*/
  • เป๊ปซี่
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pepsi8@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2007-04-14
  • จำนวนเรื่อง : 163
  • จำนวนผู้ชม : 914406
  • จำนวนผู้โหวต : 774
  • ส่ง msg :
  • โหวต 774 คน
<< มีนาคม 2012 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 10 มีนาคม 2555
Posted by เป๊ปซี่ , ผู้อ่าน : 5557 , 20:00:36 น.  
หมวด : ท่องเที่ยว

พิมพ์หน้านี้
โหวต 6 คน Chaoying , feng_shui และอีก 4 คนโหวตเรื่องนี้

  เที่ยวเมืองเหนือ

ตอน ลำปางมหาเสน่ห์ แฮปปี้เบิร์ธเดย์คุณนายหวี กาแฟดีที่ร้านโก๋

...คุณนายหวีพาผมมาที่ “โรงแรมลำปางเวียงทอง” ซึ่งได้จองห้องไว้ให้ผมล่วงหน้าแล้ว ผมจำได้ว่าโรงแรมนี้ผมเคยมาพักครั้งหนึ่งแล้ว เมื่อครั้งยังรับราชการอยู่ที่ “สำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าลาดกระบัง” แล้วก็ได้ตรวจสอบสินค้าของบริษัทฯหนึ่ง ซึ่งเป็นผู้ประกอบการทำ “เซรามิค” อยู่ที่ลำปางนี้ สินค้าเป็น “เตาเผา” ที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ แต่บังเอิญว่าการสำแดงพิกัดฯของสินค้า เป็นที่ขัดแย้งกันอยู่ระหว่างเจ้าหน้าที่ศุลกากร กับชิปปิ้งของบริษัทฯ จึงต้องมีการเปิดตู้คอนเทนเนอร์เพื่อตรวจสอบสินค้า ว่าเป็นสินค้าตามพิกัดฯชนิดใดกันแน่ แต่ว่าเตาเผามีขนาดใหญ่มากหลายตู้คอนเทนเนอร์ จะต้องนำมาประกอบกันจึงจะตรวจสอบได้ บริษัทฯเองก็เกรงว่าจะเกิดความเสียหายกับเตาเผาซึ่งมีราคาหลายร้อยล้านบาท จึงยื่นคำร้องขอมาเปิดตรวจนอกสถานที่ ณ ที่โรงงานของบริษัทฯซึ่งอยู่ที่จังหวัดลำปางนี้ โดยบริษัทฯยินดีรับภาระค่าเดินทางและค่าที่พักให้กับเจ้าหน้าที่ทุกอย่าง ผมกับเจ้าหน้าที่อีกสองคนก็จึงได้เดินทางมาที่ลำปาง และบริษัทฯก็ได้จอง “โรงแรมลำปางเวียงทอง” แห่งนี้แหละครับไว้ให้ผมพัก...

...ผม คุณนายหมูและคุณนายหวี เดินทักทายกันมาไม่ขาดปาก จนเช็คอินเสร็จ ทางโรงแรมคิดราคาค่าห้องคืนละ 1,200 บาท ผมก็เซ็นจ่ายบัตรเครดิตไป แต่พอขึ้นไปถึงที่ห้องพัก ซึ่งอยู่ชั้นที่ 9 ของโรงแรม ก็มีโทรศัพท์จากพนักงานแจ้งขึ้นมาว่า ได้คิดราคาค่าห้องพักของผมผิด ค่าห้องพักของผมเพียงแค่ 1,000 บาท เท่านั้น ให้ผมลงไปเซ็นจ่ายบัตรเครดิตใหม่ แล้วเขาจะได้เครดิตคืนใบที่เซ็นจ่าย 1,200 บาท อันเดิมมาให้ ผมก็สบตาคุณนายหวีอย่างงงๆ ว่ามีเรื่องอย่างนี้ด้วย แต่ก็ดีเหมือนกัน ที่อยู่ๆก็ได้ลดลงไปอีก 200 บาท...!!!

...คุณนายหวี ถามผมว่าจะไปกินข้าวกันหรือว่าจะไปกินกาแฟที่ร้านโก๋ก่อน เพราะคุณนายเธอรู้เป็นอันดีว่าผมเป็นลูกค้าชนิด “แฟนพันธุ์แท้” ของร้านโก๋กาแฟ ที่ลำปางนี้ และเธอก็ยังเคยสั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่ว จากร้านนี้ส่งมาเป็นของกำนัลให้ผมอยู่หลายครั้ง เพียงแต่ว่า “ผมยังไม่เคยมาร้านกาแฟแห่งนี้เลย”...!!! เธอจึงรู้ใจผมเป็นอันดีว่าผมอยากจะมากินกาแฟถึงร้านแบบ “ออริจินัล” สักครั้ง...ซึ่งอันที่จริงผมก็วางแผนไว้แล้วว่า เมื่อมาถึงลำปางแล้วจะแวะไปกินกาแฟร้านโก๋กาแฟก่อนอย่างอื่น ระหว่างทางที่ขับรถมาจากกรุงเทพฯผมจึงไม่ยอมทานกาแฟเลย เพราะกลัวเดี๋ยวจะเสียโควตาไม่ได้มาทานกาแฟที่ร้านนี้ เพราะหมอหัวใจสั่งห้ามไม่ให้ผมกินกาแฟเกินกว่าวันละ 1 แก้วอยู่...!!!

...ตราสมาคมรถม้าจังหวัดลำปางครับ...เยี่ยมนะนี่มีสมาคมเป็นของตนเองด้วย...

...หน้าสถานีรถไฟลำปางครับ...ถือเป็นจุดที่รถม้าจะต้องแวะมาจอดให้ถ่ายรูปเลยนะครับ...

...ผมจึงตอบคุณนายหวีไปอย่างทันทีทันใดว่า ไปกินกาแฟร้านโก๋กันก่อน คุณนายหวีเธอก็ขี่มอเตอร์ไซค์นำหน้ารถผมอย่างเดิม ร้านโก๋กาแฟอยู่ไม่ไกลกันกับ “โรงแรมลำปางเวียงทอง” นักหรอกครับ เพียงขับรถมาตรงสุดถนนไฟเขียวไฟแดงแล้วเลี้ยวซ้าย ไปอีกสัก 200 เมตร ก็เจอร้าน “โก๋กาแฟ” แล้ว ผมเจอ “คุณปุ๊ก + คุณกี้” สองสามีภรรยาเจ้าของร้าน ซึ่งก็ถือว่าเป็นการพบหน้าแบบตัวเป็นๆกันครั้งแรก หลังจากที่เคยเจอกันแต่ในเฟซบุ๊ค กับทางโทรศัพท์ ในเวลาที่ผมโทรมาสั่งซื้อเมล็ดกาแฟคั่วของที่นี่ ผมมอบของฝากเป็น “ผ้าโขมพัสตร์+ขนมเปี๊ยะปากบาง” ให้กับคุณปุ๊ก+คุณกี้ และคุณนายหวีอย่างละชุด ตามธรรมเนียม แล้วก็เข้าไปเลือกนั่งที่โต๊ะหนึ่งในร้าน พร้อมกับสั่งกาแฟ “อเมริกาโนร้อน” มาทันที หนึ่งแก้ว บวกด้วยขนมวาฟเฟิล ราดน้ำผึ้ง หนึ่งที่ ส่วนของคุณนายหมูเธอสั่ง “ช็อคโกแลตปั่น” ซึ่งเป็นเครื่องดื่มอย่างเดียวที่เธอสั่งเป็น...555...อันว่า “อเมริกาโนร้อน” นั้น อันที่จริงก็ไม่ได้เป็นกาแฟที่จะต้องมีสูตรในการทำมากมาย เหมือนอย่าง “คาปูชิโน่”, “มอคค่า”  หรือ “ลาเต้” แต่อย่างใด “อเมริกาโนร้อน” อันที่จริงก็คือกาแฟที่ชงเข้มแบบ “เอสเพรสโซ” นั่นแหละครับ เพียงแต่ว่าเติมน้ำร้อนลงไปอีกเท่าหนึ่ง ก็จะกลายเป็น “อเมริกาโน” แล้ว หากว่าท่านผู้ชมอยากจะทาน “อเมริกาโน” แล้วนึกชื่อไม่ออก ให้บอกคนขายไปว่า “กาแฟร้อน” ก็ได้ครับ เพราะเขาจะทำมาด้วยสูตรเดียวกันนี่แหละครับ...555

                

...ถึงแล้วครับ "วัดศรีรองเมือง" วัดพม่าในสถาปัตยกรรมแบบพม่า...สวยแปลกตาดีนะครับ...

                 

...ผมชอบตรงเพดานนี้ ล้อมรอบด้วยไม้ประดับย่อมุมไม้สิบสอง...ก็ไม่รู้ว่าไทยเลียนแบบพม่ามาหรือว่าพม่าเลียนแบบไทยไป.

                  

...ภายในวิหารครับแปลกตาไปด้วยการประดับกระจกสี...บรรยากาศดูศักดิสิทธิ์มีมนต์ขลังจังครับ...

                    

                              ...ถ่ายรูปไว้เป็นที่ระลึกกับวิหารวัดศรีรองเมืองครับ...

         

                    

 ...ลูกใครก็ไม่รู้ครับหน้าตาบ้องแบ๊วดี...คุณพ่อคุณแม่ขี่จักรยานยนต์มาจอดอยู่ข้างๆ คุณนายหมูเธอบอกให้ผมถ่ายรูปเอาไว้...

...คุณปุ๊กเธอเล่าว่าเธอกับคุณกี้สามี เป็นศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยเดียวกันคือ “สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง” แต่ว่า ไม่ได้พบเจอกันตอนที่เรียนอยู่ที่ลาดกระบังหรอกครับ แต่ไปพบกันที่อื่นตอนเรียนปริญญาโทด้วยกัน...555 นี่แหละเขาว่า “คู่แล้วย่อมไม่แคล้วกัน” คุณปุ๊กเธอเป็นคนกรุงเทพฯนี่แหละครับ แต่ว่าเมื่อมองจากเค้าหน้าแล้ว ผมก็ว่าเธอดูกลมกลืนกับสาวลำปางได้อย่างเป็นเนื้อเดียวกันทีเดียวเชียว 555 เมื่อคุณปุ๊กเธอตกลงปลงใจที่จะใช้ชีวิตคู่ร่วมกับคุณกี้ เธอก็ยอมที่จะลาออกจากงานประจำที่ทำอยู่ เพื่อมาร่วมหัวจมท้ายกับกิจการร้านกาแฟซึ่งคุณกี้ทำอยู่ที่ลำปาง ซึ่งตรงนี้น่านับถือน้ำใจของเธอนะครับ เพราะกิจการร้านกาแฟของคุณกี้นั้น เรียกได้ว่ายังไม่เป็นชิ้นเป็นอันอะไรเลย เพราะร้านก็ยังไม่มีเป็นของตัวเอง ยังต้องเช่าหน้าร้านเขาอยู่ แถมกิจการก็ยังมีหุ้นส่วนอื่นพ่วงอยู่อีกต่างหาก แต่ความที่เป็นคนตั้งใจจริงของทั้งคู่ ความที่เป็นคนรักในกิจการกาแฟอย่างแท้จริง ทั้งคู่จึงมุ่งมั่นฟันฝ่ากระแสทำร้านกาแฟที่มีอยู่ดาษดื่นทั่วประเทศ เพื่อหาที่ยืนของตนเองให้ได้ ซึ่งคุณปุ๊กเธอเล่าว่าช่วงปีสองปีแรกแทบจะท้อจนหมดกำลังใจ นอนร้องไห้กอดกันก็ตั้งหลายหน แต่ในที่สุดทั้งสองก็ปักธง “ร้านโก๋กาแฟ” ในลำปางได้สำเร็จ เมื่อย้ายร้านออกจากที่เดิม มาเช่าที่ใหม่ทำเลใหม่ ตกแต่งร้านในสไตล์ล้านนาแบบโมเดิร์น ทำกันเองไม่ต้องมีหุ้นส่วนเหมือนเมื่อก่อน ผมสังเกตดูว่าร้านโก๋กาแฟ มีผู้คนเข้ามาใช้บริการกันมากพอสมควรทีเดียว และส่วนใหญ่ก็จะเป็นผู้คนในวัยเรียนและวัยทำงาน ซึ่งอยู่ในช่วงอายุ 20 – 35 ปี ตรงนี้สำคัญทีเดียวครับ เพราะพลังการจับจ่ายใช้สอยของคนในวัยนี้นั้นค่อนข้างสูงทีเดียว เพราะเป็นวัยที่ยังไม่ต้องรับผิดชอบต่อครอบครัวมากมายนัก เมื่อมีเงินมีรายได้เป็นของตัวเอง จึงสามารถจับจ่ายซื้อหาได้โดยไม่ต้องคิดต้องห่วงอะไรมาก และที่สำคัญคนวัยนี้จะมีกระแสมีกลุ่มของตนเอง หากชมชอบในสิ่งใดก็จะพากันแห่แหนไปอุดหนุนสิ่งนั้น ซึ่งจะเห็นตัวอย่างได้จากผลิตภัณฑ์ทั้งมวลของ “Apple” ที่คนวัยนี้หลงใหลพากันแห่ซื้อจนยอดขายทะลุโลก ทั้งๆที่บางคนซื้อ iPhone iPad มาก็ไม่ได้ใช้ตามศักยภาพที่เครื่องมีมาแต่อย่างใด แต่เพราะความกลัวจะตก Trend จึงต้องแสวงหามาไว้ เพียงเพื่อที่จะได้อยู่ในกระแสเท่านั้น ฉะนั้น หากว่ากิจการใดสามารถที่จะเข้าถึง “จิตใจ” ของคนในวัยนี้ได้ โอกาสที่จะประสบความสำเร็จในกิจการนั้นๆก็มีสูงทีเดียว ส่วนการจัดจำหน่ายเมล็ดกาแฟคั่วผ่านทางเว็บไซด์นั้น ก็ยังคงดำเนินกิจการอยู่ครับ แม้ว่ายอดขายจะไม่พุ่งชะลูดกะฉูดกะฉาดนัก แต่ก็เติบโตขึ้นเรื่อยๆตามลำดับ ไม่แน่ว่าต่อไปอาจจะกลายเป็นเว็บไซด์ยอดนิยม เหมือนอย่าง Ensogo ที่ถูกต่างชาติเข้ามาซื้อกิจการไปในราคามโหฬาร จนเจ้าของรวยพุงปลิ้นไปแล้วก็ได้ มันขึ้นอยู่กับว่าเราจะประเมินกิจการของเรา หาจุดแข็ง จุดด้อย โอกาสและอุปสรรคให้เจอได้อย่างไร และจะมีวิธีไหนที่จะเข้าถึง “จิตใจ” ของผู้ใช้บริการได้อย่างถูกจุด โลกใน Internet ยังเปิดกว้างให้กับทุกคนครับ e-Commerce ยังเติบโตได้อีกมาก ยิ่งอีก 3 ปีข้างหน้า พ.ศ.2558 “AEC” จะเกิดขึ้นการค้าการขายทั้งในระบบ Logistic และในระบบ e-Commerce จะขยายตัวอีกมาก ท่านผู้ชมเตรียมตัวเตรียมใจต้อนรับเถอะครับ...!!!

                  

...คุณนายหมูขอถ่ายกับสัตว์ประจำปีเกิดของเธอพอดี เธอเกิดปีมะเมียครับ แถมบังคับให้ผมต้องถ่ายคู่ด้วย...

               

...หน้าร้าน "โก๋กาแฟ" ครับ ใช้ฟอนท์ได้แปลกตาดี เหมือนกับจะต้องการผสมผสานความเป็นล้านนากับชีวิตสมัยใหม่เข้าด้วยกันไว้...

                  

              ...คุณนายหมูเธอจัดแจงเป็นพรีเซนเตอร์เชิญชวนให้เข้าร้าน...

                 

  ...เคาน์เตอร์ร้านโก๋กาแฟ ไม่รู้ว่าตั้งใจจะวางอะไรๆไว้ให้มันรุงรังอย่างนี้หรือเปล่า...555

                   

...มุมหนึ่งของร้านออกจะดูเป็นสไตล์ย้อนยุคนะครับมุมนี้ ถ้าวัยประมาณคุณลุงคุณป้าเข้ามาในร้านนี้น่าจะชอบมุมนี้...

                    

...อีกมุมหนึ่งออกแนวโมเดิร์นเล็กน้อย...บรรยากาศอย่างนี้กาแฟสักแก้วหนังสือสักเล่ม สุขนี้จะหาไหนเชียวครับ...

...จากร้านโก๋กาแฟ คุณนายหวีก็พาผมและคุณนายหมูมาทานอาหารเย็นที่ร้าน “กากี่นั้ง” ร้านนี้คุณนายหวีเธอบอกว่า รู้จักกับเจ้าของร้านมาตั้งแต่ เจ้าของร้านตัวยังเล็กๆ มิน่าล่ะเมื่อเวลาเธอเดินเข้ามาในร้าน ผมจึงรู้สึกงงๆเล็กน้อย เมื่อเห็นทั้งเด็กเสริฟและคนดูแลร้าน ต่างก็ทำหน้าเฉยๆไม่ได้กล่าวสวัสดี, ยินดีต้อนรับอะไรเลย ผิดกับที่เวลาแขกคนอื่นเดินเข้ามาในร้าน คือเขาคงคิดเหมือนกับว่า เป็นคนกันเอง หรือญาติสนิทมิตรสหายที่เดินเข้ามาในร้าน จึงไม่ต้องทักทายอะไร คุณนายหวีเองก็ไม่ได้สนใจอะไรเหมือนกัน เพราะเธอก็พาผมกับคุณนายหมู เข้าไปเลือกนั่งเอาที่โต๊ะอาหารตัวหนึ่ง แล้วก็เดินไปหยิบเอาเมนูอาหารมาให้ผมเลือก แถมแนะนำอาหารเองให้เสร็จ เสมือนกับว่าร้านนี้เธอก็เป็นเจ้าของเหมือนกัน...555

...คุณนายหวีเธอเป็นคนใจคอโอบอ้อมอารีมากครับ เธอยึดหลักประเพณีไทย ใครเป็นแขกมาเยือนต้องต้อนรับอย่างเหนียวแน่น เธอจึงไม่ยอมที่จะให้ผมออกค่าอาหารเองเลย ที่ร้านโก๋กาแฟคุณนายหวีเธอก็เป็นคนจ่าย แถมยังมิพอยังสั่งให้คุณกี้เอาเมล็ดกาแฟคั่วอย่างที่ผมชอบโทรมาสั่ง ใส่ถุงมาให้ผมอีกสองถุง ผมมองว่าถึงผมจะปฏิเสธอย่างไร ก็คงจะยากที่จะไปชนะคุณนายหวีได้ ผมก็เลยจึงยอมให้เธอจ่ายให้แต่โดยดี...555 แต่ที่ร้านอาหาร ผมตั้งใจไว้แล้วว่าผมจะเลี้ยง “แฮปปี้เบิร์ธเดย์คุณนายหวี” เพราะวันนี้เป็นวันเกิดเธอ ฉะนั้นพอเธอเผลอเดินไปเข้าห้องน้ำ ผมจึงจัดการจ่ายค่าอาหารเสียให้เรียบร้อย...ยกนี้ผมจึงชนะ...555

...แต่เธอก็ไม่ยอมแพ้หรอกครับ ขากลับไปโรงแรมเธอสั่งให้ผมขับรถตามเธอไป แล้วเธอก็แวะที่ตลาดแห่งหนึ่ง ดูเหมือนจะเป็นตลาดผลไม้ครับ เพราะมีร้านขายผลไม้อยู่เต็มไปหมด เธอจอดรถลงไปซื้อส้มสองกิโล บอกว่าให้คุณนายหมูเธอเผื่อจะหิวขึ้นมาดึกๆดื่นๆ...ผมก็ปฏิเสธไม่ได้อีกแล้ว...555

... “โรงแรมลำปางเวียงทอง” เป็นโรงแรมเก่าแก่ตั้งอยู่กลางเมืองลำปาง อายุโรงแรมน่าจะสัก 20 – 30 ปีได้แล้วละครับ ถ้าจะให้ผมจัดดาวให้ก็น่าจะอยู่ในระดับสามดาวได้ครับ เพราะถึงแม้ว่าจะเก่า ดูสภาพทั้งลิฟท์ ทั้งห้องน้ำ ห้องนอน ไม่ค่อยจะได้รับการปรับปรุงสักเท่าไร แต่ว่าก็สะอาด บริการดี พนักงานทั้งหน้าฟร้อน และในห้องอาหารก็เอาใจใส่ แขกผู้มารับบริการได้เป็นอย่างดี ผมไปขอน้ำแข็งใส่กระติกให้คุณนายหมูสองกระติก กระติกหนึ่งสำหรับแช่ยาพ่นจมูกของเธอ กับอีกกระติกหนึ่งสำหรับเธอดื่ม “น้ำเย็นๆ” ของเธอ พนักงานก็บริการให้เป็นอย่างดีไม่มีอิดเอื้อน ข้อแม้เงื่อนไขอะไรเลย ที่ดีที่สุดของโรงแรมนี้ก็คือ “ทำเล” ที่ตั้งที่อยู่ใจกลางเมืองพอดี หน้าโรงแรมก็มีคิว “รถม้าลำปาง” สำหรับให้บริการนักท่องเที่ยว ซึ่งผมหมายตาไว้แล้วว่าพรุ่งนี้จะพาคุณนายหมูเธอขึ้นรถม้า “เที่ยวเมืองลำปาง”...!!!

                  

...มาแล้วครับหน้าตา "อเมริกาโนร้อน" ของผม ต้องดมก่อนครับ เพราะมันจะมีกลิ่นหอมของกาแฟที่เย้ายวนใจมาก...จุดเด่นของกาแฟที่นี่เขาเลยครับ...

                   

...บลูเบอรี่ชีสเค้กของคุณนายหมูเขา ก็อร่อยใช้ได้นะครับ ตัวเค้กที่เป็นขนมปังป่นไม่แข็งจนเกินไป...

                     

..แต่อันนี้สิสุดยอด "วาฟเฟิลราดน้ำผึ้ง" แป้งนุ่มกรอบกำลังดีไม่นุ่มเกินไปไม่แข็งเกินไป...อร่อยที่สุดเท่าที่ผมเคยกินมาทีเดียว...

...ตื่นตอนเช้าผมพาคุณนายหมูลงมาทานอาหารเช้า บุพเฟต์อาหารเช้าของโรงแรมลำปางเวียงทอง ถึงแม้จะดูไม่หรูหราอะร้าอะร่ามนัก แต่ก็พอเหมาะพอสมกับราคาค่าห้องของโรงแรมที่คิดเพียงแค่คืนละ 1,000 บาทเท่านั้น ขนมปัง ไข่ดาว ผักสลัด บวกด้วยน้ำส้มคั้น แบบที่เอาน้ำส้มเข้มข้นมาละลายน้ำ อย่างที่โรงแรมทั้งหลายชอบทำกัน ก็พอช่วยให้ท้องหายหิวในยามเช้าๆได้ อันที่จริงถ้าจะให้ครบถ้วนครบสูตรมันจะต้องจบด้วยกาแฟร้อน แต่ผมกะเอาไว้แล้วว่าหลังจาก นั่งรถม้าเที่ยวเมืองลำปางแล้ว จะไปกินกาแฟที่ “โก๋กาแฟ” อีกรอบ ฉะนั้น จึงจำเป็นจะต้องอดเอาไว้ก่อน...555

...รับประทานอาหารเช้าเรียบร้อย ก็จะต้องไม่ลืมกินยาตามหมอสั่งกันทั้งสองสามีภรรยา ของคุณนายหมูนั้นนอกจากยาหลังอาหารเช้าแล้ว ยังต้องมียาพ่นจมูกกันปัสสาวะอีกด้วย ไม่งั้นเดี๋ยวจะไม่เป็นอันได้เที่ยวกัน เพราะเธอจะขอเข้าห้องน้ำกันทุกชั่วโมง พอจัดข้าวจัดของกันเสร็จสรรพ ก็เช็คเอาท์ออกจากโรงแรมเลย เอาของมาใส่รถซึ่งจอดอยู่หน้าโรงแรม ข้อเสียหนึ่งของโรงแรมลำปางเวียงทอง ก็คือไม่มีที่จอดรถเป็นสัดเป็นส่วนนี่แหละ แขกที่มาจะต้องจอดรถเอาไว้หน้าโรงแรม แต่คงจะไม่มีปัญหาเรื่องความปลอดภัยมั้ง เพราะเห็นโรงแรมก็มี รปภ.เดินแกว่งไปแกว่งมาอยู่ เสร็จจากเก็บข้าวของใส่รถ ผมก็พาคุณนายหมูเดินไปยังคิวรถม้า ซึ่งอยู่ถัดโรงแรมมาไม่ไกล สอบถามราคาค่างวดก็ได้คำตอบว่ามีสองราคา 200 บาท สำหรับรอบเล็ก และ 300 บาท สำหรับรอบใหญ่ แล้วเขาก็อธิบายว่ารอบเล็กไปทางไหนออกทางไหนถึงทางไหน รอบใหญ่ไปทางไหนทะลุตรงไหนจบที่ตรงไหน ซึ่งผมก็ไม่ได้ฟังหรอก เพราะฟังไปก็นึกไม่ออกว่าเขาจะไปยังไงใช้เส้นทางไหน เพราะที่พูดมาไม่รู้จักสักเส้นทาง...555 พอเขาพูดจบผมก็ถามคำเดียวว่า รอบใหญ่น่ะใช้เวลาเท่าไหร่ โชเฟอร์รถม้าตอบว่า “45 นาทีครับ” ผมก็บอกว่าโอเคเอารอบใหญ่นี่แหละ...555

...คุณนายหมูของผมดูจะตื่นเต้นไปกับการได้ขึ้นรถม้าเที่ยวมาก เธอถามโน่นถามนี่ไปตลอดจนผมต้องปรามไปว่าถามซ้ำหลายหนแล้ว เพราะเกรงใจโชเฟอร์ที่เขาไม่รู้ว่าคุณนายหมูของผมเธอเป็นโรคความจำเสื่อม เดี๋ยวจะรำคาญเอาว่ายายคนนี้ทำไมถามอะไรซ้ำซาก วันนั้นเป็นวันอาทิตย์ที่ 12 กุมภาพันธ์ 2555 ดูเหมือนว่าถนนในเมืองลำปางจะโปร่งโล่งสบายดี รถไม่มากมายเท่าไหร่นัก ไม่รู้ว่ายามเป็นวันทำงานการจราจรจะหนักหนาสาหัสเยี่ยงกรุงเทพฯหรือไม่ ผ่านไปทางไหนโชเฟอร์ก็จะบอกว่าสถานที่นั้นๆคืออะไร แต่ว่าก็ไม่สามารถที่จะอธิบายลึกซึ้งไปกว่านั้นได้ อย่างเช่นความเป็นมาหรือว่าเรื่องเล่า อันจะเป็น “Tip” ที่มัคคุเทศก์ส่วนใหญ่จะต้องจำไว้เล่าให้แขกฟัง อันเป็นการเติมเสน่ห์ให้การท่องเที่ยวนั้นมีชีวิตชีวาขึ้น เรื่องอย่างนี้เห็นทีจะต้องอัญเชิญให้ “คุณเต็งพ้ง” ขึ้นไปช่วยสอน “โชเฟอร์รถม้าลำปาง” สักรอบสองรอบจะดีไหม...555 หรือท่าจะให้ดีที่สุด Win Win กันทั้งสองฝ่ายก็คือให้ ททท.จัดโครงการการอบรมมัคคุเทศก์มหาเสน่ห์ ให้กับโชเฟอร์รถม้าเมืองลำปาง แล้วให้จ้างคุณเต็งพ้งไปเป็นวิทยากรช่วยสอน...555

                      

        ...ป้ายราคากาแฟจะเห็นว่าไม่แพงจนเกินไปแก้วละสี่ซ้าห้ามสิบบาทเท่านั้นเอง...

                         

...ส่วนด้านนี้เป็นพวกราคาขนมนมเนยครับราคาเท่านี้ ผมก็ว่าพอรับได้นะครับ...ค่อนข้างไปทางถูกเสียด้วยซ้ำ...

...โชเฟอร์รถม้าจะพาไปหยุดอยู่สองแห่งคือที่ “สถานีรถไฟลำปาง” กับที่ “วัดศรีรองเมือง” เพื่อถ่ายรูป...ที่สถานีรถไฟลำปางผมเฉยๆ เพราะดูว่าสถาปัตยกรรมก็จะเป็นเช่นเดียวกับสถานีรถไฟที่อื่นๆ อย่างเช่น ชุมพรบ้านผม ก็จะเป็นประมาณนี้ จะมีหัวรถจักรเก่าตั้งเอาไว้ให้ผู้คนถ่ายรูป อันที่จริงมันก็สวยดีแต่ว่ามันได้เท่านั้น ถ้าให้ดีไปกว่านี้ มันควรจะเอาตู้โบกี้เก่าๆไม่ใช้แล้วมาวางต่อไว้ด้วยสักสองสามโบกี้ มาเปิดให้ผู้คนเข้าไปทำกิจกรรมบางอย่างได้ อย่างเช่น ทำเป็นห้องสมุดสาธารณะ ให้ผู้คนเข้าไปอ่านหนังสือได้ฟรี หรือจัดเป็นห้องอาหารเล็กๆขายอาหารประเภทอาหารจานเดียว ก็ชวนให้ระลึกไปถึงโบกี้ห้องอาหาร ที่เราเคยไปนั่งเมื่อเวลาเดินทางไกลได้ หรือเท่หน่อยก็ทำเป็นร้านกาแฟก็ดูจะเข้าทีทันยุคทันสมัยด้วย การรถไฟแห่งประเทศไทยจะเอาไอเดียนี้ไปทำก็ได้นะครับ ผมไม่สงวนสิทธิ์ แต่ที่ “วัดศรีรองเมือง” นี้สิ ผมตะลึงตึ่งตึงกับความงามวิจิตรแปลกตาของวิหารไม้หลังใหญ่ โชเฟอร์บอกว่าวัดนี้เป็นวัดพม่า ที่คนพม่าซึ่งเข้ามาทำมาหากินในเมืองลำปาง สร้างมาสักร้อยกว่าปีเห็นจะได้ ผมเดาเอาว่าคงจะสร้างในรัชสมัยของพระพุทธเจ้าหลวงรัชกาลที่ 5 ซึ่งสมัยนั้นมีการทำป่าไม้กันมากในภาคเหนือ และเมืองลำปางแห่งนี้ก็ถือกันได้ว่าเป็น เมืองหลวงแห่งการทำไม้ของประเทศไทยทีเดียว ซึ่งทำให้มีผู้คนต่างชาติโดยเฉพาะชาวอังกฤษ ที่ถนัดเรื่องทำไม้ เข้ามาทำมาหากินขอสัมปทานป่าไม้จากรัฐบาลสยาม คนอังกฤษที่เข้ามาทำไม้ก็มิได้มาคนเดียว ย่อมต้องขนลูกน้องเก่าชาวพม่าเข้ามาด้วย เพราะในสมัยนั้นพม่าได้ตกเป็นเมืองขึ้นของอังกฤษไปแล้ว วัดพม่าจึงเกิดจากชาวพม่าเหล่านี้นี่เอง และมีอีกหลายวัดนะครับที่เป็นวัดที่พม่าสร้างไว้ในสมัยนั้น แต่ผมก็ไม่เคยไปเลยสักวัดหรอกครับ...555 ที่รู้ก็อาศัยเอาว่าชอบอ่านเรื่องราวเก่าๆมาก่อนนั้นเอง วันนี้จึงนับเป็นนิมิตหมายอันดีที่ได้มาเห็น วัดสถาปัตยกรรมพม่า ซึ่งก็ต้องถือว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่งดงามแขนงหนึ่งทีเดียว อันที่จริงนอกจากวัดพม่าแล้ว ผมยังอยากจะรู้เรื่องราวของ “นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” ซึ่งเป็นลูกชายของแหม่มแอนนา เลียวโนเวนส์ ผู้ที่รัชกาลที่ 4 ทรงจ้างเข้ามาสอนภาษาอังกฤษแก่พระราชโอรส พระราชธิดา แล้วภายหลังลากลับไปอังกฤษแล้วไปเขียนนิยาย “แอนนาและพระเจ้ากรุงสยาม” อันโด่งดังอีกด้วย เพราะเคยอ่านประวัติ “นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” นี่แล้ว ให้รู้สึกทึ่งแกมอิจฉาเป็นกำลัง “นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” นี้ถือได้ว่าเป็นพระสหายของรัชกาลที่ 5 เลยนะครับ เพราะความที่สนิทสนมกันกับพระองค์มาตั้งแต่เด็ก และเมื่อได้กลับมาเมืองไทยอีกครั้ง นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์ ก็ได้รับสัมปทานในการทำไม้ในภาคเหนือจากรัฐบาลสยาม และนั่นเป็นจุดที่ทำให้นายหลุยส์เจริญรุ่งเรืองขึ้น จนกระทั่งสามารถตั้งบริษัทเป็นของตนเองได้ ชื่อว่า “บริษัทหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” ซึ่งก็ยังอยู่ยั้งยืนยงมาจนถึงปัจจุบันนี้ แต่ว่าทุกวันนี้เขาไม่ได้ค้าไม้แล้วนะครับ หันมาทำธุรกิจประเภทนำเข้าเคมีภัณฑ์ วัสดุก่อสร้าง เครื่องมือเครื่องใช้และอาวุธปืนแทน “นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” ทำตัวเป็นไฮโซมากในสมัยนั้น มีภรรยาหลายคนจนเป็นเสมือน “ฮาเร็ม” เล็กๆอยู่ภายในคฤหาสน์อันใหญ่โตของเขา ทำให้หนุ่มๆในสมัยนั้นพากันอิจฉาหลุยส์ไปตามๆกัน แล้วก็ทำให้มีเรื่องราวสิ่งละอันพันละน้อย อันล้วนแล้วที่เกิดจากวีรกรรมวีรเวรของ “นายหลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์” กับภรรยาทั้งหลายมากมายไปตามกัน แต่ว่าดูแล้วนายโชเฟอร์คนขับรถม้าของเรา คงจะยังหนุ่มเกินไปที่จะรับรู้เรื่องนี้ ผมก็เลยไม่ได้ถามถึง...

                                    

...สำนักงานของ "บริษัท หลุยส์ ตี เลียวโนเวนส์" ในอดีตครับ...ผมไม่ได้ไปถ่ายมานะครับ...แต่เอามาจากเว็บไซด์อื่น...

...ทัวร์เมืองลำปางโดยรถม้าเสร็จสรรพ จ่ายสตางค์กันไปเรียบร้อย อ้อ...ผมทิปไปอีก 100 บาท เพื่อเป็นการอนุรักษ์ “รถม้าเมืองลำปาง” เอาไว้ให้อยู่ยั้งยืนยาวต่อไปด้วย ผมกับคุณนายหมูก็แวะไปที่ “ร้านโก๋กาแฟ” กันอีกครั้ง สั่งกาแฟกับขนมนมเนยมาทาน โก๋กาแฟนี้นอกจากกาแฟจะหอมกรุ่นอร่อยถูกใจผมแล้ว ขนมก็ยังอร่อยไปด้วยนะครับ ราคาก็ไม่แพงเลยผมถ่ายภาพกระดานดำ ที่บอกราคาอาหารมาเอาไว้ด้วย ท่านผู้ชมก็ลองดูนะครับว่าราคานี้เป็นยังไง แล้วก็ขอบอกท่านผู้ชมเอาไว้เลยนะครับว่า ที่ผมชมร้านโก๋กาแฟว่ากาแฟอร่อยขนมก็สุโค่ย นี่ผมไม่ได้ชมไปตามเรื่องตามราว หรือชมเพราะเขาให้ค่าโฆษณาผมแต่อย่างใดนะครับ ผมชมเพราะมันเป็นอย่างนั้นจริงๆ นี่ผมยังแอบยินดีว่า ดีนะที่ร้านโก๋กาแฟอยู่ที่ลำปาง เพราะถ้าอยู่กรุงเทพฯใกล้ๆบ้านผมละก็ มีหวังผมอ้วนขึ้นกว่านี้อีกแน่นอน...555

...ผมได้นั่งคุยกับ “คุณปุ๊ก+คุณกี้” สองสามีภรรยาเจ้าของร้านได้นานกว่าเมื่อวาน เพราะในช่วงเช้าๆของวันอาทิตย์นี้ ลูกค้ายังไม่มากนัก ทั้งสองก็เล่าถึงที่มาที่ไปของร้าน จากวันนั้นแล้วก็กว่าจะถึงวันนี้ รวมทั้งเส้นทางที่จะเดินต่อไปในอนาคตข้างหน้า ผมต้องยอมรับว่าทั้งคู่เป็นคนหนุ่มสาวไฟแรง มีอุดมการณ์และทัศนคติที่ดีในการประกอบกิจการ ไม่ได้คิดถึงผลกำไรของร้านเป็นหลัก แต่รักและคิดถึงลูกค้าที่เข้าร้านเป็นเรื่องใหญ่ ว่าลูกค้าจะรู้สึกอย่างไรเมื่อเดินเข้ามาในร้าน กาแฟและขนมที่เสริฟทำให้ลูกค้าพอใจได้ในระดับใด รวมถึงราคาค่าอาหารค่ากาแฟค่าบริการ อยู่ในระดับที่ลูกค้ายินดีจ่ายได้อย่างไม่ลำบากหรือไม่ นี่แหละครับคือ “หัวใจในการทำงาน” อย่างแท้จริง ซึ่งทัศนคติอย่างนี้ตรงกันกับ “สตีฟ จ็อบส์” ผู้ให้กำเนิด “Apple” เลยนะครับ “สตีฟ จ็อบส์” จะเน้นไปที่ตัวผลิตภัณฑ์ ว่าจะต้องมีความสมบูรณ์ทั้งเทคโนโลยี ทั้งการออกแบบ การขาย การโฆษณา แม้กระทั่ง “กล่องบรรจุภัณฑ์” ที่บริษัทอื่นไม่สนใจ เพราะคิดว่าลูกค้าแค่เปิดแล้วทิ้ง แต่ “สตีฟ จ็อบส์” ต้องการให้ลูกค้าเปิดแล้วเก็บ...!!!

...”คุณปุ๊ก+คุณกี้” ยังเล่าว่าวันที่ย้ายร้านจากที่เก่ามาที่ใหม่แห่งนี้ ยังมีลูกค้าบางคนมาช่วยขนช่วยย้ายด้วยเลย นี่แหละครับคือค่า KPI หรือตัวชี้วัดระดับความสำเร็จของร้านได้เป็นอย่างดี กิจการที่จะประสบความสำเร็จได้ต้องทำให้ลูกค้า เข้าถึงและคิดว่าร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของเขาด้วย ท่านผู้ชมที่มีกิจการเป็นของตัวเองอย่าลืมหลักการสำคัญข้อนี้นะครับ แล้วท่านจะไม่แปลกใจที่เห็นสาวกของ “Apple” ตะกุยตะกายกันไปเข้าแถวยาวเป็นกิโล เพื่อที่จะได้ซื้อผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ของ “Apple”...!!!

                    

               ...คุณนายหมูเธอถ่ายรูปกับ "คุณปุ๊ก" เถ้าแก่เนี้ยยังสาวของร้านโก๋กาแฟ...

                     

                        ...ผมถ่ายกับ "คุณกี้ + คุณปุ๊ก" สองสามีภรรยาเจ้าของร้านครับ...

...จากร้านโก๋กาแฟ ผมกับคุณนายหมู ก็โบกมืออำลาลำปางเมืองที่มีเสน่ห์น่าอยู่น่าอาศัยจริงๆ เพราะแค่ “คุณนายหวี” กับ “โก๋กาแฟ” ก็ยังทำให้ผมติดใจลำปางได้ถึงขนาดนี้ ยังไม่ต้องคิดถึง “รถม้าเมืองลำปาง” “วัดพม่า” ศิลปวัฒนธรรมอีกหลากหลาย รวมทั้งบ้านเมืองที่ดูสงบร่มรื่นน่าพักผ่อนเป็นอันมาก ก่อนขับรถออกจากลำปาง ผมก็โทรศัพท์ไปหาคุณนายหวีอีกครั้ง ขอบคุณขอบใจในความมีน้ำใจของเธอ แล้วก็ขับรถมุ่งหน้า Next Station ...เชียงใหม่...

...ไว้ติดตามตอนต่อไปนะครับ...

              

               



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 20 (0)
กำหนัน วันที่ : 31/05/2012 เวลา : 20.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saiyai21

สวัสดีครับ เจอกันที่โอยั๊วแล้วนะครับ ลูกชายผมก็ผ่าตัดสมองครับ

ความคิดเห็นที่ 19 (0)
มารูโกะ วันที่ : 23/05/2012 เวลา : 16.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/maruko

ลำปางเวียงทองเช้ามีบุฟเฟ่พอทานได้
แต่ลำปางเวียงละคร เช้ามีกระดูกหมูตุ๋น อร่อยดีค่ะ เคยคุยกับเพื่อนเล่นๆ ว่ามันเค็มขึ้นเรื่อยๆ เพราะเค้าไม่เคยเปลี่ยนน้ำตุ๋นเลยรึเปล่า 555

วัดศรีรองเมืองสวยมากค่ะ ชอบเพดานมากเหมือนกัน

ความคิดเห็นที่ 18 (0)
นักเดินทางตัวเขื่อง วันที่ : 15/03/2012 เวลา : 14.18 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/navigaty

อยากนั่งรถม้า..ทัวร์ลำปางจังค่ะ!!!

หอมกรุ่นกลิ่นกาแฟ.. ไปหนใดก้ออดที่จะแวะร้านกาแฟ น่ารักๆ เติมพลังก่อนแล้วค่อยไปต่อเช่นกันเลยค่ะ..

ความคิดเห็นที่ 17 (0)
Chaoying วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 15.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Chaoying

น่าอิจฉา ได้เที่ยวแ่อ่วเมืองเหนือกันสองต่อสอง..คุณนายหวีพาคุณนายหมูเที่ยว กินกาแฟด้วย ม่วนอก ม่วนใจ๋หลายเจ๊า
เจ้าหญิงนิ เมื่อคืนยังนั่งนินทาถึงคุณนายทั้งสองอยู่กับครูแดงเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
feng_shui วันที่ : 13/03/2012 เวลา : 07.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/buzz
feng_shui

อิจฉาคุณนายหมูค่ะ


...

อยากไปนั่งจิบกาแฟ ท่าจะม่วนขนาด
กี๊ดเติงคุณนายหวี
โหวต+

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
Bhirisa_ภิริสา วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 23.25 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Bhirisa
www.oknation.net/blog/misspostcard

ทริปนี้ดูท่าจะคุ้มจริง ๆ นะคะพี่...
อยากไปขี่ม้าที่ลำปางมาก ๆ ค่ะ

มีร้านกาแฟของ Blogger เราด้วยเหรอค่ะพี่จัง
บลูเบอร์รี่ชีสเค้กของโปรดค่ะ...ถ้ามีเสริฟพร้อมไอศครีมจะยิ่งทำให้น่าทานมากยิ่งขึ้นนะคะ...และอร่อยมาก ๆ ขอบอก

นางแบบดูร่าเริงเป็นพิเศษนะคะ...อิอิ

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
BlueHill วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

อ้าวตายจริง คุณ roastman เป็นเจ้าของร้านกาแฟที่พี่เป๊ปซี่พูดถึงหรือครับ รู้อย่างนี้ผมไปชิมกาแฟเสียตั้งนานแล้ว



ความคิดเห็นที่ 13 (0)
BlueHill วันที่ : 12/03/2012 เวลา : 09.00 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

พี่เป๊ปซี่ครับ คุณนายหวีเป็นคนน่ารักและใจดีมาก แถมยังฟ้อนเล็บงามอีกขนาด

ความคิดเห็นที่ 12 (0)
สายลมที่ผ่านมา วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 23.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/swongviggit
“เพียงสัจจะ ชนะได้” (Truth alone triumphs.)  

พี่หมูหน้าตาสดใสมากเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
market วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 21.48 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

ตามมาอ่านค่ะ แต่ละตอนออกมาทิ้งระยะห่างกันจังเลยค่ะ
กราบสวัสดีคุณนายหวีด้วยนะคะ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
คนช่างเล่า วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 16.52 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/nukpan
คนช่างเล่า....และเล่า เรื่องประวัติศาสตร์ ในอดีตที่ผ่านมา เพื่อเสริมสร้างจริยธรรมคุณธรรม

เทียวอย่างมีความสุข เมื่อไร ไปชุมพรละครับ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
su วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 15.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/suwest

เคยไปศึกษาเล่าเรียน เห็นเอ็นทรี่ของคุณอยากกลับไปลำปางอีก

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
แม่มดเดือนMarch วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 13.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/March

เห็นความรักที่คุณเป๊ปซี่มีให้คุณนายหมูแล้วชื่นใจ

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
ลูกเสือหมายเลข9 วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 11.56 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chai
<<==แวะไปทัก..แล้วคุณจะรักหนุ่มคนนี้

มาเที่ยวด้วยคน ฝากเบิร์ธเดย์ป้าหวีด้วยครับ

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
น้ำทะเล วันที่ : 11/03/2012 เวลา : 07.38 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/soda
เ พ ร า ะ พี่ เ ป็ น พี่ ... ที่ ... ว่ า ง เ ป ล่ า 

แสดงว่า รปภ. เป็นผู้ชาย
เพราะพี่ซี่บอกว่า เดินแกว่งไปแกว่งมา +++
ฮ่า ๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
ชื่นมื่น ๆๆๆๆๆๆ คร้าบพี่
สถานการณ์โดยรวมของ ๓ จว.ใต้ ... "เหมือนเดิม" (บาดเจ็บ / ตายรายวันคร้าบ)

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
roastman วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 22.29 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/roastman

ขอบคุณมากครับที่เขียนชมกันเสียมากมาย ..กำลังใจในการทำงานเพิ่มขึ้นโขเลยครับ
น้องปุ๊กเธอหัวเราะที่บอกว่าเธอดูกลมกลืนกับสาวลำปาง..อันนี้อาจจะเพราะว่าจมูกของน้องไม่ค่อยมีดั้งหรือเปล่าคะ? 555

ยินดีที่ได้มีโอกาสต้อนรับ และสัมผัสกับคู่รักอมตะแห่งบล๊อกโอเค ..ไว้มาเยี่ยมหากันอีกนะครับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
หวานหวาน วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 21.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/warnwarn
คาราโอเกะกับหวานหวาน http://www.oknation.net/blog/warnwarnsong

กาแฟน่าทานจังนะคะ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ลุงตุ่ย วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 20.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/THAMRONG

อ่านแบบเพลิดเพลินจริงๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
toondee วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 20.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/toondee
เกษียณแล้ว ไปไหน

สวัสดีค่ะ โก๋กาแฟ มาลำปางต้องลองค่ะ บรรยายสนุกจัง แต่หายไปนานนะคะ โหวตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชบาตานี วันที่ : 10/03/2012 เวลา : 20.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

แอ่วเมืองรถม้าซะอิ่มอกอิ่มใจ แถมอิ่มท้องอีกต่างหากเลยนะคะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน