*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231780
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอาทิตย์ ที่ 3 มิถุนายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 2009 , 15:28:21 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน PhutaiKaowong โหวตเรื่องนี้

ตำนานไทย - พุไทยวัง

**************************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๕ สิงหาคม ๒๕๑๙

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

คำนำและสารบัญ
http://www.oknation.net/blog/PhutaiKaowong/2012/05/20/entry-1

**************************************

ตอนที่ 7
    ขุนบุลมเสด็จเข้าครองสิบสองพุไทย
    แถนหลวงฟ้าคื้นสั่งสอนราชธรรมสิบประการแก่ขุนบุลม 
    ขุนบุลมมีลูก ๗ ชาย
    น้ำเต้าปุง
    ขุนบุลมตั้งอาณาจักร
    ขุนบุลมเลือกลูกสะใภ้ ๗ นาง
    ขุนบุลมแต่งตั้งอำมาตย์มนตรีไพร่ฟ้าข้าพระบาทแจกให้ลูกทั้ง ๗ ไปครองเมือง
    ขุนบุลมหดสรงลูกชายกับสะใภ้ทั้ง ๗
    ขุนบุลมให้โอวาทสั่งสอนลูกชายทั้ง ๗
    ขุนบุลมแจกเครือเขากาดแก่ลูกทั้ง ๗

******************

ขุนบุลมเสด็จเข้าครองสิบสองพุไทย

ขุนบุลมเสด็จจากนครหนองแส เข้าครองแคว้นสิบสองพุไทยต่อจากขุนลอคำ มีเรื่องราวละเอียดอยู่ที่หนังสือขุนบุลมแล้ว แต่จารเป็นคำกลอนโบราณด้วยตัวไท จะฟังง่ายไพเราะเฉพาะผู้เคยชินเท่านั้น เพื่อให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่องได้ง่าย จึงเลือกเอาตอนควรรู้มาแยกอธิบายความเสียใหม่ เช่นตอนขึ้นต้นบทท่านผู้ริจนาบรรยายความว่าด้วยเรื่องขุนบุลมลงมาสร้างชุมพูทีปเทศเฮานี้ ว่าเป็นนิทานเป็นคำสอนสืบมาเฮาฮู้ เฉพาะข้อความสำคัญฟังง่ายเข้าใจยาก มีอยู่ตอนหนึ่งคือ

“อันว่าลาวเก่าเว้าแถนหลวงฟ้าคื้น ยามนั้นเป็นพ่อเจ้าจอมซ้อยที่เซ็ง หากแม่นสักโกไท้เทโวตนยิ่ง เป็นมิ่งเค้าจอมซ้อยยอดสวรรค์ อันว่าแถนแต่งนั้นหากแม่น พิษณุกรรมบรเมศวรลงเกิด เจ้านั้นทำฤทธีเป็นซู่เชิงสอนไว้ อันว่าแถนกมเฒ่าทั้งแถนชั่งเถิก กับทั้งผู้ที่เหง้าแถนฟ้าฟากสวรรค์ หากแม่นจัตุโลกท้าวทั้งสี่ราชา ลิงโลกาซู่วันแวนเผี่ยน อันว่าความขุนเฒ่าบูฮาณลาวเก่า ยามนั้นเขาเลาเอิ้นเสินเว้าว่าแถน”

(อันว่าพุไทยพูดแถนหลวงฟ้าคื้น เวลานั้นเป็นพ่อขุนบุลม เปรียบเหมือนพระอินทร์เป็นเจ้าเมืองสวรรค์ เพราะแถนหลวงฟ้าคื้นเป็นพระเจ้าแผ่นดินเมืองหนองแส ซึ่งเทียบเท่าเมืองสวรรค์ แถนแต่งเปรียบเหมือนพระพิษณุกรรมบรเมศวรลงเกิด ท่านเก่งทุกด้านสารพัดพิชญ์ เทียบทางคองเมืองก็เป็นเจ้าอุปฮาด (เจ้าอุราช) เป็นรองพระเจ้าแผ่นดิน แถนกมเป็นเจ้าราชวงศ์เป็นรองเจ้าอุปฮาด แถนชั่งเถิกเป็นเจ้าราชบุตรเป็นรองเจ้าราชวงศ์แถนหลวงฟ้าคื้น, แถนแต่ง, แถนกม, แถนชั่งเถิก ทั้ง ๔ นี้เป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักรหนองแส คอยดูแลทุกข์สุขของราษฎร เปรียบเหมือนท้าวจตุโลกบาลทั้ง ๔ คอยสอดส่องดูแลสุขทุกข์สัตว์โลก

อันว่าความขุนเฒ่าบูราณพุไทย เวลานั้นเขาเล่าเรียกสรรเสริญ (ท่านทั้ง ๔) ว่าแถน)

อนึ่งกล่าวตามธรรมเนียมกษัตริย์โบราณ ตามปกติตำแหน่งเจ้าอุปฮาดต้องเป็นน้องพระเจ้าแผ่นดิน ดังนั้นจึงเชื่อว่าแถนแต่งเป็นน้องแถนหลวงฟ้าคื้น ส่วนตำแหน่งเจ้าราชวงศ์เจ้าราชบุตรก็เป็นเครือญาติใกล้ชิดกันนั่นเอง

วิธีการส่งกษัตริย์ออกเสวยเมืองสิบสองพุไทย แถนหลวงฟ้าคื้นทรงคัดเลือกเอาจากแถนทั้งหลายทั้งหญิงแลชาย ด้วยวิธีเส็งเสี่ยงเอาตามบุญสมภาร ว่าใครเป็นผู้มีบุญมากก็เอาผู้นั้น แต่วิธีเส็งเลี่ยงท่านทำอย่างไรไม่มีบอกไว้ ผลที่สุดเสี่ยงได้ขุนบุลมลูกของพระองค์เอง แล้วพระองค์จึงหาเทวีให้แก่ขุนบุลม ทรงเลือกได้พระนางยมมะพาลาลูกสาวแถนแต่งกับพระนางอกแคงลูกสาวแถนชั่ง ต่อไปจึงสั่งสอนลูกทั้งสามความว่า “ฟังเยอบุตราชแก้วทังสามนามหน่อกูเฮย พ่อจักให้ไปผ่านพื้นชมพูแท้ทีปคนพอแล้ว อันว่ายมมะพาลาแก้วบุตรีแถนแต่ง จงให้เป็นเอกเฝ้าแฝงเจ้าฝ่ายขวา อุบภิเษกให้เป็นมิ่งมเหสี แม้นว่ามีแสนนางยาไลลืมน้อง”

ต่อไปแถนหลวงฟ้าคื้นปลงพระราชทานรางวัลให้แก่ขุนบุลม คือเครื่องราชาภิเษก ตาวแวงง้าวผักหว่ายตาวเถื่อนกล้า ตาวเหล็กก้อมคมขาวแถนเถิก ด้างคำงาสามอัน กลอง ซะบัดไชฆ้องฮางง้าว ปะคือไช (ธงไชย) ฆ้องป่าวพล หอยสังข์ ปี่แก้วอันชื่อสวนไล ขันคำ หม้อไหหลวงต่าง ๆ ภาชนะนากและเครื่องคำแก้วมะณีโชติ แพรลายเลื่อมปกช้างใหญ่ ปะคือใหญ่กั้งบังหน้าเบิกบน สาวสนม ๖๐๐ คน ช้างงางอนแก้วไชยะมิ่งมหาจักร ม้า

แถนหลวงฟ้าคื้นจัดขบวนแห่ขุนบุลม ให้ขุนลีธรรมสาดตามแม่ม้าอย่าลดละ ให้มะโนสาดไปก่อนอวนพล ขุนนัน, ขุนอวน, ขุนอุ่นให้ขี่ม้าแห่ตามฝ่ายหลัง ให้แถนใยกับแม่ย่าง่ามถือหน่วงแบกขวานไปก่อน เฒ่าไลให้แบกพร้า, เขาเหล่านี้มีฤทธิ์มากอาจปราบผีร้ายได้ แถนเตือนป่าวให้ฝูงหมู่ขุนควาน เวลาไปกระทำการให้ขี่ควายไปพร้อมแล้วอาณัติให้เฒ่าปู่ลางเซิง ผู้มีใจหาญให้ขี่งัวเขาขว่าง สองขาเฒ่าถือพลแพนมาก แหนแห่เจ้าไปพร้อมฝ่ายหลังขุนบุลมเสด็จขึ้นขี่ช้าง ขัดดาบกล้าชื่อตาวผักคำแม่วีดวงกล้า มือถือถุงกับเครื่องอภิเษกที่แถนพระยาพ่อประทานให้ นางเทวีทั้งสองนั่งเทียมขวาซ้าย ขุนสารขึ้นขี่ท้ายไกวแกว่งปะคือไชย ช้างส่งเสียงซะเทียนร้อง

แถนหลวงฟ้าคื้นให้หาฤกษ์งามยามดี ในวันเวลขุนบุลมเสด็จจากนครหนองแสมาสร้าง “ชื่อว่ามื้อกาบไจเป็นแม่วันหลวง กับทังอาทิตย์ก็แม่นในวันนั้น โลกจิงจำจื่อไว้เว้าสืบเสินมา เป็นคำแถนบอกมาปางนั้น” แถนหลวงฟ้าคื้นโปรดให้แถนไปบอกขุนบุลมว่า ให้ไปตั้งเมืองที่นาท่งน้อยอ้อยหนูหั้นฮาบเพียง หากบุญมีจักกว้างขวางภายหน้า “เจ้าจักมีลูกแก้วนามหน่อเจ็ดชายบอยาแล้ว จักสืบแทนวงศาฮุ่งเฮืองเมือหน้า อันว่าราชาเจ้ากุมารตพี่ จงให้ไปยูเมืองล้านช้างเป็นเจ้าแผ่นดินหั้นท่อน ถัดนั้นแถนบอกให้เมืองใหญ่หกเมือง จงให้บุตราไปยูเสวยภาพุ้น คือว่าเมืองแกวก้ำบัวระพาวันออก เมืองห้อนั้นมีก้ำฝ่ายเหนือ เมืองยวนก้ำปัจฉิมมานครราชภายพุ้น สีอะยทิยาห้องฝ่ายใต้ที่เซ็ง เมืองพวนพุ้นอุดไทนครราชก็ดี คำเกิดก้ำเมืองสร้างแต่ปัดฐม จงให้บุตราเจ้าทังหกตนประเสริฐ ไปยูสร้างเมืองท้าวที่เซ็ง”

แถนหลวงฟ้าคื้นให้หาฤกษ์งามยามดี เพื่อเคลื่อนขบวนพลออกเดินทาง ได้ฤกษ์ “อาทิตย์ย้ายบาทเท้าเถิงฤกษ์ราหู ให้ไปราศีกันทีเดียวตงถ้วน อุดทังได้ยามดีไชยะโชค พระบาทเจ้าตีฆ้องป่าวพล เจ้าก็เสด็จจากห้องหนแห่งเมืองสวรรค์ ทังหอยสังข์เป่ามามิยั้ง แถนใยพร้อมทังแถนเฒ่าไล มาแห่หน้าพลล้านเพิ่นหาญแท้แล้ว อเนกล้นฝูงหมู่ชุมพระยา นองพลมาดังทรายไหลแล้ง มาฮอดนาท้งน้อยยามแถใกล้ฮุ่ง แถนแต่งไว้ลายหั้นแห่งสิงอัดฐะเคราะเจ้าสถิตยูในกรรณ์ ลักคะนาเนายูสิงห์ฉันนี้ อันนี้ชื่อว่าชาตาห้องเมืองสีห์สัตว์นครโลก แถนแต่งไว้เมือหน้าโลกลือ

แต่นั้นวิษุกรรมเจ้าพระยาหลวงแถนแต่ง นีระมิตผาสาทแก้วโฮงพร้อมซู่อัน สรรพสิ่งพร้อมเครื่องเสบขุ่ยระบำมีทังสวนไลเนืองปี่ซุงแคนไค้ อันใดฝูงโลกยังประโยชน์สร้างกระทำการหลายสิ่ง แถนแต่งไว้มีพร้อมซู่อัน เจ้าจิงอัดธิฐานไว้หินหลวงหลายแห่ง สีที่ไม้เป็นให้เกิดไฟ แล้วจิงอัดธิฐานน้ำพร้อมทังที่ฮูลม เพื่อให้คนทังหลายยูสบายเมือหน้า ก็จิงสอนสั่งไว้ฝูงหมู่เทวดา อันยูในชุมพูซู่ตนตงถ้วน ให้ฮักษาแก่นไท้ขุนราชบุลม กับทังพลแพน หลวงไพร่ไททังค้าย ยาได้โภยภัยต้องอนตายบังเบียดสังเทอญ เฮาสั่งไว้สูเจ้าจื่อจำ ฯ”

ดังกล่าวมาจะเห็นได้ว่า เมื่อแถนหลวงฟ้าคื้นคัดเลือกได้ขุนบุลมแล้ว ก็หาเมียให้ขุนบุลม ๒ องค์ ราชาภิเษกขุนบุลมขึ้นเป็นพระเจ้าแผ่นดิน จัดขบวนแห่ขุนบุลมจากพระราชวังที่นครหนองแส ไปครองแคว้นสิบสองพุไทย พอไปถึงเวลาใกล้รุ่ง ก็ถือมงคลฤกษ์สร้างเมืองราชธานีลงที่ทุ่งนาน้อยอ้อยหนู ซึ่งเมืองนาน้อยอ้อยหนูภายหลังเรียกเมืองน้ำน้อยอ้อยหนูบ้าง เมืองแถนบ้าง เพราะขุนบุลมเป็นแถนจึงเรียกเมืองแถน ต่อมากลายเป็นเมืองแถง ซึ่งเป็นคนละเมืองกับเมืองแถงของขุนลอคำ


วิธีสร้างเมืองท่านทำเป็นรูปราชสีห์ แล้วทำนายตามวิธีหุรศาสตร์ ว่าอัฐเคราะห์ของขุนบุลมสถิตอยู่ที่หูสิงห์ เมื่อลัคนาเนาอยู่สิงห์ฉันนี้ จึงได้ชื่อชาตาเมืองสีห์สัตว์นครโลก ต่อไปภายหน้าโลกจะเล่าลือ ดูก็น่าจะเป็นจริงตามคำทำนาย เพราะเมืองนาน้อยอ้อยหนูแม้จะไม่ใหญ่โตนัก ก็มีชื่อติดประวัติศาสตร์หลายแขนง ปัจจุบันเมืองนี้แกวเปลี่ยนชื่อเป็น “เดียนเบียนฟู” เมื่อคราวแกวรบกู้เอกราชจากฝรั่งเศสชนะ ครั้งศึกอินโดจีนนี่เอง

บรรดาคณะญาติฝ่ายขุนบุลมก็ดี คณะญาติฝ่ายแถนแต่งพ่อตาขุนบุลม ผู้ติดตามลูกเขยมาก็ดี คณะญาติฝ่ายพระนางอกแคงลูกสาวแถนชั่งก็ดี รวมทั้งข้าทาสราชบริพารพระยาเสนาพลไพร่ ที่แถนหลวงฟ้าคื้นจัดสรรให้ตามเสด็จ, ขุนบุลมมาอยู่ที่สิบสองพุไทย มีจำนวนเป็นอันมาก เวลาเดินขบวนไปตามทาง ไหลเป็นสายไปลุด ๆ เหมือนดังทรายไหลแล้ง


บรรดาคนเหล่านี้ ออกมาจากพระราชวังแถนหลวงฟ้าคื้น พระยาพ่อและพระยาแม่แพงแสน จัดให้ขุนบุลมลูกของพระองค์, ออกจากวังของแถนแต่งติดตามพระนางยมมะพาลาและออกจากวังของแถนชั่งติดตามพระนางเอกรรคง หน้า ๓๘ที่นครหนองแส พร้อมด้วยบรรดาผู้ที่อยู่นอกเวียงวังด้วย ล้วนแต่เป็นคนพุไทยเรียก “พุไทยวัง” เป็นคนพุไทยแท้ไม่ใช่พุไทยผสม มีธรรมเนียมสืบมาแต่โบราณให้สมสู่ในหมู่กันเอง ไม่นิยมแต่งงานกับคนต่างชาติภาษา ทั้งนี้เพราะท่านถือเคร่งตามคำสั่งสอนของแถนหลวงฟ้าคื้นที่สั่งเอาไว้ “ไทลอให้หาลอสมสู ย่าหล่าม้างคำเฒ่าสั่งสอน กินซิ้นต่อนใหญ่ทังขา สูกินปลาให้ส่งปลาพอฮ้อย เวนวางให้พลีผีแถนเคียด แถนจิงคูณคุ้มให้สูเจ้ามั่งมี” ดังนี้ แลพุไทยวังมีขนบธรรมเนียมประเพณีของตนเองโดยเฉพาะ เช่นพิธีแต่งงานก็บัญญัติขึ้นครั้งหลังสุดที่นครหนองแส สมัยพระยาวิเทหราชพระเจ้าแผ่นดินนครหนองแส เป็นประธานทรงบัญญัติไว้อย่างสมบูรณ์แบบ และใช้อยู่ทุกวันนี้ (พิมพ์เป็นเล่มสมุดต่างหากแล้ว) พิธีทำศพก็ดี พิธีสร้างย้าวเรือนก็ดี พิธีเอาผัวเมียใหม่ก็ดี เหล่านี้ถือปฏิบัติตามระเบียบบัญญัติ ที่พระยาสัมมันตราชพรหมผู้ลุกจากอักกะนิษฐาพรหม ลงมากินอายดินในต้นภัทรกัป ทรงบัญญัติไว้จดเป็นหนังสือชื่อ “มุรกึด” (พิมพ์เป็นเล่มสมุดต่างหากแล้ว) ส่วนประเพณีการปกครองบ้านเมืองของรัฐ ก็ใช้ระบอบแบบแผนของกษัตริย์ราชวงศ์แถนทุกประการ ดังกล่าวมาแล้วข้างต้น ส่วนประเพณีที่ไทยทั่วไปใช้ก็มีมากอย่าง ทั้งที่เป็นต้นฉบับใช้ตามกำหนดฤดูกาล เช่นสังขาร (วันขึ้นปีใหม่) ฮีต ๑๒ คอง ๑๔ เหล่านี้เป็นต้น และที่ใช้ประจำวัน เช่น บมสูดขวัญต่าง ๆ เป็นต้น เหล่านี้ได้แยกพิมพ์เป็นเล่มต่างหากแล้ว


แถนหลวงฟ้าคื้นสั่งสอนราชธรรมสิบประการแก่ขุนบุลม

ถัดนั้นเจ้าจิงสอนสั่งไว้คองราชราชธรรมสิบประการ กับทังคองเสนาซู่คนแควนเผี่ยน คันว่าบรบวรณ์แล้วลีลาลุกพราก เมือสู่ห้องเมืองฟ้าฟากสวรรค์ เลาพากย์ถ้อยทูลบาทแถนหลวง เจ้าก็ขวา ๆ เสียงชื่นชมดอมดั้ง

ขุนบุลมมีลูก ๗ ชาย

พอขุนบุลมเสวยราชย์ที่สิบสองพุไทยได้ ๒ ปี พระนางยมมะพาลาก็ประสูติลูกชายชื่อ “ขุนลอ” ปีถัดไปพระนางอกแคงก็ประสูติลูกชายชื่อ “ยี่ล้านช้าง” ปีถัดไปพระนางยมมะพาลาก็ประสูติลูกชายชื่อ “จุสง” ปีถัดไปพระนางอกแคงก็ประสูติลูกชายชื่อ “ใสพงษ์” ปีถัดไปพระนางยมมะพาลาก็ประสูติลูกชายชื่อ “งัวอิน” ปีถัดไปพระนางอกแคงประสูติลูกชายชื่อ “ลกกม” ปีถัดไปพระนางยมมะพาลาประสูติลูกชายชื่อ “เจ็ดเจือง”

น้ำเต้าปุง

ขุนบุลมเสวยราชย์มาได้ ๙ ปีมีความสุขสำราญ “ท่อว่ายังเคืองด้วยเสนาพลไพร่ ทุกข์ยากไฮ้เคืองแค้นซู่ประการ ทังช้างม้าฝูงหมู่เงินคำ เอาแต่เมืองแถนมาอันใดก็จิงมีอันนั้น” คือว่า ขุนบุลมถึงจะมีความสุขสำราญดี ก็ยังมีความเคืองใจด้วยเสนาพลไพร่ ทุกข์ยากไร้ทุกประการ ช้างม้าเงินคำของอันใดที่มีใช้อยู่ ล้วนแต่เอามาจากนครหนองแสทั้งนั้น ขุนบุลมกับนางเทวีคิดปรึกษากันแล้ว จึงทันขุนสาร, ขุนใย, แม่ย่าง่ามมาโดยด่วน แล้วทรงบัญชาว่า


“สูจงเมือทูลไหว้แถนหลวงฟ้าคื้น เล่าภาคพื้นถวายเจ้าซู่ประการ อันว่าเขากาดเกี้ยวมาเกิดกลางหนองอนทะการเป็นมืดมัวสูญเศร้า มัวมืดฟ้าบอส่องสักยาม แสงสุริโยมาบอใสเสียแจ้ง อันนึ่งสองหน่วยน้ำปุงใหญ่มาเป็น เครือมันชอนสอดไฮเฮี้ยวไม้ มณฑลไม้ไฮหลวงมัวมืด เงยเงิกหน้าบอเห็นฟ้าส่องใส ฝูงข้ายูบอได้เมืองลุ่มหนาวเย็นนักแล้ว ขอให้ปราณีผายโผดตนตัวข้า สูจงทูลบาทไท้โดยดังคำเฮานี้ท่อน อันใดมีคำสุขบอ-กว่าสูสามเฒ่า

แต่นั้นสามขุนเฒ่าลีลาโดยบาท เมือฮอดฟ้าทูลไหว้กล่าวกลอน เล่าพากย์ถอยทูลบาทพระยาแถน ถวายทันยำซู่อันแวนเผี่ยน เมื่อนั้นราชาเจ้าแถนหลวงฟ้าคื้น ชมชื่นต้านสามเฒ่ากล่าวกลอน บัดนี้ลูกพ่อไปสืบสร้างเสวยราชยชุมพู ยังค่อยเทียระฆาคงชอบธรรมเป็นเจ้า ว่าจักไปฟันไม้ไฮหลวงลำใหญ่เสียนั้น เกรงแต่ขวัญบอหมั้นขวงแพ้ลูกเฮาบอฮู้ บัดนี้กูจักอาณัติให้สูไปตกแต่ง ให้ลูกแก้วกูพุ้นยูดี แม่ย่าง่ามทังปู่แถนหลวง เขือจงไปฟันเครือเขากาดเสียตงถ้วน มนต์จบพร้อมแถนหลวงเฒ่าไล เขาจงไปป้ำไม้ไฮเสี้ยงยาหลอ แถนชีให้ถือชีไปเทียว ท่านจงชีหมากน้ำเต้าปุงนั้นหน่วยหลวง สพรั่งพร้อมฝูงหมู่ญิงชาย ทังงัวควายออกมาในหั้น ลวาสุดแบ้หมูหมาเป็ดไก่ก็ดี ทังช้างม้าแมวพร้อมห่านหงส์ แม้นว่าฝูงหมู่ตาลพร้าวพร้อมเทียมหอมผักบั่วก็ดี กับทังกล้วยและอ้อยมะเขือพร้อมออกมาหั้นแล้ว แถนสิ่วให้ไปสิ่วเป็นฮู นามลาพูหน่วยปลายเป็นน้อง เดียระดาษล้นฝูงหมู่ทราย, อง ทังงัวควายไหลหลั่งลงปานน้ำ หัตถีชางพังพลายไหลออก ในหมากน้ำปุงนั้นหน่วยปลาย รัตนังแก้วเงินคำผ้าผ่อนก็ดี ไหลหลั่งล้นมาหั้นซู่อัน แถนเถิกให้ไขเครื่องปักตูคำ อันว่าเงินคำเหล็กกั่วซืนมีพร้อม

แต่นั้นแถนก็ฮับพากย์เจ้าโดยบาทแถนหลวง ลงมาแปงซู่อันแควนเผี่ยน ปุนแปงให้ขุนบุลมตกแต่ง สับพะสิ่งพร้อมเหลือล้นอเนกนอง แต่นั้นคนจิงเสินสืบเว้าเอิ้นว่าลาว ๆ เหตุว่าเกิดในลาพุหมากน้ำเต้าปุงมาแท้แล้ว บทว่าลาพุนั้นดูขัดขีนยากแก่เว้าแท้แล้ว แปลว่าหมากน้ำเต้าปุงแท้สิ่งเดียว

เมื่อนั้นสองขาพร้อมแถนชีแถนสิ่ว ทังไลเฒ่าเญอพร้อมพรำกัน สองเขือขึ้นสูฟ้าเมือฮอดเมืองแถนเมื่อใด เขือจงพันกอไฮฮ่มหลวงเสียเสี้ยง ทังเลาเขากาดเกี้ยวฮ่มใหญ่บังบน ตัดขาดเสียจำดินยานานจิงแท้ เขือจงผ่าน้ำเต้าปุงหลวงหน่วยใหญ่เลียน้อย พันเป็นงีมผ่าเสียยาไว้ แต่นี้สูยาเทียวเมือฟ้าหากูจักเทื่อ แม้นว่าตูยูพุ้นบอมาเยี่ยมผ่อสูแท้แล้ว คันว่าสูทังสี่เมี้ยนมรณาตตายไปเมื่อใด ให้คนทังหลายถือเงื่อนซู่คนตงถ้วน ยามกินข้าวเหล้ากะทำสิ่งฉันใดก็ดี เขาว่ามาเยอสูฮีบไปยาช้า คันว่าแถนสั่งแล้วบรบวรณ์ทุกสิ่ง เขาก็เมือสู่ฟ้าขุนท้าวที่เซ็ง

ฝูงหมู่ข้าโดยอาชญ์ให้ไปสู่ชุมพู ปุนแปงเป็นซู่อันเลนแล้ว เมื่อนั้นเขาก็ฟันฮอนห้ำเครือหลวงเขากาด ทังต้นไม้ไฮดั้วใหญ่สูง ทังเลาฟันฟักน้ำเต้าใหญ่ปุงหลวง ไปซัดเสียแคมหนองกู่ก่ายเลียนลงไว้ บัดนี้เฟื่องหมากน้ำกลายเป็นหน่วยใหม่ ทังมวลเป็นสี่งีมสิ่งเฮาเลียนไว้ แต่นั้นเมืองมิ่งท้าวบุลมมหาราช เฮืองฮุ่งแจ้งแสงฟ้าส่องใส อันว่าแถนใยพร้อมทังแถนเฒ่าไล กับทังแม่ย่าง่ามเจ้าสามเฒ่ามุดไป เขาก็มรณาเมี้ยนลดชั่วตายไป กลายเกิดเป็นผีหลวงเสื้อเมืองเดี่ยวนี้ แต่นั้นคนจิงเอิ้นยามเมื่อผอกพลีผี เฮียกว่ามาเยอสูฮีบมายาช้า เทียรญอมมากินข้าวโภชะนังอันคนผอกพลีนั้น ตามแต่คนมอบให้เข้านั้นจิงกิน ลำดับเท่าภายลุนลาวใหญ่มาพี้ ยามเมื่อกินข้าวน้ำเฮาเอิ้นว่าเยอ

เมื่อนั้นพระบาทเจ้าขุนราชบุลม ตรองตราหาแจกคนฝูงนั้น ฮูชีให้แปงเป็นสองหมู่ หมู่นึ่งชื่อว่าเชื้อไทเล่มลูกลาง หมู่นึ่งชื่อว่าไทวีเป็นถันเลียนยู เขาจื่อแจ้งจำไว้ซู่คน หมู่ออกหน้าฮูสิ่วโสมงาม ดูอาจแปงเป็นสามสิ่งไทเลียนไว้ ชื่อว่าไทเลิงไว้เป็นถันเลียนยู เขาจื่อแจ้งจำไว้แม่นคอง ไททอลอให้ความสามจักสิ่ง ทุกสิ่งแท้ไทนั้นซู่อัน แจกแบ่งแล้วลางเฒ่าจิงสอน ให้สืบสร้างเฮ็ดไฮ่นากิน แปงเป็นอาภรณ์แผ่นแพผืนผ้า เลาบอกให้ฮู้หลายสิ่งสรรพการ อาจจักคัวระนาเถิงแห่งคำมีแล้ว ก็จิงปุนแปงให้ญิงชายสมคู่กันนั้น มีลูกเต้าเต็มย้าวยูสบาย เล่าบอกให้อุปฐากเลี้ยงพ่อแม่ลุงตา ยำแยงฝูงแม่นายลัวป้า แต่นั้นเจียระกาลพ้นตานายพ่อแม่ เลยเลาลดชั่วเมี้ยนเมือฟ้าฟากสวรรค์

ลางเซิงบอกเขาไปเลิกซากฮูสิ่ว ให้เขาเมี้ยนคาบเสีย ทังเลาเก็บดูกไว้ล้างส่วยสีดี แปงศาลาก่อกวมมุงไว้ ให้เขาส่งข้าวยาขาดสักวัน คันว่าบอมีคนไปแต่งภาช์น์หงายไว้ จิงเฮียกเอิ้นพ่อแม่มากิน ชื่อว่าเป็นผีเฮือนสืบมาเดียวนี้
ฮูสิ่วให้เฮียกว่าเป็นไท มีโสมงามซู่คนเลิงล้วน มีผญาพร้อมอันควรแควนมาก ให้แต่งตั้งเขาไว้ปำลือ ฮูชีให้เขาไปเป็นไพร่ เหตุว่ามีฮูปฮ้ายดำด้านสิ่งหมี ชื่อว่าข่าก่ำฮ้ายยูง่อนภูสูง บอกให้เขาเอาปีตองแบกกะบองมาให้

เมื่อนั้นราชาเจ้าสอนฝูงพลไพร่ เจ้าก็จำจื่อถ้อยแถนฟ้าบอกมา ไทควางให้หาควางเป็นหมู่ ไทเล่มให้หาเล่มยาปน ไทเลิงให้พรำพร้อมกันยูเป็นมวล ไทวีให้หาหมู่ไทวีนั้นท่อน ถัดนั้นไทลอให้หาลอสมสู่ ยาหล่าม้างคำเฒ่าสั่งสอน กินซี้นให้ส่งซี้นต่อนใหญ่ทังขา สูกินปลาให้ส่งปลาพอฮ้อย เวนวางให้พลีผีแถนเคียด แถนจิงคูณคุ้มให้สูเจ้ามั่งมี” 

ขุนบุลมตั้งอาณาจักร

“แต่นั้นขุนบุลมเจ้ากษัตราตนประเสริฐ เสวยราชย์สร้างเมืองบ้านฮุ่งเฮือง เจ้าจิงตั้งเป็นอาดญาจักร สอนเสนาใส่ไปเป็นฐ่าน เพื่อให้อาสาเจ้าราชาภูวนาถ บอให้เคืองบาทพื้นจอมเจ้าพระยอดเมือง ขุนศรีธรรมราชให้เป็นมิ่งแสนเมือง ฮักษาพลคนเศิกไพร่ไททังข้า ขุนแสนให้เป็นหมื่นหลวงกลาง ฮักษาฝูงแขกคนมาเฝ้า ขุนไหให้แต่งตั้งถือไพร่แห่ขนันขวา ขุนพีถือพลแพนแห่แหนภายซ้าย ขุนบาลผู้ฉลาดฮู้ราชะราชพิมพ์คอง ให้ยูในราชวังตัดแต่งบอให้ผิดหล่าม้างดูแม้งแม่นคอง ทุกค่ำเช้าเฝ้าบาททำผิด คองใดมีดีแต่งตางตนเจ้า” 

 

ขุนบุลมเลือกลูกสะใภ้ ๗ นาง

“เมื่อนั้นเจ้าจิงคึดฮำฮู้หาอ่อนทังเจ็ด ก็ไปมีสาวสนมผู้เป็นเมียเค้า เจ้าจิงมาเลือกเล้มฝูงออกฮูชี ก็บอมีไผสมลูกตนพอเสี้ยว ผิวดำด้านเสมอวรรณกาก่ำ ทังเลาปากต่ำตั้งเป็นน่าอยากหัว เจ้าจิงมาเลือกเล้มฝูงไทฮูสิ่ว โสมวัยมีผิวผางเภทไฟงามล้วนเจ็ดนางได้สมพระองค์น้องพี่งามซะล่ายสาวฟ้าเกิ่งกัน อรทวยเนื้อคิ้วก่ององค์สนิท เกศาเขียวแข่งนิลนางย้อม ยามเมื่อเชิด ๆ ซ้ายไหลเหลือดคอยคม บอห่อนเป็นสาธารณ์เภทโสมเสมอว้า ผิวผางหน้างามช่อชิดเชิง พิมพาควรคู่สาวสวรรค์ฟ้า ฮอง ๆ แก้มวรรณผิวใสส่อง เป็นที่ลิงล่ำได้ปานแก้วหน่วยดี ยามเมื่อนารีแย้มนัวระลีไหลเหลือด ควรแก่เจ้าแก่นแก้วชมน้องนาถแพง” ชื่อนางนาถให้แก่ขุนลอ นางแอดให้ยี่เมือง นางอุรดสาให้จูสง นางอามให้แก่ใสพงษ์ นางไอ่ให้แก่งัวอิน นางแพงมาดให้ลกกม นางลุนให้เจ็ดเจือง

ขุนบุลมแต่งตั้งอำมาตย์มนตรีไพร่ฟ้าข้าพระบาทแจกให้ลูกทั้ง ๗ ไปครองเมือง
“ถัดนั้นจิงแต่งตั้งอามาตย์มุนตรี ให้แก่เจ็ดกุมารลูกพระองค์มิน้อย ฝูงจักควรเป็นข่อยทาสาหัตถะบาท ให้ยูใกล้ตีนเจ้าปำลื ฝูงแก่นกล้าลือเพทมนต์ดล ให้ถือพลคนเศิกปำลืภายหน้า ฝูงหมู่เชื้อฮู้ฮีตคองเมือง ให้เขามาเอาการแต่งตางตนเจ้า ฝูงจักเป็นไพร่น้อยแหนแห่ภูบาลก็ดี ปิดตาเป็นซู่คนตงเลี้ยง คันว่าแจกแบ่งไพร่พร้อมฝูงหมู่เสนา ให้แก่บุตราตนซู่คนปันแล้ว พระจิงให้ฝูงฉลาดฮู้โยคยามดี มีทังกรรมจรจับฤกษ์เกณฑ์ดีพร้อม ตัวเค้าได้กะเสดมหาอุด ราสีสมสุทธะยิ่งเนาในฟ้า เจ้าจิงทันแก่นแก้วกุมารน้อยหน่อ กับทังลูกสะใภ้มาพร้อมพรำกันกับทังอามาตย์พร้อมฝูงหมู่เสนา มาดามวลซู่คนทังค้าย แต่นั้นสพรั่งพร้อมน้อยหน่อทังเจ็ด ทูลชุลีนบพ่อตนประนมนิ้วเสนาพร้อมบังคมทูลบาท พระก็ชมชื่นต้านดอมแท้ซู่คน

ขุนบุลมหดสรงลูกชายกับสะใภ้ทั้ง ๗ 

“บัดนี้เฮาจักแจงเมืองให้ยูขวางเฮืองฮุ่ง ปลูกอ่อนน้อยเสวยสร้างสืบเมือง โดยดังพระพ่อเจ้าฟ้าคื้นแถนหลวง มีคำสอนสั่งเฮามาสร้าง เฮาจักอุบภิเษกแก้วเป็นยอดชมพู เมื่อนั้นเสนาฟังซู่คนประนมนิ้ว เจ้าก็เอาน้ำแก้วมาใส่ไตคำ เอากุมารซู่คนมาใกล้กับทังลูกสะใภ้นางนาถเจ็ดสาว เอามามวลซู่นางดอมท้าว เจ้าจิงทวายเอาน้ำคันทีซ้อยโชติ หดใส่มือแจ่มเจ้าบาท้าวซู่ตน พระจิงให้โอวาทคำสอน เหมือนดังอินทร์โอยพรแก่ลัดสีปางนั้น”

ขุนบุลมให้โอวาทสั่งสอนลูกชายทั้ง ๗

“ฟังเยอบุตระราชแก้วนามหน่อทังเจ็ดพ่อเฮย พ่อจักวางเมืองปุนแจกไปเป็นเจ้า ยามเมื่อพ่อลงมาสร้างชุมพูทีปเทศเฮานี้ แถนก็สอนสั่งไว้ยามนั้นบอกมา พ่อจักให้ลูกแก้วไปปุนยูแต่ง เป็นเอกท้าวทงสร้างสืบเมืองพ่อแล้ว ยามใดสูเจ้าได้เป็นพระยาเสวยราชย์ ยาได้ไปแผ่กว้างหอมข่อยไพร่พล ยาได้ทำเบียดฮ้ายโกรธาแฮงเคียดเบียดไพร่น้อยเขาเจ้าบอดู อันนึ่งยาได้ทำใจสั้นเอายาวเยิ้นโผด เมืองจิงกว้างมาได้ส่วยไฮ ยาได้ติผู้ฮูโสภาพ คลองธรรมนั้นเน้อขันตีอดโทษเขาขุนข้า ยาอ้างนาบกล้าซาท่านจิบหายนั้นเน้อ ยาได้ตามใจตนฮ่าวกะทำคองฮ้าย ให้ค่อยคึดถี่แท้หาโทษคุณโณ จิงกะทำตามกรรมเมื่อพิจารณ์แจ้ง อันนึ่งให้ค่อยฮักหนุ่มเหง้าฝูงหมู่สาวสนมใจไมตรีแก่เขาฝูงนั้น แม้นว่าญิงไพร่น้อยลูกแห่งชาวเมืองก็ดี ยาได้มีใจเบียฬเบียดญิงใจน้อย อันว่าเป็นญิงนี้มีใจอันอ่อน เขาย่อมย้านกลัวเจ้าแผ่นดินแท้แล้ว อันนี้ปิตตาเจ้าแถนหลวงฟ้าคื้น สอนพ่อไว้ยามนั้นเมื่อลาง อันว่าปัดฐมมหากัปตั้งมีญิงเป็นก่อน ก็จิงแพออกได้หลายตื้อตื่มแถม อันว่าพระกษัตริย์เจ้าองค์ใดมาเบียดญิงนั้น อายุก็บอหมั้นเมืองบ้านหม่นหมอง ฟังเยอราชบุตรเจ้าทังหลายจำจื่อเอาท่อน แถนหากสั่งพ่อไว้ฉันนี้เที่ยงจริงพ่อแล้ว คันว่าไปยูสร้างเสวยราชย์เมืองใดก็ดี จำคำสอนพ่อตนเอาไว้”

ขุนบุลมแจกเครือเขากาดแก่ลูกทั้ง ๗

“เมื่อนั้นราชาเจ้าขุนบุลมมหาราช ของมูลคูณแต่แถนประสงค์ให้ อันว่าขุนลอเจ้าขุนนามน้อยหน่อ พระพ่อให้หน่วยฆ้องดวงกล้าแม่ลือ กับทังหอกคันคำพร้อมดวงดีเถิงขนาด ให้แก่เจ้ายี่น้อยผาล้านลูกตน อันว่าจูสงแก้วกุมารแมนหล่อ พระพ่อให้เกิบแก้วแสงเลื่อมแก่บา อันว่าหน้าใส่หน่องชื่อว่าศรแพน ให้ใสพงษ์พระลูกคีงตนแก้วหนักหนอนหน้างัวอินบุตระราช เอาปายชายดาบคำมวลให้ ดาบเถื่อนกล้าอันประเสริฐผักหวาย ให้แก่กุมารพระลกกมตนน้อง อันว่าฮางกอนง้าวดวงดีเถิงขนาด ให้แก่เจ็ดเจืองเจ้ากุมารน้อยหน่อเมือง ยังเลางาสารช้างมุงคุลเกี้ยวกอด ตายถอดไว้พระยาเจ้าแบ่งปัน ของยอดไท้ฟ้าคื้นแถนหลวง พระก็ตัดงาขวาสีปุ่นปันให้ ท่อนกกให้ขุนลอตนพี่ จุสงเจ้าตนน้องท่อนกลาง ท่อนสามให้กุมารหน่องัวอิน เจ็ดเจืองเจ้าปันให้ท่อนปลาย อันว่าราชบุตรเจ้ากษัตราทังสี่พระองค์นั้น เป็นหน่อเนื้อนามไท้แม่เดียว เป็นลูกเทวีแก้วยมมะพาลาตนพี่ ผิวผ่องหน้างามย้อยยิ่งเขียนยังเลาลูกแก่นแก้วนางนาถอกแคง สามพระองค์เป็นแม่เดียวปานแต้ม ก็จิงเอางาซ้ายปันสามท่อน กกเลื่อยแล้วบายให้ยี่เมือง ใสพงษ์เจ้าเอาท่อนกลาง ลกกมเอาท่อนปลายปันให้ ถัดนั้นเจ้าจิงเอาหน่วยแก้วอันขอดโฮงคำ เมือง ๆ ใสส่องงามเงาแจ้ง ปัทมราชเลื่อมให้แก่ขุนลอ หน่วยนี้อัยกาแถนปู่ปันมาให้ หน่วยนึ่งชื่อว่าพิฑูรย์เลื่อมแสงสิ่งตาวัน ปันกุมารยี่เมืองผาล้าน หน่วยนึ่งชื่อว่ามุกดาเลื่อมผิวเงินเลียงหล่อ พญานาคได้มาให้ส่วยแถนไว้แก่เจ้าน่ามหน่อจูสง ของแพงพระพ่อเวนวางให้ หน่วยนึ่งชื่อว่าเพชรหลอดเลื่อมผิวผ่องบาดาล อิสูรย์แยงบอคอยดูได้ ให้แก่ใสพงษ์เจ้ามหานามน้อยหน่อ พระพ่อให้บาท้าวชื่นชม หน่วยนึ่งชื่อว่ามหานิลเพี้ยงพระแขไขใสส่องแถนลูบไล้โลมนิ้วส่งมา ให้แก่เจ้างัวอินโสมสะอาด แพงคอพระชื่นชมเหมือนหน้า อันว่าบับพาแก้ววรรณไสแสงส่องงามซอดไว้บาท้าวลกกม มุกคำแก้วแสงใสสุทธะยิ่ง แก้วแต่ฟ้าตนเจ้าปู่แถน ทันยำให้โสมงามเจ็ดเจือง งามเลิศล้ำควรท้าวสอดสม สบใส่นิ้วเจ็ดเจืองวันทา บุญเฮืองพระชื่นชมดอมแก้ว”
 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน