*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231923
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันพฤหัสบดี ที่ 4 ตุลาคม 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 2250 , 18:22:27 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน นามา , ชบาตานี และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

หนังสือเจ็ดกษัตริย์ (ราชโอรสขุนบุรม)

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:

แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกกษัตริย์  
แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกลูกสะใภ้
แถนหลวงฟ้าคื้นสั่งสอนลูก
แถนหลวงฟ้าคื้นพระราชทานรางวัล
แถนหลวงฟ้าคื้นจัดขบวนแห่ขุนบุรม
ขุนบุรมเลือกลูกสะใภ้
ราชาภิเษกเจ็ดแถนหลวงฟ้าคื้น (ราชาภิเษกเจ็ดกษัตริย์)


********************************************************

ประวัติเจ็ดกษัตริย์

แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกกษัตริย์

จากประวัติศาสตร์ไทย คือหนังสือขุนบุรมกับหนังสือหลักไทยคงได้ความว่า ราว พ.ศ. 1280 แถนหลวงฟ้าคื้น (แสหลวงพี-เสงโลพี)  พระเจ้าแผ่นดินนครหนองแส ซึ่งครองอาณาจักรหนองแส (น่านเจ้า)  พระองค์มีพระราชประสงค์จะส่งกษัตริย์นครหนองแส ออกนั่งบ้านเสวยเมืองตามราชประเพณีมาแต่ก่อน ด้วยในรัชกาลของพระองค์นั้น มีขุนบุรมผู้เป็นราชโอรส เป็นหัวเรี่ยวหัวแรงขยายอาณาจักรลงมาทางใต้ ได้แคว้นสิบสองเจ้ไทย, แคว้นเงินยาง, แคว้นขอม อุมงคเสลานคร (ละโว้-อโยธยา)  ขณะนั้นขุนบรมกำลังหนุ่มแน่นเป็นชายโสดไม่มีเมีย  ในชั้นต้นแถนหลวงฟ้าคื้นทรงคัดเลือกหาผู้จะให้มาเป็นกษัตริย์  โดยเลือกจากเผ่าแถนทั้งหลายทั้งหญิงชาย จึงเลือกได้ขุนบรมว่าสมควรจะมาครองตำแหน่งกษัตริย์นี้  ดังกล่าวไว้ความว่า “เมื่องนั้นแถนจิงเสี้ยงเสี่ยงฮู้บุญแห่งฝูงแถน ทังหญิงชายซู่คนแควนเผี่ยน  ก็จิงได้ลูกเจ้าแถนหลวงฟ้าคื้น  เจ้านั้นบุญมากล้นลือเท่าทั่วแถน อาจจักได้ผ่นพื้นเป็นแก่ชุมพูแท้แล้ว ลือว่าขุนบุรมลูกอินตาท้าว”

 

แถนหลวงฟ้าคื้นเลือกลูกสะใภ้
เมื่อพระองค์ทรงคัดเลือกกษัตริย์ได้แล้ว   จึงคัดเลือกหาลูกสะใภ้เพื่อจะให้เป็นเมียขุนบรม ก็เลือกได้พระนางยมมะพารา ลูกแถนแต่งตำแหน่งอุปราช (ฮาด) นครหนองแส ให้เป็นราชเทวีขวา แล้วเลือกอีกได้พระนางอกแดง ลูกแถนชั่งตำแหน่งราชบุตรนครหนองแส ให้เป็นราชเทวีซ้าย รวมทั้งขุนบรมเป็นสามพระองค์ด้วยกัน  ดังกล่าวไว้ความว่า “จิงซ้ำเยี่ยมหาหมู่นางแมน เพื่อจักให้เป็นเทวีอยู่เฝือแฝงท้าว จิงได้เทวีแก้วยอมมะพารานางนาถ เป็นลูกแถนแต่งเจ้าบุยกว้างแก่นสวรรค์  กัทังอกแคงน้อยบุตรีแถนชั่ง  เจ้าก็ฮักยิ่งเพี้ยงนางแก้วเกิ่งตา  อรทวยเนื้อนางนารถทังสอง ฉมศรงามเกิ่งกันปานแต้ม ปัดแต่งดาวดิงษ์ฟ้าเทียมสองก็ยังยาก ควรแก่ลูกพระเจ้าไปสร้างสืบเมือง”

ตำแหน่ง อุปราช, ราชวงศ์,  ราชบุตร หากเรียกตามพระราชโอวาทคองเมืองสมัยนั้นก็ว่าฝ่ายเจ้าแผ่นดิน อนึ่ง คำว่า “แถน”  ตรงกับ “เจ้าฟ้า”  เป็นราชาศัพท์มาแต่โบราณ เป็นคำยกย่องสรรเสริญองค์พระมหากษัตริย์ผู้พิเศษยิ่งกว่า สามัญชน  ลูกพระเจ้าแผ่นดินเท่านั้นจึงจะเป็นแถนเป็นเจ้าฟ้าได้ คำว่าแถนกับเจ้าฟ้าใช้ปนกันมาถึงสมัยรัชกาลขุนบุรมก็ยังใช้ปนกันอยู่  ดังในบทประพันธ์สูดขวัญรัฐท้าวพระยาจักรตอนที่ว่า “ฯมื้อนี้แม่นมหาคุณ ขุนบุรมปุนปองแต่ง แบ่งลูกแก้วออกกินเมือง มื้อนี้เฮืองไชยะกล้า เจ้าฟ้าควงสวรรค์ แถนคูณบันป้องมิ่ง  ลูกแก้วกิ่งลงมา เป็นราชาสืบสร้าง เมืองมิ่งกว้างนาคองฯ”  ดังนี้เป็นอาทิ เราจะเห็นได้ว่า  "แถน" กับ "เจ้าฟ้า" ใช้ปนกันมาแต่เก่าก่อน ครั้นต่อมารุ่นหลังจึงเลือนหายไปคงเหลือแต่ "เจ้าฟ้า"  ดังเราใช้อยู่ทุกวันนี้

ในสมัยโบราณเรียกเปรียบเทียบกษัตริย์สี่ตำแหน่งนี้ว่าท้าวจตุโลก (สี่ราชา) ด้วยเป็นผู้คุ้มครองโลก คือปกครองบ้านเมืองให้อยู่เย็นเป็นสุข  ฉะนั้นแถนหลวงฟ้าคื้น (พระเจ้าแผ่นดิน), แถนแต่ง (อุปราช),  แถนกม (ราชวงศ์),  แถนชั่งเถิก (ราชบุตร)  ก็เรียกเทียมว่าสี่ราชาเหมือนกัน จะพบในบทประพันธ์โบราณที่กล่าวความถึงเรื่องนี้
แถนหลวงฟ้าคื้นสั่งสอนลูก

ครั้นเมื่อแถนหลวงฟ้าคื้น  เลือกลูกสะใภ้ได้ตามต้องการแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งสอนลูกทั้งสองความว่า “ฟังเยอ บุตระราชแก้วทังสามนามหน่อกูเอย พ่อจักให้ไปผ่านพื้นชุมพูแท้ทีปคนพ่อแล้ว อันว่ายมมะพาราแก้วบุตรีแถนแต่ง จงให้เป็นเอกเฝ้าแฝงเจ้าฝ่ายขวา  อุบภิเษกให้เป็นมิ่งมเหสี แม้นว่ามีแสนนางอย่าไลลืมน้อง”

 

แถนหลวงฟ้าคื้น พระราชทานรางวัล
ครั้นแล้วพระองค์จึงปลงพระราชทานรางวัลให้แก่ขุนบุรม  ดังกล่าวไว้ความว่า “เมื่อนั้นฟ้าคื้นเจ้าพระราชปิตตา เจ้าจิงปงฮางวัลซู่อันประสงค์ให้ ราชาภิเษกท้าวเป็นเครื่องกษัตราก็ดี ให้แก่ขุนบุรมลูกตนตงถ้วน กับทังตาวแวงง้าว ฮางกอนดวงประเสริฐ  แถนแต่งให้ไปพร้อมซู่อัน วาสิงง้างฝักหวายดวงขนาด กับทังตาวเถื่อนกล้าสายฟ้าแมบเมือง ทังเลาตาวเหล็กก้อนคมขาวแถนเถิก  แถนบอไว้ประสงค์ให้ลูกตน ทังเลาฝูงหมู่ต้างคำงาสามอันก็ดี กับเภรีกลองคื้นเค็งคุงฟ้า กับทังชะบัดไชยฆ้องฮางง้าง เสียงคื้นเสียงหนวกจว้าปานฟ้าผ่าเผลียง  จิงชื่อว่าเสียงเสบฟ้ากษัตริย์ต่างเตินพล ทังปะคือชัยเบิกบนไปพร้อม กับทังฆ้องไปป่าวพลแสน ทังหอยสังข์มี่นันเนืองก้อง ทังปี่แก้วอันชื่อสวนไล ทังขันคำเครื่องมวลมาพร้อม กุมภังหม้อไหหลวงหลายหลาก  กับทังภาชนากถ้วยมีพร้อมเครื่องคำ แก้วหลากเลื่อมมะณีโชติใสแสงก็มี  ของมูลคูณค่าแพงพอล้าน แพรลายเลื่อมปกชางช้างใหญ่ก็มี ทังปะคือใหญ่กั้งภายหน้าเบิกบน กับทังสาวสนมน้อยนงค์พราวพิเศา หกร้อยได้นางแก้วแก่นสวรรค์  แต่นั้นแถนจิงเลือกหมู่ช้างม้ามิ่งมุงคุล หัตถีตัวประเสริฐสารสมท้าว  ตัวนึ่งชื่อว่างางอนแก้วไชยะมิ่งมหาจักร  มีวรรณงามขาวดั่งเงินเลียงแล้ว คุยหลังเลื่อมดำดีดูเคี่ยม เหมือนดั่งแต้มงามย้อยยิ่งเขียน  กะโบงตาข้างมหาไชยตัวประเสริฐ  งามยิ่งเพี้ยงเสมอแก้วกล่อมดิน อันว่าทันตาแข้วงางงเงยเงิก  ชาวยิ่งเฟี้ยงผลิกแก้วหน่วยดี  หากแม่นเชื้อลูกช้างเอราวัณตัวประเสริฐ  ควรแก่ท้าวเสด็จขึ้นขวี่ทง  แล้วจึงเลือกหมู่ม้าเชื้อชาติอาชาไทย มีฤทธีแฮงเกิ่งสารสมช้าง”

 

แถนหลวงฟ้าคื้นจัดขบวนแห่ขุนบรม
เมื่อปลงพระราชทานรางวัลเสร็จแล้ว  พระองค์จึงจัดขบวนแห่ ให้ขุนศรีธรรมชาติ มะโนศาสตร์, ขุนนัน, ขุนควร, ขุนอุ่น, แถนใย, แม่ย่าง่าม, แถนเฒ่าไล  พร้อมด้วบเหล่าบริพารทั้งหลาย เข้าลำดับขบวนแห่ช้าง หน้าข้างหลัง และประจำตัวพระองค์ขุนบรมด้วย  ดังกล่าวไว้ความว่า “แถนจิงอาณัติท้าวขุนศรีธรรมชาติ  บนบอกให้แหนม้าอย่าไล มะโนศาสตร์ให้ไปก่อนอวนพล ขุนนันมีมนต์ดลสวาธถองเถิงฮู้ สองขาพร้าอมขุนควรขุนอุ่น แถนก็ให้ขว่าม้าแหนเจ้าฝ่ายหลัง แต่นั้นแถนก็จำสองเฒ่าแถนใยไปก่อน กับทังแม่ย่าง่ามเจาถือหน่วงแบกขวาน เฒ่าไล่ให้แบกพร้าอยู่หมู่จกจา แมนเบิกบนแบกเสียมไปพร้อม อันว่าเขาฝูงนี้ฤทธีแฮงเถิงขนาด อาจจักมาผาบแพ้ผีฮ้ายพ่ายพัง แถนมีเตินป่าวให้ฝูงหมู่ขุ่นควร ท่านจงไปกะทำการขวี่ควายไปพร้อม ทังเอาอาณัติให้เฒ่าปู้ลางเชิง มันก็มีใจหาญขวี่งัวเขาขว่าง  สองขาเฒ่าถือพลแพนมาก แหนแห่เจ้าไปพร้อมฝ่ายหลัง เมื่อนั้นขุนบรมเจ้าขุนหลวงตนประเสริฐ  ขึ้นขวี่ช้างงาเกี้ยวนั่งเข็น  ขัดดาบกล้าดวงขนาดมุงคุล ชื่อว่าตาวผักคำแม่วีดวงกล้า ทวยทงถงแสงเลื่อมมะณีใสสาโรจน์  กับทังเครื่องอุบภิเษกท้าวแถนให้แก่ตน กับทังสองแจ่มเจ้านางนาถเทวี  สองศรีเนานั่งเทียมขวาซ้าย  ขุนสารขึ้นขวี่ท้าวไกวแกว่งปะคือไขย  หัตถีหึระแหนเสียงสะเทือนฮ้อง”

เมื่อจัดขบวนแห่เสร็จแล้ว แถนหลวงฟ้าคื้นก็โปรดให้หามื้อหาวันที่ดีเพื่อออกเดินทาง ได้มื้อกาบไจ้เป็นแม่วันหลวงและตรงกับวันอาทิตย์  แล้วจึงโปรดให้แถนไปบอกขุนบรมว่า ให้ไปสร้างเมืองที่นาท่งน้อยอ้อยหนู  เพราะที่นั้นเป็นสถานที่ราบดี  นอกนั้นยังทำนายว่าขุนบรมจะมีลูกเจ็ดชาย  จงให้ไปครองเมืองทั้งเจ็ดที่พระองค์บอกไว้ ให้ลูกชายต้นไปครองเมืองชวาล้านช้างเป็นอาทิ ดังกล่าวความว่า “บัดนี้แถนจิงตั้งแต่งเมื้อให้โลกลือชา  ในวันขุนบุรมจากสวรรค์มาสร้าง ชื่อว่ามื้อกาบไจ้เป็นแม่วันหลวง กับทังอาทิตย์ก็แม่นในวันนั้น โลกจิงจำจื่อไว้เว้าสืบเสริญมา เป็นคำแถนบอกมาปางนั้น แต่นั้นเจ้าจิงจำแถนชี้ลงมาแหนบอก เพื่อจักมาก่อสร้างเมืองบ้านแต่ปฐม แถนจึงชี้ง่อนให้ราชาขุนใหญ่  ในที่น่าท่งน้อยอ้อยหนูหั้นฮาบเพียง  เจ้าจงไปอยู่สร้างเป็นยอดชุมพูหั้นท่อน บุญบาหลายหากจักขวางเมืองหน้า เจ้าจักมีลูกแก้วนาม หน่อเจ็ดชายบอกอย่าแล้ว  จักสืบแทนวงศาฮุ่งเฮืองเมือหน้า   อันว่าราชาเจ้ากุมารตนพี่ จงให้ไปอยู่เมืองล้านช้างเป็นเจ้าแผ่นดินหั้นท่อน ถัดนั้นแถนอบกให้เมืองใหญ่หกเมือง  จงให้บุตราไปอยู่เสวยภายพุ้น คือ ว่า เมืองแกวก้ำบัวระพาวันออก เมืองห่อหุ้นมีก้ำฝ่ายเหนือ  เมืองยวนก้ำปัจฉิมมานครราชภายพุ้น ศรีอะยดธิยาห้องฝ่ายใต้ที่เซ็ง  เมืองพวนพุ้นอุดทัยนครราชก็ดี คำเถิดก้ำเมืองสร้างแต่ปฐม  จงให้บุตราเจ้าทังหกตนประเสริฐ ไปอยู่สร้างเมืองท้าวที่เซ็ง”

ครั้นเมื่อจวนจะเคลื่อนขบวนเดินทาง  แถนหลวงฟ้าคื้นจึงโปรดให้มหาฤกษ์งามยามดี และสั่งสอนราชธรรมสิบประการกับคองเสนาแก่ขุนบรม  ดังกล่าวไว้ว่า “เมื่อนั้นสักโกไท้แถนหลวงฟ้าคื้น จึงแต่งท้าวฝูงฮู้ฤกษ์เกณฑ์  อาทิตย์ย้ายบาทเท้าเถิงฮอดราหู  ให้ไปราศีกันทีเดียวตงถ้วน  อุดทังได้ยามดีไชยะโชค  พระบาทเจ้าตีฆ้องป่าวพล  เจ้าก็เสด็จจากห้องหนแห่งเมืองสวรรค์ ทังหอยสังข์เป่ามามิยั้ง แถนใยพร้อมแถนหลวงเฒ่าไล  มาแห่หน้าพลล้านเพิ่นหาญ แท้แล้ว อเนกล้นฝูงหมู่ชุมพระยา นองพลมาดั่งทรายไหลแล้ง  มาฮอดนาท่งน้อยยามแถใกล้ฮุ่ง แถนแต่งไว้ลายหั้นแห่งสิงห์  อัดฐิเคราะห์เจ้าสถิตอยู่ในกรรณ์  ลักขณาเนาอยู่สิงฉันนี้  อันนี้ชื่อว่าชาตาห้องเมืองศรีสัตนครโลก แถนแต่งไว้เมือหน้าโลกลือ  แต่นั้นวิษุกรรมเจ้าพระยาหลวงแถนแต่ง นีรมิตรผาสารทแก้วโฮงพร้อมชู่อัน  สรรพสิ่งพร้อมเครื่องเสพหลายระบำ มีทังสวนไลเนืองปี่ซุงแคนได้   อันใดฝูงโลกยังประโยชน์สร้างกะทำการหลายสิ่ง แถนแต่งไว้มีพร้อมซู่อัน  เจ้าจิงอัดธิฐานไหว้หินหลวงหลายแห่ง สีที่ไม้เป็นให้เกิดไฟ  แล้วจิงอัดธิฐานน้ำพร้อมทังที่ฮูลม  เพื่อให้คนทังหลายอยู่เย็นสบายเมือหน้า ก็จิงสอนสั่งไว้ฝูงหมู่เทวดา อันอยู่ในชุมพูซู่ตนตงถ้วน ให้ฮักษาแก่นไท้ขุนราชบุรม กับทังพลแพนหลวงไพร่ไททังค่าย อย่าให้โภยภัยฮ้ายโรคาบังเบียดสังเทอญ  เฮาสั่งไว้สูเจ้าจื่อจำ ถัดนั้นเจ้าจิงสอนสั่งไว้ ครองราษฎร์ราชธรรมสิบประการ กับทังคองเสนาซู่คนแควนเผี่ยน คันวาบรบวรณ์แล้วลีลาลุกพราก เมอสู่ห้องเมืองฟ้าฟากสวรรค์  เล่าพากย์ถ้อยทุกบาทแถนหลวง เจ้าก็ขวาๆ เสียงชื่นชมดอมดัง”  ดังกล่าวมา เมื่อขบวนแห่มาถึงนาทุ่งน้อยอ้อยหนูยามแถใกล้รุ่ง ราวปีพุทธศักราช 1280 แถนแต่งก็อำนวยการสร้างโฮง-หอ(ปราสาท)  เข้าใจว่าคงเป็นเสาไม้แก่น ดังความปรากฏในบทสูดขวัญอภิเษกสมรสในเล่มนี้อยู่แล้ว และสร้างสิ่งอื่นอีกจนครบตามต้องการ ครั้นเสวยราชย์ต่อมาน้อยมินานได้สองปี พระนางยมมะพาราก็ประสูติลูกชายชื่อขุนลอ ปีต่อมาพระนางอกแคงก็ประสูติลูกชายชื่อยี่ (ยี่เมือง-ยี่เมืองผาล้าน)  ปีหลังมาพระนางยมมะพาราก็ประสูติลูกชายชื่อจุสง  ปีถัดไปพระนางอกแคงก็ประสูติลูกชายชื่อใสพงษ์  ปีถัดไปอีกพระนางยมมะพาราก็ประสูติลูกชายชื่องัวอิน ปีถัดไปอีกพระนางอกแคงก็ประสูติลูกชายชื่อลกกม  ปีถัดไปพระนางยมมะพาราก็ประสูติลูกชายชื่อเจ็ดเจือง รวมเป็นราชโอกรสเจ็ดพระองค์ด้วยกัน


ขุนบุรมเลือกลูกสะใภ้
ครั้นเมื่อขุนบรมจวนจะเสด็จทิวงคต  พระองค์จึงวางโครงการจัดส่งราชโอรสออกกินเมืองต่างๆ ที่อยู่ในเขตแคว้นอาณาจักรหนองแส  เริ่มต้นด้วยหาลูกสะใภ้จะให้เป็นเมียราชโอรสทั้งเจ็ด โดยเลือกหาจากบรรดาคนที่ออกจากน้ำเต้าปุง  ที่พระองค์จัดทำพิธีไว้เมื่อ พ.ศ. 1289 คือเลือกจากหมู่ที่ออกจากน้ำเต้าปุงหน่วยหลวงรูชี ซึ่งได้แก่พวกข่าและเลือกจากหมู่ที่ออกจากน้ำเต้าปุงหน่วยน้อยรูสิ่ว  ซึ่งได้แก่ไท  ดังกล่าวไว้ความว่า “เมื่อนั้นเจ้าจึงคึดฮ่ำฮู้หาอ่อนทังเจ็ด ก็ไปมีสาวสนมผู้เป็นเมียเค้า เจ้าจึงมาเลือกเล้มฝูงออกฮูซี  ก็บอมีคนสมลูกตนพอเสี้ยว  ผิวดำด้านเสมอวรรณกาก่ำ ทังเลาปากต่ำตั้เงเป็นน่าอยากหัว เจ้าจิงเอาเลือกเล้มฝูงไทฮูสิ่ว  ฉมวัยมีผิวผางเพศไพงามล้วน เจ็ดนางได้สมพระองค์น้องพี่ งามชล่ายสาวฟ้าเกิ่งกัน  อรทวยเนื้อคิ้วก่ององค์สนิท  เกศาเขียวแข่งนิลนางย้อม ยามเมื่อเชิดๆซ้ายไหลเหลือดคอยคม บอห่อนเป็นสาธารณ์เพศฉมสมองว้า  ผิวผางหน้างามช่อชิดเชิง พิมพาควรคู่สาวสวรรค์ฟ้า  ฮองๆแก้มวรรณผิวใสส่อง เป็นที่ลิ่งล่ำได้ปานแก้วหน่อยดี  ยามนารีแย้มนัวระสีไหลเหลือด ควรแก่เจ้าแก่นแก้วชมน้องนาถแพง ผู้นึ่งชื่อว่านางนาถเอื้อยฉมสิ่งสาวสวรรค์  ให้แก่ขุนลอชมประกอบสองสมแก้ว ผู้นึ่งชื่อว่านางแอดน้อย งามยิ่งสาวสวรรค์  ให้แก่บุตราตนยี่เมืองชมช้อน  ผู้นึ่งชื่อว่าอุรดสาส้อยฉมสะอาดนางเอก ให้แก่จุสงสมแนบชอนชมแก้ว นางอามส้อยฉมงามเสียวสวาท  ให้แก่ลูกพระเจ้ากุมารน้อยใสพงษ์ นางไอ่ให้เป็นมิ่งงัวอิน  แพงมาดให้บาท้าวลกกม ผู้นึ่งชื่อว่านางลุนให้เป็นเมียเจ็ดเจือง  สองแจ่มเจ้างามย้อยยิ่งเขียน”

 

ราชาภิเษกเจ็ดแถนหลวงฟ้าคื้น (ราชาภิเษกเจ็ดกษัตริย์)
ราว พ.ศ. ๑๒๙๖  พระองค์จัดพระราชพิธีอภิเษกสมรส, คูณขวัญ,  ราชาภิเษก,  บาย์ศรี  ราชโอรสทั้งเจ็ดขึ้นเป็นกษัตริย์  ดังแจ้งอยู่ในความสูดขวัญอภิเษกสมรส, สูดขวัญเอิ้น,  สูดขวัญราชาภิเษกและบาย์ศรีคน  ซึ่งประพันธ์ขึ้นใช้จำเพาะพระราชพิธีนี้  และได้พิมพ์ไว้ต่อท้ายนี้แล้ว

เมื่อประมวลเหตุการณ์ไปตามประเพณีสืบมา เข้าใจว่าพระราชพิธีอภิเษกสมรสนั้น  คงปฏิบัติไปตามธรรมเนียมอันมีอยู่แล้วที่พิธีแกวดองภาคปฏิบัติพิธี เช่นต้องมีล่ามนายสายสมรของฝ่ายเจ้าคึด(พ่อเจ้าบ่าวได้แก่ขุนบรม)  ไปต่ำใต้ไหว้สาสู่ขอตจ่อฝ่ายลุงตา(พ่อเจ้าสาว)  ตามฮีตคองสองประการ อันเป็นระเบียบแบบแผนบัญญัติขึ้นที่นครหนองแส  สืบมาแต่ปู่ว่าย่าสังฯ  ส่วนขณะเมื่อเข้าภาช์น์ขวัญจ้ำข้าวจ้ำไข่  ล่ามจึงใช้สูดด้วยความสูดขวัญผัวเมียใหม่  และเข้าใจว่าทำพร้อมกันทั้งเจ็ดองค์ในพระราชพิธีนั้น  อันที่จริงเมื่อคำนวณดูจะรู้ว่า  เจ้าชายทั้งเจ็ดนี้ยังไม่ใหญ่โตเท่าใดนัก  ยังไม่บรรลุนิติภาวะ  เช่นจะพบในบทประพันธ์ความสูดขวัญผัวเมียใหม่  ตอนเรียกขวัญความว่า “ขวัญเจ้าไปนอนเฮียง ผามดอมนางไอ่ก็ให้มามื้อนี้วันนี้”  ซึ่งหมายความถึงขวัญท้าวงัวอิน ในขณะที่กำลังเริ่มงานพระราชพิธีอยู่นั้น ตามธรรมดาท่านก็ปลูกปรำ (ผาม)  และท้าวงัวอินคงไปเล่นหวัวหยอกไยอะไรกันอยู่ที่ปรำกับนางไอ่ตามพระประสาเด็ก  จึงผูกบทประพันธ์ว่า “ขวัญเจ้าไปนอนเฮียงผามดอมนางไอ่” ดังนี้เป็นอาทิ  ส่วนท้าวเจ็ดเจืองราชโอรสองค์เล็กอายุราวขวบเศษ  ดังในขณะพระองค์สั่งลาชาวเมือง  และพระประยูรญาติทางเมืองเดิม ก่อนจะเสด็จออกกินเมืองพวน ความว่า “พระอวนออกได้ปีปลายเถิงเล่า”  อันหมายความว่าเกิดได้ปีเศษเท่านั้น แต่อย่างไรก็ดี  เจ้าชายทั้งเจ็ดนี้ สันนิษฐานว่า  ต้องมีผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ปกครองแทนไปก่อน จนกว่าจะบรรลุนิติภาวะ  คือมีภาวะเป็นผู้ใหญ่สมบูรณ์แล้ว  พระองค์จึงจะได้บริหารการเมืองด้วยพระองค์เองสืบไป

 

********************************************************

*** นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ (PhutaiKaowong) ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์เกี่ยวกับตำนานไทยต่างๆ และหนังสืออีกหลายเรื่องก่อนที่ท่านสิ้นลมหายใจ โดยกำชับให้ลูกหลานได้นำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอนำข้อความทั้งหมดมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ของคุณตาทั้งหมดโดยจะไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ เนื่องจากท่านมีความประสงค์ให้คงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบรวมไว้...

 

 

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 14/10/2012 เวลา : 16.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


@ คุณนามา

ใช่ค่ะ มีเพียงแค่ส่วนน้อยที่สนใจรากเหง้าของตัวเอง และ
มีบางส่วนทำเป็นลืมก็มีค่ะ
แต่จะขอเผยแพร่ข้อมูลไว้สำหรับผู้ที่สนใจศึกษาค้นคว้าอดีตค่ะ

ความคิดเห็นที่ 3 PhutaiKaowong ถูกใจสิ่งนี้ (1)
นามา วันที่ : 14/10/2012 เวลา : 14.39 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mydaychapter

น่าสนใจค่ะ รากเหง้าเรามีแต่ไม่ค่อยได้รับความสนใจ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 13/10/2012 เวลา : 19.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


ขอบคุณค่ะ เป็นข้อมูลเชิงประวัติศาสตร์ นำมาแบ่งปันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 PhutaiKaowong ถูกใจสิ่งนี้ (1)
ชบาตานี วันที่ : 13/10/2012 เวลา : 10.24 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

เป็นเกร็ดความรู้ที่น่าสนใจไม่น้อยทีเดียวค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน