• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 401
  • จำนวนผู้ชม : 166181
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/R009
วันจันทร์ ที่ 23 พฤศจิกายน 2563
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 343 , 12:52:59 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

นักวิชาการธรรมศาสตร์ เผยโอกาสพลิกเทสโก้โลตัสสู่การจัดการ โซ่อุปทานสีเขียว

 หลังซีพีประกาศนโยบายเครือฯ

องค์กรขยะเป็นศูนย์ (Zero Food Waste Policy)

 

 

 

     หลังจากคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า หรือ กขค. ไฟเขียวให้กลุ่มซีพีควบรวมกิจการของ เทสโก้ โลตัส ภายใต้เงื่อนไขหลายๆ อย่าง ที่ทำให้คู่ค้าสบายใจ รักษาการจ้างงาน คงไว้ซึ่งประโยชน์ผู้บริโภคและคู่ค้า อีกสิ่งหนึ่งที่สำคัญอย่างยิ่งคือเรื่องของสิ่งแวดล้อม ที่กลุ่มซีพีประกาศจุดยืนด้านสิ่งแวดล้อมชัดเจนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ดังนั้น การควบรวมกิจการ เป็นโอกาสในการปรับปรุงกระบวนการสู่ห่วงโซ่อุปทานสีเขียว

     รศ.ดร.สถาพร โอภาสานนท์ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ โลจิสติกส์ และการขนส่ง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปฏิเสธไม่ได้ว่าการสร้างความยั่งยืน (Sustainability) โดยเฉพาะประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ได้กลายเป็นเงื่อนไข สำคัญสำหรับความสำเร็จทางธุรกิจและได้รับการยอมรับว่า การจัดการ เชิงกลยุทธ์ที่เน้นความยั่งยืนสามารถสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

 

 

     ทั้งนี้ การกำหนดเข็มทิศธุรกิจเป็นสิ่งที่สำคัญ ศุภชัย เจียรวนนท์ ซีอีโอเครือซีพี กล่าวว่า เครือซีพีและบริษัทในเครือ ได้ประกาศ 2 เป้าหมายท้าทายระดับโลก Zero Waste” และ “Zero Carbon” ชูบทบาทความรับผิดชอบของภาคเอกชนที่มีต่อสังคมโลกและสิ่งแวดล้อม แน่นอนว่า นโยบายนี้จะต้องนำมาปฏิบัติในสายธุรกิจของเทสโก้ โลตัสหลังเปลี่ยนมือเจ้าของจากสหราชอาณาจักร กลับมาอยู่กับซีพีอีกครั้ง

 

     ในปี พ.ศ. 2549 เทสโก้ โลตัส ได้ประกาศที่จะรับมือกับปัญหาสภาวะโลกร้อนอย่างจริงจัง โดยตั้งเป้าลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจของเทสโก้ โลตัส ลงอย่างน้อย 50% ภายในสิ้นปี พ.ศ. 2563 หรือลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนฯ จากปริมาณ 320,000 ตัน ในปี พ.ศ. 2549 ให้เหลือปริมาณ 160,000 ตัน ในปี พ.ศ.2563 ซึ่งตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่าน หรือคิดเป็นครึ่งทางของ “เส้นทางสีเขียว” ของบริษัทฯ เทสโก้ โลตัส สามารถลดปริมาณก๊าซคาร์บอนฯ ที่เกิดจากการดำเนินธุรกิจได้ถึง 30% ผ่านนวัตกรรมต่างๆ ที่คิดค้นขึ้นเพื่อพัฒนาระบบการปฏิบัติงาน

 

     รศ.ดร.สถาพร กล่าวต่อว่า เนื่องจากการตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในกลุ่มลูกค้า ไปจนถึงความต้องการรับรู้ถึงความเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมของกระบวนการทางธุรกิจทั้งหมดตลอดโซ่อุปทาน ส่งผลให้ผู้ประกอบการต่างๆ ต้องให้ความสำคัญกับการสร้างความยั่งยืนของโซ่อุปทานมากกว่าในอดีต

     ตัวอย่างของความพยายามในการจัดการโซ่อุปทานที่ยั่งยืนได้แก่ ธุรกิจค้าปลีก โดยเฉพาะไฮเปอร์มาร์เก็ต หรือดิสเคาน์สโตร์ ที่เป็นตัวกลางระหว่างผู้ผลิตและผู้บริโภคในโซ่อุปทานของสินค้าอุปโภคบริโภค

 

 

     ทั้งนี้เนื่องจาก ไฮเปอร์มาร์เก็ตถูกมองว่าเป็นธุรกิจหนึ่งที่มีส่วนในการก่อมลพิษ และสร้างภาวะโลกร้อน จากการพึ่งพาระบบโลจิสติกส์และเครือข่ายการกระจาย สินค้าในการดำเนินธุรกิจ ดังนั้น การจัดการโซ่อุปทานสีเขียว (Green Supply Chain Management) ที่มุ่งลดผลกระทบเชิงลบต่อระบบนิเวศอันเกิดจากการดำเนินกิจกรรมโลจิสติกส์และกิจกรรมอื่นๆ ในโซ่อุปทาน จึงกลายเป็นประเด็นสำคัญที่ธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตกำลังให้ความสนใจเป็นอย่างมาก

 

     จากการที่ผู้ค้าปลีกเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจต่อรองสูงสุดในโซ่อุปทานสินค้ารองมาจากผู้บริโภคไฮเปอร์มาร์เก็ต จึงมีบทบาทสำคัญในการกำหนดมาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมของโซ่อุปทาน ดังจะเห็นได้จากกรณีของ Walmart บริษัทค้าปลีกข้ามชาติสัญชาติอเมริกัน ที่ดำเนินธุรกิจเครือข่ายดิสเคาน์สโตร์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งนอกจากแคมเปญ Everyday Low Price ที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยการจัดการโซ่อุปทานที่ดีแล้ว Walmart ยังให้ความสำคัญกับการจัดการโซ่อุปทานสีเขียวด้วยการตั้ง 3 เป้าหมายด้านสิ่งแวดล้อม คือ

  1. ใช้พลังงานหมุนเวียนในการขนส่งสินค้า
  2. ทำของเสียในระบบให้เป็นศูนย์
  3. จำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืนต่อผู้คนและสิ่งแวดล้อม

 

     ทั้งนี้ ใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมด้านการปฏิบัติงานในการลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม อาทิ การแก้ปัญหาการวิ่งรถกลับเที่ยวเปล่า โดยให้รถบรรทุกไปรับสินค้าจากซัพพลายเออร์ก่อนตีรถกลับไปที่ศูนย์กระจายสินค้า ซึ่งสามารถประหยัดเชื้อเพลิงและลดมลพิษทางอากาศจากการวิ่งรถเที่ยวเปล่า การร่วมมือกับซัพพลายเออร์ในการพัฒนาบรรจุภัณฑ์และการใช้บรรจุภัณฑ์ที่ใช้ซ้ำได้

 

 

ตัวอย่าง : การจัดการโซ่อุปทาน สีเขียว

 

ซีพีเอฟ ใส่ใจสมดุลสิ่งแวดล้อมตามแนวทางเศรษฐกิจหมุนเวียน  เดินหน้าสู่เป้าหมาย"ครัวของโลก" เน้นกระบวนการผลิตอาหารใส่ใจสมดุลธรรมชาติ  ใช้ทรัพยากรเกิดประสิทธิภาพอย่างคุ้มค่า -

 

     นอกจากจะประหยัดต้นทุน ช่วยให้จัดเก็บสินค้าได้ง่ายขึ้นแล้ว ยังเพิ่มประสิทธิภาพด้านการขนส่งและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการส่งเสริมการขายผลิตภัณฑ์สีเขียวที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และการทำขยะให้เป็นศูนย์ตลอดโซ่อุปทาน โดยใช้แนวทาง 3Rs คือ การลด (Reduce) การใช้ซ้ำ (Reuse) และการรีไซเคิล (Recycle)

     แม้ว่าการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมจะกลายเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับธุรกิจค้าปลีกไปแล้ว แต่ยังมีความท้าทายต่างๆ ที่ภาคธุรกิจต้องตระหนักถึง หากจะดำเนินการ โซ่อุปทานสีเขียว เช่น การขายน้ำดื่มบรรจุขวด ที่แม้จะไม่อยู่ในลักษณะของผลิตภัณฑ์สีเขียว แต่ก็ไม่สามารถยกเลิกได้ เนื่องจากยังเป็นสินค้าที่ลูกค้ามีความต้องการสูง

     นอกจากนี้ การวัดระดับและจัดประเภทผลิตภัณฑ์สีเขียวหรือผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน ก็เป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมากที่จะระบุได้ว่า ผลิตภัณฑ์ใดเป็น “ผลิตภัณฑ์ที่ยั่งยืน” มากกว่ากัน เนื่องจากการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสามารถพิจารณาได้หลายมิติ ไม่ใช่เพียงแค่ปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เท่านั้น

      สุดท้าย การผลักดันนโยบายด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ยังเป็นที่ถกเถียง ถึงความคุ้มค่าและประโยชน์ที่จะได้กลับมาเป็นตัวเงิน โดยเฉพาะกับลูกค้าหรือซัพพลายเออร์รายย่อย ซึ่งน่าจะได้ประโยชน์น้อยกว่าที่รายใหญ่ได้รับ

      ทั้งนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ ได้กำหนดทิศทางและเป้าหมายความยั่งยืนปี 2030 สู่การเป็นหนึ่งในผู้นำของโลกด้านความยั่งยืน ถือเป็นการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ครั้งสำคัญ โดยประกาศ 2 เป้าหมายความยั่งยืนใหม่ที่ท้าทายและต้องทำให้สำเร็จภายในปี 2030 คือ  1. การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Waste ลดขยะและของเสียให้เป็นศูนย์    2.การมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon หรือองค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เป็นศูนย์

       ดังนั้น จึงวนกลับมาที่หลักการสำคัญของการจัดการโซ่อุปทานที่ต้องอาศัยความร่วมมือกันของสมาชิกทั้งหมดของโซ่อุปทาน และการมองผลประโยชน์ ในภาพรวมที่ไม่ใช่ตัวเงินเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมุ่งสร้างผลในเชิงบวกให้กับการดำรงอยู่ของมนุษยชาติเป็นสำคัญ จึงจะสามารถทำให้การจัดการโซ่อุปทานที่ยั่งยืนเป็นไปด้วยความยั่งยืนอย่างแท้จริง

 

----------------------------------------------

 

cr.ข่าวสด




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน