*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231674
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< กรกฎาคม 2012 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันอังคาร ที่ 3 กรกฎาคม 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1135 , 18:12:19 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ตำนานไทย - พุไทยวัง (ตอนจบ)

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๕ สิงหาคม ๒๕๑๙

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

คำนำและสารบัญ
http://www.oknation.net/blog/PhutaiKaowong/2012/05/20/entry-1

*************************************

ตอนที่ 20
      บันทึกเบ็ตเตล็ด
      ประเพณีของพวกข่า

**************************************

บันทึกเบ็ดเตล็ด

ความตอนนี้ได้เก็บเรื่องราวของพุไทยวัง ที่หลงเหลือจากที่กล่าวมาแล้วข้างต้น คือจำพวกที่ต้องแตกกระจายไปอยู่ในที่ต่าง ๆ เท่าที่จะรวมได้ เพื่อจะได้เป็นแนวทางสืบสาวหากันต่อไปข้างหน้า กับอีกเรื่องข่าที่เขาหลวงแดนแถว ซึ่งตามตำนานว่าเป็นญาติสนิทกันมาแต่ครั้งปฐมบุรมมะกัป เมื่อแตกฉานซ่านเซนมาอยู่ในที่ต่างกัน และได้มาพบกันเข้าอีก จึงควรรู้ไว้ประดับสติปัญญาด้วย ดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อวันที่ ๒๖ มกราคม พ.ศ. ๒๔๙๔ นายมอนไค ศรียะไชย (ญาติข้างผัวคุณแม่มะณีโคตร) กับนายคำพร จันทะนาม ทั้งสองคนเป็นชาวเรณูนคร เป็นนักท่องเที่ยวยืนยันว่า
     ๑. บ้านหนองบัวบาน อำเภอสมพร จังหวัดตาก เป็นคนพุไทยมาจากเมืองวัง, เมืองคำเกิด, เมืองคำโง้น ประมาณ ๑๐๐ หลังคาเรือน
     ๒. เมืองอรัญวัฒนา เป็นเมืองย้ออยู่ปนเขมร ชาวเมืองเดิมเป็นไทยย้อ
     ๓. บ้านขี้อ้น แขวงปากเซฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เป็นคนพุไทยวังมาพร้อมกัน
     ๔. บ้านหอกลอง แขวงปากเซฝั่งซ้ายแม่น้ำโขง เป็นคนไทยย้อ
     ๕. บ้านนกยูง (บ้านตำบล), บ้านนาฮี, บ้านหนองอึ่ง, บ้านหนองแวง, บ้านหนองนกเขียน อยู่เขตอำเภอกุมภวาปี จังหวัดอุดร เป็นคนพุไทย

(๒) นอกจากนี้ได้เล่าเรื่องข่าที่มีอยู่ในบริเวณภูเขาหลวงแดนแกว ว่าดังนี้
     ๑.ข่าจะหลี้ ตายใส่โลงใหญ่ เต็มโลงแล้วย้ายบ้าน
     ๒.ข่าย่าเหิน
     ๓.ข่าตะอ๊ย ข่าพวกนี้ใช้หน้าไม้ (๕ ฮ่องลูก) ยิงไว ใช้ศอกขึ้นสาย มือใส่ลูก
     ๔.ข่าสล่าตองเหลือง ข่าพวกนี้ตั้งตูบตั้งผามแล้ว ใบตองเหลืองก็ย้ายหนี
     ๕.ข่าอาลัก ใจดุร้ายฆ่าคน ถือเหตุลาง เช่น สังเกตจากนกหรือสัตว์ ฯ
     ๖.ข่าป่าเลา ชอบอยู่ตามป่าเลา จะหนีเมื่อหมดเลา
     ๗. ข่าขัด ใช้เครื่องประดับเป็นทองเกี้ยวแทนกำไลมือ, กำไลแข้ง, กำไลคอ ฝังผีมาถึงเสาเรือนย้ายหนี
     ๘. ข่าแท ข่ะวกนี้ป้านคันแทนาสูงเพียงหน้าอกหรือคอ
     ๙. ข่านา ข่าพวกนี้ทำนา
     ๑๐. ข่าหูเติ่ง หูใส่ซะโน แล้วใส่งาช้างทีหลัง
     ๑๑. ข่าหูยาน หูใส่ลูกแหยาวเกือบศอก
     ๑๒.ข่าจะหล้าย กินสัตว์ทั้งเป็น และกินปลิงเป็นอาหาร
     ๑๓. ข่าจอมพล กินงาแทนข้าว
     ๑๔. ข่าระแด ทำไร่เป็นอาชีพ และเป็นข่าจำพวกรักษาง้าวเจือง (คือง้าว (ตาวฮางเซ็ง) ที่แถนฟ้าคื้นพระเจ้าแผ่นดินนครหนองแส ประทานให้ท้าวยี่ (เจืองหาญ, ท้าวฮุ่ง, พระยาเจือง) ลูกชายหล้าของพระองค์


ประเพณีของพวกข่า
๑. กินมะที ฟ้อนอ้อมควายที่จะกิน พร้อมกับตีฆ้อง ๙ หน่วย มีฆ้องน้อยหน่วยหนึ่งและซะเนิด (ขับร้อง)
๒. ทำศพ (งันศพ) ผู้หญิงกอดคอกันเป็นวงอ้อมศพ หรือสถานที่วางศพ ทำท่าตามแบบของเขา ผู้ชาย ตีฆ้อง ๙ หน่วย น้อยหน่วย ๑  หน่วย มีซะเนิดพร้อม
๓. ธรรมเนียมเล่นสาวบ่าว ผู้หญิงไปเอาชายเสพสมแล้ว พ่อแม่เอาไก่เข้าไปเลี้ยงลูกสาวแล้วกลับมา ผู้ชายหลายคนเสพ ข่าพวกนี้นุ่งเปลือกน่อง หมดทั้งบ้านมีเรือนหลังเดียว มุงครั้งเดียว ชำรุดย้ายหนี
๔. ฮิตคะลำ แขกไปใครมาห้ามเข้าออก ใครทำเงินตกเอาไม่ได้ ห้ามแขกไปตักน้ำที่ท่าน้ำ ถ้าหกล้มพวกที่กินงา ดังกล่าวแล้ว
๕. วิธีต้อนรับแขก แขกต้องขออนุญาตก่อนเข้าบ้าน แล้วเขาตรวจของคะลำที่แขกถือไปเป็นต้น แล้วเขานำไปพักที่รับแขก ต่อไปทุกคนจะเอาอาหารมาส่งให้แขก แขกต้องกินทุกจาน แล้วเขาก็เอามาเพิ่มอีกทุกจาน ถ้ากินจานเดียว วันต่อไปก็ได้กินแต่จานเดียวเท่านั้น
๖. วิธีฝรั่งปกครอง เอาเสื้อผ้าไปล่อไว้ที่ป่า เอาอ้อยไปกองไว้ ต่อไปจึงนำขี้อ้อยหรือชานอ้อยไปถึงบ้าน แล้วจึงตั้งผู้ใหญ่บ้านให้ ถ้าเขารู้เขาจะไม่เอาของที่ล่อไว้ เพราะกลัวไม่อยากให้ฝรั่งเก็บภาษี ฝรั่งตั๋วะหรือโกหกว่าเก็บเจ้า ๑ บาท เก็บลาว ๖ บาท
(๓) เมื่อวันที่ ๑๙ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๓ นายสมบูรณ์ พลศรีเมืองบอกแก่ข้าพเจ้าว่า ที่กิ่งอำเภอเลิงนกทา จังหวัดยโสธร มีบ้านชาวพุไทยมาพร้อมเมืองแสน (ท้าวสีห์นาม) มาตั้งเมืองหนองสูง มีจำนวนดังนี้ บ้านตำบลฮ่องแซงมีราว ๗๐๐ หลังเรือน, บ้านโนนยางมีราว ๖๐ หลังเรือน, บ้านดงหมูมีราว ๓๐ หลังเรือน, บ้านกุดขุ่นมีราว ๒๐๐ หลังเรือน, บ้านตำบลสวาสดิ์มีราว ๖๐๐ - ๗๐๐ หลังเรือน, บ้านนางูเห่า (อยู่ปนลาว) มีราว ๕๐ หลังเรือน, บ้านหวายมีราว ๔๐๐ - ๕๐๐ หลังเรือน, บ้านกุดมะฮงมีราว ๗๐ - ๘๐ หลังเรือน, กิ่งเลิงนกทาเด็กเป็นลาว ผู้ใหญ่เป็นพุไทย มีราว ๑๐๐ หลังเรือน
(๔) เมื่อวันที่ ๒๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๐๑ พ่อค้าเมืองโคราชบอกแก่ข้าพเจ้าว่า พุไทยในจังหวัดลพบุรีมี ๑๓บ้านคือ ที่อำเภอบ้านหมี่ (ครึ่งบ้าน), บ้านกล้วย, บ้านซาย, บ้านบางกะพี้, บ้านแคสูง, บ้านเกาะแก้ว, บ้านห้วยแหวน, บ้านหน้าพระ, บ้านตะเฆ่น้อย, บ้านตะเฆ่ใหญ่, บ้านห้วย (พุไทยล้วน ๆ ) นอกจากนี้ก็มีอีกหลายบ้าน แต่อยู่ปนไทยอื่น, ส่วนพุไทยที่มีอยู่ในจังหวัดปราจิณบุริมี ๘ บ้านคือ บ้านหนองปลาหมอ, บ้านคุรำพัน, บ้านไผ่ซะเรียด, บ้านโคกกะต่าย, บ้านสระข่อย, บ้านโคกปีบ, บ้านโคกมน, บ้านม่วงขาว, (อยู่ตำบลโคกปีบ) และบอกว่าพุไทยเหล่านี้ผิวขาวกว่าเจ๊ก บ้านเรือนอุ่นหนาฝาคั่ง
(๕) พุไทยวังเมือวัง แตกหนีไปอยู่บ้านหนองควาย อำเภอ จัหวัดกำแพงเพ็ชร์ มีประมาณ ๗๐ หลังเรือน มีไทยเรือน ๒ ครัวกับคนไทย ๓ ครัวมาอยู่ร่วมด้วย นายกิ่งศรีประไท้... หน้า ๑๒๖ คนบ้านกุดสิมคุ้มเก่าผู้ไปพบเล่าว่า พอลงรถเห็นเขาเว้ากันด้วยภาษาพุไทย จึงเข้าไปพูดด้วยจึงรู้จักกัน เขาพร้อมกันมาต้อนรับแซว ๆ ถามข่าวหาชาวพุไทยเครือญาติเดียวกัน รู้สึกว่าเขาปลื้มปิติยินดีเป็นล้นพ้นจนบอกไม่ถูก ที่ได้เห็นว่านอกจากพวกเขาแล้วยังมีคนพุไทยอีก
(๖) จากวิทยาสารปี ๑๔ ฉบับ ๔๓ ประจำ ๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๐๖ เล่าเรื่องแข่ลีซอ เรียกข้าวโพดว่า “สาลี” ซึ่งตรงกันกับภาษาพุไทย จึงทำให้ผู้เขียนอดคิดไม่ได้ว่า เขาคือพวกข่าสาขาหนึ่ง มีมาตั้งแต่ปู่สังคะสา – ย่าสังคะสี ส่งลูกออกเสวยเมืองดังกล่าวแล้วข้างต้น จึงบันทึกเรื่องไว้ให้เป็นที่สังเกตดังนี้ เรื่องแข่ลีซอกินวอในเดือนมกราคมทุกปี (ขององอาจ บุญเรือนยา สวนจนารมย์ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อต้นเดือนมกราคม พ.ศ. ๒๔๙๗) ว่าเกี่ยวกับเรื่องเหล้าสีเหลืองและฉุนทำด้วยอะไร? ลีซอตอบว่าทำด้วยข้าวสาลี น่าคิดที่พวกลีซอกับพุไทยเรียกข้าวโพดว่า “สาลี” เหมือนกัน เชื่อว่าภาษานี้เกี่ยวพันกันมาแต่ครั้งปู่สังคะสา – ย่าสังคะสี ผู้ต้นบรรพบุรุษของเราเป็นแน่
(๗) จากอนุสาร อ.ส.พ. ปี ๓ ฉบับ ๙ เมษายน พ.ศ. ๒๕๐๖ นายปราโมทย์ ทัศนสุวรรณ บันทึกเมื่อ ๑ มีนาคม ๒๕๐๖ ว่า ชาวอีก้อมีอยู่ที่ยอดดอยแม่สลอง อำเภอแม่จัน จังหวัดเชียงราย รอบหมู่บ้านอีก้อมีรั้ว ๓ ชั้น ชั้นนอกป้องกันสัตว์เลี้ยงออกทำลายพืชกล่งคืน ชั้นกลางชื่อประตูโต๊ะมะ (ประตูดาบ) ทำรูปคนปักเป็นแถวถือว่าป้องกันศัตรู ชั้นในชื่อประตูล๊อกค่อง (ประตูผี) มีรูปนก, รูปน้ำเต้า, รูปเรือบินติดไว้บนไม้คานประตู นก, เรือบิน หมายถึงการนำข่าวมาแจ้งให้รู้ น้ำเต้า หมายถึงบรรพบุรุษดั้งเดิมเขาเกิดจากน้ำเต้าปุง
ชาวอีก้อ เดิมชื่ออะข่า ตั้งอยู่ที่ยูนนานของจีนเดียวนี้ มีกษัตริย์แรกชื่อ “อึมมะ” สืบสายมาถึงคนที่ ๔ ชื่อช้อ เกิดรบกับกษัตริย์จีน จีนชนะจับอะข่าฆ่าตายมาก เลยแตกหนีมาอยู่ภูเขาสูงและป่าใหญ่เป็นเกราะกำบัง จีนยังรบกวนอยู่อีก จึงหนีจากยูนนานไปอยู่ทางใต้ ที่แคว้นสิบสองงปันนา, เมืองเชียงตุงตามลำดับ โดยอยู่ยอดดอยสูงทุกแห่ง ๕ – ๖ ปีก็ย้ายบ้านทีหนึ่ง เพราะกันดาร จากเชียงตุงมาอยู่ดอยผาหมี่ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย เมื่อประมาณ ๖๕ ปีมาแล้ว อยู่ดอยผาหมี่ได้ ๑๙ ปี แล้วย้ายไปทางใต้อยู่ที่ดอยหัวแม่คำ ๒๓ ปี แล้วไปอยู่ดอยแม่สอง ๙ ปีนี้ พวกอีก้อมีตัวหนังสือของตนเองมาแต่เดิม เขียนใส่หนังควาย เป็นเรื่องราวประวัติของอะข่า เมื่อแตกศึกยูนนานไปอยู่ป่า หอดหิวมากจึงเผาไฟกินเสีย
(เรื่องอีก้อ ( อะข่า) ผู้เขียนรู้สึกตระหนักแน่ในใจว่า เป็นพวก “อ้ายเทาะ” ที่เราเรียกว่าข่าทุกวันนี้ เป็นข่าสาขาหนึ่ง ต้นกำเนิดก็ออกจากน้ำเต้าปุงสมัยแรก ที่ปู่สังคะสา – ย่าสังคะสีส่งลูกออกกินเมืองดังกล่าวแล้ว แต่พวกเขาไม่ออกกินเมือง ขออยู่กับพ่อแม่ที่ภูเขากล้า (คือภูเขาตอนหนึ่งในเทือกเขาหิมาลัย) จึงกลายเป็นข่าสืบมา ครั้นเมื่อถึงชาวไทยอพยพมาอยู่นครลุงนครปา พวกเขาก็ติดตามมาให้ และติดตามเรื่อยมาจนถึงปัจจุบันนี้)
(๘) นายคำเสา ปุงยะ นักท่องเที่ยวชาวกุดสิมคุ้มใหม่เล่าว่า ขณะนั่งรถไปด้วยกันได้สนทนากับชาวพุไทย ซึ่งเขาบอกว่าเขามีภูมิลำเนาอยู่อำเภอสะเดา, อำเภอคองแงะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ข้าพเจ้าผู้เขียนเชื่อว่าพุไทยเหล่านี้ ถูกกวาดต้อนมาจากเมืองวัง ดังกล่าวแล้วข้างต้น แต่ได้อพยพเลยลงไปอยู่ถึงจังหวัดสุราษฎร์ธานี ปักษ์ใต้แหลมมลายูโน้น

*********************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน