• สามหนุ่ม
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : Tun_po_9@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-06
  • จำนวนเรื่อง : 18
  • จำนวนผู้ชม : 119307
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
ปล็อคของนาย ปอรา
จะกลับมาทำแล้วครับ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Poramin9
วันศุกร์ ที่ 16 มกราคม 2552
Posted by สามหนุ่ม , ผู้อ่าน : 9476 , 12:04:35 น.  
หมวด : นักเรียน/นักศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างไทยและลาว/ความสัมพันธ์กับประเทศไทยและสถานะปัจจุบันของความร่วมมือ 

  • กลไกความร่วมมือไทย-ลาว

ความสัมพันธ์ไทย-ลาวในปัจจุบันดำเนินไปอย่างราบรื่นใกล้ชิด ทั้งสองฝ่ายได้ใช้กลไกและเวทีความร่วมมือในด้านต่าง ๆ ที่จัดตั้งขึ้นทั้งในกรอบทวิภาคีและพหุภาคีผลักดันความร่วมมือและแก้ไขปัญหา เพื่อหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี ที่สำคัญได้แก่

  • 1. คณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว เป็นกลไกกำกับดูแลการดำเนินความสัมพันธ์ไทย-ลาวในภาพรวม ตั้งขึ้นเมื่อพฤษภาคม 2534 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม สองฝ่ายได้ผลัดเปลี่ยนกันเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมขึ้นทุกปี โดยมีผู้แทนจากทุกหน่วยงานหลักของไทยและลาวเข้าร่วม การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 23-25 มกราคม 2549 ที่จังหวัดตราด

  • 2. คณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยตามชายแดนทั่วไป ไทย-ลาว ตั้งขึ้น เมื่อเดือนสิงหาคม 2534 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศเป็นประธานร่วม เป็นกลไกกำหนดแนวทางและมาตรการเกี่ยวกับการส่งเสริมความร่วมมือรักษาความสงบ เรียบร้อย และเสถียรภาพตามชายแดน การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 14-15 กรกฎาคม 2548 ที่นครหลวงเวียงจันทน์

  • 3. คณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาว

ตั้งขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2539 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและลาวเป็นประธานร่วม มีวัตถุประสงค์เพื่อพิจารณาการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนร่วมตลอดแนวชายแดน การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 7 ระหว่าง วันที่ 9-11 ธันวาคม 2545 ที่กรุงเทพมหานคร

  • 4. คณะกรรมการร่วมทางการค้าไทย-ลาว เป็นผลสืบเนื่องจากการเยือนลาวของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เมื่อเดือนมกราคม 2540 และการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 7 เมื่อเดือนกันยายน 2540 การประชุมคณะกรรมการร่วมทางการค้า ครั้งที่ 1 มีขึ้นระหว่างวันที่ 16-17 กรกฎาคม 2541 ที่กรุงเทพฯ มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการค้าและการท่องเที่ยวลาวเป็นประธานร่วม แต่ยังมิได้มีการจัดการประชุมครั้งที่ 2 ขึ้น

  • 5. คณะกรรมการส่งเสริมการค้าและการลงทุนไทย-ลาว (เปลี่ยนชื่อมาจากคณะกรรมการไกล่เกลี่ยแก้ไขข้อพิพาทด้านธุรกิจและการลงทุนไทย-ลาว) จัดตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 7 เมื่อเดือนกันยายน 2540 มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศของทั้งสองฝ่ายเป็นประธานร่วม เพื่อเป็นกลไกอำนวยความสะดวกการไกล่เกลี่ยแก้ไขข้อพิพาทด้านธุรกิจและการลงทุนและส่งเสริมการดำเนินธุรกิจระหว่างไทย-ลาว การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 25 มกราคม 2549 ที่เกาะช้าง จังหวัดตราด

  • 6. การประชุมคณะผู้ว่าราชการจังหวัดและเจ้าแขวงชายแดนไทย-ลาว จัดตั้งโดยมติที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 6 เมื่อกันยายน 2539 ณ จังหวัดสงขลา การประชุมครั้งล่าสุด คือครั้งที่ 6 ระหว่าง 23-25 สิงหาคม 2549 ที่เมืองหลวงพระบาง สปป.ลาว นอกจากนี้ ยังมีการประชุมคณะกรรมการร่วมมือรักษาความสงบเรียบร้อยในระดับจังหวัดกับแขวงเพื่อเป็นกลไก ในการร่วมกันแก้ไขปัญหาตามบริเวณชายแดนในระดับท้องถิ่นมิให้ลุกลามเป็นปัญหา ระดับชาติ

  • 7. การประชุมทวิภาคีว่าด้วยความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดเป็นกลไกความร่วมมือเพื่อแก้ไขปัญหายาเสพติด มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมเป็นประธานฝ่ายไทย และรัฐมนตรีประจำสำนักงานประธานประเทศเป็นประธานฝ่ายลาว การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 17-18 กรกฎาคม 2548 ณ เมืองหลวงพระบาง

  • 8. สมาคมไทย-ลาวเพื่อมิตรภาพ จัดตั้งโดยกระทรวงการต่างประเทศเมื่อปี 2537 เพื่อเป็นกลไกเสริมในการดำเนินความสัมพันธ์ระหว่างไทย-ลาวในระดับประชาชนต่อ ประชาชน ในด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม โดยฝ่ายลาวได้จัดตั้งสมาคมลาว-ไทยเพื่อมิตรภาพ ภายใต้ศูนย์กลางพรรคประชาชนปฏิวัติลาว เป็นสมาคมร่วมดำเนินกิจกรรมต่าง ๆ กับสมาคมไทย-ลาวฯ ทั้งสองสมาคมมีการประชุมร่วมกันทุกปี การประชุม ร่วมระหว่างสองสมาคมครั้งล่าสุด คือ เมื่อวันที่ 8 มกราคม 2549 ที่กรุงเทพฯ

สถานะความร่วมมือ 

พัฒนาการที่สำคัญของความสัมพันธ์ไทย-ลาวได้แก่การประชุมคณะรัฐมนตรีร่วมไทย- ลาวอย่างไม่เป็นทางการ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2547 ณ แขวงจำปาสัก และจังหวัดอุบลราชธานีซึ่งเป็นการประชุม ครั้งประวัติศาสตร์ ทั้งสองฝ่ายสามารถหารือในปัญหาที่คั่งค้างเป็นเวลานานได้อย่างตรงไปตรงมา และหาทางออกที่เหมาะสมร่วมกันได้ และได้ผลักดันความร่วมมือในระยะต่อไปเพื่อผลประโยชน์ร่วมกันโดยหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งสองฝ่ายได้นำผลการประชุมดังกล่าวมาปฏิบัติจนมีผลคืบหน้า สรุปได้ ดังนี้ ด้านการเมืองและความมั่นคง 

ความร่วมมือด้านการทหาร 

กองทัพไทย-ลาวมีความสัมพันธ์ที่ดีทั้งในระดับส่วนกลางและท้องถิ่น สามารถแก้ไขปัญหาและเสริมสร้างความมั่นคงทำให้พื้นที่บริเวณชายแดนไทย-ลาวส่วนใหญ่ มีความสงบเรียบร้อยดี พัฒนาการที่สำคัญ ได้แก่ การลงนามความตกลงว่าด้วยความร่วมมือด้านความมั่นคงบริเวณชายแดนไทย-ลาว ระหว่างรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงป้องกันประเทศเมื่อเดือนตุลาคม 2546 ที่กรุงเทพมหานคร เพื่อเป็นกรอบในการปฏิบัติงานให้ชายแดนไทย-ลาวเป็นชายแดนแห่งมิตรภาพ สันติภาพ และความมั่นคง โดยขณะนี้กองทัพไทย-ลาวอยู่ระหว่างจัดทำแผนงานประกอบ ความตกลงเพื่อนำสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม 

การแก้ไขปัญหาบุคคลผู้ไม่หวังดีต่อความสัมพันธ์ไทย-ลาว 

ทางการไทยได้ยืนยันกับลาวในทุกโอกาสว่า รัฐบาลไทยมีนโยบายชัดเจนที่จะไม่ยินยอมให้กลุ่มหรือบุคคลใด ใช้ดินแดนไทยเป็นฐานหรือทางผ่านเข้าไปก่อความไม่สงบในประเทศเพื่อนบ้านและได ้ดำเนินการอย่างจริงจัง เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว โดยคณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2546 เห็นชอบตามที่นายกรัฐมนตรี เสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางดำเนินการและจัดทำบัญชีรายชื่อบุคคลผู้ต้องห้ามเข้าราชอาณาจักร (blacklist) เพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบการตรวจสอบและอนุญาตให้บุคคลต่างด้าวเข้าเมือง สำหรับกรณีชาวม้งในที่พักสงฆ์ถ้ำกระบอกทางการสหรัฐอเมริกาได้ประกาศเมื่อวัน ที่ 18 ธันวาคม 2546 ยินดีรับชาวม้งในที่พักสงฆ์ ถ้ำกระบอกซึ่งมีจำนวน 15,639 คน ไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐอเมริกา และได้ดำเนินการแล้ว ตั้งแต่เดือนมิถุนายน 2547– พฤษภาคม 2548 โดยทางการสหรัฐฯ ระบุว่า จะเป็นการรับชาวม้งในลักษณะดังกล่าว เข้าไปตั้งถิ่นฐานในสหรัฐฯ เป็นชุดสุดท้าย

การสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนไทย-ลาว เขตแดนไทย-ลาว

มีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 1,810 กิโลเมตร แบ่งเป็นเขตแดนทางบก 702 กิโลเมตร และเขตแดนทางน้ำ 1,108 กิโลเมตร ไทยและลาวได้ลงนามความตกลงเกี่ยวกับการสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวร่วมกัน โดยมีวัตถุประสงค์ที่จะจัดทำหลักเขตแดนตลอดแนวเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายรู้ที่ตั้งของเส้นเขตแดนอย่างแน่ชัดและ ได้จัดตั้งคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-ลาวขึ้นเป็นกลไกกำกับดูแลการดำเนินงานดังกล่าว มีรัฐมนตรี ว่าการกระทรวงการต่างประเทศของไทยและลาวเป็นประธานร่วม นับตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2540 ที่สองฝ่ายได้เริ่มสำรวจและจัดทำหลักเขตแดนในภูมิประเทศจริงจนถึงเดือนมิถุนายน 2549 สามารถจัดทำ หลักเขตแดนทางบกร่วมกันได้ 190 หลัก ระยะทางประมาณ 675 กิโลเมตร ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วม ว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 23-25 มกราคม 2549 ได้ตั้งเป้าหมายให้สองฝ่ายดำเนินการเจรจาจัดทำหลักเขตแดนทางบกให้แล้วเสร็จภายในปี 2549 และเขตแดนทางน้ำให้แล้วเสร็จภายในปี 2551

ความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ไทยและลาวได้ลงนาม ในบันทึกความเข้าใจว่าด้วยความร่วมมือในการควบคุมยาเสพติด วัตถุออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท และ สารตั้งต้น เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2544 หน่วยงานด้านปราบปรามยาเสพติดไทย-ลาวมีความร่วมมือทั้งด้าน วิชาการ แลกเปลี่ยนข้อมูล และความร่วมมือด้านการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดโดยได้จัดการประชุม ว่าด้วยความร่วมมือด้านยาเสพติดเป็นประจำทุกปี การประชุมครั้งล่าสุด คือ ครั้งที่ 9 ระหว่างวันที่ 6-7 กันยายน 2549 ที่จังหวัดเพชรบุรี ความคืบหน้าของความร่วมมือที่สำคัญ ได้แก่

เจ้าหน้าที่สองฝ่ายได้แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับการลักลอบค้ายาเสพติด อย่างต่อเนื่อง และขยายไปสู่การปฏิบัติการร่วมในการจับกุมนักค้ายาเสพติดรายสำคัญ

ทั้งสองฝ่ายเห็นชอบให้จัดตั้งสำนักงานประสานงานปราบปรามยาเสพติดชายแดน (Border Liaison Office- BLO) เพิ่มเติมอีก 8 จุด ใน 6 จังหวัด เพิ่มจากเดิมที่มี 2 จุด (ที่เชียงของ-ห้วยทราย และช่องเม็ก-วังเต่า) และเห็นชอบให้ขยายพื้นที่การลาดตระเวนร่วมตามลำแม่น้ำโขงจากพื้นที่ลำน้ำโขง ตอนบน สู่ลำน้ำโขงตอนกลาง (อำเภอบึงกาฬ จังหวัดหนองคาย- เมืองปากซัน แขวงบอลิคำไซ) และลำน้ำโขงตอนล่าง (อำเภอเมือง จังหวัดมุกดาหาร – เมืองคันทะบุรี แขวงสะหวันนะเขต / อำเภอโขงเจียม จังหวัดอุบลราชธานี – เมืองชะนะสมบูน แขวงจำปาสัก และอำเภอเขมราฐ จังหวัดอุบลราชธานี – เมืองสองคอน แขวงสะหวันนะเขต)

โครงการก่อสร้างศูนย์บำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ติดยาเสพติดที่แขวง จำปาสัก ที่ฝ่ายไทยให้ความช่วยเหลือมูลค่า 24.75 ล้านบาทได้ก่อสร้างเสร็จและส่งมอบให้ฝ่ายลาวเมื่อเดือนธันวาคม 2548 และฝ่ายไทยได้มอบวัสดุ/อุปกรณ์ในโครงการความร่วมมือและช่วยเหลือซึ่งกันและกันในการสกัดกั้นและปราบปรามยาเสพติด มูลค่าประมาณ 2 ล้านบาทให้ฝ่ายลาวเมื่อกลางเดือนมิถุนายน 2548

                ความร่วมมือในการอำนวยความสะดวกด้านการสัญจรของประชาชน

ไทยและลาวมีพรมแดนติดต่อกัน รวม 11 จังหวัด / 9 แขวง สองฝ่ายได้ลงนามความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราสำหรับผู้ถือหนังสือเดินทางธรรมดาเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2547 มีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2547 และได้ร่วมกันเปิด/ยกระดับจุดผ่านแดนที่เห็นเหมาะสมร่วมกัน ล่าสุด ที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือไทย-ลาว ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 23-25 มกราคม 2549 ได้เห็นชอบในหลักการให้ขยายเวลาทำการด่านช่องเม็ก-วังเต่า จากเดิมเวลา 06.00-18.00 น. เป็น 06.00-20.00 น. ซึ่งฝ่ายไทยได้ดำเนินการแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549

                ความร่วมมือด้านการค้า/เศรษฐกิจ

การค้าไทย-ลาวมีมูลค่าเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในปี 2548 การค้าไทย-ลาว มีมูลค่ารวม 40,107 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 43.27 จากปี 2547 ที่มีมูลค่าการค้า 27,993.3 ล้านบาท [ดูเอกสารแนบ] สินค้าส่งออกที่สำคัญ ได้แก่ น้ำมันสำเร็จรูป รถยนต์ อุปกรณ์และชิ้นส่วน ผ้าผืน เหล็ก เหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ เคมีภัณฑ์ สินค้านำเข้าจากลาวที่สำคัญ ได้แก่ ไม้ซุง ไม้แปรรูปและผลิตภัณฑ์ เชื้อเพลิง สินแร่โลหะ

               

ความร่วมมือด้านการลงทุน

ไทยเป็นประเทศที่ลงทุนในลาวมากที่สุด ในช่วงปี 2544-2548 มีบริษัทไทยได้รับอนุมัติโครงการลงทุนในลาวจำนวน 102 โครงการ มูลค่าประมาณ 606.53 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สาขาที่มีการลงทุนมาก ได้แก่ พลังงานไฟฟ้า ขนส่งและโทรคมนาคม ธุรกิจโรงแรม และการท่องเที่ยว ธนาคาร อุตสาหกรรมแปรรูปไม้ เครื่องนุ่งห่มและหัตถกรรม

                การให้สิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากรในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากลาว

ไทยมีนโยบายสนับสนุนการนำเข้าสินค้าเกษตรจากประเทศเพื่อนบ้าน รวมทั้งลาว ทั้งในกรอบอาเซียน และยุทธศาสตร์ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจ (ACMECS) เพื่อช่วยพัฒนาศักยภาพทางเศรษฐกิจของประเทศเพื่อนบ้าน สำหรับในปี 2547 ไทยได้ให้สิทธิพิเศษด้านภาษีศุลกากรในการนำเข้าสินค้าเกษตรจากลาวทั้งในรูปของการ ให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากรแก่ประเทศสมาชิกอาเซียนใหม่ (ASEAN Integration System of Preferences – AISP) และยกเว้นอากรขาเข้าสินค้าในลักษณะ One Way Free Trade รวมจำนวน 187 รายการและเพิ่มเป็น 300 รายการในปี 2548 และปี 2549

                ความร่วมมือด้านคมนาคมขนส่ง ที่ประชุมคณะกรรมาธิการร่วมว่าด้วยความร่วมมือ

ไทย-ลาว ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 27-28 พฤศจิกายน 2546 ณ เกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้มีมติให้แก้ไข ความไม่สะดวกในการสัญจรของประชาชนและยานพาหนะ โดยกระทรวงคมนาคมไทยและลาวได้ประชุมหารือ และร่วมกันกำหนดแนวทางปฏิบัติ ดังนี้

                การอำนวยความสะดวกในการสัญจรของยานพาหนะ

ทั้งสองฝ่ายได้ออกเอกสาร ประจำรถลักษณะเดียวกับหนังสือเดินทางเพื่อขอรับการตรวจเข้าเมืองที่ด่านตรวจ คนเข้าเมืองซึ่งมีผลในทาง ปฏิบัติตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2547 ทำให้ประชาชนไทยและลาวสามารถนำรถยนต์ส่วนบุคคลเดินทางผ่าน เข้า-ออก ดินแดนของแต่ละฝ่ายได้โดยสะดวกซึ่งแต่เดิมนั้นหากจะนำรถยนต์เข้าลาวต้องจอดรถไว้ที่ฝั่งไทยแล้ว ดำเนินการเพื่อขออนุญาตนำรถเข้าจากหน่วยงานกลางที่เวียงจันทน์ใช้เวลาประมาณ 2 วัน

                การขนส่งสินค้าผ่านแดน

รัฐบาลไทยและลาวได้เห็นชอบให้เปิดเสรีผู้ประกอบการ ขนส่งทางถนนผ่านแดนไทย-ลาวจากเดิมที่จำกัดเพียง 5 ราย ให้ผู้ประกอบการที่มีคุณสมบัติตามที่กำหนดมาขออนุญาตเป็นผู้ประกอบการขนส่งสินค้าไทย-ลาวได้ไม่จำกัดจำนวน มีผลปฏิบัติเมื่อวันที่ 1 มีนาคม 2547 ณ เดือนมิถุนายน 2549 มีผู้ประกอบการได้รับอนุญาตจำนวน 230 ราย จำนวนรถที่ได้รับอนุญาต 7,170 คัน ทำให้ต้นทุนค่าขนส่งลดลงร้อยละ 20-30

               

การขนส่งผู้โดยสาร สองฝ่ายได้เปิดเดินรถโดยสารประจำทางในเส้นทาง

1.       อุดรธานี-เวียงจันทน์

2.       หนองคาย-เวียงจันทน์ เมื่อเดือนเมษายน 2547

3.       ขอนแก่น-เวียงจันทน์ เมื่อ 14 กุมภาพันธ์ 2551

4.       อุบลราชธานี-ปากเซ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2549 และจะเปิดเดินรถเส้นทางมุกดาหาร-สะหวันนะเขต ในต้นปี 2550

รวมทั้งในเส้นทางอื่น ๆ ที่มีศักยภาพในระยะต่อไป

                ความร่วมมือด้านการเงินและการธนาคาร

ธนาคารแห่งประเทศไทยได้ให้ความ ช่วยเหลือร่วมมือกับธนาคารแห่ง สปป.ลาว ทั้งในด้านคำแนะนำเกี่ยวกับการวางแผนและบริหารนโยบาย การเงินและการคลัง การฝึกอบรมพนักงาน การศึกษาภาวะการค้าชายแดนร่วมกัน นอกจากนั้น ธนาคารแห่งประเทศไทยและธนาคารแห่ง สปป.ลาวได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจเกี่ยวกับการอำนวยความสะดวก และการสร้างความเชื่อมั่นในการชำระเงินระหว่างสองประเทศ เมื่อวันที่ 23 พฤศจิกายน 2546 และเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2547 ได้มีการลงนามความตกลงว่าด้วยการแลกเปลี่ยนเงินกีบและเงินบาท และความตกลงว่าด้วยการสนับสนุนสภาพคล่องเงินบาท โดยธนาคารแห่งประเทศไทยส่งมอบเงินบาท 500 ล้านบาทเข้าบัญชีเงินบาทของธนาคารแห่ง สปป.ลาว ที่เปิดไว้กับธนาคารแห่งประเทศไทย และธนาคารแห่ง สปป.ลาว ส่งมอบเงินกีบคิดเป็นมูลค่าเท่ากับ 500 ล้านบาทเข้าบัญชีเงินกีบของธนาคารแห่งประเทศไทยที่เปิดไว้กับธนาคารแห่ง สปป.ลาว ขณะเดียวกัน ธนาคารแห่งประเทศไทยจะสนับสนุนสภาพคล่องเงินบาทแก่ธนาคารแห่ง สปป.ลาว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและสนับสนุนการใช้เงินกีบและเงินบาทในการชำระค่าสิน ค้าและการลงทุนระหว่างสองประเทศ

                ความร่วมมือด้านไฟฟ้าและพลังงานอื่น ๆ

ลาวให้ความสำคัญต่อโครงการพลังงานเนื่องจากเป็นแหล่งสร้างรายได้ที่สำคัญให้ แก่ประเทศ ไทยและลาวได้ลงนามในบันทึกความเข้าใจว่าด้วย การพัฒนาไฟฟ้าในลาว 2 ฉบับเมื่อเดือนมิถุนายน 2536 และมิถุนายน 2539 สรุปว่าทั้งสองฝ่ายจะร่วมมือพัฒนาไฟฟ้าในลาวเพื่อจำหน่ายให้ไทยจำนวน 3,000 เมกะวัตต์ภายในปี 2549 ปัจจุบัน มีโครงการภายใต้บันทึกความเข้าใจฯ ที่อยู่ในแผนการเจรจารับซื้อไฟฟ้าจากลาวจำนวน 8 โครงการ รวมกำลังผลิต ณ จุดส่งมอบประมาณ 3,596 เมกะวัตต์ โดยมีโครงการที่จ่ายไฟฟ้าเข้าระบบการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแล้ว 2 โครงการ รวม 313 เมกะวัตต์ ได้แก่ โครงการน้ำเทิน-หินบูน (เมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2541) และโครงการห้วยเฮาะ (เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2542) มีกำลังผลิต ณ จุดส่งมอบ 187 เมกะวัตต์ และ 126 เมกะวัตต์ ตามลำดับ และมีโครงการ ที่ลงนามสัญญาซื้อขายไฟฟ้า (PPA) แล้ว 2 โครงการ ได้แก่ โครงการน้ำเทิน 2 กำลังการผลิต 920 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2552 และโครงการน้ำงึม 2 กำลังการผลิต 615 เมกะวัตต์ กำหนดจ่ายไฟฟ้าเข้าระบบในปี 2554

                ความร่วมมือด้านการพัฒนาเครือข่ายคมนาคม

ไทยให้ความสำคัญกับความ ร่วมมือเพื่อพัฒนาเครือข่ายคมนาคมเชื่อมโยงไทย-ลาว ซึ่งนอกจากจะทำให้ประชาชนไทย-ลาวสามารถเดินทาง ไปมาหาสู่กันได้สะดวกยิ่งขึ้นแล้ว ยังเป็นการช่วยเหลือให้ลาวเปลี่ยนจากประเทศที่ไม่มีทางออกทะเล เป็นจุดเชื่อมโยงในอนุภูมิภาคตามนโยบายการพัฒนาประเทศของรัฐบาลลาวด้วย ปัจจุบัน โครงการพัฒนาเครือข่ายคมนาคมที่ไทยให้ความช่วยเหลือแก่ลาวมีความคืบหน้าตามลำดับ โครงการเสร็จสมบูรณ์แล้ว ได้แก่ สะพานข้ามแม่น้ำเหืองระหว่างจังหวัดเลยกับแขวงไชยะบุรี การพัฒนาสนามบินวัดไตที่นครหลวงเวียงจันทน์ การก่อสร้าง ทางลาดขึ้น-ลง (RAMP) บริเวณท่าเทียบเรือแขวงคำม่วน และโครงการก่อสร้างถนนเชื่อมท่าเทียบเรือแขวง คำม่วน-ถนนหมายเลข 13 นอกจากนั้น สะพานข้ามแม่น้ำโขงระหว่างจังหวัดมุกดาหาร-แขวงสะหวันนะเขต กำหนดสร้างเสร็จในปลายปี 2549

ไทยและลาว มีความร่วมมือในกรอบพหุภาคีภูมิภาคที่สำคัญ ได้แก่ อาเซียน ลาวเข้าเป็นสมาชิกอาเซียนเมื่อเดือนกรกฎาคม 2540 ได้เป็นประธาน คณะกรรมการประจำอาเซียนเมื่อกรกฎาคม 2547 ไทยได้ให้ความร่วมมือแก่ลาวเพื่อให้สามารถมีส่วนร่วม ในอาเซียนได้อย่างทัดเทียมกับประเทศสมาชิกอาเซียนเก่า ทั้งในกรอบความริเริ่มเพื่อการรวมตัวของอาเซียน การให้สิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร รวมทั้งให้ความร่วมมือแก่ลาวเตรียมความพร้อมในโอกาสที่ลาวเป็นเจ้าภาพจัดการ ประชุมสุดยอดอาเซียน ครั้งที่ 10 เมื่อเดือนพฤศจิกายน 2547 โดยได้จัดการดูงานให้เจ้าหน้าที่ลาว ให้การสนับสนุนด้านวัสดุอุปกรณ์สำหรับจัดตั้งศูนย์ข่าว มูลค่าประมาณ 11.80 ล้านบาท และให้ความช่วยเหลือทางการเงินเพื่อปรับปรุงสนามบินวัดไตมูลค่าประมาณ 320 ล้านบาท

 

 

 

เด็กจากมหาวิทยาลัยแห่งขุนเขา ปรมินทร์ ทั่วประโคน(มีต่อครับ)

 

 

 

 

 




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สมดุล วันที่ : 20/09/2009 เวลา : 18.15 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/retailshop

บรรดาน้องๆทุกคนที่มีอีเมล ของตนเองแล้ว นับเป็นบันไดขั้นแรกที่จะก้าวต่อไป เป็นเจ้าของธุรกิจ ระหว่างที่เล่าเรียนดีไปด้วย เช่นเดียวกับ วอร์เรน บัฟเฟตต์ ที่เริ่มทำะธุรกิจตอน ๑๑ ขวบ ซึ่งวอร์เรน ยังบอกว่าเริ่มช้าไป

ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง ทั้งการเรียนรู้ และลงมือทำไปด้วย ยิ่งเพิ่มศักยภาพของตนเองและดีวิเศษ ในการบริหารเวลาของชีวิต

มีแบบอย่างรายละเอียดให้ศึกษาที่ http://www.ainews1.com แม้จะเพียงแวะไปเยี่ยมชม ส่วนจะดีอย่างไร น้องๆที่สนใจ ต้องการต่อยอดการเป็นผู้นำเยาวชนรุ่นจิ๋ว เพื่อนๆเขาทำกันอย่างไร ก็คุ้มแล้ว

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน