*/
  • Rosefinchy
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : theerarat_ka@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-06-24
  • จำนวนเรื่อง : 65
  • จำนวนผู้ชม : 227550
  • จำนวนผู้โหวต : 74
  • ส่ง msg :
  • โหวต 74 คน
<< มีนาคม 2009 >>
อา พฤ
1 2 3 4 5 6 7
8 9 10 11 12 13 14
15 16 17 18 19 20 21
22 23 24 25 26 27 28
29 30 31        

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันเสาร์ ที่ 28 มีนาคม 2552
Posted by Rosefinchy , ผู้อ่าน : 5901 , 12:07:59 น.  
หมวด : ไดอารี่

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 ---- >เดิมทีบ้านเอื้ออาทร เกิดขึ้นมาจากนโยบายของรัฐบาลใด คงทราบกันดี ที่จุดประสงค์เพื่อให้ผู้ที่มีรายได้น้อย ได้มีที่อยู่เป็นของตนเอง แต่ก็เกิดเรื่องราวขึ้นมากมายในการทำโครงการดังกล่าว(ที่ส่วนใหญ่จะเรื่องไม่ดี) ทำให้มีผู้ที่ไม่ได้รับการอนุมัติจากธนาคารจำนวนมากมาย จนโครงการที่สร้างเสร็จหลายแห่งไม่มีคนเข้าไปอยู่อาศัย จากที่คาดว่าจะมีรายได้จากค่าเช่าซื้อก็ผิดแผนไป ทางออกอีกทางคือการหากลุ่มลูกค้ารายใหม่ๆ และกลุ่มคนทำงานก็คงเป็นกลุ่มนั้น โครงการหลายแห่งอยู่ไกล้กับแหล่งอุตสาหกรรม ซึ่งมีคนทำงานจากที่ต่างๆ ที่ต้องเช่าทีคอนโด อพาร์ทเม้นท์ ห้องเช่า การที่มีห้องพักที่จ่ายรายเดือนในราคาที่ใกล้เคียงค่าเช่า...... ต่างกันตรงเป็นห้องของตนเอง จึงเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย ในเมื่อไม่ได้ต้องการตั้งหลักแหล่งถาวรถึงขั้นต้องซื้อบ้าน ห้องพักที่เช่าซื้อไว้ก็ปล่อยให้เช่าได้ เนื่องจากเป็นแหล่งชุมชน

เห็นภาพโฆษณาบ้านเอื้ออาทร ทางโทรทัศน์ สักพักใหญ่........เป็นเรื่องราวของชายหนุ่มที่เป็นเจ้าของบ้านเอื้ออาทร จะไปตัดผมที่ร้ารซาลอนแห่งหนึ่ง แต่แค่ช่างคลุมผ้า   ก็ต้องสะพัดผ้าคลุมออกเพราะทนคิดถึงบ้านไม่ไหว ปล่อยให้ช่างกับลูกค้าอื่น นั่งมองตากันปริปๆ ว่าตานี่เป็นอะไรถึงได้ห้องไห้โฮขนาดนั้น

สัปดาห์ที่ผ่านมา ถ้าจำไม่ผิด อีกชุดที่มีผู้แสดงนำเป็นหญิงสาวในวัยไม่เกิน 35 ขับรถจะออกจากบ้าน เรื่องราวไม่ได้ดูตลอด ก็เลยจำได้ไม่ละเอียด แต่ที่จำได้ก็คือ ภาพหญิงสาวสาวพวงมาลัยด้วยความอ้อยอิ่ง ร้องห่มร้องไห้ ที่จะต้องจากบ้านเอื้ออาทรไป

ไม่นึกไม่ฝันว่าในวันนึง ฉันจะต้องมาร้องไห้ ประหนึ่งนางเอกโฆษณาชุดที่เพิ่งเห็นไปก็ไม่ปาน...................แต่แค่คนละเหตุผลกับโฆษณาเท่านั้น!!!!

...............................

................

หนึ่งในลูกค้ากลุ่มใหม่ของบ้านเอื้ออาทร...... ก็เป็นกลุ่มฉันและเพื่อนๆ ที่ออฟฟิศ

เช้าวันศุกร์ที่ 20 มีค. 52 ฉันสะพายเป้โน๊ตบุ๊ค หิ้วกระเป๋าถือเพื่อออกไปทำงานตอนประมาณ 7.00 น.เศษๆ ความหนักของเป้ที่ข้างในมีโน๊ตบุ๊ค หนังสือต่างๆ บวกกับกล้อง DSLR Canon 450D(เลขเครื่อง2758B007)  ตัวโปรด ที่อุตส่าห์เก็บหอมรอมริบซื้อมาด้วยราคาเกือบสามหมื่น

.

”วันนี้ใม่เอากล้องไปดีกว่า” ฉันคิดในใจ เมื่อวานถ่ายรูปทำงานครบแล้ว วันนี้ไม่ได้ใช้ ไม่แบกไปดีกว่า “น้อง มาช่า” นอนแอ้งแม้งอยู่บนโซฟา พร้อมผ้าคลุมเช็ดกล้องผืนโตคลุมไว้

.

เลิกงาน ก็ประมาณ 18.45 น.  จอดรถตามปกติ จริงๆ วันนี้ถือว่ากลับมาเร็ว เพราะยังมีที่จอดรถเหลืออยู่อีกหลายที่ทีเดียว ปกติที่จอดรถหน้าตึกมักไม่ว่างเสมอ เพราะคนที่มาอยู่ก็มีรถยนต์กันแทบทั้งนั้น.......ซึ่งขัดกับวัตุประสงค์ที่จะจัดหาที่อยู่ให้ประชาชนที่มีรายได้ต่ำเหลือเกิน พวกเราเลยแซวกันเล่นๆ เมื่อเห็นมีรถยนต์ Lexus  และบรรดารถป้ายแดงใหม่ๆ จอดอยู่หน้าตึกพวกเรา

.

แวะดูประกาศทางขึ้นตึก (ทั้งที่ก็ไม่ค่อยได้ดูนัก เพราะเป็นรายละเอียดค่าน้ำ พร้อมชื่อเจ้าของห้องแปะหรา ซึ่งก็ไปจ่ายตรงเวลาอยู่แล้ว) แต่ที่ขัดความรู้สึก ก็คือ รายชื่อเจ้าของห้องพร้อมนามสกุลชัดเจนนั้น จำเป็นในการติดประกาศใต้อาคาร ซึ่งไม่มีการแลกบัตร คีย์การ์ด แต่อย่างใด ใครๆ ก็อ่านได้ ว่าใครอยู่ห้องไหน เป็น ญ หรือ ชาย  ได้แต่คิดในใจว่า ดีนะ ที่ไม่ได้ระบุสถานะด้วยว่า โสด แต่งงาน หรือ อยู่ด้วยกันเฉยๆ

กำลังขัดใจเรื่องนี้ สายตาก็หันไปอ่านเรื่องระเบียบการอยู่อาศัยที่มีลายมือยุกยิกเขียนทับไว้ว่า

“ชุมชนโจรชุม” อืมมมม.....มันเข้าใจเล่นคำดีวุ้ย ข้างหน้าชุม...ข้างหลังชุม ลายมือยุกยิกเหมือนเด็ก แต่ก็แปลกใจว่า เด็กทำไมเขียนได้สูงระดับเหนือสายตาฉันซะอีก

ถัดไปอีกนิด คงมีใครสักคนมาโต้ตอบข้อความแรก “โจรชุม พ่อมรึงสิ .....สีสส”  คำหลังสุด อ่านไม่ออก  ได้แต่พยายามเดาจากลักษณะตัวอักษร

“เอ้อนะ แล้วเราจะมายุ่งกับมันทำไมเนี่ย” ฉันเดินออกมาจากป้ายประกาศ ที่อ่านแล้วรู้สึกว่าตัวเองไปยืนอยู่กลางวงสนทนานั้นด้วย

.

ขึ้นชั้น 3 พร้อมล้วงกุญแจในกระเป๋าถือเช่นเคย พร้อมๆ กับที่เดินถึงหน้าห้อง ฉันหยิบกุญแจพร้อมไขประตู......แต่.......ทำไมประตูเปิดอยู่

ชั้นผิดหรือเปล่าเนี่ย”  ฉันเงยหน้าดูเลขที่ห้องเหนือประตู .............ก็ถูกนิ่!!

                        

                    พานพับเพื่อใส่แม่กุญแจโดนตัดขาด ด้วยอุปกรณ์ที่คาดว่าเคยทำมาแล้วอย่างชำนาญ


     

                                   ลูกบิด มีรอยโดนกด 4 ด้าน รอบลูกบิด ด้วยระยะห่างเท่าๆ กัน  ลูกบิดตายใช้


สติเริ่มมา ฉันเปิดไฟเดินเข้าไปดูที่โซฟา ที่ๆน้องมาช่ากล้องตัวโปรดนอนแอ้งแม้งอยู่เมื่อเช้า แต่ตอนนี้น้องมาช่าไม่อยู่แล้ว เหลืออยู่แต่ผ้าเช็ดกล้อง พร้อมแม่กุญแจ ตกอยู่ข้างๆ ฉันใช้ผ้าหยิบแม่กุญแจยี่ห้อเหมือนวีรบุรุษในหนังฝรั่งใส่ในถุงซิปล๊อค ที่มีอยู่ในชั้นวางของ สภาพกุญแจยังอยู่ในสภาพดีมาก แต่มีรอยเครื่องมือขูด ขีดให้ถลอกเท่านั้น

โซฟาตัวโปรดมีกล่อง เข็ม ด้าย เปิดอยู่ พร้อมตลับเมตร.............

หิ้งพระ มีพระพุทธโสธร พระพิฆเณศ ยังอยู่ที่เดิม แต่กล่องผ้าที่ใส่พระเลี่ยมทองเล็กๆที่น้าให้ตอนเรียนจบ.... เหลืออยู่แต่ผ้ารอ

                

.

ห้องนอน.....เตียง.....ลิ้นชัก เสื้อผ้า ถูกรื้อค้นกระจาย กล่องนาฬิกาเปล่าๆ ถูกเปิด ฝาไปทาง กล่องไปทาง กุญแจสำรองรถยนต์ในกระเป๋าใบเล็กๆ อยู่ในลิ้นชัก หายไป กล่องกำมะหยี่ใส่เครื่องประดับที่ไม่มีแพงอะไรทีน้าอีกคนให้มา ไม่อยู่แล้ว เครื่องเล่นซีดีพกพา อันตรธานหายไปแล้ว.

                  

.

สภาพโต๊ะเครื่องแป้ง ต่างหู สร้อย เครื่องประดับ กระจัดกระจายเต็มพื้นห้อง เตียงนอน ผ้าปู หมอน ถูกรื้อกระจุย ........

.

                

.

เตียงนอนที่คลุมผ้าไว้เรียบร้อยเมื่อเช้า ถูกตลบ หมอน ตุ๊กตากระจาย มีหนังสือธรรมะวางอยู่ที่เดิม

.

"จะหาอะไรน๊ะ น่าจะหยิยหนังสือธรรมมะไปอ่านบ้างนะ "    ฮึ ฉันคิด....        

                 

.

กระเป๋าเป้ Fila มือสอง สีขาวคาดน้ำเงิน สภาพเยินๆ แต่ก็รัก ใช้งานได้ดี ที่เพิ่งใช้งานไปเมื่อ เสาร์ อาทิตย์ก่อน ตอนเช้ายังอยู่ แต่ตอนนี้คงกลายพรรคเป็นอุปกรณ์ใส่ของที่ดีไปกับโจรแล้ว.......,มันคงนึกขอบใจที่มีกระเป๋าพร้อมสะดวก สบาย ง่ายแก่การขนย้ายแบบเดินเนียนๆ ออกไป ประหนึ่งเจ้าของห้องอย่างสบายใจ ไม่มีใครสงสัย

ค่อยๆ มองหาว่ามีอะไรหายไปอีกบ้าง.........โทรศัพท์มือถือโนเกีย ลามูร์ เครื่องเปล่ายับเยินอยู่ในตะกร้า บนโต๊ะหน้าทีวี ที่คิดว่าถ้าใครที่ออฟฟิศอยากได้ ก็จะให้ไปใช้ หน้าตามันไม่สวยแล้ว แต่ก็ยังใช้งานได้ดี.....กระปุกออมสินรูปหัวใจ สีชมพู ลายน่ารัก ที่ตั้งใจเก็บเงินไว้ไปสมัครคอร์สจัดดอกไม้ เป็นของขวัญให้ตัวเอง........ก็ถูกเก็บไปซะเรียบร้อย

สงสัยเป้มือสองจะเริ่มเล็กไป ค้นหากระเป๋าอีกใบจากลิ้นชักด้านนอก แต่คงเล็กเกินไป ก็เลยทิ้งไว้ให้ดูต่างหน้า

ฉันโทรหา 1113ให้โอนสายไป สน.ที่ไกล้ที่สุด ในบางพลี ปลายทางรับสาย ฉันแจ้งรายละเอียด ปลายทางแจ้งว่า " ต้องไปแจ้งความร้องทุกข์ด้วยตนเองเท่านั้น จะมีอีกทีมมาเก็บลายนิ้วมือ เพราะถ้าสายตรวจมาดู ก็คงช่วยอะไรได้ไม่มาก..............นั่นคือ คำตอบจากปลายทาง ซึ่งจริงๆ ฉันไม่ได้แปลกใจ เพราะที่คาดหวังไว้ก็เป็นแบบนี้แหละ

เพื่อนๆที่ทำงาน เพื่อนบ้านเริ่มกลับมา เริ่มมาถามไถ่ ในขณะที่เรารอใครบางคนที่บอกเราว่า อย่าเพิ่งแตะต้องอะไรภายในห้อง

นานเท่าไหร่ไม่รู้ อีกทีมมาถึง พร้อมคำถามเดิมที่ฉันได้ตอบไปทางโทรศัพท์........เรายังคงต้องรออีกต่อไป เพื่ออีกทีมจะมา

อีกทีมมากันอีกหลายคน พร้อมคำถามเดิม และคำตอบเดิมเกี่ยวกับจำนวนทรัพย์สินที่ถูกขโมย ฉันจดไว้ในสมุดบันทึก ทีมนี้มาพร้อมกับกล้องดิจิตอล1 กล้องฟิล์มหนึ่ง และเก็บภาพห้องไว้

"ถ่ายรูป ที่เค้าจดไว้ด้วย รายการทรัพย์สินน่ะ จะได้ไม่ต้องไปจด" มีเสียงหนึ่งสั่งออกไป และชายอีกคนพยายามเล็งกล้องไปบนสมุดบันทึกฉัน แต่ด้วยความสามารถของเลนส์ คงทำได้ไม่ดีนัก (ฉันเขียนให้ก็ได้นะ ถ้ามันจะลำบากนัก ได้แต่คิดในใจ"

.

อีกคนพยายามบอกฉันว่า เวลาเปลี่ยนลูกบิดประตู ให้เจาะวงกบลึกๆ แบบโน้น แบบนี้ ที่ห้องก็ทำแบบนั้น ไม่มีปัญหาอีกเลย ไม่ต้องมีเหล็กดัดด้วย......... (ก็นั่นมันห้องคุณ และคุณเป็น........) ได้แต่คิดในใจอีกเช่นเคย

แม่กุญแจที่อุตส่าห์ใช้ผ้าหยิบเพื่อไม่ให้เป็นการทำลายหลักฐานลายมือ ที่ใส่ซองซิปล็อคอย่างดี ไม่มีใครสนใจ ภาพการใช้แป้ง ใช้ฝุ่น ปัดไปมาตามข้าวของเครื่องใช้ ที่เคยเห็นในหนังฝรั่ง ไม่มีให้เห็น  ตลอดการตรวจที่เกิดเหตุ........

"เอ๊า ...ถ่ายรูปไปอีกซิ" อีกเสียงสั่งคนที่ถือกล้องฟิล์มสีดำ หน้าตากล้องควรไปอยู่พิพิธภัณฑ์มากกว่า

"อ้อ ถ่ายได้รูปเดียวครับ มันจะเปลืองฟิล์ม ......สั่งไว้ว่าอย่าถ่ายเยอะ รูปเดียวพอ" .........

ฉันอึ้งกับสิ่งที่ได้ยิน อืมมม..... ถ้ารู้ว่าจะมีเหตุการณ์แบบนี้ จะซื้อฟิล์มเตรียมไว้ให้สักครึ่งโหล (คิดในใจอีกรอบ เฮ้ออออ)

ฉันตัดสินใจหยิบถุงซิปล๊อคที่ใส่แม่กุญแจ พยายามยกขึ้นมานำเสนอกับทีมที่อยู่ตรงหน้า พยายามอยู่นาน จนหนึ่งในนั้นหยิบไป บอกว่าจะไปหาลายนิ้วมือแฝง และจะติดต่อกลับมา ถ้ามีประวัติ ก็คงพอรู้เรื่อง

..........แต่ถ้าโจรนั่นไม่เคยถูกจับได้.......จะมีประวัติไม๊????? ..............คำถามในใจฉัน ที่ไม่มีใครตอบ

"แล้วยังไง ซ่อมประตูแล้ว ก็ตามไปแจ้งความ จดบันทึกประจำวันนะ" พรุ่งนี้ก็ได้ แล้วทีมที่รอคอยก็จากไป ฉันยกมือไหว้ด้วยสมองกลวงๆ อืมม หมายความว่า จะวันไหนก็ได้ใช่มั้ยเนี่ย??

เพื่อนๆ พี่ๆ  มาซ่อมประตูให้ เรียบร้อย เวลาจากที่เกิดเหตุ ถึงตอนนี้เกือบ ห้าทุ่ม ฉันก็ยังโชคดีนะที่ไม่ได้อยู่ห้องและก็ยังดีที่มีเพื่อนๆ อยู่ไกล้ๆ ถ้าเหตุการณ์เป็นแบบอื่น ฉันคงนึกไม่ออกเช่นกัน ว่าจะเป็นอย่างไร   หากเกิดตอนที่ไม่มีใครอยู่ และฉันก็อยู่คนเดียวตลอด และถ้ามันรู้

ความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนคนนึง คงต้องรักษากันเองตามอัตภาพ หวังให้ใครช่วยคงไม่ได้

สัปดาห์นึงผ่านไป........ฉันยังทำใจยากที่จะกลับเข้าไปที่ห้อง ข้าวของเครื่องใช้ส่วนตัวถูกใครไม่รู้รื้อค้น..........เรื่องราวก็คงเงียบไปเช่นเคย เหมือนกับตอนที่ฉันไปแจ้งความและถามว่า เคยจับได้ไหม

 "ขอบัตรประชาชนด้วย"

" โดนกันเยอะแล้วนะเนี่ย นิติบุคคลไม่รับผิดชอบอะไรเลยหรอ"  เขากล่าวขณะเขียนบันทึก โดยไม่ได้ถามรายละเอียดใดกับฉัน

"มีอะไรหายมั่ง" ฉันยื่นสมุดที่จดรายละเอียดให้ไป เขารับไปอ่าน ลอกตาม

"เซ็นชื่อตรงนี้ ถ้าจะขอสำเนา ก็ถือเล่มไปถ่ายเอกสาร ร้านน้ำข้างหน้านะ"

ฉันไม่แปลกใจหรอก ว่าทำไมเรื่องราวแบบนี้ จึงเป็นเรื่องปกติ และเกิดเป็นประจำ อะไรที่มันเกิดบ่อยๆ เป็นประจำก็คงกลายเป็นความเคยชินซะแล้ว และตราบใดที่เรื่องมันยังไม่ได้เกิดขึ้นกับคนใกล้ตัวคุณ......

เรื่องนี้ก็คงเป็นอีกเรื่องที่ได้รับรู้ผ่านมา........และผ่านไป

การรักษาความปลอดภัยที่หละหลวม มีรปภ.เฉพาะทางเข้าโครงการ แลกบัตรเฉพาะรถยนต์ แต่สำหรับคนเดินเข้าออก เดินได้สบายใจ เป้ฉันที่ภายในเต็มไปด้วยของจากห้องฉัน หากเดินเนียนๆสะพายกระเป๋าออกไป จะมีใครสังเกตหรือไม่

 แต่สำหรับคนทำงานสุจริต เสียภาษีให้รัฐไม่เคยขาดตก ทรัพย์สินต่างๆ หามาด้วยน้ำพักน้ำแรงช่างเป็นเรื่องเศร้าใจ ถามฉันว่าโกรธมั้ยกับเรื่องที่เกิดขึ้น

"ฉันไม่โกรธ ถือว่าทรัพย์สินนอกกาย ไม่ตายหากันใหม่ได้"   แต่แค่ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นกับใครอีก เพราะเราไม่มีทางรู้ว่า

 "เหตุการณ์นั้นจะไปทำลายสภาพจิตใจ ทรัพย์สิน หรือแม้แต่ชีวิตของใครหรือไม่"

คุณๆ คะ  ใครที่มีส่วนรับผิดชอบ "อย่ารอให้มันเกิดเรื่องแบบนั้น แล้วค่อยมาหาทางแก้เลยค่ะ........ฉันไม่อยากร้องไห้ คิดถึงบ้านอีกแล้วล่ะ"

.......II(T-T)II............

**************************************************************

Recorded from My True Story, Friday 20 Mar 2009

"Bangplee National Housing Authority"



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 16 (0)
Rosefinchy วันที่ : 08/04/2009 เวลา : 18.02 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


mookie --> แงแง ค่ะคุณมุกกี้ แอบเซ็งกะของที่หาย แต่ก็ไม่เท่าที่เซ็งกับการทำงานแข็งขันมากกกกกกก...- -“)...ของ....

ตอนนี้ก็หายเซ็งแล้วค่ะ มีมือมีเท้า เราก็สู้ต่อไป ...ทาเคชิ!!

market-->ขอบคุณอย่างมากเช่นเคยค่ะคุณแม่คนสวย ยังอุตส่าห์ไม่ลืม หาชื่อหนังกะข้อมูลมาให้ซะอีกด้วย ส่วนเรื่องขโมย ขโจร ก็ต้องระวังตัวมากขึ้นจริงๆ ค่ะ

chedtha --> ขอบคุณค่ะที่มาเยี่ยมเยียนบ้านนี้ จริงอย่างที่พี่ว่าล่ะค่ะ คนไทยเองอยู่เมืองไทยก็ไม่อยากเจอเรื่องแบบนี้ เลย เดี๋ยวจะแวะไปเทียวค่ะ

ความคิดเห็นที่ 15 (0)
mookie วันที่ : 06/04/2009 เวลา : 20.57 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mookie
เราอาจไม่ได้มีความสุขในทุกนาทีของชีวิต  แต่เราอยากให้ทุกนาทีของความสุข...ถูกบันทึก

โอ้ยยยย

ทำไมเรื่องมันเศร้าเช่นนี้...

ถ้าเป็นบ้านของมุกกี้ แข้งขาคงอ่อนแน่ๆ เลยอ่ะฮะ และหากยังได้เจอตำรวจทำงานกันแข็งขันขนาดนี้ สงสัยได้มีหัวร้างข้างแตกกันแน่ๆ...

กล้องดิจิตอลก็ไม่มีใช้หรืองัย?? นี่ถ้า 450D ของพี่โรสไม่หาย คงได้กดให้แกไปสักสี่ซ้าห้าสิบรูป...

ความคิดเห็นที่ 14 (0)
market วันที่ : 06/04/2009 เวลา : 17.31 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/market

....เรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องที่ไม่คาดคิดว่าจะเกิดขึ้นกับเรานะคะ พี่ขอแสดงความเสียใจด้วยค่ะ หวังว่าตำรวจคงช่วยเหลือดูแลให้เป็นอย่างดีนะคะ

ทุกวันนี้ในสังคมเราน่ากลัวมาก โชคดีที่หนูไม่ได้อยู่เผชิญหน้ากับโจร ต่อไปเราก็ต้องยิ่งระวังตัวให้มากกว่าเดิมนะคะ

วันนี้นอกเหนือจากเข้ามาเยี่ยมตามปกติแล้ว ก็จะมาแก้ไขข้อผิดพลาดเรื่อง the killing fields นะคะ พี่เพี้ยนไปค่ะ เรื่องไม่ได้เกิดที่เวียดนามค่ะ เป็นเรื่องที่เกิดที่กัมพูชานะคะ ต้องขออภัยด้วยค่ะในข้อมูล แต่หนังดีมากนะคะ น่าหามาชมค่ะ

ความคิดเห็นที่ 13 (0)
chedtha วันที่ : 06/04/2009 เวลา : 13.26 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/chedtha
http://www.oknation.net/blog/chedtha3 (ภาพที่สวยงามในความทรงจำ)


สวัสดีครับ คุณโรส

"ชุมชนโจรชุม" แย่ครับ ทุกวันนี้ ไม่มีความปลอดภัยเรื่องชีวิตและทรัพย์สินเลย
มีคนเล่ากันมาหลายคนแล้ว เรื่องโจรผู้ร้ายชุกชุม
อาชญากรรมก็มีมากขึ้น... เป็นปัญหาที่ต้องเร่งแก้ไขและป้องกัน

ไม่อยากให้เมืองไทยเป็นแบบนี้เลย....



เชิญไปชมภาพมินิกอล์ฟ โรงงานทราย และสวนกล้วยในเมืองริมทะเลสาบ Germany
http://www.oknation.net/blog/chedtha/2009/04/01/entry-1


ความคิดเห็นที่ 12 (0)
Rosefinchy วันที่ : 06/04/2009 เวลา : 08.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

ขอบคุณค่ะคุณเบียร์

ผ่านมา 3 สัปดาห์ ไม่มีรายงานผลใดๆ จากตำรวจค่ะ แต่เท่าทีคาดการณ์ก็ตามนี้แหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 11 (0)
theeratatt วันที่ : 04/04/2009 เวลา : 11.03 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thebier

เสียใจด้วยนะครับกับเรื่องที่เกิดขึ้นกับคุณ

ความคิดเห็นที่ 10 (0)
Rosefinchy วันที่ : 02/04/2009 เวลา : 08.28 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


แง..ขอบคุณค่ะพ่อเป็ด ที่แวะมาเยี่ยม ตอนนี้อาศัยกล้องตัวเล็กๆ ไปก่อนค่ะ รอเก็บหอมรอมริบใหม่ คงอีกนานกว่าจะได้กล้องตัวใหม่

ระหว่างนี้จะแวะไปดูภาพและเรื่องราวดีๆ ที่ครอบครัวเป็ดก่อนนะคะ

ความคิดเห็นที่ 9 (0)
ไบนอคสีเขียว วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 20.55 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Home61103

หวังพึ่งเขาไม่ได้หรอกครับ ประชาชนตัวเล็กทีไม่มีใครรู้จักแบบเราๆ เขาไม่มาสนใจแน่นอน ขอแสดงความเสียใจด้วยครับ
โดยเฉพาะกับเจ้า 450D คนชอบถ่ายรูป รักการถ่ายรูป ไม่ต้องบอกว่ารู้สึกอย่างไร

ความคิดเห็นที่ 8 (0)
Rosefinchy วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


Phithak-P ::> เมื่อเราไม่มีสิทธิเลือก เราก็เลือกที่จะอยู่อย่างพอเพียง....แต่....ก็ยังมีแต่เสมอค่ะ

คงเป็นเพราะไม่มีหน่วยงานไหนจริงจัง....เรื่องแบบนี้จึงเกิดขึ้นเป็นเรื่องปกติซะแล้ว

ความคิดเห็นที่ 7 (0)
Rosefinchy วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.35 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


ปิย่า -- " เกิดเป็นประชาชนคนไทย ธรรมดา ๆ ก็งี้แหละค่ะ "....อ่านแล้วแอบช้ำใจเล็กๆ นะคะ แค่ไม่ได้มีเงินล้นฟ้า ไม่มีนามสกุลใหญ่โต......

ความคิดเห็นที่ 6 (0)
Rosefinchy วันที่ : 01/04/2009 เวลา : 17.32 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::


ลาดพร้าวซอยสิบสอง -- > ขอบคุณนะคะ ที่มาเยี่ยมเยียนกัน ดอกแก้วงามๆ ที่ซอยลาดพร้าว ทำให้อารมณ์ดีขึ้นเยอะเลยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 5 (0)
phithak-P วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

เรื่องของตัวหนังสือเล็กๆแต่ยอมรับว่าอ่านแล้วไฟออกหูทีเดียว เครียดกับชะตากรรมของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีสิทธิในการเลือก!!
ครั้งหนึ่งก็เคยโดนเหมือนกัน และบทเรียนดังกล่าวทำให้รู้สึกไม่ดีกับชุมชนที่ชีวิตเข้ามาสังกัด รวมไปถึงผู้คนและจริยธรรมในบ้านเมืองนี้ เฮ่อ!!

ปรู๊น ปรู๊น น น.. ไม่ออกเลยขอ-รับ

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
phithak-P วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 18.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/phithak-P

เรื่องของตัวหนังสือเล็กๆแต่ยอมรับว่าอ่านแล้วไฟออกหูทีเดียว เครียดกับชะตากรรมของผู้คนที่อยู่ในพื้นที่ที่ไม่ค่อยมีสิทธิในการเลือก!!
ครั้งหนึ่งก็เคยโดนเหมือนกัน และบทเรียนดังกล่าวทำให้รู้สึกไม่ดีกับชุมชนที่ชีวิตเข้ามาสังกัด รวมไปถึงผู้คนและจริยธรรมในบ้านเมืองนี้ เฮ่อ!!

ปรู๊น ปรู๊น น น.. ไม่ออกเลยขอ-รับ

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ปีย่า วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 09.34 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/porpor

เกิดเป็นประชาชนคนไทย ธรรมดา ๆ ก็งี้แหละค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ลาดพร้าวซอยสิบสอง วันที่ : 31/03/2009 เวลา : 08.46 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/thairesearch2539

เป็นประชาชนก็ต้องตนเป็นที่พึ่งแห่งตนอย่างนี้ล่ะนะคะ ทำยังไงด้าย.... ขอบคุณนะคะที่แวะมาชมบล็อคค่ะ แล้วแวะมาอีกนะคะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
Rosefinchy วันที่ : 30/03/2009 เวลา : 08.44 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Rosefinchy
::: Live EveryDay as if It wereYour LasT :::

ทุกวันนี้ ประชาชนตาดำๆ ไม่มีอิทธิพลใดๆ ก็คงต้องก้มหน้า ดูแลตัวเองกันต่อไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน