*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 920542
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 17 พฤษภาคม 2552
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 18461 , 16:29:34 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่สี่...ตะลุยปราสาทโอซาก้าก่อนมาชิมทาโกะยากิ

วันที่ 29 มีนาคม 2552

          .....วันนี้แยกออกเป็นสองสายอีกแล้วครับท่านผู้ชม เพราะเหตุที่ความต้องการต่างกัน สายแรกมี 5 คน ประกอบด้วย ผม พี่จันทร์ พี่อ๊อด พี่อู๊ด และพี่เปิ้ล จะไปเที่ยวปราสาทโอซาก้ากัน ส่วนอีกสายหนึ่งนำทัพโดย ป้าแดง กระติก พี่ฟ้า จูน และพ่วงคุณนายหมูไปด้วย รวมอีก 5  คน จะไปช้อปปิ้ง ดังนั้นวันนี้คณะไปเที่ยว “Osaka Castle” หรือ “โอซาก้าโจ” ตามภาษาญี่ปุ่น เราจึงนัดเจอกันตั้งแต่เช้า ส่วนคณะช้อปปิ้งนอนต่อ เพราะออกสายได้...

          วันนี้เราออกจากโรงแรม “Grande Vista Hotel” แล้วเดินผ่านย่านการค้าไป เป้าหมายคือเราจะไปที่สถานีรถไฟ “Hommachi” ซึ่งเจ้าพ่อข้อมูลของ “ห้าหัวทุยตะลุยโอซาก้าโจ” ของเราในวันนี้คือ “พี่อ๊อด” บอกว่าจากสถานี  “Hommachi” เราสามารถที่จะนั่งรถไฟต่อเดียวไปที่ “ปราสาทโอซาก้า” ได้เลย ไม่ต้องไปขึ้นรถไฟที่ Namba แล้วมาลงที่ “Hommachi” ซึ่งอยู่ห่างกันเพียงสองสถานีอยู่ อีกอย่างหนึ่งวันนี้เราก็มีแต่ขาลุย เราเดินไปสถานี “Hommachi” กันดีกว่าจะได้เห็นวิวทิวทัศน์ และสภาพร้านค้าที่ยังไม่เคยผ่านบ้าง ห้าหัวทุยขาลุยอยู่แล้วไม่มีใครค้าน...

          แต่พอเดินมาได้สัก 10 นาที เจอสถานีแรกคือ “Shinsaibachi” พี่จันทร์ชักเอะใจจึงเข้าไปสอบถามตำรวจ ว่าสถานี “Hommachi” ไปอีกไกลหรือไม่ เขาบอกว่าต้องเดินอีกครึ่งชั่วโมงถึงจะถึง ได้ฟังอย่างนั้น “ห้าหัวทุยขาลุยอยู่แล้ว” ขาก็เริ่มสั่น เริ่มออกเสียงกันจ้าละหวั่นว่า เราขึ้นรถไฟที่สถานีนี้กันเถอะ แล้วค่อยไปต่อรถที่ “Hommachi” ตำรวจนายนั้นจึงบอกว่าถ้าเราจะไปปราสาทโอซาก้า ก็ขึ้นรถไฟที่ “Shinsaibachi” นี่ก็ได้ แล้วไปลงที่สถานี “Morinomiya” ก็ถึงปราสาทโอซาก้าเหมือนกัน แถมจะเดินเข้าไปใกล้กว่าที่จะไปลงที่สถานี “Osaka Castle” เสียอีก ได้ยินดังนั้น ก็ดีใจเสียยิ่งกว่าได้ทอง รีบ “อะริกาโต้ โกไซมัส” คุณตำรวจแล้วก็มุดลง Subway ที่สถานี “Shinsaibachi” ตีตั๋วไป “Morinomiya” ทันที...

          จะไปเที่ยวปราสาทโอซาก้ากันทั้งที ก็ขอเล่าประวัติพอย่อๆของ “ปราสาทโอซาก้า” ให้ฟังเสียหน่อย จะได้ไปเที่ยวกันได้สนุก ปราสาทโอซาก้าสร้างขึ้น บนบริเวณที่เคยเป็นวัดชื่อ Osaka Hongan-ji  เมื่อปี ค.ศ.1583 เทียบเป็นพุทธศักราชแล้วละก็ตกอยู่ในปี พ.ศ.2126 ของไทยเราก็จะตรงกับรัชสมัยของ “สมเด็จพระมหาธรรมราชา” พระราชบิดาของ “สมเด็จพระนเรศวรมหาราช” ซึ่งยังมีกรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานีอยู่ในขณะนั้น ปราสาทโอซาก้าสร้างโดย นักรบซามูไรญี่ปุ่นผู้หนึ่ง ผู้ซึ่งได้พยายามรวบรวมผู้คนและแว่นแคว้นต่างๆ ให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกันแล้วสร้างเมืองหลวงขึ้น นักรบผู้นั้นชื่อว่า “Toyotomi Hideyoshi” (ค.ศ.1537 – 1598) ปราสาทโอซาก้าแห่งนี้ จึงนับว่าเป็นพระราชวังแห่งแรกของญี่ปุ่นทีเดียว แต่ Toyotomi Hideyoshi ก็ยังต้องสู้รบกับบรรดาซามูไรต่างพวก ที่เข้ามาโจมตีปราสาทโอซาก้าอยู่หลายครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ประสบชัยชนะเสมอมา จนกระทั่งมาถึงสงครามที่เรียกกันว่า Osaka Natsu No-jin ในปี ค.ศ.1615 ปราสาทโอซาก้าถูกตีแตก คนในตระกูล Toyotomi ถูกฆ่าล้างโคตร “Tenshukaku” ซึ่งเป็นส่วนของหอคอยปราสาท ถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ต่อมาในสมัยของ Tokugawa ปราสาทโอซาก้าก็ได้รับการบูรณะขึ้นมาใหม่ แต่ภายหลังก็ถูกฟ้าผ่าเสียหายไปอีก มาจนกระทั่งในปี ค.ศ.1931นายกเทศมนตรีเมืองโอซาก้าคนหนึ่งชื่อ “Seki” ได้ร่วมแรงร่วมใจกับบรรดาชาวเมืองโอซาก้า ช่วยกันบริจาคเงินมาได้ถึง หนึ่งล้านห้าแสนเยน เพื่อทำการบูรณะปราสาทโอซาก้า ให้กลับมาสวยงามอีกครั้งจนถึงทุกวันนี้

          ปราสาทโอซาก้านี้มีบริเวณกว้างขวางมากครับ แถมยังล้อมรอบด้วยคูน้ำขนาดกว้างขวางถึงสองชั้น และมีกำแพงปราสาทก่อด้วยหินสูงใหญ่รายรอบคูน้ำอีกที จึงเท่ากับมีกำแพงหินอย่างใหญ่ถึงสองชั้น ตรงระหว่างทางเดินเข้าไปสองข้างทาง จะมีร้านขายดอกไม้ต้นไม้สวยงาม เรียงรายกันไปน่าชมเชียวครับ เจอดอกไม้สวยๆแปลกๆผมก็ถ่ายรูปไปเรื่อย ได้ยินเสียง “พี่อู๊ด” ชื่นชอบกับต้นซากุระเล็กๆที่เขาใส่กระถางวางไว้ขาย ประมาณว่าอยากจะซื้อกลับไปเมืองไทย เหลียวดูหน้า “พี่อ๊อด” ก็เห็นทำหน้าประมาณว่า “งานเข้า” แล้วเรา ก็ตามประสาผู้ชายที่ไม่อยากจะหอบหิ้วอะไรให้มันพะรุงพะรังมากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ดูท่างานนี้จะขัดใจ “พี่อู๊ด” ศรีภรรยาได้ยาก อย่างดีที่สุดตอนนี้ก็คือบอกว่าพี่อู๊ดว่า เดี๋ยวเราเข้าไปเที่ยวปราสาทโอซาก้ากันก่อน ขากลับค่อยมาซื้อ ประมาณว่าเผื่อประวิงเวลาได้ หรือว่าขากลับเผื่อว่ามีทางออกในทางอื่นอีก จะได้หาเหตุไม่ต้องขนต้นไม้กลับบ้าน!!

          ตรงทางเข้าจะมีลานน้ำพุสวยงามเชียวครับ แล้วก็มีรถไฟเล็กเหมือนตามในสวนสนุกบ้านเรา ไว้บริการพานักท่องเที่ยวที่ไม่อยากเดินเข้าไปถึงทางเข้าปราสาท ค่าบริการคนละ 200¥ ครับ

...ป้ายบอกสถานีรถไฟของญี่ปุ่นครับ จะบอกทั้งสถานีที่มาและสถานีถัดไป...

...ป้ายนี้แหละครับที่สำคัญ เพราะเราขึ้นจากสถานีเลขที่ N15 Shinsaibashi แล้วเราจะไปลง สถานี N20 Morinomiya ครับ...

...นี่แหละครับช่องสอดตั๋วของสถานีรถไฟเขา ต้องระวังให้ดีเพราะมันจะดูดเข้าไปเร็วมาก...

...มาถึงทางเข้า "ปราสาทโอซาก้า" แล้วครับ สองข้างทางเป็นร้านขายดอกไม้ต้นไม้ วิวทิวทัศน์ก็สวยดีนะครับ...

...ต้นนี้ขาย 500¥ แพงนะครับ ถ้าเทียบกับบ้านเราเกือบสองร้อยบาทแนะ...

...ต้นนี้ยิ่งไปกันใหญ่เลยตั้ง 2,000¥ ดูเหมือนจะเป็นต้นสนนะ ใช่ไหมครับคุณ "เต็งพ้ง"...

...ต้นนี้ดอกสวยดีครับ แต่ราคาตั้ง 350¥ ผมว่าถ้าเป็นเมืองไทยไม่น่าจะเกิน 10 บาท...

...ต้นนี้น่าจะเป็นต้น "แมกโนเลีย" ที่ผมเห็นที่ศาลเจ้าคาสุกะ ที่นารา แล้วผมไม่ทราบชื่อ ได้ความกรุณาจากคุณ "เชษฐา พิมาน" ช่วยโพสบอกว่ามันคือต้น "แมกโนเลีย" แต่ดูราคาแล้วแพงจังครับ...

...มีดอกไม้สวยๆมาวางขายเยอะแยะเลยครับ...

...รูปนี้ถ่ายมาอวดย่าดา ถึงแม้ว่าฝีมือการถ่ายภาพ Closed Up ของผมจะเทียบชั้นย่าดาไม่ได้ แต่ภาพนี้ก็ไม่ขี้เหร่นะครับ ว่าไหมครับ...???

...บริเวณลานน้ำพุที่จัดทำเอาไว้อย่างสวยงามครับ นักท่องเที่ยวมาถึงก็จะรู้สึกสดชื่นและอยากที่จะถ่ายรูปกันทุกคน...

...สาวน้อยคนนี้เธอเป็นพนักงานอยู่ที่รถไฟเล็กหน้าสวนสาธารณะก่อนที่จะเข้าไปในบริเวณปราสาทโอซาก้า หน้าตาบ้องแบ๊วดีนะครับ...

...ทางเดินเข้าไปในบริเวณปราสาท วันนี้วันอาทิตย์คนพลุกพล่านเป็นพิเศษครับ...

          วันนี้วันอาทิตย์ จึงมีนักท่องเที่ยวจากทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ ต่างพากันมาท่องเที่ยวชม “ปราสาทโอซาก้า” กันค่อนข้างเยอะ บริเวณทางเดินไปสู่ตัวปราสาท จะมีต้นซากุระสองข้างทางเรียงรายเต็มไปหมด เสียดายว่าดอกยังไม่บาน ถ้าบานพอดีคงจะเป็นสถานที่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งในทริปนี้ทีเดียว

          ผมเดินถ่ายรูปวิวทิวทัศน์ไปเรื่อย พลางก็เพ่งพินิจพิจารณา ถึงความกว้างและใหญ่โตมโหฬารของปราสาท แถมกำแพงยังเป็นหินสูงใหญ่ถึงสองชั้น มีคูน้ำอย่างกว้างและลึกอีกสองชั้นเช่นกัน แต่ก็ยังไม่อาจสกัดกั้นศัตรูที่รุกรานเข้ามาจนแตกพ่ายได้ คิดไปถึงกรุงศรีอยุธยาครั้งเสียกรุง ทั้งสองครั้ง เปรียบเทียบกันแล้วภูมิประเทศของ “ปราสาทโอซาก้า” แห่งนี้ยังแข็งแรงกว่ากรุงศรีอยุธยาตั้งหลายเท่า กรุงศรีอยุธยานั้นที่จริงแล้วถ้าไม่เพราะมีไส้ศึกอยู่ภายใน ก็คงจะยังรักษาเมืองไว้ได้ ผมว่าสงครามตีปราสาทโอซาก้าในครานั้น คงต้องมีไส้ศึกอยู่ภายในด้วยแน่ๆครับ ไม่งั้นคงจะยากที่จะตีเข้าไปได้

          เราเดินผ่านสะพานเข้าไปถึงเขตปราสาทชั้นใน ตรงประตูทางเข้ามีหญิงสาวสวยคนหนึ่งกำลังตั้งวง แสดงกายกรรมลิงให้นักท่องเที่ยวชม โดยขอบริจาคเงินจากนักท่องเที่ยวเป็นค่าการแสดง ผมประหวั่นนึกไปถึงเมื่อครั้งยังเป็นวัยรุ่นไปเที่ยวสนามหลวง แล้วเขาก็ชอบมีการแสดงงูกับพังพอนให้ชม แต่กว่าจะได้ชมงูกัดกับพังพอน เพื่อนก็เล่นขายพระ “หลวงพ่อแพ” หมดไปเสียหลายรอบ เห็นคนมุงดูกันเยอะ ผมก็เลยไปมุงดูบ้างอยากจะรู้เหมือนกันว่า “ลิงญี่ปุ่น” แสดงได้ดีเท่า “ลิงไทย” หรือไม่

          เธอให้ลิงของเธอ ซึ่งก็แต่งกายอย่าหรูใส่เสื้อใส่กางเกงดิบดี ตามธรรมเนียมของการโชว์ แสดงการเดินบนไม้สูงๆแล้วก็ใช้ไม้นั้นเดินไปต่างเท้า แล้วก็ยังมีการหกคะเมนตีลังกาประสาลิงอยู่อีกหลายช็อต เสร็จแล้วท้ายที่สุดเธอกับลูกน้องลิงของเธอก็จะขึ้นไปยืนบนแสตนด์ แล้วก็โค้งคำนับอย่างงามให้ผู้ชม จากนั้นก็จะเป็นการขอบริจาคโดยใช้ตะกร้าหวายเดินขอเงินจากผู้ชมไปรอบวง การแสดงของลิงนั้นไม่เท่าไหร่ครับท่านผู้ชม ผมว่าลิงไทยเราสู้ได้แน่นอน แต่ผมประทับใจกับลีลาการพากย์ของสาวผู้นี้มากกว่า เพราะแม้กระทั่งผมซึ่งฟังภาษาของเธอไม่รู้เรื่อง ยังสนุกสนานไปกับลีลาท่าทางของเธอ จนต้องยืนดูตั้งนาน กระทั่งมีการรับบริจาคเงินนั้นแหละ ผมถึงจะหลบฉากออกมา...แหะ แหะ แหะ

          ค่าธรรมเนียมเข้าปราสาทโอซาก้า ต้องชำระคนละ 600¥ ครับท่านผู้ชม พี่จันทร์ก็ไปซื้อมาเสร็จสรรพแล้วก็มาแจกพวกเราคนละใบ จากนั้นเราก็ชักแถวกันเดินเข้าไปในปราสาท ในตัวปราสาทโอซาก้ามีทั้งหมด 8 ชั้น วิธีขึ้นปราสาทก็มีให้เลือกสองทางคือขึ้นทางลิฟท์ ซึ่งต้องรอหน่อยกับเดินขึ้นบันไดไป แน่นอนครับว่าขาลุยอย่างพวกเราต้องเลือกวิธีการแบบ.....ขึ้นลิฟท์!! 

          เราขึ้นกันมาชั้น 8 บนสุดก่อน แล้วกะว่าค่อยเดินชมชั้นล่างๆลงมาเรื่อยๆ ชั้นบนสุดเป็นชั้นสำหรับชมวิวทิวทัศน์อย่างเดียวครับ ซึ่งผมก็ไม่ค่อยได้ถ่ายอะไรมากนัก เพราะดูแล้วไม่ค่อยน่าถ่ายสักเท่าไหร่ วิวไม่สวยว่างั้นเถอะ แถมยังติดตะแกรงเกะกะมุมกล้องเสียอีก ผมเดินลงมาชั้นล่างๆ จะเป็นคล้ายๆกึ่งพิพิธภัณฑ์ กึ่งนิทรรศการ ที่เขาเอามาโชว์เพื่อแสดงถึงความเป็นมาของ “ปราสาทโอซาก้า” ที่ผมยืนดูอยู่นานก็เห็นจะเป็นสไลด์โชว์ประวัติความเป็นมา ซึ่งเขาใช้ภาพวาดแล้วถ่ายมา เนื้อเรื่องก็เป็นเรื่องสงครามเสียส่วนใหญ่ ถัดมาก็เป็นตู้โชว์ภายในก็จะมีรูปปั้นนักรบต่างๆของญี่ปุ่นทำด้วยเรซิน ลงมาชั้นล่างๆก็จะเป็นประวัติของ ผู้สร้าง “ปราสาทโอซาก้า” ซึ่งก็คือ “Toyotomi Hideyoshi” ถัดมาก็มีชุดเสื้อเกราะของนักรบซามูไร และชุดคลุมของนินจาเอามาแสดงโชว์ เมื่อมีการโชว์ชุดนักรบให้ “อิน” เข้าไปในจิตใจของท่านผู้ชมแล้ว ก็ถึงเวลาล้วงกระเป๋าเอาสตางค์จากเราไป ด้วยการให้เช่าชุดซามูไรภาคต่างๆเพื่อใส่ถ่ายรูป ซึ่งผมก็ชอบแต่ชอบถ่ายจากคนที่เขาเช่าชุดแล้วนะครับ ไม่ชอบ “เช่า” ใส่เองครับ...!!

          ผมเดินลงมาเรื่อยๆตามบันได ซึ่งสร้างไว้ดีมากเพราะบันไดขึ้นกับบันไดลง เขาจะสร้างสลับกันไว้ทำให้ไม่ต้องแออัดยัดเยียดเบียดเสียดกันขึ้นลง ชั้นล่างจะเป็นร้านค้าขายของที่ระลึก ผมถูกใจแก้วเซรามิกใบหนึ่ง ราคา 1,000¥ ที่จริงก็ออกจะแพงอยู่นะ เพราะไม่ใช่แก้วที่ทำจากดินชนิดที่เป็น “Bond China” สักหน่อย แต่ก็ถูกใจลวดลาย ที่ดูเป็นญี่ปุ่นดี เลยซื้อมาหนึ่งใบถือเป็นที่ระลึกจากญี่ปุ่นครั้งนี้ก็แล้วกัน

...เห็นตัวปราสาทอยู่ไกลๆแล้วก็เลยขอยืนแอ่นพุงถ่ายรูปสักหนึ่งรูป...

...สองข้างทางที่เดินจะเห็นมีต้นซากุระเรียงรายไปตลอด เสียดายที่ยังไม่บาน ไม่งั้นจะเป็นภาพที่สวยมาก...

...คูน้ำรอบปราสาทดูลึกและกว้างขวางมากครับ แถมกำแพงหินนั่นก็ดูแข็งแรงและสูงชัน ขนาดนี้ยังป้องกันศัตรูไม่ได้เลยครับ...

...กายกรรมลิงญี่ปุ่น สาวสวยคนนี้เธอมาเปิดการแสดง กายกรรมจากลิงที่เธอฝึกมาครับ...

...ตะกี้นี้ยังไม้สั้น ทีนี้ใช้ไม้ยาวเดินต่างขาเลยครับ ผู้ชมปรบมือกันเกรียว...

...ลีลาท่าทางการพากย์ของเธอ นับว่าสนุกและเร้าใจทีเดียวครับ ขนาดผมฟังไม่ออกยังรู้สึกตื่นเต้นสนุกสนานไปกับเธอด้วย...

...แสดงจบก็โค้งอย่างงามให้กับท่านผู้ชมทั้งคนทั้งลิง...

...ท้ายของที่สุด ก็เดินถือตะกร้ารับบริจาคเงินจากผู้ที่เมตตาและประทับใจในการแสดง ก็ได้มากโขอยู่นะครับ...

...ปราสาทโอซาก้าตั้งตระหง่านอยู่ตรงหน้าเราเรื่อยๆแล้วครับ...

...ก่อนเข้าปราสาทโอซาก้ามีต้นซากุระดอกกำลังบานอยู่ต้นหนึ่ง สวยจนพี่จันทร์ต้องขอถ่ายรูป...

...ปราสาทโอซาก้าในมุมนี้ดูเหมือนพระราชวังในสวรรค์เลยครับ...

...นี่ก็อีกมุมหนึ่งครับ ท้องฟ้าเป็นใจทำให้ถ่ายออกมาได้สวย...

...พี่เปิ้ลกับท่าเต๊ะจุ้ยก่อนเข้าปราสาทโอซาก้า...

...บัตรค่าธรรมเนียมการเข้าชมปราสาทโอซาก้าครับราคา 600¥...

...อันนี้เป็นภาพสไลด์แล้วก็มีเสียงพากย์บอกถึงประวัติความเป็นมาของปราสาทครับ...

...ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการสู้รบกันของพวก "ซามูไร"...

...มีสงครามที่ไหนก็มีหายนะที่นั่น ดูภาพนี้แล้วก็อเนจอนาถ กับสภาพที่จะต้องอพยพหลบหนีครับ...

...มีตู้โชว์ตุ๊กตานักรบซามูไรด้วยครับ...

...เขาทำได้เหมือนของจริงนะครับ แต่เอ!! ผมไม่เคยเห็นของจริงนี่นา...!!!

...อีกด้านหนึ่งเป็นนิทรรศการบอกเล่าถึงประวัติของผู้สร้างอย่าง "Toyotomi Hideyoshi"...

...มุมมองจากด้านบนปราสาทถ่ายลงมาก็สวยดีนะครับ...

...เขาออกแบบทางเดินไว้ดีมากเลยครับ สลับกันระหว่างทางขึ้นกับทางลง...

...ด้านล่างมีตราประทับสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยครับ...

...สองพ่อลูกคู่นี้เช่าชุดซามูไรมายืนถ่ายรูป ผมก็แอบถ่ายมาจะได้ไม่ต้องไปเช่าชุดอยู่...

...ภาพแสดงแผนผังบริเวณปราสาทโอซาก้า จะเห็นได้ว่ากว้างใหญ่มาก มีคูน้ำและกำแพงหินถึงสองชั้น แต่กระนั้นก็ยังถูกตีแตก...

...บริเวณสาวนสาธารณะเส้นทางที่เดินกลับครับ...

...เห็นพี่เปิ้ลชอบถ่ายเจ้าดอกหญ้าเล็กๆนี้ ผมก็เลยถ่ายบ้าง...

            ขากลับจากปราสาทโอซาก้า ผมเดินถ่ายรูปมาเรื่อย ถ่ายไปถ่ายมา อ้าว!! ไฟสีแดงโชว์ เตือนว่าแบตเตอรี่ใกล้จะหมดเสียแล้ว นี่ขนาดถ่านใหม่นะครับ Duracell Alkaline ซื้อจากเมืองไทยไป 12 ก้อน 150 บาท ตกชุดละ 50 บาท ใช้แค่ครึ่งวันหมดเสียแล้ว ผมก็เลยยังเหลือ Duracell Alkaline อยู่อีกสองชุด ถ้าเป็นสภาพนี้ไม่พอใช้แน่ๆ เพราะจากที่คิดว่าวันละหนึ่งชุด กลายเป็นวันละสองชุด คิดๆไปแล้วก็ให้นึกเสียดายว่า น่าจะซื้อที่ชาร์จราคาสามพันเยนนั่น ตามคำเสนอแนะของคุณนายหมูเสียก็ดีแล้ว นี่ขนาดผมถ่ายโดยไม่ใช้เฟลชเลยนะครับ แบตเตอรี่ยังหมดเร็วปานนี้ ใครมีเหตุผลช่วยอธิบายให้ผมฟังหน่อยครับว่า “อากาศหนาว” ทำไมถึงเป็นเหตุทำให้แบตเตอรี่กล้องถ่ายรูปหมดเร็วขึ้น!!

          ขากลับแม้ว่าเราจะเดินออกจากปราสาทโอซาก้า อีกทางหนึ่งแต่เมื่อจะต้องเดินออกจากบริเวณปราสาท ซึ่งเป็นเสมือนสวนสาธารณะ เราก็ต้องมาโผล่ทางเดิมอยู่ดี เพราะฉะนั้น “กระถางซากุระ” ต้นนั้น จึงตกเป็นทรัพย์สินของ “พี่อู๊ด” อย่างมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ มิใยที่ “พี่อ๊อด” จะขู่ว่า ขากลับเมืองไทยผ่านด่านฯ อาจถูก เจ้าหน้าที่ด่านตรวจพืชยึดเอาไปก็ได้นะ...

          พี่จันทร์ดูเวลาแล้ว ก็บอกว่าท่าจะไปไม่ทันนัดกับกลุ่มช้อปปิ้งแน่ๆ เพราะขณะนี้ก็เกือบจะเที่ยงแล้ว เรานัดเจอกับกลุ่ม “ป้าแดง” ในเวลาเที่ยงตรงพอดี เพราะว่าวันนี้เราต้องเช็คเอาท์ จาก “โอซาก้า” เพื่อจะเดินทางไป “เกียวโต” ต่อไป พี่จันทร์ก็เลยทำฟอร์มโทรไปหา “จูน” แล้วบอกว่าอนุญาตให้ช้อปปิ้งต่อได้ถึงเวลาบ่ายโมง ดู ดู๊ ดู ดูพี่จันทร์ทำ!!

          แต่กระนั้น กว่าพวกเราจะได้ขึ้นรถไฟกลับ ก็กินเวลาล่วงไปอีก พี่จันทร์ก็เลยต้องโทรอีกที อนุญาตต่อไปถึงเวลาบ่ายโมงสี่สิบห้า...

          กลับมาถึงสถานีเดิม “Shinsaibachi” เราลงเดินย้อนกลับมาทางโรงแรม ระหว่างนั้นก็ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของพี่จันทร์ดัง แล้วก็ตามมาด้วยเสียงคุยกันของสองพ่อลูก “จูน-จันทร์” ได้ความว่า “จูน” กำลังต่อแถวเพื่อเข้าคิวซื้อ “ทาโกะยากิ” เจ้าอร่อยของโอซาก้าอยู่ ให้พวกเรารุดไปสมทบ

          เราเดินมาถึงร้าน “ทาโกะยากิ” จูนก็กำลังได้คิวซื้อ “ทาโกะยากิ” พอดี ร้านตรงข้ามเป็นร้านขาย “Okonomiyaki” หรือที่ตามร้านอาหารญี่ปุ่นในเมืองไทยชอบเรียกว่า “พิซซ่าญี่ปุ่น” นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่า “พิซซ่าญี่ปุ่น” ของต้นตำรับอย่างร้านนี้ ดูจะทำได้น่ากินกว่าของเมืองไทย เพราะเขาจะทำซ้อนๆกันไปหลายชั้น แต่ละชั้นก็ใส่หน้าต่างๆลงไป เช่น ผักบ้าง ไข่บ้าง แฮมบ้าง กิมจิบ้าง แล้วแต่ว่าลูกค้าจะเลือกเอาหน้าไหน ร้าน “Okonomiyaki” ร้านนี้ มีคนเข้าแถวซื้อยาวพอๆกันกับ ร้านทาโกะยากิฝั่งตรงกันข้ามเลยครับ แต่เมื่อมันน่ากินพวกเราก็เข้าคิวตามเขาเหมือนกัน!!

          “Okonomiyaki” ชิ้นหนึ่งจะตกประมาณ 400 – 600¥ ครับแล้วแต่ว่าจะใส่หน้าอะไรลงไปเยอะขนาดไหน พ่อครัวคนปรุงก็จะปรุงสดๆต่อหน้าเราเลย แต่ผมสังเกตเห็นมือพ่อครัวว่ามือของเขา ผิวหนังจะลอกออกมาเป็นสีแดงๆ ดูแล้วน่ากลัวมาก ถามจูนๆบอกว่าส่วนใหญ่ชาวญี่ปุ่นจะแพ้สารเคมี จำพวกน้ำยาล้างจาน ผงซักฟอกอะไรอย่างนี้ ก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะชาวญี่ปุ่นผิวขาวมากไป อยู่ในภูมิภาคที่อากาศเย็นและแห้ง ก็เลยทำให้แพ้ง่าย หรือว่าเป็นเพราะน้ำยาจำพวกซักล้างของญี่ปุ่น ใช้สารเคมีที่มีฤทธิ์เป็นด่างมากเกินไปก็เลยทำให้ไปกัดมือไม้ของผู้ใช้เข้าให้ แต่จะเป็นเพราะเหตุใดก็ตามแต่ อย่าเป็นเพราะเกิดเป็นเชื้อราแล้วกลายเป็น “โรคผิวหนัง” ก็แล้วกัน เดี๋ยวจะมาติดผม เพราะแม้ผมจะไม่ขาวเท่าชาวญี่ปุ่น แต่ก็ขาวกว่ามาตรฐานชายไทยก็แล้วกัน...!!

          กว่าจะถึงคิวของพวกเราที่จะได้สั่ง “Okonomiyaki” ก็ใช้เวลากว่าครึ่งชั่วโมง ของผมหมายตาเอาหน้าไข่ เพราะดูตามรูปแล้วมันน่ากินดี แต่ปรากฏว่าเมื่อทำออกมา “หน้าไข่” ของผมมันไม่ใช่ “โอโคโนมิยากิ” แต่ดันเป็น “ยากิโซบะ” ที่เป็นบะหมี่ญี่ปุ่นผัดๆกับซีอิ๊วนั่นแหละ แต่ก็ไม่เป็นไร เพราะยังไงเราก็มาแบ่งๆกันกินอยู่แล้ว มื้อนี้เราก็เลยได้กินกันทีเดียวสามอย่างคือ “ทาโกะยากิ” “โอโคโนมิยากิ” แล้วก็ “ยากิโซบะ” แล้วก็ถือว่ามื้อนี้เรากินกันข้างถนนจริงๆ เพราะตรงที่เรายืนจับกลุ่มกันกิน 10 คนนั้น ก็คือถนนสาธารณะที่มีผู้คนเดินผ่านไปผ่านมาอย่างพลุกพล่านนั่นเอง

          พูดถึงรสชาติของ “ทาโกะยากิ” ที่เราสงสัยมาสองวันว่า ทำไมคนถึงได้ฮิตมาเข้าแถวซื้อ ของเจ้าร้านนี้กันคิวยาวทุกวัน พอได้ชิมก็รู้ได้ว่าของเขาอร่อยจริงๆ แป้งสาลีของเขานุ่มลิ้น แต่ที่พิเศษก็เห็นจะเป็นเจ้า “ปลาหมึกยักษ์ทาโกะ” นั่นแหละ ที่ช่วยขับกล่อมให้ปุ่มรับรสบนลิ้นของเรา เพลิดเพลินจนไม่อยากจะกลืน แต่ถ้านึกไปถึงระยะเวลาที่ต้องเข้าแถวซื้อ แล้วกว่าจะได้กินผมก็ว่า ไปซื้ออย่างอื่นกินก็อร่อยไม่แพ้...เหมือนกันนะ!!

          ส่วนเจ้า “Okonomiyaki”ของอีกฝั่งหนึ่ง ผมว่ารสชาติอร่อยกว่า “พิซซ่าญี่ปุ่น” ในเมืองไทยนะ ของเขาดูเหมือนจะเค็มแต่ไม่เค็ม ของเราดูเหมือนจะไม่เค็มแต่เค็ม กินเข้าไปแล้วคำหนึ่งหยุดไม่ได้ ต้องต่อสักสาม-สี่คำถึงจะโอเค เดี๋ยววันต่อไปเราจะยังได้กิน “Okonomiyaki” แบบฉบับของคนฮิโรชิมาอีก เป็นอย่างไรต้องตามดูครับ

          พูดถึงร้านขายดีสองร้านนี้แล้ว ก็อยากจะพูดถึงอีกร้านหนึ่ง ซึ่งขายอยู่ติดกันกับร้านทาโกะยากิคือ ร้านขนมไส้ถั่วแดงทำเป็นรูปปลา แต่ร้านนี้ไม่มีคนเข้าคิวไปซื้อเลย ดูๆไปให้น่าสงสารเป็นอย่างยิ่ง คุณนายหมูของผมด้วยความใจเป็นกุศล ก็เลยเดินไปซื้อมาหนึ่งชิ้น เอามาให้ผมทาน เพราะเห็นว่าผมชอบถั่วแดง พอทานไปแล้วก็ได้รู้ว่าเพราะเหตุใดจึงไม่ค่อยมาคนมาซื้อ .....ก็มันไม่อร่อยนี่เอง!!

...วันอาทิตย์สภาพเมืองโอซาก้าก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คนออกมาจับจ่ายใช้สอยกันมากพอสมควรทีเดียว...

...กลุ่มที่ช้อปปิ้งที่โอซาก้า โชคดีที่ได้เจอดาราหนุ่งรูปหล่อ "ฟิล์ม - รัฐภูมิ" ซึ่งกำลังมาทำรายการท่องเที่ยวเมืองโอซาก้าอยู่พอดี วันก่อนผมยังนั่งดูรายการทีวีของเขาอยู่เลยครับ...

...ลูกสาวขอถ่ายแล้ว แม่กับป้าก็ขอถ่ายบ้าง แต่ดูหน้าดาราไม่ค่อยจะสดชื่นเอาเสียเลย คงจะไม่ได้คาดคิดมาก่อนว่าจะต้องมาต้อนรับแฟนคลับคนไทยถึงในต่างประเทศอย่างนี้...

...นี่แหละครับหน้าตาร้าน "ทาโกะยากิ" เจ้าดัง ในโอซาก้า ลูกค้าจะต่อแถวเข้ามาซื้อกันยาวเชียวครับ...

...ยาวประมาณไหนก็ลองดูท้ายแถวแล้วกันครับ ผมถ่ายไม่หมดในหนึ่งเฟรมทีเดียว...

...หน้าตาของร้าน 100¥ ครับ ดูเหมือนร้าน "ไดโซะ" ในเมืองไทยจะดูดีกว่านะ...

...นี่แหละครับร้านขาย "Okonomiyaki" ฝั่งตรงกันข้ามกับร้านขายทากิยาโกะ ร้านนี้ก็แถวยาวไม่แพ้กัน...

...กว่าจะได้จานนี้มา...

...อร่อยไม่อร่อยก็ดูท่าผู้ชายคนนี้ดูแล้วกัน...

...ป้าแดงก็ชู "Okonomiyaki" ที่สั่งไว้ให้ดูเหมือนกัน...

..."Okonomiyaki" ของสาวน้อย "กระติก" ก็น่ากินไม่เบา...

...ส่วนสาวคนนี้เธอไม่สน เธอได้ "เป๊ปซี่" มาหนึ่งกระป๋องเธอก็พอใจแล้ว...!!!

         “สิบหัวทุยตะลุยทัวร์” กลับมาถึงโรงแรมกัน ก็พบว่าพวกเราเช็คเอาท์ เอากระเป๋าลงมาข้างล่างกันหมดแล้ว ซึ่งอันนี้ต้องขอขอบคุณ “กลุ่มช้อปปิ้ง” เพราะว่าตื่นสายกว่า “กลุ่มปราสาทโอซาก้า” ก็เลยช่วยจัดการแพ็คกระเป๋าแทนให้เสร็จสรรพ เราจะต้องเดินหน้ากันไปเกียวโตในวันนี้ พี่จันทร์กับพี่อ๊อดก็ไปหาข้อมูลการเดินทาง จากโรงแรมที่จะต้องไปขึ้นรถไฟที่สถานี Osaka เพื่อเดินทางไปลงสถานี Kyoto ก็ได้ยินสองสหายร่วมรุ่น KU 30 ปรึกษาหารือกันว่า จะเดินไปขึ้นรถไฟที่สถานีนี้แล้วไปลงสถานีนั้น แล้วลากกระเป๋าไปหน่อยเพื่อไปต่อรถที่สถานีโน้น หรือว่าจะยอมเดินไกลหน่อยแล้วไปต่อรถสองต่อไปถึงสถานี Osaka ปรึกษากันไปปรึกษากันมา “ป้าแดง” KU 30 อีกคนหนึ่งก็เลยสรุปให้ว่าไป Taxi ลงสถานี Osaka แล้วขึ้นรถไฟเที่ยวเดียวถึง Kyoto จบ!!

          ถึงเกียวโต ดูเหมือนอากาศที่นี่จะหนาวกว่าที่โอซาก้าเล็กน้อย พี่อ๊อดบอกว่า ถ้าเราต่อรถไฟไปอีกเพียงสถานีเดียว ก็จะถึงโรงแรมที่จองไว้พอดี แต่ทว่าเราหาทางลงไป Subway เพื่อจะไปขึ้นรถไฟไม่เจอ เราก็เลยต้องออกมาหน้าสถานีรถไฟเกียวโต แล้วก็เรียก Taxi ตามเคย แต่ที่ไม่เหมือนเคยก็คือว่า คราวนี้เราต้องเรียก Taxi ถึง 4 คัน แทนที่จะเรียกแค่สามคันเหมือนทุกครั้ง เหตุเพราะว่าเจ้า Taxi คันที่สาม นิสัยไม่ดี นอกจากจะหน้าตาไม่ยิ้มแย้มแจ่มใส ต้อนรับลูกค้าเหมือน Taxi คันอื่นๆเขาแล้ว มันยังไม่ยอมให้เราเอากระเป๋าเดินทาง ใส่เข้าไปในที่นั่งเบาะหลังอีก ทั้งๆที่ที่เก็บของท้ายรถเราใส่กระเป๋าจนเต็มแล้ว แถมยังไม่ยอมช่วยเหลือพวกเรายกกระเป๋าด้วย สรุปก็เลยต้องเรียก Taxi อีกคันเป็น 4 คัน แล้วให้จูนนั่งมาคนเดียว เปลืองไปอีก...!!

          โรงแรมที่เราจองเป็นโรงแรมเล็กๆชื่อ “Super Hotel” แต่ดูเงียบๆเหงาๆไม่น่าเป็นโรงแรมได้เลย ถ้ามองจากภายนอกไม่มีป้ายบอกว่าเป็นโรงแรม คงจะเดาไม่ถูกว่านี่คือโรงแรม คือสภาพมันเป็นตึกสูงๆ สูงลิ่วไปเสียอย่างนั้น ความกว้างของตัวตึกไม่น่าจะถึง 10 เมตรนะผมว่า ชั้นล่างสุดไม่มีอะไรเลย มีแต่ลิฟต์ตัวเดียว เราต้องกดลิฟต์ขึ้นไปชั้นสอง ถึงจะเจอเคาน์เตอร์เช็คอิน มีพนักงานผู้หญิงรอรับเช็คอินอยู่คนเดียว แต่เธอก็บริการพวกเราด้วยน้ำเสียงและใบหน้าที่ยิ้มแย้มแจ่มใส ตามแบบฉบับการให้บริการที่ดีของชาวญี่ปุ่น เรียกว่า “มาตรฐานญี่ปุ่น” ไม่มีตกว่างั้นเถอะ นึกแล้วก็ยังให้เจ็บใจอีตาโชเฟอร์แท็กซี่คันเมื่อกี้ ที่ไม่มี “Service Mind” เหมือนกับชาวญี่ปุ่นคนอื่นๆเขาเลย

          พี่จันทร์บอกว่าโรงแรมที่นี่ราคาถูก แล้วก็อยู่ในย่านที่เดินทางสะดวกสุดแล้วในเกียวโต เพราะค่าห้องตกเพียงคนละ 8,280¥ ต่อสองคืน ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 3,150 บาท ต่อคนต่อสองคืน ถ้าคืนเดียวก็หารสองเหลือ 1,580 บาท ประมาณนั้น เพียงแต่ว่าลักษณะจะดูไม่เหมือนโรงแรมสักเท่าไหร่ เพี้ยนๆไปทางอะพาร์ทเมนท์มากกว่า แต่เอาเถอะเรามาเที่ยวนี่นา จะอะไรนักหนากับที่พักเอาแค่พออยู่ได้ น้ำไหลไฟสว่าง ห้องสะอาดปราศจากแมลงสาบก็พอแล้ว เออ!!พูดถึงแมลงสาบ ไม่รู้ที่ญี่ปุ่นนี่มีไหม แต่ผมยังไม่ได้เห็นเลยนะ....

          แม้จะเป็นโรงแรมเล็ก แต่ “Super Hotel” ก็มีสิ่งอำนายความสะดวกให้พร้อม ทั้งทีวี ตู้เย็น กาต้มน้ำ ที่เป่าผม ชุดนอน รองเท้า แถมยังมีหมอนเสริมวางไว้ให้ฟรีอีกด้วย ใครอยากจะใช้หมอนเสริมก็หยิบเอาขึ้นมาได้เลย เขาจะมีวางบริการไว้ให้ตรงเคาน์เตอร์ชั้นสองนั้นแหละ ซึ่งนอกจากหมอนแล้ว เขายังมี Accessory ไว้แจกฟรีอีก ซึ่งอันนี้ดูทุกคนจะชอบมาก แล้วก็ไม่เห็นที่โรงแรมอื่นเขาจะมีอย่างนี้เลย Accessory ที่ว่านี้ก็คือ พวกซองแชมพู ซองโลชั่นอะไรประมาณนี้ เขามีอยู่สักสิบกว่าอย่างเห็นจะได้ เพียงแต่มันเป็นภาษาญี่ปุ่นทั้งหมดอ่านไม่ออก ต้องคอยถามจูนว่ามีอะไรบ้าง แต่ที่ผมชอบก็คือ “เจลแปะน่อง” แปะเท้า สำหรับเวลาปวดเมื่อย ใช้แปะก่อนนอน รุ่งเช้าหายเลย แล้วก็จะได้ไปเดินมาให้เมื่อยใหม่!!

          “Super Hotel” ยังมีเรื่องที่น่าทึ่งอีกอย่างหนึ่งครับ นั่นก็คือวิธีการเข้าห้องพักของเขา เขาไม่ใช้ “กุญแจ” ไม่ใช้ “การ์ด” แต่เขาใช้รหัสกดเอา อย่างของผมได้ห้องเบอร์ 702 พนักงานที่เคาน์เตอร์เขาก็ให้กระดาษเล็กๆมาใบหนึ่ง ที่กระดาษพิมพ์เลขรหัสเอาไว้หกตัวว่า “683223” ที่หน้าประตูห้อง ก็จะมีแป้นให้กดรหัสดังกล่าว ฉะนั้นกรุณาอย่าลืมและอย่าทำรหัสหาย มิฉะนั้นท่านอาจจะเข้าห้องไม่ได้ เพราะเคาน์เตอร์ของโรงแรมที่นี่ เขาไม่ได้เปิดบริการตลอดเวลาเหมือนโรงแรมทั่วๆไปนะครับ เขาจะมีเวลาปิดเวลาเปิด ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้ากลางคืน เกิดลูกค้าพาพรรคพวกเข้ามานอนด้วย แล้วเขาจะรู้ได้ยังไง หรือว่าเขาไม่สนเพราะห้องมันคับแคบอยู่แล้ว แต่เอ๊ะ!!ไม่สนก็ไม่ได้นะ เพราะมันเป็นรายได้ของเขา ก็โรงแรมเขาคิดค่าที่พักตามรายหัวนะครับ แต่เอาเถอะช่างหัวโรงแรมมัน...!!!

          พี่จันทร์นัดเจอกันข้างล่าง แล้วก็ลงมาก่อน ผมก็ลงมาด้วยพร้อมพี่อ๊อดและพี่อู๊ด เราเห็น “Seven Eleven” อยู่ใกล้ๆ ก็เลยเดินไปสำรวจกัน พูดถึงร้าน “Seven Eleven”ที่ญี่ปุ่นนี่ มีไม่เยอะเหมือนเซเว่นที่เมืองไทยนะครับ ส่วนใหญ่เราจะเจอร้านสะดวกซื้อยี่ห้อของญี่ปุ่นอย่าง “Family Mart” แล้วก็อีกร้านหนึ่งชื่อร้าน “Lawson” เสียมากกว่า แม้ว่าในทางข้อเท็จจริงแล้ว “Seven Eleven”จะเป็นร้านสะดวกซื้อที่มีสาขามากที่สุดในญี่ปุ่น ตามมาด้วย “Lawson” และ “Family Mart” ก็ตามเถอะ แต่ผมรู้สึกว่าจะเจอะเจอ “Lawson” และ “Family Mart” เสียมากกว่า ซึ่งก็นับว่าธุรกิจคอนวีเนียนสโตร์หรือที่ญี่ปุ่นเรียกว่า “Konbinii” ของคนญี่ปุ่นนั้น มีความเข้มแข็งมาก อย่างน้อยก็สามารถต่อสู้กับยักษ์ใหญ่อย่าง “Seven Eleven” ได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยงทีเดียว

          แถม  “Family Mart” เจ้านี้ ยังสามารถส่งออกมา ตีตลาดต่างประเทศอย่างใน “จีน” “ไต้หวัน” และ “ไทย” ได้อย่างน้อย ก็ทำให้เราเห็นอยู่หลายสาขา ในเมืองไทย คิดแล้วก็พาลให้นึกถึงร้านสะดวกซื้อสัญชาติไทยอย่าง “Fresh Mart” “Orange Mart” และ “V-Shop” ที่มีอยู่กระหย่อมกระแหยม ในท้องตลาดว่า น่าจะพัฒนาขีดความสามารถ ขึ้นมาสู้กับยักษ์ใหญ่ต่างชาติได้บ้าง คงไม่ต้องถึงกับส่งออกไปเปิดสาขาในต่างประเทศหรอก (แต่ถ้าในแถบอาเซียนด้วยกัน อย่าง ลาว พม่า เวียดนาม กัมพูชา ก็น่าสนนะครับ) เอาแค่ช่วยรักษาส่วนแบ่งทางการตลาด ให้อยู่ในมือคนไทยบ้างเท่านั้นก็พอ แต่นั่นก็ต้องขอแรงคนไทยช่วยไปอุดหนุน กิจการของคนไทยเราด้วยนะครับ

          พี่จันทร์ได้เบียร์มาหนึ่งกระป๋อง พี่อ๊อดได้ขนมไว้กินกลางคืน ส่วนผมได้ถ่าน “Evolta” มาหนึ่งชุด ราคาชุดหนึ่ง 4 ก้อน = 540¥ ตกเป็นเงินไทยประมาณ 220 บาท สมน้ำหน้าที่ไม่ซื้อมาจากเมืองไทย ที่ราคาแค่ชุดละ 125 บาทเอง...!!!

          เรากลับมารอกลุ่มผู้หญิงๆที่หน้าโรงแรม พี่จันทร์บอกจะขึ้นไปตาม แล้วก็หายไปเลย จนทุกคนลงมาพร้อมกันหมดแล้ว พี่จันทร์ก็ยังไม่ลงมา โรงแรมก็แคบแค่นี้ ลิฟต์ก็มีตัวเดียวยังอุตส่าห์สวนทางกันได้เนาะ...!!

          พี่อ๊อดเสนอว่าให้พวกเราเดินกันไปก่อน ข้างหน้าเหมือนจะมีวัดโบราณอยู่ทางขวามือ เดินกันไปถ่ายรูปเล่นๆ เดี๋ยวพี่จันทร์ลงมาไม่เจอใคร ก็คงจะโทรมาหาเอง พวกเราก็เลยโอเค เพราะถ้าพี่จันทร์ยั๊วะหาว่าทิ้งแก ก็จะได้ตอบได้ว่า “เป็นข้อเสนอแนะของพี่อ๊อด” !!

          เราก็เลยเดินกันไปเรื่อยๆ ถึงหน้าอาคารโบราณๆจะเป็นวัดหรือวังอะไรก็ไม่ทราบ เพราะดูเหมือนเขาจะปิดทำการซ่อมแซมอยู่ พี่จันทร์ก็ไม่โทรมาเสียที พี่ฟ้าก็เลยโทรขึ้นไปหาพี่จันทร์ ได้ความว่าไปตามหาพวกเราอยู่ที่ชั้น 7 แต่ไม่เจอ ก็จะเจอได้อย่างไร เพราะทุกคนลงชั้นล่างตามที่นัดกันไว้ ซึ่งคนนัดก็ไม่ใช่ใครอีก “พี่จันทร์” นั่นเอง!!

...หน้าสถานีรถไฟเกียวโตครับผู้คนพลุกพล่านพอสมควร...

...มีรูปเจ้าหนูนี่ตั้งอยู่หน้าสถานีด้วย พี่เปิ้ลบอกว่า "เกียวโต" เป็นแหล่งกำเนิดของเจ้าการ์ตูนเรื่องนี้...

...พอทราบดังนั้นช่างภาพของเราก็เลยบันทึกภาพกันใหญ่...

...นี่แหละครับ Taxi ญี่นในเกียวโต แต่วันนี้เราโชคร้ายที่เจอโชเฟอร์นิสัยไม่ดีคนหนึ่ง ทำให้เราต้องใช้รถถึง 4 คัน...

...พนักงานเคาน์เตอร์ที่ "Super Hotel" มีเพียงคนเดียว แต่บริการเราทุกอย่าง แถมตอนเช้ายังเห็นเธอมาจัดอาหารเช้าให้ด้วย...

...ห้องที่นี่เล็กๆแคบๆครับ เตียงนี้แหละครับที่ผมต้องนอนกอดกับคุณนายหมูสองคน...

...ห้องแคบแค่นี้เองครับ...

...แต่ก็มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบถ้วน...

...ห้องน้ำที่นี่ก็แคบครับแต่ก็ดีไซน์ทุกอย่างไว้ลงตัวพอดี...

...มุมซ้ายมือนั่นแหละครับ ด้านหน้าของโรงแรม "Super Hotel"...

...หน้าตาของร้าน Seven Eleven ข้างๆโรงแรม...

...เพิ่งรู้ที่ญี่ปุ่นนี่แหละครับว่า Starbuck ทำกาแฟถ้วยวางขายด้วย ทำไมเมืองไทยไม่มี...???

...พี่ฟ้าเตรียมตัวสู้เต็มที่ แต่ตอนจบของค่ำคืนนี้เมื่อยล้ากันไปทุกคน...!!!

...พี่อ๊อดหลับตาพริ้มเหมือนรำคาญกับสองสาวที่มาถ่ายรูปกันอยู่ข้างหน้า...

...ผมชอบถ่าย "กระติก" ครับ ชอบรอยยิ้มของเธอดูแล้วสดชื่นดี...

...นี่แหละครับอาคารโบราณที่เราเดินผ่านไม่รู้ว่าเป็นวัดหรือวัง เพราะเขาปิดซ่อมแซมอยู่...

          พวกเรามารวมตัวกันครบ “สิบหัวทุยตะลุยเกียวโต” กันอีกทีก็ที่หน้าสถานีรถไฟเกียวโต ซึ่งที่นี่ดูเหมือนจะเป็นชุมทาง ที่รวมของขนส่งสาธารณะทุกประเภท ทั้งรถไฟ รถเมล์และรถแท็กซี่ เราต้องนั่งรถเมล์สาย 100 เพื่อจะไป “Gion” ซึ่งเป็นแหล่งชุมชนเก่าแก่โบราณ เป็นแหล่งที่ยังมี “เกอิชา” ด้วย เราสับสนกับรถเมล์สาย 100 นี้มาก เพราะที่ป้ายรถบอกว่าหมดเวลาเดินรถแล้ว เราก็เลยไปคอยรถเมล์สายอื่น แต่จู่ๆสาย 100 ก็วิ่งมาเข้าท่าหน้าตาเฉย ก็เลยต้องวิ่งกันมาขึ้นรถเมล์สาย 100 นี้อีก

          เมืองเกียวโตนี้ เป็นเมืองหลวงเก่าของญี่ปุ่น ซึ่งมีอายุยาวนานมากกว่าพันปีทีเดียว ถ้าเทียบของไทยก็ต้องประมาณ “กรุงสุโขทัย” นั่น เพียงแต่ของเราเป็นเมืองหลวงอยู่ได้ไม่กี่ร้อยปี มาถึงอยุธยาก็เป็นเมืองหลวงอยู่ได้แค่ 400 ปีเท่านั้น แต่เกียวโตนั้น เป็นเมืองที่พระจักรพรรดิญี่ปุ่น ประทับต่อเนื่องยาวนานมาถึง 1,100 ปีทีเดียว เมืองนี้สร้างเลียนแบบมาจากนครฉางอัน หรือซีอาน อันเป็นเมืองหลวงของจีนในสมัยราชวงศ์ถัง ผังเมืองจะเป็นรูปสี่เหลี่ยม มีถนนตัดกันเป็นรูปตาราง ซึ่งยังปรากฏหลักฐานมาจนถึงทุกวันนี้

          ย่าน “Gion” ที่เราจะไปกันนี้ เป็นย่านบันเทิงเริงรมย์ในอดีตของเกียวโต โดยมีผู้หญิงที่ให้ความบันเทิงที่เรียกว่า “เกอิชา” อาศัยอยู่ในแถบนี้ เกอิชาในเกียวโตนั้น จะมีชื่อเรียกแตกต่างกันตามความชำนาญ ถ้าเป็นเด็กรุ่นสาวอายุได้ 16 ปี ซึ่งถือเป็นเกอิชาฝึกหัด จะเรียกว่า “ไมโกะ” แต่เมื่อได้รับการพัฒนาฝีมือมากขึ้นจนเจ้าสำนักไว้วางใจแล้ว เมื่ออายุถึง 21 ปี จะได้เป็นเกอิชาเต็มตัวเรียกว่า “เกโกะ” ไมโกะกับเกโกะแต่งกายแตกต่างกันตรง “ไมโกะ” จะมีผ้าผ้ารัดเอวแถบยาวที่เรียกว่า “โอบิ”  แต่ “เกโกะ” จะแต่งชุดกิโมโนอย่างสวยงามเต็มที่

          อาชีพของเกอิชานั้นพัฒนามาจาก “ไทโคะโมะชิ” หรือ “โฮคัง” เป็นคล้ายๆพวกตลกหลวงในราชสำนัก แรกเริ่มเดิมที “เกอิชา” จะมีทั้งผู้หญิงและผู้ชาย แต่ต่อมาก็นิยมมีเฉพาะผู้หญิงเท่านั้น “เกอิชา” ได้รับความนิยมมากในช่วงศตวรรษที่ 18 – 19 ในปี ค.ศ.1920 มีการสำรวจพบว่ามี “เกอิชา” ทั่วประเทศญี่ปุ่นถึงกว่า 80,000 คนทีเดียว

          หญิงที่จะเข้ามาทำอาชีพ “เกอิชา” นั้น มักมาจากครอบครัวที่ฐานะยากจน โดยเจ้าสำนักเกอิชา จะไปซื้อตัวมาแล้วนำมาฝึกหัดเลี้ยงดู โดยในช่วงเด็กอาจจะต้องทำงานเป็นหญิงรับใช้ “เกอิชา” รุ่นพี่ๆ ด้วยการทำงานบ้าน และปรนนิบัติพัดวี หากว่าทำงานได้เป็นที่พอใจ ก็จะได้รับการถ่ายทอดให้ได้เรียนศิลปะหลายแขนง เช่น เล่นดนตรี เต้นรำ ขับร้อง ชงชา จัดดอกไม้ รวมถึงต้องเรียนรู้เรื่องบทกวีและวรรณคดีด้วย เมื่อได้เป็น “ไมโกะ” หรือเกอิชาฝึกหัดแล้ว ก็จะได้ติดตาม “เกโกะ” หรือเกอิชารุ่นพี่ ไป โรงน้ำชา งานเลี้ยง งานสังสรรค์ต่างๆ ตามแต่จะมีผู้ว่าจ้างไป ซึ่งถือเป็นการฝึกงานเกอิชาให้ไมโกะไปในตัว

          “เกอิชาไม่ใช่โสเภณี” อย่าได้เข้าใจผิด ซึ่ง “โสเภณี” ของญี่ปุ่นนั้นจะมีอยู่ต่างหาก เรียกว่า “โออิรัน” เขาบอกว่าให้ดูง่ายๆที่การแต่งกาย “โสเภณี” หรือ “โออิรัน”   จะแต่งชุดที่มี “โอบิ” ผูกปมเอาไว้ข้างหน้าเพื่อที่จะให้แขก ดึงออกได้ง่ายๆ ส่วน “เกอิชา” ปมนั้นจะอยู่ข้างหลัง ชุดกิโมโนและเครื่องประดับของโสเภณีนั้น จะโอ่อ่าหรูหรา ฟู่ฟ่า ส่วนของเกอิชานั้นจะเรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยศิลปะและธรรมชาติ ไฮโซกว่ากันเยอะว่างั้นเถอะ!!

          แต่ว่า “โออิรัน” นั่น ก็ไม่ใช่ “โสเภณี” แบบธรรมดาๆ อย่างที่เราเดินเข้าไปซื้อบริการยังไงก็ได้นะครับ “โออิรัน” ก็มีความรู้ในด้านศิลปะ การขับร้องเต้นรำ ด้วยเช่นกัน เพียงแต่ว่าเธอให้บริการเหมารวมเป็นแพคเกจ ทั้งขับร้อง เต้นรำ และมีเพศสัมพันธ์ด้วยเสร็จสรรพในคราวเดียวกัน ส่วน “เกอิชา” นั้น เธอจะไม่ยอมมีเพศสัมพันธ์กับใคร ยกเว้น “ผู้อุปถัมภ์” หรือ “ดันนะ” ของเธอเท่านั้น......ยังดีนะครับที่ยังมีทางออก!!

           

    ...ภาพการแต่งกายของ "ไมโกะ" "เกอิชา" และ "โออิรัน" เรียงตามลำดับครับ...

        

            ...ภาพการแต่งกายด้านหลังของ "ไมโกะ" "เกอิชา" และ "โออิรัน"...

...หมายเหตุ...ภาพและข้อมูลเรื่อง "ไมโกะ" "เกอิชา" และ "โออิรัน" นำมาจากบล็อกของคุณมายา ต้องขอบคุณมา ณ ที่นี้ด้วยครับ...

...http://shinigami-maya.exteen.com/20080121/entry

          เรามาถึงย่าน “Gion” ก็ย่ำค่ำพอดี ที่ศาลเจ้า “Yasaka-Jinja” ที่เราจะมาเที่ยว หรือมีชื่อเรียกเล่นๆว่าศาลเจ้า “Gion San” เพราะอยู่ตรงย่าน “Gion” พอดี กำลังมีงานศาลเจ้า สภาพการก็คล้ายๆงานวัดบ้านเรานั่นแหละครับ มีออกร้านขายของทั้งของกินของใช้ เรียงรายไปทั้งสองข้างทาง “พี่จันทร์” ไปเห็นร้านขายอาหารร้านหนึ่ง จะเรียกชื่อว่าอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ แต่มันเป็นเนื้อเหมือนกับทอดหรืออบประมาณนั้น แล้วก็ใส่ซอสจนแฉะ พี่จันทร์ว่ามันน่ากินดีให้ผมซื้อกิน คือพี่จันทร์เขาไม่กินเนื้อ แต่เห็นว่ามันน่ากิน ก็เลยให้ผมซื้อกินแทน อือม์...แล้วถ้าผมบอกว่า “อร่อย” แล้วพี่จันทร์จะรู้ได้ยังไงว่ามันอร่อยยังไง...???

          ศาลเจ้ายาซากะนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ ซุ้มประตูที่ทำด้วยหินแกรนิต ที่สร้างไว้อย่างสูงใหญ่และสวยงาม นอกจากนี้ ก็ยังมีศาลาที่มีโคมไฟเขียนอักษรญี่ปุ่นไว้ ประดับประดาเต็มไปหมด นักท่องเที่ยวมาถึงก็ต้องถ่ายรูปที่นี่แหละครับ พวกเราทั้งสิบต่างก็แยกย้ายกันไปเสพความสุข ทั้งถ่ายรูปทั้งซื้อของกิน กันอย่างสนุกสนานบานตะไท

          ด้านหลังศาลเจ้าเดินทะลุออกไปยังเป็น “สวนสาธารณะมารุยามะ” สวนสาธารณะแห่งนี้เป็นที่รู้จักกันดีในนามของ “ต้นซากุระพันปี” คือมันมีต้นซากุระต้นใหญ่อยู่ต้นหนึ่งครับ กำลังออกดอกบานสะพรั่ง แล้วเขาก็เอาไฟมาประดับประดาไว้ ดูแล้วสวยงามมากครับ มีผู้คนมาชมแล้วก็ถ่ายรูปซากุระต้นนี้กันมากมาย ผมก็ไม่พลาดเช่นกันครับ ดูแล้วก็เป็นต้นซากุระที่ใหญ่มาก มากกว่าที่ “นารา” อีกครับ แต่จะอายุถึงพันปีหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ แต่ก็ไม่อยากจะไปพิสูจน์ หรือไปค้นคว้าหาความจริงอะไร เขาว่าพันปีก็พันปีตามเขา จะเป็นอะไรไป..!!

          จาก “ต้นซากุระพันปี” ผมเห็นมีทางเดินขึ้นไปอีก ผมก็เลยเดินลองไปเที่ยวดู ก็ปรากฏว่าส่วนใหญ่จะเป็นบ้านเรือนญี่ปุ่นเก่าๆ ไม่ทราบว่าเป็นบ้านพักของ “เกอิชา” หรือเปล่า เพราะยังไม่เห็นมี “เกอิชา” สักคนแต่งตัวเดินออกมาให้เห็น เดินไปๆจนเห็นว่าไม่มีอะไรแน่แล้วผมก็เดินวกกลับมา แล้วก็เข้ามาในศาลเจ้าอีกด้านหนึ่ง ก็ปรากฏว่าพวกเรามารวมตัวกันเกือบครบแล้ว เตรียมที่จะออกไปจากศาลเจ้าเพื่อไปหาร้านอาหารกินกัน พอเจอหน้าผม ป้าแดงก็ทักทันทีว่า อ้าว!! ไม่เจอหมูหรือหมูออกไปตามหาผม ที่สวนสาธารณะมารุยามะ เพราะเห็นผมเดินออกไปทางนั้น ผมก็บอกว่าผมเดินอ้อมกลับมาอีกทาง

          กระติก ก็เลยรับอาสาจะไปตาม “อาหมู” ให้ หายไปสักพัก หมูก็เดินกลับมา แต่กระติกหาย!! ทีนี้ก็ไม่มีใครจะออกไปตามอีก ไม่งั้นก็คงจะตามแล้วหาย ตามแล้วหาย กันทั้งคืน ไม่ได้ไปกินข้าวกัน รอสักพักกระติกก็มา เฮ้อ...!!

...ที่สถานีรถไฟครับ เป็นที่รวมของรถเมล์ทุกสายด้วย เราต้องเดินหาป้ายรถเมล์สาย 100 เพื่อที่จะไป Gion กัน...

...หน้าศาลเจ้ายาซากะ ซุ้มประตูนี่แหละครับที่เป็นจุดเด่นสำคัญของศาลเจ้าแห่งนี้...

...เขากำลังมีงานประจำปีพอดีเลยครับ บรรยากาศก็ประมาณงานวัดเมืองไทยเลย ต่างกันแต่ว่าของเขาไม่มีเสียงดัง เหมือนของเราเท่านั้นเอง...

...ร้านเนื้ออบร้านนี้แหละครับ ที่พี่จันทร์บอกว่าน่ากิน แล้วแนะนำให้ผมลองซื้อกิน...

...แค่นี้แหละครับ 600¥ ครับ แพงไหม...???

...ภายในศาลเจ้าศาลาที่มีโคมไฟนี้ก็เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของที่นี่ครับ...

...สวยไหมครับ...

...เดินเข้าไปหลังศาลเจ้าจะเป็นสวนสาธารณะมารุยามะครับ กำลังมีงานเทศกาลซากุระอยู่พอดี...

...ร้านรวงของเขาก็เหมือนงานวัดเมืองไทยจริงๆครับ ส่วนใหญ่ก็เป็นของกินพวกปิ้งย่าง แต่ว่าร้านที่เล่นเกมชิงของรางวัลก็มีนะครับ เหมือนเมืองไทยเลย ไม่รู้ใครตามใคร...

...ต้นนี้แหละครับ "ซากุระพันปี" ดูมันเก้งก้างยังไงชอบกล...

...เอามาให้ชมอีกภาพหนึ่ง มีคนมาถ่ายรูปกันเยอะเลยครับ...

...เริ่มมืดแล้ว ถ่ายศาลากับโคมไฟของศาลเจ้าให้ดูอีกที จะได้เอามาเปรียบเทียบกับรูปตอนหัวค่ำ...

...สวยนะครับ...

...แต่แปลว่าอะไรก็ไม่ทราบ...

...สี่สาวญี่ปุ่นนี้แต่งชุดกิโมโนมาเที่ยวพอดี พวกเราก็เลยขอถ่ายรูปไว้...

...พี่จันทร์กับพี่อ๊อดก็เลยไปขอถ่ายรูปด้วย...!!!

...ส่วนห้าสาวใหญ่นี้ไม่ได้เป็นญี่ปุ่นนะครับ แต่เป็นเกาหลีเธอแต่งชุดประจำชาติมาเที่ยวด้วย ดีจังเลย...

          พวกเราเดินหาร้านกินข้าวกันอยู่หลายร้าน จากถนนฝั่งขวา แล้วก็ข้ามถนนไปฝั่งซ้าย แล้วก็ย้ายไปฝั่งขวาอีก เกือบจะได้กินอยู่ร้านหนึ่ง เป็น “ชาบู ชาบู” แต่พี่จันทร์ติว่าแพงเกินไป ตกหัวละตั้ง 3,700 ¥ ตีเป็นเงินไทยก็ประมาณ 1,400 บาท แต่ทุกคนก็อยากกินบอกว่าสู้!! แต่สุดท้ายก็มีปัญหาอีก เพราะร้านนี้มีแต่เนื้อล้วนๆ ไม่มีหมูหรือไก่ให้พี่จันทร์กับพี่ฟ้า ที่ไม่กินเนื้อได้เลือกเลย.....อด!!

          สุดท้ายเรามาได้ร้าน “โซบะ” ร้านหนึ่งดูน่ากินมาก แต่ตอนนั้นถึงไม่น่ากินก็จะกินแล้ว เพราะหิวจะแย่อยู่แล้ว แถมข้างนอกอากาศก็หนาว ไม่อยากจะไปเดินเลือกร้านไหนอีกแล้ว พอมีคนเสนอสักคนหนึ่ง คนอื่นๆก็เลยเออๆออๆโอเคตามกันหมด ผมดูเมนูแล้วก็สั่งโซบะปลา เพราะตามรูปมันดูน่ากินดี กินแล้วก็อร่อยแบบแปลกๆดีนั่นแหละ ท่านผู้ชมก็ลองนึกภาพว่า “บะหมี่ที่ใส่ปลามาทั้งตัว” มันจะมีรสชาติเป็นอย่างไร? น้ำซุปผมว่ามันก็อร่อยดีนะ คือมันเป็นซุปที่เขาเคี่ยวมาจากปลา คงเพื่อจะได้เข้ากันกับ เนื้อปลาที่เขาใส่มาในโซบะ ส่วนตัวปลานั้นผมว่ารสชาติคล้ายๆ “ปลาต้มเค็ม” ของบ้านเรานะ เพียงแต่ว่ามันไม่เค็มขนาดนั้น แล้วมันก็ไม่เปื่อยอย่างของเรา รวมๆแล้วก็เอาน่า...ผ่าน!!

...นี่แหละครับโซบะหน้าปลาต้มเค็มของผม น่ากินไหมครับ...???

...พี่เปิ้ลเธอไปนั่งรอเข้าห้องน้ำอยู่หลังลุงจันทร์ ห้องน้ำที่นี่ถึงจะแคบๆและเป็นห้องน้ำรวมทั้งชาย-หญิง แต่ก็สะอาดมากครับ...

            อิ่มแล้ว ก็เตรียมเดินทางกลับได้ยินพี่จันทร์คุยกับพี่อ๊อดว่า จะขึ้นรถเมล์สายนั้นสายนี้ แล้วในที่สุดพี่จันทร์ก็บอกว่า ดูแล้วไม่น่าไกล ถ้าเดินตัดมาถึงสี่แยกใหญ่ตรงนี้เลี้ยวซ้าย ตรงมาก็ถึงโรงแรมแล้ว ดีจะได้ชมสภาพบ้านเรือนของเขาไปด้วย สรุปว่า...เดิน!!

          กลุ่มผมมีพี่อ๊อด พี่อู๊ด พี่เปิ้ล เดินล่วงหน้าออกไปก่อน แต่ยิ่งเดินดูเหมือนจะยิ่งไกล ทั้งขาทั้งเท้าก็ให้เมื่อยสุดๆ หยุดก็ไม่ได้เพราะอากาศหนาวมากขึ้นทุกทีๆ ตามเวลาที่เริ่มดึกขึ้นเรื่อยๆ กว่าจะมาถึง “Super Hotel” เล่นเสียแทบขาดใจ พี่จันทร์นะพี่จันทร์...!!

          กลับมาถึงห้องพอถอดเสื้อผ้าจะอาบน้ำ อู้ฮูวว...ตรงขาอ่อนของผมทั้งสองข้างมีลายแตกเป็น “ลายเนื้อโกเบ” เลย มิน่าล่ะเมื่อกี้เวลาเดินถึงได้รู้สึกแสบๆที่ขา ที่เป็นเช่นนั้นเพราะผม ลืมทาโลชั่นที่ขาครับท่านผู้ชม ที่จริงตอนไปนิวซีแลนด์กับจิ่วจ้ายโกว ผมก็ทาอยู่นะครับแต่ว่าคราวนี้ มันลืมไปทาแต่เฉพาะใบหน้ากับมือและแขน ผิวหนังของคนเขตร้อนอย่างผม มันทนอากาศหนาวมากๆไม่ได้มันก็เลยแตกเป็นลาย คุณนายหมูก็เลยเอา “บัวหิมะ” ที่ซื้อมาจากเมืองจีนมาทาให้ รุ่งเช้าก็หายครับ

          ก่อนนอนผมก็เลยได้ใช้ “เจลแก้ปวดเมื่อย” ของทางโรงแรม เอามาแปะที่เท้าที่น่องทั้งสองข้าง ก็โอเคนะครับเย็นๆดีพอรุ่งเช้า ก็พร้อมที่จะไปเมื่อยใหม่ได้

พบกันใหม่ตอนที่ห้าครับ

            รวมค่าใช้จ่ายในวันนี้

            29 มีนาคม 2552

-           ค่ารถไฟจากสถานี Shinsaibashi ไป Morinomiya @230 ¥ x 5 = 1,150 ¥

-           ค่ารถไฟเล็กเข้า Osaka Castle @200 ¥ x 5 = 1,000 ¥

-           ค่าเข้าชม Osaka Castle @600 ¥ x 5 = 3,000 ¥

-           ค่ารถไฟ Morinomiya ไป Shinsaibashi @230 ¥ x 5 = 1,150 ¥

-           อาหารเที่ยง Okonomiyaki พี่จันทร์เลี้ยง

-           ค่า Taxi จากโรงแรม Grand Vista ไปสถานี Osaka = 1,620+1,470+1,470 ¥ (@456 x 10)

-           ค่ารถไฟจาก Osaka - Kyoto @540 ¥ x 10 = 5,400 ¥

-           ค่า Taxi จาก Kyoto Station - Super Hotel @640 ¥ x 4 = 2,560 ¥            (@256x10)

-           ค่าโรงแรม Super Hotel 2 คืน @8,280 ¥ x 10 = 82,800 ¥

-           ค่ารถเมล์ไป Gion @220 ¥ x 10 = 2,200 ¥

-           อาหารเย็นกินที่ร้านขาย Soba = 13,000 ¥ (@1,300 ¥ x 10)

·         รวมค่าใช้จ่ายวันที่ 29 มีนาคม 2552 ต่อคน @12,312 ¥

โปรดติดตามต่อในตอนที่ห้า  “ตอนที่ห้า...ตะลุยเกียวโตโอ้โฮมีแต่วัด”



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 103 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 11.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

ผมได้รับความรู้เกี่ยวกับประวัติศาตร์ของ "ปราสาทโอซาก้า" ซึ่งไม่เคยอ่านที่ไหนมาก่อนเลย
.
.
ได้ทราบว่า ท่านเป๊บซี่ ไม่ยอมบริจาคเงินให้ละครลิง เพราะเดินฉากออกมาเสียก่อน
.
.
ได้ยินเสียงเสียงคุณนายหมูบ่นเรื่องที่ชาร์จแบตเตอรี่ราคาสามพันเยนที่คุณนายเสนอแล้วท่านไม่ยอมซื้อ
คุณนายจะบ่นอยู่หลายครั้ง
ทุกครั้งที่บ่น ท่านเป๊บซี่จะทำหน้าเจี๋ยมเจี้ยมเหมือนเดิม
และพูดว่า...ฮึ....
.
.

ความคิดเห็นที่ 102 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom


ดูภาพก่อน 1 จบ
ท่าเตรียมสู้ของคุณนายฟ้านี่แหละ...คือท่าไม้ตายที่ใคร ๆ ต้องยอมสยบ...
.
ส่งเสียงดังซะหน่อย....สมบูรณ์แบบครับท่านเป๊บซี่....
.
เดี่ยวจะมานั่งอ่านตัวอักษรอย่างละเอียดต่อไป
ท่านเล่นเล่าละเอียด ผมก็ต้องอ่านละเอียดซะหน่อย
.
.

ความคิดเห็นที่ 101 (0)
Je@b วันที่ : 29/05/2009 เวลา : 12.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

หม่ำ ทาโกะยากิ หมดแล้วอ่ะ พี่ชาย ^ - ^

ความคิดเห็นที่ 100 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 22.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

คนที่ ร้อย ล่ะกัน

17 มิ.ย. กลับจาก กทม. หรือยังคับ???

ความคิดเห็นที่ 99 (0)
แม่เอื้อง วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 15.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maeeaung


ปราสาทโอซากาสวยงาม
ทำให้ระลึกถึงหนังญี่ปุ่นโบราณ
แม่เอื้องเอารูปถูเขาแถวฝางมาฝากค่ะ

ความคิดเห็นที่ 98 (0)
Kanok วันที่ : 28/05/2009 เวลา : 10.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanokrat

เป๊ปซี่ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.37 น.
http://www.oknation.net/blog/Pepsi8

...เห็นไปเม้นต์แต่บล้อกคนอื่นเขาว่าอัพบล็อกได้แล้ว...
...บล็อกเจ้าของเองแช่ยาวมาตั้งแต่เดือนเมษาแนะ...!!!
----------------------
คุณเป๊ปซี่.. รู้ทันหมดเลย
คุณเขียนเรื่องได้ละเอียดดดมากจริงๆ
อ่านจนไปเที่ยวญี่ปุ่นได้สบาย

ความคิดเห็นที่ 97 (0)
ลีโอนิกด์ วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 14.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/artpom

อิจาจัง ได้ไปเที่ยวญี่ปุ่นด้วย

....

ความคิดเห็นที่ 96 (0)
ครูติ๋ม วันที่ : 26/05/2009 เวลา : 08.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chutitim

ไม่ได้ไปก็เหมือนได้ไป..
คราวหน้าลงมาเที่ยวตรังบ้างสิคุณพี่
....

ความคิดเห็นที่ 95 (0)
ธนาคารออมจุ๊บ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 23.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PunchBerry

ประเทศญี่ปุ่นเนี่ย เป็นประเทศที่มีอะไรน่าดูเยอะมาก
ดูเท่าไหร่ก็ไม่เคยเบื่อ ชอบอ่านเรื่องราวประเทศนี้
การแสดงลิงถ่ายมาน่ารักมากเลยค่ะ
เรื่องราวละเอียดมากค่ะ
ขอบคุณค่ะ ที่ถ่ายภาพเรื่องราวมาเผื่อ ได้ความรู้เพิ่มขึ้นเยอะเลย

ความคิดเห็นที่ 94 (0)
ลูกแม่ลำดวน วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 21.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/FriendlygirL
         Leave Well Enough Alone        

ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะพี่เป๊บซี่

เห็นภาพและเรื่องราวแล้ว 1+ ไปก่อนเลย

ขอบคุณมากค่ะพี่สำหรับเรื่องราวดีดี

ฝันดีค่ะ

ความคิดเห็นที่ 93 (0)
คุณนายหวี วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 17.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello

อ่าน ๆ ๆ แล้วก็..ฝัน ๆ ๆ ๆ เมื่อไหร่จะได้ไปมั่งน๊อเรา
คงอีกนานนนนน..


ความคิดเห็นที่ 92 (0)
ญิ๋งณัฐ วันที่ : 25/05/2009 เวลา : 12.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/uranus
บ้าน ญิ๋งณัฐ ยินดีเป็นมิตร ค่ะ

พี่ซี่ ............
..
ทำอย่างนี้ มันไม่ถูกน๊านนน
..
มาเที่ยวอวดกัน ทำให้น้อง มีภาระในหัวจิตหัวใจ
..
อยากไป ๆๆๆๆๆๆ ทำไงดี
..
ตังค์ก็ไม่ค่อยจะมี มีปัญหาชีวิต แล้วเนี้ย !!!
..
ที่บริษัทก็ไม่มีสาขาที่ญี่ปุ่นด้วย ไม่งั้นจะ อุทิศ ชีวิตไปทำงาน ทุ่มเท กำลัง กายใจ เพื่อองค์กร (ว่าไปนั้น)
..
อยากไปคุยกะแมวหมื่นปีตัวแม่ .. เจ้าคิตตี้ ผู้น่ารัก
..
อยากเอาตัวไปไถๆๆๆ...กับซากุระ กับหิมะ
..
ตกลง นู๋ ไปซื้อ โออิชิ .........ก่อนนะ
..
ชิงโชคกะเฮียตัน ก็ได้ ...... เฮียซี่ ตัดหน้าไปเที่ยวโชว์ ซะแล้ว
..
(อยากใส่ชุด................. สวย ๆ แบบนั้น ด้วยอ่ะ)

ความคิดเห็นที่ 91 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 22.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

เหมือนได้ไปเที่ยวด้วยเลยค่ะคุณเป๊ปซี่
อยากไปมาก ๆ

ความคิดเห็นที่ 90 (0)
Cat@ วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 19.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

...


โปรดมาเชียร์ชม
หนูโจ นะค๊า
คุณแม่กลัวขี้อ้อน
โหดไป ไหม๊ หนูโจสอบกระโดดน้ำสูงสามเมตร..

ความคิดเห็นที่ 89 (0)
MeeMee วันที่ : 24/05/2009 เวลา : 12.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/memoria
recall for Memory Episode II

หวัดดีพี่เป๊บซี่

เที่ยวสนุกไปเลยนะคร๊า

ความคิดเห็นที่ 88 (0)
raksanok วันที่ : 23/05/2009 เวลา : 12.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

มาตามคุณพี่ไปเที่ยวญี่ปุ่นอีกครั้งค่ะ

ความคิดเห็นที่ 87 (0)
รักพงษ์ วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 23.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukpong

ตามมาเที่ยวปราสาทโอซาก้าด้วยคน

ความคิดเห็นที่ 86 (0)
ฅนผ่านทาง วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konphantang
ร่างไร้วิญญาณของคุณน้าผ่องพรรณนอนสงบนิ่งอยู่ในโลงศพหน้าเตาเผา หากไม่มีบรรยากาศของพิธีการแห่งความโศกเศร้า ก็คงไม่ต่างกับภาพการนอนหลับของผู้หญิงวัยเกษียณที่ยังมีเค้าความสวยให้เห็น..

ประวัติความเป็นของแต่ละชาตินี่มีเรื่องราวใช่เล่นเลยนะครับ
ทำให้คนยุคเราได้ศึกษาเรียนรู้ เพื่อการก้าวไปข้างหน้าได้ตามครรลองที่ควรจะเป็น

ความคิดเห็นที่ 85 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 18.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

รอตอนที่ห้าครับ

ความคิดเห็นที่ 84 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 18.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

พี่เป๊บซี่ค่ะ ฝากถามผู้ชายคนนั้นให้หน่อยนะคะว่า
"ทาโกะยากิ"อร่อยมากมั๊ย
...
เพื่อนที่เคยทำงานร่วมกับชาวญี่ปุ่นมาเล่าให้ฟังว่า
ญี่ปุ่นนี่จะมีความเป็นชาตินิยมมาก
ขนาดชาวญี่ปุ่นที่ไปอาศัยประเทศอื่น
เขายังพากันรณรงค์ให้ใช้สินค้าที่ผลิตจากญี่ปุ่นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 83 (0)
เณรรูน วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 14.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/singslatan

คนแถวบ้านผม เทพา นาวี ..ก็ไปญี่ปุ่นกันเยอะครับช่วงนี้
.... ไข้ญี่ปุ่น น่ะ ชิคุนกุนยา ...
...........................................

ความคิดเห็นที่ 82 (0)
feng_shui วันที่ : 22/05/2009 เวลา : 13.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

เล่นนำเที่ยวยั่วกิเลสอย่างนี้ ดับกิเลสไม่ทันเลยค่ะ

ภาพสวยทุกภาพ สดใส vivid

ปล.กว่าจะได้เข้าเอ็นทรี่นี้ โหลดเป็นครึ่งชั่วโมงค่ะ


ขออภัยที่มาช้า มาอ่านหลายรอบแล้ว แต่เม้นท์ไม่ได้ ส่วนคอมเม้นท์ไม่โหลดมาให้ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 81 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 23.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีพี่แปปซี่ค่ะ..

ญี่ปุ่น..เป็นประเทศที่อยากไปที่สุดค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 80 (0)
ครูพิม วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krupim
คำนึง....ร่องรอยกาลเวลา..

โห...เหมือนได้เที่ยวไปด้วยเลย..
ขอบคุณที่แบ่งปันค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 79 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

แต้มยิ้มไว้ก่อน แล้วค่อยมาอ่านนะคะ
นั่งเฝ้าจอตั้งแต่เย็น ตอนนี้เริ่มหิวแล้วค่ะ
ขอตัวไปหาอาหารก่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 78 (0)
ทิพย์อาภา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rpa

ความคิดเห็นที่ 22
เป๊ปซี่ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.43 น.

...สะบายดี เวียงจันทน์...
...เวียงจันทน์ นอหนูการันต์จ๊ะติ๊บอาภา...
.
.
ขอบคุณที่แวะไปช่วยชีวิตได้ทันเวลาค่ะ
ห้อ...อายจังเรา
คราวหน้าคราวหลัง
ก่อนโพสต์เรื่องราวต่างประเทศ
ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเืมืองด่านพี่เป๊บซี่ก่อนดีกว่า
ปลอดภัย ไร้กังวล
.
.
ขอบคุณอีกครั้งนะคะคุณพรี่
ไว้ผ่านไปสะเดาจะแวะไปรบกวนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 77 (0)
auguzzy วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

แวะมาเยี่ยมเยียนคับพี่

ความคิดเห็นที่ 76 (0)
chaleeta วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaleeta

มาเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 75 (0)
ปรัชญาภรณ์ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 19.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pong15

เชิญไปฟังได้เลยครับ
แต่ยังไม่ได้เข้าห้องอัดฟังสดๆก่อนครับ

ความคิดเห็นที่ 74 (0)
indexthai วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 16.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/indexthai

เคยไปเห็นปราสาทโอซาก้า
ก็เห็นแต่ข้างนอก(รั้ว) ไม่ได้เข้าไปข้างใน

ความคิดเห็นที่ 73 (0)
numouse วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 12.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/numouse
ถ้าเราลดความ "เห็นแก่ตัว" ให้น้อยลงบ้าง อะไรๆ มันคงจะดีกว่านี้ และถ้ายิ่งจัก "ยอม" บ้างคงจะดี

ตามไปเที่ยว และได้ความรู้มากขึ้นค่ะ

เมื่อไรเราจะได้ไปกับเขาบ้างน๊า ^^

ความคิดเห็นที่ 72 (0)
kikuno วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 11.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

มาชมภาพและความละเอียดของข้อมูลการเที่ยว
สนุกค่ะ

ขอบคุณค่ะ

ความคิดเห็นที่ 71 (0)
ก้อนหินยิ้ม วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 08.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konhinsmile

หวัดดีเจ้าค่ะ พี่ pepsi ที่รักยิ่งของเจ้าหมูน้อยและของก้อนหินยิ้มด้วยมะ...

ก้อนหินมาขอสนับสนุน...หนังสือจากพี่ pepsi นะค่ะ

โครงการบ้านพระธรรม
ห้องสมุดเพื่อน้อง เริ่มโครงการแล้วค่ะ

Permalink : http://www.oknation.net/blog/sarattatham/2009/05/20

ความคิดเห็นที่ 70 (0)
ศณีรา วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 01.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/localbetong
  สิ่งเดียวที่จะทำให้คนชั่วชนะก็คือ " การที่คนดีนิ่งดูดาย "     

ขอบคุณครับ สำหรับทั้ง 4 ตอน จะรออ่านตอน 5 ครับ

ความคิดเห็นที่ 69 (0)
Cat@ วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 00.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

อยากไป จัง
ฝันฝัน

..

มาสะกิด เชิญชวน
มาม่ะ มาดูของเก็บแม่แคทอีกแหระ

เรืองของเหล้า ก่อน ปี คศ 1989 ไม่ใช่แค่เรืองเล่า .. ( Cat@ )

ความคิดเห็นที่ 68 (0)
คอยรัก วันที่ : 21/05/2009 เวลา : 00.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Uu-moo-uU
===>U__u*moo*u__U<===

อยากไปเที่ยวญี่ปุ่นบ้างจัง


อิจฉาๆๆๆๆๆ

ความคิดเห็นที่ 67 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 20.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

ไอ้ทาโกะยากิเนี่ย รสชาติมันออกเปรี้ยวหวานมันเค็มอย่างไร วานบอก


ความคิดเห็นที่ 66 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ตามมา ช็อป กิน เที่ยว
ตะลุยเที่ยวญี่ปุ่น ยกแก็งค์
โดยไม่ต้องส่งฝาน้ำชา แช่เย็น ไปชิงโชค

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
นกบนท้องฟ้า วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/benjama

ครบเลยนะค่ะทั้งสถานที่เที่ยว สาวๆ และของกิน
......
แต่มีอีกอย่างนะค่ะที่ไม่มี ก็ ของฝากหนูงัย
ขอบคุณนะค่ะที่แวะไปเยี่ยม

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
ขงเบ้ง วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 15.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/iam9594
เราไม่เห็นความแตกทำลายของจิต ซึ่งเร็วกว่าความชราภาพ 

หลวงพ่อพุทธทาสกล่าวว่า ทัศนศึกษาคือการไปดูสิ่งที่เป็นประโยชน์

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
ณชาติหนึ่ง วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 12.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nnnnnn
จอมยุทธไพร หัวใจพอเพียง

ไม่เสียแรงเลยที่เข้ามาเยือนบ้านนี้หลังอาหารกลางวัน

ทั้งอ่านทั้งดู ทั้งชม ช่างอิ่มหนำสำราญใจดีแท้

ท่านพี่โชคดีจัง ได้ตะลุยเจแปนสุดแสนบันเทิงใจ

ข้าน้อยส่งฝา โออิอิ อิอิอิ! ไปหลายเพลาแล้ว คงแห้วตามเคย 55555
..............................................

ความคิดเห็นที่ 60 เป๊ปซี่ ...
ท่านพี่น้ำซ่าส์ที่คิดถึง
ท่านพี่คงตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายเช่นนั้นอยู่บ่อยๆ กระมัง
ถึงได้ทราบดีว่ามันอันตรายสุดๆ ...
ความรักที่มากไปก็อันตรายเช่นนั้นแล... หึหึหึหึ
ปล. ข้าพเจ้ามิเคยได้ตกอยู่ในเหตุการณ์เยี่ยงนั้นเรยยยยยย ให้ตายซิ

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
แม่หมี วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 10.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ดีจัง ที่ลิงไทยเเสดงเก่งกว่าลิงญี่ปุ่น

ภาพดอกไม้สวยค่ะแต่อาหารซีคะเล่นเอาอยากหม่ำทาโกะยากิ เห็นรูปอาหารแล้วหิว

ฝากความคิดถึงถึงคุณหมูด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
ยากันยุง วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 10.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/newgeneration
ส่วนหนึ่งของชีวิต คือ จิตสาธารณะ

ชอบต้นแมกโนเลีย จังเลยค่ะ

ทาโกะยากิ ของโปรด

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 09.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

นาฬิกานะมันมีค่ามากที่คนให้ครับพี่เป๊ปซี่..
มันติดแขนจ่าตลอดเลย.คุ้มครับคุ้ม..ขอให้รวยๆ.และจิตใจดีนะครับผม..

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
คุณนายหวี วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 08.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello

แอบมาดูหลายหนแล้ว..
ยังคิดถึงคุณซี่เหมือนเดิมค่ะ..เห็นมีความสุขกับการท่องเที่ยวคุณนายก้อมีความสุขไปด้วย (จริงๆน่ะ..อิจช้าาาา..อิจฉา )ไปที่ไหนอีกก็บอกนะคะ ..ไปด้วย..

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
Je@b วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

อรุณสวัสดิ์ค่ะพี่ชาย

ไม่รู้ใครจะเป็น guide ให้ใครอ่ะนะ ... มาเมื่อไหร่ ค่อยว่ากันนะ :)

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 07.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

พี่ซี่ พี่หมู
ป๋าเป็นม้าเร็ว ส่งข่าวคับ ((คือจ่าจินต์มาแปะลิ้งค์ไม่เป็น ฮา ๆๆๆ))
http://www.oknation.net/blog/jawee/2009/05/20/entry-1

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 06.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

...การบรรเลงกลอนเศร้า มันเป็นทางของเราน่ะค่ะ ท่านพี่ เหมือนพนมเทียนต้องเขียนเรื่องบุกป่า ท่าน ป. ต้องเขียนเรื่องขำกลิ้ง พล นิกร กิมหงวน แต่กลอนเศร้าเขียนบ่อยไม่ได้ แรกๆ เขียนบ่อย เคยถูกคนอ่านบ่นค่ะ...

....ป้าอิมก็แก่และเห็นสัจธรรมเกินจะเหงาซะแล้ว...

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
ting วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 05.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

...แสดงจบก็โค้งอย่างงามให้กับท่านผู้ชมทั้งคนทั้งลิง...



ชอบคะ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 54 (0)
ณัฐรดา วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 05.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nadrda
ถ้า "เรา" ไม่พึงมี  "ของเรา" จักมีมาแต่ไหน

ชอบเรื่องราวที่เล่าค่ะ
9โมงเช้าวันนี้เชิญรับภาพกุหลาบแดงที่บ้านอีกทีนะคะ

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
ความทรงจำเก่าๆ วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 03.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kontummadha
เพลงชีวิต.....เพลงชีวา...คนธรรมด๊า...บรรยากาศ เตะบอลให้ได้บุญ สนับสนุนเด็กน้อยให้ได้เรียน#11 

บันทึกข้อมูลเพียบ

อ่านศึกษาไว้ หากมีโอกาสเดินทางไปญี่ปุ่นบ้าง

หากมีบุญวาสนากับเขา

ฮิฮิฮิ


ความคิดเห็นที่ 52 (0)
chedtha วันที่ : 20/05/2009 เวลา : 02.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ พี่เป๊ปซี่

ขอบคุณมากครับ สำหรับ "บันทึกการเดินทางไปท่องเที่ยวญี่ปุ่น"
คนอ่าน ใช้เวลาอ่านและดูภาพเป็นชั่วโมง แล้วพี่เป๊ปซี่ใช้เวลานานเท่าไรในการทำเอ็นทรี่นี้ครับ

เอาดอกแมกโนเลียอีกพันธ์ุหนึ่งมาให้ดู คราวก่อนเคยให้ดูแบบสีชมพูดอกโต

เอาดอกซากุระ 60 ภาพ บานสะพรั่งจนโลกกลายเป็นสีชมพู มาให้ดูด้วยครับ
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2009/04/12/entry-1

อ่านเพลินเลย ได้ความรู้เรื่่องญุ่ีปุ่นหลายอย่าง
มาสะดุุดใจเรื่อง เกอิชา ไมโกะ และ โออิรัน
เปล่าๆ ไม่ได้คิดจะไปญ่ีปุ่นเพื่อการนี้หรอกครับ แค่รู้ไว้....

ค่าใช้จ่ายต่อคนต่อวัน 12,312 Yen นับว่าไม่สูงมาก
ผมเคยคิดว่าไปเที่ยวญุ่ีปุ่น น่าจะมีค่าใช้จ่ายมากกว่านี้
ราคานี้ก็พอๆกับที่เยอรมนีครับ ไม่ต่างกันมากนัก

+1 โหวตให้กับเรื่องและภาพด้วยความขอบคุณ รอติดตามตอนต่อไปครับ

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
pimyda วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 21.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimyda
แม่ญิง^_^ชอบฝัน...อันเสรี..ดนตรีกังวานผ่านศิลป์อักษร..

อาโน..พิมจังเนะ..ไปโอซาก้ามาแล้วเนะ..เป๊บซี่ซัง..สนุกเนะ

..อิอิ..ดีค่ะพิมไปดูงานเรื่องแรงงานคนไทยและผู้หญิงไทยที่ขายบริการที่ญี่ปุ่นที่โอซาก้า..
เลยได้ไปดูงานแล้ววันหลังจะนำภาพและประสบการณ์มาเล่าให้ฟังด้วยนะคะ..ฮ้าวไงออกไทยเนะ..อิอิ..แวะมาขอบคุณที่ไปเยี่ยมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
ภูผาน้ำฝน วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 20.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/augustrain
Into each life some rain must fall.

น้องลิงแต่งตัวโก้มาก
คงเป็นโชว์ที่น่าดูนะคะ
คุณเป็ปซี่บรรยายเรื่องแต่ละขณะ
ได้ละเอียดลออดีจริงค่ะ

ความคิดเห็นที่ 49 (0)
เจริญขวัญ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 20.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charoenkwan

โอ้ อิจฉาคนได้เที่ยว อิอิ

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
ป้ารุ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

คุณเป๊บซี่อย่ามาหาว่าป้ารุใส่เสื้อซ้ำนะคะ
ป้ารุซื้อเสื้อ oknature ไว้ โหลนึง
เดี๋ยววันที่ 14 มิ.ย จะใส่ตัวที่ 12
ลงรูปสนามไว้ให้ดูแล้วค่ะ
http://www.oknation.net/blog/paaru/2009/05/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 17.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

เพิ่งดูหนังเรื่อง Angels & Demons ในหนังนางเอกที่เป็นนักฟิสิกก็พูดว่าอากาศหนาวทำให้แบตเตอรีหมดเร็ว ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไรแต่ก็สังเกตมาเหมือนกัน อากาศหนาวอาจจะทำให้แรงเสียดทานเพิ่มขึ้น ต้องใช้พลังมากกว่าปกติมั้งครับ???

หญิงสาวในรูปที่ 53 คงจะชอบ "เป็ปซี่" อย่างเดียว...และตลอดไป!!!

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
LittleGrass วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 16.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/littlegrass

...ก็เด็กมันเห็นว่าสวยนะสิมันถึงเข้าไปหลอกขาย...

...เพราะรู้มาว่า "คนสวย" ส่วนใหญ่น่ะ "ไม่ค่อยจะฉลาด"...

...5555555...

...อ่ะ ล้อเล่น...!!!

++++++++++++++++++++

แร๊งงงงงงงงงงงงงงงงงงงงง



แต่โทดค่ะคุนพรี่

นู๋น่ารัก + มีสมองนะค๊า

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
OKUNITED วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 16.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/okunited

แวะมาส่งข่าวครับพี่ ช่วยคอนเฟิร์มด้วยครับว่ามาแจมได้ไหม?
http://www.oknation.net/blog/okunited/2009/05/19/entry-1

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
veerin วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 15.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/veerin

ชอบใจพี่เป๊ปซี่พาตะลอนทัวร์ญี่ปุ่นจริงๆค่ะ
แจ่มมั่กๆ
ชอบดอกไม้เค้านะคะ ซ้วยสวยแต่แพ้งแพงเนาะ
ญี่ปุ่นน่ะ อะไรก็แพงน้อ น้ำดื่มยังแพงเรยนะคะ
------------------
ป.ล.หากส่งหนูประกวดนางงาม นอกจากจะถอยเวลากลับไปหลายปีมากกกกกแล้ว
พี่เป๊ปซี่คงต้องพาหนูไปต่อขาด้วยยยยยย

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
Yai_Nid วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 11.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

รายละเอียดครบครันเลยนะคะ
โอซาก้าน่าไป.. แต่ตอนนี้สลดใจไม่มีตังค์

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
tutu วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 11.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tutu
...tutu...

สนุกจริงๆเยี่ยมไปเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
phithak-P วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 11.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

สวัสดีครับคุณพี่เป๊บซี่
โหย!กว่าจะโหลดเอนทรี่นี้ได้ต้องรอ ร้อ รอ.. ทั้งสี่ตอนนี้ถือว่าเป็นคู่มือ(เงินในกระเป๋า)และสายตาของคนมาญี่ปุ่นได้เลยนะเนี่ย
ชอบหลายอย่างที่นี่ หากจะเว้นก็เรื่องราคาเงินเยนและความเร่งรีบของผู้คนต่อระบบขนส่งครับ

อ่านเรื่องของพี่ยาว ย้าว ยาว..แล้วมีอมยิ้มปรากฎอยู่หลายครั้งครั้ง

ขอบคุณครับ และขออณุญาตกดหนึ่งโหวตครับ
ไปล่ะครับ ปรู๊น ปรู๊น น น น น...

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
แฟนต้าน้ำแดง วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 10.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fantajang
เพราะลูกๆ คือ ลมหายใจ

ขอชื่นชม ทั้งข้อมูล และ ภาพ ค่ะ..
เหมือนได้ไปเองเชียวค่ะ
...

..
ขอบคุณที่พาเที่ยวชมค่ะ
แฟนต้าจะรอติดตามตอนต่อไปนะคะ

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
อิมกุดั่น วันที่ : 19/05/2009 เวลา : 09.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/im
คลิกชื่อ "  อิมกุดั่น " เลือก "สารภาพ" แล้วพบกันที่.. http://www.oknation.net/blog/canvas 

ได้บันทึกความทรงจำเล่มโตเลยเจ้าค่ะ ท่านพี่

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
Ch.Minivet วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 22.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ChMinivet
Ch.Minivet @ OK NATURE Save Nature Save Life 

แหม! มันน่าขอไปด้วยจริงๆเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
มะยง วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 20.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paphat
นานนานมาที ตามเรื่องตามราว

สวัสดึค่ะคุณเป๊ปซี่

ตามมาเที่ยวประเทศญี่ปุ่นตอนที่สี่ค่ะ

แล้วจะคอยอ่านตอนที่ห้าต่อไป.......

ฝากความคิดถึงน้องหมูด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 19.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

วันนี้เริ่มเรียนภาษาญีปุ่น
-- มาม่า
-- โคโดโมะ
-- ฮิตาชิ
-- โดเรมอน
-- ชินจัง
-- เจ้าหญิงซูยุ
อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ราษีไศล วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 18.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/motorcyrubjang
ณ บ้านดวนน้อย ราษีไศล ศรีสะเกษ twitter : @motorcyrubjang / facebook.com/motorcyrubjang  

อาหารแพงมากครับท่านพี่
ปล.ขอบคุณครับที่แวะไปแจงข่าวที่แท้กระเหรี่ยงเหรอครับ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
ดินดำน้ำชุ่ม วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 16.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/derreiser
เพื่อชาติ และเป็นคนดีของชาติ

สวย สะอาด และ ลงตัว ตาม แบบญี่ปุ่นจริงๆครับ

ขอบคุณที่พาไปเที่ยวนะครับ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
raksanok วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 15.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raksanok
 raksanok เพราะควมสุขอยู่ทีใจ  www.sumbydesign.net

Starbuck ที่ญี่ปุ่นแพงเหมือนประเทศไทยมั้ยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
BlueHill วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 12.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

Starbuck ทำกาแฟถ้วยวางขายด้วย ทำไมเมืองไทยไม่มี
ถ้าผมทำธุรกิจกาแฟถ้วยขาย ราคาไม่แพง พี่น่าจะเป็นหนึ่งในลูกค้าของผมแน่

ป.ล. บล็อกผม สามารถคอมเมนท์ได้แล้วครับ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
windmill วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/windmill
คำว่า "รัก"  ของบางคน ทำไมมันช่าง .. ง่ายดาย

ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
Mothemon วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

ตามมาเที่ยวไปชิมไปต่อค่ะ
ถ่ายมาแต่ละอย่างน่ากินทั้งน้านนน

ชอบญี่ปุ่นมากค่ะ ทั้งบ้านเมือง ผู้คน อาหาร
เชื่อว่าใครๆไปต้องติดใจทุกคน

ป.ล น้องกระติกน่ารักมากค่ะ ว่าจะบอกหลายทีแล้ว

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
ป้ารุ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 11.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

วันนี้ได้ไปหลายแห่ง น่าสนุกมากเลยค่ะ พิเศษที่ชอบมากก็ปราสาทโอซาก้า กับงานประจำปีนี่ล่ะค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
เสือจุ่น วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 10.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tigerjun
สู่ฝัน กรุงเทพฯ เมืองจักรยาน ติดตามข่าวได้ที่ Bangkok Bicycle Campaign

ละเอียดยิบเลยพี่ คราวหน้าขอตามรอยมั่งละกัน

ขอเซฟไปปรินต์อ่านอีกรอบนะครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
karnn วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 10.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/karnn

ได้รู้เรื่องญี่ปุ่นเสมือนหนึ่งไปด้วยตัวเองเลยครับ ทาโกะยากิ ก็น่ากินมากๆ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 10.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

ดอกซากุระ กะ โคมไฟ

สวยมาก ดีจังได้เที่ยวญี่ปุ่น

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
spyone วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 09.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/spyone
  โลกหมุนด้วยความรัก


ความคิดเห็นที่ 24 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 09.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 


เอามาฝาก

อ่านวันละนิดจิตแจ่มใส

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
Cat@ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 00.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

ชอบกายกรรมลิงน่ารัก

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
เคียงดิน วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 00.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

หายไปเที่ยวมานี่เองนะคะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
Mami_Mako วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 00.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seangthip


อิจฉาจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 18/05/2009 เวลา : 00.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

ต้น"แมกโนเลีย"สวยงามมากเลยครับ
ญี่ปุ่นมีลิงดชว์ด้วย อย่างนี้ต้องมาสู้กับเจ้าลิงขึ้นมะพร้าวที่สมุยครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
pukpik วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 23.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pukpik
Love is not measured by how you feel.. but , how you make the other person feel..

pukpik ซื้อยูกะตะ มาด้วยค่ะพี่

บัดนี้ยังอยู่ในตู้เลย


พี่ไปพักเรียวกังเค้าจะมีให้นี่คะ
อย่าลืมใส่โชว์นะ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
แม่ไก่ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 23.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamakai

เหนื่อย...จังเลย...พี่เป๊ปซี่

ไม่เห็นมีรูปแม่ไก่เลยอ่ะ อิอิอิ

ตอนไปเค้าแอบอยู่ในกระเป๋าคุณนายหมูไง.ตะเอง

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
tengpong วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 23.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

แบ่งเป็นสองทีมเหมือนทีมบอลโอเคเลย
แต่ที่ไม่เหมือนคือ ทีมบอลไม่ชนะทั้งคู่
แต่ทีม สิบหัวทุย มันทั้งคู่


ป.ล. กระป๋องน้ำ หรือ กระป๋องเป็บซี่แบบในมือคุณนายหมู เป็นของสะสมที่โปรดปรานของเต็งพ้งเลยครับพี่เป็บซี่

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 23.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

กว่าจะอ่านจบดูภาพหมด

พิมรู้สึกเหมือนเดินตามพี่ไปเที่ยวด้วยเลยนะเนี่ย

ทั้งภาพและเนื้อหาเต็มอรรถรสจริง ๆ ค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
หน่อผุด วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 23.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/korpai
'ต้นไม้ต้นเดียวไม่เป็นป่า  กระดาษแผ่นเดียวไม่เป็นหนังสือ'

มาเที่ยวด้วยค่ะ
หน่อผุดไม่ค่อยสนอาหารเท่าไหร่ทริปนี้
สนต้นไม้ค่ะ...ต้นแมกโนเลีย สวยดี
ต้นแคระและมีดอกเต็มต้น
มันคงมาอยู่เมืองไทยไม่ได้แน่เลย
บ้านเราอากาศร้อน

ขอบคุณที่พาเที่ยวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 20.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เก็บตังค์ก่อนคับพี่ซี่ คาดว่า ปี 2590 คงได้มีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกับเขามั่ง
แต่อย่างป๋า คงได้แค่ตะเข็บชายแดน มาเลเซีย ก็หรูแล้วล่ะคับ

ภาพนั้นไม่ขี้เหร่เลยนะนั่น แหล่มมาก คริคริ
แต่เสียดาย พี่ซี่ถ่ายรูปสาวญี่ปุ่นน้อยนะคับ 4 ตอนแล้ว
หุหุ เป็นป๋าหน่อยไม่ได้ เน้น ๆๆๆ เฉพาะ คริคริ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
Nozz วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nozzila
:A40: คืออะไร หาคำตอบได้ที่http://www.oknation.net/blog/nozzila/2008/04/25/entry-1

ขอทักทายเป็นภาษาญี่ปุ่นหน่อยนะครับ こんにちは!คอนนิจิวะ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 19.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

เคยไปมาเมื่อ 2 ปี ที่แล้วค่ะ

ช่วงนี้ไม่หนาวเท่าไรนี่คะ อากาศกำลังสบายๆๆๆ
เหมาะกับท่องเที่ยว

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ทิวสน วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 19.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tewson
ทิวสน ชลนรา

โซบะ หน้าปลาต้มเค็ม น่ากินครับ

ขอบคุณสำหรับเรื่องและภาพที่นำมาฝากครับพี่

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 19.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

จัดทัวรืเมื่อไรจองครับพี่เป๊ปซี่..
สบายดีนะครับ..
อ่านช้าๆ.แต่เสียดาย..
เงินจ่าไม่มีมากพอ..
หนึ่งโหวตครับผม..

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
โคมทอง วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

เห็นอาหารและขนมทาโกยากิแล้วหิวมากมาย

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
auguzzy วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/raterko
A man can be destroyed but not defeated.

ภาพถ่ายชุดนี้มีชีวีดีจังคับพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
bon09 วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

คุณเป๊ปซี่บรรยายได้ละเอียดจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Supawan วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

ชอบซากุระพันปีค่ะ ...

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
redribbons07 วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ดกอไม้สวย

นายแบบ นางแบบเท่ห์

พี่เป๊บซี่จัดทัวร์ได้เลยค่ะ


+1





ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Je@b วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 17.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

กระติก น่ารัก ทุก Entry เลย ... แบบนี้ พี่ชาย คงมีหลานชายเพิ่มขึ้นอีกเพียบเลยจริง ๆ นิ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เขียวน้อย วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 16.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/LittleGreen

จุใจ จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.


ตามมาชิมทาโกยากิ โอซาก้า

ถ่ายซากุระต้นเดียวกันเลยครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
กัปตันแจ๊ค_จอมโจรจอมใจ วันที่ : 17/05/2009 เวลา : 16.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paedophiel
ขับเคลื่อนอารมณ์ให้ตรงร่องน้ำหากประมาทอาจทำให้สำนึกถูกเฉี่ยวชนจนสติปัญญาเกยตื้น


ชุดอยู่กะตา ( ยูกะตะ )

ของผู้หญิงสวยมากหลากสีสัน

ของผู้ชายมีแต่สีเทากะสีดำ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน