*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231641
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< มิถุนายน 2012 >>
อา พฤ
          1 2
3 4 5 6 7 8 9
10 11 12 13 14 15 16
17 18 19 20 21 22 23
24 25 26 27 28 29 30

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 18 มิถุนายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1228 , 22:01:59 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำนานไทย - พุไทยวัง

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๕ สิงหาคม ๒๕๑๙

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

คำนำและสารบัญ
http://www.oknation.net/blog/PhutaiKaowong/2012/05/20/entry-1

**************************************

ตอนที่ 11
    พระราชทานเพลิงศพเจ้าเมือง
    วิธีเก็บเงินส่งท้องพระคลังกรุงเทพฯ
    พระพุทธศาสนา
 
******************

พระราชทานเพลิงศพเจ้าเมือง

พ.ศ. ๒๔๐๕ ปีจอ พระธิเบศรวงษา (กอ) ถึงแก่กรรม มีญาติพี่น้องบ้านเมืองเฒ่าแก่หนุ่มสาว พร้อมกันมาทำบุญกินทานคบงันศพทุกวันทุกคืน ทำอย่างนี้อยู่เป็นเวลา ๓ ปีถึงปีชวด จึงได้รับพระเพลิง (ไฟ) ที่พระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชทานมา จึงได้เคลื่อนศพขึ้นสู่หอเนียมทำฌาปนากิจสงสะกานต่อไป โดยใช้บั้งไฟม้าจุดให้แล่นไปตามสายเป็นไฟจุดเริ่มแรก แล้วพี่น้องญาติมิตรจุดธูปเทียนทอดรวมเข้าตามศรัทธา

หอเนียมเป็นที่ตั้งศพกษัตริย์โบราณ ใช้สืบมาถึงสมัยเจ้าเมืองกุดสิมนารายณ์ สร้างขึ้น ณ สถานที่จะปลงศพ สถานที่ตั้งหอเนียมสมัยนั้นอยู่ที่ริมน้ำลำพยังตะวันตกสะพานไปเมืองเก่า ห่างจากตัวสะพานประมาณ ๔๐ เมตร น้ำลำพยังตรงใกล้หอเนียมแต่ก่อนเป็นวังลึก เรียก “วังหอเนียม” เวลานี้ตื้นเขินแล้ว หอเนียมสร้างด้วยเสา ๔ ต้นสูงพอควร เป็นรูปสี่เหลี่ยมลอบเล็กขึ้นเบื้องบนพอดูงาม เบื้องบนทำเป็นหลังคามียอกช่อฟ้า รูปฝาระมีเรียวเป็นชั้น ๆ ลดหลั่นกันขึ้นไป ภายใต้หลังคาดาดด้วยเพดาน ตกแต่งเป็นลวดลายแล้วแต่ฝีมือช่าง รอบชายคามีตาข่ายร้อยใบศรีย้อยระย้า ตอนกลางพื้นฐานเป็นที่วางศพ รอบพื้นฐานทำชานเดินรอบได้ ทั้งสี่ด้านทำบันไดม้าขึ้นชาน นอกกว่านี้ประดับประดาด้วยดอกไม้ทำเป็นลวดลายระบายตามความคิดของช่าง

พ.ศ. ๒๔๒๓ พระธิเบศรวงษา (ด้วง) ถึงแก่กรรม เก็บศพไว้ในโกษ ให้พี่น้องเฒ่าแก่หนุ่มสาวมาทำบุญกินทาน คบงันทุกวันทุกคืนตลอด ๓ ปี พอเจ้าราชบุตรขัตติยะราชเชิญพระเพลิงจากพระเจ้าอยู่หัวมาถึง จึงยกศพขึ้นสู่หอเนียม ทำฌาปนกิจสงสะกานต่อไปดังกล่าวแล้ว

พ.ศ. ๒๔๕๔ เดือน ๙ ปีกุน พระธิเบศรวงษา (กินรี) ถึงแก่กรรม ยิงปืนลั่นฆ้องดังกึกก้องเป็นสัญญาณให้ทราบทั่วเมือง งันศพได้ ๘ เดือนถึงเดือน ๔ จึงเคลื่อนศพขึ้นสู้หอเนียม รอพระเพลิงที่จะพระราชทานมาเป็นเวลา ๓ เดือน หลวงชนะพาลข้าราชการมณฑลร้อยเอ็ด จึงเชิญพระเพลิงมาถึง แล้วจัดการฌาปนกิจเมื่อวันอังคาร แรม ๔ ค่ำ ปีชวด พ.ศ. ๒๔๕๕ โดยใช้บั้งไฟม้าอย่างเดียวกับที่กล่าวมาแล้ว


วิธีเก็บเงินส่งท้องพระคลังกรุงเทพ ฯ

วิธีการปกครองเมืองกุดสิมนารายณ์ ก็จัดการปกครองอย่างเดียวกับเมืองอื่นที่ใกล้เคียง เช่น เมืองภูแล่นช้าง, เมืองกาฬสินธุ์, เมืองกมลาศัย คือต่างเมืองก็ปกครองในเขตเมืองของตน เก็บเงินส่วยภาษีชำระอรรถคดี ปราบโจรผู้ร้ายเป็นสำคัญ สำหรับการบุรณะก่อสร้างอย่างอื่นไม่มี แม้แต่ที่ว่าการเจ้าเมืองก็เป็นศาลาไม่มีฝา

การเก็บเงินจากพลเมืองมี ๒ ประเภท  คือ เงินกองกลางประเภทหนึ่ง และเงินอากรทั้งเมืองประเภทหนึ่ง

เงินกองกลางเก็บจากชายโสด ที่เป็นลูกเจ้านายและลูกเสนาอำมาตย์ ที่มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีขึ้นไป เก็บคนละ ๒ บาท เพื่อสะสมไว้เป็นเงินการจร เมื่อมีกิจที่จะใช้ในราชการก็เบิกจ่ายออกไปใช้ ส่วนเงินอากรทั้งเมืองนั้นเป็นเงินที่จักต้องเก็บส่งท้องพระคลังกรุงเทพ ฯ สำหรับเมืองกุดสิมนารายณ์จะต้องเก็บเงินส่งปีละ ๗ ชั่ง ๕ ตำลึง โดยเก็บเอาจากท้าวเพียคนละ ๓ บาท จากชายฉกรรจ์คนละ ๔ บาท เก็บจากการแต่งตั้งเพียคนละ ๒ บาท ตั้งท้าวคนละ ๔ บาท ตั้งขุนคนละ ๖ บาท ตั้งหลวงคนละ ๘ บาท วิธีเก็บตั้งเป็นกองเก็บตามเขตแขวงที่กำหนดเอาไว้ แบ่งเก็บเป็น ๔ กอง คือ เจ้าเมืองกอง ๑ เจ้าอุปฮาดกอง ๑ เจ้าราชวงศ์กอง ๑ เจ้าราชบุตรกอง ๑ ผู้มีหน้าที่ชำระเงินนี้ก็มาชำระ และนำเก็บเอาบ้าง วิธีนำเก็บเข้าใจว่าเป็นหน้าที่ของเจ้าเส้นเสนาฝ่ายกลาง โดยเจ้าเมืองปันเลขให้นายกอง นายกองมอบให้นายเส้นหรือนายแขวง เป็นหัวหน้าควบคุมนำส่งต่อนายกอง แล้วนำเงินทุกกองเร่งเข้ามาทูลเกล้าถวายพระมหากษัตริย์ส่งท้องพระคลัง จัดเป็นเมือง ๆ ไป

นายเส้นผู้ควบคุมรองลงมาอีกเรียกว่า “กวานบ้าน” (นายบ้านหรือแก่บ้าน) เมื่อถึงคราวถือน้ำพระพิพัฒน์สัตยา ก็มีการสอบบาญชีหางว่าว หักโอนเพิ่มลดตัวเลขกันคราวหนึ่ง

เมื่อเก็บเงินได้ครบตามจำนวนแล้ว นายกองก็จัดคนนำส่งถวายพระมหากษัตริย์เข้าท้องพระคลังกรุงเทพ ฯ ในสมัยพระธิเบศรวงษา (ด้วง) เป็นเจ้าเมือง เคยใช้ให้เจ้าราชวงศ์สาย (ลูกพระธิเบศรวงษากอ) กับเจ้าอินทะวงษา (โพธิ์ สุรำนาจ) ขึ้นช้างเป็นพาหนะนำส่งกรุงเทพ ฯ ดังกล่าว และบางครั้งก็ให้ผู้ช่วยเจ้าเมือง ซึ่งเป็นลูกเขยชื่อจารพลไปส่ง แต่ไปส่งครั้งที่ ๓ ขากลับถึงกลางทาง เกิดโรคอหิวาต์ตายแต่เมืองล่างโน้น

การเก็บเงินอากรทั้งเมืองบางสมัยก็เก็บครัวเรือนละ ๑ บาท เมื่อพ่อตาชำระแล้วก็เป้นอันแล้วได้ ตลอดถึงเขยที่มาสมสู่อยู่สร้างทุกคน ส่วนชายฉกรรจ์เก็บคนละ ๓.๕๐ บาท ครั้นต่อมาก็เปลี่ยนเป็นเก็บครัวเรือนละ ๒๕ สตางค์ กำหนดให้ได้ ๓ ชั่ง ๑๕ ตำลึง ก็พอสำหรับปีหนึ่ง แล้วก็จัดส่งท้องพระคลังตามเคย

การชำระอรรถคดีข้อพิพาทเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าเมืองชำระอรรถคดีแต่ผู้เดียว มีคุกสำหรับคุมขังนักโทษเป็นประจำ มีพะธำรงเป็นหัวหน้าควบคุม คดีแพ่งและคดีอาญาที่มีโทษเบาก็ตัดสินที่เมืองกุดสิมนารายณ์เอง ถ้าเป็นคดีอาญาที่มีโทษหนัก จึงส่งศาลเมืองกาฬสินธุ์ตัดสิน

การบริหารงานในส่วนอื่นก็อยู่ในอำนาจเจ้าเมืองโดยเฉพาะ คือต่างเมืองต่างก็ปกครองเป็นอิสระเป็นเมือง ๆ ไป มิได้ขึ้นอยู่ในปกครองเมืองใดเมืองหนึ่งเลย ทำราชการขึ้นตรงต่อกรุงเทพ ฯ บ้าง ขึ้นตรงต่อข้าหลวงต่างพระองค์มณฑลอีสานที่เมืองอุบล (คือกรมหลวงสรรพสิทธิประสงค์ ) บ้าง ครั้นเมื่อปีร.ศ. ๑๑๖ (พ.ศ. ๒๔๔๐) โปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติบ้างแล้ว ส่วนท้องที่มณฑลอีสาน ได้เริ่มจัดการเมื่อปีร.ศ. ๑๑๙ (พ.ศ. ๒๔๔๓) โดยแบ่งมณฑลอีสานออกเป็น ๕ บริเวณคือ บริเวณอุบล บริเวณจำปาศักดิ์ บริเวณขุขันธ์ บริเวณสุรินทร์ บริเวณร้อยเอ็ด ในบริเวณหนึ่ง ๆ มีข้าหลวงเป็นประมุข เมืองกุดสิมนารายณ์ขึ้นอยู่กับบริเวณร้อยเอ็ด ทำราชการติดต่อกับบริเวณนี้ และดำเนินการปกครองระบอบนี้มาได้ ๘ ปี ก็ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติปกครองท้องที่พ.ศ. ๒๔๕๑ ขึ้นใช้ ระบอบเดิมจึงเป็นอันยกเลิก คงใช้ระบอบใหม่นี้เรื่อยมา

อนึ่งข้าราชการที่เป็นกรมการเมืองสมัยนั้น ไม่มีรายได้เป็นเงินเดือนประจำเหมือนสมัยนี้ แต่มีรายได้จากอากรทั้งเมือง ซึ่งเมื่อหักผลักส่งท้องพระคลังตามจำนวนที่ต้องส่งดังกล่าว ที่เหลือก็เป็นส่วนของกรมการเมือง สำหรับเสมียนพนักงานมีรายได้เป็นวัน ๆ โดยเก็บจากเงินได้ประจำวัน มีค่าทำตัวพิมพ์รูปพรรณสัตว์พาหนะ เช่น วัวหรือควายก็ดี โกนขนที่แก้มออกเสีย แล้วสักด้วยน้ำดำสำหรับสัตว์สีขาว สักด้วยน้ำแดงสำหรับสัตว์สีดำ สักเป็นตัวอักษรว่า “อีสาน” นอกจากนี้มีค่าเบ็ดเตล็ดต่าง ๆ เช่น ค่าเขียนใบประกัน เป็นต้น ซึ่งเรียกเก็บจากราษฎรผู้มีกิจเกี่ยวข้อง เป็นรายได้รวมกันเป็นวัน ๆ ครั้นถึงเวลาเลิกทำงานหรือเลิกศาลแล้วก็แบ่งปันกันในวันนั้น มากน้อยตามฐานะการสมควร ไม่มีกำหนดกฎเกณฑ์ เช่น ผู้เขียนเมื่อยังเป็นเด็ก ติดตามพ่อไปในฐานะเด็กติดพ่อ ก็เคยได้รับส่วนแบ่งแทนพ่อ ทีละเฟื้องละไพบ้างในสมัยใช้เงินอัฐ ครั้นเมื่อยุบเมืองลงเป็นอำดภอแล้ว เจ้าเมืองก็ว่าราชการอำเภอได้รับเงินเดือนละ ๔๐ บาท ผู้ช่วยเจ้าเมืองเรียกปลัดได้เดือนละ ๒๐ บาท ราชบุตรเป็นสมุห์บาญชีได้เดือนละ ๑๒ บาท สามเดือนจึงเบิกครั้งหนึ่ง เบิกจากบริเวณร้อยเอ็ด ส่วนเมืองภูแล่นช้างเมื่อยุบแล้ว ก็โอนมาทำราชการร่วมกันทีเมืองกุดสิมนารายณ์ มีซานนท์เป็นนายอำเภอ กินเงินเดือนคนละตำแหน่ง


พระพุทธศาสนา

การอพยพครอบครัวชาวเมืองวังดังกล่าว มีพระภิกษุสงฆ์ตามมาด้วย เมื่อได้ตั้งเมืองกุดสิมนารายณ์แล้วจึงตั้งพระครูหลักคำ (บ้านหนองน้ำจันท์) เป็นเจ้าเมืองคณะ ต่อมาท่านมรณภาพจึงตั้งพระครูหลักคำ (หงส์) สืบแทนเป็นลำดับ ต่อนี้ไปยุบเมืองเป็นอำเภอ จึงตั้งพระครูสุเมนทร์ทวาจารย์ (โพธิ์) พระครูแสง วิเศษสอน พระครูมีเป็นเจ้าคณะแขวงตามลำดับ แล้วย้ายอำเภอไปตั้งอยู่ที่บ้านบัวขาว


*************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน