุงนี่เอง น่าสนุกมากค่ะ

แต่พอเรื่องคุณลุงอดุลย์ ทำไมมันเศร้าเหลือเกิน โรคร้ายมาคร่าชีวิตไป ทำยังไง ก็ฉุดรั้งชีวิตไม่ได้ เศร้า
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ แม้ว่านานแล้ว ก็คงไม่ทำให้คุณลุงลืมได้ เศร้าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
ค.โคกทราย วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 21.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SeksantS

ตามมาเก็บตกครับ
ดีใจกับคุณเป๊ปซี่ที่มีเพื่อนอย่างอดุลย์ เนื้อหาติดตามเหมือนอยู่เหตุการณ์จริงครับ เพราะฉากที่ปาดัง สันติสุข กิมหยง มันชินตาจริงๆ และภมิใจแทนที่อดุลย์มอบความไว้วางใจแก่คุณเป๊ปซี่ ขอให้ทำสำเร็จเพื่อคุณอดุลย์นะครับ

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 14.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

ตอนพ่อป่วยหนักๆ ก็เคยเอ่ยปากฝากลูกไว้กับเพื่อนรักเหมือนกัน มารู้ตอนได้คุยกับเพื่อนพ่อในงานศพพ่อ
น่าภูมิใจแทนคุณเปปซี่นะ เพราะใครๆ เลือกที่จะฝากดวงใจเขาไว้กับคนที่เขาเชื่อมั่นและไว้วางใจที่สุด

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 12.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง


ขอแสดงความอาลัยไว้ ณ โอกาสนี้ด้วยนะคะ

ข้าพเจ้าเอาหมึกสดๆ จากท้องทะเลมาฝากท่านด้วยค่ะ

เผื่อจะได้รำลึกถึงท้องทะเลชุมพรสักกะนิดยามไกลบ้านนะคะ

ความคิดเห็นที่ 70 (0)
raksanok วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 07.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

เพื่อนรักเพื่อนแท้ตลอดไปคะ

ถึงตัวไม่อยู่

แต่ก็ยังอยู่ในใจเสมอ

ความคิดเห็นที่ 69 (0)
ดินเหนียว วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 03.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din22
ฝัน...ของดินเเหนียว เขตปลอด Tag  และปลอดคนลวง  จ้ะ


ลุงเป๊บซี่หายไปไหนคะ ไม่อัพเรื่องใหม่เลยอ่ะ
ดินฯ แวะเอาดอกบัวมาฝากค่ะ
นอนหลับฝันดี มีสุข นะคะ

ขอบคุณ สำหรับ ลีลาวดี สวยมากค่ะลุง

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
วิตามินบี วันที่ : 29/04/2008 เวลา : 01.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  

ความทรงจำที่ไม่มีวันลืม
เพราะผูกพันกันด้วยชีวิต
อ่านแล้วประทับใจมากค่ะ

มาช้าไปหน่อย เพราะเพิ่งทำงานเสร็จค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ไม่เขียนเรื่องใหม่เลยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
รมย์รวินท์ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 21.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/romrawin
 รักความไทย ใส่ใจคนรอบข้าง

อ่านแล้วเหนภาพเลย พี่เป๊ปซี่น่าจะเขียนหนังสือขายนะคะ
อ้อ/ ถ้าวันที่4 พฤษภาคม เอานาฬิกาไปจำหน่ายคงขายดีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
Jui วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 21.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jui880

ขอบคุณที่มาเยี่ยมครับ
กลับไปคราวนี้คงไปไหว้วัดจีน
ที่บางบัวทองซึ่งสมัยก่อนนั่งเรือ
จากคลองพระพิมลไปไหว้ครับ
มีความสุขมากๆนะครับ

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 20.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

ขอร่วมไว้อาลัยแด่ คุณอดุลย์ด้วยนะคะ
.
อ่านแล้วรู้สึกว่าชีวิตควรตั้งมั่นอยู่ในความไม่ประมาท

อย่างคุณอดุลย์ป่วยด้วยโรคมะเร็ง

แต่ก็มาเสียชีวิตด้วยอุบัติเหตุ...

โลกนี้ไม่มีอะไรแน่นอนจริงๆ ค่ะ

...

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 20.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

พี่เป๊บซี่ค่ะ..
หนูมาหาความรู้"เรื่องภาษีสรรพสามิตน้ำมัน"ค่ะ
มันหมายความว่ากระไรหรือค่ะ วานบอกหน่อยค่ะ
.
.
.
อ้อ..วันนี้ 4 ไปทอยโบลล์หรือเปล่าค่ะ

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 17.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard


ความคิดเห็นที่ 75
เป๊ปซี่ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.58 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8
ip : 203.146.186.2

โบว์ลิ่งชิงรัก....ไปพรุชิง....
-------------------------------------------------------
เอาเข้าไปค่ะ...บ้างก็ว่า...สวรรค์เบี่ยงนะคะพี่

มีความสุขในการทำงานทุกสิ่งทั้งสัปดาห์นะคะ
แวะมาทักทายก่อนกลับบ้านจ้า
ฝากป้ายไว้ประชาสัมพันธ์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
ราษีไศล วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

แวะมาทักทายพี่เป็ปซี่ยามเย็นครับผม

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 16.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

จตุพลไปเรียนนปก.อีกแล้วครับ

วันนี้ไม่ได้อ่านแวะมาฝากรอยยิ้มครับ

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
spyone วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก

สวัสดีค่ะคุณเป๊ปซี่..

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
นายชิกุวะ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chikuwa
"นายชิกุวะ" มีเรื่องราวดีๆ... มาเล่าให้ฟังเรื่อยครับ ลองแวะมาอ่านได้ขอรับกระผม


ได้อ่านเรื่องแล้วอินไปกับเรื่องครับ

มาชวนไปดูเรื่องรถรางครับ
http://www.oknation.net/blog/chikuwa/2008/04/26/entry-1

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
กระเช้าสีดา วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thanapa

สวัสดีค่ะ
ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ...แต่คุณโชคดีค่ะที่มีเพื่อนดีๆแบบอดุลย์
และอดุลย์และครอบครัวก็โชคดีที่มีเพื่อนดีๆแบบคุณ
ขอให้อดุลย์ไปสู่สุขคติ และให้ครอบครัวเขาประสบแต่สิ่งดีๆ

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 13.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 


ความคิดเห็นที่ 55 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 28/04/2008 เวลา : 01.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

คือเพื่อนแท้

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
คนทำงาน วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 11.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

ซาหวัดดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
อึ่งอ่าง วันที่ : 27/04/2008 เวลา : 07.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง


ความคิดเห็นที่ 52 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 23.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

ได้รับทราบเรื่องราวของเพื่อนพี่คนนี้ แล้ว..

พี่เค้าช่าง ขยัน และต่อสู้จริงๆค่ะ

เก่ง..

แป๋มว่า คุ้นๆ นะคะว่า นาฬิกา เนี่ย ก็เป็นของรักของหวงของพี่เหมือนกันนี่นา..

นาฬิกาศุลกากร

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
ชุติภัทร์ วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/way1
อย่าเพิ่งตัดสินฉัน จากสิ่งที่คุณอ่าน จนกว่าคุณจะได้รู้จักตัวจริงของฉัน

สวัสดีค่ะ...คนแต่งงานมาแล้วสองครั้ง

คนที่เพิ่งแต่งงานหนึ่งครั้ง แวะมาเยี่ยมเยียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
roselobster วันที่ : 26/04/2008 เวลา : 08.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Memyself
 º°” ไม่มีความรักใดในโลกจะยิ่งใหญ่เท่าคนไทย รักในหลวง””°

กุ้งเสียคุณแม่ไปก็เพราะมะเร็งค่ะพี่เป๊ปซี่

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
walkaway วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 21.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ake-yanee
สิ่งที่เขียนคือสิ่งที่เห็นและเป็นจริงเสมอ

รู้สึกเศร้าใจกับโรคร้ายนี้จริงๆค่ะ..อ่านแล้วทำให้นึกถึงเพื่อนที่เป็นโรคนี้เช่นกัน..กว่าจะฝ่าฟันอุปสรรคมาได้..แทบจะเอาชีวิตเป็นเดิมพันค่ะ..คุณอดุลย์โชคดีที่ได้เพื่อนที่ดีอยู่ข้างกายถึง2ท่าน..ในขณะเดียวกับคุณเป๊ปซี่8ก็โชคดีค่ะที่ได้เพื่อนที่ดีอย่างอดุลย์..เป็นสิ่งที่น่ายินดียิ่งที่มอบความระลึกถึงกันในยามนี้..ดวงจิตวิญญาณของอดุลย์คงรับรู้ถึงความจริงใจของคุณเป๊ปซี่8ได้เช่นกัน..ขอให้มีความสุขความเจริญในการระลึกถึงเมื่อยามยากค่ะ..และขอให้ดวงวิญญาณของอดุลย์จงไปสู่สรวงสวรรค์เทญ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 21.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.


คุณเป๊ปซี่โชคดีที่มีเพื่อนที่น่ารักอย่างคุณอดุลย์
คุณอดุลย์โชคดีที่มีเพื่อนที่น่ารักอย่างคุณเป๊ปซี่

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
ดินเหนียว วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 20.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din22
ฝัน...ของดินเเหนียว เขตปลอด Tag  และปลอดคนลวง  จ้ะ

เศร้า....ดินฯ ขอมาไว้อาลัย และแสดงความเสียด้วยนะคะ
ลุงเป๊บซี่ สบายดีมั๊ยจ๊ะ

รักษาสุขภาพด้วยค่ะ

ฝันดี บุญรักษาจ้ะลุง

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

ความผูกพันไม่มีวันจางหายไปจากหัวใจค่ะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 20.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

ในชีวิตได้มีโอกาสเจอเพื่อนแท้สักคน

ชีวิตก็คุ้มค่าแล้วค่ะ......ที่ได้เกิดมา

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
เรือรบเมืองมั่น วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 17.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ruarob

โอ คุณเป๊ปซี่

เพื่อนคุณเหมือนติ๊กเพื่อนผมจริง ๆ มีอะไรหลายอย่างที่คล้ายกันมาก

เขาอาจจะตายเพราะมะเร็งกดประสาทหรือฆ่าตัวตาย ( ขออภัย ) หรือประสบอุบัติเหตุจริง ๆ อย่างไรก็ตาม ขอได้รับความไว้อาลัยจากผมด้วย

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
red-devils วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/red-devils

ซึ้งครับพี่

ผมไม่ชอบการสูญเสียแบบนี้เลยครับ ผมรับไม่ค่อยได้


แสดงความเสียใจด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
TaTee วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 15.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/poo

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 14.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ขับรถไปแหกโค้ง... เป็นอุบัติเหตุ!!! ใช่ไหมครับ
อย่าได้ใช่ สาเหตุ(ความคิด)จากมะเร็ง ของคุณอดุลย์ เลย

อย่าลืม...
“มึงต้องช่วยดูแลลูกกูด้วย”

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
พราวนภา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 13.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/yui

..
คุณแป๊ปซี่ ถ่ายทอดออกมาได้อย่างซึ้งใจค่ะ..

เพื่อนยังอยู่ในใจตลอดไปค่ะ..

..

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 13.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ชวนไปอ่าน Tag ค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
พิรี้พิไรลา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 13.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mesa
ดื่มด่ำในความเหงา

สวัสดีครับ
มาเชิญชวนไปร่วมสนุก กับบล็อกแนวแปลกใหม่
ลองแวะไปดูนิดนะครับ

ขอบคุณมากครับ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
คนทำงาน วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 12.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง



ความคิดเห็นที่ 36 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

เพื่อนกินหาง่าย...เพื่อนตายหายากค่ะ

ดีจังค่ะที่ทั้งคุณอดุลย์และพี่...เป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเสมอ
น่าประทับใจจริง ๆ ค่ะ
ขอไว้อาลัยการครบรอบการจากไปด้วยนะคะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยมเยียนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
เณรรูน วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 10.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan

สะเดาฝนตกไหมครับ ..
... โปรดระวังพายุฤดูร้อนด้วย ..
( อ่านแล้วครับ แต่ยังไม่หมด ยาวจัง เดี๊ยวจะมาใหม่ )

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
MeeMee วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 08.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/memoria
recall for Memory Episode II

ขอคิด...ถึงเพื่อน ๆ ที่จากไปหลาย ๆ คน (เป็นเพื่อนสมัยเรียนร่วมชั้น...)

**
สวัสดียามเช้า ฝนตกพรำ ๆ อากาศเย็นฉ่ำค่ะ


ความคิดเห็นที่ 33 (0)
pimahn วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 07.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimahn
http://www.oknation.net/blog/pimahn2

คุณเป๊บซี่ เขียนเรื่องเล่าได้น่าอ่าน น่าติดตามมากครับ
อ่านแล้วได้รับความรู้ด้านงานศุลกากรด้วย
และเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนด้วย

คุณอดุลย์ก็โชคดี ได้ภรรยาดี มีชีวิตสมรสที่มีความสุข รักและเข้ากันได้ดี
ขอให้ดวงวิญญาณของคุณอดุลย์ ไปสู่ที่สุคติครับ


มิตรแท้ มิตรเทียม ดูอย่างไร
http://www.oknation.net/blog/pimahn/2008/04/25/entry-2

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 02.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

กลับมาอ่านต่อค่ะ
พอดีสามีเรียกไปดูสารคดีคนไทยในเดนมาร์กที่ดูค้างไว้ให้จบ

ขอให้วิญญาณคุณอดุลย์จงไปสู่สุขคติ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
naijoe วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 01.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/naijoe

เป็นความอาลัยที่แสนซึ้งครับ...

ขอแสดงความเสียใจต่อการจากไปด้วยครับ...

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
กระเจี๊ยบ วันที่ : 25/04/2008 เวลา : 01.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/JinjokJiap
www.oknation.net/blog/QuatschBox (-: ............ :-)

อ่านเอ็นทรี่ได้แค่ครึ่งเดียวค่ะ เดี๋ยวพรุ่งนี้หรือวันเสาร์จะมาอ่านครึ่งที่เหลือ
พอดีคุณชายท่านเรียก

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
mindsoul วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindsoul

ถึงแม้จะจากไป แต่ความเป็นเพื่อนยังคงอยู่นิจนิรันดร์
ยาวมาก ต้องค่อย ๆ อ่าน ดีครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 20.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

ยกนิ้วให้เลยค่ะ ในความใส่ใจ ในความรักเพื่อนของคุณ เขียนได้เนียนทางอารมณ์มากค่ะ...

พร้อมกับแทรกความรู้ ทางด้านศุลกากร ....ให้ได้รอบรู้หลายเรื่องค่ะ นั่งอ่านกระทู้ของคุณเพลินไปเลยนะ

วันหลังจะแวะมาอ่านอีกรอบนะคะ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
เมฆหมอก วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 19.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuangka

กลับจากกรุงเทพฯแล้ว จะอ่านเรื่องราว ของคุณลุงโพสค่ะ ตอนนี้เช่าเน็ต แถวสะพานควายจ้า
คิดถึงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ครูเจี๊ยบ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 19.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/baan-koo-kai
หัวใจ...ของฉัน..เป็นนักเดินทาง..อักษรของฉัน...เป็นนักเดินทาง หัวใจของฉัน...ไร้ซึ่งพันธนาการอักษรของฉันถูกพันธนาการด้วยหัวใจฉันเอง

อ่านแล้ว
เห็นถึงความรักของเพื่อนต่อเพื่อน
พี่อดุลย์คงดีใจที่พี่ไม่ลืมพี่เค๊า

ประทับใจค่ะ
พี่เป๊บซี่เป้นทั้งเพื่อนที่ดี..และพี่ชายที่ดีเสมอ
กับทุกๆคนค่ะ
ข้อนี้.....
พี่อดุลย์ย่อมรับรู้ดี

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
redribbons07 วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 17.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ร่วมไว้อาลัยต่อการจากไปของเพื่อนอันเป็นที่รัก ค่ะ


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
komyos วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/youngmomy
อยู่กับสิ่งที่มี..ไม่ใช่สิ่งที่ฝัน..

ร่วมไว้อาลัยด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

อ่านเอ็นทรี่นี้แล้ว ถึงได้รู้ที่มาของการทำนาฬิกาพรีเมี่ยมศุลกากร
ที่พี่เป๊ปซี่เคยเล่าไว้เมื่อปีที่แล้ว

น่านับถือน้ำจิตน้ำใจของพี่อดุลย์ท่านนี้จริงๆ ครับ

ผมว่าพี่เป็นมะเร็งเพราะใช้โทรศัพท์มือถือมากไปแน่ๆ ครับ
เจ้านายผมอายุ 40 นิดหน่อยก็เสียไป4 ปีแล้วเพราะท่านใช้โทรศัพท์มือถือเยอะมาก

ขอร่วมไว้อาลัยแด่ พี่อดุลย์ เตชะกัมพลสารกิจ อีกครั้งครับ

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 14.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

สิ้นสุดการเดินทางของชีวิต
เหลือเพียงความทรงจำดีดีไว้ให้รำลึกถึง
ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะพี่เป๊ปซี่

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
BlueHill วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 12.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

นับถือหัวใจคุณอดุลย์มากครับ ขนาดเป็นมะเร็งยังยิ้มได้

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
veerin วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 12.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ขอบคุณพี่เป๊ปซี่สำหรับกาแฟนะคะ ทำให้ตื่นได้เลย..

veerin งานเครียดมากๆค่ะ..เขียนเรื่องไม่ออกเลย

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
อึ่งอ่าง วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง

เสียใจกับครอบครัวของคุณลุงอดุลย์ค่ะ

....................................................

คุณลุงมีความทรงจำที่สวยงามกับเพื่อนคนนี้มาก อัมอ่านแล้วนึกถึงตัวเอง ที่ไม่ค่อยมีเพื่อน

.................................................

คุณ ธงชัย สุมโนทยาน เจ้าของบ้านที่อัมฃื้อต่อมาเอง โลกมันกลม ว่ามั้ยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
Nozz วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 10.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
khunphai วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 10.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

อ่านเรื่องพี่อดุลย์ เพื่อนพี่เป๊บซี่แล้ว

เหมือนกับเป็นเพื่อนแท้เลยนะคะเนี้น


มีอะไรหลายอย่างเลยเนอะ...ที่เป็นความผู้พันธ์

แสนยาวนานเลยก็ว่าได้

ตอนนี้อดีตย้อนคืนมาไม่ได้

แต่ความทรงจำที่ดีดี......ยังคงเก็บไว้ในใจเสมอ

นะคะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 10.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

คนมีความสามารถไม่น่าเสียชีวิตเร็วเกินไป

พี่เป๊ปซี่เดี่ยวนี้ยังขายนาฬิกาอยู่หรือเปล่า
หัวหน้างานของแฝดน้องเค้าขายนาฬิกาเหมือนกันค่ะ
แต่เค้าเล่นนาฬิกามือสองนะคะ


ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนทำงาน วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 10.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunlek
ไม่มีอะไรเป็นของเรา แม้แต่ตัวเราเอง

เสียใจนะคะ ที่เสียเพื่อน ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคน

ขอให้เพื่อนคุณไปสู่สุขคติ....ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
slipknot วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 09.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย

ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
mookie วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 08.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

เพื่อนพี่....

ต้องรับรู้ ความรู้สึกดีดี ที่พี่มีให้เค๊า....

เสมอ.....

ไม่ว่า....

ตอนนี้เค๊า จาไปอยู่ส่วนใด....ของโลกใบนี้ ก็ตาม....


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Supawan วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 03.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ร่วมอาลัยเพื่อนแท้ของคุณเป๊ปซี่ด้วยคนค่ะ .. มิตรภาพยังอยู่ แม้ร่างกายจะเปลี่ยนสภาพไป

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 24/04/2008 เวลา : 00.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

อ่านจนปวดตาเลยค่ะ ซึ้งใจในมิตรภาพระหว่างคุณเป๊ปซี่และเพื่อน คนที่อยู่ก็ต้องสู้กันต่อไปค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
hooknoi วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 22.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hooknoi
บ้านนายนกฮูก

ขอร่วมไว้อาลัยด้วยคนครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
แม่มด วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 22.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/deardog

คุณอดุลย์ เป็นคนหัวใจเพชรจริงๆค่ะ...
ส่วนคุณเป๊ปซี่...วิธีคิดแบบนี้...เอาดีทางธุรกิจต้องรุ่งแน่ๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
riverpoem วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/riverpoem
สุดมือสอยก็ปล่อยมันไป

"เพือน" งดงามในความทรงจำค่ะ

เสียเพื่อน เพราะ "มะเร็ง" ร้ายเหมือนกันค่ะ แต่เป็นมะเร็งปอด

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

สิ่งที่เที่ยงแท้แน่นอนคือความตาย

พี่เก่งจัง..มีหัวการค้า

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
เจเจค่ะ วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jj
Completely support 137 

อดุลย์ในทรงจำ




ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ซันตะวันยิ้ม วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suntawanyim

หัวใจ ของความเป็นเพื่อน
ในช่วงหนึ่งของชีวิตมีเพื่อนแท้ ที่ไม่เคยขัดแย้งกันเลย
ถือว่าประสบความสำเร็จในชีวิตแล้วอย่างหนึ่ง
เป็นเรื่องที่ไม่อาจหาได้ในทุกคน

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เที่ยวไปตามตะวัน วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/garmo
เพลงหนึ่งเพลงช่วยให้โลกนี้มีสีสรรจริงๆๆชีวิต..ขาดรสหวาน..แวะมาที่นี่..หวานหวาน..มีให้เติม...เที่ยวไปตามตะวัน..เหนื่อยนัก..แวะพัก..เพื่อเจอสาว..ที่รู้ใจสักคน.. 

ขอพระเจ้ารับไว้ในพระหัตถ์ของพระองค์เถอะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
veerin วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

สวัสดียามค่ำๆค่ะ..“มิสเตอร์นาฬิกากรมศุลกากร”..

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เดอะเจิด วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wai

ครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
อึ่งอ่าง วันที่ : 23/04/2008 เวลา : 21.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kunyarat
บางทีชีวิต...ก็ไม่ได้ต้องการอะไรมากไปกว่า    ความทรงจำดีๆ เอาไว้ให้คิดถึง

สวัสดีค่ะคุณลุง

ติดไว้ก่อน พรุ่งนี้เช้ามาอ่านนะคะ

ไปนอนแล้วค่ะวันนี้

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน