*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231848
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< กันยายน 2012 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30            

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพุธ ที่ 19 กันยายน 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 1468 , 17:41:02 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

พิธีแต่งงานพุไทย

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:
ฮีตก่าว (ได้ลูกสองลุงตากินก่าว)
กินหมูเจ้าคึดปลดโข้ง
ลุงตาสู่ขวัญลูกสาว
เหล้าเสี้ยมเหล้าโหลย
ฮีตซอด (ได้ลูกสามลุงตากินซอด)
หมูถมฮอย
ไก่ซะปกนกซะหุ้ม
เหล้าไง้ก้นล่าม
ต้านเมือเฮือนผัว


********************************************************

ฮีตก่าว (ได้ลูกสองลุงตากินก่าว)
เมื่อได้ลูกหนึ่งผีถามกินดอง  ครั้นได้ลูกสองผีถามกินก่าว  วิธีที่ผีถามกินนั้น  ก็อย่างเดียวกับที่กล่าวแล้วในฮีตดอง  ฉะนั้นเมื่อลุงตาถามกินก่าวจากเขย  เขยก็ต้องหาความตัวหนึ่งมาเป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  นอกจากนี้ก็มีหับหองฟะ  ท่านให้จัดเครื่องแปด  มีมะแปดหน่วย,  พลูแปดแลบ,  แซดแปดตัด,  ไข่ขาวสี่,  แดงสี่ (ย้อมสี),  หม้อทองสระหัว,  โอกางเลือด (ขันรองเลือด),  แหลุ๊ทอง (ลูกทอง),  มอบลุ๊ลอด (ลูกหลอด),  ง้าวถอดตามแข็งเฮือน,  มะโห (หมาก),  เกลือก้อน,  ฮ่างพ้า (ร่างพร้า),  เบี้ยซาว (หอยเบี้ยยี่สิบอัน),  กับดอกไม้เทียนคู่  สิ่งเหล้านี้ไม่ต้องใส่ในหับ  ให้วางใส่ในภาช์น์กะเต๊ะ  อย่างเดียวกับในฮีตคอง  เมื่อเสร็จแล้วให้ล่ามไหว้มอบลุงตา  ขอแต่งขอแปงฮีตก่าวตามระเบียบ  ทำนองเดียวกับการไหว้ในฮีตคอง  ฝ่ายลุงตาก็จะเอาภาช์น์กะเต๊ะไปคอบผีเรือน  อย่างเดียวกับที่กล่าวแล้วในฮีตดอง

ระหว่างนี้กองครัวเขาจะจัดเครื่องฮ้อน (ร้อน)  ถวายเจ้านายเฒ่าแก่ทั้งหลายเป็นพิเศษ  ให้ได้กินหยิบแยบไปก่อนถึงคราวกินฮีตก่าว  เครื่องฮ้อนนั้นเขาจะจัดการซุบลาบใส่ในโอกางเลือด  เมื่อซุปลาบเสร็จ  จะได้แบ่งเอาไว้ใส่ในข้าว  ๘ ภาช์น์ตามฮีต  ที่เหลือนอกนั้นก็จัดเป็นเครื่องฮ้อน  ถวายเจ้านายเฒ่าแก่ทั้งหลาย  เพื่อกินรองท้องไปก่อนถึงเวลากินก่าว

ครั้นเมื่อกองครัวจัดปรุงอาหารส่วนรวมเสร็จ  เขาก็จะจัดแต่งภาช์น์ข้าวตามแบบฮีตภาช์น์สู่,  ฮีต ดอง  ดังกล่าวแล้ว  ลุงตาก็จะให้กองครัวคั่วไข่ใส่ในภาช์น์หัว  ต่อนั้นไปลุงตาก็จะจ้ำและฟายเหล้าผีเรือน  ทำอย่างเดียวกับฮีตดองที่กล่าวแล้ว  เมื่อเสร็จพิธีจ้ำผีแล้ว  บรรดาคนที่มาในงาน  ก็จะพร้อมกันกินฮีตก่าว  เราเรียกว่า  “กินก่าว”

กินหมูเจ้าคึดปลดโข้ง
เมื่อจัดการฮีตก่าวเสร็จแล้ว  ยังมีพิธีปลดโข้งต่อไปในวันเดียวกันนั้นอีก  เป็นหน้าที่ของเจ้าคึดจะหาหมูมาตัวหนึ่ง  เป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  ล่ามมีหน้าที่ไหว้มอบเนื้อหมูนั้นแก่ลุงตา  ขอปลดโข้งปลดขัวตามฮีตคอง  ห้ามมิให้ไต่ไปมาอีกต่อไป  หากฝ่ายเขยหรือลูกสาวขืนไต่ไปมาก็ถือว่าผิดฮีต  การจัดพิธีปลดโข้ง  ท่านให้จัดภาช์น์ขาวแบบเดียวกับฮีตดอง  เมื่อลุงตาจ้ำผีเรือนแล้วก็กินกันตามเคย  เรียกว่ากินหมูปลดโข้ง

ลุงตาสู่ขวัญลูกสาว
เมื่อได้ทำพิธีปลดโข้งแล้ว  ฝ่ายลุงตาก็จะได้ทำพิธีสู่ขวัญลูกสาวของตนต่อไปอีก  คือ ลุงตาจะหาหมูมาตัวหนึ่ง,  เหล้าไหหนึ่ง,  แพขาววาหนึ่ง,  เงินสองบาท (ใส่ในภาช์น์ขวัญ),  กำเหล้าสองกำ,  เมื่อได้ทำพิธีสู่ขวัญเสร็จแล้ว  ลูกสาวลุงตาก็จะได้ใช้ผ้าขาวผืนนั้นเจี่ยลูก (ใช้ผ้าเบี่ยงเฉลียงช้อนก้นลูก  ในท่าขาลูกทั้งสองคาบบั้นเอว)  และจะถอดเอากำเหล้าสองกำ  ที่ลักไว้ในไหเหล้าไปพร้อม  เป็นเสร็จพิธี  ต่อนั้นไปคนทั้งหลายจึงกินข้าว  คือ กินหมูสู่ขวัญนั้นแหละ  ตั้งแต่นี้ต่อไป  ฝ่ายลูกเขยลูกสาวก็ทำครัวกินเอง  ต่างหากจากเรือนลุงตาได้แล้ว

เหล้าเสี้ยมเหล้าโหลย
ในฮีตก่าว  ฝ่ายลุงตาก็มีเหล้าเสี้ยมเหล้าโหลย  สำหรับมอบให้ล่ามอย่างเดียวกับฮีตดอง


ฮีตซอด (ได้ลูกสามลุงตากินซอด)
ได้ลูกหนึ่งผีถามกินดอง  ได้ลูกสองผีถามกินก่าว  ได้ลูกสามผีถามกินซอด  วิธีถามกินซอดก็อย่างเดียวกับที่กล่าวแล้วในฮีตดอง,  ฮีตก่าว  เมื่อลุงตาถามกินซอดจากลูกเขย  ฝ่ายเขยก็จะหาควายสองแม่ลูก  มาเพื่อเป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  กับเหล้าไหหนึ่ง,  ดอกไม้เทียนคู่  เมื่อเอาควายสองแม่ลูกไปผูกไว้ใต้ถุน  ที่เสาแจ่งผีเรือนของลุงตาแล้ว  ล่ามจะไหว้มอบแก่ลุงตาขอแต่งแปงฮีตซอด  ฝ่ายลุงตาก็จะตอบว่า  “ควายแม่ลุ๊พุถุน  แม่มันพุลุมันไปห้า” (คือ หมายความว่า  ควายแม่ลูกผูกไว้ใต้ถุนนั้น  แม่ควายให้ผูกไว้  ให้เอาลูกมันไปฆ่า)  ทั้งนี้ก็เพื่อจะเอามาเป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  เมื่อฝ่ายเขยจัดการฆ่าควายแล้ว  ก็เอาเนื้อมาปรุงเป็นอาหาร  จัดแต่งภาช์น์ข้าวภาช์น์เดียวเท่านั้นสำหรับฮีตซอด  เมื่อลุงตาคอบผีจ้ำผีเสร็จแล้ว  เนื้อที่ปรุงเป็นอาหารทั้งหมด  ก็เอามาตกแต่งกินกันในระหว่างคณะญาติที่มาในงาน  เราเรียกว่ากินซอด  (สมัยนั้นราคาควายถูก  คือค่าเงินสูง  เงินห้าบาทแทนควายแม่ลูกก็ได้)

หมูถมฮอย
เมื่อกินซอดเสร็จแล้ว  ยังมีหมูถมฮอยอีก  หมูถมฮอยหรือการถมรอยนั้น  มีความหมายว่า  ฝ่ายลุงตาถามกินดอง,  กินก่าว,  กินซอด  ครบถ้วนฮีตคองแล้ว  เกรงว่าจะมีฮอยหรือร่องรอยให้ลุงตาถามกินได้อีก  จึงจัดพิธีอันหนึ่งขึ้นกีดกั้น  ทับถมร่องรอยเดิมเสีย  เรียกว่าหมูถมฮอย  ซึ่งเอาหมูตัวหนึ่งเป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  เมื่อล่ามไหว้มอบลุงตาและปรับปรุงเป็นอาหารแล้ว  ก็แต่งภาช์น์ข้าวภาช์น์เดียวเฉพาะภาช์น์หัวเท่านั้น  เมื่อลุงตาคอบและจ้ำผีเรือนเสร็จแล้ว  ก็พร้อมกันกินในระหว่างคนที่มาในงานนี้

ไก่ซะปกนกซะหุ้ม
เมื่อทำพิธีกินหมูถมฮอยเสร็จแล้ว  ยังมีอีกพิธีหนึ่งซึ่งเรียกว่า  “ไก่ซะปกนกซะหุ้ม”  เป็นพิธีมีความหมายต่อจากหมูถมฮอยนั่นเอง  กล่าวคือเมื่อถมฮอยแล้ว  ยังเกรงจะไม่มิดชิด  จึงมีพิธีให้ไก่ซะปกนกซะหุ้มไว้  มิให้เห็นร่องรอยอันกล่าวมาแล้วได้ด้วยความมั่นหมาย  ดังนั้น  จึงมีพิธีให้เจ้าคึดหาเหล้าไหหนึ่ง,  ไก่ต้มตัวหนึ่ง,  ดอกไม้เทียนคู่  ให้ล่ามไหว้มอบลุงตาเพื่อจ้ำผีเรือนตามฮีต  แล้วลุงตาจะให้ผ้าขาวมนหนึ่งกับไก่ตัวหนึ่งแก่ล่าม  แต่ไก่นั้นจะเอาไปผูกไว้ที่กะไดขั้นต่ำที่สุด  และจะผูกโดยวิธีให้แก้ได้ยากที่สุด  เมื่อเสร็จงานพิธีล่ามจะกลับบ้าน  ล่ามรู้เขาวจะเอาผ้าขาวมนที่ให้ไว้นั้นปกหัว  แล้วลงกะไดไปแก้ไก่  ขณะที่ล่ามกำลังแก้ไก่อยู่นั้น  คนบนเรือนก็จะพร้อมกันหุบหอบขี้เถ้า,  ขี้เหล้าทิ้งถมล่ามลงไป  จนกว่าล่ามจะแก้ไก่ได้แล้วและหลีกหนีไป

เหล้าไง้ก้นล่าม
เหล้าไง้ก้นล่าม  เป็นเหล้าพิเศษของลุงตา  เพื่อสมนาบุญคุณล่าม  ผู้ได้ตรากตรำจัดฮีตคองมา  นับแต่ฮีตภาช์น์สู่,  ฮีตดอง,  ฮีตซอด  ด้วยความยินดีดอมล่าม  จึงมีเหล้าพิเศษมอบให้แก่ล่าม  เรียกว่าเหล้าไง้ก้นล่าม  เหล้านี้จะมีก็ได้ไม่มีก็ได้  ฮีตไม่บังคับและไม่ห้าม

ต้านเมือเฮือนผัว
คำว่า  “ต้านเมือเฮือนผัว”  หมายถึง เจ้าคึดอยากได้ลูกชายและลูกสะใภ้  ไปอยู่ที่เรือนตนด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งก็ดี  โดยจะไม่สมสู่อยู่สร้างกับพ่อตาแม่นายตามฮีตคองจนสิ้นกำหนด  จึงมีพิธีอันหนึ่งเป็นจารีตฮีตคอง  เรียกว่า  “ต้านเมือเฮือนผัว”
การต้านเมือเฮือนผัวนั้น  ฝ่ายเจ้าคึดต้องหาควายตัวหนึ่ง  เรียกว่า  ควายต้าน,  เงินสิบฮ้อยน้ำสาม (๓๐ บาท),  กงแหน (กำไลมือ)  ค่าน้ำนมกิ่งหนึ่ง (ข้างหนึ่ง)  (หากไม่มีกำไลมือใช้เงิน  ๕ บาทแทนก็ได้),  ดอกไม้เทียนคู่  จัดสิ่งของดังกล่าวนี้ใส่พาน  เป็นภาช์น์สำรับหนึ่งเรียกว่า  “ภาช์น์ต้าน”  สำหรับจ้ำขวัญให้พ่อแม่  เมื่อเจ้าคึดจัดหาสิ่งของครบแล้ว  จึงให้ล่ามไหว้มอบลุงตาขอต้านเมือเฮือน  ล่ามวางเทียนคู่หนึ่งลงบนขันแล้วไหว้ลุงตาว่า

“ความเส้นนึ่งไหว้สา  ได้พ้อมพับกับกันเจ้าพ่อลำแม่เจ้าคึดลำตามจึงได้มีดอกไม้เทียนคู่แซะซำนำมา  หาพ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าวเจ้าโคตรลุงตา  เอ็ดแนวเลอน้ำแห้งคนฮอม  อึดผู้ป๊ะย๊ะผู้เซ้อ  คุบมิมาความิได้  กะคึดเห็นท่อขาผัวเมียนี้  เภ้อเย๊อะไหว้เย๊อะลีน  เย๊อะคึดเมือย้าวน้าวเมือเฮือน  คึดเมือสืบม้อนกะท้อนมูล  ความมิหลายไหว้สา”

(ความเส้นหนึ่งไหว้สา  ได้พร้อมพรับกับกันเจ้าพ่อลำแม่เจ้าคึดลำตาม  จึงได้มีดอกไม้เทียนคู่แซะซำนำมา  หาพ่อแม่ท่งนาภาช์น์ข้าวเจ้าโคตรลุงตา  ทำอย่างไรน้ำแห้งคนแคบ  อดผู้ปากยากผู้ใช้  ตะครุบไม่มามือควาไม่ได้  ก็คิดเห็นแต่เขาผัวเมียนี้  ใภ้อยากไหว้ไม้อยากดัด  อยากคิดกลับย้าวน้าวกลับเรือน  คิดกลับไปสืบมรดก  ความไม่มากไหว้สา)
ลุงตาตอบล่ามว่า  “โอ้ยมิได้เด๊าะ  ข่อยกะฮักแพงอยู่  เขยนี้มาสมสู่อยู่สร้างกะมิเหิงมินาน  เสียดายยูมิได้เด๊าะ”
(โอ้ย  ไม่ได้ดอก  ฉันก็รักแพงอยู่  เขยนี้มาสมสู่อยู่สร้างก็ไม่ช้าไม่นาน  เสียดายอยูไม่ได้ดอก)
ล่ามจึงหยิบเทียนใส่ขันอีกหนึ่งคู่  แล้วยกมือขึ้นไหว้ว่า  “ขอนำพ่อนำแม่  เภ้อเย๊อะไหว้ไม้เย๊อะลีน  อึดผู้ป๊ะย๊ะผู้เซ้อ  ขอเมือสืบม้อนกะท้อนมูล  ความมิหลายไหว้สา”

ลุงตาตอบว่า  “โอ้ยมิได้เด๊าะ  ข่อยมิเย๊อะถิ้มเบนข้าวละปะเบนข้าวหนี”
(โอ้ย  ไม่ได้ดอก  ฉันไม่อยากทิ้งเบนข้าวละ  (เบนข้าวคือ  ถาดไม้สำหรับส่ายข้าวเหนียวที่นึ่งแล้วให้หมดอายข้าว  ละหมายถึงละทิ้งเบนข้าว คือ ทิ้งลูกให้จากไป)  ปะเบนข้าวหนี  (ปะ คือ ปล่อยเบนข้าวหนี  หมายถึง  ปล่อยให้ลูกหนีจากไป)
ล่ามหยิบเงินใส่ขันอีก  ๓ บาท  แล้วไหว้ต่อไปอีกว่า  “ขอนำพ่อนำแม่ขอเห้อได้”
ลุงตาตอบว่า  “มิได้เด๊าะ”

ล่ามเอาเงินใส่อีก ๖ บาท  ยกมือไหว้  “ขอนำพ่อนำแม่  ขอเห้อหึ้นสูงคอยเห็นต่ำล้ำเข้อคอยเห็นไก  ขอเห้อเป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  ยกมือเห็นแต่เล็บเหน็บผ้าเห็นแต่เซิง”
(ขอจากพ่อจากแม่  ขอให้ขึ้นสูงคอยต่ำล้ำใกล้คอยไกล  ขอให้เป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  ยกมือเห็นแต่เล็บเหน็บผ้าเห็นแต่ชาย)
ลุงตาตอบว่า  “โอ้ยควายเถิกฮาวควายแม่  ฮักปานแตงแพงปานไข่  เอ๊าะเน๊าะบ้านได้ไต่ตานำ”
(โอ้ยควายผู้เท่าควายแม่  รักเหมือนแตงแพงเหมือนไข่  ออกนอกบ้านได้ไต่ตาตาม)
ล่ามเอาเงินใส่อีกรวมเป็น  ๓๐ บาท  แล้วไหว้อีก  “เอ้ดแนวเลอ  ยกมือเห็นแต่เล็บเหน็บผ้าเห็นแต่ชายดาย  ขอเห้อเป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  ขอเห้อป่งเห้อโยนดาย” (ทำอย่างไร  ยกมือเห็นแต่เล็บเหน็บผ้าเห็นแต่ชายดาย  ขอให้เป็นแหผืนกว้างน่างผืนยาว  ขอเห้อ ป่ง (ถอดยอด,งอกขึ้น)  ให้โยน (หย่อนยานจากความเคร่ง) ดาย)

ฝ่ายลุงตาจะวงากหน้า (หันหน้า)  ไปถามหลานหญิงหลานชาย  (หรือลูกสาวลูกเขย)  ว่า “เอ็ดแนวเลอเขือเอ้ย เภ้อเพิ่นไหว้ไม้เพิ่นลินสูละเมอบ้อ” (ทำอย่างไรเขือเอ้ย ใภ้ท่านไหว้ไม้ท่านตัดสูจะไปไม่) 
หลานขานตอบว่า “เอาแต่พ่อแม่เป็น  เห้อเมือกะเมือเห้ออยู่กะยู”  (แล้วแต่พ่อแม่เป็น  ให้ไปก็ไปให้อยู่ก็อยู่) แล้วล่ามยกมือไหว้ลุงตา  “ขอเห้อเสี้ยมเห้อโหลยผัดอานเห้อข่อยแด่”

ลุงตาเสี้ยมโหลยผัดอานว่า  “มิได้อาฮิติว่าผะเหลอแล้ว  แก้วเขยเชยหน้านี้  มาสมสู่อยู่สร้าง  ฮอดเวะไฮ่กะหาไฮ่  ฮอดเวะนากะหานา  จบดีอยู่  ทำร่างสร้างแปงมิได้อาฮิติเตียนผะเหลอแล้วฯ”  (นี่ตัวอย่างเสี้ยมโหลยเขยที่ดี  แต่ถ้าเขยที่ไม่ดีลุงตาจะเสี้ยมโหลยไปทำนองว่า)  “เยอ  แก้วเขยเชยหน้านี้  มาสมสู่อยู่สร้าง  กะมิจบมิดีท่อเลอแล้ว  เขาฮู้ยิงแห้วหางาต่อ  เป็นฮูดเหน้าเลาเป็นเปาเหน้อข้าง  เป็นป้างเหน้อปูม  เขาเย๊อะเถียงลุงตาชะลาเจ้าหนี้ฯ”
(มิได้อาริติว่าอะไรแล้ว  แก้วเขยเชยหน้านี้  มาสมสู่อยู่สร้าง  ถึงงานไร่ก็หาไร่  ถึงงานนาก็หานา  จบดีอยู่  ทำร่างสร้างแปงมิได้อาริติว่าอะไรแล้ว) ... (เยอ (คำนี้นึกไม่ออกว่าจะตรงกับคำไทยกลางว่าอย่างไร  เป็นคำกริยาวิเศษณ์,  อุทานวาจาแสดงออกมาว่า  ผู้พูดไม่พอใจและขัดเคืองด้วย)  แก้วเขยเชยหน้านี้  มาสมสู่อยู่สร้างก็ไม่จบไม่ดีเท่าไรแล้ว  เขาเคยยิงพันหางาต่อ  เป็นฮูดเหน้าเลาเป็นเปาเหน้อข้าง  เป็นป้างเหน้อปูม  เขาอยากเถียงลุงตาอย่างเถียงเจ้าหนี้ฯ)

ฝ่ายลุงตาว่าเหมอ (ไหม)  เขย  แล้วก็ลงมือเหมออย่างนี้ คือ  ล่ามเหมอเหล้าหมูเงินเบี้ย  (สองบาท),  ลุงตาชั้นใหม่เหมอเหล้าควายเงินฮ้อยน้ำสาม (สามบาท),  ลุงตาชั้นเก่าเหมอเหล้าหมูเงิน  ๕ บาท  (ถ้าเขยคนใดถูกไหมถึงสามครั้ง  ลุงตาไล่หนีโดยไม่ให้อะไรเลย)
เมื่อจ้ำหวัญ (ขวัญ)  พ่อแม่ด้วยข้าวภาช์น์ต้านดังกล่าวแล้ว  พ่อแม่ก็ทำพิธีนุ่งเสื้อนุ่งใบให้ลูกดังต่อไปนี้  จัดข้าวภาช์น์หนึ่งแต่งเป็นเครื่องภาช์น์ขวัญ  มีสาด (เสื่อ) ผืนหนึ่ง,  หมอนหน่วยหนึ่ง,  ซื่นผืนหนึ่ง,  ผ้าขาววาหนึ่ง  เมื่อจ้ำหวัญขาผัวเมียแล้ว  พ่อแม่ลุงตาจึงสั่งสอนขาผัวเมียว่า
“เจ้าได้เมอสู่ลุ๊หาโผ  ศิลห้าเพิ่นตก  ศิลหกเพิ่นแต่ง  เภ้อไหว้ไม้สิน  คึดเมอย้าวเมอเฮิน  เมอสืบม้อนกะท้อนมูล  เมอแล้วมิเห้อเห้าโสนผักลักโสนแตง  มิเห้อเอ็ดตีนสั้นมือยาว  มิเห้อบุ้ยสบบุ้ยป๊ะ  เว้าเถิงปู่เถิงย่าดายหลานเอ้ยฯ”
(เจ้าได้ไปสู่ลูกหาผัว  ศิลห้าท่านตก  ศิลหกท่านแต่ง  ใภ้ไหว้ไม้ตัด  คิดกลับย้าวน้าวกลับเรือน  กลับไปสืบมรดก  กลับไปแล้วไม่ให้เข้าสวนผักลักสวนแตง  ไม่ให้ทำตีนสั้นมือยาว  ไม่ให้บุ้ยสบบุ้ยปากกล่าวถึงปู่ถึงย่าดายหลานเอ้ย)
ต่อนี้ไป  ลุงตาจะจ้างล่ามมาสองคน  จ้างล่ามหลวง  ๑๐ บาท  ล่ามน้อย  ๕ บาท  แล้วจัดการส่งขาทั้งสองผัวเมียไปสู่เจ้าคึด  มีล่ามทั้งสอง,  พ่อแม่,  โคตรวงศ์  ไปส่งพักไว้ที่เรือนหลังใดหลังหนึ่งก่อน  และเลี้ยงเกือกินกันอยู่ที่นั่น  หลังจากเลี้ยงเกือกินแล้ว  ฝ่ายเจ้าคึดก็จะจัดคนมารับภาช์น์ขวัญพร้อมกับรับคนด้วย  เมื่อจัดการส่งมอบแล้ว  ล่ามหลวงจะเฆี่ยน  เจ้าคึด,  ล่าม,  ญาติวงศ์  ที่นั่งอยู่ในขณะนั้น  ด้วยพิธียกมือขึ้นไหว้ว่า
“เอ็ดแนวเลอ  ความเส้นนึ่งไหว้สา  พ่อแม่เจ้าคึดลำตาม  ล่ามนายได้มาทวนไหว้ทวนสาเอาเภ้อนางหางไก่  เภ้อไหว้ไม้สิบ  คึดเมอย้าวน้างเมอเฮิน  เมือสืบม้อนกะท้อนมูล ลงน้ำกะขอทานนำยาเห้อว่าควายกายหลังยาเห้อว่าข่อยว่าข้า  อิอันนี้เงินเต๊าะโหมากะขอยาเห้อว่า  มิเห้อเอ็ดหลังตีทีสี้ขี้ทาลาน  คันผิดพอตีกะเห้อทำเน๊าะเบ๊าะสอนเอา  มิเห้อยกเซอท่านอ่านเซอขุน  มิเห้อถิ้มเซอะฟะละเซอดิน  เบ๊าะมินอนสอนมิได้กะเห้อหมู่ข่อยฮู้จักนำแด่  มิเห้อคำเมอนายขายเมอหน้า  มิเห้อค้าเมอแกว  ลุ๊หมูลุ๊หมาขอเห้อส่งจำมุ้ง  ลุ๊คุ้งลุ๊ค่างขอเห้อสงจำภูจำผา  ลุ๊ลุงลุ๊ตาขอเห้อส่งหาเจ้าพ่อลำแม่  คันเจ้าโจมรับจับเอาความอันนี้  จึงละเห้อหมู่เจ้า  คันมิรับข่อยกะละยาเสียเหน้อทวนไหว้ทวนสานี้”
(ทำอย่างไร  ความเส้นหนึ่งไหว้สา  พ่อแม่เจ้าคึดลำตาม  ล่ามนายได้มาทวนไหว้ทวนสาเอาใภ้นางหางไก่  ใภ้ไหว้ไม้ตัด  คิดกลับย้าวน้าวกลับเรือน  กลับไปสืบมรดก  ลงน้ำก็ขอทานด้วยอย่าว่าควาย  กลายหลังอย่าให้ว่าข้าว่าทาส  อีอันนี้เงินตอกหัวมาก็อย่าให้ว่า  ไม่ให้ทำหลังตีหีเย็ดขี้ทาลาน  ถ้าผิดพอตีก็ให้ทำนอกบอกสอนเอา  ไม่ให้ยกใส่ท่านอ่านใส่ขุน  ไม่ให้ทิ้งใส่ฟากลากใส่ดิน  บอกไม่นอนสอนไม่ได้ก็ขอให้พวกฉันรู้จักด้วย  ไม่ให้คำไปนายขายไปหน้า  ไม่ให้ค้าไปแกว  ลูกหมูลูกหมาขอให้ส่งจำมุ้ง  ลูกคุ้งลูกค่างขอให้ส่งจำภูจำผา  ลูกลุงลูกตาขอให้ส่งหาเจ้าพ่อลำแม่  ถ้าเจ้าเอื้อมรับจับเอาความอันนี้  จึงจะให้หมู่เจ้า  ถ้าไม่รับฉันก็จะอย่าเสียในทวนไหว้ทวนสานี้)

บางสำนวนล่ามหลวงจะเฆี่ยนว่า  “ไหว้สากวานเจ้าล่าม  เออ คึดเมอย้าวล้าวเมอเฮอนกะแล้วเด๊าะ  ถ้าผิดกันด้วยน้ำท่าว่ากันด้วยน้ำแกง  กะยาไปหึ้นเฮอนสูงลงเฮอนต่ำ  ไปว่านำผู้สุขเขากะว่ายก  ไปว่านำผู้ทกข์เขากะว่าทานขวัญ  เป็นการก่าวฤษยานินทาสับประมาท  ก่าวชาติเนรคุณกะมิเห้อเอ็ด
เว้าเซอะขออนุญาตมาทค่า  ลงน้ำมิเห้อว่าควาย  กายทางมิเห้อว่าข่อยว่าข้า  มิเห้อแก่เบนข้าวปะละเบนข้าวหนี  หลังตีหีสี้ขี้ทาลาน  แนวนี้กะมิเห้อเอ็ด  เออลุ๊หมูลุ๊หมามิเป็นเห้อส่งจำบุ้ง  ลุ๊คุ้งลุ๊ค่างมิเป็นเห้อส่งจำภูจำผา  ลุ๊ลุงหลานตามิเป็นกะเห้อส่งหาลุงตาท่งนาภาช์น์ข้าว
กับข้อประการนึ่งนั้น  คือว่า  แต่นี้เมอหลังกะมิเป็นสักเทอเด๊าะ  หะย้านมันเป็น  คือว่าได้เห้าโสนผักลักโสนแตง  เป็นตกเบี้ยเสียเงิน  เป็นเฟื้องเป็นสลึงตำลึงห้าบาท  กะมิเห้อขายเมอหน้าค้าเมอแกว  เห้อถิ้งทงลงเถิงตูข่อยผู้เป็นท่งนาภาช์น์ข้าวเสียก่อน  ความเลอดีพากันว่า  ง่าเลอดีพากันหยุบกันบาย  และขอเบิกบานศาลก่าวกับเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายสมร  ซ้ายเหยียบนาขาวเหยียบฮ่อง  นกเซอะตายย้อนแฮ้ว  ความเซอะแล้วย้อนหมอซื่อขวางคอง  และเห้อเจ้าเอาความข่อยนี้  เมอถิ้มทงลงเถิงเจ้าคึดลำตามกับโผเขาผู้ละเอาเมอ  ไหว้สากวานเจ้าล่ามเด๊าะ”
(ไหว้สากวานเจ้าล่าม  เออคิดกลับย้าวล้าวกลับเรือนก็แล้วดอก  ถ้าผิดกันด้วยน้ำท่าว่ากันด้วยน้ำแกง  ก็อย่าไปขึ้นเรือนสูงลงเรือนต่ำ  ไปว่าต่อผู้สุขเขาก็ว่ายก  ไปว่าต่อผู้ทุกข์เขาก็ว่าทานขวัญ  เป็นการกล่าวฤษยานินทาสับประมาท  กล่าวชาติเนรคุณก็ไม่ให้ทำ)
พูดนะขออนุญาตบาทคำ  ลงน้ำไม่ให้ว่าควาย  กลายทางไม่ให้ว่าข้าว่าทาส  ไม่ให้ดึงเบนข้าวปะปล่อยทิ้งไว้ลากเบนข้าวหนีจาก  หลังตีหีเย็ดขี้ทาลาน  อย่างนี้ก็ไม่ให้ทำ  เออลูกหมูลูกหมาไม่เป็น (งาน) ให้ส่งจำมุ้ง  ลูกคุ้งลูกค่างไม่เป็นให้ส่งถึงภูถึงผา ลูกลุงหลานตาไม่เป็น ก็ให้ส่งหาลุงหาตาทุ่งนาภาช์น์ข้าว
กับอีกข้อประการหนึ่งนั้น  คือว่า  แต่นี้คืนหลังก็ไม่เป็นสักทีดอก  หากกลัวมันเป็น  คือว่า ได้เข้าสวนผักลักสวนแตง  เป็นตกเบี้ยเสียเงิน  เป็นเฟื้องเป็นสลึงตำลึงห้าบาท  ก็ไม่ให้ขายไปหน้าค้าไปแกว  ให้ทิ้งทงลงถึงตู  ข้าผู้เป็นทุ่งนาภาช์น์ข้าวเสียก่อน  ความใดดีพากันว่า  ง่า (คบไม้) ใดดีพากันจับกันคลา  และขอเบิกบานศาลกล่าวกับเจ้าผู้เป็นล่ามนายสายสมร ซ้ายเหยียบนาขวาเหยียบร่อง นกน่ะตายเพราะแร้ว 
ความน่ะแล้วเพราะหมอซื่อขวางคลอง  และให้เจ้าเอาความข้านี้  ไปทิ้งทงลงถึงเจ้าคึดลำตามกับผัวเขาผู้เอาไป  ไหว้สากวานเจ้าล่ามดอก

ย้อนกล่าวถึงฝ่ายลุงตา  เมื่อจัดส่งขาทั้งสองผัวเมียไปให้เจ้าคึดแล้ว  ลุงตาก็จะเอาเน๊าะควายทางเต้อ (หนอกควายทางใต้)  คือ เนื้อหนอกควายข้างล่าง  ขณะที่ควายล้มอยู่  ยกเอาไว้สำหรับมอบให้ลุงตาชั้นเก่าตามฮีตคอง  ถ้าไม่มีเน๊าะควายทางเต้อใช้เงินสามบาทแทนก็ได้  ส่วนควายต้านอันเป็นเนื้ออุปกรณ์ของงาน  กองครัวก็จัดปรุงเป็นอาหารกินกันในงานนี้  พร้อมด้วยหมู่ญาติพี่น้องทั้งหลาย  อนึ่งถ้าเขยสู่มาได้หลายปีจนได้กินฮีตก่าวแล้ว  ก็ไม่ต้องกินควายต้าน  หญิงที่ต้านเมือเฮือนผัวแล้ว  ไม่มีสิทธิได้รับมรดกของพ่อแม่  แต่มีสิทธิได้รับมรดกของพ่อแม่ผัว  แทนผัว.  (เรื่องเนาะควายทางเต้อ  มีเรื่องเล่าสืบกันมาแต่แรกว่า  ขณะที่ควายล้มอยู่เพื่อชำแหละนั้น  ลุงตาชั้นเก่าเป็นผู้ขึ้นต้นไม้คอยสอดส่องดูหมาใน  ที่จะมาทำอันตรายชิงเนื้อนี้  จึงมีสิทธิเรียกร้องกินซี้นเนาะควายทางเต้อ  ในฮีตนี้


********************************************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

 


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน