*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231624
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 20 สิงหาคม 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1869 , 18:23:25 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิธีแต่งงานพุไทย

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:
ตอน ๒
ภาคปฏิบัติพิธี
ฮีตภาช์น์สู่
ระเบียบพิธีสู่ขอคู่สมพงษ์
ล่ามเจ้าคึดไว้ความแก่
ลุงตาตอบคำเจาะบ่องของล่าม
ล่ามนำคำตอบเจาะบ่องของลุงตาไปคอบเจ้าคึด
ล่ามนำคำรับรองของเจ้าคึดคืนคอบลุงตา
ล่ามไหว้ถามฮีตคองลุงตา
ลุงตาบอกฮีตคองแก่ล่าม
ล่ามมอบหับหองฟะขอปลูกเรือนสู่แก่ลุงตา
ลุงตาตอบลับหองฟะแก่ล่าม
ลุงตาหมายล่ามเหล้าไหหนึ่ง
ล่ามรับเหล้าหมายล่ามแล้วมอบเฒ่าแก่กิน
ธรรมเนียมของเจ้าคึดลุงตาก่อนวันแต่งงาน


********************************************************

ตอน ๒
ภาคปฏิบัติพิธี
ฮีตภาช์น์สู่

ระเบียบพิธีสู่ขอคู่สมพงษ์
ภาคปฏิบัติพิธี  เป็นภาคที่นำเอาบทบัญญัติ  ในภาคพิธีบัญญัติมาใช้  ผู้อ่านที่สนใจใคร่รู้  เมื่อได้ดูภาคพิธีบัญญัติแล้ว  ย่อมจะช่วยทำความเข้าใจให้กระจ่างขึ้นในภาคปฏิบัติพิธีนี้
ดังกล่าวแล้วในภาคพิธีบัญญัติว่า  เดิมแต่สมัยโบราณมา  ท่านว่าหญิงไปหาชาย  คือ หมายความว่า  หญิงไปเที่ยวเกี้ยวชายในเวลาค่ำคืน  เหมือนอย่างชายไปเที่ยวเกี้ยวหญิง  ในเวลาค่ำคืนอย่างทุวันนี้  เพื่อเป็นชู้สาว (คู่รัก)  เอามาเป็นนางลูกนางเมีย  และเข้าใจว่าเมื่อก่อนนี้  การสู่ขอก็มีมาก่อนแล้วเหมือนกัน  แต่คงจะยังไม่สมบูรณ์นัก  ครั้นภายหลัง  เมื่อพระยาวิเทหราชพระเจ้าแผ่นดินนครหนองแส  ได้ประชุมปรึกษาปรับปรุงและบัญญัติระเบียบแบบแผนพิธีแต่งงานแล้ว  จึงได้มีระเบียบสู่ขอคู่สมพงษ์ที่สมบูรณ์  และถือปฏิบัติเป็นประเพณีสืบมาถึงทุกวันนี้
ระเบียบการสู่ขอคู่สมพงษ์นั้น  ฝ่ายเจ้าคึด (พ่อเจ้าบ่าว)  เป็นผู้มีหน้าที่หาล่าม  เพื่อให้ล่ามเป็นตัวแทนและเป็นผู้ไปสู่ขอเจ้าสาวจากลุงตา  (พ่อเจ้าสาว,ท่งนาภาช์น์ข้าว)  ล่ามที่จะให้ไปสู่ขอนั้น  ถ้าหากว่าเป็นลูกสาวพระมหากษัตริย์  ต้องใช้ล่ามสองคน  คือ ล่ามหลวงกับล่ามน้อย  เพราะงานปฏิบัติพิธีนั้น  สลับซับซ้อนหนาแน่นหนักมือมากอยู่  ล่ามแทบไม่มีเวลาพักผ่อนตลอดวันงาน  ล่ามน้อยเป็นล่ามสำรองคอยช่วยเหลือล่ามใหญ่  แต่สำหรับไพร่พลเมืองทั่วไปใช้ล่ามคนเดียว  หากเห็นว่าในภาวะจำเป็นควรจะใช้สองล่าม  ก็ให้หาอีกคนหนึ่งได้  แต่ไม่เรียกว่าล่ามน้อย  เราเรียกว่า แหล่งล่าม (คนใช้ของล่าม)  ตามธรรมเนียมคู่สมพงษ์เรียกล่ามว่า  “พ่อล่าม”

ล่ามเจ้าคึดไว้ความแก่
เมื่อเจ้าคึดเลือหาล่ามได้แล้ว  ก็มอบความให้ล่ามว่า  “สิ่งตนสิ่งโตเยอะได้เภ้อนางหางไก่  มีดอกไม้เทียนคู่เห้อแก่เจ้าแซะซำนำไป  ขอเภ้อนางหางไก่นำท่งนาภาช์น์ข้าว  ขอเห้อเพิ่นแบ่งข้าวมันปันข้าวปุ๊  ขอเห้อเพิ่นเน่งปะทีดฮีตคองเห้อ  หนักพอฮามกะละฮาม  ยาบพอดึงกะละดึง  น้อยเซอะขอถวาย  หลายเซอะขอไหว้คันว่ายกมีพอยอมิได้  กะขออย่าแต่กว้างฮ่างแต่ไกล”

ล่ามไปเจาะไปบ่องหรือไปขอ
เมื่อล่ามได้รับคำมอบหมายจากเจ้าคึดแล้ว  เจ้าคึดก็มอบขันดอกไม้เทียนคู่,  เงินสองบาท (ค่าไขความปาก)  ให้แก่ล่าม  ล่ามก็นำไปยังเรือนลุงตา  ครั้นได้เวลาก็นั่งพับเพียบยกมือไหว้ลุงตาตามระเบียบ  พร้อมกับกล่าวคำขอไหว้ว่า
“ความเส้นนึ่งไหว้สาพ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  คือมีเซ็งลุ๊เซ็งหลานแข้งใหญ่มาหาใหญ่หึ้น  นกเอยะหาคู่หนูเยอะหาฮัง  เยอะได้ลุ๊เยอะได้เม  จึงได้เซ้อซำนำมามีดอกไม้เทียนคู่  มาต่ำใต้ไหว้สาพ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  เยอะต่ำโหเห้ายางเยอะต่ำหางเห้าลก  มืนตาเป็นตับรับมาเป็นลุ๊  ขอเห้อยะทางไปยะกะไดหึ้น  ขอยาเห้ออัดทางตันท่าง  ฮีตบ่างคองสาวฮีตท้างคองนางฮีตโผคองเม  ขอเห้อแบ่งข้าวมันปันข้าปุ๊  ความเป็นประธูปฮูปนั้นขาบหลองดาย”  (นี่สำหรับขอลูกกษัตริย์  แต่ถ้าขอลูกราษฎรใช้คำว่า “ไหว้สาดาย”
(ความเส้นหนึ่งไหว้สาทุ่งนาภาช์น์ข้าว  คือ มีลูกมีหลานแข้งใหญ่มาขาใหญ่ขึ้น  นกอยากหาคู่หนูอยากหารัง  อยากได้ลูกอยากได้เมีย  จึงได้ใช้ชำนำมามีดอกไม้เทียนคู่  มาต่ำใต้ไหว้สาพ่อแม่ทุ่งนาภาช์น์ข้าว  อยากต่ำหัวเข้ายาง  (เครื่องสานใช้ขังไก่)  อย่างต่ำห้างเข้าลก (ลกไก่,คอกไก่)  ลืมตาเป็นตับรับมาเป็นลูก  ขอให้เว้นช่องทางไปเว้นช่องบันไดขึ้น  ขออย่าให้ปิดทางตันท่าง  รีตบ่าวคลองสาว  รีตท้าวคลองนาง  รีตผัวคลองเมีย  ขอให้แบ่งข้าวมันปันข้าวปลูก  ความเป็นประธูปรูปนั้นขอกราบฉลองดาย)

ลุงตาตอบคำเจาะบ่องของล่าม
“โมทนาสาธุแปะเซอเกล้าเท่าเซอโห  คือ  เจ้าคึดลำตามได้มีล่ามนตายสายสมรมาต่ำใต้ไหว้สา  ขอเห้อแบ่งข้าวมันปันข้าวปุ๊  โมทนาสาธุเด๊าะ  มิได้อัดทางตันท่าง  ยะป่องเห้อไปยะกะไดเห้อหึ้น  เลี้ยหญิงกะเลี้ยงไว้ถ้าชาย  เลี้ยงควายกะเลี้ยงไว้ถ้าแอ๊ะถ้าไถนั้นแล้ว  มิไช่ว่าเลี้ยงฆ่ากินมันฟันกินซี้น  คันว่ามักดีสีขาวกาละแบ่งมันปันเห้อยู  (ลุงตาชั้นเก่าแผ่บงว่า)  กับอีกประการหนึ่ง  สาธุเด๊าะไหว้สากวานเจ้าล่าม  ขออนุญาตบาทคำนำเจ้าแต่  คือเซ็งลุ๊เซ็งเต้าเลี้ยงมาแต่ตีนแดงแข้งน้อย  แสนโตปาแสนหาไก่แสนไม้ไฮกะบอง  มิฮู้มิช่างมิเป็นผะเหลอแล้ว  มิได้เซอกะลุมสลังไว้แล้ว  แต่ละรับรองได้บ้อ  เยอะได้โผจึงเฮนฮุ  เยอะได้ลุ๊จึงเฮนลิงเฮนลายต่ำฮุมิเป็นแจ  ต่ำแพมิเป็นหน้า  ต่ำผ้ามิเถิงผืน  มิช่างมิเป็นผะเหลอดาย  เบ๊าะตักน้ำกะเอ็ดคุไหล  เบ๊าะดังไฟกะเอ็ดไฟมอด  เบ๊าะปั่นลอดกะเอ็ดลอดมาย  เบ๊าะจูงควายกะเอาหางไปก่อน  เบ๊าะอุ้มน้องกะหย่อนโหลง  เบ๊าะพายถงกะปิ่นก้นหึ้น  ไหว้สากวานเจ้าล่ามเด๊าะ  ข้อประการนี้ขอมอบเวนเคนเห้อเจ้าผู้เป็นล่าม  หุบหอบกอบกำเมือหาเจ้าคึดลำตามเจ้าพ่อลำแม่เพิ่นพุ้น  คันเพิ่นละรับรองป้องประการเอาได้  หนักกะฮาบยาบกะหิ้ว  มิติซิดีฮ้ายกะราธนานอังเชิญเด๊าะ  ทางหลวงแม่นทางช้างทางกว้างแม่นทางท้าวทางนาง  ความเป็นประธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”

(โมทนาสาธุยกใส่เกล้าเท่าใส่หัว  คือ  เจ้าคึดลำตามได้มีล่ามนายสายสมรมาต่ำใต้ไหว้สา  ขอให้แบ่งข้าวมันปันข้าวปลูก  โมทนาสาธุดอก  มิได้ปิดทางตันท่าง  แยกช่องให้ไปแยกบันไดให้ขึ้น  เลี้ยหญิงก็เลี้ยงไว้คอยถ้าชาย  เลี้ยงควายก็เลี้ยงไว้คอยถ้าแอกถ้าไถนั้นแล้ว  มิใช่ว่าเลี้ยงฆ่ากินมันพันกินเนื้อ  ถ้าแม้นว่ารักดีสีขาวจะแบ่งมันปันให้อยู่ (ลุงตาชั้นเก่าแผ่บง)  กับอีกประการหนึ่ง  สาธุดอกไหว้สากวานเจ้าล่าม  ขออนุญาตบาทคำกับเจ้าด้วย  คือ  เซ็งลูกเซ็งเต้าเลี้ยงมาแต่ตีนแดงแข้งน้อย  แสนตัวปลา, แสนขาไก่,  แสนไม้เคาะกะไต้  ไม่รู้ไม่ช่างไม่เป็นอะไรแล้ว  แต่จะรับรองได้ไหม  อยากได้ผัวจึงเรียนหูก  อยากได้ลูกจึงเรียนลิงเรียนลาย  ทอหูกไม่เป็นมุม  ทอแพรไม่เป็นหน้า  ทอผ้าไม่ถึงผืน  ไม่ช่างไม่เป็นอะไรดาย  บอกตักน้ำก็ทำคุไหล  บอกดังไฟก็ทำไฟดับ  บอกปั่นหลอดด้ายก็ทำหลอดด้ายคลาย  บอกจูงควายก็เอาหางไปก่อน  บอกอุ้มน้องก็หย่อนหัวลง  บอกสะพายุงก็หันก้นถุงขึ้น  ไหว้สากวานเจ้าล่ามดอก  ข้อประการนี้ขอมอบเวนเคนให้เจ้าผู้เป็นล่าม  หุบหอบกอบกำไปหาเจ้าคึดลำตาม  เจ้าพ่อลำแม่ทางโน้น  ถ้าท่านจะรับรองป้องประการเอาได้  หนักก็หาบหยาบก็หิ้ว  ไม่ติซิดีร้ายก็ราธนาอัญเชิญดอก  ทางหลวงใช่ทางช้าง  ทางกว้างใช่ทางท้าวทางนาง  ความเป็นประธูปรูปนั้น  ไหว้สาดอก)

ล่ามนำคำตอบเจาะบ่องของลุงตาไปคอบเจ้าคึด
ล่ามไหว้เจ้าคึดว่า  “ไหว้สาแด่เจ้าผู้เป็นเจ้าคึดลำตาม  ได้เซ้อซำนำดอกไม้เทียนคู่  ไปหาท่งนาภาช์น์ข้าวขอเจาะขอบ่อง  เพิ่นกะว่าลุ๊หลานเพิ่นมิฮู้มิเป็นผะเหลอ  ต่ำฮุมิเถิงหน้าต่ำผ้ามิเถิงผืนหมู่นี้แล้ว  ความมีหลายประการ  คันว่ามิติซิดีฮ้ายกะราธนาอังเชิญเด๊าะ  ทางหลวงแม่นทางช้าง  ทางกว้างแม่นทางท้างทางนาง”

ล่ามนำคำรับรองของเจ้าคึดคืนคอบลุงตา
ล่ามไหว้สาท่งนาภาช์น์ข้าวตามระเบียบแล้ว  ดำเนินความว่า  “เจ้าคึดเพิ่นมิติซิดีฮ้ายแล้ว  แนวเลอกะละต่ำโหเห้ายาง  ต่ำหางเห้าลก  เป็นช้างเห้อยำโห  เป็นโขเห้อไต่  เป็นไม้กะเห้อบักเห้อฟันฯ”
(เจ้าคึดไม่ติซิดีร้ายแล้ว  อย่างไดรก็จะต่ำหัวเข้ายาง  ต่ำหางเข้าลก  เป็นข้างให้ย่ำหัว  เป็นสะพานให้ไต่  เป็นไม้ให้ตัดให้ฟัน ฯ)

ล่ามไหว้ถามฮีตคองลุงตา
“ความเส้นนึ่งไหว้สา  พ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  คันว่าละแบ่งมันปันเห้อแล้ว  กะขอเห้อเน่งฮีตเน่งคองเห้อ  คันว่าหนักพอฮาบกะเยอะฮาบ  ยาบพอดึงกะเยอะดึง  น้อยเซอะขอถวาย  หลายเซอะขอไหว้  คันว่ายกมิพอยอมิได้  กะขอยาแต่กว้างฮ้างแต่ไกล  เมือปรึกษาหารือเจ้าพ่อลำแม่เบิ่งเสียก่อน  ความเป็นประธูปฮูปนั้นไหว้สาดาย” 
(ความเส้นหนึ่งไหว้สาพ่อแม่ทุ่งนาภาช์น์ข้าว  ถ้าว่าจะแบ่งมันปันให้แล้ว  ก็ขอให้แจ้งรีตแจ้งคลองให้  ถ้าว่าหนักพอหาบก็อยากหาบ  หยาบพอดึงก็อยากดึง  (ค่าดอง)  น้อยก็ขอถวาย  (ค่าดอง)  มากหลายก็ขอไหว้  (ให้น้อยลง)  ถ้าว่ายกไม่อยู่ชูไม่ขึ้น  ก็ขออย่าแต่กว้างร้างแต่ไกล  กลับไปปรึกษาหารือเจ้าพ่อลำแม่ดูเสียก่อน  ความเป็นประธูปรูปนั้นไหว้สาดาย)

ลุงตาบอกฮีตคองแก่ล่าม
“โมทนาสาธุ ยกเซอเก้าเท่าเซอโห ถามหาฮีตหาคองกะมีนั่นแล้ว ฮีตข่าๆ กะไหล  ฮีตไทๆ กะจื่อ”
(ให้เลือกตอบตามฐานะของลุงตาดังต่อไปนี้)

ลูกสาวกษัตริย์ (อาดญา) 
๑.  ไขประตูคุ้มประตูเวียง  ควายตัวหนึ่งหรือเงินหกบาท
๒.  นางสินสิบ  (เงินค่าสินสอด  ๑๐ ฮางหรือ  ๑๐ ฝัก)
๓.  ขันบายศรีกับหับหองฟะ  (หับของฝาก)
๔.  เหน็บหองฟะ  ๖ ตำลึง (เหน็บเงิน ๖ ตำลึงใส่ในหับของฝากไปให้ลุงตา)

ลูกสาวเสนาอำมาตย์ 
๑.  นางสินแปด  (เงินค่าสินสอด  ๘ ฮาง หรือ  ๘ ฝัก)
๒.  กะหยังหมาย กับ หับหองฟะ
๓.  เหน็บหองฟะ  ๓ ตำลึง (เหน็บเงิน ๓ ตำลึงใส่ในหับของฝากไปให้ลุงตา)

ลูกสาวราษฎร  
๑.  นางสินสี่  (เงินค่าสินสอด  ๔  ฮาง หรือ  ๔ ฝัก)
๒.  กะหยังหมาย  กับ  หับหองฟะ
๓.  เหน็บหองฟะ  ๓ บาท  (เหน็บเงิน  ๓ บาทใส่ในหับของฝากไปให้ลุงตา)
ตามจารีตฮีตค่องมีมาแนวนี้  ฮีตภาช์น์สู่กินควายตัวหนึ่ง  เห้อกวานเจ้าล่ามหุบหอบกอบเขิง  เอาเมือเถิงเจ้าคึดลำตามเพิ่น  คันเพิ่นละแต่งพอยอได้กะราธนาอังเชิญ  คันยกมิพอยอมิได้  เยอะยาแต่กว้างฮ้างแต่ไกลกะสุดแล้ว 
(โมทนาสาธุ  ยกใส่เกล้าเท่าใส่หัว  ถามหารีตหาคลองก้มีนั่นละ  รคตของข่า ๆ ก็ตอบได้ไหลยังกะน้ำ  ส่วนรีตของไท ๆ ก็จื่อจำได้  (แล้วบอกรีตคลองตามฐานะของลุงตาแก่ล่าม)  และบอกรีตภาช์น์สู่กินควายตัวหนึ่ง  ให้กวานเจ้าล่ามนำความนี้ไปถึงเจ้าคึด  ถ้าท่านจะแต่งแปงได้ก็ราธนาอันเชิญ  หากยกยอไม่ได้  อยากอย่าแต่กว้างร้างแต่ไกลก็สุดแล้วใจ)
(ต่อนี้ล่ามก็นำความไปคอบเจ้าคึดให้ทราบ  หากเป็นการตกลงก็ดำเนินการต่อไป)

ล่ามมอบหับหองฟะขอปลูกเรือนสู่แก่ลุงตา
ล่ามไหว้ลุงตาว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สา  มื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดี  ได้มีดอกไม้เทียนคู่  หองฟะมะหลบ  ขันบายศรีกับเหล้าไหนนึง  มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  พ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  ขอปุ๊ย้าวแปงเฮือน  ขอเห้อพ่อแม่ชี้เซาะเบ๊าะทาง  ความเป็นประธูปฮูปนั้นขาบหลองดาย”
(ความเส้นหนึ่งไหว้สา  มื้อนี้ใช่มื้อสรรวันดี  ได้มีดอกไม้เทียนคู่  ของฝาก,  ขันบายศรี,  เหล้าไหหนึ่ง  มามอบหมายถวายเซ่นใส่รีตใส่คลอง  พ่อแม่ทุ่งนาภาช์น์ข้าว  ขอปลูกย้าวแปลงเรือน  ขอให้พ่อแมชี้ศอกบอกทางให้ความเป็นประธูปรูปนั้นกราบฉลองดาย)

ลุงตาตอบลับหองฟะแก่ล่าม
ฝ่ายลุงตารับไหว้ว่า  “จ้าวโมทนาสาธุ”  แล้วก็นำหับหองฟะไปไหว้คอบผีเรือน  เสร็จแล้วก็แจกหับหองฟะแก่ญาติวงศ์ตามฐานะควรได้รับ  มีลุงตาชั้นเก่าลุงตาชั้นใหม่  ส่วนหับหองฟะสี่หับมอบคืนแก่ล่าม  ให้ล่ามรับส่งคืนเจ้าคึด  แล้วเจ้าคึดจะแบ่งกันกับล่ามเอาคนละสองหับ  ส่วนขันบายศรีเมื่อบายศรีลุงตาแล้ว  ก็ตกแต่งเป็นภาช์น์สำรับอาหาร  เลี้ยงกินกันในหมู่พวกที่มาด้วยกันนั้น  ฝ่ายลุงตาก็จะมอบเหล้าลับหองฟะไหหนึ่งแก่ล่าม  รวมกับไหเดิมเป็นสองไห  จะได้กินแกล้มในหมู่พวกนั้น  (ลับหองฟะคือ  สบับของฝาก)

ลุงตาหมายล่ามเหล้าไหหนึ่ง
ลุงตาไหว้ล่ามว่า  “ไหว้สากวานเจ้าล่ามเด๊าะ  ในราตรีมื้อนี้  ได้เซ้อซำนำมาหองฟะมะหลบ  มามอบหมายถวายเซ่น  แลขอปุกเฮือนสู่ปูเฮือนนอน  ตามฮีตตามคองแต่ปู่มีอย่าแต่ย่ามีเสีย  เออกะแล้วทั่ว บรบวรณ์แล้ว
ฮานี้ยังการหมายล่ามหมายนาย  ฝ่ายลุงตาภาช์น์ข้าวมีดอกไม้กิ่งหนึ่ง (คือ เหล้าไหหนึ่ง)  มามีดมาหมายเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายคัน  คือ หมายไฮ่หมายนานั้นเพิ่นมัดตาแหลวแผ้วฟด  หมายเทาะหมายทางเพิ่นบักไม้ฟันตุย  อันนี้เซอะหมายล่ามหมายนาย  ดอกไม้กิ่งหนึ่งมามีดมาหมาย  สักการะบาเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายสมร  หมอซื่อจื่อความ  เห้อเป็นคนยูเหน้อหว่างกลางสังฆะ  มิเห้อเห้าฝ่ายเอ๊าะฝ่าย  เหมือนมะฟักยูคันนา  หญ้าคายูจอมโป๊ะ  เห้อเบิ่งหน้าคอยหลังทังสองก้ำสองฝ่าย  นกเซอะตายย้อนแฮ้ว  ความเซอะแล้วย้อนหมอซื่อขวางคองดาย”
(เดิมล่ามเป็นของเจ้าคึดฝ่ายเดียว  ครั้นแล้วลุงตาจึงหมายล่าม  เป็นการใช้ล่ามร่วมคนเดียวกัน  ลุงตาไหว้ล่ามว่า  ไหว้สากวานเจ้าล่ามดอก  ในราตรีวันนี้  ได้ใช้ชำนำมาของฝากหมากหลบ  มามอบหมายถวายเซ่นขอปลูกเรือนสู่ปูเรือนนอน  ตามจารีตรีตคลองแต่ปูมิอย่าแต่ย่ามิเสีย  ก็เสร็จแล้ว  ทีนี้ยังการหมายล่ามหมายนาย  ฝ่ายลุงตาภาช์น์ข้าวมีเหล้าไหหนึ่ง  มามีดมาหมายเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายคัน  คือ หมายไร่หมายนานั้น  ท่านมัดตาเหลวแผ้วกิ่งไม้ (ฟด)  หมายหอกหมายทางท่านตัดไห้พันตุย  อันนี้น่ะหมายล่ามหมายนาย  ดอกไม้กิ่งหนึ่งมามีดมาหมาย  สักการบูชาเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายสมร  หมอซื่อจำความ  ให้เป็นคนอยู่ในระหว่างกลางสังฆะ  มิให้เข้าฝ่ายออกฝ่าย  เหมือนมะฟักอยู่คันนา  หญ้าคาอยู่จอมปลวก  ให้ดูหน้าคอยหลัง  ทั้งสองก้ำสองฝ่ายนกนั่นน่ะตายเพราะแร้ว  ความนั่นน่ะจะแล้วด้วยหมอซื่อขวางคลองดาย)

ล่ามรับเหล้าหมายล่ามแล้วมอบเฒ่าแก่กิน
ล่ามตอบรับไหว้ว่า  “จ้าวโมทนาสาธุ”   แล้วไหว้มอบเหล้านั้นสู่เฒ่าแก่ว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สาคือ ในราตรีมื้อนี้  ทางท่งนาภาช์น์ข้าวเป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  แซะซำนำมาเหล้าไหนึ่ง  เป็นเหล้าหมายล่ามหมายนาย  ตามฮีตตามคอง  แต่ปู่มิอย่าแต่ย่ามิเสีย  ฮานี้ข่อยผู้เป็นล่ามนายสายคัน  กินผู้เดียวกะฮ๊ะ  ป๊ะผู้เดียวกะผิด  จึงขอราธนาอังเชิญพ่อแม่เฒ่าแก่เจ้านายทั้งหลาย  พร้อมพาเดียวดูดเดียวกลืน  เห้อจืดจางบางบกเมือหากกหากอ  และความเป็นปะธูปฮูปนั้น  ขาบหลองดายอาดญาเจ้านายทั้งหลายเอ๋ย”
(ความเส้นหนึ่งไหว้สา  คือ ในราตรีมื้อนี้  ทางทุ่งนาภาช์น์ข้าวเป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  แซะซำนำมาเหล้าไหหนึ่ง  เป็นเหล้าหมายล่ามหมายนาย  ตามรีตตามคลอง  แต่ปู่มิอย่าแต่ย่ามิเสีย  ทีนี้ข้าผู้เป็นล่ามนายสายคัน  กินผู้เดียวก็รากปากผู้เดียวก็ผิด  จึงขอราธนาอัญเชิญพ่อแม่เฒ่าแก่เจ้านายทั้งหลาย  พร้อมพากันดูดกันกลืนให้จืดจางบางบก  เมือหาต้นหากอ  ความเป็นประธูปรูปนั้น  กราบฉลองดายอาดญาเจ้านายทั้งหลายเอ๋ย)
(คำว่า  “น่าง”  หาไม่พบในพจนานุกรม  จึงขออธิบายว่า  เชือกสานเป็นตาข่ายยาวราว  ๒๐ - ๓๐ วา  ใช้สำหรับขึงกางไว้ในป่า  จะสูงราว  ๔-๕ ศอก  (สำหรับสัตว์ใหญ่และจะต่ำกว่านี้สำหรับสัตว์เล็กเช่น กะต่ายมีไม้ดอดค้ำเป็นระยะๆ  แล้วไล่สัตว์ป่าหรือสัตว์บ้าน  ให้วิ่งเข้ามาติดตาข่ายเพื่อจับสัตว์นั้น)

ธรรมเนียมของเจ้าคึดลุงตาก่อนวันแต่งงาน
เมื่อเจ้าคึดลุงตาทั้งสองดอง  ตกลงกันเป็นอันเรียบร้อยแล้ว  ก็มีเหลือแต่จะแต่งงานเท่านั้น  จะเลือกหาวันงามยามดี  เป็นวันนัดแต่งงานภาช์น์สู่ต่อไป  ตามธรรมดาก่อนวันนัดสามวัน  ดองทั้งสองฝ่าย  ต่างก็บอกเล่าแก่ญาติพี่น้องให้ทราบทั่วถึงกันว่า  มาฮอดมาเถิงจะแต่งภาช์น์สู่คนนั้นคนนี้วันนั้นวันนี้  ครั้นถึงวันนัดญาติวงศ์พงศา  ก็จะมาพร้อมกับจัดแจงสิ่งของมาช่วยงาน  อบย่างน้อยก็มีข้าวติบหนึ่ง  กับเหล้าเด็ดเหล้าไหอะไรอีกก็ได้  ผู้มาช่วยก็จะบอกเล่าถึงการช่วย  พร้อมกับยกมือไหว้  ฝ่ายเจ้าภาพก็คอยต้อนรับปราศรัยตามธรรมเนียม  รับไหว้ตอบพร้อมกับเปล่งวาจาว่า  “จ้าว”  เป็นคำต้อนรับเบื้องต้น  ทุกคนที่มาก็จะช่วยจัดงานต่างๆ ตามมี  ที่ว่างก็หาความสนุกเพลิดเพลินไปตามเรื่อง  ท่านที่ถนัดก็จะพลัดเข้าสู่วงเหล้า  เต้ากันกินเริ่มแรกเปิดฉากเรื่อยไป  จนกว่าจะถึงเวลากินฮีตภาช์น์สู่  เหล้าก็เลือกล้วนแต่เหล้าไหขมหวาน  เป็นเหล้าแกลลใช้น้ำท่าเทเติมลงไปเมื่อไขดั่งแล้ว  (ดั่งหรือดั่งเหล้า คือ  ใบตองปิดปากไหหใช้ขี้เถ้าเจือน้ำปิดทับไว้)  เวลาใช้ก็ไขดั้งออกเทน้ำลงจนเต็มปากไห ใช้กำเหล้า (ไม้กะแสน)  สักลักบงไปจนถึงก้นไห  แล้วดูดกินน้ำชั้นของเหล้านั้น  รสชาติขมหวานเมานวนดีนัก  เมื่อน้ำปากไหแห้งเหือดลง  ก็มีถ้วยตวงน้ำท่าเทลงแทนที่  น้ำถ้วยหนึ่งเรียกว่า  “ผองหนึ่ง”  กินชุดหนึ่งพร้อมกันกลายคนก็ได้  แล้วแต่กำเหล้ามากหรือน้อย  และกินชุหนึ่งๆ จะกำหนดกี่ผอง  ก็แล้วแต่เหมาะสมกับจำนวนคน  เช่น คนละผอง  เมื่อกินครบกำหนดถ้วยผองแล้วก็เปลี่ยนชุดใหม่มากิน  กินอย่างนี้จนเหล้าจืดจางจึงเปลี่ยนไหใหม่  ดังนี้เสมอไปตลอดงาน  ส่วนเหล้าเด็ดคือเหล้ากลั่นก็มีประจำ  รสชาติรุนแรงเหมาะแก่ผู้คอสูง


********************************************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

http://www.facebook.com/PhutaiKaowong


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 21/08/2012 เวลา : 12.43 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


ยินดีและขอบคุณค่ะคุณ BlueHill...

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
BlueHill วันที่ : 21/08/2012 เวลา : 11.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/charlee
นักดูนก

ขอบคุณครับผม

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน