• Chitto
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2017-01-12
  • จำนวนเรื่อง : 24
  • จำนวนผู้ชม : 7518
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
It's my life
เรื่องราวต่างๆ รอบตัว ที่อย่างบ่น อย่างคุย ให้ใครสักคนรับรู้ ในสิ่งที่เราอย่าจะนำเสนอ
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/Quotes
วันอังคาร ที่ 7 กรกฎาคม 2563
Posted by Chitto , ผู้อ่าน : 272 , 15:41:01 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

ในภาพอาจจะมี ท้องฟ้า, พื้นหญ้า, ภูเขา, สถานที่กลางแจ้ง และธรรมชาติ

หลังจากโควิด-19 ได้บุกเข้ามาในประเทศไทย หลายๆ เรื่องที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนหน้านั้นก็ถูกลืมเลือนไปจากความสนใจของคนไทย ที่ลองมานั่งนึกๆ ดู เรื่องเหล่านี้ เพิ่งเกิดขึ้นก่อนหน้าโควิด-19 จะมาเพียงไม่นานด้วยซ้ำ ไม่ว่าจะเป็น เหตุการณ์ชิงทองที่จังหวัดลพบุรี, เหตุการณ์กราดยิงที่จังหวัดนครราชสีมา, ความวุ่นวายทางการเมือง รวมถึงเรื่องฝุ่น PM 2.5 ที่เกิดวิกฤตลากยาวมาตั้งแต่ช่วงปลายปี 2562

 

เรื่องราวบางเรื่อง อาจเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นแล้วจบไป บางเรื่องก็เป็นเรื่องที่ยังต้องวนเวียนกับประเทศเราไปอีกนานและไม่น่าจะแก้ไขได้ แต่บางเรื่องยังไม่ได้รับการแก้ไขและมันจะเกิดขึ้นในช่วงเวลาเดิมๆ ตามรอบปฏิทินในทุกๆ ปี

 

ผลกำลังพูดถึงเรื่อง “ฝุ่น PM 2.5” ซึ่งก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตโรคโควิด-19 ระบาด ฝุ่น PM 2.5 ถือว่าเป็นปัญหาใหญ่ของคนไทยทั้งประเทศ ที่ภาครัฐและเอกชนต่างช่วงกันหาทางแก้ไข แต่ยังไม่มีอะไรเป็นรูปธรรม หรือเป็นชิ้นเป็นอันสักอย่าง แต่เมื่อโควิด-19 มา กลับเหมือนว่าหลายๆ อย่างจะดีขึ้น จนบางคนออกมาชื่นชมเจ้าเชื้อไวรัสมฤตยูนี่ด้วยซ้ำ

ฝุ่นพิษกับอนาคตคนไทยที่เลือก (ไม่) ได้? | อนาคตคนไทย 4.0

ที่มาของฝุ่น PM 2.5 ส่วนหนึ่งมาจากการเผาป่า เผาไร่ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ทางภาคเหนือที่มีการปลูกรุกล้ำเข้าไปบนพื้นที่ภูเขา และการที่ชาวบ้านจะได้พื้นที่มาปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ (กรณีไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเอง อาจไม่มีเลยหรือมีไม่มากพอ) ก็ต้องจัดการกับต้นไม้หรือวัชพืชต่างๆ ที่อยู่ในจุดที่ตนต้องการ ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือการ “เผา” และเมื่อได้ที่ดินที่ต้องการแล้ว ปลูกผลผลิตและเก็บเกี่ยวแล้ว ก็ต้องกลับเข้าสู่วิธีการจัดการกับต้นข้าวโพด เพื่อกำจัดและเตรียมที่ไว้สำหรับการปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในครั้งต่อไป ซึ่งวิธีที่ง่ายที่สุดคือการ “เผา” นั่นเอง

 

ตรงจุดนี้ ตัวแปลสำคัญที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องมีส่วนรับผิดชอบคือบริษัทที่รับซื้อผลผลิตของชาวบ้าน เนื่องจากบริษัทต้องมีการสอบถามแหล่งที่มาของข้าวโพดเลี้ยงสัตว์อยู่ก่อน ว่าพื้นที่ที่ปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์นั้นๆ มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องหรือไม่ เป็นพื้นที่ที่รุกล้ำพื้นที่ป่าหรือไม่

 

ด้วยเหตุนี้บริษัทต่างๆ จึงต้องออกมาตรการเพื่อรับผิดชอบต่อสังคม ในการรับซื้อผลผลิตทางการเกษตรเหล่านี้ เช่นเดียวกับบริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ที่เคยออกมาประกาศก่อนหน้านี้แล้วว่า “จะไม่รับซื้อผลผลิตที่ไม่มีเอกสารสิทธิ์โดยเด็ดขาด” และปัจจุบันได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่มาช่วยยกระดับ “ระบบตรวจสอบย้อนกลับแหล่งที่มาข้าวโพดเลี้ยงสัตว์” รวมถึงการสนับสนุนให้คู่ค้ามีส่วนร่วมในระบบตรวจสอบย้อนกลับเพื่อความแม่นยำและโปร่งใสยิ่งขึ้น ตอกย้ำการทำธุรกิจด้วยความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างยั่งยืน คำนึงถึงสิ่งแดล้อม พร้อมเดินหน้าพัฒนาศักยภาพเกษตรกรและคู่ค้าเติบโตไปด้วยกัน

ไพศาล เครือวงศ์วานิช

นายไพศาล เครือวงศ์วานิช รองประธานคณะผู้บริหาร กลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ บริษัท กรุงเทพโปรดิ๊วส จำกัด (มหาชน) บริษัทผู้พัฒนาแหล่งผลิต เพิ่มคุณค่าสินค้าเกษตร และธุรกิจการค้าสินค้าเกษตรแปรรูปสู่ผู้บริโภคในระดับโลก โดยเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบอาหารสัตว์ให้ซีพีเอฟ กล่าวว่า การประกาศรับซื้อข้าวโพดเลี้ยงสัตว์บนพื้นที่ที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง และใช้ระบบตรวจสอบย้อนกลับ (Corn Traceability) ได้ดำเนินการมาตั้งแต่ต้นปี 2559 ที่ยืนยันเจตนารมย์การจัดหาวัตถุดิบทางการเกษตรที่มาจากแหล่งผลิตที่รับผิดชอบและสามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ มีฐานข้อมูลในระบบการขึ้นทะเบียนเกษตรกรที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้อง เพื่อให้สอดคล้องตามนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน พร้อมกันนี้ยังเดินหน้าขับเคลื่อนนำระบบบริหาร และเทคโนโลยีสมัยใหม่ ส่งเสริมการใช้ระบบ GPS เพื่อติดตามรถขนส่ง รวมถึงการพัฒนาเครื่องมือต่าง ๆ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบย้อนกลับแหล่งปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ให้มีความถูกต้องและชัดเจนยิ่งขึ้น

 

“เพื่อยกระดับระบบตรวจสอบย้อนกลับดังกล่าว บริษัทฯ ได้รับความร่วมมือจากคู่ค้าธุรกิจและผู้รวบรวมข้าวโพดในการติดตั้งระบบ GPS Tracking บนรถขนส่งทุกคัน ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2563 ที่ผ่านมา เพื่อใช้ในติดตามข้อมูลแบบ real time สำหรับการขนส่งข้าวโพดเข้าสู่โรงงานอาหารสัตว์ซีพีเอฟในเขตประเทศไทยได้ครบ 100% ทำให้ระบบตรวจสอบย้อนกลับมีความแม่นยำและโปร่งใสยิ่งขึ้น ทราบแหล่งที่มาที่ชัดเจน นอกจากนี้ระบบดังกล่าวยังจะช่วยให้บริษัทฯ สามารถอำนวยความสะดวก เพิ่มความคล่องตัว และประสิทธิภาพการขนส่งให้แก่คู่ค้าอีกด้วย”

ซีพีเอฟ ยังได้เริ่มนำระบบตรวจสอบย้อนกลับดังกล่าวไปขยายผลในประเทศเพื่อนบ้านโดยตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2563 ที่ผ่านมา เครือเจริญโภคภัณฑ์(ซีพี) โดยซีพีเอฟ และกลุ่มธุรกิจการค้าวัตถุดิบอาหารสัตว์ประกาศรับซื้อผลผลิตข้าวโพดจากแหล่งผลิตที่มีเอกสารสิทธิ์ถูกต้องในเขตประเทศเมียนมา ภายใต้ระบบตรวจสอบย้อนกลับเท่านั้น โดยเกษตรกรมอบความมั่นใจให้กับโรงงานอาหารสัตว์ซีพีเขตประเทศเมียนมาและร่วมลงชื่อเพื่อขึ้นทะเบียนตามการกำหนดมาตรฐานการรับซื้อจากแหล่งผลผลิตข้าวโพดที่มีเอกสารสิทธิ์ และเป็นส่วนหนึ่งในการรักษาผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดแห่งหนึ่งในเขตเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

นอกจากนี้ ซีพีเอฟยังได้มุ่งเน้นการสร้างพันธมิตรในห่วงโซ่การผลิตอาหารทั้งคู่ค้าธุรกิจต่อเนื่องจนถึงเกษตรกร เพื่อให้เติบโตไปด้วยกันอย่างยั่งยืน ผ่านโครงการ “เกษตรกรพึ่งตน ข้าวโพดยั่งยืน” ตั้งแต่ปี 2558 ส่งเสริมเกษตรกรให้มีความรู้สมัยใหม่ในการเพิ่มผลผลิตต่อไร่ ต้นทุนการผลิตลดลง พัฒนาผลผลิตที่มีคุณภาพสามารถขายตรงให้กับโรงงานอาหารสัตว์ได้ ด้วยการถ่ายทอดองค์ความรู้ ตั้งแต่ขั้นตอนการเพาะปลูกที่ถูกต้อง การวิเคราะห์ดิน การใช้ปุ๋ย การใช้สารเคมีที่เหมาะสม รวมทั้งกระบวนการจัดการหลังเก็บเกี่ยวเพื่อรักษาคุณภาพของผลผลิต โดยในปี 2563 นี้ บริษัทฯ มีเป้าหมายที่จะขยายผลโครงการในพื้นที่ อ.ด่านขุนทด อ.สีคิ้ว และ อ.สูงเนิน จ.นครราชสีมา ตั้งเป้าส่งเสริมเกษตรกรทั้งสิ้น 1,000 ราย พื้นที่เพาะปลูก 30,000 ไร่

 

ทั้งนี้ ซีพีเอฟ ยังได้ร่วมมือกับ กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน ดำเนินแผนงานโครงการ ความร่วมมือพัฒนาคู่ค้าสู่ระบบมาตรฐานแรงงานไทย เพื่อยกระดับขีดความสามารถของคู่ค้าในหลากหลายธุรกิจ และผู้รวบรวมข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ในห่วงโซ่อุปทานมีการบริหารจัดการแรงงานด้วยความรับผิดชอบและถูกต้องตามกฎหมาย และผลักดันให้ผู้ประกอบการได้การรับรองมาตรฐานแรงงานไทยอีกด้วย เป็นการยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ลดความเหลื่อมล้ำซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญอีกองค์ประกอบหนึ่งของนโยบายการจัดหาอย่างยั่งยืน

 

นี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของบริษัทที่พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ต้องลองดูว่ารัฐบาลเอง จะมีแนวทางแก้ไขปัญหาในรูปแบบอื่นๆ ตามมาอีกหรือไม่

 

###########################

ข้อมูล : ฐานเศรษฐกิจ




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน