>>>" /> */
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231780
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 12 มิถุนายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1793 , 13:25:18 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิธีแต่งงานพุไทย

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:
หลักนาง
ญัตติให้หญิงแต่งชาย
ญัตติให้ชายแต่งหญิง
วัตถุ  ๙  อย่าง
อัตราค่าสินสอด


******************

หลักนาง

คำว่า  “หลักนาง”  หมายถึง  หลักเกณฑ์ก่อตั้งอัตราค่าสินสอดนางหญิงครั้งแรก  หรือ  หมายถึง มาตรฐานการตั้งอัตราค่าสินสอดนางหญิงครั้งแรก  ซึ่งพระยาวิเทหราชเป็นประธานในที่ประชุมแต่งตั้ง  ญัตติแรกที่เสนอต่อที่ประชุม  เกี่ยวกับหญิงไปหาชาย  ท่านให้หญิงแต่งชาย  จึงเสนอญัตติอัตราค่าสินสอดชายต่อที่ประชุม  เพื่อวางเป็นเกณฑ์กำหนดให้หญิงแต่งชาย  แต่เมื่อได้เสนอผ่านไปแล้วหลายญัตติ  ก็ไม่เป็นอันตกลงได้  เพราะค่าดองของชายแพงเกินประมาณ  ที่ประชุมจึงกลับญัตติเสียใหม่  ให้เป็นชายแต่งหญิง  จึงเสนอญัตติอัตราค่าสินสอดหญิงต่อที่ประชุม  เพื่อให้ฝ่ายชายเป็นผู้แต่งฝ่ายหญิง  อัตราค่าสินสอดหญิงผ่านไปหลายญัตติ  เมื่อแปรญัตติสุดท้ายจึงตกลงเห็นชอบพร้อมกัน  เราจึงได้ใช้เป็นประเพณีชายแต่งหญิงสืบมาเท่าทุกวันนี้  ญัตติที่กล่าวนั้นมีดังนี้ คือ 


ญัตติให้หญิงแต่งชาย

๑.  ญัตติแรกที่วางอัตราค่าสินสอดชาย  มีความว่า “ดวะดิดว่างเอาอ่างคำแสน  ยอมีแกวนเอาแสนคำตื้อ  เจ้าจือพื้อเส้นแลพันคำ  กะโตลำยังมิได้เว้า”

(ดวะ, ดิ, ดว่าง  เป็นภาษพุไทย  เป็นคำกิริยาวิเศษณ์  ได้แก่อาการเคลื่อนไหวของคำเพศชาย  จึงหมายถึงอาการเคลื่อนไหวของกะดอโดยตรง  ท่านตีราคาเท่ากับอ่างคำแสนหนึ่ง  ถ้าหากยกยอไม่ไหว  ท่านให้เอาค่าแสนคำสิบล้าน (ตื้อ)  ส่วนเจ้าจือพื้อได้แก่หมอย  ตีราคาเส้นละพันคำ (ทองคำหนักพันบาท)  สำหรับตัวลำกล้องยังไม่ได้กล่าวถึงราคาค่างวดเลย)

อัตราค่าสินสอดชายดังกล่าวนี้  ท่านให้ฝ่ายหญิงหามาแปงเอาชายเป็นผัว  แต่อย่างไรก็ดี  อัตราที่กล่าวนี้ยังแพงเกินไป  ไม่สามารถจะเป็นไปได้    ท่านจึงให้ผ่านที่ประชุมไป  แล้วเสนอญัตติที่ ๒  ต่อที่ประชุมอีกว่า

๒.  “บักตะหงกค่าหกพันคำ  มะขลำสองนวยค่าล้าน  สองป้านก้นสองหมื่นเงินเลียง”
(บักตะหงก หมายถึง กะดอ   ท่านมาดค่าไว้หกพันคำ  ลูกอัณฑะ (มะขลำ)  สองหน่วยหรือสองลูกค่าล้าน  ป้านก้น (ป้านท้ายตะโพก)  ค่าสองหมื่นเงินเลียง (เนื้อเงินที่หลอมหล่อบริสุทธิแล้ว)  ตามนี้ก็ยังเห็นว่าค่าของชายยังแพงอยู่  ท่านจึงเสนอญัตติที่ ๓  ต่อไปว่า)
๓.  “โง่นหวกหกท่อนคำ  มะขลำสามพันเงินหมื่น  ท้ายป้านก้นสี่หมื่นเงินเลียง”
(โง่นหงกคือ กะดอ  ท่านตีราคาหกพันคำ   ลูกอัณฑะตีราคาสามพันเงินหมื่น  ท้ายป้านก้นตีราคาสี่หมื่นเงินเลียง  เห็นว่าค่ายังสูง ลงมติไม่ได้  จึงเสนอญัตติที่ ๔  ต่อไป)
๔.  “มะขลำสามพันเงินแน่น  ค่าบักแบ้นสามพันเงินเลียง”
(ลูกอัณฑะค่าสามพันเงินแน่น  บักแบ้น คือ กะดออย่างเดียว ค่าสามพันเงินเลียง)  คงเห็นว่ายังแพงจึงเป็นอันตกลงไม่ได้  ที่ประชุมจึงกลับญัตติเสียใหม่ให้ชายแต่งหญิง  ตอนนี้ท่านว่าราคาผู้ชายแพง  จึงมีพิธีให้ผู้ชายก่าวเอาผู้หญิง  โดยถือหลักว่า  “หญิงก่าวควาย, ชายก่าวหมู”  ดูพิธีก่าวลูก  คือ พิธีรับบุตรบุญธรรม  ในภาคปฏิบัติพิธีเทียบ)  ต่อนี้ไปเป็นญัตติให้ชายแต่งหญิง  มีญัตติดังนี้


ญัตติให้ชายแต่งหญิง

๑.  “อีตะมำอีคำพันหนึ่ง”  (อีตะมำ  หมายถึง หี  ท่านตีราคาเท่าทองคำหนักพันบาท)  เห็นว่ายังแพงอยู่  จึงเสนอญัตติที่ ๒  ต่อไป
๒.  “สองฮิมตี่สี่ฮ้อยน้ำหก  ฮูกะปกกะโตกเบอหนึ่ง  นมสองเต้าข้าวก่องนึ่ง  แตดจะกิดมิดน้อยดวงนึ่ง” 
(สองฮิมตี่  หมายถึง หี  ฮูกะปก (รูเปิด),  กะโตก (ถาดไม้กลึงมีสัณฐานกลมคล้ายหี)  ใบหนึ่ง  นมสองเต้าข้าวกล่องหนึ่ง  แตดจะกิด (หมายถึง  หน่อแตดสั้นจะกิดคล้ายมีดเล็กเล่นหนึ่ง)  ท่านตีราคาสี่ฮ้อยน้ำหก  เท่ากับเงินหกบาท (เงินฮ้อยน้ำหกหนึ่งเท่ากับเงินหกสลึง   เงินสี่ฮ้อยน้ำหกเท่ากับเงินหกบาท  เงินฮ้อยน้ำหกมีส่วนผสมดังนี้  เงิน ๑ ส่วนผสมทองเหลือง ๒ ส่วน  หนัก ๑๐ บาทเท่ากับ  ๑ ฮ้อยน้ำหก)  ตามราคาที่กล่าวนี้ท่านยังไม่ตกลง  จึงเสนอญัตติที่ ๓  อีก
๓.  “สองฮิมตี่สี่พัน  ฮูคันพันแปด  หน่อแตดพันหก”  (สองฮิมตี่คือ หี ตีราคาสี่พัน  รูคัน คือ รูหี ตีราคาพันแปดร้อย  หน่อแตดตีราคาพันหกร้อย  รวมทั้งหมดเป็นเจ็ดพันสี่ร้อยบาท  นับว่าราคายังแพงตกลงไม่ได้  จึงเสนอญัตติที่ ๔  ต่อไป)
๔  “ค้อนทั่งตาบหี  ค้อนตีตาบแตด  ไหมสิ้วไหมแสดตาบหมอย”
(ค้อนทั่งปะหี  หมายถึง หี ค้อนตีปะแตด หมายถึง แตด ไหมสิ้วไหมแสดปะหมอย หมายถึง  ซิ่น)

ในญัตติไม่ได้บอกค่าไว้ว่าเท่าใด  ท่านจึงตีราคาเอาจาก  ค้อนทั่วคือ ทั่งเหล็ก  ๑  ค้อนตีเหล็ก  ๑ ซิ่น  ๑  รวมเป็นของสามอย่าง  ว่าสมัยนั้น  ที่เมืองหนองแสราคา  ๑๐  ฮ้อยน้ำสาม  ซึ่งเท่ากับราคาเงิน  ๓๐ บาท  เงิน  ๑๐  ฮ้อยน้ำสามหรือ  ๓๐  บาทนี้  ท่านถือเป็นหลักมาตรฐานค่าสินสอดนางหญิง  ที่บัญญัติขึ้นเป็นปฐมฤกษ์และให้ชื่อว่า  “หลักนาง”  คือ  หลักอันแรกที่กำหนดค่าดองนางหญิง
วัตถุ  ๙
บัดนี้จักย้อนกล่าวถึงเรื่องชายชู้ (ลูกพระยาอังควติ)  ผู้สมสู่ลูกสาวหอหลวงด้วยอาการลักลอบ  จนอยู่การมานท้องดังกล่าวแล้วนั้น  ครั้นพระยาวิเทหราช  ได้ทรงบัญญัติหลักนาง  เป็นการเรียบร้อยแล้ว  พระองค์จึงทรงบังคับเอาเงินค่าเสียหาย  ของพระราชธิดาจากชายชู้  เป็นจำนวนเงิน  ๓๐ บาท  ฝ่ายเจ้าชายก็หามาชดใช้  แต่หาได้ไม่พอแก่จำนวนที่ปรับไหม  จึงต้องไปขอหยิบยืมเอาจากราษฎรชาวบ้าน  จึงพอกับจำนวนเงินที่ต้องการ  ของที่หยิบยืมเขามามีชื่อว่า  “หม้อทองสระโห,  โอกางเลิด,  แหลุทอง,  มองลุลอด,  ง้าวถอดดาบแข็งเฮิน,  มะโห,  เกอก้อน,  ฮ่างพ้า,  เบ้ซาว”
(หม้อทองสำหรับสระหัว,  ขันสำหรับรองเลือด,  แหลูกทอง,  มองลูกหลอด,  ง้าว (ดาบ)  สำหรับถอดเปลือยไว้แข็งเรือน,  มะโหคือหมากเคี้ยว,  เกลือก้อน,  ร่างพร้าที่ตียังไม่ทันสำเร็จ,  หอยเบี้ยยี่สิบอัน)

วัตถุ  ๙  อย่างนี้แหละได้ชื่อว่า  “กกฮีต”  คือ เป็นต้นจารีตประเพณีของพุไทย  มีที่ใช้ดังนี้  คือ
๑.  ถ้าหญิงชายลอบเล่นชู้จนอยู่การมานท้อง  แล้วภายหลังชายกลับใจไม่ยอมเป็นผัวเมียกับหญิงนั้น  ฝ่ายหญิงมีสิทธิเรียกค่าสินไหมทดแทน  เป็นจำนวนเงิน  ๓๐ บาท  (สิบฮ้อยน้ำสาม)
๒.  เมื่อผัวเมียหย่าร้างกันโดยไม่เป็นธรรม  และฝ่ายชายเป็นผู้ผิด  ชายต้องรับผิดชอบเสียสินฮ้างเงิน  ๓๐  บาท  (สิบฮ้อยน้ำสาม)  กับควายตัวหนึ่ง
๓.  ธรรมดาเป็นเขย  ต้องสมสู่อยู่สร้างกับลุงตาเวลา  ๓  ปีเป็นกำหนด  ถ้าเขยจะต้องออกห่างก่อนสิ้นกำหนดเขยสู่ลุงตา  เขยต้องมีหน้าที่ชดใช้ด้วยเงินแทนการสมสู่  เป็นจำนวน  ๓๐  บาท  (สิ้บฮ้อยน้ำสาม)  ตามฮีตคอง  (ดูเรื่องต้านเมือเฮือนผัวในภาคปฏิบัติพิธี)
๔.  ในฮีตก่าวอันเป็นฮีตคั่นที่  ๓  ท่านกำหนดให้นำเอาของกันเป็นกกฮีตใส่ในภาชน์หับ  เพื่อไปมอบให้ลุงตา
๕.  เมื่อแรกดำเนินการไปสู่ขอสาว  ท่านให้นำวัตถุ  ๙  อย่างนี้ใส่ในขันขอด้วย
๖.  เมื่อไทยตาย  ท่านให้เอาของอันเป็นกกฮีต  ใส่ในคายสวดยะมุกด้วย
(ข้อสังเกต  บรรพบุรุษโบราณช่างฉลาดคมขำและหลักแหลม  บัญญัติที่ใช้วัตถุ  ๙  อย่างไว้ให้ลูกหลานสืบเป็นหลัก  ตั้งต้นแต่ไทยเริ่มเกิดก็สำเร็จด้วยวัตถุ  ๙  อย่างนี้  ครั้นเมื่อไทยตายก็ยังสำเร็จด้วยวัตถุ  ๙  อย่างนี้อีก  เป็นวาระปกปิดชีวิตบั้นปลาย  การใส่วัตถุ  ๙  อย่างที่กล่าวมา  หากจำเป็นหาไม่ได้ครบก็ต้องให้มีใส่  ๑  อย่างพอได้ฮีต)


อัตราค่าสินสอด

ต่อไปนี้คือ อัตราค่าสินสอด  ซึ่งเข้าใจว่าท่านรวมเอาอัตราดังเดิมของไทย  ตั้งแต่เริ่มแรกก่อตั้งชาติไทยและใช้เป็นลำดับมาถึงยุคหนุ่มสาวสมัยโบราณอยู่ก่อนแล้ว   เพราะไทยเป็นชาติอิสระ  ปกครองตนเองโดยมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขมาแต่ดึกดำบรรพ์  ธรรมเนียมนี้จึงติดตามมาเป็นเงาตามตัว  ครั้นมาถึงสมัยพระยาวิเทหราชทรงบัญญัติพิธีแต่งงาน  จึงรวมหมวดหมู่เข้าไว้ด้วย  หรือว่าพระยาวิเทหราช  จะประชุมบัญญัติขึ้นในคราวเดียวกันนี้ความก็ไม่แจ้งชัด  ตามเรื่องผู้เขียนรู้สึกว่า  พระยาวิเทหราชได้ประมวลเอา  พิธีเก่าแก่ดั้งเดิมของไทยไว้เป็นหลัก  พร้อมกับบัญญัติส่วนอื่นที่ยังบกพร่องเพิ่มเติมเข้าให้สมบูรณ์  ดังหลักสำคัญที่ชี้ให้เห็นคือ  ยกพลเมืองออกเป็น  ๓ ชั้น  ตามลักษณะคองเมือง   อันมีมาแล้วแต่ดึกดำบรรพ์  เช่น แยกเป็นชั้นกษัตริย์,  ชั้นเสนาอำมาตย์,  ชั้นราษฎร   ซึ่งธรรมเนียมนี้มีอยู่แล้ว  ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งปกครองเป็นชาติไทย  ดังกล่าวไว้ในหนังสือคองเมืองแล้ว  ส่วนหลักนางที่บัญญัติขึ้นภายหลัง  ก็มีที่ใช้ปนกันไปมิได้ละทิ้ง  ดังนี้คือ
๑.  ลูกสาวกษัตริย์  ท่านเรียกค่าสินสอดของนางว่า  “นางสินสิบ”  (ค่าดอง  ๑๐ ฮาง หรือ  ๑๐ ฝัก  เงินฮางเป็นเงินแท่ง  ๔ เหลี่ยม ยาวราว  ๕ นิ้ว  หนัก  ๖ ตำลึง  ๖ สลึง  อีกอย่างหนึ่งเรียก  เงินฝักห้า  หนัก  ๕  ตำลึง  รูปร่งเหมือนเงินฮาง  แต่ขอบต่ำกว่าเงินฮาง)
๒.  ลูกสาวเสนาอำมาตย์  ท่านเรียกค่าสินสอดของนางว่า  “นางสินแปด”  (ค่าดอง  ๘  ฮางหรือ  ๘  ฝัก)
๓.  ลูกสาวราษฎร  ท่านเรียกค่าสินสอดของนางว่า  “นางสินสี่”  (ค่าดอง  ๔  ฮาง  หรือ  ๔  ฝัก)  หากจะแยกให้เห็นตามคองเมืองจะเป็นดังนี้
(๑)  นางสินสิบ   ได้แก่  ลูกสาวพระเจ้าแผ่นดิน  เจ้าอุปฮาด  เจ้าราชวงศ์  เจ้าราชบุตร
(๒)  นางสินแปด  ได้แก่ลูกสาวเสนาอำมาตย์  ๖๙  พระยา  รวม  ๑๒  จุ้ม ดังนี้
      ๑.  เสนาฝ่ายขวา  ๑๐  พระยา คือ  เมืองแสน  เมืองขวา  เชียงเหนือ  เมืองฮาม  นามฮุง  เชียงสา  พันนา  สองเมือง  นาเหนือ  หมื่นหน้า
      ๒.  เจ้าเส้นเสนาฝ่ายกลาง  ๗  พระยา  คือ  เมืองกลาง  พระชุม  พระโยธา 
ชานนท์  ศรีคันธมาน  ศรีสมุด  ศรีสุนนท์
      ๓.  เสนาฝ่ายซ้าย  ๑๐  พระยา  คือ  เมืองจัน  เมืองซ้าย  เชียงใต้  เมืองปาก 
สักขา  เมืองคุก  พันหนอง  อีไล  นาใต้  เมืองแพน
     ๔.  เสนาฝ่ายทหาร  ๖  พระยา คือ  สุโภ  คำมุร  เวียงแก  เวียงคำ  อุปราชา 
หมื่นเสมอใจ
    ๕.  พราหมณ์ทั้ง  ๑๐  พวกมะโรงสั่งสอนอรรถธรรม คือ  ซามุนตี  ซาโนชิต  ซามาตย์  ซาเนตร  ซาทิพรส  ซากำนัน  มหาโนชิต  ซาราชวัตร  อุทธามุนตี  แสนไชยทงยศ
    ๖.  เสนาฝ่ายพวก  ๑๘  ชุ  ๓  พระยา คือ  พระละคร  พลสักขวา  พลสักซ้าย
    ๗.  มหาเหล็กขวาซ้ายหน้าหลัง  ๒  พระยาคือ  นักภูมินทร์  คำชุมพู
    ๘.  ฝ่ายพวกรักษาประตู  ๔  พระยา คือ  ซาบันทม  ซามะหลัด  คำเพียงตา  ราชะราช
    ๙.  จำหนวดขวาซ้ายหน้าหลัง  ๔ พระยา คือ  พลเตละ  ซาภักดี  วงศ์ภูธร  ...
   ๑๐.  ฝ่ายรักษาคนพวกหลวง  ๔  พระยา คือ  นักพุทธวงศ์  มหาโคตร  หมื่นวงศ์ไชยา  อัคฮาด
   ๑๑.  ฝ่ายรับแขกเมือง  ๔  พระยา คือ  ศรีสุธรรม  แขกขวา  แขกซ้าย  ซาบุรม
   ๑๒.  ฝ่ายพวกรักษาคลัง  ๕  พระยา คือ  ราชโกฏ  สีหาคัง  แสนจัน  ศรีสุทอ  แสนยศ
(๓)  นางสินสี่  ได้แก่ลูกสาวราษฎรทั่วไป


******************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน