*/
  • PhutaiKaowong
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2012-05-17
  • จำนวนเรื่อง : 67
  • จำนวนผู้ชม : 231644
  • จำนวนผู้โหวต : 44
  • ส่ง msg :
  • โหวต 44 คน
<< ตุลาคม 2012 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28 29 30 31      

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 15 ตุลาคม 2555
Posted by PhutaiKaowong , ผู้อ่าน : 3791 , 16:18:23 น.  
หมวด : ศิลปะ/วัฒนธรรม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ชบาตานี โหวตเรื่องนี้

หนังสือเจ็ดกษัตริย์

รวมเรียงโดย
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา
สงวนลิขสิทธิ์
๔  กุมภาพันธ์  ๒๕๑๖

ประวัติผู้เขียน
http://www.kaowong.com/index.html
http://www.kaowong.com/Personal-01.html

******************
เรื่อง:
ถอดคำประพันธ์ในบทสูดอภิเษกสมรสเป็นร้อยแก้ว
ขุนบรมแต่งตั้งราชบริพารแจกเจ็ดกษัตริย์
ขุนบุรมแจกเครือเขากาดแก่เจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมแบ่งมรดกให้แก่เจ็ดกษัตริย์
ขุนบรมสั่งสอนเจ็ดสะใภ้


********************************************************

ถอดคำประพันธ์ในบทสูดอภิเษกสมรสเป็นร้อยแก้ว

พระราชพิธีทั้งสามที่กล่าวนี้  เข้าใจว่าทำในวันเดียวไม่สำเร็จ อย่างน้อยต้องทำวันละพิธี  ซึ่งไม่นับวันเตรียมการเข้าด้วย เพื่อผู้อ่านจะได้รู้และเข้าใจความหมาย ในบทประพันธ์สูดขวัญข้างท้ายนี้   จึงได้ถอดใจความออกไว้ เป็นตอนๆ ตามลำดับบทสูด  ให้ผู้อ่านเข้าใจเรื่อง ก่อนที่จะได้อ่านประพันธ์โดยตรง  ขอเริ่มเรื่องแต่อารัมภบทขึ้นต้นของหมอสูด  ซึ่งกล่าวถึงพระพรอันเจริญด้วยเดชอำนาจทั้งหลาย ที่ได้ถวายในงานวิวาหะมงคลอภิเษกสมรส อันเพียบพร้อมไปด้วยหมู่เสนาอามาตย์ราชมนตรี ที่พ่อแม่เฒ่าแก่ตายายได้ตกแต่งดีแล้ว  และพรรณนาถึงความโตใหญ่ของเจ้าสาว เมื่อถึงคราวปีใหม่ฝนตกลงประปราย มีเจ้าชายมาโอมมาสู่ขอ  ขอเป็นแกวเป็นดอง (เป็นเกลียว เป็นดอง) แม้นว่าค่าของนางจะได้กำหนดไว้มากมายกว้างขวาง  ก็มิได้เลิกร้างห่างกันเป็นสองครั้งสองหน หมายถึงว่าพอพูดจาก็ได้ดังมักดังปรารถนาทีเดียว แล้วกล่าวถึงคณะญาติทั้งหลายฝ่ายเจ้าชาย ว่ามีความปรารถนารักลูกเต้า ได้พร้อมกันตกแต่งเดาดา เตรียมเครื่องที่จะมาทำลาบาย์ศรี  ในมื้องามยามดี ซึ่งเป็นมื้อฮ่วงเฮ้า และเป็นมื้อร่วมเข้าแถว๙ กอง ตามทำนองโหราศาสตร์ว่าวันจบวันดี และมื้อนี้วันนี้ดีด้วยกินฤกษ์อัศวัณณี  อันมีมาตามตำรักขัตรฤกษ์  ผู้ใดมีหน่อขะราศี เป็นวันดีมื้อปลอด  ไม่มีส่วนร้ายมาแทรก กินฤกษ์นี้ต่อไปถึงยามอุทังราชา ยามพรหมมาอามุตตะโชค ก็จะไม่ได้รับความโศกเศร้าเดือดร้อนด้วยประการใด จะมีโชคชัยชนะหมู่มารที่จะมาเบียดเบียน  จะได้ช้างพังช้างพลายตลอดวัวควาย  และขอให้ประกอบด้วยเป็นผู้มีสมภารอันแก่กล้า  มื้อนี้ชื่อว่ามื้อกาบชะง้า  หมอว่าวันดี ฝูงข้าทั้งหลายจึงแต่งตามเดือนปี  เบิกบาย์ศรีสู่ขวัญสองเจ้า  ปั้นข้าวให้ทั้งปลา  ปั้นข้าวหาทั้งไข่  ข้าวต้มใส่เต็มภาชนะ  มีทั้งเหล้ายาขมใสกวัดแกว่ง  เมื่อตกแต่งเสร็จแล้วก็ยกยอมา  มีทั้งมะม่วงหอมฮ่วงเฮ้า  ฝูงตายายพ่อแม่  พร้อมทั้งเฒ่าแก่และสาวฮามหนุ่มเนื้อ  ยกภาช์น์ขวัญถือเทียนซ้ายขวาและเหล้า  บรรดาผู้เฒ่านั่นเป็นถันบนเปิงชั้นบน

หมอก็เชิญเอาขวัญที่หนีไปเหิงนาน  ให้เข้ามาอยู่ในเนื้อในคีงในกาย  และเชิญเอาขวัญของนางให้เข้ามาเทียมคู่  พร้อมทั้งขวัญท้าวผู้เป็นผัว  ให้เข้ามาเชยชมหัวเรียงคู่  เมื่อขวัญเจ้ามาถึงแล้วให้ทัดดอกขุนฟูม  ทัดดอกคัดเค้าทัดดอกข้าว อยู่เรียงรายคู่กับขวัญเจ้าชาย  อันพ่อแม่ได้ยื่นยกให้เป็นคู่ครองกันแล้ว  พร้อมทั้งเชิญขวัญแข้งขวัญขาให้เข้ามาเทียมที่  ครั้นถึงยามตุดซ้ายเวลาบ่าย  ก็แห่ท้าวไปหานางตามฤกษ์ยาม  ให้ถูกต้องตามหลักโหราศาสตร์ ที่ว่าด้วยลักษณะครุฑนาคและหลาวเหล็กดีหรือร้าย   แล้วพรรณนาถึงแถนได้ตกแต่งให้เป็นคู่หัวผัวเมียกัน  ตามจารีตฮีตคองปลูกฝังตั้งแต่ง ให้เป็นลูกเต้าสืบย้าวแทนเรือนสืบไป  ขวัญท้าวให้เข้ามาเอื้อมไหล่ชมนาง  ซึ่งพระอินทร์ได้แต่งแปงมาให้เป็นเมีย ให้มีอายุยืนยาวด้วยกัน  ให้มีลูกเต้าอันประเสริฐ  ให้มีสรรพสิ่งของข้าช่วงใช้มากมาย  ให้ได้เป็นพระยาลือชาด้วยอำนาจ   และเชิญขวัญเจ้าทั้งสอง  ให้เข้ามาสู่ภาช์น์ขวัญ  ซึ่งแต่งตั้งคอยรับอยู่แล้ว  พอตะวันตกกลับป่าแซง  ขวัญนางให้เข้ามาเทียมแทบท้าวอย่าช้า  พ่อแม่กั้นห้องท่าคอยหาอยู่แล้ว   ขวัญท้าวก็ให้เข้ามาเทียมคู่  ให้พร้อมกันมาสระเกศเกล้าทัดดอกบัวคำ  ให้มาทำจันทน์มันอันแม่ได้แต่งไว้แล้ว  หากมวยผมเกล้าไม่ยาก็ให้ใส่ซ้อง (ซ้อง = ผมยาวทำเป็นจุกๆ ติดหุ้มด้วยครั่งที่โคนผม  สำหรับใช้สอดแซมมวยผมเกล้าของหญิง  ให้ดกหน้าขึ้นดูงาม)  ฝูงหนุ่มสาวบ้านใต้บ้านเหนือคอยดูคอยม่าย  หมายพึ่งบุญมารมีอยู่ทุกแห่ง  เชิญขวัญเจ้ามาเสวยงายภาช์น์ขวัญพร้อมพวกไพร่  ที่เฒ่าแก่ได้ทำลาบาย์ศรีมื้อดีวันนี้  ให้ได้สืบเชื้อชาติพงศ์  ดำรงวงศ์ตระกูลแทนพ่อแม่ต่อไป  ถึงวันเจ็ดค่ำแปดค่ำให้พากันจำศีล

ขวัญคิ้ว,  ขวัญตา,  ขวัญแก้ม, ขวัญคาง, ขวัญคีงบางร่างน้อย ให้เข้ามานั่งล้อมอ้อมภาช์น์ขวัญ วันี้ปํนวันดีปีฮ่วงเฮ้าตามตำราโหราศาสตร์  ผู้เฒ่าเกิดเป็นสาว  เฒ่าหัวขาดได้เมียเด็กน้อย  ก็คือวันนี้เอง  เขาได้แหวนคำดีมาถวายฟั่งฟ้าว แขนท้าวก่ายแขนนาง ข้าวเต็มฉางล้นชื่อ ก็คือมื้อนี้วันนี้สามสิบวันให้ท่านได้แก้วคูณเรือนมาถวาย ให้อยู่สุขสบายพร้อมด้วยความชมเชย  และสั่งสอนเขยให้มีใจกว้าง  ไม่ให้กล่าวอวดอ้างด้วยประการทั้งปวง ให้มีใจเลื่อมใสดอมนางผู้อยู่แทบไท้  และสั่งสอนสะใภ้ให้ส่งเครื่องขบของกินแก่แม่ผัว  ห้ามไม่ให้กล่าวถึงขวัญผัวและขวัญชู้  ให้รู้ตักบาตร์และฟังธรรม กลางคืนเดือนมืดอย่าได้เที่ยวไปมา  แล้วบอกสะใภ้ให้รู้จักเรือนอาว์,  เรือนปู่ย่า,  เรือนลุงเรือนป้า และเรือนหลังที่จะให้คู่หัวผัวเมียนี้อยู่ ให้ได้อยู่กินอยู่ท่านไม่ให้อดอยาก และให้กรวดน้ำส่งถึงผู้ที่ตายไปแล้ว ถ้าได้กินเนื้อให้ส่งเรือนอาว์  ได้กินปลาให้ส่งเรือนปู่เรือนย่า  ให้ได้ลูกหญิงลูกชายผู้ประเสริฐ  ให้ฟังคำสอนพ่อแม่ให้มีจิตแผ่เท่าตลอดพ่อแม่ตายาย  ตาข้างซ้ายอย่าได้ล้ำคอยชาย ตาข้างขวาอย่าคอยหาชู้เก่า  ถึงยามเย็นให้แต่งภาช์น์งาย อย่าได้นอนตื่นสายผิดรีต ให้จีบหมากพลูใส่ขันไว้   มีผัวแล้วให้ทิ้งใจเก่า เหล้าไหหลวงให้รูจักแจกแบ่งฝูงไพร่กิน  เหล้าไหใหญ่ให้รู้จักแจกแบ่งสู่ขุนกวานกิน ในที่สุดหมอแถมพรว่า เจ้าโชคแล้วให้ค่อยเพียรเอา ขวัญผัวให้เข้ามาชมเมียนีน่ำ  ถึงยามค่ำให้เข้าที่นอน  หัวเรียงหมอนมีใจรักเธอ ให้ตั้งใจต่อเชยชม  (จบบทสูดขวัญผัวเมียใหม่  ในวันอภิเษกสมรสแต่เพียงนี้  หวังว่าผู้อ่านที่ไม่สันทัดภาษาพูไทย  คงเข้าใจความหมายได้สมควรแล้ว  ต่อแต่นี้ไปจะได้ถอดใจความบทประพันธ์สูดขวัญเอิ้น (เรียก)  ออกเป็นภาษาไทยกลาง  เพื่อประโยชน์แด่พี่น้องไทยที่สนใจจะได้ทราบทั่วกัน)

สูดขวัญเอิ้นเป็นบทสูดขวัญเจ็ดกษัตริย์ เป็นบทสูดเรียขวัญมา  โดยพระพรอันประสิทธิจำเริญด้วยเดชทั้งหลาย หมายมีศาสตรเพทอาคม มีขุนบรมผู้ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจอันเข้มแข็งเป็นประมุข  ทรงตกแต่งพระราชพิธีส่งราชโอรสทั้งเจ็ดออกกินเมือง  ขุนบรมผู้เป็นเจ้าฟากฟ้าข่วงสวรรค์  คือเป็นเจ้าฟ้าอาณาจักรหนองแส (สวรรค์)  พระองค์อภิเษกสมรสให้ราชโอกาสทั้งเจ็ด  เพื่อจะให้ไปครองอาณาจักรเงินยางที่ได้ใหม่  ได้แก่เข้าครองสิบสองปันนา (นา-คอง=ครองสิบสองปันนา)  และครองตลอดถึงเมืองแกว  ที่เงินยางส่งอ้ายควงไปเป็นเจ้าปกครองนั้นด้วย  ขุนบรมเป็นลูกแถนหลวงฟ้าคื้นพระเจ้าแผ่นดินนครหนองแส  ได้ทรงทำการแทนแถนหลวงฟ้าคื้นถนัดยิ่งนัก  วันนี้เป็นวันค้ำคูณ  ที่พระยาจักรจักทรงทศราชธรรมสิบประการ ในการปกครองบ้านเมือง อันอยู่ในแคว้นราชคฤห (คือนครหนองแส)  ซึ่งอยู่ในความดูแลของขุนบรม  วันนี้เป็นวันดีที่กษัตริย์ขึ้นทรงแท่นขึ้นสู่ราชบัลลังก์  อุปมาเหมือนเจ้าชาลีมาถึงปู่  แล้วพระยาศรีสญชัยเชิญราชบุตรมาเป็นกษัตริย์เสวยเมืองดังเก่า  เป็นเจ้าครั้งที่สอง  วันนี้เป็นวันติดถีทั้งห้า  ชาวพม่าถือว่าเป็นวันมั่นตามคองโหราศาสตร์  พร้อมด้วยเจ้าฟ้าและพราหมณ์ถวายพร  วันนี้พระโพธิสัตว์เสวยเมือง  ปกครองพลไพร่โดยราชธรรมสิบประการ (มีทาน, ศิล, บริจาค, อาชชวะ (ความซื่อตรง),  มัททวะ (ความอ่อนโยน), ตะปะ (บำเพ็ญตะบะ),  อโกธะ (ความไม่โกรธ),  อวิหิงสา (ความไม่เบียนผู้อื่น),  ขันติ (ความอดกลั้น),  อวิโรธนะ (ความไม่ประพฤติผิดจากที่ชอบ)  ให้ความสุขสำราญแก่สัตว์ทั้งหลายพ้นจากทุกข์  วันนี้ดีเปรียบเหมือนวันหณุมารปัดกวาด นิมิตปราสาทก่อสร้างเมือง ให้พระรามขึ้นเสวยพร้อมทั้งพระลักษณ์ผู้เป็นน้องด้วย  และเปรียบประดุจพระนารายณ์ผู้มีพระคุณอันล้นเกล้าแก่ไพร่พล  ที่อยู่ในปกครองพร้อมที่จะปฏิบัติตามพระองค์  และเหมือนอย่างท้าวบารดหลานพระองค์กับนางอุษาผู้เป็นเมีย  มีความชื่นชมที่ได้เสวยเมือง  พร้อมเพรียงด้วยประชาชนช้างม้าข้าคนดังเก่า  วันนี้เป็นวันมหาชัย  ท้าวคัททะนามไปติดตามพ่อ มีโชคได้นั่งเมืองจัมปา (หรือจามปา  ต่อมาเป็นเมืองร้าง  เพิ่งมาสร้าง ขึ้นใหม่เป็นเมืองจำปาศักดิ์ทุกวันนี้)  มีนางสาวนับหมื่น (ตามเรื่องในหนังสือคัททะนาม)  วันนี้พระลพมีโชคได้เทียมนาง  อันรัฐบาลลังกามวลมอบให้ (พระลพบุตรพระรามแคว้นโกศลในอินเดียตามคัมภีร์รามยณ  สมัยก่อนพุทธศกราว  ๒๕๐ ปี)  วันนี้ตามคองหุราศาสตร์  เจ้าศรทัดปราบได้เมืองอุมงคเสลาของขอมพระนางจามเทวี  วันนี้ปราบได้ตุมวางได้ชมนางทรงราชย์ด้วย 

วันนี้ฝูงเฝ่าแถนของเก่าคูณหลวงหลาย  หมายถึงแถนต่างๆ ที่ขุนบรมแต่งตั้งขึ้นประจำหน้าที่ในวันงาน มีแถนปั้นเบ้าหล่อคูณขวัญ๑ แถนลอปันป้องมิ่ง๑  แถนตื้อผู้คูณแนน๑  แถนแผนผู้รับขวัญ๑  แถนเหล่านี้เข้าใจ แต่งตามประเพณีแต่เก่าก่อนที่เคยปฏิบัติมา  โดยมีความเชื่อว่า คนที่เกิดมาก็ต้องหล่อหลอมในเบ้าเป็นตัวเป็นตนเสียก่อน จึงค่อยคลอดภายหลัง  แถนลอตรงกับแถนหล่อ (คำ “ลอ” เป็นภาษาพูไทย ตรงกับคำภาษาไทยว่า “หล่อ”  เช่นขุนลอ (ในหนังสือขุนบรม)  และขุนลำคำ(ในพงศาวดารเมืองแถง)  ถ้าอย่างภาษษไทยปัจจุบันก็ต้องว่า “ขุนหล่อ-ขุนหล่อคำ”  จึงจะตรงกับภาษาพูไทย)  นอกจากนี้ก็มีแถนเฒ่าแถนหลวง  แถนลอแลแถนหล่อ แถนก่อฟ้าท่อเกล็ดหอย  แถนก่อดินก่อดอยท่อฮอยไก้ (รอยกะจง)  แถนก่อต้นไม้ท่อลำเทียน  อันเป็นปฐมแถนเก่าแก่  ตั้งแต่ครั้งปู่สังคสาย่าสังคสี  มนุษย์สองผัวเมียเกิดมาในโลกนี้เป็นครั้งแรก  และแถนเหล่านี้ได้ล้มหายตายเป็นผีฟ้าผีแถนหมดแล้ว  มีแต่จะคอยดูแลลูกหลาน ให้อยู่เย็นเป็นสุขสืบไปเบื้องหน้าเท่านั้น  ครั้นถึงเวลาคูณขวัญเจ็ดกษัตริย์ที่กล่าวนี้  ซึ่งเป็นลูกแถนเหมือนกัน คือเป็นลูกขุนบุรมเพราะขุนบรมก็เป็นแถนดังกล่าวไว้ในหนังสือขุนบรมอยู่แล้ว  ขุนบรมจึงใช้ให้แม่มด (หมอเหย๋า)  ใช้ให้ผีของเขาขึ้นไปจดและราธนาเชิญลงมาโดยเร็วรีบ ลงมายังสนามงานคูณขวัญนี้  เพื่อเบิกควงฟ้าควงบน ลงมางอมมอนหน้านางเม็ง, นางสาวเส็ง,  นางคำยาด,  นางอั่วแก้ว,  พร้อมนางสาวหลายรุ่น, ตลอดพระราชมารดา, ป้าอาว์พงศ์พันธุ์เชื้อ, ที่มาร่วมคูณขวัญนี้ นอกจากนี้ขุนบรมยังเชิญ (บาเจืองทันเทียมราช)  บรรดาอณานิคมเมืองขึ้นมาร่วมงานครั้งนี้ด้วย มีแองคอนอาจขุนเยีย (ไม่ทราบว่าใครเข้าใจว่าเป็นขุนนางฝ่ายแกว) พร้อมด้วยเมีย (แนวแนนนางช้อนคู่)  เป็นผู้พูดจาปราศรัยกับขุนบรม (จาธรท้าวขุนเมือง)  พร้อมทั้งบ่าวไพร่  มานั่งเต้าเป็นหมู่อยู่ต่อหน้าแถนทั้งหลาย คอยเรียกขวัญหมู่ชุนพระยา (เมื่อถึงคราวตกบทสูดควรเรียก ซึ่งคอยฟังเวลาหมอกำลังสูดตกถึงบท ก็ต้องเรียกขวัญหรือรับขวัญ  มีระยะเรียกรับเป็นตอนๆ)  ส่วนเชียงเคืออาจขุนเมือง (เข้าใจว่าชาวเงินยาง แต่จะไม่ใช่ขุนเม็งรายตอกคนละสมัย)  สำมะเห็ง อ้ายง้ำ (ฝ่ายพวกข่า)  ขุนนางเหล่านี้พร้อมด้วยหมู่โยธา  เตรียมมาเพื่อคอยแห่รับกษัตริย์เข้าเสวยเมืองแห่งตน นอกกว่านี้เข้าใจว่า ได้ป่าวประกาศไปทั่วถึงพระยาครุฑ, พระยานาค,  และนางธรณี  ป่าวประกาศขึ้นเมือภายบนอากาศกลางหาว ถึงนางเมฆลา, ท้าวไอศวร, ปรเมศวร  และป่าวไปถึงกุมภัณดานยมราช (เข้าใจว่ายักษ์หรือเทวดา) ด้วย
 
จตุโลกหมายถึงสี่ราชา  คือขุนบรม,  อุปราช, ราชวงศ์,  ราชบุตร เป็นฝ่ายกษัตริย์ปกครองบ้านเมือง  ขุนบรมเป็นพระเจ้าแผ่นดิน  ผู้มีอำนาจกล้าแข็งกว่าผีทั้งหลาย พระองค์ประทานพระพรและคองจุ้ม ปกครองบ้านเมืองให้ได้รับความร่มเย็นเป็นสุข  (คองจุ้มนั้นได้แก่แบ่งการปกครองออกตามระบอบคอบเมือง เป็นฝ่ายๆ เป็นจุ้ม ๆ ดังนี้ (๑) จุ้มกษัตริย์  มีพระเจ้าแผ่นดิน, เจ้าอุปราช,  เจ้าราชวงศ์,  เจ้าราชบุตร,  (๒) จุ้มเสนาฝ่ายขวา ๑๐ พระยา คือ เมืองแสน, เมืองขวา, เชียงเหนือ, เมืองฮาม,   นามมะฮุง, เชียงสา, พันนา, สองเมือง, นาเหนือ, หมื่นหน้า, (๓) จุ้มเจ้าเส้นเสนาฝ่ายกลาง ๗ พระยา คือ เมืองกลาง, พระชุม, พระโยธา, ชานนท์, ศรีคันธมาน, ศรีสมุด, ศรีสุนนท์, (๔) จุ้มเสนาฝ่ายซ้าย ๑๐ พระยา คือ เมืองจัน, เมืองซ้าย, เชียงใต้, เมืองปาก, สักขา, เมืองคุก, พันหนอง, อีไล, นาใต้, เมืองแพน, (๕) จุ้มฝ่ายทหาร ๖ พระยา คือ ศุโภ,  คำมุร,  เวียงแก,  เวียงคำ,  อุปราชา,  หมื่นเสมอใจ,  (๖) จุ้มพราหมณ์ทั้ง ๑๐ ฝ่ายพวกมะโรงสั่งสอนอรรถธรรม คือ ชามุนตี, ชาโนชิต, ชามาตย์,  ชาเนตร,  ชาทิพรด, ชากำนัน,  มหาโนชิต, ชาราชวัร, อุทธามุนตี,  แสนไชยทงยศ (๗) จุ้มฝ่ายพวก ๑๘ ชุ ๓ พระยา คือ พระละคร, พลเศิกขวา, พลเศิกซ้าย,  (๘) จุ้มฝ่ายมหาเหล็กขวาซ้ายหน้าหลัง ๒ พระยา คือ นักภูมินทรฺ, คำชุมพู (๙) จุ้มฝ่ายพวกรักษาประตู ๔ พระยาคือ  ชาบรรทม, ชามะหลัด, คำเพียงตา, ราชะราช, (๑๐) จุ้มฝ่ายจำหนวดขวาซ้ายหน้าหลัง ๔ พระยาคือ พลเตชะ, ชาภักดี, วงศ์ภูธร, (๑๑) จุ้มฝ่ายรักษาคนพวกหลวง ๔ พระยาคือ นักพุทธวงศ์, มหาโคตร,  หมื่นวงศ์ไชยา, อรรถฮาด,  (๑๒) จุ้มฝ่ายรับแขกเมือง ๔ พระยาคือ ศรีสุธรรม, แขกขวา,  แขกซ้าย,  ชาบุรมณ์, (๑๓) จุ้มฝ่ายพวกรักษาคลัง ๕ พระยา คือ ราชโกฎิ,  สีหาคัง,  แสนจัน,  ศรีสุทอ,  แสนยศ, รวมทั้งหมด ๑๒ จุ้มเฉพาะเสนา เป็น ๑๓ จุ้มทั้งกษัตริย์ด้วย  ชื่อตำแหน่งหัวพระยาเหล่านี้ เป็นชื่อตำแหน่งประจำวงราชการ แม้นตั้งใหม่หรือใครมาครองตำแหน่งนี้แทน ก็คงเรียกชื่อไปตามตำแหน่งเดิมนั่นเอง  เปลี่ยนแต่ตัวคนเท่านั้น)  แลพรรณนาอ้างถึงอำนาจขุนบรม  ว่าได้ประสิทธิพระพรใส่หัวหมอสูด ให้เป็นขุนรับขวัญเข้ามาอยู่ในตัว   ขวัญหัว,  แก้ม,  ปาก, หน้า, หู, จมูก, หัวใจ, ใน, นอก, ขอก, กลาง, เอว, ท้องน้อย, ราวนม, ผม, ให้เข้ามา  และเชิญท้าวมาดฟ้ามาร้องเรียกเอาขวัญ มาเถิดขวัญเอ้ย  ขวัญไปคว้าเดินดงป่ากว้าง, ไปนำหมู่ช้าง,  ไปชดกะซงอยู่ในป่า,  ไปตกต่างประเทศแดนผี, หนีไปเกิด, ไปเข้ากำเนิดนำคน,  ไปปฏิเสธท้องใหม่,  ไปเข้ากำเนิดรู้ไต่ทางบน, ขวัญอลหลรู้เที่ยว, รู้เหนี่ยวชมเชย,  ขวัญรักหลายโถงชู้,  ขวัญรู้เล่นปนทางช้าง,  รู้ไปอยู่ปนผีพราย,  มาเถิดขวัญเอ้ย,  ถ้าไม่มาทานจะใช้ชอกหา,  เทวดาจะนำไปผูก ถ้าไม่มาครองยอดแก้วท่านจะเหนียวเอามา, มาเถิดขวัญเอ้ย  มาอยู่เรือน, อยู่ที่นอน, อยู่เตียง, อยู่ในเนื้อ, อยู่ในคีง, มาอยู่อิงเอื้อมไหล่, มาไต่เต้าสถานทอง, มาปองสืบสร้าง, มาตู้มไพร่พล, ญาติวงศ์, ทาสาทาสี, ช้างม้าวัวควาย, ตายายปู่ย่า,  ป้าอาว์พ่อแม่,  เฒ่าแก่ขุนกวาน,  ลูกหลานเหลนหลอด, ปัดขอดมาให้หมด, ภาช์น์ขวัญแต่งไว้ครบบริบูรณ์แล้ว.  เชิญมาเสวยร่วมเรียงคู่อยู่ยืนยาว,  ปราศจากโรคภัย,  ให้ศรีสวัสดีเท่าวันเทอญ.

แต่นี้ต่อไปมั่นปานง่ามเขากวาง, คางหมูเถื่อน,  เขื่อนช้างโรง,  เสาโรงพระยานาค,  ดอยสุทัดสะ, ดอยจักรวาล,  ดอยสัตตะบัวระภัณฑ์,  ดอยคันธร,  เขาเสมุร,  บัลลังก์พระอินทร์,  ดานควงยอด,  ให้ยืนยิ่งเทียมพระอินทร์,  ยืนอย่างเทวดา,  มหาพรหม,  เสียงอารมณ์สนุกล้น,  อย่าไปไกล,  อย่าไปนอนแรมป่า,  อย่าคว้ากลางคืน,  อย่าคว้าลงเรือนเวลาดึกดื่นหรือเข้ามืด,  แม้นว่าเดือนใสแสงส่อง, ฟ้าร่ำร้องโรยฝน,  สนๆ แสงหิ่งห้อย,  อย่าเคียดคล้อยน้อยใจ,  ให้ฟังคำสอนพ่อ,  อย่าโกรธง่ายใจเบาให้อด, ให้รักษาตัว,  อย่าเอ้โอษฐ์เทียมนาง.

แถมพรโชคคูณขวัญ  ให้ได้ลาภมาก,  ให้ผูกไมตรีด้วยธรรม ๑๐ ประการ, ให้มีผู้มอบสมบัติให้เต็มเยียฉาง,  ให้ได้ช้างม้าวัวควาย, ข้าใช้,  ข้าวของ ๑๐๘ โกฎิ,  สนุกให้ทาน,  ได้นางงามเคียงคู่,  สนุกด้วยเครื่องเสบบรรเลง,  ให้มีผู้มาส่งสมส่วยทั้งทางบกทางน้ำ,  พร้อมด้วยรี้พลแห่แหนมาถวายของแปลกๆ ให้มีบุญสมภารรุ่งโรจน์,  ปกครองพลไพร่ดังพระยาจักรวัตติราชปราบโลก,  เทวดามารักษาแสนหมู่อยู่เย็นใจ.

กล่าววิงวอนศาสตรเพทสิทธิเดช,  กษัตริย์,  พระฤษี,  ประสิทธิพระพรให้เข็ดยำ,  คุ้มครองสัตว์ทุกหมู่อยู่สบายถึงเฒ่า, ได้เป็นเจ้านั่นปอง,  แล้วพรรณนาถึงคัมภีร์ไตรยเพท,  ว่านักปราชญ์ทิสาปาโมกข์อาจารย์ (เมืองตักกะสิลาแคว้นคันธารราษฎร์)  ตามมา,  เพื่อให้หายโศก,  วินาศ, อุบาทว์,  เคราะห์, เป็นด้วยผี,  ด้วยหมากไม้,  ให้โรคเว้นไกล, เป็นทาสให้หายจากข้า,  แม้นสูดขวัญผู้น้อยได้เป็นขุน,  สูดผู้ใหญ่ได้เป็นพระยา,  สูดพระยาได้เป็นพระยาจักวัตติราช,  สัตรูอ่อนน้อมถวายพร,  ถวายรางวัลต่างๆ ,มีแก้วมะณีกาบ,  แก้วประภา, แก้วมะณีโชติ,  ให้สมภารเพ็งก่อกว้าง,  เป็นที่พ่งของร้างหม้ายคนเข็ญใจ,  ขวัญหัว อย่าได้ขึ้นเมือบน,  เมืองฟ้า,  แดดกล้าแดดแข็ง, เชิญเอาขวัญไปอยู่ที่ไฟเมืองบนถมหน้า, ไฟฟ้าลุกท่วมตา, ไปอยู่ที่จอมปลวกบวกหมู,  คันคูบอกต้าย,  ไปอยู่กกไม้ใหญ่บ่างหลวง, ควงบ่วงร้อง, ไปเข้าถ้ำดอมงู,  อยู่รูดอมเงือก,  ไปเลียบน้ำเก็บตอง,  เลียบหนองเก็บผักแว่น,  ไปอยู่ดอมแม่ชื่อกกเกล้าหนา,  ดอมแม่นากกเกล้าเกลี้ยง,  ไปอยู่ที่สามประนมเมืองเบื้องหน้า, ห้าประนมเมืองเบื้องหลัง, ไปอยู่ที่กกหมากเว่อรู้หาว,  กกหมากนาวรู้โห่,  ไปอยู่สวนห้อมนางอาม, สวนครามนางไอ่,  ไปอยู่ที่บ้านไก่ไม่ขัน,  ตวันไม่ออก,  ที่น้ำหมอกไม่วาย,  ไปอยู่ดอมผีตาย, ไปอยู่ข่วงบ่าวฮีฮาว,  ข่วงสาวฮีฮื่น,  ไปอยู่พื้นปัดตุลา, ขวัญเจ้าชายเอย,  แม่รักเจ้าป้นข้าวบ่ายไข่มาหา,  บ่ายบลามาต้อน,  แม่จักเชิญเอาขวัญนางน้อยมาเรือน, มาแม่ท่อนก้อนแก้วแม่คืนมาเยอ.

ต่อไปนี้จะได้ถอดใจความ  จากบทประพันธ์บทสูดขวัญท้าวพระยาจักร์  ออกเป็นร้อยแก้ว  เพื่อผู้อ่านจะได้เข้าใจเรื่องดีขึ้น สูดขวัญท้าวพระยาจักร์  เป็นบทใช้สูดในวันราชภิเษกเจ็ดกษัตริย์ดังกล่าว  เริ่มเรื่องเบื้องต้นกล่าวถึงความมีชัยชนะศึก  ด้วยอำนาจแห่งลาภ  เป็นที่รักใคร่เสน่หาแด่องค์กษัตริย์ผู้เข้มแข็ง  จึงสถาปน่าขึ้นทรงราชบัลลังก์ด้วยการอภิเษกโสดสรงตามราชประเพณี  มีขุนบรมเป็นผู้ตกแต่งราชกิจ  ที่จะส่งราชโอรสออกกินเมือง  ขุนบรมเป็นเจ้าฟ้าอาณาจักร์หนองแส (สวรรค์) และเป็นแถนผู้อภิเษกสมราชโอรส (แถนคูณบันป้องมิ่ง) เพื่อไปเป็นกษัตริย์ปกครองอาณาจักร์เงินยางที่รวมได้ใหม่  และปกครองตลอดไปถึงเมืองแกว  อันอยู่ในเขตแคว้นเงินยาง ซึ่งส่งอ้ายควงไปเป็นเจ้าผู้ปกครองนั้นด้วย การได้เมืองแกวก็ต้องต่อสู้กับอ้ายควงถึงขนาด  ขุนบุรมทรงทำการแทนแถนหลวงฟ้าคื้นผู้พระราชบิดาได้ผลถนัดยิ่งนัก  วันนี้เป็นวันค้ำคูณ ที่พระยาจักรจักขึ้นเสวยราชย์  ปกครองบ้านเมืองด้วยราชธรรมสิบประการ อันอยู่ในเขตแคว้นอาณาจักรหนองแส (ราชคฤห) ในความดุแลของขุนบรม พร้อมด้วยพราหมณ์ถวายพร  วันนี้เจ็ดกษัตริย์ขึ้นทรงราชบัลลังก์  เปรียบประหนึ่งเจ้าชาลีมาถึงปู่  พระยาศรีสญชัยเชิญราชบุตรขึ้นเป็นกษัตริย์ครองเมืองครั้งที่สอง วันนี้เป็นวันติดถีทั้งห้าตามคองโหราศาสตร์  ขุนบรมและพราหมณ์ถวายพระพรสิบประการ วันนี้พระโพธิสัตว์ผู้มีอำนาจกล้าเสวยเมือง  ปกครองพลไพร่ตามราชธรรมสิบประการ  วันนี้หณุมานบัดกวาด  นิมิตปราสาทศร้างแปงเมือง  พระรามและพระลักษณ์ผู้น้องขึ้นเสวย  วันนี้พระนารายณ์สระสรงเกล้า  ไพร่พลผู้อยู่ในปกครองได้พึ่งบารมีพร้อมที่จะปฏิบัติตาม ได้ท้าวบาดผู้หลานกับนางอุษา  เป็นกษัตริย์ดังเดิม  วันนี้เป็นวันมหาชัย  ท้าวคัททะนามไปตามพ่อ มีโชคได้นั่งเมืองจัมปา  ล้วนแล้วไปด้วยกัลยานางสาวนับหมื่น  วันนี้พระลพมีโชคได้แทบเทียมชมนาง อันรัฐบาลลังกามวลมอบให้ วันนี้ตามคองโหราศาสตร์  เจ้าศรีทัตปราบได้เมืองอุโมงค์คเสลา (แคว้นละโว้-อโยธยาของพระนางขอมจามเทวี เมื่อระหว่าง พ.ศ. ๑๒๐๐-๑๒๘๐)  วันนี้โชคค่าเมือง ปราบได้ตุมวาง เทียมนางทรงแท่นแก้วด้วย วันนี้ฟ้าฮ่วนหาญหุมมาก หมายถึงขุนบุรมปลื้มปีติดีพระทัย  ที่ได้เมืองขึ้นมาก กิตติศัพท์เล่าลือระบือเซ็งแซ่  ปรากฏพระเกียรติให้เกรงกลัวไปทั่วเมือง  วันนี้มีความรุ่งโรจน์โชตนำการทั่วตลอดอาณาจักรหนองแส  เต็มไปด้วยแถนต่างๆ มาชุมนุม  ทำพระราชพิธีปั้นเบ้าหล่อขุน  แถนลอเป็นผู้ปันป้องมิ่ง   แถนตื้อเป็นผู้คูณแนน  และแม่มด (หมอเหยา)  ก็เชิญเอาแถนเก่าแก่ (ครั้งปู่สังคสา-ย่าสังคสี ซึ่งล้มหายตายจากไปแล้ว  คงมีแต่ผีฟ้าผีแถนผู้คอยกำกับดูแลลูกหลาน  ให้อยู่เย็นเป็นสุข) มีแถนลอแลแถนหล่อ แถนก่อฟ้าเท่าเกล็หอย แถนก่อดินก่อดอยเท่ารอยไก้ (กะจง)  อันเป็นปฐมแถน  ให้ลงมาสู่สนามงานพิธีนี้  เพื่อกล่าวบนเบิกหัวช้างผีหมอเหยา กล่าวคูณมิ่งคูณแนนร่วมคู่กัน เรียกขวัญหมู่นางสาว อยู่ตรงหน้าหรือซ้องหน้านางเม็ง,  นางสาวเส็ง,  นางคำยาด,  นางอู่แก้ว, พร้อมพรั่งด้วยนางสาวหลายรุ่น, มเหสีและราชเทวีผู้เป็นแม่ (จอมมิ่งพำมาดา),  ป้าอาว์พงศ์วงศ์วานผู้ใกล้ชิด,  ที่มาคูณขวัญ,  แองคอนหาดขุนเยียกับเมีย (น้าวนางแนนซ้อนคู่),  พร้อมท้าวเพียบ่าวไพร่,  มานั่งเต้ากันเป็นกลุ่มอยู่ตรงหน้าแถนทั้งหลาย, เตือนกันเรียกขวัญหมู่ฝูงพระยาให้พรักพร้อม,  ถัดจากขุนบุรมได้กล่าวเรียกแล้ว (จาชอนท้าวขุนเมือง),  เชียงเคืออาจขุนเม็ง(ชาวเงินยาง),  สำมะเห็งอ้ายง้ำ (ข่า),  พร้อมทั้งเสนาโยธามาแวดล้อมอ้อมเป็นปริวาร  พรรณนาความตลอดถึงพระยาครุฑ,  พระยานาค,  นางธรณี,  นางเมฆลา,  ท้าวไอศวร กุมภัณฑ์ (ยักษ์-เทวดา) ด้วย

จตุโลก (สี่ราชา)  หมายถึงพระเจ้าแผ่นดิน๑  เจ้าอุปฮาด ๑ เจ้าราชวงศ์ ๑ เจ้าราชบุตร ๑ อันมีขุนบุรมเป็นพระเจ้าแผ่นดินและเป็นประมุข  มีพระราชอำนาจแก่กล้ากว่าผีทั้งหลาย และได้ยายคองจุ้มปกครองไพร่ฟ้าข้าแผ่นดินให้อยู่เย็นเป็นสุข ดังกล่าวข้างต้น  ขุนบุรมกับพระฤษีได้ประสิทธิพระพรให้หมอ ไปเรียกเอาขวัญราชโอรสให้เข้ามาอยู่ในตัวมีขวัญหัว,  แก้ม, ปาก, ตา, คิ้ว, นิ้ว,  แขน, ขา, หน้า, หู, คาง, จมูก, ใจ, ใน, นอก, ซอก, กลาง, เอว, ท้อง, นม, ผม, หมอเชิญท้าวมาดฟ้าให้มาช่วยเรียกเอาขวัญ

ขวัญไปคว้าเดินดง,  ไปขดกะซงอยู่ในป่า, ไปตกประเทศไกล,  ไปเล่นสุดเขตวิสัย, ไปตกเมืองผี, ไปเกิด, ไปเอากำเนิดในคน, ขวัญอลหลรู้เที่ยว, ให้มา,  มาเถิดขวัญเอย,  ถ้าไม่มาท่านจะใช้ซอกหา ไม่ว่าเทวดาท่านจะใช้ลัดหน้า ไม่มาครองยอดฟ้าท่านจะเหนี่ยวขวัญคืน,  มาอยู่ในเนื้อ, ในคีง,  มาอยู่อีงเอี้อมไหล่, มาไต่เต้าสถานทอง,  มาอยู่ปองสืบสร้าง, ตู้มไพร่,  ญาติวงศ์,  ข้าใช้,  ช้างม้าวัวควาย,  ตายายพ่อแม่,  เฒ่าแก่ขุนกวาน,   ลูกหลานเหลนหลอด,  ปัดขอดมาให้หมด, ภาช์น์ขวัญแต่งเตรียมดีแล้วอย่างบริบูรณ์  เชิญขวัญเจ้ามาเสวยร่วมเรียงคู่อยู่ยืนยาว  บรรดาโรคา,  พยาธิ,  โภยภัย, เคราะห์โศก,  ให้หลีกพ้นไป ให้อยู่สุขสวัสดีตลอดไปเทอญ

ต่อไปนี้จะได้กล่าวถึงเรื่องทำลาบาย์ศรี  ประเพณีสืบทอดมาแต่โบราณ  เมื่อมีงานทำบุญอันยิ่งใหญ่  ได้ทำไปเสร็จพิธีแล้ว ตอนจะเลิกงานท่านโบราณบุรุษชุดหนหลัง  ฝังความเชื่อไว้ว่า  เพื่อให้อยู่เย็นเป็นสุขสวัสดิ์ดีมีชัย  ต้องให้มีการบาย์ศรีเสียก่อน  เปรียบประดุจจะลบล้างเสนียดจังไร  กิยุโภยภัยอันตรายใดๆ ทั้งมวลฉันนั้น จึงเข้าใจว่าบาย์ศรีคนที่พิมพ์ต่อท้ายนี้  เป็นการบาย์ศรีประชาชนคนที่มาร่วมพระราชพิธีทั้งหมด แต่บทประพันธ์ของท่านกวีผู้นิพนธ์เรื่องบาย์ศรีคนมีข้อความตามสำนวนโวหารธรรมดาสามัญ ไม่สู้จะมีที่ขัดข้องอันอาจทำให้ผู้อ่านเข้าใจยาก เพียงแต่อ่านเทียบเคียงบทที่กล่าวมาแล้ว  ก็เห็นจะพอเข้าใจเรื่องได้  จึงไม่ถอดใจความออก  เหมือนอย่างสามบทหลังนั้น  ปล่อยให้ผู้อ่านพิจารณาเอาเองก็คงสัมฤทธิผล
 

ขุนบรมแต่งตั้งราชบริพารแจกเจ็ดกษัตริย์

เมื่อราชโอรสพร้อมด้วยเหล่าบริพารทั้งหลาย  มารวมชุมนุมพร้อมเพรียงกันแล้ว  ขุนบุรมก็ทรงพระราชพิธีหดสรงคือหลั่งน้ำราชาภิเษก  พร้อมกับให้โอวาทสั่งสอนต่อไป ดังกล่าวไว้ว่า  “แต่นั้นสพรั่งพร้อมน้อยหน่อทังเจ็ด  ทูลชุลีนบพ่อตนประนมนิ้ว  เสนาพร้อมบังคมทูลบาท พระก็ชมชื่นต้านดอมแท้ซู่คน  บัดนี้เฮาจักแจงเมืองให้อยู่ขวางเฮืองฮุ่ง ปลูกอ่อนน้อยเสวยสร้างสืบเมือง  โดยดังพระพ่อเจ้าฟ้าคื้นแถนหลวง  มีคำสอนสั่งเฮามาสร้าง  เฮาจักอุบภิเษกแก้วเป็นยอดชมพู  เมื่อนั้นเสนาฟังซู่คนประนมนิ้ว  เจ้าก็เอาน้ำแก้วมาใส่ไตคำ  เอากุมารซู่คนมาใกล้  กับทังลูกสะใภ้นางนาถเจ็ดสาว  เอามามวลซู่นางดอมท้าว  เจ้าจิงทวายเอาน้ำคันธีช้อยโชติ หดใส่มือแจ่มเจ้าบาท้าวซู่ตน  พระจิงให้โอวาทคำสอน  เหมือนดังอินทร์โอยพรพระรัดษีปางนั้น  ฟังเยอะบุตระราชแก้วนามหน่อทังเจ็ดพ่อเอย พ่อจักวางเมืองปุนแจกไปเป็นเจ้า  ยามเมื่อมาลงสร้างชุมพูทวีปเทศเฮานี้  แถนก็สอนสั่งไว้ยามนั้นบอกมา พ่อจักให้ลูกแก้วไปปุนอยู่แต่งเป็นเอกท้าวทงสร้งสืบเมืองพ่อแล้ว ยามใดสูเจ้าได้เป็นพระยาเสวยราชย์  อย่าได้ไปแผ่กว้างหอมข่อยไพร่พล อย่าได้ทำเบียดฮ้ายโฏรธาแฮงเคียด เบียดไพร่น้อยเขาเจ้าบออีดู  อันนึ่งอย่าได้ทำใจสั้นเอายาวเยิ้นโผด  เมืองจิงกว้างมาได้ส่วยไฮ  อย่าได้ติผู้ฮู้โสภาพคองธรรมนั้นเน้อ  ขันตีอดโทษเขาขุนข้า  อย่าอ้างนาบกล้าชาท่านจิบหายนั้นเน้อ อย่าได้ตามใจตนฮ่าวกะทำคองฮ้าย ให้ค่อยคึดถี่แท้หาโทษคุณโณ  จิงกะทำตามกรรมเมื่อพิจารณ์แจ้ง  อันนึ่งให้ค่อยฮักหนุ่มเหง้าฝูงหมู่สาวสนม ใจไมตรีต่อเขาฝูงนั้น  แม้นว่าหญิงไพร่น้อยลูกแห่งชาวเมืองก็ดี  อย่าได้มีใจเบียนเบียดหญิงใจน้อย อันว่าเป็นหญิงนี้มีใจอันอ่อน เขาย่อมย้านกลัวเจ้าแผ่นดินแท้แล้ว อันนี้บิตตาเจ้าแถนหลวงฟ้าคื้น สอนพ่อไว้ยามนั้นเมื่อลาง อันว่าปัดฐมมหากัปตังมีหญิงเป็นก่อน   ก็จิงแพออกได้หลายตื้อติ่มแถม อันว่าพระกษัตริย์เจ้าองค์ใดมาเบียดหญิงนั้น  อายุก็บอหมั้นเมืองบ้านหม่นหมอง  ฟังเยอบุตรราชเจ้าทังหลายจำจื่อเอาท่อน  แถนหากสั่งพ่อไว้ฉันนั้นเที่ยงจิงพ่อแล้ว  คันว่าไบก่อสร้างเสวยราชย์เมืองใดก็ดี  จำคำสอนพ่อตนเอาไว้”


ขุนบุรมแจกเครือเขากาดแก่เจ็ดกษัตริย์

เมื่อขุนบรมทรงทำพระราชิธีหดสรงราชาภิเษกเสร็จแล้ว  พระองค์ก็แจกเครือเขากาด  คือพันธุ์น้ำเต้าปุง  ให้แก่ราชโอรสทั้งเจ็ดความว่า “เมื่อนั้นราชาเจ้าขุนบุรมมหาราช  พ่อก็เอาเครือเขากาดให้แปงค้างคาดแพน  สามง่าไว้เป็นยอดทางกลาง  ให้แก่ฝูงกุมารซู่ตนตงเสี้ยง”


ขุนบรมแบ่งมรดกให้แก่เจ็ดกษัตริย์

ครั้นเมื่อพระองค์ขุนบรมแจกเครือเขากาดเสร็จแล้ว  ก็ทรงจัดการแบ่งมรดกให้แก่ราชโอรสทั้งเจ็ดต่อไป  ดังกล่าวไว้ว่า  “แล้วเลาปันเมืองให้ฝูงราชบุตรา  ของมูลคูณเฮาแต่แถนประสงค์ให้  อันว่าขุนแกวเจ้าขุนนามน้อยหน่อพระพ่อให้หน่วยฆ้องดวงกล้าแม่ลือ  กับทังหอกคันคำพร้อมดวงดีเถิงขนาด  ให้แก่เจ้ายี่น้อยผาล้านลูกตน  อันว่าจุสงแก้วกุมารแมนหล่อ  พระพ่อให้เกิบแก้วแสงเลื่อมแก่บา  อันว่าหน้าใส่หน่องชื่อว่าศรแพน  ให้ใสพงศ์พระลูกคีงตนแก้ว  หนักหนอนหน้างัวอินบุตระราช  เอาปายชายดาบคำมวลให้  ดาบเถื่อนกล้าอันประเสริฐฝักหวาย  ให้แก่กุมารพระลูกกูตนน้อง  อันว่าฮางกอนง้าวดาวงดีเถิงขนาด ให้แก่เจ็ดเจืองเจ้ากุมารน้อยหน่อเมือง  ยังเลางาสารช้างมุงคุลเกี้ยวกอด ตายถอดไว้พระยาเจ้าแบ่งปัน  ของยอดให้ฟ้าคื้นแถนหลวง  พระก็ตัดงาชวาสี่ปุนปันให้  ท่อนกกให้ขุนลอตนพี่จุสงเจ้าตนน้องท่อนกลาง ท่อนสามให้กุมารหน่องัวอิน  เจ็ดเจืองเจ้าบันให้ท่อนปลาย  อันว่าราชบุตรเจ้ากษัตราทังสี่พระองค์นั้น เป็นหน่อเนื้อนามไท้แม่เดียว  เป็นลูกเทวีแก้วยมมะพาราตนพี่ ผิวผ่องหน้างามน้อยยิ่งเขียน  ยังเลาลูกแก่นแก้วนางนาถอกแคง สามพระองค์เป็นแม่เดียวปานแต้ม  ก็จิงเอาจิงเอาหน่วยแก้วอันขอดโฮงคำ  เมืองๆ ใสส่องงามเงาแจ้ง ปัดธำมะราดเลื่อมให้แก่ขุนลอ  หน่วยนี้อัยกาแถนปู่ปันมาหใ  หน่วยนึ่งชื่อว่าพิทูรย์เลื่อมแสงสิ่งตาวัน  ปันกุมารยี่เมืองผาล้าน หน่วยนึ่งชื่อว่ามุกดาเลื่อมผิวเงินเสียงหล่อ  พระยานาคได้มาให้ส่วยแถน ไว้แก่เจ้านามหน่อจุสงของแพงพระพ่อเวนวางได้  หน่วยนึ่งชื่อว่าเพ็ชหลอดเลื่อมผิวผ่องบาดาล  อีศูรแยงบอคอยดูได้ ให้แก่เจ้ามหานามน้อยหน่อ  พระพ่อให้ปาท้าวชื่นชม  หน่วยนึ่งชื่อว่ามหานิลเพี้ยงพระแขไขใส่ส่อง  แถนลูบไล้โลมนิ้วส่งมา ให้แก่เจ้างัวอินฉมสะอาด  แพงคอพระชื่นชมเหมือนหน้า  อันว่าบับพาแก้ววรรณใสแสงส่อง  งามชอดไว้มาท้าวลกกม  มุกคำแก้วแสงใสสุทธะยิ่ง  แก้วแต่ฟ้าตนเจ้าปู่แถน  ทันยำให้ฉมงามเจ็ดเรื่อง   งามเลิศล้ำควรท้าวสอดสม  สมใส่นิ้วเจ็ดเจื่องวันทา  บุญเฮืองพระชื่นชมดอมแก้ว”


ขุนบรมสั่งสอนเจ็ดสะใภ้

เมื่อขุนบรมแบ่งมรดกเสร็จแล้ว พระองค์ก็ทรงสั่งสอนลูกสะใภ้ต่อไป ดังกล่าวไว้ความว่า “คันว่าปันของแล้วบรบวรณ์ทุกสิ่ง เจ้าจิงสอนสั่งยังลูกสะใภ้นางน้อยซู่คน  ฟังเยอลูกสะใภ้นางนาถทังเจ็ดพ่อเอย  อย่าได้ทำการหึกใส่ตัวอันฮ้าย  คันว่าพระปลูกให้เป็นราชเทวีเมื่อใด ให้ค่อยมีใจหวานแก่สาวสนมน้อย  พระหากอาณัติให้ไว้เป็นอาจารย์สอนสั่ง อย่าได้กลายคำสอนพระบาทองค์เป็นเจ้า ยามเมื่อตื่นแต่เช้าชอบก่อนภูมี  บัวรบัติคองแต่งแปงปุนแล้ว พระหากเหวยเข้าน้ำโภชนะอาหาร  คันว่าบรบวรณ์นางจิงกินลุนเจ้า เหตุว่าบุญเฮืองไท้เป็นสูงศักดิ์ใหย่ อย่าโอษฐ์อ้างสะหาวแง้นลื่นคอง อันว่าคำกินเจ้าสว่างไปทานแจก  อย่าได้อำถี่ไว้ตัวแท้ผู้เดียว  อันว่าฝูงนางน้อยในโฮงหลายหมื่นก็ดี ก็ท่อตั้งต่อผู้เป็นเจ้าแก่นสาร  อย่าได้มีคำเข้มแปงใจอันซื่อ ฮักให้ล้วนซู่คนแท้จิงหูม  อันนึ่งอย่าได้คร้านต่ำหูกทอไหมนั้นเน้อ  ใจไมตรีไพร่ไททังค่าย  อย่าได้ฟังคำเบื้องฝูงคนสับส่อนั้นเน้อ ถามซื่อแท้ควรให้สั่งสอน อย่าได้แพๆ ด้าน จาสนเชิงด่านั้นเน้อ พระบาทฆ่าเสียแท้บอนาน อันนึ่งข่อยช่วงใช้หัตถบาทบัวรบัติ ให้ค่อยปราณีผายโผดเขาฝูงไฮ้ เขาท่ออาศัยย้อนสมภารทุกสิ่ง  ผืนผ้าเสื้อเขาไฮ้ให้ทาน อันนึ่งคำรหัสดั้นในโฮงพระราชก็ดี อย่าได้เอาออกต้นไปเว้านอกโฮง  อันนึ่งความนอกคุ้มควรถือไผตายก็ดี  อย่าได้เอามาโฮมฮอดตีนพระเป็นเจ้า  อันนึ่งสมบัติเจ้าของแพงจำจื่อ  คันว่าพระบาทเตื้องเอาได้เทียวพลัน  อันนึ่งกิจจะถ้อยความหลิงดูก่อน  บอควรทูลพื้นบาทเจ้าอย่าฟ้าวกล่าวแถลงควรในแล้วในอาชญาตัวก็ดี  ความทนไผบ่อห่อนควรทูลเจ้า  อันนึ่งให้เลือกไว้ฝูงหมู่มีผยา กัลยามีสี่นางนำไว้  ทังเลาใจแผ่กว้างสร้างแห่งคองศิล  มีใจบุญเคี่ยมคมแควนฮู้ ควรแต่งไว้เป็นแม่สนม จักกะทำการใดอื่อยินเขาเจ้าย่าได้มีใจเลี้ยวโลภาลักโลภ  เส็งสี่เฒ่าฝูงนั้นจิงกะทำ  อันว่าฝูงนางเฒ่ามาดาว่าชอบคองนั้น โภยบอต้องสุขย้อนบาทคำ อันนึ่งองคะแก้วฝูงหมู่ราชเทวี  บอมีประการเจียมซู่อันฉันนี้  อันนึ่งอย่าได้ทำการฮ้ายปราณีที่บาป  แม้นว่าจำท่านฆ่าฉันนั้นบอควร อันนึ่งสมบัติเจ้าเงินคำผ้าผ่อนก็ดี  อย่าได้ลักโลภเลี้ยวเอาไว้บอควร  แม้นว่าทศราชล้นของฝากมาถวายก็ดี  อย่าดี้ใจโลภาโลภอำเอาไว้  บอท่อสมบัติเจ้าราชาภูวนาถ  แม้นว่าของผู้อื่นแท้อย่าได้ลักเอา อันนึ่งอย่าได้หลิ่นช็คดจากจอมหัวนั้น้อ  แม้นว่าฝันกลางคืนก็อย่ายินดีดั้ง อันนึ่งอย่าล่ายเลี้ยงคดจากราชา ความใดก็ว่ามีจิงแท้ อย่าได้จองวองเว้าต้านคำสลับลิ้นแง่นั้นเน้อ เจ้าบอเลี้ยงตัวน้อยหม่นหมอง  อันนึ่งอย่าได้กินน้ำเหล้าสุราการถ่อย เกรงท่อต้องโทษฮ้ายตายซ่าซากตาว  มันย่อมเสียคำฮู้จิบหายเถิงถ่อย  จักได้เห็นต่อหน้าจิงแท้ท่านหยัน อันนึ่งเถิงระดูฟ้าฝนลงปีใหม่ เตือนไพร่น้อยกะทำสร้างไฮ่นา  อันนึ่งเถิงยามหลิ่นมโหสพชมชื่น  เตินไพร่น้อยเขาหลิ่นชื่นชม  แม้นว่าทำบุญสร้างการศิลทานแจกก็ดี เตินไพร่น้อยทานพร้อมซู่คน  บุญจิงผายแผ่กว้างเท่าฮอดมหาพรหม อยู่ห่างเฮ้อแก่ตนภายหน้า แม้ว่าสุดชั่วนี้เป็นยอดชุมพู  อยู่สบายบานฮุ่งเฮืองเมือหน้า  เหตุว่าอัยโกเจ้าแถนหลวงฟ้าคื้น  ฝูงออกน้อยสูเจ้าสั่งมา  ยังมีสัพพัญญูเจ้าลงมาผายโผด  ทีปที่นี้เมือหน้าเที่ยงจิง พ่อจิงสอนสั่งให้ตามราชคองธรรม  เพื่อให้เป็นบุญคุณแก่ตนเมือหน้า  ไผ่ผู้บัวระบัติตามคองธรรมฝูงกล่าวมานี้  แม้นว่าเมือเกิดก้ำเมืองพ้าฟากสวรรค์  สุขยิ่งเพี้ยงในโลกทังสาม  นีระพานผองเขตยืนยาวกว้าง”

 

********************************************************

หมายเหตุ
นายนรเก (น้อม) โทธิเบศร์วงษา ซึ่งเป็นคุณตาเจ้าของ Blog นี้ ท่านมีความตั้งใจเมื่อสมัยยังมีชีวิตอยู่ได้เก็บรวบรวมข้อมูลทางประวัติศาสตร์ต่างๆ เช่นตำนานไทยและเรื่องประวัติศาสตร์อื่นๆ โดยรวมเรียงและเขียนออกมาเป็นหนังสือหลายเล่มด้วยกัน และก่อนท่านสิ้นลมหายใจได้กำชับให้ลูกหลานนำข้อมูลดังกล่าวออกมาเผยแพร่ให้แก่ผู้ที่สนใจได้รับทราบ ดังนั้นเจ้าของ Blog จึงขอทยอยนำข้อมูลหนังสือคุณตาออกมาเผยแพร่ตามเจตนารมย์ โดยไม่ขอแก้ไขข้อความใดๆ แม้ว่าการเขียนในอดีตและปัจจุบันจะมีความแตกกต่างกันก็ตาม จึงขอคงคำศัพท์และข้อความทั้งหมดไว้ตามที่ท่านได้เขียนและรวบเรียงไว้ค่ะ...

 

 

 
 
 


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
PhutaiKaowong วันที่ : 16/10/2012 เวลา : 21.04 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PhutaiKaowong


ขอบคุณที่แวะมาทักทายค่ะ
ใช่ค่ะ หลายคำเป็นคำโบราณมากๆ อ่านเองก็ไม่เข้าใจหลายคำเหมือนกันค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ชบาตานี วันที่ : 16/10/2012 เวลา : 18.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chabatani

คำบางคำ อ่านแล้วไม่ค่อยทราบความหมาย หรือว่าจะเป็นคำโบราณ
นับว่าเป็ฯเรื่องที่ควรค่าแก่การศึกษาโดยแท้ค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน