• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 401
  • จำนวนผู้ชม : 165699
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/R009
วันพุธ ที่ 30 ธันวาคม 2563
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 171 , 10:08:01 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ทางออกความเลื่อมล้ำธุรกิจ : ใช้กฎหมายแข่งขันทางการค้า...ให้เป็นอาวุธ!

 

    ปี 2020 ในแวดวงธุรกิจ เป็นปีที่มีอะไรหลายอย่างเกิดการเปลี่ยนแปลงมากมาย  เช่น แวดวงการค้าปลีกต้องสั่นสะเทือน เมื่อค้าปลีกเจ้าใหญ่ในประเทศไทยอย่างเช่น เทสโก้ โลตัส ทางบริษัทฯ แม่ อังกฤษ เกิดวิกฤติสภาวะขาดทุนโดยเหตุจาก โควิด-19 ที่กระจายผลกระทบเสียหายทางธุรกิจเป็นวงกว้างไปทั่วโลก  เป็นสาเหตุหนึ่งประกาศขาย เทสโก้ โลตัส ประเทศไทยและมาเลเซีย เพราะขาดสภาพคล่องทางธุรกิจ จริงๆ แล้วก่อนหน้านี้ ก็ได้มีการประกาศขาย เทสโก้ โลตัส เกาหลีใต้ ไปแล้วเช่นกัน  

 

  จากกระแสในครั้งนี้  ทำให้นักธุรกิจไทย 3 ท่านหลักๆ ที่สนใจในการเข้าร่วมประมูลซื้อเทสโก้ โลตัส ประเทศไทยและมาเลเซียในครั้งนี้ คือ 1. กลุ่มซีพี 2. กลุ่ม BJC เจ้าสัวเจริญฯ สุดท้ายกลุ่มเซ็นทรัล  ซึ่งทั้ง 3 กลุ่มนี้ มีการดำเนินงานธุรกิจค้าปลีกเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว   และด้วยการแข่งขันราคาการประมูล ทำให้กลุ่มซีพีได้เทสโก้ โลตัส ไปเป็นจำนวนมากกว่า 3แสนล้านเลยทีเดียวเชียว ถือเป็นมูลค่าดีลสูงมากๆ หากเปรียบเทียบกับช่วงประมาณปี 40 ที่กลุ่มซีพีได้เคยขายคืน เทสโก้ โลตัส ให้กับทางบริษัทฯ แม่ อังกฤษไป  

 

  แต่สำหรับกลุ่มซีพี การชนะดีลเข้าบริหารเทสโก้ โลตัส ในครั้งนี้ เกิดกระแสวิพากษ์ โดยเฉพาะจากกลุ่ม NGOs กลุ่มฝ่ายค้านทางการเมือง นักวิชาการสาย SMEs และ กลุ่มธุรกิจค้าปลีกเจ้าใหญ่ในแต่ละภูมิภาค โดยเฉพาะภูธร เป็นต้น  โดยให้เหตุผลในข้อกังวลกับซีพีมากมาย เช่น การกีดกันซัพพลายเออร์  อำนาจการต่อรอง ค้าปลีกท้องถิ่นทำกินไม่ได้ ฯลฯ  ด้วยแต่ละกลุ่มไม่ได้มองพนักงานเทสโก้ โลตัสเลยว่า หากดีลนี้ยกเลิกซื้อขาย จะมีจำนวนการว่างงานของพนักงานเทสโก้ โลตัส เกิดขึ้น    และด้วยเหตุผลนานาของแต่ละคน จึงเป็นสาเหตุให้ คกก.การแข่งขันทางการค้า เข้าเรียกพบกลุ่มซีพี เพื่อชี้แจงดีลการเข้าบริหารเทสโก้ โลตัส ในครั้งนี้ จากพิจารณาพบว่า ทาง คกก. ให้ซีพี ดำเนินธุรกิจนี้ได้  ด้วยเหตุผลมองแยกสัดส่วนจากประเภทธุรกิจค้าปลีกที่ซีพีมีในปัจจุบัน พร้อมทั้งกำหนดเงื่อนไข 7 ข้อ เพื่อกำกับกลุ่มซีพีในการดำเนินธุรกิจเทสโก้ โลตัส แล้วก็ตาม


 

       กรณีการควบรวมธุรกิจระหว่างซีพีและเทสโก้ ส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560   ยังคงวิพากษ์กันอย่างต่อเนื่อง สำหรับกรณีการควบรวมธุรกิจระหว่างบริษัท ซี.พี.รีเทล ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (ซีพี) และ บริษัท เทสโก้ สโตร์ส (ประเทศไทย) จำกัด (เทสโก้) ซึ่งทางสำนักงานคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (สขค.) รวมถึงคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้า (กขค.) ถือเป็นเรื่องน่ายินดี และเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง

    ทั้งนี้เป็นเพราะความรู้ความเข้าใจต่อพระราชบัญญัติการแข่งขันทางการค้า พ.ศ.2560 ในสังคมไทยยังมีอยู่ในวงจำกัดมาก การควบรวมธุรกิจระหว่างซีพีและเทสโก้ในครั้งนี้ ส่งผลให้คนไทยจำนวนไม่น้อยหันมาให้ความสนใจต่อ พ.ร.บ.ฉบับนี้ รวมไปถึงรู้จักและเข้าใจในบทบาทของ สขค.และ กขค.มากยิ่งขึ้น  

    คำวินิจฉัยของ กขค.แบ่งเป็น 2 ฝ่ายอย่างชัดเจน กล่าวคือกรรมการเสียงข้างน้อยไม่อนุญาตให้เกิดการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ และได้ให้เหตุผลประกอบการไม่อนุญาต ในขณะที่กรรมการเสียงข้างมากอนุญาตให้การควบรวมธุรกิจในครั้งนี้เกิดขึ้นได้ และเป็นการอนุญาตอย่างมีเงื่อนไข ซึ่งกรรมการเสียงข้างมากก็ได้ให้เหตุผลประกอบการอนุญาต และเหตุผลประกอบการกำหนดแต่ละเงื่อนไขอย่างชัดเจนเช่นเดียวกัน ทั้งนี้เป็นไปตามข้อบังคับที่ระบุไว้ในมาตรา 52 วรรค 3 และวรรค 4 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560

    ประเด็นหนึ่งในหลากหลายประเด็นที่ได้รับการวิพากษ์ คือเงื่อนไขต่างๆ ที่ กขค.เสียงข้างมากกำหนดขึ้นควบคู่ไปกับการอนุญาตให้เกิดการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้ เพียงพอและครอบคลุมผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นจากการควบรวมธุรกิจในครั้งนี้แล้วหรือไม่? รวมไปถึงหากผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดขึ้นแล้วผลจะเป็นอย่างไร?

จึงเป็นหน้าที่สำคัญที่ทาง สขค.จำต้องเร่งประชาสัมพันธ์เพื่อให้สังคมเข้าใจได้ว่าเงื่อนไขต่างๆ ที่ กขค.เสียงข้างมากกำหนดขึ้นนั้น ผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจจำต้องปฏิบัติตาม หากต้องการให้การควบรวมธุรกิจเป็นผลสำเร็จ ในขณะเดียวกันการบังคับใช้ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 ก็ยังมีผลบังคับใช้อยู่ไม่เปลี่ยนแปลง

กล่าวอีกนัยหนึ่งคือหลังการควบรวมธุรกิจเสร็จสิ้น ผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจจำต้องปฏิบัติตาม พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 และยังต้องปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดเพิ่มเติม หากผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ถูกกำหนดในข้อใดข้อหนึ่ง จะเข้าข่ายมาตรา 53 วรรค 2 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 ซึ่งมีใจความโดยรวมว่า ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ กขค.กำหนดให้ กขค.มีอำนาจเพิกถอนคำสั่งอนุญาตทั้งหมดหรือบางส่วน โดยจะกำหนดระยะเวลาให้ปฏิบัติไว้ด้วยก็ได้

    ส่วนในประเด็นที่ว่าเงื่อนไขต่างๆ ที่ กขค.เสียงข้างมากกำหนดให้ผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจปฏิบัตินั้น ครอบคลุมผลกระทบหรือมีเหตุผลในการกำหนดแต่ละเงื่อนไขอย่างไร ผู้ที่สนใจเพื่อต้องการศึกษาในทางวิชาการสามารถขอคำวินิจฉัย (ฉบับเต็ม) ได้จาก สขค. ซึ่งทาง สขค.ต้องขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่เปิดเผยข้อมูลใดๆ ที่เป็นความลับทางธุรกิจในคำวินิจฉัย อย่างไรก็ตาม สขค.ได้เปิดเผยผลคำวินิจฉัย (ฉบับย่อ) สู่สาธารณะเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับที่กำหนดไว้ในมาตรา 29 (12) แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 กล่าวคือให้ สขค.มีหน้าที่ในการเผยแพร่ผลคำวินิจฉัยของ กขค.ต่อสาธารณชน

     กล่าวได้ว่าการควบรวมธุรกิจระหว่างซีพีและเทสโก้ ถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับประเทศไทย ในการสร้างความรู้และความเข้าใจต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 ได้เป็นอย่างดีในหลากหลายมิติ เช่น ผู้ประกอบธุรกิจที่เป็นผู้ผูกขาดหรือมีอำนาจเหนือตลาด ไม่ถือว่าเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 หากแต่จะมีความผิดก็ต่อเมื่อมีพฤติกรรมทางการค้าที่เป็นอุปสรรคต่อการแข่งขันทางการค้าที่เป็นธรรม หรือการอนุญาตให้เกิดการควบรวมธุรกิจอย่างมีเงื่อนไข มิได้หมายความว่า ผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจจะปฏิบัติตามเงื่อนไขที่ทาง กขค.กำหนดควบคู่ไปกับการอนุญาตเท่านั้น หากแต่ยังคงต้องปฏิบัติพฤติกรรมทางการค้าที่ไม่ขัดต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 อีกด้วย

   เมื่อรู้เช่นนี้แล้ว จึงเป็นความสำคัญอย่างยิ่งต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ปัจจุบันเป็นคู่ค้าหรือผู้ประกอบธุรกิจ ที่อาจจะเป็นคู่ค้าในอนาคตกับผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจ ในกรณีนี้จำต้องรู้และเข้าใจใน พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 รวมไปถึงเงื่อนไขต่างๆ ที่ทาง กขค.กำหนด เพื่อใช้เป็นอาวุธในการต่อสู้หากได้รับความไม่เป็นธรรมในการแข่งขันทางการค้าจากผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจ 

   เพราะหากหลังจากนี้มีข้อเท็จจริงที่พิสูจน์ได้ว่าผู้ขออนุญาตควบรวมธุรกิจในครั้งนี้มีพฤติกรรมทางการค้าที่ขัดต่อ พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 ก็จะมีความผิดตามมาตรา 50 แห่ง พ.ร.บ.การแข่งขันฯ พ.ศ.2560 ซึ่งเป็นโทษอาญา ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกินร้อยละ 10 ของรายได้ในปีที่กระทำความผิด หรือทั้งจำทั้งปรับ!

 

เครดิต ผศ.ดร.วิษณุ วงศ์สินศิริกุล

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน