*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 164
  • จำนวนผู้ชม : 947141
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< มิถุนายน 2010 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 21 มิถุนายน 2553
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 8226 , 13:13:03 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของช่างแอร์

...เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2553 ที่ผ่านมาขณะผมกำลังทำกิจกรรม CSR ที่นครนายก กับเพื่อนๆที่ทำงานเดียวกัน ก็ได้รับโทรศัพท์ด่วนน้ำเสียงแสดงความตกใจอย่างที่สุด มาจาก “คุณครูราตรี” คุณแม่ของผม ซึ่งโทรมาจากจังหวัดชุมพรว่า “โจโจ้” น้องชายคนที่สาม จากจำนวนลูกชายสี่คนของคุณแม่ราตรี “เป๊ปซี่ โคล่า โจโจ้ แฟนต้า” ตกลงมาจากหลังคาบ้าน หลังจากที่ขึ้นไปติดตั้งเครื่องปรับอากาศให้กับลูกค้า ขณะนี้อยู่ที่โรงพยาบาลชุมพร อาการค่อนข้างหนักมีเลือดออกมาจากหู แต่ว่ายังมีสติพูดคุยได้ “โจ” ชื่อที่พวกผมเรียกน้องกันสั้นๆบอกว่า ไม่เจ็บปวดอะไรเพียงแต่รู้สึกเมื่อยเนื้อเมื่อยตัวไม่หยุด แม่บอกว่าคุณหมอกำลังจะพาไปเอกซเรย์ หากว่าจะต้องผ่าตัดสมองจะให้ผ่าหรือไม่ ผมบอกว่าขอเวลาสักครู่ขอผมโทรปรึกษาหมอกุศล ซึ่งเป็นเพื่อนบ้านที่ชลลดาดูก่อน หากว่าสามารถพามาผ่าตัดที่ “ศิริราช” ได้ผมก็อยากจะให้มาผ่าที่นี่...

...ผมโทรคุยกับ “หมอกุศล” หมอจากโรงพยาบาลศิริราช ที่ผมต้องพึ่งพาอาศัยเป็นประจำ หากว่ามีเรื่องเจ็บไข้ได้ป่วย กุศลบอกว่าหากจะนำเข้ามากรุงเทพฯค่อนข้างจะอันตราย เพราะว่าหากกระทบกระเทือนที่สมอง จะมีระยะเฝ้าดูอาการประมาณ 4 – 6 ชั่วโมง ว่าจะมีอาการเลือดคั่งในสมองหรือไม่ หากว่ามีจะต้องผ่าตัดด่วน ผมก็โทรศัพท์กลับไปหาแม่ ปรากฏว่าแม่บอกว่าผลเอกซเรย์ออกมาว่า โจไม่เป็นอะไรมากมีเพียงเลือดออกจากเยื่อบุสมอง ไม่ถึงขั้นต้องผ่าตัด ให้รอเฝ้าดูอาการไปก่อน แต่ผมกลับไม่รู้สึกคลายความกังวล รู้สึกว่าใจมันหวิวๆไม่สบายใจเอาเสียเลย ก็เลยคุยกับกุศลอีกครั้งบอกว่าผมอยากให้น้องมารักษาที่ศิริราช ผลเอกซเรย์ออกมาว่าสามารถรอดูอาการต่อไปได้ น่าจะมีเวลามากพอที่จะเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ กุศลไม่ค่อยเห็นด้วยนัก เพราะเกรงว่าระยะเวลาที่ไกลระหว่างเดินทาง อาจเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้นได้ แต่ผมรู้สึกไม่ไว้ใจโรงพยาบาลชุมพร ซึ่งอันนี้ต้องขออภัยทีมแพทย์และพยาบาล ของโรงพยาบาลไว้ด้วย เพราะว่าหลังจากนี้ผมก็ทราบว่าแพทย์และพยาบาลที่นี่ ก็ได้ช่วยชีวิตน้องชายผมอย่างเต็มที่...

...ผมจึงตัดสินใจที่จะพาน้องเข้ามารักษาที่กรุงเทพฯ แต่ว่าทางโรงพยาบาลได้ขอชื่อแพทย์ที่จะทำการรักษาต่อ ก็กลับมาปรึกษากับกุศลอีกครั้ง หมอกุศลก็บอกว่าปกติที่โรงพยาบาลศิริราชจะมีแพทย์เวรหมุนเวียนกันไป จึงบอกไม่ได้ว่าแพทย์คนไหนจะเป็นคนรักษาน้องชายผม ผมก็เลยต้องมุสาทางโรงพยาบาลชุมพร โดยบอกชื่อแพทย์คุณหมอ “ธีระพล” ที่เคยผ่าตัดให้ “คุณนายหมู” ไปก่อน แต่ปัญหาใหญ่ก็เกิดขึ้นอีกเมื่อทางโรงพยาบาล บอกว่าไม่สามารถให้สิทธิประกันสังคมส่งต่อไปได้ เพราะขัดกับระเบียบที่ว่า หากว่าโรงพยาบาลใดมีความสามารถที่จะรักษาผู้ป่วยได้ จะต้องทำการรักษา หากผู้ป่วยต้องการจะไปรักษาที่อื่นจะต้องออกค่าใช้จ่ายเอง แม้ว่าจะเป็นกติกาที่จะต้องยอมรับ แต่ผมก็รู้สึกเหมือนถูกบีบคั้น เพราะว่าหากจะต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ก็ดูเหมือนว่าจะเป็นภาระที่หนักอยู่มิใช่น้อย เพราะเห็นค่าใช้จ่ายตอนที่หมูเข้าผ่าตัดแล้ว ยังรู้สึกตกใจว่าหากเรามิได้ใช้สิทธิความเป็นข้าราชการ เบิกจ่ายตรงผ่านบัญชีของกรมบัญชีกลางได้ ถ้าจะลำบาก...

...ขณะที่กำลังอึดอัดใจว่าจะดำเนินการประการใดต่อไปอยู่นั่นเอง อาการของ “โจ” ก็แย่ลง น้องแน่นิ่งไปไม่รู้สึกตัว เลือดจากหูก็ยังออกไม่หยุด คุณหมอบอกว่าต้องผ่าตัดด่วน การตัดสินใจอย่างอื่นเป็นอันต้องพับ ต้องฝากความหวังไว้กับฝีมือคุณหมอผ่าตัด จากโรงพยาบาลชุมพรอย่างเดียว ผมอยากจะขับรถไปชุมพรในบัดนั้น แต่ติดว่ากิจกรรม CSR ยังไม่เสร็จ เกรงใจ ผอ.สำนัก และเกรงใจเพื่อนๆ อีกทั้งผมพาคุณนายหมูมาด้วยหวังจะให้มาพักผ่อนต่างจังหวัด ก็เลยได้แต่ภาวนาให้น้องผม ผ่านช่วงวิกฤตของชีวิตไปให้ได้ เช้ามืดแม่โทรมาแต่เช้า บอกว่าอาการเลือดคั่งในสมองยังไม่หยุด คุณหมอบอกว่าหากจะต้องผ่าอีกครั้ง มีเปอร์เซ็นต์สูงมากที่จะกลายเป็น “เจ้าชายนิทรา” ผมใจหายวูบน้ำตาตกในพูดอะไรไม่ออก เสียงแม่พูดไปร้องไห้ไปว่า “แม่อยากได้น้องคืน แต่ไม่อยากได้เพียงซาก แม่ไม่อยากให้ผ่านะ” ผมก็เห็นด้วยกับแม่ เพราะแม้ “โจ” เองเขาก็เคยพูดอยู่เสมอๆว่า เขาไม่ชอบอย่างยิ่งหากว่าจะต้องเป็นอัมพาต เดินเหินไม่ได้ หรือว่าต้องมีชีวิตที่ต้องทุรนทุราย แต่นี่มันยิ่งกว่านั้นหากเป็นเพียง “เจ้าชายนิทรา” มันก็จะลำบากทั้ง “โจ” และก็แม่ คงต้องร้องไห้เสียใจกันอีกไม่รู้จบ หากต้องเห็นสภาพลูกชายอย่างนั้นอยู่ตลอดเวลา สู้ขอร้องไห้เสียใจในครั้งเดียวดีกว่า ก็เลยตัดสินใจไม่ขอผ่าซ้ำสอง ขอหวังปาฏิหาริย์เอาว่า เลือดที่คั่งในสมองมันจะหยุดเอง...

...ผมขับรถกลับมาบ้าน ก็เข้าไปคุยกับหมอกุศลก่อนเลย กุศลอธิบายว่าคนไข้ที่เกิดอุบัติเหตุเลือดคั่งในสมองนั้น ในขั้นแรกจะดูเหมือนไม่มีอะไร จะยังพูดคุยได้ จะเหมือนว่าอาการไม่หนัก แต่แท้ที่จริงแล้วเลือดที่คั่งอยู่นั้นจะเป็นเหมือน “ภูเขาไฟ” ที่คุกรุ่นรอเวลาระเบิด แม้จะเอกซเรย์ก็มองไม่เห็น คุณหมอจึงมักจะให้รอดูอาการไปก่อน 4 – 6 ชั่วโมง หากผ่านพ้นช่วงเวลานี้ไปก็ถือได้ว่าพ้นขีดอันตราย กุศลถามว่าน้องผมคนนี้หรือเปล่า ที่เคยมาผ่าตัดหัวใจที่โรงพยาบาลโรคทรวงอกเมื่อสองปีที่แล้ว ผมบอกว่าใช่ “โจโจ้” นี่แหละที่เคยมาผ่าตัด “ลิ้นหัวใจรั่ว” อันเกิดจากไวรัสลงปอด ทำให้มีอาการเหนื่อยหอบไม่มีแรง แต่หลังจากผ่าแล้วก็แข็งแรงดี กลับไปทำงานสมบุกสมบันได้เหมือนเดิม กุศลถามว่าแล้วน้องผมยังต้องทานยา “โปรดีเอส” หรือ “ยาสลายลิ่มเลือด” อยู่หรือเปล่า เพราะปกติคนที่ผ่านการผ่าตัดหัวใจมา คุณหมอมักจะต้องให้ทานยาสลายลิ่มเลือดเพื่อคุมอยู่ ซึ่งอันนี้ผมก็ไม่แน่ใจว่าน้องยังต้องทานอยู่หรือไม่ กุศลบอกว่าถ้ายังทานยาสลายลิ่มเลือดอยู่ ก็อันตรายมากเพราะมันจะเป็นตัวทำให้เลือดไม่หยุดไหล เมื่อผมโทรกลับไปถามแม่ก็ต้องใจหายวาบ เพราะแม่บอกว่า “โจ” ยังต้องทานอยู่ตามหมอสั่ง...!!!

...ผมขับรถกลับไปบ้านที่ชุมพรด้วยความเร็วที่เร็วกว่าปกติที่เคยขับอยู่ รู้สึกว่าหัวใจมันว้าเหว่บอกไม่ถูก ต้องพยายามคุมสติให้อยู่กับเนื้อกับตัว ไม่ให้เผลอฟุ้งซ่านคิดไปไกล เดี๋ยวจะเกิดอุบัติเหตุกันไปอีกคน ตอนนี้ผมกลับเป็นห่วงแม่มากกว่าน้อง ว่าแม่จะมีสภาพเศร้าโศกเสียใจเพียงไร เพราะชีวิตคุณแม่ของผมทุกวันนี้ ขึ้นอยู่กับความทุกข์ความสุขของลูกทั้งสิ้น คุณแม่ของผมนั้นมีสุขภาพร่างกายที่ดีมากครับ เพราะคุณแม่ควบคุมทั้งเรื่องอาหารและการออกกำลังกาย เชื่อไหมครับว่าทุกวันนี้คุณแม่ผม ท่านวิ่งได้เร็วและไกลกว่าผมเสียอีก เช้าขึ้นมาตีห้าท่านก็ถึงสนามกีฬาจังหวัดชุมพรแล้วครับ ท่านจะวิ่งจ๊อกกิ้งรอบสนามฟุตบอลวันละ 10 รอบ ซึ่งก็ประมาณ 6 กม. แถมยังเดินต่ออีกหลายรอบ คุณแม่ผมมีอายุ 71 ปี แล้วนะครับ แต่สภาพจิตใจท่านนี่สิ หากว่าลูกทุกคนมีความสุขกายสบายใจดี ก็ดูท่านจะรื่นเริงบันเทิงใจ แต่เมื่อไหร่ที่มีข่าวคราวไม่ดีเกี่ยวกับลูกคนไหน ทำให้ท่านเครียดทำให้ท่านกลุ้มใจ ความดันโลหิตของท่านจะสูงขึ้นทันทึ ผมจึงห่วงคุณแม่มากเมื่อเกิดกรณีอุบัติเหตุของน้องโจขึ้น...

...ผมขับรถถึงชุมพรประมาณห้าโมงเย็นกว่าๆ ก็บึ่งตรงไปโรงพยาบาลทันที มีคุณแม่ โคล่า และญาติๆหลายคนรอเฝ้าอยู่แล้ว “โจ”นอนอยู่บนเตียงคนไข้ มีสายระโยงระยางเต็มไปหมด ที่ศีรษะมีผ้าพันแผลผ่าตัดก้อนใหญ่โปะอยู่ ที่หูก็ยังต้องอุดด้วยสำลี เพราะเลือดยังไม่หยุด คุณแม่ร้องไห้เข้ากอดผมเมื่อเห็นผมมา ผมก็กลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่หรอกครับ เห็นสภาพของน้องโจแล้วก็ให้สงสารเป็นอย่างยิ่ง “จูน”ภรรยาของโจก็เฝ้าอยู่ใกล้ๆเตียง ก็มีสภาพไม่ต่างกับคนอื่นๆ เห็นนัยน์ตาที่แดงก่ำแล้วก็รู้ว่า น่าจะผ่านการร้องไห้มาแล้วหลายยก...

...โจยังไม่รู้สึกตัว อาการโดยทั่วไปก็ยังทรงอยู่ คุณแม่บอกว่าให้ผมกลับไปบ้านอาบน้ำอาบท่าก่อน แล้วค่อยมานอนเฝ้าโจ ซึ่งเมื่อคืน “โคล่า”น้องคนรองของผมก็นอนเฝ้ามาแล้ว ผมก็กลับมาบ้านที่ “วังไผ่” อาบน้ำเสร็จแม่มาเคาะประตูถามว่า มีแกงขี้เหล็กอยู่ในหม้อ ทอดไข่เจียวแล้วกินกับข้าวเอาไหม ผมตอนว่าเอาทันที เพราะจะได้ไม่ต้องไปหาอะไรกินอีกที่โรงพยาบาล แต่กินข้าวไปยังไม่ทันหมดจาน “โคล่า”ก็โทรเข้ามาบอกว่าอาการโจเริ่มทรุดลง ความดันเริ่มต่ำผมก็เลยรีบวางช้อน ไปบอกแม่กับจูน จูนยังไม่ทันได้อาบน้ำก็ต้องแต่งตัวใหม่ พวกเรารีบบึ่งมาโรงพยาบาลชุมพร ด้วยหัวใจที่วังเวงอีกครั้ง...

...บรรยากาศของโรงพยาบาลช่วงนั้นมันน่าเศร้าอย่างบอกไม่ถูกครับ ฟ้ากำลังเริ่มมืดมีฝนเป็นละอองความเงียบปกคลุมไปทั่ว พื้นถนนที่จอดรถก็เฉอะแฉะไปด้วยน้ำ มีใบไม้กิ่งไม้ที่โดนฝนกระหน่ำเมื่อเย็นโปรยปรายไปทั่ว เหมือนในมิวสิกวิดีโอเพลงเศร้าๆยังไงยังงั้นเลยครับ พวกเราก้าวเท้ายาวๆมาที่ห้องพักคนไข้ที่น้องโจนอนอยู่ เครื่องวัดการเต้นของหัวใจขณะนั้นอยู่ที่ 120 กว่าๆ แต่อีกไม่กี่นาทีถัดมามันลดต่ำลงมาเรื่อยๆ แม่กับจูนนั้นร้องไห้นำไปแล้ว พร้อมกับไปกอดน้องแน่นบอกให้น้องไปเกิดในภพที่ดี ผมพูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวดอิติปิโสอยู่ในใจแล้วก็จับมือน้องแน่น นี่เป็นครั้งแรกที่ผมอยู่ใกล้ชิดระหว่างความเป็นกับความตายอย่างนี้ โดยเฉพาะความตายของคนที่เรารัก โจยังคงไม่รู้สึกอะไร แต่ตัวเลขที่แสดงบนเครื่องวัดอัตราเต้นของหัวใจลดต่ำลงมาเรื่อยๆ จนสิบนาทีผ่านไปมันก็หยุดนิ่ง ทั้งผมทั้งแม่, โคล่าแล้วก็จูนต่างก็ร้องไห้เกาะข้างเตียงโจกันอยู่ทั้งหมด แม่นั้นอาการหนักกว่าเพื่อนแทบจะยืนไม่อยู่ โคล่าต้องเข้าไปพยุงตัวไว้ แล้วบอกให้ผมเอาเก้าอี้ไปให้แม่นั่ง แม่พูดเหมือนคนเพ้อไปหลายอย่าง อย่างชนิดที่ว่าคุณแม่ผู้มีจิตใจเข้มแข็งคนเก่า ที่ผมเคยเห็นหายไปจนหมดสิ้น หัวใจท่านคงแตกสลายไปชั่วคราว แต่ก็ขอให้เป็นเพียงชั่วคราวเถิด แม้ผมจะรู้ว่าคุณแม่นั้นท่านรักลูกของท่านแค่ไหนเพียงไร แต่ผมก็ไม่เคยเห็นอารมณ์ ที่แทบจะเรียกได้ว่าคลุ้มคลั่งขนาดนี้ ท่านเฝ้าแต่ไปจูบศพน้องหน้าน้องมือน้อง แล้วก็พร่ำเพ้อแต่ให้น้องไปดี ขนาดว่าขณะที่ผมเขียนข้อความนี้ เมื่อนึกถึงบรรยากาศในตอนนั้นแล้ว น้ำตามันก็ยังอุตส่าห์ซึมออกมา...

            

... “โจโจ้”จากพวกเราไปในเวลา 19.22 นาที ของวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553 ฟ้าดินคงลงโทษพวกเราด้วยเรื่องอะไรสักอย่างหนึ่งแน่ เพราะว่าวันนี้เป็นวันคล้ายวันเกิดของคุณแม่ผมครบรอบ 71 ปีพอดี...!!!

...ที่จริงวันนี้จะต้องเป็นวันที่พวกเรามีความสุขกัน ลูกทุกคนที่อยู่ไกลก็จะโทรศัพท์ไปหาแม่ ไม่เว้นแม้แต่ “โจโจ้” ซึ่งอยู่กับแม่ แต่ก็จะไม่บอกแม่ต่อหน้าแต่จะโทรศัพท์มาบอกแม่ โจเขาเป็นคนขี้อายแล้วก็ไม่โรแมนติกครับ เป็นคนพูดหวานๆไม่ค่อยเป็น แต่ความจริงใจและความเป็นคนมีน้ำใจนั้นเหลือเฟือครับ ใครทุกข์ร้อนอะไรโจช่วยหมด แม้แต่ “แฟนต้า” น้องผม ถ้าเวลาต้องการสตางค์ เขามักจะโทรหาโจมากกว่าโทรหาผม แม้ว่าการโทรหาผมจะได้สตางค์เหมือนกันก็เถอะ แต่ผมจะซักไซ้ไล่เลียงมากกว่า ว่าเอาไปทำอะไรแล้วทำไมเงินถึงขาดมือ รวมถึงก็จะรายงานให้แม่ทราบด้วย ขณะที่โจไม่ถามอะไรน้องขอเท่าไหร่ก็ให้ กับแม่ก็ไม่บอกเพราะกลัวว่าแม่จะกลุ้มใจ แล้วก็ห่วงว่าน้องจะโดนแม่ว่า น้องแฟนต้าจึงชอบที่จะโทรขอสตางค์จากโจมากกว่า แต่วันนี้เป็นวันเกิดของแม่ เป็นวันพิเศษที่เราจะได้โทรศัพท์คุยกับแม่อย่างชื่นมื่น แล้วก็รับพรจากแม่ที่จะอวยพรให้พวกเราได้ดีมีความสุขทุกครั้ง แถมยังน่าจะเป็นวันเกิดที่ชื่นมื่นที่สุดในรอบหลายปีอีกด้วย เพราะว่า “โคล่า” น้องชายคนรองที่จากแม่ไปกว่ายี่สิบปี เพิ่งได้กลับมาอยู่กับแม่ได้ไม่กี่วัน...!!!

                   

...ก็ “โจโจ้” กับแม่นั่นแหละครับที่ไปรับ “โคล่า” มาจากจันทบุรี เพราะว่าโคล่าเขาแยกทางกันกับแฟนของเขา แฟนโคล่าที่แม่รับไม่ได้มาตั้งแต่โคล่ายังเรียนหนังสืออยู่ เรื่องอะไรอย่าให้เล่าเลยครับ มันจะกลายเป็นเรื่องสาวไส้ให้กากินเกินไป แต่เมื่อลูกชายจะกลับมาอยู่ด้วย คุณแม่ก็ดีใจเป็นหนักหนา ก่อนไปจันทน์คุณแม่กับโจยังแวะมานอนที่บ้านผมก่อนหนึ่งคืน ผมยังจับอารมณ์ความรู้สึกที่มีความสุขของคุณแม่ได้อยู่ ผมเองยังให้เงินคุณแม่ไปหนึ่งหมื่นบาท เป็นการทำบุญวันเกิดไปล่วงหน้า ท่านผู้ชมลองนึกดูว่าท่านจะมีความสุขสักขนาดไหน ที่ลูกคนหนึ่งซึ่งห่างหายไปกว่ายี่สิบปี จะกลับมาอยู่ด้วยแต่ใครจะคิดเล่าว่า เพียงไม่กี่วันความสุขนั้น จะกลับกลายเป็นความเศร้า อย่างกระทันหันได้ขนาดนี้ แม้กระทั่งผมในวันที่คุยกับ “โจ” ขณะที่มาพักที่บ้านผม เรายังพูดคุยกันสนุกสนาน เรายังช่วยกันคิดว่าจะหาอาชีพอะไรให้กับโคล่าดี เพราะที่ผ่านมาโคล่าทำงานอยู่แต่ในแวดวงศาสนา เป็น “ศิษยาภิบาล” ของศาสนาคริสต์นิกายโปแตสเตนท์ แต่เมื่อจะออกมาใช้ชีวิตสามัญ จึงจะต้องมาคิดกันว่างานประเภทไหน จึงจะเหมาะสมสำหรับโคล่า ผมไม่นึกเลยว่านั่นจะเป็นการพูดคุยกันครั้งสุดท้าย ในระหว่างพี่น้องของเรา...!!!

...คุณแม่ตกลงทำศพน้องที่บ้านของเราที่ชุมพร ตามประเพณีและวัฒนธรรมของคนต่างจังหวัดครับ ที่มักจะตั้งศพบำเพ็ญกุศลกันที่บ้านมากกว่าที่วัด กำหนดสวดพระอภิธรรม 7 คืน โดยเริ่มนับตั้งแต่คืนแรกวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน 2553 หลังจากนำศพน้องออกมาจากโรงพยาบาล ก็ไปนิมนต์พระมาสวดที่บ้านเลย การสวดพระอภิธรรมในต่างจังหวัด นิยมที่จะนิมนต์พระมาสวด 8 รูปครับ ไม่ใช่ 4 รูปอย่างในกรุงเทพฯ แต่ว่าจะสวดจบเดียว ไม่เหมือนกรุงเทพฯเช่นกันที่สวดถึง 4 จบ ส่วนการเลี้ยงอาหาร ที่ชุมพรบ้านผมจะเลี้ยงกันอย่างจริงๆจังๆ ตั้งโต๊ะกลมเลี้ยงกันเลยแหละครับ กับข้าวสี่ห้าอย่างตามแต่ฐานะของเจ้าภาพ แขกมาถึงก็ต้องต้อนกันไปกินข้าวก่อน ถ้าไปงานศพแถวปักษ์ใต้ แล้วเจ้าภาพเชิญให้กินข้าวต้องกินนะครับ กินมากกินน้อยก็ต้องกินอย่าได้เกรงใจ เพราะเขาจะถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เลี้ยงแขก กับข้าวส่วนใหญ่จะมีที่หลักๆอยู่ก็ เช่น น้ำพริกกะปิกับผักต้มจำพวก สะตอ ใบเหลียง แล้วก็แกงส้มแบบปักษ์ใต้ ปลาทะเลทอด คั่วกลิ้ง จำพวกต้มๆก็ต้องไก่หรือปลาต้มขมิ้น...

                   

...งานศพน้องโจแขกเยอะครับ วันหนึ่งไม่ต่ำกว่า 100 คน บางวันถึง 200 ด้วยซ้ำ ถ้าลำพังเพียงญาติมิตรคนรู้จัก แล้วก็เพื่อนๆของแม่ก็ไม่น่าแปลกใจหรอกครับ เพราะคุณแม่ท่านเพื่อนเยอะ แต่มีแขกจำนวนหนึ่งซึ่งไม่น้อยเลย ที่ทำให้ผมแปลกใจ คือลูกค้ำของโจที่โจเขาไปติดแอร์ให้นั่นแหละครับ เพียงเขาทราบข่าวก็มาร่วมงานศพกันมากมาย บางคนนำหรีดมามาแสดงความไว้อาลัยให้ด้วย ทำให้ผมอึ้งเพราะนึกไม่ถึงว่าเพียงการเป็นช่างแอร์เล็กๆคนหนึ่ง มีลูกน้องกระเตงๆกันไปทำงานอีกสองคน หน้าร้านก็ไม่มีไม่ได้สังกัดร้านขายแอร์ที่ไหนอีกด้วย ได้ลูกค้าจากการบอกกันปากต่อปากเพียงอย่างเดียว แต่โจกลับมีลูกค้ามากมายได้ขนาดนี้ เพียงความสัมพันธ์ฉันท์ลูกค้ากับช่างยังไม่เท่าไหร่ แต่นี่ดูเหมือนจะเป็นความสัมพันธ์ที่น่าจะเรียกได้ว่าเป็น “มิตรภาพ” มิตรภาพอันเกิดจากความไว้วางใจ ความพึงพอใจ ซึ่งทำให้ผมไม่เข้าใจว่าอะไรที่ทำให้น้องผม เข้าถึงจิตใจคนเหล่านี้ได้ถึงขนาดนี้...

                 

...ผมจึงลองพูดคุยสนทนาพาทีด้วย แทบทุกคนจะบอกเป็นเสียงเดียวกันว่า “เสียดาย” โจเป็นคนดีไว้วางใจได้ ทำงานสะอาดเรียบร้อย ค่าแรงไม่แพง แถมบางทีถ้าไม่เป็นอะไรมาก โจก็ซ่อมให้ฟรีด้วยซ้ำ ทั้งๆที่การไปซ่อมหรือติดตั้งแอร์แต่ละที่ จะต้องขับรถยนต์ไปไกลๆทั้งนั้น ผมเพิ่งถึงบางอ้อเมื่อคุยกับคุณลุงคนหนึ่ง เขาบอกว่าเขาไม่เคยติดแอร์เลย เพราะไม่อยากให้ใครเข้าไปในห้องนอนของเขา จนกระทั่งได้ยินใครๆเขาพูดถึงโจ ก็เลยทดลองให้โจไปติดตั้งแอร์ดู แล้วก็ชอบอกชอบใจ โจทำสะอาดเรียบร้อย ข้าวของแกไม่มีอะไรเสียหาย บุคคลิกของโจก็ดูซื่อสัตย์ไว้ใจได้ ไม่ต้องห่วงเรื่องทรัพย์สินมีค่าในห้องของแกว่าจะหาย จากนั้นแกก็จึงให้โจมาติดแอร์อีกสองตัว แล้วก็ให้มาล้างเป็นประจำ ชนิดที่ว่าไม่ยอมให้ช่างคนอื่นไปทำให้เลย ผมลองมานึกถึงตัวผมตอนที่ให้ช่างแอร์มาล้างแอร์ในห้อง ก็รู้สึกเหมือนกันว่ากังวลกับช่างแอร์ ว่าจะหยิบฉวยของอะไรของผมติดมือไปบ้างหรือเปล่า จนต้องเดินเข้าเดินออกคอยดูอยู่จนกว่าช่างจะล้างเสร็จ คุณลุงคนนี้คงจะเป็นกังวลมากกว่าผมหลายเท่า จึงมีอาการซีเรียสมาก ถึงขนาดไม่ยอมให้ใครเข้าห้องนอน...

                

….เรื่องความตั้งใจในการทำงาน อันนี้โจมีเหลือเฟือครับ ขนาดวันที่โจประสบอุบัติเหตุ ตกจากหลังคาบ้าน ลงมานอนสลบเลือดออกหูท่วมร่างขนาดนั้น พอฟื้นขึ้นมา “โอ๋” ลูกน้องโจเล่าให้ผมฟังว่า พี่โจยังสั่งงานต่อให้เขาทำงานให้เสร็จ แถมเมื่อรถพยาบาลมาโจก็ยังไม่ยอมขึ้นเตียงผ้าใบ บอกว่าเขาไม่เป็นอะไรมาก จะขอทำงานต่อทั้งๆที่ยังลุกไม่ขึ้น นอนเลือดท่วมตัวอยู่อย่างนั้น นี่แหละครับความตั้งใจในการทำงานของน้องผม...!!!

...อีกเรื่องหนึ่งก็คือความซื่อสัตย์ในการบริการ โจจะคิดราคาไม่แพงค่าติดตั้งแอร์เครื่องหนึ่งเพียง 2,000 บาท เท่านั้นเอง แถมถ้าลูกค้าให้โจซื้อเครื่องให้ ซึ่งปกติช่างจะได้ค่าส่วนต่างตรงนี้จากทางร้าน ซึ่งจะลดให้ช่างเป็นประจำเพื่อเรียกลูกค้า แต่โจก็กลับไม่เอาค่าส่วนต่างที่พึงได้นี้กลับไปลดให้ลูกค้า เอาเพียงแค่ค่าติดตั้งของตนเท่านั้น มิน่าละทำงานเป็นช่างแอร์มาตั้งสี่ห้าปี ลูกค้าบานเบอะ แต่เชื่อหรือไม่โจมีเงินติดบัญชีหลังจากตายไปเพียงเก้าพันกว่าบาทเท่านั้น...!!!

                  

...หลังจากสวดพระอภิธรรมศพครบ 7 วัน เราก็ฌาปนกิจศพ “โจ” ในวันอาทิตย์ที่ 13 มิถุนายน 2553 ที่เมรุวัด “เกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎ์” เมื่อเวลา 14.00 น. วัดซึ่งคุณปู่ของผมยกที่ดินถวายให้เป็นพัทธสีมา วัดเกาะแก้วจึงได้ชื่อต่อท้ายว่า “เกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎ์” แปลว่า “วัดเกาะแก้วที่ตระกูล “ดุษิยามี” เป็นผู้สร้าง”...!!!

...ในงานศพน้อง ผมได้แต่งบทกลอนที่ผมขอตั้งชื่อว่า “เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของช่างแอร์” อ่านให้กับผู้ที่เข้ามาร่วมงานฟัง เพื่ออุทิศให้กับ “โจโจ้” นายชฎิล ดุษิยามี สิริอายุรวม 46 ปี 9 เดือน น้องชายที่รักของผมตลอดไป มีใจความดังต่อไปนี้...!!!

เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของช่างแอร์

เป๊ปซี่โคล่าโจโจ้แฟนต้า

สี่กุมารเกิดมาเป็นลูกแม่

พ่อบัณฑูรแม่ราตรีโชคดีแท้

ต้นตระกูลเก่าแก่ “ดุษิยามี”

พ่อโชคร้ายตายเสียก่อนจะทันเห็น

ชีวิตลูกดำเนินเป็นตามวิถี

ที่เศร้าสุดก็ได้แก่แม่ราตรี

เสียสามีสุดที่รักไปก่อนควร

มาวันนี้เอาอีกแล้วชะตากรรม

หักเหนำความเศร้ามาผันผวน

เสียโจโจ้เจ้าเสน่ห์ช่างไม่ควร

ด้วยมาด่วนจากกันไม่ทันลา

อุบัติเหตุเกิดขึ้นในหน้าที่

เป็นช่างแอร์ฝีมือดีในแถวหน้า

เป็นมือวางอันดับหนึ่งของพารา

ถามใครใครเขาก็ว่าต้อง “โจโจ้”

ถ้าเรื่องแอร์ต้องคนนี้เป็นที่หนึ่ง

ลูกค้าติดตราตรึงคิวเป็นโหล

ถ้าเอาแอร์มาเรียงแถวยาวเป็นโล

ชื่อ “โจโจ้” รับรองจำขึ้นใจ

ทั้งเรียบร้อยน่ารักนิสัยดี

ทั้งซื่อตรงไม่มีมาเหลวไหล

แถมบางทีซ่อมฟรีถมเถไป

เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของช่างแอร์

แม้ไม่ได้เป็นตำรวจเป็นทหาร

มีหน้าที่การงานยิ่งใหญ่แท้

แต่ใครจะเชื่อว่าช่างแอร์

ก็ภูมิใจว่าแน่ได้เหมือนกัน

เพราะว่าเขาตายในหน้าที่

ตายอย่างมีศักดิ์ศรีที่มุ่งมั่น

ตายเพราะเห็นว่างานนั้นสำคัญ

สมควรปรบมือพลันให้น้องผม

น้ำตาหยดนี้พี่จะหลั่ง

ด้วยความรักที่คับคั่งจนทับถม

ขอให้น้องไปเกิดในชั้นพรหม

สิ้นลมแล้วเราคงจะได้พบกัน.

...เป๊ปซี่...

9 Jun 10

                  

            ...ผมกับแฟนต้านั่งพนมมือฟังพระสวดพระอภิธรรมหน้าศพทุกคืน...

                  

                           ...แขกผู้มาร่วมงานเยอะทุกคืนครับ...

                  

             ...พระคุณเจ้าที่นิมนต์มาสวดมาจากหลายวัดสลับกันไปครับ...

                   

                       ...พวงหรีดจากท่านนายกฯอบจ.ชุมพร...

                 

                

                 ..."ต้นตระกูลดุษิยามี" มอบหรีดไว้ให้ด้วยความอาลัยยิ่ง...

            

...ดวงวิญญาณของน้องจงรับรู้ว่าพวกเราพี่น้องและญาติมิตรล้วนเสียใจเป็นอย่างยิ่ง...

             

        ...โคล่าสลับกับผมกล่าวคำขอบคุณแขกผู้เกียรติที่มาฟังสวดแต่ละคืน...

              

  ...พวงหรีดจาก พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว พี่ชายลูกพี่ลูกน้องของผมและโจ...

             

             ...บ้าน "ดุษิยามี" ริมถนนชุมพร-ระนอง สถานที่ที่ใช้จัดงาน...

             

...ผมถ่ายภาพคู่กันกับ "บล็อกเกอร์รักบ้านเกิด" ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมรุ่นกับผมตั้งแต่ประถมศึกษา...

             

                      ...พวงหรีดจาก ส.ส.ชุมพร ส่งมาครบทุกคน...

              

        ...ตระกูลดุษิยามีถ่ายภาพร่วมกัน ยังไม่มีคุณนายหมู เพราะมาทีหลัง...

             

...มาแล้วครับคุณนายหมูเธอมาทีหลังกับพี่ฟ้าและแมวพี่สาวในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน...

             

...คณะนักเรียนจากโรงเรียนวัดดอนทรายแก้ว ซึ่งผมเคยเขียนลงบล็อกขอบริจาคเงินเพื่อซื้อเครื่องดนตรีไทยให้น้องๆ ก็มาช่วยบรรเลงดนตรีไทยให้กับงาน "โจโจ้" ด้วยสองวัน...

             

...ผม แม่ โคล่าและแฟนต้า ถ่ายภาพร่วมกันหน้าโลงศพ สี่คนพี่น้องเหลือเพียงสามแล้ว...

              

...บอร์ดกำหนดการงานศพ เนื่องจากไม่มีใครฝีมือดีพอที่จะเขียนกระดานดำ ก็เลยไปทำเป็นแบนเนอร์ซะเลย ที่ต้องแปะกระดาษนั้น เป็นเพราะว่ามีผู้มาขอร่วมเป็นเจ้าภาพในภายหลัง...

                   

             ...ไปดีเถอะน้องพี่ ทางนี้ไม่ต้องเป็นห่วง พี่จะดูแลแม่อย่างดี...

            

             ..."จูน" ภรรยาของโจในวันสุดท้ายก่อนจะนำร่างไปฌาปนกิจ...

            

                   ...พระคุณเจ้ามาทำพิธีชักศพสู่เมรุตามธรรมเนียม...

                  

         ...ภาพนี้ไม่ขอบรรยายท่านผู้ชมคงเห็นแววตาแห่งความอาลัยแล้ว...

            

                    ...เคลื่อนศพไปสู่เมรู "วัดเกาะแก้วดุษิยารังสฤษฎ์"...

                 

                                ...ตั้งศพน้องไว้บนเมรูแล้ว...

             

...พี่ฟ้าและจูน-ลูกสาว พาคุณนายหมูไปร่วมงานที่ชุมพรด้วย ในวันเสาร์ที่ 12 มิถุนายน...

             

                   ...ถวายผ้าสบงแก่พระภิกษุสงฆ์ที่มาร่วมสวดมาติกา...

             

                  ...พระสงฆ์ร่วมสวดมาติกาบังสุกุลก่อนทำพิธีฌาปนกิจ...

                   

                    ...คุณแม่ราตรีของผมในวันที่เศร้าโศกอย่างสุดๆ...

                   

...เจ้าอ๊อฟลูกชายผมก็ยอมมายืนตากแดดหัวแดงเพื่ออาอันเป็นที่รักของเขาด้วย...

            

...ผมอ่านชีวประวัติและบทกลอน "เกียรติยศอันยิ่งใหญ่ของช่างแอร์" ภายในงานฌาปนกิจศพ...

             

...พล.ต.ต.รณพงษ์ ทรายแก้ว ประธานในพิธี พี่ชายลูกของป้าของผม ทำพิธีทอดผ้าบังสุกุล...

                   

             ...แขกผู้มีเกียรติทยอยกันเดินขึ้นเมรุเพื่อร่วมพิธีฌาปนกิจศพ...

            

           ...ขอให้น้องไปเกิดในชั้นพรหม สิ้นลมแล้วเราคงจะได้พบกัน...!!!

   


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 46 (0)
อุต-ศิลป์02 วันที่ : 23/09/2010 เวลา : 16.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/industrialart02

สุดท้ายทุกคนก็ต้องมีวันนี้เหมือนกันค่ะพี่เป๊ปซี่



ความคิดเห็นที่ 45 (0)
เสดพีร์ วันที่ : 16/07/2010 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chao
*+* เพียงแวะเข้าไปทัก..เราก็แอบฮักคุณอยู่ ในใจ._/|\_.

ขอแสดงความเสียใจย้อนหลังด้วยนะครับ

3-4 ปีที่แล้ว น้องชายผมก็ไปสิ้นลมที่โรงพยาบาลชุมพร ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สมองไปจากบ้าน แต่ไปนอนรวมกันในห้องผู้ป่วยทั่วไปได้ 2 คืนก็จากไป ผมคิดไปว่าถ้าเขามีโอกาสดีๆ แบบที่คนกรุงเทพฯ มี ถ้ามารักษาที่ศิริราช ที่อุปกรณ์พร้อม หมอพร้อม เขาอาจจะยังอยู่ก็ได้

ถัดมาอีก ญาติลูกพี่ลูกน้องกัน ปวดท้องทรมานมานาน ไปตรวจที่วิรัชศิลป์ หมอบอกว่าเป็นโรคกระเพาะ แต่แกคิดว่าไม่น่าจะใช่ เลยขึ้นมาตรวจที่ศิริราช ปรากฏว่าเป็นมะเร็งระยะสุดท้ายในกระเพาะ

นี่เป็นความไม่เท่าเทียมกันทางสิทธิการรักษาและการเข้าถึงทางการแพทย์ของคนในต่างจังหวัดกับใน กทม. เพราะศิริราชขยายจนเต็มอาณาบริเวณ แต่โรงพยาบาลต่างจังหวัดยังขาดหมอขาดอุปกรณ์อีกเยอะเลย...ได้แค่บ่นครับ

ความคิดเห็นที่ 44 (0)
มะอึก วันที่ : 29/06/2010 เวลา : 12.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

บ่ายวันจันทร์ที่ผ่านมา...ที่บ้านกลางทุ่ง กาญจนบุรี
ผมเห็นเต็งพ้งนั่งอ่านเรื่องนี้.....

และ......น้ำตาไหลพรากแก้ม
.
.
ขอสารภาพกับคุณเป๊บซีตรง ๆ ว่า
ผมเข้ามาดูรูปเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว
และยังไม่กล้าจะอ่านอย่างละเอียด

ผมกลัวว่าน้ำตาจะพรากแก้มเหมือนเต็งพ้ง

แต่...ผมจะเข้ามานั่งอ่านเรื่องนี้อย่างละเอียดวันไหน
ผมไม่บอกท่านเป๊บซี่หรอกครับ
.

ความคิดเห็นที่ 43 (0)
มีนา วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 23.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mena
 ทุกก้าวย่างของชีวิตคือการเดินทาง ทุกเส้นทางบอกเรื่องราว

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะคุณเป๊ปซี่

และขอให้คุณโจโจ้ไปสู่สุคติค่ะ

ความคิดเห็นที่ 42 (0)
คุณนายหวี วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 22.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hello

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะคุณซี่ สงสารคุณแม่เหลือเกิน ยิ่งตอนที่คุณโจใกล้จะจากไปนั้น อ่านแล้วน้ำตาไหล ทุกคนในครอบครัวคงเหมือนหัวใจสลาย เหลือกัน 3 คนพี่น้องแล้วนะคะ

คุณซี่ทำใจให้สบายนะ ยังมีหน้าที่ต้องดูแลคุณนายหมูอีกคน คุณโจไปสู่สรวงสวรรค์สมกับเป็นคนดีของทุกคนแล้ว น้องเขาหลับสบายแล้วค่ะ

บอกคุณนายหมูด้วยว่า..คิดถึงนะคะ

ความคิดเห็นที่ 41 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 19.27 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ คุณเป๊ปซี่

การเสียชีวิตในหน้าที่เป็นเกียรติอย่างยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 40 (0)
ฅนสยาม วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 18.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khonsiam

สวัสดีครับ...

ขอแสดงความเสียใจต่อคุณแม่และทุกคนในครอบครัวคุณเป๊ปซี่ด้วยครับ..

(ขอบคุณที่ไปเยี่ยมครับ..ผม..๕๑ กว่าๆครับ..)

ความคิดเห็นที่ 39 (0)
มนต์เสียงเพลง วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 12.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/magicsoundsong

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งครับ คุณเป๊ปซี่ อ่านกลอนแล้วผมน้ำตาซึมเลยครับ...

ผมต้องหยุดฟังเพลง "แม่ยอดยาหยี" ที่เปิดค้างไว้... ขอให้สู่สุขคตินะน้องโจโจ้...

ความคิดเห็นที่ 38 (0)
khox วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khox
เค-ฮ๊อคซ์ : "เช่น นั้น เอง"

ขอแสดงความเสียใจ ด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 37 (0)
chiraporn วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 11.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chirapornn
ช่วยกันคิด วันละนิด จิตแจ่มใส                                                                                                             


มาเยี่ยมค่ะ..คุณเป๊ปซี่

ใครไม่เคยรู้และสัมผัสเรื่องแบบนี้จะไม่ซึ้ง..
น้ำตามาจากไหน ใครรู้บ้างหล่ะ ว่าเค้าเป็นคนดีที่หนึ่งเลย..ประทับใจทั้งหมดทั้งปวงที่เล่ามา..แอบร้องไห้อยู่หน้าบล็อกจ่ะ

อยากบอกว่า..ขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวคุณ พี่เป๊ปซี่ และให้กำลังใจคุณแม่ท่านมากๆ..นะคะ

ขอให้โจโจ้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 36 (0)
rukbankerd วันที่ : 24/06/2010 เวลา : 09.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/rukbankerd

แม้จะไม่ว่างเข้ามาเขียนบล็อค แต่ก็แวะมาแอบอ่าน ของเพื่อนๆอยู่บ่อยๆ
สำหรับน้องโจ..เหมือนที่เป๊บซี่บอกแหละครับ..
...ขอให้น้องไปเกิดในชั้นพรหม สิ้นลมแล้วเราคงจะได้พบกัน...!!!

ความคิดเห็นที่ 35 (0)
Mothemon วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 20.08 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Mothemon

เสียใจด้วยค่ะพี่เป๊ปซี่
ขอให้พี่โจโจ้ไปสู่สุคติในสัมปรายภพค่ะ

ความคิดเห็นที่ 34 (0)
โรงเรียนบ้านทุ่งคัวะ วันที่ : 23/06/2010 เวลา : 00.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thungkuaschool
เดิน-วิ่ง ไผ่โทนมินิฮาร์ฟมาราธอน # ๑๕ เสาร์ที่ ๕ มกราคม ๒๕๕๖..

เสียใจด้วยนะครับ...ขอให้ดวงวิญญาณของคุณโจโจ้..สู่สุขคติภพ..

ความคิดเห็นที่ 33 (0)
น้องจ๋า วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 18.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nongjar
อย่าแวะทักนะ....เดี๋ยวจะหลงรัก..น้องจ๋า

เสียใจด้วยค่ะ พี่เปปซี่

ช่วยดูแล คุณแม่ด้วยนะคะ

อ่านไป น้ำตาก็ไหลไป การจากเป็นเรื่องธรรมดาก็จริง
แต่ ยากที่จะทำใจ

ความคิดเห็นที่ 32 (0)
เพลงผ้า วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 15.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charothon
" เพลงผ้า ปรพากย์  " ฉันจะร่ายรินจินตนาให้สาสม

สวัสดีค่ะพี่เป็ปซี่

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 31 (0)
tuty วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 15.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/tuty

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่
อ่านไปเช็ดน้ำตาไป

ความคิดเห็นที่ 30 (0)
กนิษฐ์ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 14.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/kanis
แม้ร่างกายจะเหนื่อยล้า  แต่จิตวิญญาณยังแข็งแกร่ง


นิสขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่เป๊บซี่..

13 ธันวาคม 2551 นิสตกลงไปในหลุมที่ทางหลวงชนบทขุดขยายถนน หัวฟาดกับขอบปูน สลบไปมีเลือดออก..หมอศัลยกรรม รพ.ระยอง ให้นิสรอการผ่าตัด 6 ช.ม.เช่นกัน..เมื่อครบ 6 ช.ม. หมอก็ผ่าตัดให้..หัวใจนิสเต้นปกติ แต่ไม่ฟื้น จน 111 วัน ถึงได้ฟื้น..

หมอภูษิต..หมอที่ผ่าตัดให้นิส..เป็นห่วงสมองนิสมาก นัดตรวจสมองเป็นระยะเสมอ..1 เดือนครั้ง 3 เดือนครั้ง 5 เดือนครั้ง..15 พฤศจิกายน 2553 นี้หมอนัดตรวจอีก ครบ 2 ปี ทุกอย่างปกติดี หมอก็สบายใจ..

อืม..ปาฏิหารย์มีจริง เกิดขึ้นจริง..ด้วยพลังมากมายมหาศาลในโลก นิสคงยังต้องอยู่ในโลกนี้เพื่อชดใช้เจ้ากรรมนายเวร จึงรอดกลับมา..

ส่วนน้องโจหมดภาระหน้าที่ในโลกนี้แล้ว..ก็ถือว่าได้พักผ่อน ได้อยู่อย่างสงบสุขแท้จริงเสียที..

ขอให้มีกำลังใจ ขอให้เข้มแข็งต่อไปค่ะพี่เป๊บซี่..

ความคิดเห็นที่ 29 (0)
อะหนึ่ง วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 13.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mindhand
  อะหนึ่ง    คิ ด เ ขี ย น...พ อ สั ง เ ข ป  

ช่างแอร์ได้พักผ่อน
โจโจ้ สู่สุขคติในนิรันดร์

ด้วยอาลัยยิ่งครับ

ความคิดเห็นที่ 28 (0)
สุรศักดิ์ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 12.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/surasakc
เชิญอ่านบทความใหม่ "เกร็ดประวัติศาสตร์ 2475 !! (ตอนที่  9)"  [โดยเชิญคลิกลิงก์บรรทัดบนได้เลยครับ]

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งด้วยคนครับ
นี่ล่ะครับ เป็นเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ของช่างแอร์
ขอกุศลกรรมที่น้องชายได้ทำมา จงน้อมนำไปสู่สุคติภพ
ตามที่ปรารถนา

ในชั่วชีวิตคนเรา ก็จะต้องจากสิ่งที่เป็นที่รักที่ชอบด้วย
กันทั้งนั้น ทุกผู้ทุกคน ไม่เขาจากเราไป เราก็จากเขาไป
เป็นสัจธรรม ขอจงมีจิตใจที่เข้มแข็งทุกท่านครับ

ความคิดเห็นที่ 27 (0)
หมีปิศาจ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 11.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mee104
ขอบคุณสำหรับทุกความเห็น ช่วยแนะนำมือใหม่หัดเขียนด้วยครับ

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่
ทั้งที่วันนั้น ควรจะเป็นวันชื่นมื่นมากกว่า

ทำไม คนดีๆ แบบพี่ โจโจ้ ถึงต้องมาจากไปเร็วแบบนี้ด้วย

น้องอ๊อฟ ตัดผมสั้นแล้วดูหน้าเปลี่ยนไปเลยครับ
ดูหน้าอ้วนขึ้น แล้วดูเหมือนพี่เป๊ปซี่มากขึ้นล่ะครับ

ความคิดเห็นที่ 26 (0)
สอนสุพรรณ วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 11.21 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phaen


ขอแสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งครับพี่เป๊บซี่

ความคิดเห็นที่ 25 (0)
MT-PONG วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 10.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

ขอแสดงความเสียใจกับตระกูลดุษิยา ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 24 (0)
MT-PONG วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 10.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/NICHAKHAN
ห่างเพียงนิด ก็ คิดถึง เพราะไกล จึง คนึงหา

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 23 (0)
สิงห์มือซ้าย วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 09.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/SingMeuSai
ร้านพร สิงห์มือซ้ายwww.facebook.com/lefthandshop 

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะพี่เป๊ปซี่

ความคิดเห็นที่ 22 (0)
แฟนต้าน้ำแดง วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 08.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/fantajang
เพราะลูกๆ คือ ลมหายใจ

สวัสดีค่ะ

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 21 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 22/06/2010 เวลา : 07.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ได้รับเมล์แล้วคับ...เข้มแข็งนะพี่

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
market วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 21.06 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ
ขอให้ผู้ตายไปสู่สุคติค่ะ....

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
ปวิภา วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 19.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/pavipa
ปวิภา วัฒนวราสิน...@ บูชาคนดี...ไว้เชิดชู...แผ่นดินไทย @ 

...ด้วยความเคารพยิ่ง...

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 19.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

ขอแสดงความเสียใจต่อครอบครัว"ดุษิยามี"ครับ

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
จ่าจินต์ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/jawee
@..จ่าจินต์...ตำรวจบ้าบุญ..เล่ม 2...คลอดแล้วครับ..พิมพ์จำนวนจำกัด..@

อ่านไปร้องไห้ไป..
ขอให้คุณแม่ราตรีเข้มแข็งนะครับผม..
พี่เป๊ปซี่และคุณนายหมูด้วย..ครับ..
จ่าจินต์...

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
มะยง วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 18.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paphat
นานนานมาที ตามเรื่องตามราว

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะคุณเป๊ปซี่
.
ขอให้คุณโจโจ้ไปสู่สุขคติค่ะ
.

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
bon09 วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 16.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/krasean

ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ
ไม่มีใครรู้ว่าใครจะหมดกรรมก่อนกัน





ฟังเพลงคลายเครียดที่
http://www.onehitwondercenter.com/

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 15.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
“ดุษิยามี” เหมือนนามสกุล อ.ยุพิน อดีต"ครูใหญ่"โรงเรียนสภาราชินี จ.ตรัง(ตอนนั้นยังไม่เรียกตำแหน่งผอ.)

โจโจ้..ได้พักแล้วครับคุณเป๊บซี่

ฝากระลึกถึงคุณหมูด้วย หน้าตาแจ่มใสสดชื่นมากครับ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 15.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับพี่เป๊ปซี่
ผมเชื่อว่าหลังมรสุมแล้ว ฟ้าจะสดใสครับ

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สาวโรงงาน วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 14.50 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mootong

อ่านไปก็ร้องไห้ตาม หัวใจของคนเป็นแม่ แตกสลายจริง ๆ แต่กำลังใจจากลูก ๆ จะเป็นยาชั้นหนึ่งให้แม่

ขอแสดงความเสียใจด้วย....

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
เพลงกระบี่ฯ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 14.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/plaengkrabi
http://www.oknation.net/blog/krabinoi   **BE GENTLE WITH THE EARTH**

ขอแสดงความอาลัยและเสียใจกับการจากไปของคุณโจโจ้ด้วยคะ

อ่านไปน้ำตาไหลไป..เมื่อนานมาแล้วพี่ชายก็เคยจากไปด้วยอาการเดียวกัน

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนโทใส่น้ำ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 14.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/konto
It's not where you start. It's where you finish.

ขอแสดงความเสียใจกับพี่เป๊ปซี่ด้วยครับ

ดูเหมือนเรื่องร้ายๆ ทะยอยเข้ามา ขอเป็นกำลังใจให้และหวังว่าเรื่องดีๆ จะมีเข้ามามากขึ้นๆ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ป้ารุ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/paaru

ป้ารุขอแสดงความเสียใจกับครอบครัวค่ะ
เป็นกำลังใจนะคะคุณเป๊บซี่

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
redribbons07 วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 14.17 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/redribbons07

ขอแสดงความเสียใจกับพี่เป๊บซี่และครอบครัวที่ต้องสูญ

เสียน้อง โจโจ้ อันเป็นสุดที่รักไปค่ะ




.

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
วิตามินบี วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/babymind
VitaMin B @ OK Nature  Save Nature Save Life  

บีขอแสดงความเสียใจด้วยนะคะ

คนที่น่าสงสารที่สุดก็คือ คุณแม่
เพราะตอนพี่สาวบีเสียไป
แม่ของบีก็เศร้าสร้อยไม่พูดไม่จา
แล้วไม่ยอมไปงานศพเลย

ขอให้คุณแม่สุขภาพแข็งแรง
และผ่านเหตุการณ์นี้ไปได้ด้วยความเข้มแข็ง
เพราะยังมีพี่เป๊ปซี่และลูกชายอีก2คนที่เป็นกำลังใจ
ให้กับคุณแม่

พี่เป๊ปซี่ดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ
นับจากนี้ไปขอให้ได้พบแต่สิ่งดีๆ เรื่องดีๆ
และขออย่าให้มีเรื่องเศร้าๆเกิดขึ้นกับพี่อีกเลย
บีสงสารพี่อ่ะ ไม่รู้จะพูดยังไงถูก
อ่านไป ก็ร้องไห้ตาม

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
moonlight วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangjan
 <º))))>< ใต้ฝันสีทองของ แสงจันทร์  ><((((º>  เรียงคำ...ลำนำเพลง 

ไล่อ่านตามทุกตัวอักษร ไม่รู้เราน้ำตาไหลแต่เมื่อไหร่
รับรู้ถึงความโศกอาลัย ของญาติๆโดยเฉพาะ คุณแม่ พี่ชาย น้องชาย ภรรยาและลูก
ข้อความที่เขียน กลอนที่เขียน บอกถึงความผูกพันที่มีต่อกันอย่างสุดซึ้ง
แต่มันคงไม่เท่าครึ่งความอาดูรอาลัยของใจของผู้เป็นพี่ที่ต้องสูญเสียน้องชายไป

ขอแสดงความเสียใจกับคุณแม่ คุณเป๊บซี่ น้องๆ ภรรยาและบุตร
ในการจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ของช่างแอร์โจโจ้ ด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
feng_shui วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

ขอร่วมแสดงความเสียใจด้วยค่ะ



.

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
sako วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sakata
Sako

ขอแสดงความเสียใจ ด้วยนะครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เตาะแตะ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toddle
ไม่ได้มีปลาตัวเดียวในทะเล...Yah.

ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
ฝากกำลังใจให้คุณแม่ด้วยครับ
.
.

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.22 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

เสียใจด้วยคับพี่ซี่

ไม่ทราบข่าวเลยคับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ซำมะแจะ วันที่ : 21/06/2010 เวลา : 13.16 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/keepitup

ขอแสดงความเสียใจนำค่ะญาอ้าย

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน