• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 399
  • จำนวนผู้ชม : 165103
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/R009
วันพุธ ที่ 25 พฤศจิกายน 2563
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 538 , 14:08:55 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน soultraveller โหวตเรื่องนี้

 


วิเคราะห์ 7 คำถาม กมธ.กับคำตอบกรณีเทสโก้โลตัสที่ กขค เคลียร์ชัด คู่ค้า ลูกค้าวินวิน

 


วันนี้(25 พ.ย.) เลขาธิการคณะกรรมการแข่งขันการค้า จะเข้าชี้แจงอนุญาตซีพีควบเทสโก้โลตัส ต่อกมธ. การพัฒนาศรษฐกิจ 13.00 น.ด้านปธ.กมธ.โพสต์เฟสบุ๊ค 7 ข้อสงสัยที่ต้องการคำตอบ ดังนั้นขอมาวิเคราะห์คำตอบ พร้อมแนวทางในอนาคตของธุรกิจค้าปลีกประเทศไทยที่ต้องปรับตัวในยุค4.0 ดังนี้

1.ตลาดที่ กขค.พิจารณาคือ ตลาดอะไรกันแน่ สิ่งที่ กขค.เรียกว่า “ตลาดร้านค้าปลีกสมัยใหม่ สินค้าอุปโภคบริโภคประเภทร้านค้าปลีกขนาดเล็ก” ประกอบด้วยผู้เล่นรายใดบ้าง ได้พิจารณาอำนาจเหนือตลาดทั้งตลาดฝั่งผู้บริโภค และฝั่งผู้ผลิตหรือ supplier ด้วยหรือไม่

แน่นอนว่ายุคนี้ตลาดเปิดกว้างด้วยเทคโนโลยี ลูกค้าเปรียบเทียบราคาได้ และเลือกของที่ดีที่สุดในราคาคุ้มค่าที่สุดเสมอ ทำให้การมีอำนาจเหนือตลาดในยุคนี้เป็นไปได้ยากมาก เพราะเป็นยุคไม่มีพรมแดน ตลาดค้าปลีกในยุคปัจจุบัน หากมองในมุมผู้บริโภค ผู้บริโภคมีทางเลือกอีกมากมาย เช่น กลุ่มร้านค้าปลีกขนาดเล็กอย่าง “โชห่วย” ล่าสุดมีจำนวนกว่า 500,000 ร้านค้าทั่วประเทศ (ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์) และมีมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 1 ล้านล้านบาท

 

ย้อนกลับมาดู ข้อมูลย้อนหลัง 10 ปี ของ Nielsen Thailand ที่รายงานว่า จำนวนร้านโชห่วยในไทยช่วง10 ปีที่ผ่านมา มีตัวเลขผู้ประกอบการเปิดร้านใหม่ มากกว่าปิดร้าน เเละจำนวนร้านโชห่วยจึงเพิ่มมากขึ้น

ในส่วนของตลาดค้าปลีกนั้น มีจำนวนที่ขึ้นทะเบียนกว่า 4 พันแห่ง แต่ละแห่งมีร้านค้าภายในอีกหลายร้อย หรือหลักหนึ่งพันร้านค้า โดยตลาดในกรุงเทพมหานคร อาทิเช่น ตลาดประชานิเวศน์ 1,ตลาดบางกะปิ , ตลาดหนองจอก , ตลาดราษฎร์บูรณะ , ตลาดรัชดาภิเษก , ตลาดอรุณอมรินทร์ , ตลาดสิงหา , ตลาดพระเครื่องวงเวียนเล็ก , ตลาดธนบุรี (สนามหลวง 2) , ตลาดเทวราช , ตลาดนัดจตุจักร , ตลาดนัดจตุจักร (มีนบุรี) และตลาดบางแคภิรมย์ โดยมีแผงค้ารวมทั้งสิ้นประมาณ 21,500 แผงค้า ในจำนวนนี้ตลาดนัดจตุจักรคือตลาดที่ใหญ่สุดมีแผงค้าทั้งหมด 10,334 แผง

อีกตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ที่สำคัญ คือตลาดอีคอมเมิร์ซ ที่มูลค่าตลาดอี-คอมเมิร์ซว่า มีมูลค่าสูงถึง 220,000 ล้านบาท หรือเติบโตขึ้น 35% จากปีก่อนเลยดีเทียว เหตุผลก็เนื่องจากความสะดวกสบายในการช้อปปิ้งออนไลน์ และสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด19 ในไทย ที่ทำให้ผู้บริโภคหันมาช้อปปิ้งออนไลน์มากขึ้น ในขณะที่ E-marketplace การนำสินค้าไปขายบนเว็บไซต์ตลาดสินค้าออนไลน์ ที่รวมร้านค้าหลายแห่งไว้ในที่เดียว ซึ่งเราสามารถไปเปิดร้านในนั้นได้ เช่น Lazada Shopee เป็นต้น

 

ในส่วนของฝั่งผู้ผลิต และผู้บริโภค มีหน่วยงานกำกับดูแลอยู่แล้ว หากเกิดกรณีการเอาเปรียบคู่ค้า นอกจากนี้จำนวนส่วนแบ่งตลาดของเทสโก้โลตัสยังเท่าเดิม และยังมีคู่แข่งที่เป็นรายใหญ่ และเป็นเจ้าของกิจการอีคอมเมิร์ซด้วย เช่น เซ็นทรัลได้ร่วมทุนกว่า 17,500 ล้านบาท กับ JD ดอทคอม ยักษ์ใหญ่อีคอมเมิร์ซจากประเทศจีนจัดตั้งเจดี เซ็นทรัล (JD CENTRAL) สร้างมาร์เก็ตเพลส (Marketplace) แห่งใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าของกลุ่มธุรกิจในเครือกลุ่มเซ็นทรัล ดังนั้นมิติของตลาดสมัยใหม่เปิดกว้าง และเป็นโอกาสของคู่ค้าในการขยายไปต่างประเทศอีกด้วย จะพิจารณาแบบค้าปลีกแบบดั้งเดิมมิได้

 

2.ทำไมคำวินิจฉัยระบุว่า "มีอำนาจเหนือตลาดอย่างมีนัยสำคัญ" แต่กลับบอกว่า “ไม่ส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคส่วนรวม”

ตลาดค้าปลีกสมัยใหม่ ปัจจุบัน มีสัดส่วนเพียงแค่ 1ใน 3 ของตลาดค้าปลีกทุกประเภท นั่นหมายถึงทางเลือกยังเป็นของผู้บริโภค จำนวนค้าสัดส่วนร้านค้าเดิมของเทสโก้มีตัวเลขที่มีนัยสำคัญแต่เป็นการค้าปลีกแบบเก่า ที่ต้องปรับตัวอย่างหนัก หากดูแนวโน้มไฮเปอร์มาร์ททั่วโลก ดังนั้นสิ่งที่คนคิดว่าได้เปรียบเหนือตลาด แต่ในความจริงคือซื้อมาราคาสูงก่อนโควิด และต้องพลิกโมเดลให้อยู่รอด ซึ่งการมีผู้เล่นน้อยรายเกิดการขายออกให้บริษัทต่างชาติ หลังจากเกิดวิกฤตการณ์ทางเศรษฐกิจในปี พ.ศ.2540 กลุ่มธุรกิจค้าปลีกประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ตของไทยเริ่มประสบปัญหาหนี้สินต่างประเทศอย่างรุนแรง โดยปัญหาดังกล่าวเกิดจากผู้ประกอบการขนาดกลางขยายกิจการด้านค้าปลีกและการเก็งกำไรในอสังหาริมทรัพย์เกินตัว เมื่อรัฐบาลประกาศลอยตัวค่าเงินบาท ภาระหนี้จึงเพิ่มกว่าเท่าตัว ทำให้ธุรกิจค้าปลีกโดยเฉพาะธุรกิจค้าปลีกประเภทไฮเปอร์มาร์เก็ต เปลี่ยนมือเป็นของต่างชาติมากขึ้น หลังจากที่กฎหมาย ปว.281 อนุญาตให้นักลงทุนจากต่างชาติสามารถถือหุ้นในสัดส่วนมากกว่า 50% ทำให้ผู้ลงทุนต่างชาติกลายเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ และมีสิทธิ์ในการบริหารงาน นักลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในประเทศแถบยุโรป

-ปี พ.ศ.2540 ห้างท้องถิ่นอย่าง Save Co., Big King, Imperial, Tan Hua Seng และห้างขนาดกลาง ๆ เลิกกิจการ

-ปี พ.ศ.2541 Lotus ขายกิจการให้ Tesco จากอังกฤษ และเปลี่ยนชื่อเป็น Tesco Lotus

-ปี พ.ศ.2542 Central ขายหุ้นบริษัท Cencar คืนให้กับ Carrefour

-ปี พ.ศ.2545 Big C ร่วมทุนกับ Casino Group จากฝรั่งเศส

-ปี พ.ศ.2546 Auchon ซึ่งมีอยู่สาขาเดียวที่เชียงใหม่ ขายกิจการให้ Big C

ดังนั้นการที่บริษัทไทยเริ่มซื้อกิจการกลับมาได้จากต่างประเทศ ถือเป็นเรื่องที่ดี เพราะเม็ดเงินภาษีจะกลับสู่ประเทศไทยอย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วย และยังเปิดโอกาสส่งออกสินค้าชุมชนไปต่างประเทศอีกด้วย

 

3.เหตุผลในการออกเงื่อนไขทั้ง 7 ข้อ ว่ามีวัตุประสงค์อะไร จะเป็นการเยียวยาได้อย่างไร จะสามารถป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาดได้อย่างไร มีกระบวนการบังคับใช้อย่างไรบ้าง มีบทลงโทษหากผิดเงื่อนไขหรือไม่ ตามพรบ.แข่งขันทางการค้า หากไม่ทำตามเงื่อนไขนั้นให้เพิกถอนการอนุญาตได้เลย แต่บอร์ดจะมีวิธีการตรวจสอบได้อย่างไร

วันนี้ต้องยอมรับว่าบริษัทในประเทศไทยอ่อนแออยู่แล้ว ไม่ว่าขนาดเล็ก กลาง ใหญ่ การที่ยังมีการลงทุนขนาดใหญ่ ไม่ถอดใจล้มเลิกดีล ถือว่าเป็นสัญญานที่ดีของประเทศไทย การเพิกถอนใบอนุญาต หรือการล้มดีลเป็นเรื่องง่าย แต่การจะหาผู้ซื้อรายใหม่นั้นเป็นเรื่องยาก และที่แน่ ๆ คือ ผู้ซื้อรายใหม่ต้องเป็นต่างชาติ จึงจะไม่ติดเงื่อนไขที่ผู้ร่วมประมูลในประเทศประสบอยู่ แต่คนมักไม่พูดถึงว่า เทสโกจะเสียหายเท่าไหร่ และกระทบคู่ค้า และพนักงานเท่าใด ส่วนใหญ่เพียงกลัวว่าบริษัทไทยจะใหญ่เกินไปในขณะที่ผลิตภัณฑ์ในไฮเปอร์มาร์ต ล้วนเป็นของแบรนด์ยักษ์ใหญ่ระดับโลก ที่นักวิชาการมักไม่กล้าแตะต้อง

 

4.เหตุใดจึงเลือกมาตรการเยียวยาที่เป็นเงื่อนไขควบคุมพฤติกรรม แต่ไม่ใช้เงื่อนไขโครงสร้างตลาด เช่น ลดขนาดการควบรวม ห้ามขยายสาขา ลดจำนวนสาขา

หากมีการห้ามขยายสาขา ไม่ใช่การส่งเสริมธุรกิจ แต่เป็นการจำกัดการอยู่รอดของธุรกิจ กฎหมายของไทยต้องไม่เป็นอุปสรรค คนออกฎหมายหากมองจากนักวิชาการเพียงอย่างเดียว หากปฎิบัติไม่ได้จริง อาจทำให้กลไกเศรษฐกิจเสียหาย กฎหมายในประเทศไทย ทำไมถึงมีการลงทุนจากต่างชาติน้อยกว่าประเทศสิงค์โปร์ นั่นเป็นเพราะประเทศไทยมีแนวคิดกำกับ ควบคุม มองในด้านลบ แล้วออกกฎระเบียบ ขั้นตอน มากำกับ ในขณะที่สิงคโปร์ เวียดนาม เน้นการส่งเสริม ให้โอกาสลงทุน มาพัฒนา เกิดปัญหา แล้วมาว่ากรณีเป็นกรณี บรรยากาศการลงทุนจึงเกิดขึ้น อย่างเช่นดีลเทสโกนี้ หากผ่านทุกขั้นตอน แล้วยังมีกระบวนการชักเย่อ แน่นอนว่ากระทบการระดมทุน กระทบความเชื่อมั่นด้านเศรษฐกิจ ใครจะขยายการลงทุนในไทย คงต้องทบทวนอย่างหนัก

 

5.ด้วยข้อมูลสนับสนุนชุดเดียวกัน เพราะเหตุใดบอร์ดจึงเสียงแตก และมีคำวินิจฉัยที่แตกต่างออกเป็น 2 ขั้วได้ขนาดนี้ กรรมการเสียงข้างมากอนุญาตแบบมีเงื่อนไขที่เห็นว่าจะควบคุมอำนาจตลาดตรงไหน ส่วนกรรมการเสียงข้างน้อยนั้นไม่อนุญาตเลย

เป็นเรื่องธรรมดามาก เพราะบอร์ด มีอิสระในการแสดงความคิดเห็น หากออกมาเอกฉันท์จะแปลกมากกว่า แต่ที่ดูแล้วแปลกคือ ประธานมาออกความคิดเห็นในเสียงข้างน้อย ซึ่งโดยปกติการออกมาเป็นเลขคี่ เพื่อให้ประธานชี้ขาดกรณีเสียงออกมาเสมอกัน แต่กรณีนี้หลายฝ่ายแปลกใจที่ประธานรีบลงคะแนนเลือกแต่แรก และร่วมตั้งโต๊ะแถลงเสียงข้างน้อย ซึ่งค่อนข้างแตกต่างจากธรรมเนียมปฏิบัติ

 

6.แนวทางอื่นๆที่จะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการใช้อำนาจเหนือตลาดหลังจากมีการควบรวมนอกเหนือไปจากใช้ ม.50

เงื่อนไข 7 ข้อ มาจากกรรมการ กขค.ที่ทุกฝ่ายต้องเคารพผลการพิจารณา เพื่อเศรษฐกิจภาพรวมเดินต่อได้ นอกจากนี้ก็มีกฎหมาย ระเบียบที่คุ้มครองผู้บริโภค และคู่ค้าอยู่แล้ว ดังนั้นจึงอยู่ที่การบังคับใช้ ให้ผู้รับผิดชอบได้ปฏิบัติหน้าที่

 

7.แนวทางป้องกันไม่ให้เกิดกรณีเช่นนี้อีกในอนาคต รวมถึงการแก้ไขปรับปรุง พรบ.และกม.ลูก โดยเฉพาะเรื่องกฎเกณฑ์การมีอำนาจเหนือตลาด กลไกสนับสนุนการฟ้องคดีโดยประชาชนแบบ class action

บรรยากาศการลงทุนในประเทศไทยเป็นเรื่องสำคัญ หากประเทศไทยจะเน้นความเข้มงวดด้านกฎหมาย ก็จะเหมือนกับข้าราชการที่ไม่กล้าทำสิ่งใหม่ เพราะกลัวผิดระเบียบ เข้าข่ายไม่ทำไม่ผิด การที่ใช้กฎหมาย ออกกฎหมายลูก สนับสนุนให้มีการฟ้องร้อง แน่นอนว่า ประเทศไทยจะมีความล้าหลังด้านบรรยากาศการลงทุน แน่นอนว่า ธุรกิจใดที่จะลงทุนในประเทศไทย อาจพิจารณาเวียดนาม อินโด ที่มีตลาดที่ใหญ่กว่า นายตรัน ก๊วก เฟือง รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการวางแผนและการลงทุน เวียดนามเปิดเผยว่า ทุกวันนี้ เวียดนามเป็นอันดับต้นๆของนักลงทุน เนื่องจากการเมืองและเศรษฐกิจมหภาคที่มีเสถียรภาพ มีที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ที่เหมาะสม และมีข้อได้เปรียบในด้านที่ดินและทรัพยากรมนุษย์ เราไม่กีดกันนักลงทุน เราส่งเสริมนักลงทุนในประเทศ เราภูมิใจในบริษัทเวียดนามที่ขยายไปทั่วโลก และพร้อมสนับสนุนบริษัทเวียดนามให้แข่งกับต่างประเทศไทย และที่สำคัญเวียดนามมุ่งเน้นการสร้างบรรยากาศที่ดีให้นักลงทุน และลดอุปสรรคทั้งปวง ที่จะหน่วงรั้งความเจริญด้านเศรษฐกิจ และเมื่อเศรษฐกิจดี ภาษีจะเข้าสู่รัฐและกลับสู่การพัฒนาวิถีชีวิตของประชาชน

 

--------------------------------------------

 

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน