*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 914499
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< กุมภาพันธ์ 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 4875 , 20:35:30 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน น้ำทะเล , BlueHill และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

เที่ยวเมืองเหนือ

ตอน เตรียมข้าวเตรียมของท่องเมืองเหนือ

                   

...ผมตั้งใจว่าจะไปเที่ยวเหนือ มาตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ปี 54 แล้ว ตอนนั้นอาศัยว่าหลานชายผมที่ลำพูนจะแต่งงาน ก็เลยกะไว้ว่าจะขึ้นไปงานหลานด้วย แล้วก็อาศัยเที่ยวไปด้วยในตัว อย่างหนึ่งก็อยากจะทดลองสภาพร่างกายของผมกับคุณนายหมูดูว่า จะเหนื่อยไหม จะไหวไหมกับการขับรถตะลอนๆกันไปสองคน อีกอย่างหนึ่งก็อยากจะพาคุณนายหมูเธอไปเที่ยวเปิดหูเปิดตา ตามสถานที่ต่างๆ อันมีงาน “พืชสวนโลก 54” เป็นไฮไลท์ ซึ่งเรื่องเที่ยวนี้นับว่าเป็นเรื่องที่ทั้งผมและคุณนายหมูชอบตรงกันในจำนวนไม่กี่เรื่อง...555

...แต่ว่าแผนการท่องเที่ยวในครั้งนั้น ก็ต้องล่มสลายลงเพราะปฏิบัติการ “เอาอยู่” ของท่านผู้นำคนสวยของประเทศไทย ผมต้องหนีน้ำไปตั้งหลักอยู่ที่ “บางปะกง” แทนที่จะได้ไปปฏิบัติตามโครงการ “คู่เลิฟตะลอนทัวร์” อย่างที่วางแผนไว้...แต่ก็ไม่เป็นไรน้ำไปแล้ว แผนใหม่ก็มา ผมตั้งโปรแกรมเอาไว้ด้วยการยึดเอาวันเกิดคุณนายหวีเป็นที่ตั้งก่อน คือวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 55 ซึ่งตรงกับวันเสาร์เสียด้วย เหมาะเจาะพอดี วันเสาร์ออกแต่เช้าไป “ลำปาง” แฮปปี้เบิร์ธเดย์คุณนายหวี แล้วก็ไปกินกาแฟร้าน “โก๋กาแฟ” ที่ผมสั่งซื้อเมล็ดกาแฟของที่นี่ผ่านทางเนตอยู่เป็นประจำ นั่งรถม้ารอบเมือง ชมสาวลำปางที่ลือเลื่องว่างามนักหนา พอสุขสมอุรา ก็ขับเดอะคาร์ไปเชียงใหม่ ถึงเชียงใหม่จะไปนอนที่ไหนดี ว่าแล้วก็กระวีกระวาดตรวจหาโรงแรมที่พักทางอินเตอร์เนต โดยมุ่งไปที่เว็บไซด์ของ “Ensogo” ก่อน เพราะว่าผมเป็นสมาชิกอยู่ และก็ได้ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าและบริการผ่านทางเว็บไซด์นี้หลายหนแล้ว ก็เห็นว่าราคาจะถูกกว่าชาวบ้านเขาอยู่มาก แล้วก็โป๊ะเชะกับ “โรงแรมคุ้มพญารีสอร์ท แอนด์สปา” ที่กำลังมาขายที่พักผ่านเว็บไซด์อยู่พอดี ดูรูปจากทางโรงแรมแล้วก็เห็นว่าสวยดี เป็นโรงแรมสไตล์บูติคแบบล้านนา อยู่ในเครือเซ็นทาราของกลุ่มเซ็นทรัลด้วย คงจะรับประกันเรื่องการบริการได้ ราคาก็ถูกมากเพียง “2,900 บาท” ต่อคืนต่อสองคนเท่านั้น แถมอาหารเช้าให้ตามปกติ แต่ที่พิเศษคือมีตั๋วเข้าชม “งานพืชสวนโลก 54” ให้ด้วยสองใบ เข้าล็อคพอดีเลยขอรับครับกระผม แต่เดี๋ยวก่อนอย่างเพิ่งใจเร็วด่วนได้ แม้ราคาหน้าม่านจะบอกไว้ว่า “2,900 บาท” จากราคาเต็ม “9,400 บาท” ลดลงมาอย่างมโหฬารบานตะเข้แล้วก็ตาม เราก็ควรจะต้องตรวจสอบราคาจากทางที่อื่นก่อน ว่าแล้วผมก็ Search หาราคาของโรงแรมแห่งนี้ผ่านทางเว็บไซด์อื่นๆ เช่นว่า Agoda เป็นต้น ก็ปรากฏว่าถูกที่สุดแล้วก็ยังคืนละ 4,500 บาทอยู่ดี ไปหาอ่านรีวิวเอาตามเว็บไซด์ต่างๆ ส่วนใหญ่ผู้ที่ไปเที่ยวพักก็มักจะชมเสียมากกว่าตำหนิ กลับมาอ่านเงื่อนไขการสั่งซื้อคูปองผ่าน Ensogo อีกรอบว่ามีอะไรติดขัดบ้างเช่นว่า วันหยุด วันนักขัตฤกษ์ มีเงื่อนไขห้ามจองหรือไม่ เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรเป็นอุปสรรค อย่างนี้ก็โอเคเลย ควักบัตรเครดิตออกมาแล้วก็เตรียมตัวกรอกข้อมูลทำใบสั่งซื้อ ผ่านทาง Ensogo เรียบร้อย เมื่อได้คำยืนยันของทางเว็บไซด์ผ่านมาทางอีเมล์ของผม ผมก็สั่งปริ๊นท์คูปองออกมาเก็บไว้ แล้วก็โทรศัพท์ไปสั่งจอง 1 ห้อง 1 คืน กับทางโรงแรม โดยบอกไปเรียบร้อยว่าเราจะใช้คูปองที่ซื้อผ่านทาง Ensogo ก็ได้ยินเสียงพนักงานตอบรับที่ปลายสาย พูดด้วยน้ำเสียงต้อนรับอย่างยินดีว่า ได้ทำการจองห้องให้เราไว้เรียบร้อยแล้ว และยินดีต้อนรับเราทั้งสองคนสู่ “คุ้มพญารีสอร์ท แอนด์สปา เชียงใหม่” ในวันที่ 12 กุมภาพันธ์ 55 แต่ก็ไม่ลืมสำทับว่า “อย่าลืมนำคูปองมาแสดงด้วยนะคะ”...ไม่ลืมทีเดียวเชียวครับ...555

                  

...หน้าตาเป็นอย่างนี้แหละครับ ร้านผัดไทยปากบาง (สูตรเดิม) แม้ว่าร้านจะดูชาวบัน แต่รสชาตินั้น "สุโค่ย" ครับ...

...สำเร็จไปสองวันสองที่ วันที่ 11 ลำปาง อ้อ!! หลังจากจองโรงแรมคุ้มพญาได้แล้ว ผมก็โทรหาคุณนายหวีทันที รบกวนให้เธอช่วยจองโรงแรมที่ลำปางให้ด้วย และเพื่อให้เธอได้สะดวกใจที่จะจองผมก็บอกไปว่า ผมไม่สเปคชนิด สภาพ และราคาใดๆทั้งสิ้น จะถูกจะแพงจะแดงจะเหลืองได้ทั้งหมด ซึ่งเธอก็ได้จัดการจอง “โรงแรมลำปางเวียงทอง” ไว้ให้ผมเป็นอย่างดี แต่ก็มิวายกลัวผมไม่ไปต้องโทรมาถามเสียอีกสองหนว่าผมไปแน่ไหม...555

...วันที่ 12 ก็นอน “คุ้มพญา” เชียงใหม่ วันที่ 13 ตื่นขึ้นมาเที่ยว “พืชสวนโลก” ตอนเย็นกะว่าจะมานอน “ลำพูน” เพื่อเยี่ยมเยียน “พี่ชมพู + พี่ใหญ่” พี่สาวและพี่ชายของผม คิดได้ดั่งนั้นก็ต้องโทรศัพท์อีกที พี่ชมพูที่แสนดีของผมก็รับสายหลังจากที่เพลงรอสายของพี่เขาดังว่า “...วิมานนี้...สี...ชม...พู..” พอดี...!!!

...พี่ชมพู รับปากผมด้วยความดีใจว่าจะจองห้องให้ที่ “ลำพูน” นัดแนะกันเรียบร้อย หลังจากนั้นไม่กี่วันผ่านมา วันที่ 13 มกราคม 55 พี่เขาก็โทรมาหาผมว่า “เป๊ปซี่...น้องจะมาวันนี้ใช่ไหม...???” ผมต้องรีบบอกกลับไปว่า “ไม่ใช่ครับพี่...วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ครับไม่ใช่วันนี้” ได้ยินเสียงพี่ชมพูละล่ำละลักอยู่ปลายสายว่า “อ้าว...เหรอ...งั้นเดี๋ยวพี่ไปจองโรงแรมให้ใหม่” ว่าแล้วพี่เขาก็รีบวางสายไป...เฮ้อ...!!! ผมนี่บาปเสียแล้วที่ไปรบกวนหน่วยความจำของพี่เขาจนทำให้สมองสั่งการสับสน...555

                

...เดี๋ยวนี้มีนักท่องเที่ยวแวะเข้ามาทานกันเริ่มจะเยอะแล้วครับ ใกล้จะดังแล้ว...

...วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 55 วันวาเลนไทน์ เมื่อ 13 นอนลำพูนแล้ว 14 จะนอนไหนได้ต้อง “บ้านสวนนอนม่วน” ของ “แม่เลี้ยงกุ้ง อบเพลิง” คนสวยที่เดียวเท่านั้น...รีสอร์ทของเธออยู่ที่ “ป่าซาง...ดินแดนสวรรค์นี้ช่างมีมนต์...ใครได้มาเยือนยากที่จะเลือนลืมได้สักหน”...เหมือนในเพลง “มนต์รักป่าซาง” ของคุณครู “สุรพล สมบัติเจริญ” นี่แหละ...ป่าซาง อยู่ห่างลำพูนเพียงแค่ สิบกว่ากิโลเองครับ...ฉะนั้น เที่ยวลำพูนหรือเที่ยวป่าซาง ก็สามารถไปเที่ยวด้วยกันได้...ดีเหมือนกันมาลำพูนก็หลายหนแล้ว แต่ยังไม่เคยเที่ยวลำพูนแบบจริงๆจังๆสักที คราวนี้จะวานให้ “แม่เลี้ยงกุ้ง”เป็นไกด์พาไปเที่ยวเสียให้เข็ด... แต่คราวนี้ผมไม่โทรแล้ว แต่ผมไปโพสบอกเธอผ่านเฟซบุ๊คไว้เรียบร้อยว่าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 55 ผมจะแวะไปพักที่รีสอร์ทของเธอ ช่วยจองห้องให้ผมด้วย ซึ่งเธอก็ใจดีเหลือหลายทั้งโพสกลับมาและทั้งโทรกลับมายืนยันว่า “จัดการให้แล้วเจ้าค่ะ” !!!...เป็นอันว่าแผนการเดินทางท่องเที่ยวของผมเรียบร้อย ลำดับต่อไปก็คือผมก็ต้องไปยื่นใบลาพักร้อนกับหัวหน้า ซึ่งก็ไม่มีปัญหาอนุมัติให้เรียบร้อยภายในไม่กี่วัน...แต่ที่มีปัญหาก็คือ “คุณนายหมู” ของผมนี่แหละที่ผมยังไม่ได้บอกเธอ และยังบอกเธอไม่ได้ เพราะว่าไม่งั้นเธอจะถามผมอยู่ทั้งเดือนว่า... “ที่พี่บอกจะพาหมูไปเที่ยว ไปเมื่อไหร่นะ” ดีไม่ดีกลางค่ำกลางคืนเดี๋ยวเธอก็จะลุกขึ้นมาจัดเสื้อผ้าใส่กระเป๋ากลางดึก เพราะคิดว่าตอนเช้าจะเป็นวันที่จะไปเที่ยวแล้ว ผมขี้เกียจจะต้องตอบคำถามเธอทั้งเดือน ฉะนั้น การบอกคุณนายหมูคือแผนการลำดับสุดท้ายของท้ายสุด เมื่อใกล้ๆวันจะไปแล้วโน่นแหละ...!!!

...ในคืนวันศุกร์ที่ 10 กุมภาพันธ์ 55 ผมต้องตั้งสมาธิเตรียมการจัดของใส่รถเอาไว้แต่เนิ่นๆ โดยไล่ไปตั้งแต่ของที่จำเป็นที่สุดอย่างเรื่อง ยาประจำตัวทั้งของผมและของเธอก่อน ที่ต้องระวังเป็นอย่างยิ่งก็คือ “ยา Minirin สำหรับพ่นจมูก” ของคุณนายหมูเธอ ซึ่งเป็นยาที่เปราะบางมาก เพราะต้องแช่เย็นไว้ตลอด ผมก็ต้องเอากระติกน้ำแข็งมาแช่ยาเอาไว้  จากนั้นก็ไล่ไปเรื่องรถเข็นของเธอที่ต้องเอาใส่ท้ายรถไปด้วย เพราะเล็งแล้วว่าในงาน “พืชสวนโลก” นั้น พื้นที่จะกว้างขวางมากเธอเดินไม่ไหวแน่ สำหรับเสื้อผ้าของเธอผมก็ปล่อยให้เธอเลือกของเธอเอง โดยบอกไปว่าเราจะไปค้าง 4 คืน ให้เธอเลือกเอาไว้ 4 ชุด แล้วก็ชุดนอนต่างหากอีก 1 ชุด แล้วเดี๋ยวผมจะจัดใส่กระเป๋าเอง แต่ปรากฏว่าเธอเลือกมาให้ผมถึง 11 ชุด ผมต้องมาต่อรอง ขอเอาไปแค่ 5 ชุด เผื่อเหลือเผื่อขาดให้เธอไว้ 1 ชุด แต่กว่าเธอจะยอมก็ต้องโอ้โลมปฏิโลมกันไปพักหนึ่ง...555

                 

...ที่ลืมไม่ได้ก็ขนมเปี๊ยะปากบาง "โชวเม่งเฮง" นี่แหละครับ อร่อยแน่นอน...

...ผมตั้งนาฬิกาปลุกไว้ตีห้ากะไว้ว่าแปรงฟัน อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้าอะไรเสร็จก็จะออกก่อนหกโมงเช้า ผมจัดการธุระส่วนตัวเสร็จแล้วก็ไปปลุกเธอ คุณนายหมูงัวเงียขึ้นมา ทำหน้าตาสงสัยว่าสามีปลุกทำไมแต่มืด แต่พอผมบอกเธอว่าวันนี้ไงที่เราจะไปเที่ยวเชียงใหม่กัน เท่านั้นแหละเธอก็ลุกขึ้นมาจากที่นอนได้ด้วย “ท่าสแนตซ์” ทั้งๆที่ปกติเธอจะใช้ “ท่าคลีนแอนด์เจิร์ก” ...555

...ผมขับรถออกจากบ้านเป็นเวลา หกโมงเก้านาทีพอดี ออกจากบางบัวทองเข้าถนนกาญจนาภิเษกแล้วก็เลี้ยวเข้าวงแหวนตะวันตก เส้นบางปะอิน-อยุธยา  จากนั้นก็เลี้ยวซ้ายเข้าเส้นอยุธยา-บางปะหัน ไปออกสายเอเชียเอาช่วงอยุธยา-อ่างทอง คุณนายหมูเธอก็หลับๆตื่นๆมาตลอด ตื่นทีก็ถามทีว่าเราจะไปไหนกัน ไปกี่วัน มีใครบ้าง แล้วคืนนี้เราจะนอนที่ไหน เราไปงานอะไร เมื่อไหร่กลับ ตอนนี้กี่โมงแล้ว แล้วเราจะกินอะไรที่ไหนดี โอ๊ย...!!! สารพัดจะถามวนไปวนมาอยู่นี่แหละครับ จนเข้าสิงห์บุรีฟ้าสว่างพอดี กวาดสายตามองไปข้างทางว่ามีร้านอะไรน่าสนใจ ที่จะแวะรับประทานอาหารได้บ้าง ลังเลไปลังเลมาก็หลายร้าน สุดท้ายก็จบลงที่เดิมที่เคยแวะมาทานบ่อยๆก็คือ “ผัดไทยปากบาง” ที่ตลาดปากบางสิงห์บุรี ร้านนี้เป็นร้านเก่าแก่ แล้วก็ยังบริหารงานอยู่ในแบบชาวบ้านแท้ๆ โดยสังเกตได้จากทั้งเจ้าของร้านและแม่ครัว ยังใส่ผ้าถุงทำอาหารอยู่เลยครับ...555  นอกจากผัดไทยแล้วร้านนี้ยังขายก๋วยเตี๋ยวอีกด้วย ผมชอบทั้งก๋วยเตี๋ยวและผัดไทยแหละครับ เพราะรู้สึกได้ว่าทานแล้วอร่อยแบบรสชาติกลมกล่อม ไม่จี๊ดจ๊าดเหมือนที่อื่น แต่ที่สำคัญมีความรู้สึกที่ดีที่ได้อุดหนุนกิจการของชุมชน ซึ่งเป็นชาวบ้านแท้ๆ หลังจากที่ต้องไปอุดหนุนกิจการร้านอาหารแฟรนไชส์ตามศูนย์การค้าจนเขารวยเอาๆ ผมสังเกตเห็นว่าวันนี้มีนักท่องเที่ยวขับรถเข้ามาอุกหนุนมากขึ้นกว่าเดิมมาก ต่างจากเมื่อก่อนที่ผมเคยแวะมาที่แทบจะไม่มีลูกค้าต่างถิ่นเข้ามาทานมากนัก โดยเฉพาะในเวลาเช้าๆอย่างนี้ ตีความได้ว่าคงจะมีการบอกกันไปปากต่อปากมากขึ้น ยิ่งในยุคโซเชียลมีเดียอย่างนี้ มีการเขียน มีการโพส มีการรีวิวกันมาก ก็คงจะทำให้มีผู้ที่รู้จักมากขึ้น ไม่แน่ต่อไปข้างหน้าอาจจะมีการขายแฟรนไชส์ “ผัดไทยปากบาง” ไปออกร้านอยู่ตามศูนย์การค้าทั่วไปก็ได้...!!!

                 

...มีรูปวัวพันธุ์มาวางไว้หน้าร้าน "ตากบีฟ สเต๊ก" ด้วยครับ แต่ทำไมไม่ทำเป็นหุ่นเลยก็ไม่รู้ หรือว่างบน้อย...

...มาปากบางแล้ว กินผัดไทยแล้ว ก็ต้องซื้อ “ขนมเปี๊ยะปากบาง” ด้วย ขนมเปี๊ยะที่นี่อร่อยจริงๆครับท่านผู้ชม โดยเฉพาะขนมเปี๊ยะเจ้าเก่าของร้าน “โซวเม่งเฮง” ผมผ่านมาทีไรก็ต้องแวะซื้อ ทั้งซื้อฝากและซื้อกินเองไม่เคยขาดครับ ครั้งนี้ก็เช่นกันผมซื้อไว้ 4 กล่อง สำหรับฝาก “คุณนายหวี”, “คุณปุ๊ก+คุณกี้ ร้านโก๋กาแฟ”, “พี่ชมพู+พี่ใหญ่” และ “กุ้ง อบเพลิง” โดยซื้อไส้ฟักไข่และไส้ทุเรียนไข่ไปอย่างละสองกล่อง  แต่ใครจะได้ไส้อะไรกันไปบ้างนั่นผมก็ไม่รู้หรอกครับ เพราะไปถึงก็หยิบใส่ถุงส่งให้เลยไม่ได้เลือกว่าจะเอาไส้อะไรให้ใคร อร่อยกันบ้างหรือเปล่าก็ไม่รู้ครับ...555

...กินก๋วยเตี๋ยว + ผัดไทยกันเสร็จ ก็ต้องกินยาตามหมอสั่งกันทั้งสามีภรรยา ของคุณนายหมูนั้นมีพิเศษตรงต้องใช้ยา “พ่นจมูก” กันเธอปัสสาวะบ่อยด้วย อีตอนพ่นยาให้เธอนั้น ใครต่อใครที่เดินผ่านไปผ่านมา จะแอบคิดไปหรือเปล่าว่า ไอ้สองผัวเมียคู่นี้มันทำอะไรกันหนอ ตาผัวให้เมียเช็ดรูจมูกด้วยก้านสำลี แล้วก็เดินไปหยิบกระติกน้ำแข็งท้ายรถ เอาขวดยาสีชาๆออกมาตวงใส่หลอดพลาสติกเล็กๆ แล้วก็เป่าพรวดเข้าไปในรูจมูกอียายเมีย ฤๅว่ามันจะเล่นยากัน คงไม่มั่งมันจะเล่นยาเสพติดกันโจ่งแจ้งอย่างนี้เลยหรือ...555...ผมก็ไม่รู้ว่าใครจะคิดอย่างไรหรอกครับ แต่ก็แอบคิดว่าอาจจะมีคนคิดอย่างนี้บ้างก็ได้ เวลาพ่นยาจมูกคุณนายหมู ผมจึงมักจะทำในที่โล่งแจ้งที่คนเยอะๆ เผื่อว่าความสงสัยอยู่ในใจอันนั้นจะไม่ได้คิดไปในทางที่ร้าย...

...ขับรถไปกันต่อจนถึงนครสวรรค์ ทีแรกผมกะไว้ว่าจะไปทางอ้อมเมือง แต่แล้วก็ขับผ่านทางที่จะเลี้ยวซ้ายเข้าเส้นบายพาสไปตอนไหนก็ไม่รู้ มารู้สึกตัวอีกทีก็ตอนที่จะข้ามสะพานเดชาติวงศ์แล้ว โชคดีที่รถยังไม่มากจนทำให้การจราจรติดขัด อาจจะเป็นเพราะยังเช้าอยู่ก็ได้ พูดถึง “สะพานเดชาติวงศ์” แล้วก็อดคิดถึงท่านผู้สร้างไม่ได้นั่นก็คือ “พันตรี หม่อมหลวงกรี เดชาติวงศ์” ที่ผมคิดถึงก็เพราะว่า เคยได้อ่านประวัติของท่าน และประทับใจในความซื่อสัตย์ในการทำงานของท่าน ท่านผู้ชมเชื่อไหมครับว่า ท่านนี้เคยเป็นอธิบดีกรมทางหลวงมาก่อน เป็นปลัดกระทรวงอุตสาหกรรมมาด้วย แถมยังเป็นรัฐมนตรีมาอีกหลายสมัยหลายกระทรวง แต่ในวันที่ท่านถึงแก่อนิจกรรม อันเป็นอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่ท่านได้ไปตรวจเส้นทางรถไฟสายสะพานกาญจนบุรี แล้วตกลงเหวเสียชีวิตทันที เรื่องไม่น่าเชื่อก็คือว่าได้มีการตรวจสอบทรัพย์สินของท่าน ปรากฏว่าท่านแทบจะไม่มีทรัพย์สินเหลืออยู่เลย จนแม้กระทั่งงานศพที่จัดขึ้นก็ยังต้องมีผู้อุปการะมาจัดให้ ถ้าเป็นอย่างสมัยนี้หรือ ผมไม่อยากจะพูดถึงบ้านของท่านปลัดกระทรวงๆหนึ่งเลย ท่านผู้ชมก็คงจะรู้...!!!

                

...ตากบีฟ สเต๊กเฮาส์ ร้านนี้แหละครับมื้อเที่ยงของผม สเต๊กอร่อยครับแต่ราคาแพงไปหน่อย...

...ถึงกำแพงเพชร คุณนายหมูของผมก็เริ่มถามว่า “เราจะกินอะไรดี?” แต่พอผมถามกลับไปว่าหิวแล้วหรือ เธอก็บอกว่าเปล่าถามดูเฉยๆ แต่ที่จริงแล้วเธอเริ่มหิวแล้วแหละครับ เพียงแต่ว่ากำแพงเพชร ไม่ค่อยจะมีร้านมีปั๊มใหญ่ๆให้น่าแวะ จะมีก็แต่ที่สลกบาตร แต่ว่าปั๊มมันจะอยู่ขาล่องกลับกรุงเทพฯคนละฝั่งกับที่เราขับรถมา ผมจึงบอกว่าเดี๋ยวเราค่อยไปแวะกินที่ตาก ทนหิวไหวไหม เธอก็บอกว่าได้ แต่ห้านาทีผ่านไปเธอก็ถามคำถามเดิมอีกว่า “เราจะกินอะไรที่ไหนดี?” 555...

...ถึงตากก็เที่ยงพอดีครับ กำลังสอดส่ายตาหาร้านน่าทานอยู่ ก็บังเอิญเห็น “T-Park” ป้ายสีเขียวๆใหญ่ๆใหม่ๆอยู่ซ้ายมือ น่าจะเป็นที่จอดพักรถแห่งใหม่ของตาก เพราะสมัยผมอยู่แม่สอด ก็ยังไม่เห็นมี ตกลงทันทีทันใดก็เลี้ยวรถเข้าไปจอดทันที ด้านในก็จะมีที่จอดรถอยู่พอสมควร แต่ว่าเป็นที่จอดรถกลางแจ้งนะครับ เที่ยงๆอย่างนี้จอดสักห้านาที ถ้าอยู่ภายในรถก็จะได้เนื้อที่กำลัง Medium ได้ที่สำหรับทานสเต๊กพอดี ผมก็เลยลดกระจกรถทั้งสี่บานลงสักหน่อยหนึ่ง เพื่อไม่ให้อุณหภูมิในรถสูงเกินไป อย่างน้อยก็เป็นการเซฟเบาะหนัง ซีลยาง ต่างๆในรถที่เมื่อยืดแล้วก็มักจะไม่ค่อยจะหยุ่นเข้า แต่คุณนายหมูของผมซึ่งเธอเป็นคนขี้กลัวก็จะบ่นว่า กลัวใครเขาจะแอบมาล้วงหรือมางัดกระจกเข้าไป เถียงกันเป็นประจำแหละครับสำหรับเรื่องอย่างนี้ ใหม่ๆผมก็หงุดหงิด นานๆไปผมก็ชิน ส่วนเดี๋ยวนี้ยิ่งชา แถมเมื่อไหร่เธอไม่บ่นผมก็จะบอกเธอว่า “ลืมอะไรไปหรือเปล่า?”...555

                  

...บรรยากาศของ T-Park ที่ตากครับ ดูอ้างว้างแห้งแล้งไปหน่อยนะครับ นอกจากจะมีอาหารแล้ว ยังมีร้านขายของด้วยนะครับ แต่ผมไม่ได้เดินเข้าไปดู...

...ไหนๆมาตาก เมืองแห่งการซื้อขายโค-กระบืออยู่แล้ว ผมก็เลยเลือกเข้าร้านสเต๊กชื่อร้าน “ตากบีฟ สเต๊ก” สั่งทีโบนแบบ Medium Rare สำหรับของผมมาหนึ่งที่ ของคุณนายหมูเธอสั่งสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อ แล้วก็สั่งน้ำชามะนาวสำหรับของผม และมะนาวปั่นของคุณนายเธอ อันที่จริงเธอเว้าวอนจะขอกินเป๊ปซี่หรือโค้ก แต่ผมไม่ยอมเพราะหมอห้ามอยู่ แต่อันที่จริงก็ห้ามไม่ค่อยอยู่หรอกครับ เผลอหน่อยเธอก็แอบสั่ง พอเลยตามเลยมาแล้วผมก็ต้องยอมให้กิน แต่พอได้กินแล้วนี่แหละครับมันเหนื่อยเพราะเธอจะหยุดยาก เธอจะขอกินอีกร่ำไป ถ้าไม่ได้กินเสียแต่เริ่มแรกจะควบคุมอาการอยากกินของเธอได้ง่ายกว่า เนื้อสเต๊กร้านนี้ก็นุ่มลิ้นอร่อยดีครับ แม้ไม่ถึงขนาดเคี้ยวสามทีกลืนได้อย่างเนื้อโกเบ แต่ก็มีความหอมอยู่ในตัว มีรสหวานซ่านลิ้น พอให้ชื่นใจได้ว่าเป็นวัวขุนของดีมีเกรดแน่นอน ไม่ได้ถามเจ้าของร้านว่าซื้อมาจากฟาร์มไหน แต่เรื่องเกรดเนื้อก็ไม่น่าจะต่ำไปกว่า “โพนยางคำ” ที่สกลนครหรอกครับ แต่ราคานี่สิเอาเรื่องเหมือนกันครับ ดูจะไม่ค่อยสมกับบรรยากาศร้านที่เล็กๆธรรมดาๆไม่ได้ตกแต่งอะไรมาก แถมอยู่จังหวัดตากที่สภาพค่าครองชีพโดยรวมจะยังต่ำอยู่มาก ทีโบนสเต๊กจานของผมขนาด 250 กรัมนั้นราคา 390 บาทแนะครับ ส่วนสปาเก็ตตี้ซอสเนื้อของคุณนายหมู 150 บาท รวมน้ำสองแก้วแล้วก็หกร้อยกว่าบาท ถือว่าแพงนะครับเนี่ย...!!!

                 

           ...ตู้ไปรษณีย์เขาเขียนว่า "เมืองตาก หนาวยังกะขั้วโลก" แต่ตอนที่ยืนอ่านนั้น "ร้อนยังกะทะเลทราย"...555

...จากตากมุ่งสู่ลำปางอีกประมาณ 200 กิโลเมตร แต่เป็น 200 กิโลเมตรที่ค่อนข้างจะเงียบเหงาง่วงนอนนะครับ เพราะระยะทางช่วงนี้จะไม่ค่อยมีบ้านเรือนผู้คน ปั๊มน้ำมันก็น้อยมาก ปั๊มใหญ่ๆที่น่าแวะยิ่งไม่มีเลย ที่สำคัญหลังเที่ยงอย่างนี้มันมักจะง่วงนอนเสียด้วย ตัวช่วยก็ต้องใช้เสียงเพลงอย่างเดียว แถมฟังอย่างเดียวก็ไม่ได้แล้วต้องร้องคลอไปด้วย ไม่งั้นหลับ...!!! ตัวช่วยอย่างคุณนายหมู ที่ปกติเธอจะถามจนรำคาญ แต่ข้อดีคือมันมีเรื่องพูดเรื่องคุยให้ไม่เหงา แต่บัดนี้เธอคุยกับตัวเธอเองเสียแล้วด้วยเสียง “กรน”...555

...พอถึงเกาะคาเธอก็ตื่นพอดี ตื่นปุ๊บก็เรียกร้องเข้าห้องน้ำทันที เข้าห้องน้ำปั๊บออกมาก็มีเสียงโทรศัพท์จากคุณนายหวีมาพอดี...!!!

...คุณนายหวีถามว่าถึงไหนแล้ว ผมก็บอกไปว่าถึงเกาะคาครับ คุณนายเธอก็นัดหมายว่าพอเข้าตัวเมืองแล้ว ข้ามสะพานใหญ่ๆซ้ายมือจะเป็นบิ๊กซีให้ชิดซ้ายไว้ เธอจะยืนรอตรงตีนสะพาน เธอจะเอารถจักรยานยนต์มารอไว้ แล้วให้ผมขับรถตามเธอไป ยังโรงแรมที่เธอจองไว้ให้ ผมก็ครับๆๆแล้วก็ขับรถต่อไป จากเกาะคาเข้าลำปางเหลืออีกไม่ไกลแล้วครับรู้สึกว่าจะประมาณยี่สิบกว่ากิโลเท่านั้น ขับตรงเข้าไปเรื่อยๆก็เห็นสะพานใหญ่ๆอยู่ข้างหน้า มีบิ๊กซีอยู่ซ้ายมือไม่ไกล ใช้แล้วครับคงเป็นสะพานนี้ที่นัดหมายแน่นอน แล้วก็เห็น “คุณนายหวี” ใจอารี เธอยืนโบกมือยิ้มแผล่อยู่ตีนสะพาน ผมก็แวะเข้าไปจอดสวัสดีทักทายกันพอเป็นพิธี เพราะว่าแดดมันร้อน 555 คุณนายหวีเธอก็ขับมอเตอร์ไซค์นำหน้าไป ผมก็ขับรถตามไป จนกระทั่งถึงโรงแรม “ลำปางเวียงทอง” ผมก็ อ้าว...ในใจโรงแรมนี้เราเคยมาพักนี่หว่า...555 ติดตามตอนต่อไปนะครับ...

                

    

         
                 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
มารูโกะ วันที่ : 23/05/2012 เวลา : 16.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ก่อนถึงแยกคลองขลุงมีร้านอาหารเล็กๆ เมนูปลาอร่อยมากค่ะ แต่ไม่รู้ยังอยู่ไหม
ในเืมืองกำแพงเพชรก็มีร้านก๋วยเตี๋ยวสุโขทัยอร่อยอีกล่ะ
ส่วนที่ตากก่อนถึงสามแยกไปลำปาง มีร้านแกงใต้ก็อร่อยมาก

เฮ้อ ไม่ได้นั่งรถขึ้นเหนือนานแล้วเหมือนกันนะเรา

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
ภาณุมาศ_ทักษณา วันที่ : 25/02/2012 เวลา : 19.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/netmom
เฒ่า..เล่าเรื่อง

มาชื่นชม "ลูกผู้ชายตัวอย่าง" ในดวงใจของผมครับ

ผมนับถือคุณเป๊ปซี่จากใจจริงครับ

หวังว่าคงมีโอกาสได้พบกับคุณเป๊ปซี่และคุณนายหมูอีกนะครับ

คิดถึงบรรยากาศที่เชียงใหม่จริง ๆ ครับ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
khunphai วันที่ : 25/02/2012 เวลา : 19.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/khunphai
<<<.ตัวคนเดียว สะพายเป้ แบกกล้อง ท่องเที่ยวไป...ตามใจเรา>>>

...ตู้ไปรษณีย์เขาเขียนว่า "เมืองตาก หนาวยังกะขั้วโลก" แต่ตอนที่ยืนอ่านนั้น "ร้อนยังกะทะเลทราย"..

"""""""""""""""
ชอบตอนนี้ละคะ เห็นด้วยเลย ผ่านที่นั่นทีไรร้อนยังกะทะเลทราย....ฮ่าาาา แต่พี่สองคนน่ารักนะเนี้ย เขียนสนุกดีคะ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 19.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

ขอโทษด้วยพี่ซี่....สองวันมานี่ ล็อกอินเข้ายากมาก ...

พี่ซี่ไม่อยู่ใต้...เหงาเลยคร้าบ อิอิอิ...

น๊านนน...มีการอัพยาโจ่งครึ๋มซะขนาดนี้ ผบ.ตร. , พี่เหลิมอยู่หนายคร้าบ จะแจ้งฟาร์ม

คิดถึงพี่ซี่ พี่หมู คร้าบ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
nongkoy วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 15.24 น.
http://www.copycddvd.com
น้องก้อยค่ะ เด็กกำแพงเพชรเข้ากรุงมาเรียนและทำงานค่ะ :)

ชอบนกเพนกวินเหงื่อตก

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 14.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

ตามไปเที่ยวเหนือ..กะลังหนุกเลย ตอนต่อไป เมื่อไรค๊า!!

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
market วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 12.09 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

เขียนยาวมากนะคะ แต่อ่านเพลินจบไม่รู้ตัวเลยค่ะ รออ่านต่อค่ะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 11.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...@Bluehill...อย่างเก่งเลยครับคุณชาลี...ท่าทางเหมือนจะเป็นเด็กแว้นซ์มาเก่า...555

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
BlueHill วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 11.14 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

คุณนายหวี ขี่มอเตอร์ไซค์เป็นด้วยหรือครับพี่
รำไทยก็สวยนะครับ ผมเห็นมาแล้วที่บ้านสวนนอนม่วนของกุ้งอบเพลิงนั่นแหละครับ

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 10.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...@สิงห์นอกระบบ...แพงเกินไปครับ ราคานี้เทียบเท่าราคาในโรงแรม หรือห้องอาหารหรูๆเข้าไปแล้ว หากไม่ลดราคา คงอยู่ได้ไม่นาน...ส่วน Max หรือ Zero คุณหมอบอกให้ดื่มได้ แต่คุณนายหมูเธอไม่ค่อยจะชอบ บอกว่ามันไม่อร่อยครับ...

...@สุภาวัลย์...สนุกดีครับพี่...

...@อดีตแม่พิมพ์...ขอบคุณครับที่ยังไม่ลืมกัน...

...@คนช่างเล่า...ผมเลียนแบบมาจากละครช่อง 7 ของน้องบีนั่นแหละครับพี่...555

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 10.51 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

เที่ยวด้วย..

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 10.10 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เจ่อคุณนายหวี กำลัง สนุกตัดบทยังกะละครช่อง๗ น้องบี

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
อดีตแม่พิมพ์ วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 09.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/wilaiwan-noy

ไม่ได้เจอ และไม่ได้อ่านนานมากนะ ยังคิดถึงอยู่เสมอ คราวนี้ไดมาอ่าน "นิราศเมืองเหนือ" แบบร้อยแก้ว " (ไม่มี 100 ขวดนะ) สำนวนดีเหมือนอ่านงานของไมตรี ลิมปิชาติเลย สนุกสนานเหมือนได้ร่วมเดินทางด้วย จะรออ่านตอนต่อไปนะ ฝากความรักความคิดถึงส่งให้น้องหมูด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
Supawan วันที่ : 23/02/2012 เวลา : 06.49 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/supawan

เที่ยวน่าสนุกนะคะ ...

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
สิงห์นอกระบบ วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 21.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nfedlion

สเต็กตากอร่อยครับ แต่ไม่ได้แวะนานแล้ว เห็นราคาที่คุณเป๊บซี่ว่า ไม่เบาเลยนะครับ คุณหมูทานพวก MAX หรือ Zero แทนได้รึปล่าวครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
เป๊ปซี่ วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 20.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Pepsi8

...ขอบคุณครับพี่มะอึก ไม่ได้เจอกันนาน คิดถึงจังเลยครับ...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
มะอึก วันที่ : 22/02/2012 เวลา : 20.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panakom

เล่าเรื่องราวได้สนุกสนานเช่นเคย
รูปก็หล่อ...สำนวนก็ดี...ยังงี้ผมชอบ....

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน