*/
  • Pretender
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : pmmikewarin@gmail.com
  • วันที่สร้าง : 2010-02-19
  • จำนวนเรื่อง : 269
  • จำนวนผู้ชม : 781941
  • จำนวนผู้โหวต : 303
  • ส่ง msg :
  • โหวต 303 คน
CARE Principle

Service Recovery by CARE

View All
<< มกราคม 2011 >>
อา พฤ
            1
2 3 4 5 6 7 8
9 10 11 12 13 14 15
16 17 18 19 20 21 22
23 24 25 26 27 28 29
30 31          

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 31 มกราคม 2554
Posted by Pretender , ผู้อ่าน : 20656 , 21:43:37 น.  
หมวด : การศึกษา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน Pretender , Surakant โหวตเรื่องนี้

สวัสดีเพื่อนสมาชิกทุกท่านครับ

ผมมีโอกาสได้พาคณะผู้บริหารไปศึกษาดูงานที่โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา ณ บ้านกวางงอย ต.โคกกลาง อ.ลำปลายมาศ จ.บุรีรัมย์ เมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา มีเรื่องดีๆ ได้แนวคิดดีๆ หลายเรื่องที่อยากจะแบ่งปันเพื่อนสมาชิกครับ

เรามารู้จักกับโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา และโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนากันก่อนดีกว่าครับ โดยคุณครูกระถิน ครูของโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนาได้เล่าประวัติความเป็นมาอย่างคร่าวๆ ให้พวกเราฟังครับ

“โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา” เกิดจากความคิดของคุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน และนายเจมส์ คลาร์ค ชาวอังกฤษ ได้เปิดทำการเรียนการสอนเมื่อปี 2546 มีวัตถุประสงค์เพื่อให้โรงเรียนเป็นแบบอย่างในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน และเพื่อให้นักเรียนในชนบทได้เรียนในโรงเรียนที่มีคุณภาพโดยไม่เสียค่าเล่าเรียน โดยเปิดสอนระดับอนุบาลถึงป.

ณ ปีนี้ นักเรียนรุ่นแรกของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาพร้อมแล้วสำหรับการศึกษาต่อในระดับมัธยม

คุณมีชัย วีระไวทยะ นายกสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ซึ่งต้องการพัฒนาคุณภาพของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง จึงได้ก่อตั้งมูลนิธิมีชัย วีระไวทยะ เพื่อก่อตั้ง “โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา” โดยเปิดทำการสอนในมัธยมศึกษาปีที่ 1 และ 2 จำนวนชั้นละ 1 ห้องเรียน นักเรียนคัดเลือกจากชุมชน เป็นเด็กที่ยากจน เด็ก ๆ เรียนฟรีแต่มีเงื่อนไขว่าต้องทำบำเพ็ญประโยชน์ให้กับสังคม โดยเฉพาะชุมชน เด็ก ๆ เป็นกรรมการคัดเลือกครูผู้มาสอนด้วย เด็ก ๆ มัธยมตอนนี้มี 62 คน ซึ่งบางส่วนก็จบมาจากระดับประถมศึกษาของโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนาและโรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา เกิดจากแนวคิดนอกกรอบโดยมุ่งหวังจะปฏิวัติการเรียนการสอนที่เคยมีมาในระบบการศึกษาไทย บนปรัชญา 'การศึกษาเพื่อพัฒนาความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์' ซึ่งหมายถึงการเรียนการสอนที่พัฒนาในทุกๆ ด้าน ทั้งร่างกาย ความคิด อารมณ์และจิตวิญญาณ ภายใต้บรรยากาศการเรียนรู้อย่างมีความสุข

แนวคิดนอกกรอบที่คุณครูกระถินยกตัวอย่างให้เราฟังหนึ่ง ก็เช่น ไม่มีการสอบ ไม่มีเสียงระฆัง ไม่ต้องใช้แบบเรียน ไม่มีดาวให้นักเรียน ไม่ได้จัดลำดับความสามารถผู้เรียน เป็นโรงเรียนที่ครูสอนด้วยเสียงที่เบาที่สุด โรงเรียนที่พ่อแม่ต้องมาเรียนรู้ร่วมกับลูก โรงเรียนที่ทุกคนได้เรียนรู้อย่างมีความสุข 

อีกตัวอย่างหนึ่ง เช่น สำหรับเด็กมัธยม เมื่อเด็กขึ้นชั้น ม.2 เด็กๆ จะย้ายมาเรียนที่พัทยา มาเปิดหูเปิดตาพบสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ มาอยู่ใกล้ทะเล ไปแล่นเรือใบ” เสียงครูใหญ่คุยให้ฟังถึงอนาคตที่ดูน่าสนุกและตื่นเต้นไม่น้อยในปีหน้า เมื่อเขาวางแผนจะพาเด็กๆ ในชนบทอีสาน มาสัมผัสบรรยากาศการเรียนการสอนในอีกรูปแบบ โดยย้ายมาใช้ชีวิตในโรงเรียนกินนอนที่พัทยาตลอดหนึ่งปีการศึกษาในช่วงชั้น ม.2 จากนั้นจะย้ายกลับไปเรียนต่อจนจบชั้น ม.6 ที่บุรีรัมย์ตามเดิม

ที่น่าทึ่งและสะดุดตาพวกเราเมื่อเดินชมโรงเรียน ก็คือ อาคารเรียนทั้งหมดในโรงเรียนมัธยมสร้างจากไม้ไผ่ ใช้เทคโนโลยีการก่อสร้างจากมูลนิธิไม้ไผ่ ประเทศอินโดนีเซีย เน้นความเป็นธรรมชาติ สร้างบรรยากาศที่เหมาะสมกับการเรียนรู้ ผ่อนคลาย ไม่ตึงเครียด และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เขาสร้างห้องเรียนแบบหกเหลี่ยม ให้เด็กๆ นั่งล้อมวงเรียนในห้อง ไม่มีเด็กหน้าห้องหลังห้อง ทุกๆ เช้าเด็กและครูต้องกอดกัน มีการทำกิจกรรมพัฒนาคลื่นสมอง สร้างความผ่อนคลายและอารมณ์ที่ดีกับเด็กก่อนเข้าเรียน 

นอกจากนี้ นักเรียนยังมีส่วนในการเลือกเรื่องที่จะเรียน และวางแผนจัดการการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง หรือแม้แต่เครื่องแบบชุดนักเรียนที่เห็นเด็กๆ ใส่ก็มาจากความคิดของพวกเขาออกแบบกันเอง” 

คุณครูกระถินเล่าว่า คุณมีชัยมีแนวคิดให้โรงเรียนที่นี่เป็นมากกว่าห้องเรียน โดยจะให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้และพัฒนาที่ขยายไปสู่ครอบครัวและชุมชนที่อยู่รอบตัวเด็กๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นการประกอบอาชีพ การทำเกษตรรูปแบบใหม่ๆ การสอนเรื่องธุรกิจในหลักสูตร Bare foot MBA หรือเอ็มบีเอเท้าเปล่า รวมไปถึงการสร้าง Design School ที่จะยกระดับความคิดสร้างสรรค์ และพึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน 

เมื่อพวกเราถามว่า คุณมีชัยนำแนวคิดนี้มาจากไหน อะไรเป็นตัวจุดประกายให้ก่อตั้งโรงเรียนนี้ขึ้นมา

คุณครูกระถินตอบว่า คุณมีชัยผู้ก่อตั้งโรงเรียนนี้พิจารณาเห็นว่า เดิมที่มูลนิธิเคยใช้วิธีการให้ทุนการศึกษา 2,400 ทุนต่อปี เพื่อช่วยเหลือให้เด็กๆ ได้มีโอกาสเรียนหนังสือ แต่ด้วยกรอบความคิดและวิธีเดิมๆ ของการเรียนการสอน ผลผลิตทางการศึกษาส่วนใหญ่จึงเป็นเพียงผู้ตามของเมื่อวานมากกว่าสร้างผู้นำในอนาคต คุณมีชัยเลยเกิดคำถามว่า เราจะจัดระบบการศึกษาใหม่ พัฒนาให้ดีกว่าเดิมได้ไหม เพื่อจะสร้างผู้นำของอนาคต สร้างการเปลี่ยนแปลงในสังคม น่าจะยั่งยืนกว่าการให้ทุนการศึกษา หรือการช่วยเหลือแบบสังคมสงเคราะห์

โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา จ.บุรีรัมย์ จึงเริ่มต้นขึ้นแห่งแรกในระดับอนุบาลถึงประถมศึกษา ในปี 2546 ด้วยการจับสลากเข้าเรียน เด็กๆ จากท้องไร่ท้องนาก็มีโอกาสได้รับการศึกษาฟรี และดีเทียบเท่าโรงเรียนนานาชาติ แต่มีข้อพิจารณาที่สำคัญ คือ ผู้ปกครองต้องสามารถรับส่งได้ทุกวัน และพร้อมที่จะร่วมมือทำกิจกรรมกับทางโรงเรียน

โดยคุณมีชัยเชื่อว่า เมื่อจบออกไปเติบโตขึ้นในวันข้างหน้า พวกเด็กๆ จะเป็นพลเมืองที่ดีและกลับมาตอบแทนคืนให้กับสังคมได้ และที่สำคัญ คุณมีชัยอยากบ่มเพาะสร้างคนให้เป็นครู เชื่อว่าด้วยการจัดการศึกษาแบบนี้ผ่านหลักสูตรตลอด 14 ปีที่วางพื้นฐานตั้งแต่ชั้นอนุบาลจนถึง ม.เด็กๆ จากที่นี่น่าจะสามารถเป็นครูที่ดีได้

ผลของการปฏิวัติการเรียนการสอนรูปแบบใหม่ โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา กลายเป็นโรงเรียนในชนบทห่างไกลที่ได้มาตรฐานระดับโลก จากการประเมินของคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยทัสมาเนีย ออสเตรเลีย เมื่อปี 2549 และในปี 2550 จากผลการประเมินของสำนักงานประเมินและรับรองมาตรฐานการศึกษา (สมศ.) ยังผ่านการประเมินในระดับที่ดีมาก จนวันนี้ได้พัฒนาไปอีกขั้น ด้วยการก่อตั้ง “โรงเรียนมัธยมมีชัยพัฒนา” เพื่อรองรับเด็กที่จบจากโรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา เพื่อให้เด็กๆ กลับมาพัฒนาชุมชนอย่างยั่งยืนต่อไป

โชคดีจริงๆ ที่มีโรงเรียนเช่นนี้ในเมืองไทย ต้องขอขอบคุณ คุณมีชัยที่สร้างสรรค์สิ่งที่ดีให้กับสังคมไทยจริงๆ แนวคิดของคุณมีชัยที่ว่าครอบครัวอบอุ่น เยาวชนมีความรู้ ประชากรมีรายได้ และชุมชนเข้มแข็ง ท่านจึงได้บูรณาการบ้าน วัด โรงเรียน เข้าด้วยกัน เพื่อให้ชุมชนมีผู้นำ คนมีงานทำ เยาวชนมีความรู้ นำกระบวนการเรียนรู้มาเชื่อมโยงกับวิถีชุมชน เกิดความรักถิ่นฐาน และพร้อมร่วมกันทำชุมชนให้เข้มแข็ง น่าเลื่อมใสมากจริงๆ ครับ และในวันนี้ ด้วยผลงานมากมายผ่านมาหลายปีของคุณมีชัย เรามีประชากรที่มีคุณภาพ มีหมู่บ้านที่เข้มแข็ง มีโรงเรียนที่น่าส่งลูกหลานเข้าเรียนมากที่สุด อยู่ในเมืองไทยแล้วครับ ขอชื่นชมด้วยใจจริงครับ

 คุณครูกระถิน อายุ 29 ปีเองครับ เก่งมากเลย

ไม่แปลกใจเลย หากใครๆ ก็อยากจะให้ลูกหลานมาเรียนหนังสือที่โรงเรียนแห่งนี้ครับ

ด้วยความปรารถนาดีจาก ... Mr.MONK


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
HRD.Everywhere วันที่ : 02/02/2011 เวลา : 17.59 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/hrdeverywhere
ไม่จำเป็นต้องกด "Like" ถ้า "นิ้วกับใจไม่ตรงกัน"

สุดยอดโรงเรียนครับ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
pankan วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 20.41 น.

เป็นการนำร่องการพัฒนาการศึกษา ที่ยอดเยี่ยมมากๆ คุณมีชัยตัวอย่างคนดีของสังคม ที่ทดแทนคุณแผ่นดินอย่างแท้จริง

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
เอกสิทธ์ วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 19.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/vasit
นายอ้วน - Study?& Learn

ขออนุญาตพูด 2 คำ
"สุดยอด" ครับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ต้นไม้น้อย วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 17.41 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/a-little-tree
. Pp Only One .

เยี่ยมจริงๆค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พฤจิกา วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 15.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bigeye2009
"... ณ ทางแยก... บนทางเดินชีวิต..."


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ลุงวอ วันที่ : 01/02/2011 เวลา : 12.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/welder

โรงเรียนนอกกะลา

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน