*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231644
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันศุกร์ ที่ 8 มิถุนายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 3231 , 21:35:07 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

เรียน เพื่อนๆ สมาชิกทุกท่าน

จากที่ได้นำเสนอผลงานของคุณตานรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษาเรื่องตำนานไทย-พุไทยวัง ไปเกือบครึ่งเล่มแล้ว... หวังว่าเนื้อหาคงเป็นประโยชน์ต่อท่านที่สนใจไม่มากก็น้อยนะคะ

วันนี้อยากขอนำเสนอข้อมูลทางประวัติศาสตร์เล่มใหม่ชื่อ "พิธีแต่งงานพุไทย" มาเพื่อท่านที่สนใจในข้อมูลเกี่ยวกับพิธีแต่งงานของชาวภูไท ได้อ่านไว้เป็นความรู้ด้วยค่ะ
สำหรับเนื้อหาและภาษาในหนังสือเล่มนี้ อาจจะทำให้หลายๆ ท่านที่ไม่คุ้นเคยกับภาษาภูไท(ผู้ไท) อ่านแล้วไม่ค่อยเข้าใจในเนื้อหาบ้าง แต่ก็หวังว่าคงจะพอเดากันได้บ้าง  อย่างไรก็ตาม ขออนุญาตนำเสนอเนื้อหาและภาษาตามที่ผู้เขียนได้ตั้งใจเขียนตามเจตนารมย์ทั้งภาคภาษาไทย ผสมภาษาภูไท นะคะ...

ด้วยความปรารถนาดีจาก PhutaiKaowong...


******************
พิธีแต่งงานพุไทย

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************

คำนำ

พิธีแต่งงาน  หมายถึงพิธีเอาผัวเอาเมียใหม่ในที่นี้ข้าพเจ้าใช้ว่าพิธีสมพงษ์เพราะถ้อยคำสละสลวยไม่อุจาดและทางโหราศาสตร์ก็ใช้คำนี้
พิธีแต่งงานพุไทยบัญญัติขึ้นที่นครหนองแส  ราชธานีอาณาจักหนองแส  เมื่อประมาณหลัง  พ.ศ.๑๑๖๑  ล่วงแล้ว  นักประวัติศาสตร์ว่า  นครหนองแสตั้งอยู่ริมทะเลสาบเออร์ไฮ้  มีผู้ไปถึงที่นั้นว่าตั้งอยู่ตรงที่ตั้งเมืองคุนมิง  นครหลวงมณฑลยูนนานของจีนเดี๋ยวนี้

พิธีแต่งงานพุไทยแบ่งเป็น  ๒  ภาค  คือ  ภาคพิธีบัญญัติ กับ ภาคปฏิบัติพิธี  ภาคพิธีบัญญัติว่าด้วยเรื่องเหตุใดจึงได้บัญญัติพิธีแต่งงานขึ้น  ภาคปฏิบัติพิธีเป็นเรื่องของการนำเอาระเบียบพิธีบัญญัติไปใช้  ซึ่งเป็นหน้าที่ของล่ามและหัวหน้าครอบครัวควรรู้  และนำไปใช้
เนื่องด้วยพุไทยเป็นผู้บัญญัติพิธีแต่งงาน  ถ้อยคำสำนวนจึงเป็นภาษาพุไทย  ผู้ไม่รู้ภาษาพุไทยก็เข้าใจยาก  ครั้นจะแปลงเป็นภาษากลางก็จะทำให้เสียรสชาติไป  และจะเป็นการทำลายวัฒนธรรมของพุไทย  ข้าพเจ้าจึงเขียนตามสำนวนเดิม  แต่ทำคำอธิบายวงเล็บกำกับไว้

พิธีแต่งงานพุไทยตั้งมากกว่า  ๑,๓๐๐  ปีแล้ว  ผู้อ่านย่อมได้ทราบความเป็นอยู่ของคนโบราณ  ตลอดถึงความเปลี่ยนแปลงเรื่อยมา  นับว่าค่อยเขยิบขึ้นสู่ระดับความเจริญ  จนถึงคั่นมีอารยธรรมอันสูง
พิธีแต่งงานเป็นประเพณี  ติดตามผู้ทรงผู้ใช้ประดุจเงาตามตัว  แสดงให้รู้ว่าเป็นชนชาติเจริญแล้ว  ไม่ใช่ชาติป่าเถื่อน  การละทิ้งประเพณีก็ดี  การเหยียดหยามประเพณีก็ดี  ย่อมมีผลเท่ากับเป็นการทำลายตนเอง  ดูหมิ่นเหยียดหยามตนเอง  ประเพณีเป็นเครื่องชี้ชาติกำเนิด  เชิดชูชาติตระกูล

การรวบรวมพิธีแต่งงานพุไทย  ได้อาศัยหลักต่อไปนี้  คือ
๑. รวบรวมจากพิธีแต่งงานซึ่งใช้อยู่ทุกวันนี้
๒. จากบันทึกของเจ้าไชยะกุมาร  (ไหล  นนทิสาร)  บิดาผู้เขียน  (ในหมวดความเฆี่ยน)
๓. นายสอน  ชิณเทศ  (ให้ถ้อยคำสำนวนในโครงร่างเกือบทั้งหมด)
๔. เจ้าอินทะวงษา  (โพธิสุรำนาจ)  (ให้ความรู้ต้นกำเนิดก่อให้เกิดพิธีบัญญัติ  ตอนวัตถุดฮีต  ๙  อย่าง  มีหม้อทองสระหัว,  โอกางเลือด  เป็นต้น  และให้ถ้อยคำสำนวนบางตอน)
๕. แม่ชีผิว  (นางผิว  เพ็ญธิสาร)  ให้ความรู้ตอนต้นกำเนิดก่อให้เกิดพิธีบัญญัติ  ชัดแจ้ง  ตั้งแต่เรื่องลูกชายกษัตริย์  ไปเป็นชู้ลูกสาวไทหอ  จนมีท้อง  และตอนต่อ ๆ ไป)
๖. ลุงทิตสิมมา  ฤทธิวรรณ  ให้เรื่องสภาพหนุ่มสาวสมัยโบราณ  กับเจ้าคึดมอบความแก่ล่าม  ล่ามไหว้ของลูกสาวลุงตาและอื่น ๆ อีก
๗. นายไค้  วัดเข้าหลาม  ให้วิธีไหว้ลุงตาต้านเมือเฮือนผัว  กับวิธีมอบกะหยังหมาย
ข้าพเจ้าขอขอบบุญคุณท่านเหล่านี้ไว้  ณ  ที่นี้ด้วย

ต.กุดสิมคุ้มใหม่  อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์
๔ กุมภาพันธ์ ๒๕๑๖


ความรู้ทั่วไป
พิธีแต่งงานของ  เสถียร  โกเศศ
(คัดจากวิทยาจารย์ มิถุนายน  พ.ศ.๒๔๗๙)

คนเราไม่ว่าจะเป็นชาติภาษาใด  จะเป็นชาติที่ยังป่าเถื่อนอยู่  หรือเป็นชาติที่เจริญรุ่งเรืองแล้วก็ดี  ถ้าพูดกันการมีเหย้าเรือนแล้ว  ก็ย่อมจะมีพิธีรีตองถือเป็นประเพณีกันมา  เรียกเป็นสามัญว่าพิธี “แต่งงาน”  ทำไมจึงต้องทำพิธี?  ก็เพราะแต่งงานเป็นการที่มนุษย์  เปลี่ยนสภาพจากความเป็นอยู่อย่างหนึ่งมาเป็นอีกอย่างหนึ่ง  คือ  เปลี่ยนจากความเป็นเด็กไม่เดียงสา  และความเป็นโสดมาเป็นผู้ใหญ่มีครอบครัว  นับว่าเป็นคราวสำคัญในชีวิตตั้งแต่เกิดมา  เพราะจะต้องมีผู้อยู่ร่วมทุกข์สุขเป็นคู่ผัวตัวเมีย  จึงถือกันว่าเป็นสำคัญ  ที่จะต้องประกอบกิจ  พิธีประกันเพื่อประโยชน์แห่งความสุข  นักปราชญ์ฝรั่งแบ่งลักษณะของการแต่งงานออกเป็นสามชั้นตามความเจริญของมนุษย์  กล่าวโดยย่อ  คือ
ขั้นที่หนึ่ง  ชายต้องการหญิงมาเป็นภรรยา  จะต้องไปฉุดคร่าลักพาเอามา  โดยไม่คำนึงถึงว่าหญิงหรือญาติพี่น้องของหญิงจะเต็มใจด้วยหรือไม่  ประเพณีนี้ยังมีอยู่ในหมู่ชนชาติล้าหลังอยู่มากแห่ง  มนุษย์ดั้งเดิมย่อมจะอยู่กันเป็นพวกๆ  คือ อยู่รวมกันเป็นโคตรเป็นตระกูล  คนที่อยู่ในพวกตามธรรมดาก็ย่อมจะเป็นญาติกัน  การเป็นสามีภรรยา  ถ้าไม่มีคติที่ต้องถือว่า  ต้องแต่งงานกันภายในโคตรหรือภายในแซ่เดียวกัน  ก็จะต้องหาภรรยาจากตระกูลอื่น  ซึ่งจะต้องใช้อำนาจฉุดคร่าหรือลักพาเอามา  เพราะมนุษย์ในครั้งกระโน้น  ผิดพวกกันก็ถือว่าเป็นศัตรูทั้งนั้น  ที่จะเป็นมิตรไมตรีกันก็ต่อเมื่อมนุษย์  มีความเจริญขึ้นอีกขั้นหนึ่งแล้ว  ก็การไปฉุดคร่านั้น  พวกฝ่ายหญิงก็จะต้องแก้แค้นตอบแทน  ภายหลังคงจะเห็นว่าไม่เป็นการดีด้วยกัน  ก็เกิดมีการประนีประนอมกันขึ้น  โดยมีวิธีตกลงทำสัญญาซื้อขายหญิง  ซึ่งยังติดเป็นประเพณีอย่างแฝงๆ  สืบมา  ถึงการเรียกร้องเอาเงินทองกันทุกวันนี้  มนุษย์บางหมู่บางชาติ  ทั้งที่มีความเจริญแล้วและล้าหลังห่างไกลต่อความเจริญ  ก็ยังมีพิธีแต่งงานที่มีเค้าการฉุดคร่าเจ้าสาว  ในสมัยโบราณเหลือสืบมาในพิธีแต่งงาน  เช่นบางชาติ  ฝ่ายเจ้าบ่าวจะหาโอกาสเข้าไปตีเจ้าสาว  ในขณะอยู่คนเดียวกำลังเผลอตัว  การตีมิใช่ตีกันเบาๆ  อย่างมีปราณี  เจ้าบ่าวจะต้องตีเจ้าสาวให้สมรักจนสลบ  แล้วลากตัวไปไว้ในที่รกจนกว่าจะฟื้นได้สติ  แล้วจึงจะเสร็จพิธีแต่งงาน  พาเอาไปเป็นภรรยาได้
ชาติตาดในแคว้นไซบีเรียพวกหนึ่ง  มีประเพณีแต่งงานคล้ายกับข้างต้นนี้  แต่ไม่ถึงกับรุนแรงจนต้องตีเจ้าสาวจนสลบ  คือ เมื่อได้สู่ขอกันเป็นที่ตกลงแล้ว  ผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงจะอนุญาตให้เจ้าบ่าวไปจับตัวเจ้าสาวเอาเอง  เจ้าบ่าวจะต้องคอยโอกาสจับเมื่อเจ้าสาวอยู่ลำพังคนเดียว  หรือว่ามีคนอยู่ด้วยเพียง ๒-๓ คน  เพราะในเวลาตอนนี้พวกผู้หญิงในหมู่บ้านจะพากันแวดล้อม  ระวังระไวเจ้าสาวอย่างกวดขัน  ไม่ให้เจ้าบ่าวมาจับตัวเจ้าสาวไปได้  ส่วนเจ้าสาวนั้นจะสวมเสื้อผ้าเสียตั้งสามชั้น  แล้วยังเอาร่างแหพันตัวแถมเข้าด้วยอีกชั้นหนึ่ง  จนตัวเจ้าสาวอ้วนตะหลุกปุกเป็นตุ๊กตาล้มลุก  เคลื่อนไหวไปไหนไม่ได้คล่อง  คราวนี้ต่างว่าเจ้าบ่าวบังเอิญไปพบเจ้าสาวอยู่คนเดียวหรือมีผู้หญิงอื่นอยู่ด้วยเพียง  ๒-๓ คนเท่านั้น  เห็นเป็นโอกาสเหมาะ  ก็กรากเข้าปล้ำฉีกเสื้อผ้าเจ้าสาวให้ล่อนจ้อนจึงจะเป็นการปฏิบัติถูกต้องครบถ้วนตามพิธี  ซึ่งไม่ใช่เป็นของง่ายเลย  เพราะถึงแม้ว่าเจ้าสาวจะทำการขัดขวางแต่เพียงเล็กน้อยด้วยเต็มใจก็ดี  ถ้าบังเอิญในขณะนั้นมีหญิงอื่นอยู่ด้วย  ในที่ใกล้ๆ  หลายคนด้วยกัน  หญิงเหล่านั้นก็จะกรากเข้าเล่นงานเจ้าบ่าว  จะใช้อาวุธธรรมชาติของหญิงคือเล็บ  ข่วนหยิกและตบตตามวิธีของหญิง  ตลอดจนดึงทึ้งผมเจ้าบ่าวอย่างไม่ปราณี  เพื่อไม่ให้เจ้าบ่าวทำพิธีฉีกเสื้อเจ้าสาวได้  การสู้รบตบมือกันเช่นนี้  อาจทำให้เจ้าบ่าวต้องค้างเติ่งไปตั้งปีก็มี  เพราะทำพิธีไม่สำเร็จ

ชาวเกาะนิวกินีพวกหนึ่ง  ทำพิธีแต่งงานคือ ในวันไปรับตัวเจ้าสาว  เจ้าบ่าวจะต้องพาพวกไปด้วยกันหลายคน  พอไปถึงบ้านเจ้าสาว  ก็ทำเป็นทีว่าไปปล้น  ส่งเสียงเอะอะตีอะไรต่ออะไรให้อึกทึกกึกก้อง  ตอนนี้เจ้าสาวจะต้องวิ่งหนีออกจากเรือนให้เร็วที่สุด  แต่พวกเจ้าบ่าวคอยระวังอยู่  พอเห็นเจ้าสาววิ่งหนีออกจากเรือนก็ไล่จับ  ถ้าจับได้เจ้าสาวจะต้องทำนอนดิ้นให้เต็มที่  ใช้วิธีข่วนกัดสะบัดสบิ้งให้มากที่สุด  ฝ่ายพวกเจ้าสาวก็ทำเป็นเข้ามาช่วย  เกิดตีกันอย่างหลอกๆ  ว่ากันชุลมุน  ระหว่างนี้มารดาเจ้าสาวจะเอาไม้พลองหรือไม้ที่ขุดคุ้ยดิน  แร่เข้ามาตีเปะปะไม่เลือกว่าใคร  ปากก็ตะโกนโพนทะนาด่าว่าพวกเจ้าบ่าวที่มาฉุดเอาลูกสาวไป  สักครู่หนึ่งก็ทำเป็นหมดหวังลมจับล้มลง  เสียใจที่จะต้องเสียลูกสาวไป  ผู้หญิงอื่นที่อยู่ในบ้านก็พากันมาร้องไห้ด้วย  ทำอย่างนี้จึงจะเป็นพิธีแต่งงาน

แขกอินเดียพวกหนึ่งทางแคว้นปัญจาป  มีประเพณีแต่งงาน  เมื่อในขณะที่เจ้าบ่าวมา  พวกญาติเจ้าสาวจะต้องเอาของสกปรกขว้างปาพวกเจ้าบ่าว  และต้องด่าด้วยถ้อยคำกักขฬะสามหาวเป็นที่สุด  ซึ่งพวกเขาไม่ถือว่าหยาบคาย  กลับเห็นเป็นของสนุกสนานเสียอีก
ส่วนชาวกาฟเฟอร์ในทวีปแอฟฟริกา  ก็มีธรรมเนียมที่เจ้าสาวจะต้องด่าเจ้าบ่าวให้สะใจก่อน  เพื่อแสดงว่าในขณะที่ด่านั้น  ตนไม่เต็มใจเป็นภรรยา

ชาวอินเดียนแดงพวกหนึ่ง  มีพิธีให้เจ้าสาวนั่งอยู่กลางวงที่เขียนไว้  และมีเพื่อนสาวนั่งเป็นวงล้อมอยู่เจ้าบ่าวจะต้องกรากแทรกเข้าไปฉุดเจ้าสาวในกลางวง  เอาดื้อๆ  ต่อหน้าต่อตา  เอาขึ้นบ่าแบกออกมาให้เร็ว  เพื่อมาเข้าวงพิธีของผู้ชายที่เขียนไว้อีกวงหนึ่ง  ถ้าเข้ามาในวงนี้ได้  ก็เป็นอันใครเข้าไปแย่งชิงออกมาไม่ได้  หญิงนั้นก็เป็นสิทธิ์ของตน  และในตอนที่กำลังไปแบกเจ้าสาวหนี  บิดามารดาฝ่ายเจ้าสาวจะเอาไม้ตีเจ้าบ่าวพอเป็นพิธี

พวกโลโล้ที่อยู่ตอนใต้ของประเทศจีน  มีพิธีเมื่อเจ้าบ่าวมารับตัวเจ้าสาว  เจ้าสาวและพวกเพื่อนเจ้าสาวสมบูรณาญาสิทธิเสรีภาพ  ที่จะปราบเจ้าบ่าวและพวกได้  โดยใช้ไม้ตีได้เต็มที่
ชาวมลายูตอนใต้ของเกาะซีลีบีส  มีพิธีเมื่อเจ้าบ่าวไปถึงบ้านเจ้าสาว  จะพบเครื่องกีดกั้นหนทางไม่ให้เข้าจนกว่าเจ้าบ่าวจะยอมเสียค่าไถ่  ทำนองปิดประตูขันหมากของเรา  เมื่อเข้าไปในบ้าน  ก็ตรงไปห้องเจ้าสาวซึ่งนั่งอยู่กลางห้องมีม่านกั้น  เจ้าบ่าวแหวกม่าน  พวกเจ้าสาวที่ซ่อนอยู่ก็รุมกันทำการขัดขวาง  พอล่วงอุปสรรคตอนนี้ได้แล้ว  เป็นหน้าที่เจ้าสาวจะต้องทำทีว่าจะหนีไป  เจ้าบ่าวจะต้องจับตัวเจ้าสาวให้ได้  แล้วก็ทำพิธีเข้าอยู่ในโสร่งตัวเดียวกัน  เรียกว่าพิธีเข้าโสร่ง  พอหลุดจากโสร่งเจ้าสาวจะทำเป็นหนีอีก  เจ้าบ่าวจะตามจับตัว  ฝ่ายเจ้าสาวจะเอาพัดที่ถืออยู่ในมือคอยปัดไว้  ไม่ให้เจ้าบ่าวเข้าใกล้  พิธีดังนี้จะทำซ้ำกันสามวันจึงจะสำเร็จ

พวกเงาะในแหลมมลายูมีพิธีแต่งงาน  เมื่อมาพร้อมกันแล้วผู้มีอายุสูงในพวก  จะจูงเจ้าบ่าวเจ้าสาวมาตรงวงที่ขีดเขียนไว้  จะเป็นวงกว้างวงแคบ  ก็แล้วแต่กำลังของบ่าวสาว  คือ เจ้าสาวจะวิ่งรอบวงนั้น  เจ้าบ่าวไล่ตามไปในระยะห่างพอสมควร  (ได้ทราบว่าบางทีก็ใช้วิ่งรอบจอมปลวก  ซึ่งดูเหมือนจะเหมาะกว่าวิ่งรอบวง  เพราะไม่อาจมีการลัดข้ามวงกันได้)  ถ้าไล่ตามทันก็ได้เจ้าสาวมาเป็นภรรยา  ถ้าไล่ไม่ทันก็หมดสิทธิที่จะได้หญิงนั้น  บางคราวถ้าเป็นการใหญ่ก็ใช้ทุ่งที่กว้างใหญ่  เป็นที่กำหนดให้บ่าวสาวไล่จับกัน  แต่การไล่จับนี้ไม่ใช่อยู่ที่ผู้ไล่เป็นคนวิ่งเร็ว  ข้อใหญ่ใจความอยู่ที่ผู้หญิง  ถ้าผู้หญิงพอใจเจ้าบ่าว  การไล่จับก็ง่ายเข้า  ถ้าผู้หญิงไม่มีใจสมัครด้วย  ก็จะวิ่งหนีสุดแรงเกิด  ผิดกับเจ้าบ่าว  ถึงว่าจะมีกำลังวิ่งได้เร็วก็สู้กันไม่ได้  จึงมักไม่ได้ภรรยาสมประสงค์

พิธีแต่งงานตามที่เล่ามานี้  แสดงให้เห็นว่ามีเค้าสืบมาแต่การฉุดคร่าพาหญิงในสมัยโบราณ  ซึ่งยังมีเค้าเหลือมาเป็นประเพณี  ภายหลังเมื่อได้มีการปราณีประนอมยอมเสียเงินเป็นค่าเสียหาย  ให้แก่ฝ่ายหญิงตามกำหนดที่จะเรียกร้องกัน  ว่าทางอินเดียครั้งโบราณ  พิธีแต่งงานชนิดนี้ก็มี  เรียกว่ารากษสวิวาห์  แต่เห็นจะไม่มีพิธีจนกระทั่งต้องตีกันให้สลบเสียก่อน  เข้าใจว่าพิธีเปิดประตูขันหมากของเรา  ก็เห็นจะมีเค้าเป็นทำนองเดียวกันเหลือต่อมา  คือกั้นกางขวางไว้ไม่ให้เข้ามาฉุดคร่าพาเอาเจ้าสาวไป  จนต้องมีพิธีถามเฒ่าแก่ฝ่ายชายว่ามาจากไหน  ก่อนที่คนกั้นจะเปิดทางให้กระบวนขันหมากเข้าไปได้สะดวก  ส่วนบ่าวนำซึ่งมีหน้าที่นำเจ้าบ่าวและเพื่อนเจ้าบ่าว  เห็นทีก็จะเป็นผู้ร่วมใจของเจ้าบ่าว  ที่ในชั้นเดิมทีเดียวคงจะสมคบกันไปลักพาลูกสาวเขานั่นเอง  ภายหลังจึงเลื่อนมาเป็นบ่าวนำ  เพื่อช่วยให้เจ้าบ่าวหารกระดาก  ที่เลือกเอาชายมีภรรยาแล้วเป็นบ่าวนำ  ก็เห็นจะเท่ากับเลือกผู้ชำนาญที่เคยไปลักขโมยในเรื่องเช่นเดียวกันมาก่อน  เมื่อเกิดเป็นธรรมเนียมเรียกร้องเอาเงินทองหรือของที่ใช้แทนเงิน

ในขั้นที่สองของประเพณีแต่งงาน  เมื่อเกิดเป็นธรรมเนียมเรียกร้องเอาเงินทองหรือของที่ใช้แทนเงินเป็นการซื้อขายหญิงกันขึ้น  ซึ่งในธรรมเนียมฮินดูก็มีกล่าวไว้ในคัมภีร์มนูว่า  วิวาหออย่างอสูร  บางทีก็คงมีผู้ชายที่ไม่มีกำลังทุนทรัพย์ที่จะซื้อภรรยา  ก็ยอมเอาตนเข้ารับใช้ทำงานให้แก่บิดามารดาเจ้าสาว  โดยมีกำหนดเวลาที่จะตกลงกัน  เป็นการใช้แทนเงินหรือของ  ที่จะต้องเสียตามที่เรียกร้อง  ถึงตรงนี้  คำว่าบ่าวซึ่งแปลว่าชายหนุ่มที่ยังเป็นโสด  น่าจะกลายความหมายถึงแก่ความตกต่ำมาเป็นพวกข้าทาสไป

การแต่งงานขั้นที่สาม  ก็คือการแต่งงานกันด้วยความรักอันบริสุทธิ์  แต่ไม่ใช่ชนิดสิเนหาอย่างที่แขกฮินดูเรียกว่าคานธรรพวิวาห์  หรือแต่งงานอย่างคนธรรมดา  ซึ่งได้เสียกันเองโดยไม่ได้ทำกันตามประเพณีนิยม

(เสถียรโกเศศ  คือนามปากกาของพระยาอนุมานราชชน  อดีตประธานหอสมุดแห่งชาติ)


*************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

 



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน