• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 385
  • จำนวนผู้ชม : 158954
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/R009
วันศุกร์ ที่ 30 ตุลาคม 2563
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 206 , 11:29:45 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

บทพิสูจน์ "ซีพี" กลางวิกฤติ ไฮเปอร์มาร์เก็ต

 

     นักวิชาการ ชี้วิกฤติไฮเปอร์มาร์เก็ต ความท้าทายซีพี พาเทสโก้ โลตัส เดินหน้าฝ่าดิสรัปชั่น หากผ่านกรรมการกขค.เปิดตำราพลิกฟื้นโลตัส หลังขาดทุนทั่วโลก แถมถูกซ้ำเติมด้วยโควิด

 

     ยังคงต้องลุ้นกันต่อไป  สำหรับการเข้าซื้อเทสโก้ โลตัส ของกลุ่มซีพี จากวิกฤติอุตสาหกรรมค้าปลีกที่ถูกดิสรัปต์จากพฤติกรรมผู้บริโภคในยุคดิจิทัล แถมซื้อขายในราคาสูง และต้องมาเจอกับความท้าทายอีก หลังโควิด-19 เพราะอุตสาหกรรมค้าปลีก ถือเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

 

      “เทสโก้" ซึ่งเป็นหนึ่งในเชนค้าปลีกรายใหญ่ของอังกฤษ ก่อตั้งโดย "แจ็ก โคเฮน" ในปี 1919 หรือ พ.ศ. 2462 และขยายสาขาไปใน 11 ประเทศทั่วโลก รวมถึงไทย ซึ่งเทสโก้เข้ามาซื้อหุ้นส่วนใหญ่ของบริษัท เอก-ชัย ดิสทริบิวชั่นซิสเทม จำกัด ผู้บริหารเชนค้าปลีก "โลตัส ซูเปอร์เซ็นเตอร์"จาก เครือซีพี เมื่อปี 2541 และเปลี่ยนชื่อเป็น "เทสโก้ โลตัส" จนปัจจุบันมีสาขาในรูปแบบต่าง ๆ รวม 1,967 สาขาทั่วประเทศ 


 

     “เทสโก้” ต้องเจอคลื่นวิกฤติหลากหลาย ตั้งแต่ปี 2557 ซึ่งมีปัญหาการแจ้งตัวเลขกำไรเกินจริง ทำให้ต้องจ่ายค่าปรับกว่า 214 ล้านปอนด์ และมูลค่าในตลาดหุ้นหายไปกว่า 50% จนเทสโก้ต้องประกาศจะปลดพนักงาน 4,500 ตำแหน่งในส่วนของเทสโก้ เมโทร ซึ่งมีสาขาอยู่ในประเทศอังกฤษ เพื่อลดค่าใช้จ่าย

     กระทั่ง ต้องปรับโครงสร้างธุรกิจขนานใหญ่ ทั้งการบริหาร การเงิน รวมถึงหันไปโฟกัสธุรกิจในอังกฤษมากยิ่งขึ้น ทำให้ยักษ์ค้าปลีกทยอยขายกิจการในต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง เช่น เกาหลีใต้ ตามด้วยตุรกี โปแลนด์ หลังจากขายธุรกิจในฝรั่งเศส สหรัฐ จีน และญี่ปุ่นไปก่อนแล้ว

 

     ดังนั้น การขายธุรกิจเทสโก โลตัส ในไทย จึงเป็นการรักษาชีวิตในช่วงวิกฤติเศรษฐกิจ ที่มีซีพีมารับช่วงต่อในการดึงหัวเรือ ไม่ให้จมลงสู่ก้นทะเล และถือว่า เป็นการรักษาอุตสาหกรรมไฮเปอร์มาร์ทในประเทศไทยให้อยู่รอด ซึ่งต้องใช้ความพยายามมากกว่าเดิมหลายเท่า เพราะอุตสาหกรรมแย่อยู่แล้ว ยังมาเจอโรคระบาดโควิดซ้ำเติม

 

นักวิชาการ...ฝากให้คิด

     รศ.ดร.วิเลิศ ภูริวัชร คณบดีคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยกล่าวว่า ช่องทางการจัดจำหน่าย จะทำให้เกิดการหมุนเวียนสินค้า หากยังสามารถรักษาอุตสาหกรรมให้อยู่รอด จะช่วยให้ผู้ประกอบการตลอดห่วงโซ่ สามารถซื้อขาย ได้ตามปกติ เกิดการหมุนเวียนของเศรษฐกิจหลายรอบ

 

 

     ทั้งนี้หากเทียบกับอวัยวะในร่างกายคนเรา อาจพูดได้ว่า ไฮเปอร์มาร์เก็ตเปรียบเสมือนเส้นเลือดใหญ่ที่คอยกระจายเลือดและสารอาหารสู่อวัยวะส่วนต่างๆ และยังทำหน้าที่คอยสนับสนุนกระดูกสันหลังที่จะว่าไปแล้ว ก็หมายความถึงอาชีพที่เป็นเสาหลักของประเทศ นั่นก็คือ เกษตรกร ชาวไร่ ชาวนา ซึ่งอาจรวมไปถึงผู้ผลิตสินค้า ไม่ว่าจะขนาดเล็กหรือใหญ่ ให้สามารถกระจายสินค้าไปยังส่วนต่างๆ ของประเทศได้ รวมถึงการจ้างงาน ส่งเสริมให้คนประกอบอาชีพ สร้างรายได้ให้แก่ครอบครัว ทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนในประเทศดีขึ้น

 

     “หากเรามองเห็นว่า เส้นเลือดใหญ่ของประเทศที่ว่านี้ มีความสำคัญเพียงใดต่อระบบเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของคนในประเทศเราเองแล้ว แต่เส้นเลือดใหญ่นี้เอง กลับมีชาวต่างชาติเป็นเจ้าของเสียอย่างนั้น และเป็นต้นเหตุสำคัญทำให้เลือดที่นำพาสารอาหารไหลออกนอกร่างกายของเราไป จะดีกว่าหรือไม่ที่เส้นเลือดใหญ่ของประเทศไทยเราจะกลับมาเป็นเราเอง"รศ.ดร.วิเลิศกล่าว

 

     ทั้งนี้ จากรายงานดัชนีความสามารถทางการแข่งขันระดับโลก(Global Competitiveness Index: GCI) โดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมมือกับ World Economic Forum (WEF) เพื่อวัดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ คือ ตลาด (Market) ซึ่งแบ่งเป็นสองส่วนคือ ตลาดสินค้า และตลาดแรงงาน ที่จะช่วยกระตุ้นให้เกิดกระแสไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจ

 

โดยตลาดสินค้าคือ การสนับสนุนให้มีการผลิตและพัฒนาสินค้า ส่งเสริมให้สินค้าเข้าถึงประชาชนทุกแห่ง รวมไปถึงการแข่งขันด้านราคาเพื่อประโยชน์แก่ผู้บริโภคขั้นสุดท้าย ส่วนตลาดแรงงานคือ การส่งเสริมให้เกิดการจ้างงานกับประชาชนทุกพื้นที่ เพื่อให้ระบบเศรษฐกิจไหลเวียนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งโควิด-19 ที่ระบาดทั่วโลก ทั้งภาครัฐและองค์กรเอกชนต่างพยายามสร้างให้เกิดแรงกระเพื่อมนี้ผ่านกลไกและเครื่องมือทางเศรษฐกิจมากมายในมิติของตลาดทั้งสองส่วนดังกล่าว

 

     รศ.ดร.วิเลิศกล่าวว่า อีกหนึ่งตลาดหรือช่องทางจำหน่ายสินค้า ที่จะเป็นตัวช่วยเกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจในยุคนี้ได้คือตลาดไฮเปอร์มาร์เก็ต ที่สนับสนุนทั้งตลาดสินค้า โดยการรวบรวม คัดสรรค์ ตรวจสอบคุณภาพสินค้าทุกประเภท พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้ผลิตอาหาร เกษตรกร และผู้ผลิตเครื่องใช้ไฟฟ้า เสื้อผ้า และอื่นๆ อีกมากมายในการมีช่องทางจัดจำหน่ายที่มีระบบมาตราฐานสากล ให้ถึงมือผู้บริโภคในทุกพื้นที่ของประเทศในราคาที่เหมาะสม อีกทั้งยังสนับสนุนให้เกิดการสร้างอาชีพและสร้างรายได้ในตลาดแรงงานทั่วประเทศอย่างชัดเจน

 

     ขณะที่ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทยกล่าวว่า ธุรกิจค้าปลีกทุกวันนี้ยึดผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางสำคัญ จึงต้องทำการแข่งขันกันอย่างเหมาะสม ทุกคนสามารถอยู่รอดได้ จึงจะเกิดความยั่งยืน  เช่น แข่งขันกันลดราคา หรือยอมขาดทุน ซึ่งผู้บริโภคจะได้ประโยชน์ การใช้อำนาจกดดันซัพพลายเออร์ ทำให้ซัพพลายเออร์ล้มเหลวในการทำธุรกิจ ธุรกิจย่อมตระหนักได้อยู่แล้วว่า จะเป็นผลร้ายต่อบริษัทเอง เพราะจะไม่มีซัพพลายเออร์นำสินค้ามาขายให้

 

   
      ดังนั้นจะเห็นได้ว่ากลไกของธุรกิจมีการสอดประสานกันอยู่แล้ว ดังนั้นเชื่อว่า กลุ่มซีพี ย่อมหาแนวทางที่ทำให้เกิดประโยชน์กับทุกฝ่าย เพื่อรักษาอุตสาหกรรมภาพรวมไว้แบบยั่งยืน

 

     “ปัจจุบันแม้กลุ่มซีพีจะมีธุรกิจแม็คโครและเซเว่นอีเลฟเว่นอยู่ในมือ แต่การดำเนินธุรกิจ แยกตลาดกันอย่างชัดเจน แม็คโครเน้นกลุ่มผู้ประกอบการรายย่อย ส่วนเซเว่นอีเลฟเว่น เน้นตลาดเจาะกลุ่มสะดวกซื้อ ซึ่งแต่ละกลุ่มมีคู่แข่งอย่างชัดเจน ซึ่งในทางปฏิบัติกลุ่มซีพีไม่สามารถผูกขาดตลาดได้”

 

     ไม่เพียงเท่านั้น ทุกบริษัทในเครือซีพี อยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย มีการกำกับดูแลด้านความโปร่งใส และมีธรรมาภิบาลในการดำเนินธุรกิจอยู่แล้ว จึงเชื่อว่า ไม่มีการกดราคาคู่ค้าและซัพพลายเออร์ต่างๆ และในอนาคตกลุ่มซีพีอาจมีวิธีการบริหารจัดการต้นทุนกระจายสินค้า ทำให้ต้นทุนการดำเนินการลดลง ราคาสินค้าอาจจะถึงมือผู้บริโภคในราคาที่ถูกลง ซึ่งจะผลักดันให้ตลาดค้าปลีกมีการแข่งขันที่รุนแรงขึ้น ทั้งหมดก็เป็นประโยชน์ต่อผู้บริโภค 

 

---------------------------------

 cr. ฐานเศรษฐกิจ



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน