*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 915184
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< พฤษภาคม 2009 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30
31            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 30 พฤษภาคม 2552
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 9747 , 22:20:22 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตอนที่ห้า...ตะลุยเกียวโตโอ้โฮมีแต่วัด

        อาหารเช้าของโรงแรม Super Hotel เป็นแบบง่ายๆ ง่ายมากจนจะเรียกได้ว่าไม่มีอะไรให้เลือกเลย มีขนมปังก้อน, ครัวซอง, ซุปข้าวโพดแบบเหลวๆ จนจะเรียกว่าน้ำข้าวโพดได้มากกว่ามั่ง, ข้าวต้มกุ๊ยแบบญี่ปุ่นมีกับข้าวสองอย่าง, ผักสลัด, โยเกิร์ตผลไม้, นมสด แต่ของสำคัญสำหรับผมอย่าง “กาแฟ” ไม่ยักกะมีให้ พี่จันทร์เดินลงมาพอดี ผมก็ฟ้องเลยว่าไม่มีกาแฟ แกก็เดินไปที่ตู้สำหรับหยอดเหรียญ แล้วก็ถามว่าเอาหรือเปล่า ผมบอกว่าผมจะกินกาแฟร้อน พี่จันทร์ก็ว่ากาแฟร้อนก็มี ผมละรีบลุกไปดูเลย เพราะไม่ยักกะทราบมาก่อนว่า ตู้หยอดเหรียญที่ตั้งวางขายพวกน้ำกระป๋องอันดาษดื่นนั้น จะมีของร้อนอย่าง “กาแฟร้อน” ของโปรดของผม ให้หยอดสตางค์กดเอามาทานได้ด้วย แถมราคาก็ไม่แพงนะเมื่อเทียบกาแฟกระป๋อง แบบกาแฟเย็นทั่วไปที่จะมีราคาตั้งแต่ร้อยกว่าเยนขึ้นไป แต่กาแฟร้อน ซึ่งผมคิดว่ามันน่าจะทำได้ยากกว่า โดยเฉพาะเมื่อไปเก็บไว้ในตู้อัตโนมัติอย่างนี้ แต่มันกลับมีราคาเพียง 80¥ เท่านั้น ...!!!

        ก่อนที่จะ “ตะลุยทัวร์” ในวันนี้ ผมเอากล้องถ่ายรูปมาตรวจสอบ Memory Card ซึ่งอุตส่าห์ไปถอย การ์ดขนาด 8 กิ๊กมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ ปรากฏว่า 5 วัน ถ่ายไปแล้วกว่าพันรูป กินเนื้อที่การ์ดเข้าไปเกือบ 4 กิ๊กแล้ว แต่ไม่เป็นไร เพราะงานนี้ผมเตรียมการมาแล้ว คือพกเอา Handy Drive ขนาด 8 กิ๊ก มาด้วย เหลียวมองหาคอมพิวเตอร์ ก็โชคดีที่โรงแรมเขามี Internet ให้เล่นฟรี ตั้งอยู่มุมหนึ่ง ก็เลยจัดการถ่ายเทภาพที่ถ่ายไว้ 5 วัน ลงไปเก็บไว้ใน Handy Drive ของเราก่อน จะได้มี Memory Card 8 กิ๊ก ไว้ตะลุยถ่ายเต็มๆได้อีก

...อาหารเช้าของโรงแรมซูเปอร์โฮเต็ล มีง่ายๆอย่างนี้แหละครับ...

...ตู้อัตโนมัติหยอดเหรียญมี "กาแฟร้อน" ด้วย ไม่น่าเชื่อเลย...

         วันนี้เราจะไปเที่ยวกันที่วัด “Kiyomizu” หรือที่คนไทยไปตั้งชื่อให้ว่า “วัดน้ำใส” เพราะคำว่า “คิโย = บริสุทธิ์, มิสึ= น้ำ” คนไทยก็ตั้งให้ใหม่ซะเลยว่า “วัดน้ำใส” ทีแรกก็ตั้งใจจะไปรถไฟกัน แต่เมื่อคำนวณดูแล้ว ค่ารถไฟคนละ 220 เยน สิบคนก็ 2,200 เยน ค่าแท็กซี่คันละประมาณ 660 – 730 เยน 3 คัน ค่าใช้จ่ายก็พอๆกัน สรุปเราก็เลยเรียก Taxi ไปกัน

         วัดน้ำใสหรือ “Kiyomizu Dera” เป็นวัดเก่าแก่กว่า 1,500 ปี สร้างมาแต่เมื่อ ค.ศ.778 ก็ประมาณ พ.ศ.1321 ก่อนเมืองเกียวโตจะถูกสร้าง และก่อนที่ไทยจะมี “กรุงสุโขทัย” เป็นราชธานีตั้งหลายร้อยปีแนะครับ วัดแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นที่เนินเขาฮิงาชิยามา เพื่อถวายแด่พระโพธิสัตว์กวนอิม 11 พักตร์ จุดเด่นของวัดแห่งนี้อยู่ที่ “วิหารไม้” หลังใหญ่มาก ตั้งเด่นเห็นตระหง่านอยู่บนเชิงเขา ท่านผู้ชมที่นึกภาพไม่ออกว่ามันจะพิสดารยังไง วัดไทยที่ทำด้วยไม้ก็ออกจะเยอะแยะ ก็ลองไปดูภาพก่อนก็ได้นะครับ จะเห็นได้ว่าเป็นวิหารไม้ที่มีขนาดใหญ่มาก ที่สำคัญก็คือว่ามันตั้งอยู่บนเชิงเขา ซึ่งต้องใช้ท่อนซุงขนาดมโหฬารจำนวนถึง 139 ต้น มารองรับเอาไว้ แล้วก็อย่าลืมว่าในช่วงเวลาที่สร้างนั้นเมื่อปี พ.ศ.1321 ไม่ใช่ พ.ศ.2552 แต่อย่างไรก็ดีครับ วิหารแห่งนี้ก็ผ่านการบูรณะครั้งใหญ่มาเมื่อ ค.ศ.1633 ซึ่งก็แน่ละครับที่ระยะเวลานานปานนั้น คงจะต้องมีไม้ที่ผุพังไปบ้างตามกาลเวลา แต่ที่ผมสงสัยก็คือ “ปลวกญี่ปุ่น” มันไม่ชอบกินไม้หรือไร ถึงได้ปล่อยให้อยู่ได้เป็นพันๆปีอย่างนี้...!!!

...ด้านหน้าประตูทางเข้าของ "Super Hotel" ดูไม่ออกเลยใช่ไหมครับว่าเป็นโรงแรม...

...เงยขึ้นไปก็ดูสูงลิ่วเสียยังงั้น...

...มาถึงทางเดินขึ้น "วัดน้ำใส" แล้วครับ...

...สองข้างทางมีร้านขายของ ขายขนม ของที่ระลึกเพียบเลยครับ...

...ร้านนี้ขายขนมมีตุ๊กตาญี่ปุ่นยืนอยู่ข้างหน้า เสมือนเป็นตัวแทนเจ้าของร้านยืนต้อนรับอยู่...

...หมายตาเอาไว้ก่อนครับ เดี๋ยวมาซื้อ...

..."เป๊ปซี่หัวทุย" เตรียมตะลุยถ่ายภาพ...

...มาถึงแล้วครับบันไดทางขึ้น "วัดคิโยมิสึ"...

        “วิหารไม้” แห่งนี้ คนญี่ปุ่นเขาโอ่ว่าทำด้วยไม้ทั้งหมด โดยใช้สลักยึดรอยต่อเอาไว้ ไม่ใช้ตะปูเลย อันนี้ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ เพราะสมัยนั้น “ตะปู” ยังไม่เป็น “นวัตกรรม” ใหม่ในการก่อสร้างแน่ๆ

        คนญี่ปุ่นเขามักจะมีคำเปรียบเทียบ คงคล้ายๆคำพังเพยของบ้านเราว่า คนที่คิดจะทำการใหญ่ ก็เปรียบเสมือนการได้มากระโดดระเบียง ที่วิหารไม้แห่งนี้แหละครับ คงประมาณว่าไม่น่ารอดอะไรอย่างนั้น

        ที่วัดนี้ยังมีศาลเจ้าตั้งอยู่ภายในด้วยนะครับ เรียกว่า “ทูอินวัน” เลยก็ว่าได้ ที่มีทั้งวัดให้สักการบูชาและมีศาลเจ้าให้ขอพรพร้อมกันทีเดียว ผู้คนทั้งญี่ปุ่นและต่างชาติ จึงต่างพากันมาเที่ยวที่นี่อย่างมากมาย ประมาณว่าไม่ถึงวัดน้ำใสก็ไม่ถึงเกียวโต “สิบหัวทุยตะลุยทัวร์” อย่างผมก็เลยต้องมานี่แหละครับ เดี๋ยวไม่ถึง

        ศาลเจ้าที่ว่านี้ชื่อ “ศาลเจ้าจิชู” “จิชู” เป็นชื่อเทพเจ้าแห่งคู่ครอง ซึ่งตามความเชื่อของชาวญี่ปุ่น หากว่าใครได้มาไหว้เทพเจ้าองค์นี้แล้ว ก็จะประสบโชคดีในด้านคู่ครอง หน้าศาลเจ้าแห่งนี้จะมีหินอยู่สองก้อนเรียกว่า “หินตาบอด” ตั้งห่างกันประมาณสัก 20 เมตร หนุ่ม-สาวคนไหนที่ตั้งใจอธิษฐาน ให้ได้สมปรารถนาในความรัก ก็ให้มาเดินหลับตาจากหินก้อนหนึ่งไปยังหินอีกก้อนหนึ่ง โดยให้นึกถึงหน้าคนที่ตนรักเอาไว้ หากว่าสำเร็จก็จะได้พบกับความสมหวัง ได้แต่งงานกับคนที่ตนรัก ผมกะว่าจะหลับตาเดินลองนึกถึงหน้า “อั้ม – พัชราภา” ดูสักหน่อย “คุณนายหมู” เธอก็เดินตามผมไม่ห่าง ก็เลยไม่ได้ทำ เดี๋ยวเธอจะเพ่นกบาลให้ว่า มีเธออยู่แล้วทั้งคน จะไปอธิษฐานถึงใครที่ไหนอีก!!!

       ค่าเข้าวัดที่นี่ถูกดีครับแค่ 300¥ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะ ปริมาณคนมาเที่ยวเยอะอยู่แล้ว จึงไม่ต้องเก็บแพง เหมือนที่อื่นๆ ที่จะประมาณ 500 – 600¥ หรือว่าเป็นเพราะเก็บถูก เลยทำให้คนมาเที่ยวที่นี่กันเยอะกว่าที่อื่นๆ แต่จะเพราะอะไรก็ตามเถอะ ที่นี่ก็ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกด้วยนะครับ ซึ่งที่จริงก็น่าจะให้เขาแหละครับ ขนาดอยุธยาของเรา เหลือแต่ซากปรักหักพังแล้ว ยังได้ขึ้นเป็นมรดกโลก ที่นี่เก่าแก่กว่ารักษาสภาพไว้ได้ดีกว่า ทำไมถึงจะไม่สมควรได้ล่ะ เห็นเขาว่าจะรณรงค์ต่อไปให้เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลก เทียบชั้นนครวัดนครธม กำแพงเมืองจีน อย่างนั้นเลย ก็เชิญเถอะครับขออวยพรให้ประสบผลสำเร็จ แต่ยังไงๆก็อย่าขึ้นค่าเข้าชมก็แล้วกัน...!!!

...หอระฆังของวัดคิโยมิสึ ดูสวยงามจังครับ...

...มุมหนึ่งของวัดคิโยมิสึ...

...ป้ายบอกประวัติความเป็นมาของวัดคิโยมิสึ ใครเก่งภาษาอังกฤษลองแปลดูสิครับ ถ้าผมแปลมาผิดช่วยเตือนด้วย...

...เจดีย์สามชั้นหลังนี้ก็สวยงามและเก่าแก่มากครับ...

...ที่วัดนี้แปลกดีครับ มีศาลเจ้าอยู่ในวัดด้วย ก่อนเข้าศาลเจ้าก็ต้องล้างมือล้างหน้าตามธรรมเนียม...

...ทางเข้าศาลเจ้า"จิชู" ครับ ผู้คนเยอะพอสมควร สันนิษฐานว่าคงมาอธิษฐานรักกับหินตาบอดกัน...

...ป้ายขอพรครับ ใครอยากได้พรอะไร ก็เอาป้ายที่เขาทำขายไว้ มาแขวนไว้ที่นี่...

...พระพุทธรูปภายในวัดครับ ไม่ทราบปางอะไรเหมือนกัน...

...นี่แหละครับ "วิหารไม้" อันเก่าแก่ ดูเสาแต่ละต้นข้างล่างเถอะครับ ใหญ่ๆทั้งนั้น...

...ดู "ขลัง" ดีนะครับ ยังดีที่ "จตุคาม" สิ้นกระแสไปแล้ว ไม่งั้นอาจมีคนหัวใส นำมาประกอบพิธีที่นี่ก็ได้...

...สองคนนี้ไม่ต้องใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีครับ เอาแค่หัวใจสองดวงตรงกันก็ศักดิ์สิทธิ์พอแล้ว...

...ดอกไม้กับลายเสื้อของสาวกระติกเข้ากันได้พอดีเลยครับ...

...สองสาว "จูน-เปิ้ล" แม้จะคนละสไตล์ แต่ก็น่ารักทั้งคู่...

         ที่วัดน้ำใสยังมีธรรมเนียมอีกอย่างหนึ่ง ซึ่งมีคนต่อคิวเข้าแถวกันยาวมาก เพื่อที่จะตักน้ำจาก “น้ำตกโอโตะวาโนะทากิ” เอามาดื่มและล้างหน้า ซึ่งเขาทำเป็นท่อหินสามท่อ ยื่นออกมาจากหลังคาของศาลเจ้า แล้วปล่อยให้ตกลงสู่สระเล็กๆเบื้องล่าง น้ำตกสามสายนี้เป็นนัยว่าถ้าใครได้ดื่มแล้วก็จะ 1.ประสบความสำเร็จในด้านการศึกษา เรียนเก่งว่างั้นเถอะ 2.สมหวังในด้านความรัก และ 3.จะมีสุขภาพพลานามัยแข็งแรง เอาไว้สู้กับ “ฮก ลก ซิ่ว” ได้เลยนะครับเนี่ย...!!!

           จูน พี่เปิ้ลกับคุณนายหมูของผม ก็เข้าไปต่อคิว ตักน้ำตกสามสายเอามาดื่มกับเขาด้วย ของจูนกับพี่เปิ้ลนั้นช่างเถอะ เขายังต้องการพรทั้งสามข้อ ว่าแต่ “คุณนายหมู” ของผมนี่แหละ จะตามเขาขึ้นไปทำไม เพราะพรข้อที่หนึ่ง “เรียนเก่ง” เธอก็พ้นวัยเรียนไปนานแล้ว แล้วก็ไม่เห็นจะคิดจะร่ำเรียนอะไรอีก พรข้อที่สอง “ความรัก” เธอก็สมหวังสุดๆกับสามีสุดที่รักของเธออยู่แล้ว ส่วนข้อสาม “แข็งแรง” ก็คงจะมีแค่ข้อนี้แหละ ที่เธออาจจะอยากได้ แต่ก็เห็นคุยโม้โอ้อวด เวลาไปตรวจผลเลือดมาแล้วไม่ปรากฏว่ามีอะไรเกินเลยมาตรฐาน จนเธอมาคุยให้ผมฟังบ่อยๆว่า ถึงเธอจะอ้วนแต่เธอก็อ้วนแบบ “อ้วนคุณภาพ” นะจ๊ะ...!!!

...ส่วนสาวคนนี้ "อ้วนคุณภาพ" ครับ...

...พี่เปิ้ล+จูน+หมู กำลังใช้กระบวยรองน้ำตกสามสายอยู่ครับ...

...ได้แล้วน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ขอให้สมปรารถนาทั้งสามประการนะจ๊ะ...

...โคมไฟสัญลักษณ์ของญี่ปุ่น ลืมถามจูนว่าอักษรคันจิที่โคมไฟนั้นแปลว่าอะไร...

...สองแม่ลูกคู่นี้ เห็นกล้องถ่ายรูป ก็ต้องออกท่าทางกันหน่อย...

        เรามาเดินแยกย้ายกัน “Shopping” ตามร้านค้ารายทาง สองข้างถนนที่เดินขึ้นไปยังวัดน้ำใส ซึ่งเราหมายตาเอาไว้แต่แรกแล้ว ถนนปูด้วยหินแกรนิตเล็กๆแคบๆ เรียงรายด้วยร้านค้าขายขนมและของที่ระลึกเป็นแถบ ของแต่ละอย่างนั้นน่าซื้อมาก ช่างคิดประดิดประดอยเสียจริงๆ ไม่ว่าจะเป็นชุดกิโมโน ชุดยูกาตะ รองเท้าญี่ปุ่น ถ้วยเซรามิค ยังไม่นับขนมญี่ปุ่นที่ทำไว้รูปร่างสวยงาม อร่อยไม่อร่อยไม่รู้ล่ะ แต่รูปร่างสีสันก็ชวนให้ชิมไปครึ่งหนึ่งแล้ว ผู้ที่คิดจะทำของที่ระลึกขายให้ไปดูงานที่นี่ได้เลยครับ เสียอย่างเดียว อย่างเดียวเท่านั้นจริงๆครับ ก็คือราคาที่แพงเสียจนต้องตัดใจ นี่หากว่าราคาจะถูกลงกว่านี้สักครึ่งหนึ่ง ผมคงจะซื้อกลับเมืองไทย ชนิดขนกันไม่ไหวแน่ แต่ขนาดว่าแพงๆผมก็ยังอดใจไม่ได้ ซื้อถ้วยเซรามิคมาเสียสองชุด และโปสการ์ดอีกหลายใบ ใครที่ได้รับโปสการ์ดจากผม ทราบไว้เถอะว่า มันมาจากที่นี่แหละครับ ส่วนคนที่ไม่ได้ก็ใช่ว่าผมจะไม่คิดถึง เพียงแต่ว่าผมไม่มีที่อยู่ท่านในมือ ก็เลยไม่รู้จะส่งให้อย่างไร แต่ผมก็ส่งใจไปให้แล้วนะครับ....แหะ แหะ

...ร้านขายของที่ระลึกครับ มีถ้วยเซรามิคสวยๆเยอะเลยครับ...

...น่าทานใช่ไหมครับ แค่ "รูป" ก็น่าทานแล้ว "รส" ก็ว่ากันอีกที...

...มีเยอะแยะหลายแบบหลายสไตล์จริงๆ...

...ตุ๊กตาญี่ปุ่นตัวนี้เป็นตัวแทนแห่งกิริยามารยาทของชาวญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดีครับ...

...ร้านขายรองเท้าญี่ปุ่นแพงๆทั้งนั้นเลยครับ ซื้อไม่ลง...

...ชุดยูกาตะร้านนี้ขายเพียง 2,100 ¥ ถือว่าไม่แพงนะครับ เมื่อเทียบกับร้านอื่น...

...กระเป๋าร้านนี้ก็ออกแบบได้สวยงามน่าซื้อหาดีครับ...

...สาวงามคนนี้กำลังเรียกร้องให้ลูกค้าเข้าไปในร้านของเธอ ซึ่งอยู่ลึกเข้าไปข้างใน เป็นร้านขายชาครับ...

...ผมแอบเห็นต้นซากุระสวยต้นหนึ่ง แอบซุกตัวอยู่ระหว่างบ้านเรือน ก็เลยแวะลงไปถ่ายรูป...

...ตู้อัตโนมัติสำหรับหยอดเหรียญ ที่ญี่ปุ่นนี่ฮิตกันจังครับ ไม่ว่าอะไรๆพ่อก็จับใส่ตู้หมด...

       จากวัดน้ำใสเรานั่ง Taxi กันไปศาลเจ้า Fushimi Inari Shrine เสียค่าแท๊กซี่สามคันไป 4,010¥ วันนี้เปลืองกับค่าแท็กซี่จังครับ แต่ไม่เป็นไรเพื่อความสะดวกรวดเร็ว แล้วก็จะได้ถนอมกำลังขาเอาไว้ เพราะดูว่าวันนี้จะต้องได้เดินกันเยอะอีก

       มาถึงศาลเจ้า “ฟูชิมิ อินาริ” สิ่งที่เห็นโดดเด่นอยู่แต่ไกลก็คือ “เสาประตูไม้สีส้ม” อันใหญ่โต ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ “ศาลเจ้า” ในทุกที่ เสาประตูไม้นี้มีชื่อเรียกในภาษาญี่ปุ่นว่า “โทริอิ” แต่ที่ศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ แห่งนี้ “เสาโทริอิ” ไม่ธรรมดาครับ เพราะนอกจากว่าจะมีเสาโทริอิ อันใหญ่โตตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่หน้าศาลเจ้าแล้ว เมื่อเดินเข้าไปก็จะพบ “เสาโทริอิ” นี้นับร้อยๆ พันๆ และหมื่นๆเสา ทำเป็นซุ้มอุโมงค์ให้คนเดินลอดเข้าไปยาวเหยียด ที่ผมต้องใช้คำว่าร้อยๆ ก็เพราะว่าเดินเข้าไปทีแรกผมก็คิดว่า จะมีซุ้มอุโมงค์เสาโทริอิอยู่เพียงเท่านี้ แต่เดินต่อไปก็ยังเห็นเสาโทริอินี้ต่อแถวยาวออกไปอีก ผมก็คิดว่าจำนวนคงจะเป็นพันๆเสา แต่เมื่อเดินไปๆจนเหนื่อยก็ยังไม่จบสิ้นเสียที จนเวลาที่นัดหมายกันไว้กับคณะใกล้จะหมดลงทุกทีแล้วผมก็ท้อใจ หันไปเห็นป้ายแผนที่แสดงอาณาเขตของศาลเจ้าแห่งนี้ กับทางเดินของซุ้มอุโมงค์เสาโทริอิ ผมก็เลยเลิกเดิน!!!

        เพราะว่ามันมีเป็นหมื่นๆเสาแน่นอน และไอ้ที่ผมเดินมานี้ยังไม่ถึงครึ่งของทั้งหมดเลย ที่ผมเดินมาถึงยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการเริ่มไต่ขึ้นบนเขาสูง ซึ่งจะต้องเดินลอดซุ้มอุโมงค์เสาโทริอินี่ไปทางขวา แล้วก็ไปถึงยอดสูงสุด ซึ่งตามแผนที่บอกว่าเป็นที่ตั้งของ “ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว” จากนั้น ก็จะต้องเดินกลับวนลงมาทางซ้าย จะเป็นลักษณะทวนเข็มนาฬิกา แล้วก็มาบรรจบตรงที่ผมยืนอยู่ เฮ้อ!! มิน่าละเพราะเดินขึ้นเขา มานี่เองถึงได้รู้สึกว่าอากาศเย็นลงๆ แต่เหงื่อกลับซึมมากขึ้นๆ ตามขาที่เริ่มล้ามากขึ้นๆทุกที

       ระยะทางตามแผนที่บอกว่า อุโมงค์เสาโทริอิยาวทั้งหมด 4 กม. ถ้าใช้เวลาเดินปกติจะใช้เวลาถึง 2 ชั่วโมง เสาแต่ละต้นนั้นสร้างชิดกันมาก น่าจะประมาณ 3 ต้นต่อ 1 เมตร ฉะนั้น 4 กม.จะไม่ให้เสาโทริอิมีจำนวนเป็นหมื่นต้นได้อย่างไร ศาลแห่งนี้เป็นศาลเจ้าที่สร้างขึ้นเพื่อบูชา “เทพเจ้าอินาริ” ซึ่งเป็นเทพที่เชื่อกันว่า ให้ความสมบูรณ์พูนผลในด้านการเกษตร โดยมี “สุนัขจิ้งจอกขาว” เป็นผู้ส่งสาร ฉะนั้น ในศาลแห่งนี้จึงมีรูปปั้นสุนัขจิ้งจอกขาวในอิริยาบถต่างๆ อยู่ทั่วไป แต่ว่า “ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว” นี้ไม่ได้มีที่นี่เพียงแห่งเดียวนะครับ มีศาลเจ้าที่บูชาเทพอินาริ หรือเทพจิ้งจอกขาวนี้อยู่ทั่วไปในญี่ปุ่น เขาประมาณกันว่าน่าจะถึง 35,000 ศาล เพียงแต่ว่าเขาถือกันว่าที่นี่แหละ สำคัญที่สุด

       “เสาโทริอิ” นั้น เขาบอกว่าเป็นเสาที่มีผู้สร้างถวาย “เทพอินาริ” หรือ “เจ้าพ่อจิ้งจอกขาว” นี้ คงจะประมาณแก้บนอะไรอย่างนั้นกระมังครับ คือเมื่อทำไร่นาการเกษตรได้ประสบผลสำเร็จ ก็จะมาสร้างเสาโทริอินี้ไว้ เพื่อบูชาเทพอินาริ สร้างกันมานมนาน ก็เลยยาวเฟื้อยกันเป็นสามสี่กิโลอย่างนี้ ส่วนทุกวันนี้สร้างไม่ได้แล้ว เพราะมีเสาเต็มไปหมดแล้ว เขาก็เลยจัดพื้นที่ให้ นำเสาโทริอิต้นเล็กๆมาแขวนหรือวางไว้ในที่จัดไว้ให้ ผมถ่ายรูปมาให้ดูด้วยไปชมเลยครับ

ที่จริงเสาโทริอิอันเล็กๆนี้ผมเห็น ตั้งแต่ร้านค้าหน้าศาลเจ้าแล้วครับ แต่ตอนแรกคิดไปว่าเขาทำเอาไว้ ขายนักท่องเที่ยวเป็นที่ระลึก ยังนึกอยู่ว่าเดี๋ยวขากลับจะซื้อกลับไปสักอัน พอเห็นคนเขาเอามาวาง “แก้บน” กันที่ศาลเจ้าข้างบนนี้ ก็เลยโล่งอกไปที่ไม่ได้ซื้อไว้เสียก่อน มิฉะนั้น ตอนนี้อาจจะต้องนอนผวากลัว “เจ้าพ่อจิ้งจอกขาว” มาหาถึงเมืองไทย...!!!

...ทางเข้าศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริ หรือศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาวครับ...

...ป้ายขอพรอีกแล้วครับ ทุกศาลเจ้าจะต้องมี...

..."เสาโทริอิ" อันโดดเด่นหน้าศาลเจ้าฟูชิมิ อินาริครับ...

...เป็นกระดาษขอพรครับ ใครอยากจะได้อะไร อยากจะเป็นอะไร ก็ไปเขียนแล้วผูกเอาไว้ คุณชาลีน่าจะไปเขียนขอบ้างนะครับ ขอให้เว็บโอเคเนชั่นไม่รวนไงละครับ...!!!

...คุณ "kokoro" ท่านช่วยบอกมาว่า กระดาษที่ผูกกับราวนี้ไม่ได้ เป็นกระดาษขอพรอย่างที่ผมเข้าใจ แต่เป็นใบเสี่ยงทายหรือเซียมซี ที่ทายแล้วได้ผลไม่เป็นที่พอใจ เขาก็เลยนำมาผูกไว้ ประมาณแก้เคล็ดว่าทายไม่ดีฉันไม่เอาอย่างนั้นครับ ขอบคุณคุณ "kokoro" มากครับ...

...มาถึงแล้วครับ ซุ้มอุโมงค์เสาโทริอิ...

...ดูสิครับ สร้างติดกันยาวเหยียดเลย ทั้งหมดนี่ 4 กม. เชียวนะครับ...

...ในแต่ละช่วงของซุ้มอุโมงค์โทริอิ ก็จะมีศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาว อยู่เป็นระยะๆครับ...

...มีคนมาขอพรกันเป็นระยะๆครับ...

...ตรงนี้เป็นมุมสำหรับถ่ายรูปครับ เพราะเป็นที่บรรจบกันของอุโมงค์ขาเข้ากับอุโมค์ขาออก...

...สาวสองคนนี้ก็เลยขอมุมนี้บ้างไงครับ...

...ศาลเจ้าพ่อจิ้งจอกขาวอีกที่หนึ่งครับ...

       ผมตัดสินใจเดินกลับลงมาจากด้านบน เมื่อเห็นแผนผังว่าจะต้องเดินทั้งหมดถึง 4 กม. 2 ชม. ถ้าจะเดินให้ถึงที่สุดอย่างที่ตั้งใจไว้ อีกอย่างเวลาขณะนั้น ก็เหลือเพียงครึ่งชั่วโมง จากที่นัดหมายไว้กับคณะ เพื่อที่จะรวมตัวกันไปกินข้าวเที่ยง ขืนเดินขึ้นไปอีกมีหวังไม่ทันเวลานัดแน่ เดือดร้อน “คุณนายหมู” เธออีก จะไปตามสามีที่ไหน!!!

       เดินลงมาระหว่างทางเกิดปวดฉี่ เพราะอากาศค่อนข้างเย็น ก็เลยแวะฉี่ห้องน้ำข้างทาง ซึ่งเขาสร้างไว้เป็นระยะๆ บรรยายเรื่องห้องน้ำญี่ปุ่นให้ฟังหลายครั้งแล้ว ยังไม่ได้ชมอย่างหนึ่งว่า ที่โถปัสสาวะผู้ชายนั้น เขามีข้อความที่ให้กำลังใจผู้ชายไว้ดีมาก คือเขามีอักษรเขียนไว้ว่า “โต๊โต”...!!!

        “TOTO” เขาเขียนว่าอย่างนี้ เปล่าหรอกครับ เขาไม่ได้ให้กำลังใจอะไรผมหรอก คือมันเป็นยี่ห้อของเครื่องสุขภัณฑ์ที่ญี่ปุ่น แต่ที่น่าแปลกใจก็คือว่า ไม่ว่าจะไปที่ไหน ที่สาธารณะหรือว่าร้านค้า โรงแรม ผมก็เห็นแต่ยี่ห้อนี้ จนคิดไปว่าเครื่องสุขภัณฑ์ของญี่ปุ่นนี้ มียี่ห้อเดียวหรืออย่างไร อเมริกันสแตนดาร์ดที่เห็นอยู่ดาษดื่น ในเมืองไทยไม่เห็นมีที่ญี่ปุ่นเลย ชาตินิยมได้เยี่ยมจริงๆ ต้องยกนิ้วให้เลย

      เดินลงมาระหว่างทางก็เจอกับกระติกกำลังเดินขึ้นไป ก็บอกกระติกว่ากลับเถอะ ยังอีกหลายกิโลกว่าจะเดินถึง ขืนเดินไปอดกินข้าวเที่ยงแน่ๆ เดินลงมาถึงร้านอาหาร พี่จันทร์กับพี่ฟ้าเข้าไปโซ้ยอยู่ก่อนแล้ว ก็เลยตามเข้าไปกับกระติก ที่นี่มีอาหารให้เลือกเป็นชุด ผมเลือกชุดปลาซาบะ ก็อร่อยดีนะไม่เห็นเหมือนปลาซาบะ เมืองไทยเลย หรือว่าจะซาบะกันคนละอย่างก็ไม่รู้

...ที่สำหรับให้ผู้ศรัทธาเอา "โทริอิ" อันเล็กๆมาวางไว้ "แก้บน"...

...นี่ก็อีกที่หนึ่งครับ ผมเห็นที่ร้านหน้าศาล ก็มีขายเกือบได้ซื้อกลับเมืองไทยแล้วครับ เพราะคิดว่าเป็นของที่ระลึก...

...ซุ้มอุโมงค์โทริอิ เริ่มลาดชันขึ้นสู่เนินเขาแล้วครับ...

...โถปัสสาวะชายของญี่ปุ่นนี่ดีนะครับ มีข้อความที่ให้กำลังใจเราตลอด มันบอกว่า "โต๊โต"...!!!

...มาถึงร้านอาหารพี่จันทร์กับพี่อ๊อดกำลังโซ้ยกันใหญ่...

       จากศาลเจ้า “ฟูชิมิ อินาริ” เรานั่งรถไฟมาที่ Kyoto Station จากนั้นก็นั่งรถเมล์ต่อไปที่ “วัดทอง” หรือ “Kinkakuji Temple”วัดแห่งนี้มีทางเข้าที่ร่มรื่นมาก ด้านซ้ายมือมีต้นไม้ใหญ่หลายต้น แต่ที่สำคัญใต้ต้นไม้เหล่านั้น มีหญ้ามอสขึ้นอย่างเขียวขจีน่าประหลาดมาก เพราะในสถานที่ที่อากาศแห้งเช่นนี้ ไม่น่าจะมี “มอส” ขึ้นมาได้ แล้วก็เห็นมีขึ้นอยู่แต่แถบนั้น ส่วนด้านขวามือเป็นสวนต้นคาเมลเลีย น่าเสียดายที่ไม่มีดอกในเวลานั้น ไม่งั้นจะได้ถ่ายเอามาให้ดู ตรงข้ามกับสวนคาเมลเลีย ยังมีร้านค้าขายขนม ไอศกรีมเล็กๆและมีที่นั่งพักสำหรับนักท่องเที่ยวด้วย คณะเราก็ไม่พลาด “สิบหัวทุยตะลุยทัวร์” เมื่อยจะตายอยู่แล้ว ขอนั่งพักซื้อไอศกรีมมากินเล่นๆกันไปก่อน

       วัดคินคาคูจิ หรือวัดทองนี้สร้างขึ้นในปี ค.ศ.1397 เทียบพ.ศ.หน่อยไหมครับ จะได้นึกออกว่ามันเก่าหรือไม่เก่าขนาดไหน เทียบพ.ศ.ก็จะได้ปี พ.ศ.1940 ซึงก็ประมาณกรุงสุโขทัยตอนปลาย กรุงศรีอยุธยาตอนต้นประมาณนั้น สร้างโดยโชกุนคนหนึ่งที่ชื่อว่า “โยชิมิตสึ อะชิคางะ” คุ้นๆกับชื่อโชกุนคนนี้ไหมครับ ก็โชกุนคนนี้แหละครับที่เป็นคู่ปรับของ “อีกคิวซัง” เณรน้อยเจ้าปัญญาที่เป็นการ์ตูนฮิตอยู่พักหนึ่งที่บ้านเรา ท่านโชกุนสร้างอาคารแห่งนี้บนที่ดินที่เคยเป็นของ “ไซออนจิ คิซูเนะ” แต่ต่อมาก็ตกเป็นของโชกุนอะชิคางะ

      แต่เมื่อเริ่มสร้างยังไม่ได้เป็นวัดนะครับ เป็นเพียงเรือนพักรับรองไว้สำหรับพักผ่อน และรับแขกสำคัญของท่านโชกุนเท่านั้น มาแปรสภาพเป็นวัดก็เมื่อท่านโชกุนอะชิคางะตายลง และมีบุตรชายสืบทอดอำนาจต่อ ก็ได้ยกเรือนรับรองหลังนี้ให้เป็นวัดในนิกายเซ็น วัดคินคาคูจิแห่งนี้ ถูกทำลายลงสองครั้ง ครั้งหนึ่งในสงครามโอนิง เป็นสงครามอะไรก็ไม่รู้เหมือนกันครับ และอีกครั้งหนึ่งถูกเผาโดยฝีมือพระโรคจิตในวัดนั้นเอง เมื่อปี ค.ศ.1950 ก็ถือว่าไม่นานมานี้เองครับ แล้วก็ถูกสร้างขึ้นใหม่ตามแบบเดิมทุกอย่างเมื่อปี ค.ศ.1955 องค์การยูเนสโกได้ขึ้นเป็นมรดกโลกเมื่อปี 1994

      จุดเด่นของวัดทองก็แน่นอนละครับ ว่าคือเรือนไม้สีทองโดดเด่นสร้างอยู่ในสระน้ำ เขาบอกว่าเป็นสระกระจก เพราะน้ำใสจนเป็นกระจกสะท้อนภาพเรือนไม้สีทอง ให้กลายเป็นสองหลังสวยงาม แต่วันที่เราไปสระมันไม่กระจกเลยครับ ออกสีขุ่นๆเขียวๆ ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าต้องไปฤดูไหนมันถึงจะ “กระจก”

      แต่เรือนไม้สีทองนั้น ก็โอเคแหละครับสวยงามมาก เพียงแต่เขาไม่ให้เข้าไป ให้ถ่ายรูปอยู่ได้แต่ภายนอก ไม่รู้ว่ากลัวใครจะเข้าไปลอกทองของเขาหรือเปล่า เขาอธิบายว่าสีทองที่เห็นนั้นเป็นทองคำเปลว (Gold Leaf) ก็คงจะประมาณเหมือนเราเอาทองคำเปลวไปปิดพระพุทธรูป ให้เหลืองอร่ามอย่างนั้นหรือเปล่า ผมก็ไม่แน่ใจ แต่คงจะทำได้เรียบร้อยกว่า การที่ชาวบ้านแต่ละคนปิดทองคำเปลวพระเป็นแน่ เพราะถึงจะดูอยู่ไกลๆ แต่ก็เห็นได้ชัดว่า มันแนบสนิทเนียนเรียบเป็นเนื้อเดียวกัน ไม่ตะปุ่มตะป่ำหนาบ้างบางบ้างเหมือนอย่าง เราปิดทองพระพุทธรูป ก็ไม่งั้นก็คงไม่ได้ขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก” แหละมั่ง...???

    เขาบอกว่า “ศาลาทองคำ” (เรียกให้ดีหน่อย) แห่งนี้ ซึ่งเป็นเรือนไม้สามชั้น แต่ละชั้นสร้างด้วยความเชื่อ ตามแบบอย่างสามอย่างคือ ชั้นแรกสร้างตามแบบพระราชวัง ชั้นที่สองสร้างตามแบบซามูไร และชั้นที่สามสร้างตามแบบพุทธในนิกายเซ็น แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ยังนึกไม่ออกอยู่ดี ว่าแต่ละแบบมันแตกต่างกันอย่างไร ก็เล่นไม่ให้เข้าไปดูไปถ่ายรูป จะรู้ได้ไง ยังเคืองอยู่นะนี่...!!!

...หนูน้อยญี่ปุ่นหน้าตาน่ารักสองคนที่ป้ายรถเมล์ หนูน้อยผู้ชายพอเห็นผมยกกล้องขึ้นจะถ่ายรูป ก็ไปสะกิดน้องสาวข้างๆให้หันมามองกล้องด้วย น่ารักจริงๆ...

...ทางเข้าวัดคินคาคูจิหรือวัดทองครับ...

...หญ้ามอสครับขึ้นเขียวขจีสวยทีเดียว...

...ร้านขายขนมและไอศกรีมด้านหน้าวัดครับ...

...ไอศกรีมของเขาน่าทานจริงๆครับ...

...อร่อยจนต้องเลียริมฝีปากอย่างนี้...

...เด็กคนนี้ก็เลยซื้อกินบ้าง...

...เด็กคนนี้ก็เช่นกัน...

...เด็กคนนี้ไม่พูดไม่จา ไม่เรียกใคร เข้าปากเลย...

..."ศาลาทอง" ในวัดคินคาคูจิ ดู "สระกระจก" ไม่ค่อยจะกระจกเลยนะครับ...

...สวยงามสมราคาวัดของ "อิกคิวซัง" ครับ...

...เขาบอกว่าแต่ละฤดูวิวทิวทัศน์จะสวยแตกต่างกันออกไปอย่างสิ้นเชิงครับ...

...ต่อหน้าวัดคินคาคูจิกันศักดิ์สิทธิ์ เสื้อเหลืองกับเสื้อแดง สัญญากันว่าจะรักกันตลอดไป...

...ให้ดูใกล้ๆครับว่า "ทองคำเปลว" ที่เขาปิดไปที่เนื้อไม้นั้นเนียนเรียบเป็นเนื้อเดียวกันกับไม้เลยครับ...

       ผมเดินถ่ายรูปไปรอบ “ศาลาทองคำ” ที่ว่านี่จนไปออกทางด้านหลังของวัด ด้านหลังจัดเป็นสวนญี่ปุ่น แล้วก็เป็นป่าสนโปร่งๆ เดินไปหน่อยเห็นคนมะรุมมะตุ้มอยู่ ก็ชะโงกเข้าไปดูว่าเขาทำอะไรกัน ก็เห็นเขากำลังโยนเหรียญ ประมาณว่าจะให้ลงในกระถางหินใบหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ในสวน แล้วก็มีเสาหินสองสามต้นตั้งอยู่ข้างๆ สันนิษฐานไม่ถูกเหมือนกันว่าคืออะไร แต่ก็คงจะศักดิ์สิทธิ์แหละนา ไม่งั้นคนคงไม่โยนเหรียญลงไปแล้วยืนพนมมือหลับตาอธิษฐานกันยกใหญ่หรอก กำลังจะเดินเลยออกไปหันไปอีกที อ้าว!!นั่น “จูน” หลานเราก็กำลัง “ทอยแก่น” โมทนาสาธุกับเขาด้วยเหมือนกัน...!!!

      ตรงทางออกเขามีร้านขายของประเภทร้านน้ำชา ร้านขนม เขามีให้ชิมฟรีก่อนด้วย ร้านหนึ่งขายน้ำชาจากดอกซากุระ น้ำสีชมพูน่ากินมาก ผมก็ไม่รอช้าเข้าไปขอชิมหนึ่งถ้วยเล็กๆ ชิมแล้วก็ต้องรีบหันหน้ากลับ เพราะกลัวจะบ้วนทิ้งตรงนั้น มันจะเสียมารยาทมาก ก็มันไม่อร่อยเลยครับ มันมีรสชาติเฝื่อนๆ ยังไงก็ไม่รู้บอกไม่ถูก เอาเป็นว่ามันเข้ากับลิ้นของผมไม่ได้ก็แล้วกันครับ

       ผมพยายามถ่ายรูปแม่ค้าคนหนึ่งเธอน่ารักมาก แต่เหมือนเธอจะรู้ตัวเธอก็จะคอยบิดไปบิดมา ไม่ให้ผมได้เล็งกล้องถ่ายได้ถนัด จูนบอกว่าคนญี่ปุ่นเขาจะค่อนข้างถือมาก หากว่าจะถ่ายรูปเขาโดยไม่ขออนุญาตเขาก่อน แต่บางคนก็ดีถ้าเห็นเป็นนักท่องเที่ยว ก็อาจจะยินดีให้ถ่าย แต่ทางที่ดีต้องขออนุญาตเขาก่อนครับ

        เรามานั่งคอยกันอยู่ที่หน้าทางออกของวัดคินคาคูจิ เพื่อรอให้ครบคณะจะได้นั่งรถเมล์กลับกัน ที่จริงยังมีอีกวัดหนึ่ง ซึ่งเป็นวัดที่คู่กันกับวัดคินคาคูจิ คือ “วัดเงิน” หรือ Ginkakuji Temple แต่ว่าเราไปไม่ทันแล้วในวันนี้ และพรุ่งนี้เราก็ต้องเช็คเอาท์จากเกียวโตเพื่อที่จะไป “ฟูคูโอกะ” ต่อไป ก็เลยไม่ได้รู้เลยว่า “วัดเงิน” เขามี “ศาลาเงิน” คู่กับ “ศาลาทองคำ” ที่นี่หรือไม่...???

...ด้านหลังวัด มีผู้คนเขาโยนเหรียญกันหมายจะให้ลง ตรงกระถางหิน แล้วก็พนมมืออธิษฐาน แต่ดูเหมือนจะไม่ค่อยลงหรอกครับ เหรียญเยนเต็มเลยครับ เก็บได้นี่ก็รวยเหมือนกันนะ...

...แม่ค้าสาวคนสวย เธอยืนบิดไปบิดมาเมื่อเห็นผมตั้งท่าถ่ายรูปโดยไม่ขออนุญาตเธอก่อน...

...สู้คนนี้ก็ไม่ได้ อยากจะถ่าย มาจัดให้ ไม่ต้องยืนบิด...!!!

        พี่จันทร์พามาขึ้นรถเมล์สาย 101 จากวัดคินคาคูจิ เพื่อที่จะกลับไปยังโรงแรมซูเปอร์โฮเต็ล ค่ารถคนละ 220 เยน แต่ปรากฏว่า พี่จันทร์พามาขึ้นผิดทาง รถเมล์ก็เลยมาสุดสายไม่ถึงโรงแรม !!! คือที่จริงต้องไปขึ้นอีกฟากถนนหนึ่ง ถึงจะเป็นเส้นที่ไปโรงแรมที่พักของเรา แต่เป็นเพราะพี่จันทร์พาหลง ทุกคนจึงได้แต่ยิ้มๆ ไม่มีใครว่าอะไร...

       แต่พอดีว่าสถานีสุดสายของรถเมล์สาย 101 นี้ดันเป็น สถานีรถไฟใต้ดินพอดี เราก็เลยเปลี่ยนแผนใหม่ไปทางรถไฟกัน สถานีรถไฟตรงนี้ชื่อว่าสถานี “Kitaoji” โดยเราต้องนั่งรถไปยังสถานีรถไฟ “Karasuma Gojo” ค่าโดยสารคนละ 210 เยน พอถึง “Gojo” เราก็แยกออกเป็นสองสาย สายแรกมีพี่จันทร์ พี่ฟ้า พี่อู๊ด พี่อ๊อด จะไปซื้อตั๋วรถไฟ “Japan Rail Pass” ซึ่งเป็นตั๋วรถไฟเหมาจ่าย ซื้อครั้งเดียวแต่ใช้ไปได้ 7 วัน แต่ว่าต้องใช้บริการเฉพาะของบริษัท JR เท่านั้นนะ ของรถไฟเจ้าอื่นใช้ไม่ได้ แต่ปกติ JR นี่ก็เป็นเจ้าใหญ่ของญี่ปุ่นแล้วละครับ ของเจ้าอื่นส่วนใหญ่ก็จะเป็นสายท้องถิ่นเล็กๆทั้งนั้น นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวญี่ปุ่น แบบแบกเป้มาเที่ยวเอง ส่วนใหญ่ก็มักจะใช้วิธีการเดินทาง โดยซื้อตั๋วเหมาของ JR Pass กันทั้งนั้น เพราะนอกจากรถไฟปกติแล้ว JR ยังรวมไปถึงรถไฟความเร็วสูงอย่าง Shinkansen อีกด้วย

       ท่านผู้ชมคงจะนึกในใจว่า เออ!! รู้ยังงี้แล้วทำไม ไม่ซื้อตั้งแต่แรก เห็นบรรยายว่าลงรถไฟสายนู้นต่อสายนี้ เป็นเงินเท่านั้นเท่านี้ แล้วทำไมเพิ่งจะมานึกได้ว่าควรจะซื้อตั๋วเหมาของ JR Pass คือยังงี้ครับท่านผู้ชม อันว่าตั๋ว JR Pass นี้เขามีกำหนดเวลาอยู่แค่สามประเภทคือ ประเภท 7 วัน, 14 วัน และ 21 วัน เท่านั้น มันไม่ได้มีเหมาแบบวันที่เราอยากจะเหมากี่วันก็ได้ยังงั้น แล้วทีนี้ “สิบหัวทุยตะลุยทัวร์” ที่มาเที่ยวในครั้งนี้เรามากันแค่ 11 วัน เท่านั้น ถ้าจะซื้อตั๋วเหมาเอาประเภท 14 วัน มันก็จะแพงเกินความจำเป็นเกินไป เราก็เลยต้องยอมจ่ายค่ารถไฟเอาในสามสี่วันแรก แล้วก็มาซื้อตั๋วเหมาเอาใน 7 วันสุดท้าย

...ตั๋ว JR Pass เป็นอย่างนี้แหละครับ...

...ด้านในของตั๋วจะเป็นชื่อกับเลขที่พาสปอร์ตของเรา...

...ส่วนเล่มนี้เป็นคู่มือและวิธีการใช้ JR Pass ครับ...

ลองไปดูประเภทและราคาตั๋วกันไหมครับท่านผู้ชมว่าเขามีราคาเท่าไหร่กันบ้าง

Type

Green

Ordinary

Duration

Adult

Child

Adult

Child

7 – day

¥ 37,800

¥ 18,900

¥ 28,300

¥ 14,150

14 – day

¥ 61,200

¥ 30,600

¥ 45,100

¥ 22,550

21 - day

¥ 79,600

¥ 39,800

¥ 57,700

¥ 28,850

       จะเห็นได้ว่ามีตั๋วอยู่สองชนิดคือแบบ “Green” กับแบบ “Ordinary” แปลแบบไทยๆก็คือแบบ “เขียว” กับแบบ “ธรรมดา” แบบเขียวนั้นสำหรับนั่งในตู้โดยสารชนิดที่เรียกว่า “Superior-Class Green Car” ซึ่งเป็นอย่างไรผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะของผมซื้อแบบ “ธรรมดา” คือแบบ “Ordinary”7 วัน ในราคา 28,300 ¥ แค่นี้ก็หรูแล้วครับ ไม่รู้ว่าไอ้เจ้า “Superior-Class Green Car”มันจะหรูกว่า อีกสักแค่ไหน แต่ราคามันแพงกว่ากันตั้งหมื่นเยน ยังไงๆมันก็ไม่คุ้มครับ ส่วนราคาของเด็ก ก็จะราคาครึ่งหนึ่งจากของผู้ใหญ่ เด็กนั้นต้องอายุตั้งแต่ 6 ขวบ ขึ้นไปถึง 11 ขวบนะครับ มากกว่านั้นถือว่าเป็นผู้ใหญ่ ฉะนั้นถ้าต่ำกว่านี้ ก็ตีความได้ว่า...ไม่ต้องเสียค่าโดยสาร!!!

      กลุ่มพี่จันทร์กับพี่อ๊อด ก็แยกตัวไปซื้อตั๋ว JR Pass กลุ่มผมที่เหลือก็เฮโลสารพา ไป Daimaru กัน เริ่มต้นก่อนที่จะเดินช้อปปิ้งเราก็ต้องกินกันก่อน ก็เดินหาร้านอาหารหมายตาว่าจะกิน “ชาบู ชาบู” เพราะสองครั้งแล้วที่จะกินแล้ววืดไม่ได้กินสักที แต่เดินหาเท่าไหร่ก็ไม่มี ในที่สุดก็ต้องตัดใจเข้าร้านๆหนึ่ง เป็นคล้ายๆร้านฟาสฟู้ดที่ต้องซื้อคูปองแบบบ้านเรา แต่จะต่างกันอยู่นิดหนึ่งตรงที่ ของเขาจะมีเมนูและอาหารตัวอย่าง ไว้โชว์อยู่ข้างหน้า เราจะทานอะไรก็ต้องจำหมายเลขเอาไว้ จากนั้นก็มาจ่ายเงินที่แคชเชียร์ แคชเชียร์เขาก็จะให้สลิปใบเล็กๆ ให้เราเอามาวางที่โต๊ะ พนักงานเสริฟจะมาเก็บเอาสลิปนั้นไป จากนั้นเขาก็จะก็เอาอาหารมาเสริฟให้เรา ของผมสั่งข้าวห่อไข่ หรือว่าไข่ห่อข้าวก็ตามแต่จะเรียก แล้วก็มีเนื้อเคียงข้างมาสองชิ้น กับไส้กรอกเล็กๆอีกหนึ่งดุ้น แถมผักสลัดพอเป็นกระสายอีกหยิบมือหนึ่ง ไข่นั้นราดด้วยซอสอะไรก็ไม่ทราบ ออกเหนียวๆข้นๆสีน้ำตาลไหม้ๆ แต่กินไปกินมาก็หมดทั้งข้าว ทั้งไข่และไส้กรอก...!!!

...อาหารมื้อเย็น "ข้าวถูกไข่ห่อ"...

      จากนั้นเราก็ไปเดินช้อปปิ้งกัน ป้าแดงก็เดินไปดูชุด ดูเสื้อตามประสาผู้หญิง ผมก็เลยเดินดูเครื่องไฟฟ้า ตามประสาผู้ชาย ซึ่งมีอยู่หน่อเดียวในตอนนี้ ห้างไดมารูนี้ของแพงจังเลยครับ ขนาดถ่าน Evolta 4 ก้อน ยังราคาตั้ง 640¥ ขณะที่ผมซื้อที่ Seven ว่าแพงแล้วยังแค่ 590¥ เอง ไม่รู้ว่าตอนมาเปิดในเมืองไทย ขายแพงอย่างนี้หรือเปล่า ถึงได้ม้วนเสื่อกลับญี่ปุ่นเรียบร้อย ทั้งๆที่ไดมารูที่ราชประสงค์สมัยนั้น ถือเป็นห้างดังระดับไฮโซของกรุงเทพฯทีเดียว ใครมาเที่ยวกรุงเทพฯก็ต้องได้มาเที่ยวห้างไดมารู เพราะอย่างน้อยจะได้กลับไปคุยได้ว่า ได้มาขึ้นบันไดเลื่อนที่ห้างนี้ ซึ่งมีเป็นแห่งเดียวและแห่งแรกในสมัยนั้นแล้ว!!!

       ผมสนใจชุดหมวกของซามูไรหรือว่าโชกุนอะไรสักอย่าง ซึ่งเคยเห็นในรูปบ่อยๆ เขาตั้งวางขายอยู่ในตู้กระจก เห็นแล้วก็ต้องชมว่าของจริงเขาทำได้สวยมาก แต่ว่าราคาแพงเหลือหลาย ราคาถูกที่สุดรู้สึกว่าจะอยู่ที่ 80,000¥ และแพงสุดไปถึง 300,000¥ อยากจะถ่ายรูปใจแทบขาด แต่ก็ไม่กล้า เพราะมีป้ายปิดอยู่หราว่า No Photo!!!

      ป้าแดงลงมาซื้อผ้าเช็ดหน้าที่ชั้น 1 ผมก็เลยเตร่ลงมาดูข้าวของที่ชั้น Supermarket เจอร้านขนมหลายร้าน น่าทานมาก พินิจพิจารณาแล้วก็เลยซื้อมาสองร้าน เอ่อ...ไม่ใช่ซื้อขนมทั้งร้านมาสองร้านนะครับ หมายถึงว่า ผมซื้อขนมสองชิ้นมาจากร้านขนมสองร้าน ร้านละชิ้น ร้านแรกเป็นขนมแบบแป้งๆกลมๆ แล้วก็มีราดด้วยน้ำเชื่อมเหนียวๆ ทีแรกผมก็คิดว่าเป็น “คาราเมล” เพราะเห็นสีมันเหมือน แต่พอมาถึงโรงแรม แกะกินปรากฏว่ามันไม่ใช่ แต่จะเป็นอะไรก็ไม่รู้ แป้งของเขาเหนียวนุ่มอร่อยดี เหมือนแป้งข้าวเหนียว สรุปว่าไม่ผิดหวัง ชิ้นนี้ราคา 280¥ ครับ

         อีกชิ้นหนึ่งจากอีกร้านหนึ่ง อันนี้เป็น Mango Pudding เขาทำไว้น่าทานมาก จนคนชอบมะม่วงอย่างผมทำใจไม่ได้ ต้องตัดใจซื้อมา เพราะราคามันค่อนข้างแพงถึง 640¥ เชียว คนขายเขาจัดใส่กล่องมาให้เรา อย่างกับของมีค่า แต่มันก็มีค่าจริงๆนะ เพราะกว่าจะตัดสินใจซื้อได้ ก็เดินวนไปเวียนมาอยู่หลายรอบ เพียงแต่ว่าถ้าเทียบกับเมืองไทย แม้เราจะใส่ถุงใส่กล่องให้เหมือนกัน แต่ก็ไม่ดูหรูเท่าที่ญี่ปุ่นเขาทำให้ รวมทั้งกิริยามารยาทที่เขาแสดงออก เวลาขายของให้เรา เสมือนเขาจะปลื้มอย่างสุดๆที่เราไปซื้อของเขา รสชาติของ “พุดดิ้งมะม่วง” ก็โอเคนะครับ มะม่วงหวานกำลังดี มีพุดดิ้งนอนก้นอยู่ข้างล่าง สลับกันกินกับกระติกคนละคำสองคำ...หมด!!!

...พุดดิ้งมะม่วง น่ากินไหมครับ 640¥ ก็จะกิน ราคา 682¥ นั้นเป็นราคาที่ตั้งไว้ก่อนจะลดเหลือ 640¥ ตอนผมซื้อ...

...ส่วนอันนี้ไม่ทราบชื่อราคา 280¥ ก็อร่อยดีครับ...

         กลับมาที่โรงแรม Super Hotel โดยนั่งรถไฟจากสถานี Karasuma Gojo มายังสถานี Karasuma Shijo ค่าโดยสารคนละ 210 เยน ออกจากสถานีก็มาโผล่เอาข้างๆโรงแรมเลย

        พี่จันทร์นัดหมายว่าพรุ่งนี้ต้องตื่นแต่เช้า เพราะรถไฟ “ชินกันเซน” ไป Hakata หรือเมือง Fukuoka จะออกในเวลา 08.22 น. ต้องทำภารกิจให้เสร็จก่อน 07.30 น. Taxi จะมารับเราที่หน้าโรงแรม ในเวลา 07.30 น. มันลำบากตรงเวลาอาหารเช้าของที่นี้มันเวลา 07.00 – 08.30 น. นะสิ!!!

...รูปมือจับที่ประตูห้องของโรงแรมซูเปอร์โฮเต็ลครับ ใช้กดรหัสเอาแทนกุญแจและคีย์การ์ด...

รวมค่าใช้จ่ายในวันนี้

30 มีนาคม 2552

- ค่า Taxi จาก Super Hotel ไปวัด Kiyomizu (วัดน้ำใส) @730 ¥ x 3 = 2,190 ¥ (@219 x 10)

- ค่าเข้าวัด Kiyomizu @300 ¥ x 10 = 3,000 ¥

- ค่ารถ Taxi จากวัด Kiyomizu ไปศาลเจ้า Fushimi Inari Shrine =1,450+1,280+1,280 ¥= 4,010 ¥ (@401 ¥ x 10)

- ค่ารถไฟจาก Fushimi Inari Kyoto Station @140 ¥ x 10 = 1,400 ¥

- ค่ารถเมล์จาก Kyoto Station Kinkakuji Temple @220 ¥ x 10 = 2,200 ¥

- ค่าเข้าชมวัด Kinkakuji (วัดวังทอง) @400 x 10 = 4,000 ¥

- ค่ารถเมล์สาย 101 จากวัด Kinkakuji Super Hotel @220 ¥ x 10 = 2,200 ¥ (ผิดทางรถเมล์มาสุดสาย !!!)

- ค่ารถไฟใต้ดินจาก Kitaoji Karasuma Gojo @250 ¥ x 10

- ค่ารถไฟจาก Gojo Karasuma Shijo @210 ¥ x 6 = 1,260 ¥

- ค่าอาหารเย็น =880+880+880+850+750 = 4,240 ¥ (หมูไม่กิน)

- ค่ารถไฟจาก Shijo Gojo @210 ¥ x 6 = 1,260 ¥

  • รวมค่าใช้จ่ายวันที่ 30 มีนาคม 2552 ต่อคน @3,450 ¥

โปรดติดตามต่อในตอนที่หก “ตอนที่หก...นั่งชินกันเซนตื่นเต้นๆ”



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 66 (0)
หนุ่มแปลกหน้า วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 23.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/untameheart

โหวตให้ครับ แฮะๆๆ สนุกดีครับ

ความคิดเห็นที่ 65 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 21/06/2009 เวลา : 21.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ตอนใหม่มายังครับ....

" พ่อฮาเฮ แม่เฮฮา ลูก ๆ โห่ฮิ้ว ! " ที่บ้านเฮา เน้อ !
วัติ ธนวิทย์

ความคิดเห็นที่ 64 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 18/06/2009 เวลา : 08.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ระยะนี้ ผมพอจะมีเวลาว่างในวันอาทิตย์เพียงวันเดียว ไม่ค่อยได้ไปเยี่ยมเพื่อนบ้านใกล้ไกลก็ขออภัย...ไม่ว่ากันนะครับ

~*~..._/|\_...~*~

ความคิดเห็นที่ 63 (0)
รวงข้าวล้อลม วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 22.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roungkaw
กัลยาณมิตร    เป็นสิ่งหาง่ายเสมอ   แค่รู้จักคำว่า....ให้....และคำว่า...รับ 

สุดยอดเลยค่ะ คุณเป๊บซี่พาเที่ยวญี่ปุ่น


รายละเอียดเยอะมากกกค่ะ

ความคิดเห็นที่ 62 (0)
chedtha วันที่ : 17/06/2009 เวลา : 07.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ พี่เป๊ปซี่

แวะมาเยี่ยมเยียนกันอีกครั้ง
ขอให้พี่เป๊ปซี่มีความสุขมากๆกับชีวิตประจำวันนะครับ

ตั้งใจมาเชิญ......

ขอเชิญไปเยี่ยมชมภาพสวรรค์บ้านนา ชานเมืองมิวนิค เยอรมนี
http://www.oknation.net/blog/chedtha3/2009/06/15/entry-1

ความคิดเห็นที่ 61 (0)
wadwangnoy วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 21.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wadwangnoy

เจริญพร...

ความคิดเห็นที่ 60 (0)
ผู้หญิงตัวเล็ก วันที่ : 11/06/2009 เวลา : 11.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rinn

รายละเอียดเยอะมาก รูปก็เยอะ น่าไปเที่ยวค่ะ

แต่... ติดตรงค่าใช้จ่ายนี่ล่ะ หนูต้องเก็บตังค์ก่อน

ความคิดเห็นที่ 59 (0)
รุสสกี้ วันที่ : 10/06/2009 เวลา : 22.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/russky
รุ่งอรุณ.....ที่นี่เงียบสงบ

เสียดายเมืองนี้นะครับ ถ้าอเมริกันเอาระเบิดปรมาณูมาถล่ม

ความคิดเห็นที่ 58 (0)
ดินเดินทาง วันที่ : 09/06/2009 เวลา : 10.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/din-travel

สวัสดีพี่เป๊บซี

คริคริหนุ่ม ญี่ปุ่น ที่หล่อแบบพี่มีบ้างป่าววว

...ถ่ายเยอะมาก เป็น พันรุป โห

ความคิดเห็นที่ 57 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 21.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

http://www.oknation.net/blog/soda/2009/06/08/entry-1

ความคิดเห็นที่ 56 (0)
ครูแดง วันที่ : 08/06/2009 เวลา : 07.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ชัดเจน และจริงใจไม่มีใครเกิน คุณแป๊บซี่

ความคิดเห็นที่ 55 (0)
พฤจิกา วันที่ : 07/06/2009 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."



ความคิดเห็นที่ 54 (0)
วัติธนวิทย์ วันที่ : 07/06/2009 เวลา : 06.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/songer

ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยคน ตอนที่ 5 แล้วเก็บรายละเอียดได้ดีมากเลยครับ ขอชม...
ครูครับ ! ผมคิดถึงครู
เชิญฟัง...บทเพลง " เทิดพระคุณครู "

ความคิดเห็นที่ 53 (0)
สนิมกฤช วันที่ : 07/06/2009 เวลา : 01.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sanimkrit

เที่ยวได้ เที่ยวดี..

เที่ยวแล้วได้..
เที่ยวแล้วดี...

ดีจริงๆ ครับ.

ความคิดเห็นที่ 52 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 06/06/2009 เวลา : 20.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 



ตอนสองแล้วนะพี่ซี่

ความคิดเห็นที่ 51 (0)
เคียงดิน วันที่ : 06/06/2009 เวลา : 14.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keangdin
รั ก แ ค่ ว า ท ก ร ร ม  อำ พ  ร า ง

สวยจังค่ะพี่

ความคิดเห็นที่ 50 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 



ความคิดเห็นที่ 49 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 14.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

ตาม มานี่สิคะ มีรายจะให้ดูค่ะ


http://www.oknation.net/blog/nongjar/2009/06/04/entry-1

ความคิดเห็นที่ 48 (0)
มะอึก วันที่ : 05/06/2009 เวลา : 12.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom


ท่าบิดไปบิดมายังน่าหลงไหลได้ถึงปานนี้
ถ่ายภาพเสร็จเรียบร้อย...เป๊บซี่โดนบิดหู 1 รอบ
.
เนื้อเรื่องยังอ่านไม่ละเอียดครับ
.

ความคิดเห็นที่ 47 (0)
อาจารย์วิลาสินี วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 14.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilasinee
ของดีอาชีวะชลบุรี...ห่อหมกทะเลรวมมิตร 24/8/2011

ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยคนค่ะ
รอเก็บตังค์ก่อนแล้วจะตามไปนะคะ

....................................
วันนี้มาชวนไปทานเครื่องดื่มสลายไขมัน แก้ร้อนใน แบบปลอดภัยกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
แม่หมี วันที่ : 04/06/2009 เวลา : 10.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

ตามมาเที่ยวญี่ปุ่นต่อค่ะ

ขอเข้าร่วมชมรมคุณหมู อ้วนอย่างมีคุณภาพ ด้วยคนค่ะ

ความคิดเห็นที่ 45 (0)
พี่ก๊วย วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/peeguay

."ศาลาทอง" ในวัดคินคาคูจิ ที่เคยไปดูมันเป็น "สระกระจก" จริงๆนะ หรือน้ำมันเสียขึ้น

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 15.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

กลับมาอ่านอีกหลายหลังจากที่พี่ส่งเมล์มาให้
วันนั้นอ่านได้แต่ไม่เห็นภาพ..เพราะเน็ทที่บ้านช้าโครตค่ะ

อยากบอกว่าเป็นอะไรที่ได้ประโยชน์มาก ๆ ถ้ามีโอกาสไปญี่ปุ่นต้องกลับมาเก็บรายละเอียดการเดินทางที่บ้านพี่อีกรอบแน่นอนค่ะ

ขอบคุณที่แวะไปทักทายกันเสมอนะคะ

สบายดีนะคะพี่...

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
น้ำใส วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 15.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chayada
 

หนีร้อนไปเที่ยวญี่ปุ่นก็ดีเหมือนกันนะคะ
ที่ำสำคัญไปเที่ยววัดน้ำใสซ้าด้วยยย..หุหุ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 15.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

พี่เป๊ปซี่น่าจะรวมเล่ม..จ่าจะอุดหนุนสักสิบเล่ม..
อยากไปมากญี่ปุ่น..รอกู้เงินสหกรณืตำรวจ
อีกรอบก่อนเหอะ..
จะไปคลี่กิโมโน...เจแปนครับผม..

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 13.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

หวัดดีครับ ตามไปกินอาหารเช้า ลอดอุโมงค์โทริอิ เข้าห้องน้ำโต๊โต กินอาหารเย็น ....ยังต้องติดตามตอนต่อไปอีก...น่าจะอีก 2-3 ตอน

เจอพี่นุ้ยนที บัญชีกลางด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
rukbankerd วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 09.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

ไปคลี่กิโมโน มานี่เอง ถึงว่า..ทำไมหายไปตั้งนาน ไม่ส่งอีแมว มาให้เราเลย

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
chedtha วันที่ : 03/06/2009 เวลา : 04.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)

สวัสดีครับ พี่เป๊ปซี่

อ่านสนุกจริงๆ ขำๆสำนวนเย้ยหยันนิดๆของพี่เป๊ปซี่กับอาหารเช้าแสนอร่อยในโรงแรม
แปลกใจเหมือนกันครับ ทำไมไม่เสริฟกาแฟด้วย ที่เยอรมนี กาแฟเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้เลย
อาหารเข้ายังไงๆต้องมีกาแฟเสริฟให้แน่ๆ

ทึ่งกับคำบรรยายเรื่องวัด “Kiyomizu Dera” กับ "ปลวกญ่ีปุ่น"
ผมเองก็ยังไม่เคยเห็น "ปลวกเยอรมัน" เหมือนกันครับ
แต่เคยโดน "ปลวกไทย" กัดเอาตอนเด็กๆ เข้าป่าไผ่ทีไร เจอปลวกทุกที
หรือว่าเมืองหนาว...ไม่มีปลวกมังครับ เพราะผมยังไม่เคยเจอเลย

เรื่องแก้บน ในยุโรป ยังไม่เคยเห็นเลยนะครับ
แต่ในญี่ปุ่นกับที่เมืองไทยนิยมทำกันจังเลย

ดีจังเลย หนูน้อยญ่่ีปุ่นอนุญาตให้ถ่ายรูปได้
ถ้าเป็นที่เยอรมนี ห้ามถ่ายรูปนอกเสียจากว่าเจ้าตัวจะอนุญาต ไม่งั้นโดนฟ้องร้องได้
แล้วถ้าเอาภาพเขามาโพสต์ เจ้าตัวมาเจอเข้า...อาจโดนฟ้องได้เหมือนกัน
ที่ญี่ปุ่นดีนะครับ ไม่มีกฏหมายห้ามถ่ายรูปคนอื่นแบบในเยอรมนี

อ่านเพลิน ชมภาพเพลิน และนึกขอบคุณพี่เป๊ปซี่สำหรับเวลาที่ให้ไปกับการโพสต์เอ็นทรี่นี้ครับ
แจกแจงค่าใช้จ่ายต่างๆให้ดูอีกด้วย เนื้อหาเพียบจริงๆ

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ผมลืมไปเลยพี่ ถึงแมนยู จะยอมให้สเปอร์ เป็นแชมป์ลีกคัพ 2 ปีซ้อน
ก็ไม่ได้หมายความว่า แมนยู จะชนะบาร์ซ่าป้องกันแชมป์ยูซีแอล ได้ครับ
ผมว่า ปีนี้เป็นปีของบาร์ซ่าและเมสซี่ จริงๆ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 11.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

พี่เป๊ปซี่นี่ก็ มีแซวพี่ชาร์ลีด้วย

วันนี้ ถึงขนาดยอมจ่ายค่าแทกซี่แพงๆ เลยนะครับ

ผมสงสัยว่า น้ำศักดิ์สิทธิ์ที่วัดน้ำใส จะเทียบได้กับน้ำศักดิ์สิทธิ์จากบารายเขมรหรือเปล่า?

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
สายธาร วันที่ : 02/06/2009 เวลา : 06.07 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cyberfrogy
 http://www.facebook.com/groups/dhammayatrahttps://www.facebook.com/BAAN.RAI.SAITHARN http://www.oknation.net/blog/DigitalTour

แวะมาชมภาพสวยๆ อ่านคู่มือท่องเทียวญี่ปุ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
ลุงต้าลี่ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 20.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/loongdali

ศาลาทอง ในวัดคินคาคูจิ เห็นภาพในปฏิทินมาตั้งแต่เด็ก ๆ จำได้แม่นเลย แต่ยังไม่เคยเห็นของจริงสักที

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
kikuno วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 12.12 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konbini

มาเที่ยวต่อค่ะ

วัดสวยจริงๆ
ขนมก็น่ากินมากๆ

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
ครูแดง วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 11.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-กลับมาอีกรอบ

-...สองคนนี้ไม่ต้องใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประกอบพิธีครับ เอาแค่หัวใจสองดวงตรงกันก็ศักดิ์สิทธิ์พอแล้ว...

- อยากบอกว่า หวานจริงๆ คุณนายหมูเอ๋ย เจ้าจะไปไหนเสีย ใจเจ้าละลายเสียแล้ว

-ขนาดครูแดงอ่านใจยังละลายเล้ย

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
ครูแดง วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krudang

-ขอคารวะท่านแป๊ปซี่

-ตอนที่ 5 แล้วเหรอ เรานี่งุ่มง่ามจริงๆ

-วันนี้อ่านตอนนี้ก่อนนะ เดี๋ยวว่างจะเข้ามา บรรจงอ่านค่ะ

-ต้องบอกว่า "ท่านเป็นคุณชายละเอียดจริงๆ" เยี่ยมมาก คุ้มค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
คน(ผี)ทะเล วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 10.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/seaman-57

ขอบคุณสำหรับการบอกเล่าประสบการณ์

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 09.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ป้ายขอพรของเค้า ก็เหมือนเซียมซีของเรา
สรุปว่าวิถีตะวันออก จิตใจยังพึ่งพาสิ่งศักดิ์สิทธิ์เหมือนๆ กันนะ

นู๋กระติกนี่อ่านมา 5 เอนทรี น่ารักเพิ่มมากขึ้นทุกเอนทรีเลยแฮะ ไปดีก่า เมียมายืนข้างหลังแระ

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
Supawan วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 08.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

อ่านสนุกแบบตามรอยไปเที่ยวได้เลย และภาพสวยมากๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
Patui วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 07.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/aparat




ตามมาเที่ยวด้วยคนค่ะ...
เคยไปแค่นาริตะ..แฮะ..แฮะ...
พักเครื่องรอไปแอลเอน่ะ...


ความคิดเห็นที่ 27 (0)
slipknot วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 07.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/slipknot
ถึงเป็นผี...ก็เป็นผีมี..หัวใจ...นะเฟร้ยยยยยย


ความคิดเห็นที่ 26 (0)
ย่าดา วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 04.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/dada
วิญญานอิสระโบยบิ http://www.oknation.net/blog/freesoultofly

เฮ้อ ตอนไปไมไม่ชวนย่าไปหารค่าใช้จ่ายบ้างนะ อิจฉาจัง

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
Cat@ วันที่ : 01/06/2009 เวลา : 04.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/catadler
อีกบ้าน ธรรมะ กับชีวิตhttp://www.oknation.net/blog/Akanittha

หมดเเงินจ่าย ตลาดไปเท่าไร นะเนี้ย
น่าสนุก

ส่งข่าว หนูโจสอบผ่านพร้อมกับเพือน

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
เจ้าอารมณ์ วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 23.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pimeiei
http://www.jaoarom.com

ชอบร้านกระเป๋า

อยากกินพุดดิ้งมะม่วง

อยากไปดื่มน้ำตกสามสายกะเค้าบ้าง

เมื่อไหร่จะมีโอกาสหนอ....

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
khunphai วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 22.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

เย้.เข้าบ้านนี้ได้แล้วคะ สวัสดีคะพี่เป๊บซี่
เข้าบ้านพี่หลายครั้ง หลายเอนทรี่แล้ว
บางทีเข้าไปแล้วคอมเม้นไม่ได้ เศร้า รอนาน
ท้อแท้ไปเลย....วันนี้เข้าได้แล้ว เพราะว่าคนยังเข้าน้อย
อยู่.....แฮะ แฮะ ขอบ่นหน่อยคะ
มาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยคน....อยากเที่ยวกะเค้ามั่ง จะมีโอกาส
ไหมเนี้ย แฮะ แฮะ

สบายดีนะคะ....

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
Yai_Nid วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 22.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/YaiNid
เที่ยว Melbourne..ที่นี่  Love U..OK?..รักนะ..ได้มั้ยล่ะhttp://www.oknation.net/blog/konlangkow

เก็บรายละเอียดการเดินทางไว้มากเลยนะคะ เหมือนได้ตามไปด้วยเลย อยากไปเขียนป้ายขอพรกับเขามั่ง
ช่วงนี้กำลังหดหู่ใจ..

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
kokoro วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 22.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/space


รูปนี้ที่คุณแป็ปซี่ถ่ายมาและบอกว่ามันเป็นการขอพรความจริงแล้วเป็นการเข้าใจผิด
มันเป็นไบเสี่ยงทายที่ผลออกมาแล้วไม่ดี
เช่นว่า เจ็บป่วย ของหาย หรือความซวยมาเยือน
คนเขาเลยไม่อยากเอากลับบ้น
เลยพากันเมามัดไว้ที่นี่
เป็นการแก้เคล็ดว่างั้นเหอะ
เอาสิ่งไม่ดีทิ้งไว้ที่นี่ละกัน
คิดดูว่าคนเราจับได้สิ่งไม่ดีเยอะขนาดไหน
ส่วนใบเสีย่งทายที่ดีๆ
ใครๆ ก็พากันเอากลับบ้าน
อ่านแล้วอ่านอีก...ครับผม

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
อธิฏฐาน วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sandstone
จะปิดทองหลังองค์พระปฏิมา

บอกคำเดียวว่าอิจฉาค่ะ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
aikey วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 20.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/key

ชอบเกียวโตมากที่สุด
เป็นเมืองที่ไปแล้วอยากไปอีก
ขอบคุณที่ทำให้ได้ระลึกถึงครับ

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 19.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ชอบงานดีไซน์ของญี่ปุ่น
สวยๆ น่าเก็บ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
feng_shui วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 17.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

งามมากๆค่ะ


อาหารก็น่าท๊าน น่าทาน


.
.

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
tengpong วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 17.30 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tengpong

วัดคิโยมิซึ

ถ้ายิ่งไปเห็นตอนหิมะตก ยิ่งสวยงามหยดย้อยจริงๆ

ส่วนร้านจำหน่ายของทีระลึกของญี่ป่น

ผมชอบตรงที่การบรรจุหีบห่อของเขาครับ

น่ารักดี

ป.ล. ได้รับถั่วสุดมัน และฉลองพระเดชพระคุณจนเกลี้ยงแล้วครับ ขอบพระคุณครับพี่

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 16.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

รวมเล่มได้เลย

แต่แต่งกลอนปะหน้าไว้ด้วยนะน้องคู่มือนำเที่ยวโตเกี่ยว

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
Dr.Kaew วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 15.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/learning

เป็นอีกหนึ่งประเทศในฝันที่จะต้องไปเที่ยวครับ

เพราะความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง ผสมผสานกับวัฒนธรรมที่น่าหลงใหลและความไฮเทคของบ้านเมือง

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
ChaiManU วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 11.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chaimanu
   ทำงานให้สนุก  เป็นสุขกับการทำงาน    

ทิ้งห่าง จากตอนที่สี่ หลายวันทีเดียว

ซีรี่นี้ เก็บรายละเอียดทุกเม็ด เป็นไกด์นำเที่ยวดีๆนี่เองครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
รัฐศิริ วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 11.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rutdy

แวะมาเที่ยวชมเกียวโต ตอนที่ห้าครับ ถ้วยชาหลากหลายแบบเชียวครับ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ตามมาดูคู่รักไปฮันนี่มูน ..ใช่ป่าว

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 08.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

สนุกกันใหญ่นิ น่าอิจฉาจัง ไปกันหนุ่มสาว อิอิอิ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
Je@b วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 07.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wujira

พุดดิ้งมะม่วง ... น่ากินมากเลยค่ะ ^ - ^

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 05.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ละเอียด...จุใจเลยครับพี่

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
โคมทอง วันที่ : 31/05/2009 เวลา : 03.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ji2551

อยากไปๆๆๆๆๆๆๆๆๆ สักวันหนึ่งเราจะไป

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
นายแพทย์สวรรค์กาญจนะ วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 23.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/doctornursethailoyalty
ข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประชาชนไม่ได้มีไว้เพื่อแพ้Honesty is the best policy.

เที่ยว ตะลุย

มาอ่านซ้ำเก็บรายละเอียด

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
ครูเก๋ วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 23.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/clear
www.facebook.com/callmeclear

เป็นเอ็นทรี่ที่ละเอียสุดๆเลยค่ะ ขนาดอ่านแบบสแกนยังใช้เวลาตั้งนาน สงสัยกว่าจะเขียนจบคงใช้เวลาหลายชั่วโมง

(งานนี้ถ้าคุณนายหมูไม่ไป สงสัยป่านนี้ได้สมความปรารถนาในรักกะน้องอั้มไปแล้วนะคะ )

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
redribbons07 วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07


รายละเอียดเยอะมาก ๆ ค่ะ

+1


ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ting วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.54 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Germany
จงเตือนตนด้วยตนเอง สักแต่ว่าตัวตนเกิดขึ้น ตั้งอยู่ดับไป เหมือนต้นไม้ออกดอกออกผล ล่วงหล่นไปเมล็ดเกิดใหม่ก็มาจากต้นไม้เดิม

เกียวโตจัดประชุมพุทธโลกเมื่อเดือน พย ปี 2008
วัดที่นั้นศักดิ์สิทธิ์นะคะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

แค่หัวใจสองดวงตรงกันก็ศักดิ์สิทธิ์พอแล้ว

ซึ้งมากเลยพี่ซี่ (เหลือง) + พี่หมู (แดง)
นี่แหละ เหลืองแดง อยู่รวมกันได้ คริคริ
17 มิ.ย. กลับจากพักหรือยังคับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
kruhnoi วันที่ : 30/05/2009 เวลา : 22.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kruhnoi
You're my destiny !!!.        (kruhnoi ครูหน่อย)...


แวะมาเที่ยวญี่ปุ่นค่ะ..ละเอียดดีค่ะ..ภาพสวยใส

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน