• R009
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2016-12-31
  • จำนวนเรื่อง : 527
  • จำนวนผู้ชม : 227679
  • ส่ง msg :
  • โหวต 0 คน
Lover R009
นักบล็อคสมัครเล่น ชอบพิสูจน์แบบวิทยาศาสตร์
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/R009
วันอังคาร ที่ 26 ตุลาคม 2564
Posted by R009 , ผู้อ่าน : 186 , 08:16:01 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

 

 

ภาวะไร้เสน่ห์ ต่างชาติย้ายฐานการผลิต

เมืองไทย“ทางเสือผ่าน” ฉุด GDP ต่ำจากนโยบายอุตสาหกรรม

 

     จากสถานการณ์วิกฤติโควิด 19  อุบัติขึ้น ได้สร้างความเสียหายในวงกว้าง เศรษฐกิจโลกหดตัวรุนแรงที่สุด  ในรอบหลายสิบปี ส่งผลให้ทั่วโลกและร่วมถึงประเทศไทย  อยู่ในกระแสการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แบบที่ถ้าใครรับมือไม่ทัน  อาจจะส่งผลอย่างที่หลีกเลี่ยงไม่ได้  ถือว่ากระทบต่อการดำเนินธุรกิจและวิถีชีวิตของเราทุกคน  ถึงเวลาแล้วที่เราต้องทำความเข้าใจ เตรียมรับมือกับกระแสการเปลี่ยนแปลงที่ขึ้นรอบตัวในประเทศไทยของเราอย่างเท่าทัน

 

     ในอดีตประเทศไทยสายตาของต่างชาติ ถือเป็นแหล่งภาคการเกษตร ที่มีสินค้าขายในประเทศและส่งออกที่หลากหลาย ร่วมถึงภาคการท่องเที่ยว และภาคอุตสาหกรรม ที่สามารถผลิตสินค้าเพื่อการส่งออกได้จำนวนมากจนถึงปัจจุบัน  และมีทรัพยากรแรงงานฐานการผลิตทักษะดี  ถือเป็นชาติที่เหมาะสมที่สุดในโลกของการเริ่มต้นธุรกิจ ส่งผลการจ้างงานในประเทศไทยได้อย่างวงกว้าง  และสร้างมูลค่า GDP ร่วมถึงยังเป็นห่วงโซ่อุปทาน (supply chain) ที่สำคัญให้กับประเทศอีกด้วย  

 

ยกระดับเทคโนโลยีของอุตสาหกรรมไทยสู่ยุค 4.0 - Sumipol

 

     การขับเคลื่อนอุตสาหกรรมไทย มีความสำคัญต่อประเทศอย่างไร  และทำไมการย้ายฐานผลิตของต่างชาติ  ทำให้ GDP ในประเทศต่ำ  ก็เพราะกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญที่สุดของไทยมีอยู่หลักๆ 2 อย่างก็ คือ  การส่งออกและการท่องเที่ยว มาจากปัจจัยภายนอกหรือมาจากต่างประเทศทั้งสิ้น ฉะนั้น  การย้ายฐานการผลิตและส่งออกจากไทย  ส่งผลให้ GDP ของไทยหายไปอย่างแน่นอน  จากตัวอย่าง การย้ายทุนไปจากไทยของนักลงทุนญี่ปุ่นนี้ส่งผลกระทบถึงรายได้และอัตราเติบโตของ GDP อย่างรุนแรงตั้งแต่ในปี 2563 ที่ผ่านมา

ทำไมช้างถึงตาเล็ก และเสือมีลาย

 

    ปัจจุบันกลุ่มธุรกิจต่างชาติ เริ่มมองประเทศไทยอย่างไร้เสน่ห์ เป็นทางเสือผ่านที่ถูกมองข้าม แต่กลับมองเห็นโอกาสฐานการผลิตที่อื่นแทน  โดยข้อมูลจาก ดร.อัทธ์ พิศาลวานิช ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ระบุว่า บริษัทต่างชาติที่เข้ามาลงทุนไทยเพื่อใช้เป็นฐานผลิตถือมีส่วนสำคัญมากในสัดส่วนการส่งออกและ GDP ของไทย   ในส่วนปัจจัยต่าง ๆ อาจมีผลให้ในอีก 5 ปีข้างหน้าต่างชาติอาจพิจารณาย้ายหรือขยายฐานไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น เช่น ลาว เวียดนาม หรืออินโดนีเซียด้วยเหตุผล ดังนี้

1. ทักษะกลุ่มแรงงาน มีจุดแข็งกลายเป็นจุดเด่นมากกว่าประเทศไทย

2. ค่าจ้างไทยสูงสุดในอาเซียน

3. ความไม่แน่นอนทางการเมือง ร่วมถึงแผนความร่วมมือจัดการแก้วิกฤติ และนโยบายที่สนับสนุนกลุ่มธุรกิจไม่มีความแน่นอน เช่น CPTPP, FTA และ ค่าเงินบาทที่แข็งหลายปี เป็นต้น

4. สิทธิประโยชน์ด้านภาษี

5. สิทธิประโยชน์ด้านจีเอสพีจากสหรัฐฯ

6. โอกาสทางเลือกความพร้อมศักยภาพส่งออกเริ่มมีมากขึ้น

7. ยุทธศาสตร์ใกล้ตลาดจีน เช่น เวียดนามได้เปรียบส่งออกไปจีน เป็นต้น

8. รถไฟ จีน-ลาว ได้ประโยชน์ขนส่งไปจีนอย่างรวดเร็ว

9. ต้นทุนพลังงานไทยสูงกว่าเพื่อนบ้าน

10. สิทธิประโยชน์ของแต่ละอุตสาหกรรม เช่น สิทธิส่งเสริมการลงทุน (BOI) เป็นต้น

 

   ฉะนั้น ทุกภาคส่วนอย่ามัวรีรอ ต้องเด็ดขาดในมาตรการต่างๆ ที่จะช่วยฟื้นฟูประเทศไทยให้กลับมามี “เสน่ห์” อีกครั้ง  สร้างความเชื่อมั่นจากนโยบายร่วมถึงจัดการวิกฤติของภาครัฐ และการระบาดโควิด-19  เพราะจะสร้างความเชื่อมั่นและความชอบธรรม ในการใช้มาตรการ  ร่วมถึงการขอความร่วมมือจากมาตรการต่างๆ นั้น จะต้องสามารถอธิบายข้อเท็จจริงอย่างเป็นเหตุและเป็นผล  ไม่เกิดเป็นการตั้งคำถามในสังคม   สิ่งที่จะตามมาคือ ความร่วมมือจะเกิดขึ้น ส่วนนี้เป็นเรื่องที่สังคมไทยต้องการมากที่สุด โดยเฉพาะในปัจจุบันที่ความชอบธรรมจะต้องมาพร้อมกับข้อเท็จจริงด้วย

 

เสน่ห์แห่งการท่องเที่ยว: เสน่ห์เมืองไทย ในสายตานักท่องเที่ยว

 

     หากภาครัฐมีการขับเคลื่อนตามที่แนะนำไปข้างต้น  สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัวเร็วที่สุด จะเป็นแม่เหล็กดึงดูดการลงทุนต่างชาติได้ในอีกไม่ช้า และในแง่กลไกของภาครัฐต้องมุ่งเน้นตลาดภายในประเทศควบคู่ไปด้วย เช่น  ช่วยเหลือผู้ประกอบการและผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการตกงาน  การเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการลดภาษีธุรกิจอย่างเหมาะสม  เป็นปัจจัยช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจในประเทศแบบระยะยาวได้   โปรดพิจารณามุ่งเน้นผลประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง อันเป็นสำคัญ ถือเป็นความท้าทายของรัฐบาลที่จะต้องปฏิบัติอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะสายเกินแก้แบบนั้นหรือ...

--------------------------------------------------------

 




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน