*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231672
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< สิงหาคม 2012 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30 31  

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 25 สิงหาคม 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1474 , 11:49:36 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิธีแต่งงานพุไทย

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:
ไขประตูคุ้มประตูเวียง
ล่ามมอบขันบายศรีแก่ลุงตา
ลุงตาตอบรับขันบายศรี
ล่ามไหว้มอบสัตว์หัวตัวเลือดแก่ลุงตา
ลุงตาไหว้ตอบล่ามรับสัตว์หัวตัวเลือด
ล่ามมอบภาช์น์เฆี่ยนแก่ลุงตา
ลุงตาชั้นเก่าเฆี่ยนเขย
ล่ามนำคำซักฟอกสัญญาผูกมัดเขยไปคอบเจ้าคึด
เจ้าคึดรับรองคำซักฟอกสัญญาผูกมัดเขยต่อล่าม
ล่ามนำคำรับรองข้อสัญญาผูกมัดเขยของเจ้าคึดไปคอบลุงตา
ลุงตาชั้นเก่าเริ่มเฆี่ยนเขย
ความเฆี่ยน
ล่ามนำความเฆี่ยนไปคอบเจ้าคึดและเจ้าชาย
เจ้าคึดรับรองความเฆี่ยน
ล่ามนำคำรับรองความเฆี่ยนของเจ้าคึดและเจ้าชายไปคอบลุงตา


********************************************************

ไขประตูคุ้มประตูเวียง
ดังได้กล่าวในภาคพิธีบัญญัติแล้วว่า  เวียงวังของพระมหากษัตริย์นครหนองแส  มียามเฝ้ารักษาประตู  ๔  พระยา คือ  ซาบรรทม ๑  ซามะหลัด ๑  คำเพียงตา ๑  ราชะรวช ๑  ดังนั้นเมื่อล่ามพร้อมด้วยพรรคพวกจะเข้าไปจัดงานภาช์น์สู่ที่วังของพระองค์  จึงต้องผ่านนายประตูเสียก่อน  การผ่านประตูในเวลามีงานเช่นนี้  มีธรรมเนียมเรียกค่าผ่านประตู  เป็นเงิน  ๖ บาทหรือควายตัวหนึ่งก็ได้  เพื่อนายประตู  จะได้ไขประตูคุ้มประตูเวียงให้เข้าไป  จึงเป็นธรรมเนียมใช้สืบมา  ตลอดประชาชนทั่วไป  มีการไขประตูคุ้มประตูเวียง  ในงานวิวาห์มงคลดังทุกวันนี้

ล่ามมอบขันบายศรีแก่ลุงตา
การมอบขันบายศรี  บางทีก็มอบพร้อมกับหับหองฟะ  ดังกล่าวแล้วข้างต้น  เมื่อมอบแล้วก็มีการกินกันเสียพักหนึ่งตามธรรมเนียม  เป็นการกระทำก่อนวันงานมักไม่ยุ่งเหยิง  บางครั้งมอบในวันงานก็ได้  ดังจะกล่าวต่อไป  สำหรับการกินก็คงเป็นไปตามธรรมเนียมอย่างเคยปฏิบัติมา  การมอบขันบายศรีล่ามไหว้ว่า  
“ความเส้นหนึ่งไหว้สา  พ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  มื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดีมีสัจจะภาช์น์สู่  เจ้าคึดลำตามได้เซ้อซำนำมา  มีขันบายศรี,  หมูตัวนึ่ง,  ไก่ตัวนึ่ง,  เหล้าไหนึ่ง,  ดอกไม้เทียนคู่ ฯ  มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  ฮีตมิเห้อหมองคองมิเห้อเศร้า  ฮีตแต่ปู่มิเห้ออย่าฮีตแต่ย่ามิเห้อเสีย  ความเป็นปะธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”

ลุงตาตอบรับขันบายศรี
“จ้าวโมทนาสาธุ  แปะเซอเก้าเท่าเซอโห”  แล้วฝ่ายลุงตาก็จะนำขันบายศรีไปทำลาบายศรีให้แก่ลุงตามธรรมเนียม ฯ

ล่ามไหว้มอบสัตว์หัวตัวเลือดแก่ลุงตา
ล่ามไหว้ว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สา  มื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดี  ตามได้มีการผัด (นัด)  แม่วันปันแม่มื้อ  จึงได้มีดอกไม้เทียนคู่,  สัตว์โหโตเลอด  มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  พ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  ขอแต่งงขอแปง  ความเป็นปะธูปฮูปนั้นขาบหลองดาย”
 
ลุงตาไหว้ตอบล่ามรับสัตว์หัวตัวเลือด
ลุงตาไหว้ตอบรับว่า  “จ้าวโมทนาสาธุ  ยอเซอเก้าเท่าเซอโห”
เมื่อลุงตาได้รับสัตว์หัวตัวเลือดแล้ว  ก็จัดการแบ่งเนื้ออกตามส่วน  แยกเอาสันควายทั้งสองสัน  มารวมไว้กับของฝ่ายลุงตาด้วย  เอาไว้เพื่อยกเป็นสันล่ามตามฮีตคอง  เนื้อตะโพกควายข้างหนึ่งแบ่งครึ่ง  ครึ่งหนึ่งมอบให้เขยใหม่ผู้มาแต่งแปง  ส่วนตะโพกของฝ่ายลุงตาข้างหนึ่งกับอีกครึ่งซีกนั้น  ลุงตาเอาไว้สำหรับแจกแบ่งแก่เขยเก่าของลุงตาทุกคน  เรียกว่า  “ซี้นกะโพะเขย”  ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ลุงตาจะต้องส่วเนื้อตะโพกเขย  เป็นการข่าวให้เขยทราบทุกครั้งที่มีงานพิธีของลุงตา  เนื้อที่เหลือนอกนั้นมอบคืนเจ้าคึด  เพื่อฝ่ายเจ้าคึดจะได้ตกแต่งเป็นอาหาร  จัดเป็นสำรับภาช์น์ข้าวตามฮีตคอง  เมื่อมอบหมายแล้ว  ก็จะได้รวมกันกินระหว่างญาติวงศ์พงศาที่มาในงานนี้  (คือกินฮีตภาช์น์สู่)

ล่ามมอบภาช์น์เฆี่ยนแก่ลุงตา
คำว่า  “ภาช์น์เฆี่ยน”  หมายถึง ภาชนะสำรับหนึ่ง  ซึ่งจัดให้ครบตามที่กำหนดไดว้ในฮีตคอง  ดังแจ้งอยู่ที่ภาคพิธีบัญญัติแล้ว  ภาช์น์เฆี่ยนเป็นระเบียบบัญญัติ  แยกสิทธิและหน้าที่ของฝ่ายลุงตากับเขย  ให้เห็นประจักษ์แจ้งต่อหน้าล่าม  และเฒ่าแก่ทั้งหลายในวันแต่งงาน  เป็นเครื่องหมายก่อให้เกิดข้อบังคับและสัญญาแต่งงาน  โดยลุงชั้นเก่าเป็นผู้มีสิทธิ  คือ มีอำนาจเฆี่ยนเขยตามระเบียบภาช์น์เฆี่ยน  เรียกว่า  “ความเฆี่ยน”  เขยที่ล่วงละเมิดความเฆี่ยนก็เท่ากับผิดสัญญาแต่งงาน  เรียกว่า ถ้วยเฆี่ยนหว้ำ (คว่ำ)  ฝ่ายลุงตามีอำนาจที่จะปรับไหมได้ตามฮีตคอง 
(เรื่องความเฆี่ยนผู้เรียบเรียงมีความเห็นว่า  ถ้าหากว่าเขยกระทำล่วงละเมิดสิทธิในความเฆี่ยน  ก็ย่อมมีผลเท่ากับกระทำผิดสัญญาแต่งงาน  เมื่อฝ่ายลุงตาจะเรียกปรับไหมเขยตามที่กำหนดไว้ในฮีตคอง  แต่ฝ่ายเขยปฏิเสธไม่ยอมทำตามเช่นนี้  ฝ่ายลุงตายอมทรงไว้ซึ่งสิทธิตามกฎหมาย  ที่จะนำความขึ้นฟ้องร้องยังโรงศาล  ขอให้ศาลพิจารณาพิพากษาอรรถคดีนั้น  ตามที่กำหนดไว้ในความเฆี่ยนก็ได้  ในเมื่อความเฆี่ยนและพิธีแต่งงานได้ตีพิมพ์เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นใช้ทั่วถึงกันแล้ว  เพราะเป็นนิติกรรมการกระทำที่ชอบด้วยกฎหมาย  ย่อมมีผลสมบูรณ์ตามกฎหมาย  แม้ประเพณีนั้นจะได้ก่อตั้งขึ้นนานกว่า 1400 ปีมาแล้วก็ตาม วัตถุที่ประสงค์แห่งการกระทำ มิได้ขัดกับกฎหมาย) ใหม่ที่บัญยัติขึ้นเมื่อภายหลัง)
ล่ามมอบภาชน์เฆี่ยนแก่ลุงดาว่า “ความเส้นนึ่งไหว้สา  มื้อนี้แม่นมื้องามยามดี มีพิธีสัจจะภาช์น์สู่ เจ้าชายผู้เยือะต่ำโหเห้ายาง เย๊อะต่ำห่างเห้าลก มีนตาเป็นกับรับมาเป็นลุ๊ จึงได้แซะคำนำมายังประทีดฮีตคองได้ไก่โตนึ่ง, ถ้วยเบอหนึ่ง, เงินสตางค์นึ่ง, เหล้าไหนึ่ง, ดอกไม้เทียนคู่ มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคองพ่อแม่เท่งนาภช์น์ข้าว ขอเห้อเฆี่ยนเซอบ่าว่าเซอโห ความเป็นธูปฮูปนั้นขาบหนองดาย”

ลุงตาชั้นเก่าเฆี่ยนเขย
ลุงตาตอบล่ามว่า  “จ้าโมทนาสาธุ  คือมื้อนี้แม่นมื้อสรรวันดี  แต่งฮีตแต่งคอง  เจ้าคึดลำตามคึดมีตีได้ไก่โตนึง,  ถ้วยเบอนึ่ง,  เงินสตางค์นึ่ง,  เหล้าไหนึ่ง,  ดอกไม้เทียนคู่  มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  เห้อเฆี่ยนเซอบ่าว่าเซอโห  กะโมทนาสาธุเด๊าะ  แต่เยอะถามเบิ่งเสียก่อนว่า  ผู้ละมาสมสู่อยู่สร้างเป็นลุ๊เต้าแก้วเขยเฮือนชานนั้น  เป็นโหละมิลิเป็นปิ๊ละมิบินบ้อ  เป็นท้าวผู้ดีเป็นผีผู้อาดบ้อ  มิได้เป็นข่อยพายสายดาบเพอบ้อ  มิได้ทำหนี้ล้านป้านหนึ้แสนมาย้อ  คันเป็นหนึ้ทงดงใช้เพิ่น  หนี้หน้าเห้อไว้หน้า  หนี้หลังเห้อไว้หลัง  มิเห้หุบหอบกอบกำนำมา  มิได้เป็นฮูดเหน้อเลา,  เป็นเปาเหน้อข้าง,  เป็นป้างเหน้อปูมบ้อ  มิได้เป็นข้าลักหนีซิลักบวชบ้อ  คันแม่คาบดวงดี,  หวีควงเกี้ยง,  ท้าวผู้ดีผีผู้อาด  จึงละปุ๊ละแปงเป็นลุ๊เป็นเต้าเป็นคู่โหโผเม  คันว่าเป็นแนวว่ามานี้กะขออย่ากันแต่กว้างฮ้างกันแต่ไก”
(จ้าวโมทนาสาธุ  คือมื้อนี้ใช่มื้อสรรวันดี  แต่งรีตแต่งคลอง  เจ้าคึดลำตามคึดมิติได้  ไก่ตัวหนึ่ง,  ถ้วยใบหนึ่ง,  เงินสตางค์หนึ่ง,  เหล้าไหหนึ่ง,  ดอกไม้เทียนคู่  มามอบหมายถวายเซ่นใส่รีตใส่คลอง  ให้เฆี่ยนใส่บ่าว่าใส่หัว  ก็โมทนาสาธุดอก  แต่อยากถามดูเสียก่อนว่า  ผู้จะมาสมสู่อยู่สร้างเป็นลูกเต้าแก้วเขยเรือนชานนั้น  เป็นหัวจะไม่หลีกเป็นปีกจะไม่บินหรือ  เป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาดหรือ  ไม่ได้เนข้าพายสายดาบใครหรือ  ไม่ได้ทำหนี้ล้านป้านหนี้แสนมาหรือ  ถ้าเป็นหนี้ทงดงใช้ท่าน  หนี้หน้าให้ไว้หน้า  หนี้หลังให้ไว้หลัง  มิให้หุบหอบกอบกำนำมา  มิได้เป็นฮูดในเลา,  เป็นเปาในข้าง,  เป็นป้างในปูมหรือ  (ฮูด,เปา,ป้าง  สามคำนี้หมายถึงร่างกายของชาย  ต้องเป็นคนบริสิทธิหมดจดงดงามตามปกติ  ไม่มีสิ่งน่าเกลียดติดตัว  ทั้งในที่ลับและที่แจ้ง  กับไม่มีโรคประจำตัว)  มิได้เป็นข้าลักหนีซีลักบวชหรือ  ถ้าใช่ดาบดวงดีหวีดวงเกลี้ยงท้าวผู้ดีผีผู้อาด  จึงจะปลูกจะแปลงเป็นลูกเป็นเต้า  เป็นคู่หัวผัวเมีย  ถ้าเป็นอย่างว่ามานี้  ก็ขออย่ากันแต่กว้างร้างกันแต่ไกล)
อธิบาย  ถ้าพิจารณาดูข้อซักฟอก  สัญญาผูกมัดเขยของลุงตาชั้นเก่าแล้ว  จะรู้สึกว่า  ท่านบรรพบุรุษกลั่นกรองด้วยความละเอียดลออมิน้อยเลย  เช่นถามผู้จะสมัครเข้ามาเป็นเขยสู่ว่า  เป็นหัวจะไม่หลีกเป็นปีกจะไม่บินหรือ  อย่างนี้ย่อมหมายความว่า  เขยต้องเป็นผู้มีลักษณะหนักเอาเบาสู้  มีมานะอดทนไม่หลบหลีกถอยหลังเป็นประมาณ,  เป็นท้าวผู้ดีเป็นผีผู้อาดหรือ  นี่ก็หมายถึงเป็นคนบริสุทธิผุดผ่องปราศจากมลทิน,  มิได้เป็นข้าสบายสายดาบใครหรือ  นี่แสดงว่ามิได้เป็นข้าทาสของใคร  ต้องเป็นไทยจึงจะใช้ได้,  มิได้ทำหนี้ล้านป้านหนี้แสนมาหรือ  อย่างนี้ก็อยู่ในฐานะจะเป็นทาสเขาอยู่แล้ว  เพราะเป็นหนี้สินเขามาก  และอีกประการหนึ่งก็เกี่ยวกับการรับผิดชอบของลุงตา  ในฐานะเขยสมสู่อยู่สร้างกับพ่อตาแม่ยาย  (ลุงตา)  ลุงตาต้องรับผิดชอบในหนี้นั้นด้วย  ฉะนั้น  จึงมีข้อไขไว้ว่า  ถ้าเป็นหนี้เขามาแล้ว  หนี้หน้าให้ไว้หน้า  หนี้หลังให้ไว้หลัง  หมายความว่าลุงตาชั้นเก่าแยกความรับผิดชอบไว้ต่างหากจากกัน  คือ ลุงตาจะไม่รับผิดชอบต่อหนี้หลังอันได้กอบกำนำมา  คงรับและรับผิดชอบเฉพาะแต่หนี้หน้าที่จะเกิดขึ้นใหม่เท่านั้น  ส่วนหนี้ที่ทำไว้ก่อนเป็นเขยไม่รับรู้ด้วย  ทั้งนี้เพราะความรับผิดชอบทั้งมวลของเขยสมสู่  ต้องตกอยู่ที่ลุงตาจะชดใช้แทนเท่านั้นในสมัยโบราณ  ท่านจึงกำกับเรื่องหนี้นี้หนักนัก

ล่ามนำคำซักฟอกสัญญาผูกมัดเขยไปคอบเจ้าคึด
ล่ามไหว้เจ้าคึดว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สา  เออได้เซ้อซำนำภาช์น์เฆี่ยนไปมอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  ท่งนาภาช์น์ข้าวเพิ่นกะถามว่า  เป็นไหละมิลิเป็นปิ๊ละมิบินบ้อ  เป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาดบ้อ  มิได้เป็นฮูดเหน้อเลา,  เป็นเปาเหน้อข้าง,เป็นป้างเนอปูมบ้อ  มิได้เป็นข่อยพายสายตามเพอบ้อ  มิได้ทำหนี้ล้านบ้านหนี้แสนมาบ้อ  ความมีหลายประการ  คันว่าเป็นดาบดวงดีหวีดวงเกี้ยง  จึงละปุ๊ละแปงเป็นลุ๊เต้าแก้วเขยเฮือนซาน  คันว่ามิแม่นท้าวผู้ดีผีผู้อาดแล้ว  กะขออย่าแต่กว้างฮ้างแต่ไก  ความเป็นประธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”

เจ้าคึดรับรองคำซักฟอกสัญญาผูกมัดเขยต่อล่าม
เจ้าคึดตอบล่ามว่า  “โมทนาสาธ  เป็นดาบดวงดีหวีดวงเกี้ยงอยู่นั้นแล้ว  เป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาด  มิได้เป็นฮูดเนอเลาเป็นเปาเนอข้างผะเหลอแล้ว  เกี้ยงลอดปอดงามอยู่ ฯ”

ล่ามนำคำรับรองข้อสัญญาผูกมัดเขยของเจ้าคึดไปคอบลุงตา
“ความเส้นนึ่งไหว้สาพ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าว  เออได้เซ้อซำนำภาช์น์เฆี่ยน  มามอบหมายถวายเซ่นเซอฮีตเซอคอง  แต่ปู่มีอย่าแต่ย่ามีเสีย  ฝ่ายลุงตาภาช์น์ข้าวเพิ่นพัดเยอะฮู้จักว่า  ผู้ละมาสมสู่อยู่สร้างเป็นแก้วเขยเฮือนซานนั้น  เป็นโหละมิลิเป็นปิละมิบินบ้อ  เป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาดบ้อ  มิได้เป็นฮูดเนอเลาเป็นเปาเนอข้างบ้อ  หมู่นี้แล้ว  ความมีหลายประการ  ฝ่ายข้อยผู้เป็นล่ามนายสายสมร  กะได้หุบหอบกอบกำเมือถามเจ้าคึดลำตามเพิ่น  เพิ่นกะรับรองว่า  ลุ๊เพิ่นเป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาด  มิได้เป็นข่อยพายสายดาบเพอ  มิได้เป็นฮูดเนอเลา,  เป็นเปาเนอข้าง,  เป็นป้างเนอปูม  มิได้เป็นข้าลักหนีชีลักบวช  มิได้เป็นหนี้ทงดงใช้เพิ่นเด๊าะ  เกี้ยงปานไข่ใส่ปปานแก้วแล้วด้วยคำ  ความเป็นประธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”

ลุงตาชั้นเก่าเริ่มเฆี่ยนเขย
ลุงตาชั้นเก่ากล่าวว่า  “เออต่อนี้ไปละได้เฆี่ยนเซอบ่าว่าเซอโห  การเฆี่ยนนั้นน่ะ  เฆี่ยนคนโทษคนโภยกะเฆี่ยนด้วยแส้ด้วยหวาย  เฆี่ยนฮีตเฆี่ยนคองเฆี่ยนล่ามเฆี่ยนนาย  เฆี่ยนด้วยความป๊ะความเว้า  การเฆี่ยนนี้กะขออนุญาตบาทคำดาย  คันแม่นท้าวผู้ดีผีผู้อาด  ลุ๊ท้าวหลานพระยากะดี  ละได้เฆี่ยนตามฮีตตามคองแต่ปู่ว่าย่าสั่ง ฯ  เฆี่ยนฮีตแก้วคองเขยนี้คือ
(เรื่องความเฆี่ยน  มีหลายสำนวนหลายโวหาร  ไพเราะพลิกแพลงไปตามผู้เฆี่ยน  กล่าวความติดต่อกันไปตลอดเรื่อง  แต่ก็เป็นทำนองเดียวกัน  ในที่นี้ผู้เขียนแยกความเฆี่ยนออกเป็นข้อๆ พร้อมกับเทียบภาษาพุไทยกับภาษาไทยกำกับไว้ด้วย  เพื่อผู้อ่านที่ไม่เข้าใจภาษาพุไทยจะได้รู้เรื่อง  ความเฆี่ยนที่จดนี้เก็บจากความเฆี่ยนทั่วไปมารวมไว้  จึงดูยืดยาว  สมัยโบราณผู้ใช้เห็นความสำคัญจึงกล่าวจนจบ  แต่สมัยปัจจุบันรู้สึกว่าผู้ใช้มักง่าย  ไม่ใส่ใจว่านั่นเป็นข้อสัญญาอันมีค่า  เวลาปฏิบัติจึงมักกล่าวรวบรัด  คือ กล่าวย่นย่อแต่พอแล้วๆ  พอได้ฮีต  ข้อความที่ไม่ได้กล่าวถึง  ภายหลังจะถือเอาว่า  เป็นข้อผูกพันในสัญญาแต่งงานนั้นย่อมไม่ได้  เว้นแต่จะถือเป็นธรรมเนียมรับรองร่วมกัน  โบราณ  ได้แก้ไขเพิ่มเติมไปตามกาลเทศะเป็นลำดับมา)

ความเฆี่ยน
(ลุงตาชั้นเก่าเสนอข้อบังคับสัญญาผูกมัดแขน)
๑.  “ดำน้ำมิเห้อเอ็ดก้นฟู  จกฮูมิเห้อเอ็ดแหนสั้น  แหนสุดเอาไม้ต่อ  คอสุดเอาไม้ตาย”
     (ดำน้ำไม่ให้ทำก้นฟู  มือล้วงลงรูไม่ไห้ทำแขนสั้น  แขนสุดเอาไม้ต่อ  คอสุดเอาไม้ตาม)
๒.  “ไฮ่มิขวาเห้อขวา  นามิกว้างเห้อกว้าง  ถามไฮ่เห้อสุดชั่วตา  ถางนาเห้อสุดชั่วฮ้อง”
     (ไร่ไม่ขยายให้ขยาย  นาไม่กว้างให้กว้าง  ถางไร่ให้สุดชั่วตา  ถางนาให้สุดชั่วร่อง)
๓.  “ก้มหน้าเอาของกองหลังเอ็ดเว๊ะ”
     (ก้มหน้าเอาของโก่งหลังทำงาน)
๔.  “หน้าแข้งเป็นขวานทะ  หน้าพะเป็นหินฝน  ตนโตเป็นข้อยเซ้อ”
     (หน้าแข้งเป็นขวานถาก  หน้าผากเป็นหินฝน  ตนตัวเป็นข้าใช้)
๕.  “แนวเข็ดยากะทำ  แนวคะลำยาเอ็ด”
     (สิ่งเข็ดขวงต้องห้ามอย่ากระทำ  สิ่งคะลำควรเว้นอย่าทำ)
๖.  “มิเห้อซูนน้องน้ำกะพ้าน้องเม”
     (ไม่ให้ถูกต้องน้องน้าปะทะน้องเมีย)
๗.  “อันนึ่งเชื้อลุงตาเห้อยำปานแก้ว  เด็กท่อก้อยน้อยท่อทูเห้อคำรพยำแยง”
     (อันหนึ่งเชื้อลุงตาให้ยำเกรงปานแก้ว  เด็กเท่านิ้วก้อยเล็กเท่าไม้ตะเกียบให้คำรพยำเกรง)
๘.  “เบ๊าะเมือไฮ่ไกว่เมือนากะมิเห้อเอ็ด  เบ๊าะเมือนาขลาเมือบ้านกะมิเห้อเอ็ด  ขี้ค้านนอนเง็นยูกะมิเห้อเอ็ด”
     (บอกไปไร่ไถลไปนาก็ไม่ให้ทำ  บอกไปนาถลาไปบ้านก็ไม่ให้ทำ  ขี้คร้านนอนวันอยู่ก็ไม่ให้ทำ)
๙.  “น้ำที่เลิ๊กเศิกที่ยะ  ช้างฮายควายยะ  ไม้กะบกพันยะ  ไม้กะบ๊ะพันเหนียว  กะไว้เห้อแก้วเห้อเขย”
     (น้ำที่ลึกศึกที่ยาก  ช้างร้ายควายยาก  ไม้กะบกพันยาก  ไม้กะบากพันเหนียว  ก็ไว้ให้แก้วให้เขย)
๑๐.  “เว้ะท้าวหนาเว๊ะพระยาถี่  ปั้นข้าวจีฮองท้องฮีบไป”
     (งานท้าวหนางานพระยาถี่  ปั้นข้าวจี่รองท้องรีบไป)
๑๑.  “เห้อตื่นดึกลุกเช้า  ไปเมือไฮ่เห้อได้เหยียบหมา  ไปเมือนาเห้อได้เหยียบกบเหยียบเควด”
     (ให้ตื่นดึกลุกเช้า  ไปไร่ให้ได้เหยียบหมา  ไปนาให้ได้เหยียบกบเหยียบเขียด)
๑๒.  “หนักกะเห้อฮาบยาบกะเห้อดึง”
     (หนักก็ให้หาบหยาบก็ให้ดึง)
๑๓.  “มิเห้อหึ้นเฮือนสูงลงเฮือนต่ำ”
     (ไม่ให้ขึ้นเรือนสูงลงเรือนต่ำ)
๑๔.  “นอนหว้ำเห้อเบิ่งเค๊าะควาย  นอนหงานเห้อเบิ่งเค๊าะซ้าง”
     (นอนคว่ำให้ดูคอกควาย  นอนหงานให้ดูคอกช้าง)
๑๕.  “ไปเห้อลามาเห้อคอบ”
     (ไปให้ลามาให้บอก)
๑๖.  “มิเห้อลักหมกจกห่อ  เห้าเมืองมิเห้อลักช้าง  เห้าบ้านมิเห้อลักนาง”
     (ไม่ให้ลักหมกล้วงห่อ  เข้าเมืองมิให้ลักช้าง  เข้าบ้านมิให้ลักนาง)
๑๗.  “เซอะโงเห้อเขยบาย  เซอะควายเห้อเขยฝั้น”
     (เชีอกวัวให้เขยจับ  เชือกควายให้เขยฟั้น)
๑๘.  “ไปดงยามาเป่า  ไปเหล่ายามาดาย  เห้อหักไม้ตายมาแก้งก้นหม้อ  คีตเป็นข้อยืนหวางยืนหวางหายานางมาเซอแกงลุ๊ไม้”
     (ไปดงอย่ามาเปล่า  ไปเหล่า  (ป่าที่เกิดขึ้นใหม่หลังจากถางและเผาไฟแล้ว)  อย่ามาดาย  ให้หักไม้ตาย (ฟืน)  มาแก้งก้นหม้อ (หุงต้ม)  คิดเป็นข้อยินจะกลับไม่กลับ  หายานางมาใส่แกงลูกไม้)
๑๙.  “หึ้นเฮือนโคตราภาช์น์ข้าวเห้อเหลียวเบิ่งเดือนดาว  หญ้าฮาดเฮือนโฮ่เห้อหาอื่นมาเซอเห้อหาเมอมาแถม”
     (ขึ้นเรือนโคตราภาช์น์ข้าวให้เหลียวดูเดือนดาว  หญ้าขาดเรือนรั่วให้หาอื่นมาใส่  ให้หาใหม่มาแถม)
๒๐.  “มิเห้อซักหนี้มาลาม  มิเห้อซักความมาพาด  แก่โคตราภาช์น์ข้าว  หนี้หน้าไว้หน้า  หนี้หลังไว้หลัง”
     (ไม่ให้ชักหนี้มาลาม  ไม่ให้ชัความมาพาด  แก้โคตราภาช์น์ข้าว  หนี้หน้าไว้หน้า  หนี้หลังไว้หลัง)
๒๑. “หึ้นเฮือนลุงตายาทำท่านักเลง  เตะกะเตี่ยวลอยชาย  มิเห้อล่วงเท็งฮองเท็งเปิง”
     (ขึ้นเรือนบุงตาอย่าทำท่านักเลง  อย่าเตะและลอยชายผ้านุ่ง  ไม่ให้ล่วงเข้าห้องฮองและห้องเปิง)
๒๒.  “เจ้าโคตรลุงตาเบ๊าะไปทางใดอย่าขัดกง  ถ้าเจ็บเห้อว่าเจ็บ  ถ้าป่วยเห้อว่าป่วย  เห้อคอบพ่อแม่เสียก่อนจึงเป็นอันชอบธรรม”
     (เจ้าโคตรลุงตาบอกไปทางใดอย่าขัดโกง  ถ้าเจ็บให้ว่าเจ็บ  ถ้าป่วยให้ว่าป่วย  ให้บอกพ่อแม่เสียก่อนจึงเป็นอันชอบธรรม)
๒๓.  “ยาเอ็ดซี้นลับคาบาลับหิ้ง  ได้หน่อยได้หลายเห้อแบ่งมันปันกันกิน”
     (อย่าทำเนื้อลับคาปลาลับหิ้ง  ได้น้อยได้มากให้แบ่งกันกิน)
๒๔.  “กินซี้นมิเห้อลับคา  กินปามิเห้อลับแขว้ง”
     (กินเนื้อไม่ให้ลับคา  กินปลาไม่ให้ลับแข้วง)
๒๕.  “มิเห้อเอาของเนอตีนเนอมือแม่เฒ่า,แม่นาย,ป้า,น้า,แม่ย่าแม่ญิง  ซึ่งเป็นหญาติผู้ใหญ่ฝักฝ่ายทางเม”
     (ควรบอกวางไว้จึงหยิบเอา  หรือในกรณีจำเป็นก็ควรบอกให้วางไว้บนวัตถุอื่นเสียก่อน  แล้วจึงหยิบเอา  ข้อนี้กินความถึงว่า  เขยจะรับประทานอาหารร่มวง  หรือร่วมภาช์น์ข้าวเดียวกันกับพ่อตาแม่ยาย  หรือญาติหญิงผู้ใหญ่ฝักฝ่ายทางเมียไม่ได้ด้วย)
๒๖.  “ไปทำมาหากินได้ปูปามาฮอดบ้าน  มิเห้อไปเฮือนแม่  เห้อแว้เฮือนเม”
     (ไปทำมาหากินได้ปูปลามาถึงบ้าน  ไม่ให้ไปเรือนพ่อแม่  ให้แวะไปเรือนพ่อตาแม่ยายก่อน)
๒๗.  “มิเห้อแบ่งข้าวแบ่งแกงจากเฮือนน้อยหึ้นเฮือนหลวง”
     (ไม่ให้แบ่งข้าวแบ่งแกงจากเรือนเขยขึ้นสู่เรือนพ่อตาแม่ยาย)
๒๘.  “มิเห้อลับมีด,ลับพ้า,ลับขวาน,ฮาบซี้น  เท็งเฮือนพ่อแม่ลุงตาหรือญาติฝ่ายลุงตา”
     (ไม่ให้ลับมีด,ลับพร้า,ลับขวาน,หาบเนื้อ  บนเรือนพ่อแม่ลุงตาหรือญาติฝ่ายลุงตา)
๒๙.  “มิเห้อป๊ะก้าว่าแข็งต่อพ่อแม่โคตรวงศ์  มิเห้อตีหมูซาตีหมาเสียด  มิเห้อลับเฮาะหาฝนงาสู้  มิเห้อยิงแห้วหางาต่อ  มิเห้อด่าเจ้าโคตรโจทย์แม่นาย  มิเห้อเถียงลุงตาซะลาเจ้าหนี้”
     (ไม่ให้ปากกล้าว่าแข็งต่อพ่อแม่โคตรวงศ์  ไม่ให้ตีหมูตีหมาเสียดสี  ไม่ให้บีบหอกหาฝนงาสู้  ไม่ให้ยิงฟันหางาต่อ   ไม่ให้ด่าเจ้าโคตรโจทย์แม่ยาย  ไม่ให้เถียงลุงตาเหมือนอย่างเถียงเจ้าหนี้)
๓๐.  “หึ้นเฮือนลุงตายาล่วงกายขื่อห้องฮองไป  มิเห้อไต้กะบองเควคะยางเฮือนลุงเฮือนตา”
     (ขึ้นเรือนลุงตาอย่าล่วงกลายขื่อห้องฮองไป  ไม่ให้จุดและเขี่ยกะใต้บนเรือนลุงตา)
๓๑.  “มิเห้อฟ้อนลำทำเพลงเฮือนลุงเฮือนตา”
     (ไม่ให้ฟ้อนลำทำเพลงเรือนลุงเรือนตา)
๓๒.  “หึ้นเฮือนลุงตามิเห้อนั่งสูง  เห้อนั่งต่ำ เห้อเป็นคนสุภาพเรียบร้อย  นั่งตะมอบตอบหาตามประเพณี  ถ้ามีกิจจำเป็นจริง  ขอรับอนุญาตจากพ่อแม่ลุงตาภาช์น์ข้าวจึงควร”
     (ขึ้นเรือนลุงตาไม่ให้นั่งสูง  ให้นั่งต่ำ  ให้เป็นคนสุภาพเรียบร้อย  นั่งพับเพียบตามประเพณี  ถ้ามีกิจจำเป็นจริงขอรับอนุญาตจากพ่อแม่ลุงตาภาช์น์ข้าวจึงควร)
๓๓.  “มิเห้อทำเจอเลี้ยวเบี้ยวเจอคดต่อพ่อแม่ลุงตา”
     (ไม่ให้ทำใจเลี้ยวเบี้ยวใจคดต่อพ่อแม่ลุงตา)
๓๔.  “ยาตัวะยาพางโคตรวงศ์  ถ้าแม่นเห้อว่าแม่น  มิแม่นเห้อว่ามิแม้น”
     (อย่าปดอย่าพรางโคตรวงศ์  ถ้าใช่ให้ว่าใช่  มิใช่ให้ว่ามิใช่)
๓๕.  “ถ้าผัวเมียทะเลาะเววาทกัน  ยาว่าความยาบคาย  คืออีหมูหรืออีหมาหรืออีชาติหมา  คำนี้มิได้  ถ้าว่าอดมิได้แท้  เห้อว่าอีหมาจำเพาะตัวเมียผู้เจ้าแท้กะว่ามิได้  ถ้าว่าอีชาติหมานั้นมิได้  ผิดลุงตาต้องเหมอเขยคนนี้”
     (ถ้าผัวเมียทะเลาะเววาทกัน  อย่าว่าความหยาบคาย  คือ อีหมูหรออีหมาหรืออีชาติหมา  คำนี้มิได้ ถ้าว่าอดมิได้แท้  ให้ว่าอีหมาจำเพราะตัวเมียของตัวตัวแท้ก็ว่ามิได้  ถ้าว่าอีชาติหมานั้นมิได้  ผิดลุงตาต้องไหมเขยคนนี้)
๓๖.  “เบ๊าะไปฮ่อมิว่าไก  เบ๊าะไปไทยมิว่าง้อ”
     (บอกไปฮ่อมิให้ว่าไกล  บอกไปไทยมิให้ว่าง้อ)
๓๗.  “คันนาฮกเห้อเขยถาง  คันนาบางเห้อเขยป้าน”
     (คันนารกให้เขยถาง  คันนาบางให้เขยป้าน)
๓๘.  “โงควายเห้อเขยหา  นาเห้อเขยเฝ้า”
     (งัวควายให้เขยหา  นาให้เขยเฝ้า)
๓๙.  “ไปนาเห้อก่อนไห่  ไปไฮ่เห้อก่อนกา  บาทต่าวมาเห้อได้ของมาพ้อม”
     (ไปนาให้ก่อนไก่  ไปไร่ให้ก่อนกา  เมื่อกลับมาให้ได้ของมาพร้อม)
๔๐.  “เชื้อลุงตาตายเห้อเขยหาม”
     (เชื้อลุงตาตายให้เขยหาม)
๔๑.  “ยามทกข์ยามย๊ะเห้อเขยซ่อย”
     (ยามทุกข์ยามยากให้เขยช่วย)
๔๒.  “มิเห้อทัดดอกไม้,  ผ้าเคียนหัว,  สวมหมวก  หึ้นเฮือนลุงตา”
     (ไม่ให้ทัดดอกไม้,  ผ้าพันหัว,  สวมหมวก  ขึ้นเรือนลุงตา)
๔๓.  “ได้มาเป็นแก้วเขยเชยหน้าแล้ว  คุเห้อสาน,  ข้นเห้อบัก,  ผักเห้อเก็บ,  มะเขือเห้อแหม้นมะกะแซ้น เห้อปีน”
     (ได้มาเป็นแก้วเขยเชยหน้าแล้ว  ครูให้สาน,  ไม้ข้นให้ทำ,  ผักให้เก็บ  มะเขือให้สอย,  มะกะแซ้นให้ปีนขึ้นเอา)
๔๔.  “ได้แก้วกะเยอะอาศัยแก้ว  ได้เขยกะเยอะอาศัยเขย  เชื้อลุงแนวตาตำหนี้ล้านป้านหนี้แสน  ไปกู้ยืมเงินทองนำแก้วเขยเชยหน้า  กะมิเห้อเอาขี้ดอกนอกปุย  กู้ท่อเลอเห้อเอาท่อนั้น”
     (ได้แก้วก็อยากอาศันแก้ว  ได้เขยก็อยากอาศัยเขย  เชื้อลุงแนวตาตกหนี้ล้านป้านหนี้แสน  ไปกู้ยืมเงินทองกับเขยเชยหน้า  ก็ไม่ให้เอาขี้ดอกนอกปุย  กู้เท่าใดให้เอาเท่านั้น)
๔๕.  “ยูเห้อเป็นเซ็งยู  ไปเห้อเป็นเซ็งไป”
     (อยู่ให้เป็นอยู่  ไปให้เป็นไป)
๔๖.  “หนี้เห้อฮู้ยูเห้อเห็น”
     (หนีให้รู้อยู่ให้เห็น)
๔๗.  “มิเห้อเอ็ดซะๆ  เซ็งๆ  หึ้นเฮือนสูงลงเฮือนต่ำ  ค่ำและไปไก่หันและมา  แนวนี้กะมิเห้อเอ็ด”
     (ไม่ให้ทำเที่ยวๆ  เตร่ๆ  ขึ้นเรือนสูงลงเรือนต่ำ  ค่ำไปไก่ขันมา  อย่างนี้ก็ไม่ให้ทำ)
๔๘.  “มิเห้อดิ้นเบี้ยแทงโป  เล่นหัวแทงดอก”
     (ไม่ให้เล่นเบี้ยแทงโป  เล่นหัวแทงดอก)
๔๙.  “ผัวเล่นเบี้ยเมียต้มไก่ขายกะมิเห้อเอ็ด”
     (ผัวเล่นเบี้ยเมียต้มไก่ขายก็ไม่ให้ทำ)
๕๐.  “ผัวลักควายเมียขายซี้นส้มกะมิเห้อเอ็ด”
     (ผัวลักควายเมียขายเนื้อส้มก็ไม่ให้ทำ)
๕๑.  “ฮีตท่อสายหลามิเห้อห้าม  คันนาท่อหัวข้างห้ามได้”
     (รีตเท่าสายในไม่ให้ข้าม  คันนาเท่าหัวข้างข้ามได้)
๕๒.  “ฮอดเวะโฮ่เห้อหา  ฮอดเวะนาเห้อสร้าง”
     (ถึงงานไร่ให้หา  ถึงงานนาให้สร้าง)
๕๓.  “คันมาสมสู่ยูสร้าง  เห้อดุเห้อหมั่นเห้อขยันขันแข็ง  ตื่นมื้อเซ้าเห้อได้  ๙ ทางหยาม”
     (ถ้ามาสมสู่อยู่สร้าง  ให้ขยันให้หมั่นให้ขยันขันแข็ง  ตื่นมื้อเช้าให้มี  ๙  ทางหยาม (หมายถึง  พอตื่นเช้าขึ้นต้องให้มีทางไปเก็บสัตว์  ที่ถูกดักเอาไว้  ๙  แห่ง  เรียกว่า ไปหยาม  เช่นตกเบ็ดไว้ก็เรียกว่า  หยามเบ็ด  ดักลอบไว้ก็เรียกว่าหยามลอบฯ  เพื่อเอามาเป็นอาหารในครอบครัว)
ฯลฯ

“ความเป็นประธูปฮูปนี้  คันละรับทานโจมทานอันนี้ได้  จึงเห้อเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายคัน  หุบหอบกอบเชิงเอาเมือฮอดเมือเถิงเจ้าคึดลำตาม  และชายผู้ละมาสมสู่อยู่สร้างเป็นคั่หัวผัวเมีย  มิเห้อเฮี่ยฮอยควาย  มิเห้อยายฮอยช้าง  มิเห้อค้างเถียงนา  มิเห้อคาเถียงไฮ่  เห้อเอาไปเห้อฮอดเจ้าพ่อลำแม่เจ้าคึดลำตาม  คันเพิ่นละรับรองได้  จึงละยอมปุ๊ยอมแปง  คันเพิ่นรับรองมิได้กะปุ๊แปงมิได้”
(ความเป็นประธูปรูปนี้  ถ้าจะรับทานโจมทานอันนี้ได้  จึงให้เจ้าผู้เป็นล่ามนายสายคัน  หุบหอบกอบเชิงเอาไปรอดไปถึงเจ้าคึดลำตาม  และชายผู้จะมาสมสู่อยู่สร้างเป็นคู่หัวผัวเมีย  ถ้าท่านจะรับรองได้  จึงจะยอมปลูกยอมแปลง  ถ้าท่านรับรองมิได้ก็ปลูกแปลงมิได้)

ล่ามนำความเฆี่ยนไปคอบเจ้าคึดและเจ้าชาย
ล่ามไหว้เจ้าคึดว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สา  ได้นำภาช์น์เฆี่ยนไปมอบหมายถวายเซ่น  เซอฮีตเซอคองท่งนาภาช์น์ข้าว  เพิ่นกะถามว่า  ผู้ละมาสมสู่อยู่สร้างเป็นแก้วเขยเฮือนชานนั้น  เป็นโหละมิลิเป็นปิ๊ละมิบินบ้อ  เป็นท้าวผู้ดีผีผู้อาดบ้อ  มิได้เป็นฮูดเหน้อเลาเป็นเปาเหน้อข้างบ้อ  หมู่นี้แล้ว  และข้อยผู้เป็นล่ามกะได้นำความนี้  คืนคอบลุงตาภาช์น์ข้าวแล้ว  ฮานี้เพิ่นกะเฆี่ยนแก้วเฆี่ยนเขย  ข้อยผู้เป็นล่ามนายสายคัน  จึงหุบหอบกอบกำนำความเฆี่ยนมาฮอดมาเถิง  เจ้าคึดลำตามกับชายผู้ละเป็นผัว  ว่าละรับรองได้บ้อ  คันรับรองได้จึงละปุ๊ละแปงเป็นคู่หัวผัวเมีย คันรับรองมิได้กะปุ๊แปงมิได้ ความเป็นปะธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”

เจ้าคึดรับรองความเฆี่ยน
เจ้าคึดรับไหว้ว่า  “จ้าวโมทนาสธุ  ยกเขยเก้าเท่าเซอโห  เออท่งนาภาช์น์ข้าวเพิ่นเฆี่ยนเซอบ่าว่าเซอโห  กะขอฮับฮองป้องปะการ  เก้าฮับโหฮอง  ดีด้วยแก้วแล้วด้วยคำ  เป็นโหละมีลิ เป็นปิ๊ละมิบินเด๊าะ”

ล่ามนำคำรับรองความเฆี่ยนของเจ้าคึดและเจ้าชายไปคอบลุงตา
ล่ามคอบลุงตาว่า  “ความเส้นนึ่งไหว้สา  คือปะทีดฮีตคอง  ความเฆี่ยนเซอบ่าว่าเซอโห  ล่ามกะได้หุบหอบกอบเขิง  เอาเมือเถิงเจ้าคึดลำตามและชายผู้ละเป็นเขย  เพิ่นกะรับรองซู่สิ่งซู่อัน  เก้าฮับโหฮอง  ดีด้วยแก้วแล้วด้วยคำ  เป็นโหละมิลิเป็นปิ๊ละมิบิน  ความเป็นปะธูปฮูปนั้นไหว้สาเด๊าะ”
(ความเส้นหนึ่งไหว้สา  คือ ปะทีดฮีตคอง  ความเฆี่ยนใส่บ่าว่าใส่หัว  ล่ามก็ได้หุบหอบกอบเขิง  เอาไปถึงเจ้าคึดลำตามและชายผู้จะเป็นเขย  ท่านก็รับรองทุกสิ่งทุกอัน  เกล้ารับหัวรอง  เป็นหัวจะไม่หลีกเป็นปีกจะไม่บิน)


********************************************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน