• S-1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 19
  • จำนวนผู้ชม : 17573
  • จำนวนผู้โหวต : 14
  • ส่ง msg :
  • โหวต 14 คน
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 7 สิงหาคม 2560
Posted by S-1 , ผู้อ่าน : 1028 , 12:36:28 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 3 คน แม่หมี , นายธรรมยุติ และอีก 1 คนโหวตเรื่องนี้

    ก่อนอื่นต้องขออนุญาตออกตัวไว้ก่อนเลยว่าโดยนิสัยปรกติของผมแล้ว ไม่ใช่คนที่ชื่นชอบในการไปท่องเที่ยวตามสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์สักเท่าใดนัก ถ้ามีเหตุต้องเดินทางผ่านแล้วเหลือเวลาพอให้แวะเข้าไปชม อันนี้ก็พอมีบ้าง แต่ถ้าให้ถึงกับต้องวางแผนเพื่อเดินทางไปเที่ยวหรือไปศึกษาแบบหาความรู้จริงจังคงมีโอกาสเกิดขึ้นได้ยากยิ่งนัก


    แต่ในราวปลายเดือนเมษายนของปี้นี้ (พศ. 2560) เมื่อผมได้รับรายงานข่าวของ "นกเดินดงอกลายดำ" จากเพื่อนสนิทในวงการถ่ายภาพนกท่านหนึ่ง โดยรายงานแจ้งว่าสถานที่ที่มีการพบและถ่ายภาพนกตัวดังกล่าวได้ อยู่ที่ "ป้อมผีเสื้อสมุทร" ในเขตจังหวัดสมุทรปราการนี่เอง นั่นจึงเป็นเหตุให้ผมต้องวางแผนไปเที่ยวสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แบบเป็นจริงเป็นจังกับเค้าบ้าง ทั้งที่ไม่เคยมีความคิดอยู่ในหัวมาก่อนเลย

    เมื่อวางหมายกำหนดการให้ตัวเองได้เรียบร้อยแล้ว ผมจึงเริ่มหาข้อมูลของ "ป้อมผีเสื้อสมุทร" แบบเป็นจริงเป็นจังทันที ซึ่งต้องสารภาพกันตรงๆว่าชื่อนี้ไม่เคยผ่านโสตประสาทหรือผ่านตามาก่อนแม้สักครั้ง ใช่ครับ...ครั้งแรกในชีวิตที่ได้ยินชื่อนี้คือตอนที่ได้รับรายงานข่าวเกี่ยวกับนกเดินดงอกลายดำตัวนี้นี่เอง แต่ผลจากความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีในการสื่อสารบนโลกใบนี้ในปัจจุบัน จึงไม่ใช่เรื่องยากแต่อย่างไรในการหาข้อมูลของสถานที่ดังกล่าว

    จากข้อมูลที่พอหาได้โดยสังเขป กล่าวไว้ว่า "ป้อมผีเสื้อสมุทร" มีอดีตเป็นป้อมปืนใหญ่ที่สร้างไว้เพื่อป้องกันเรือรบของข้าศึก ปัจจุบันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์และเชิงนิเวศซึ่งตั้งอยู่บนเกาะในแม่น้ำเจ้าพระยา ด้านใต้ของพระสมุทรเจดีย์ อยู่ในเขตจังหวัดสมุทรปราการ...ใกล้ๆแค่นี้เองครับ

    เช้าวันที่ 29 เมษายน (พศ. 2560) ผมตื่นนอนตั้งแต่ตี 4 และขับรถออกจากบ้านที่ อ.ธัญบุรีตั้งแต่เกือบๆตี 5 โดยความตั้งใจไปถึงหมายให้ได้ก่อน 7 โมงเช้า เนื่องจากข้อมูลที่เพื่อนๆนักถ่ายภาพนกหลายๆท่านแนะนำมาว่า นกตัวนี้มักออกมาหากินบริเวณท่อระบายน้ำทิ้งด้านหลังอาคารสำนักงานของป้อมผีเสื้อสมุทรในช่วงเช้า และบ่าย....ด้วยข้อมูลดังกล่าวมานี้เอง ทำให้ผมคาดหวังว่าทริปนี้คงจบลงภายในระยะเวลาไม่เกิน 11 นาฬิกา


    การเดินทางในวันนั้น ผมใช้เส้นทางถนนกาญจนาภิเษกแล้วไปตัดออกที่ถนนสุขสวัสดิ์ เพื่อไปจอดรถไว้ที่วัดพระสมุทรเจดีย์ ซึ่งเวลาเช้าตรู่ของวันหยุดสุดสัปดาห์แบบวันนั้นรถราค่อนข้างน้อย ทำให้ผมสามารถควบคุมเวลาที่ใช้ในการเดินทางได้ค่อนข้างน่าพอใจ

    จากจุดเริ่มต้นในเช้าวันนั้นมีสัญญาณเหมือนว่าจะเริ่มต้นทริปด้วยความราบรื่น และทุกอย่างน่าจะเป็นไปตามเป้าหมาย แต่ชีวิตจริงแล้วไม่ใช่เลย...555

    ผมเดินทางถึงลานจอดรถหน้าวัดพระสมุทรเจดีย์ในราว 6 โมงเช้า หลังจากจอดรถเสร็จก็เริ่มจัดเตรียมอุปกรณ์การถ่ายภาพให้พร้อม ทั้งประกอบกล้อง-เลนส์-ขาตั้ง, เตรียมบังไพรสะพายขึ้นแบกบนหลัง, เตรียมขวดน้ำดื่มพกใส่ข้างกระเป๋ากางเกง, ทำการล็อคประตูรถให้เรียบร้อย เมื่อทุกอย่างพร้อมจึงเริ่มเดินเข้าหมาย  แต่อนิจจา อุปสรรคแรกมาเยือนเร็วกว่าการคาดคะเน...เมื่อผมเดินไปถึงซุ้มประตูทางเข้า กลับพบว่าประตูถูกล็อคด้วยกุญแจจากด้านใน และที่สำคัญคือบริเวณนั้นไม่มีใครอยู่แม้แต่คนเดียว  ผมเดินวนไปวนมาคนเดียว หยุดนั่งพักบ้างเมื่อรู้สึกเมื่อย ทำตัวงกๆเงิ่นๆอยู่หน้าซุ้มประตูทางเข้าอยู่พักใหญ่ เนื่องด้วยอับจนความคิดหาหนทางไปต่อไม่เจอ

    สักครู่ใหญ่มีรถเก๋งคันหนึ่งวิ่งเข้าไปจอดในลานวัด และมีผู้ชาย 2 ท่านซึ่งอาวุโสกว่าผมหลายปีอยู่ เดินออกมาพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพชุดใหญ่ ซึ่งพอเห็นเท่านั้นก็เป็นที่เข้าใจว่ามา "ถ่ายนก" นั่นทำให้ใจชื้นขึ้นมาหน่อย ในใจคิดว่าอย่างน้อยวันนี้ก็มี "เพื่อนร่วมชะตากรรม" แล้วละ 

   หลังจากกล่าวสวัสดีทักทายกันเรียบร้อย ผมและคุณน้าทั้ง 2 สองท่าน (ท่านทั้ง 2 อาวุโสกว่าผมหลายปีอยู่นะ) จึงนั่งรอเจ้าหน้าที่ทหาร (โดยปรกติแล้วจะพักอยู่ด้านใน) มาทำการเปิดประตู ซึ่งก็น่าจะในราว 7 นาฬิกาโดยประมาณ แต่หลังจากนั่งรอไปได้สัก 20 นาที ดูเหมือนยังไม่มีวี่แววว่าใครสักคนจะมาปรากฏตัวในบริเวณใกล้เคียงเลย เมื่อดูท่าเหมือนการรอคอยต่อไปคงไม่ได้เรื่องแน่ๆแล้ว ผมจึงเริ่มออกเดินสำรวจบริเวณรอบซุ้มประตู จนไปพบช่องทางเล็กๆอยู่ข้างซุ้มทางเข้า ช่องทางดังกล่าวมีการปิดไว้ด้วยแผ่นไม้อัดขนาดใหญ่ซึ่งมีรอยแตกขนาดกว้างคูณยาวสักประมาณ 30X100 เซนติเมตร ซึ่งผมไม่รู้หรอกว่ารอยแตกดังกล่าวนั้นเกิดจากอะไร? ใครสร้าง? หรือมีไว้เพื่อให้ใครใช้? แต่ดูแล้วน่าจะเพียงพอให้มนุษย์ที่มีขนาดร่างกายไม่ใหญ่โตนักสามารถลอดผ่านเข้าไปได้ หลังจากร่วมกันพิจารณาด้วยเหตุและผลแล้ว เรา 3 คนตัดสินใจใช้ช่องทางดังกล่าวเพื่อเดินทางเข้าหมายแบบไม่มีทางเลือก เพราะคาดหวังว่าเราจะจบทริปนี้ให้ได้ภายในช่วงเช้า สำหรับผม การแทรกตัวเพื่อผ่านช่องแคบขนาดที่กล่าวมานั้นเป็นเรื่องไม่ยากเย็นนัก แต่สำหรับคุณน้าผู้อาวุโสทั้ง 2 ท่าน ถือเป็นเรื่องที่หนักหนาเอาการเลยทีเดียว แต่ด้วยความมุมานะและพยายามของท่านทั้งสอง ทำให้เราผ่านจุดนั้นมาได้ด้วยเวลาไม่นานนัก แม้ทุลักทุเลเต็มทีก็ตาม

    หลังจากผ่านอุปสรรคแรกในยามเช้านั้นมาได้ เราทั้ง 3 คนรีบเดินต่อเพื่อไปให้ถึงจุดหมายซึ่งก็คือ "ป้อมผีเสื้อสมุทร" นั่นเอง จากซุ้มประตูที่เราผ่านมา ต้องเดินขึ้นบันไดไปชั้น 3 ของซุ้มประตู เพื่อเดินข้ามสะพานแขวนข้ามคลองอีกเป็นระยะทางประมาณ 30 เมตร เมื่อลงจากสะพานแขวนต้องเดินเท้าต่อไปตามถนนคอนกรีตขนาดกว้างประมาณ 1.20 เมตร ซึ่งอยู่เลียบไปตามริมน้ำเป็นระยะทางอีกประมาณ 200 เมตร จึงถึงป้อมผีเสื้อสมุทร

   ทันทีที่เดินทางถึงที่หมาย เราต่างคนต่างเริ่มหาจุดที่คิดว่าเหมาะสมที่สุดสำหรับวางอุปกรณ์ถ่ายภาพ โดยจุดดังกล่าวมีให้เลือกไม่มากนัก เพราะข้อมูลที่มีอยู่คือ นกตัวนี้จะมาหากินและเล่นน้ำตรงปลายท่อระบายน้ำทิ้งในรางคอนกรีตซึ่งมีขนาดความกว้างประมาณ 50-60 เซนติเมตร และเมื่อนกมาถึงจะบินลงมาบนพื้นหญ้าด้านบนริมขอบรางเป็นลำดับแรก แต่ก็เพียงชั่วประเดี๋ยวเดียว นกจะกระโดดลงไปเล่นน้ำด้านล่างทันที ซึ่งการที่จะได้ภาพนกตัวนี้สวยๆ จำเป็นต้องบันทึกภาพให้ได้ในช่วงที่นกยังเกาะบนพื้นหญ้าด้านบนของรางคอนกรีต เพราะเมื่อนกลงเล่นน้ำจนเปียกปอนแล้วสภาพดูไม่ได้แน่ๆครับ 555 

    เรา 3 คนใช้เวลานั่งรอนกตัวเป้าหมายกันแบบใจจดใจจ่อ เพราะตามที่กล่าวมา ถ้าพลาดจังหวะไปแม้เพียงเสี้ยววินาที เราอาจได้ภาพที่แตกต่างไปจากความคาดหวังก็เป็นได้

    เวลาผ่านไปจนเกือบ 10 โมงเช้า จนแล้วจนรอดเรายังไม่เห็นวี่แววของพระเอกผู้มาเยือนแม้สักนิด คุณน้าทั้ง 2 ท่านนั่งรออยู่กับผมจน 10 โมงเช้า จึงขอตัวกลับ เนื่องด้วยมีธุระจำเป็น โดยก่อนกลับท่านทั้ง 2 ได้มีน้ำใจฝากขนม 1 ถุงและไข่ต้มอีก 2 ฟองไว้ให้ผม นั่นเองทำให้ผมสำนึกขึ้นมาได้ทันทีว่า....ผมลืมกล่องข้าวที่เตรียมมาสำหรับทั้งมื้อเช้าและมื้อกลางวันทิ้งไว้ในรถ....โชคไม่ดีรอบที่ 2 มาเร็วกว่าที่คิดซะแล้ว

   ไอ้ครั้นจะให้เดินกลับไปที่รถเพื่อไปเอากล่องข้าวคงไม่ไหว เกิดนกมาลงช่วงนั้นพอดีล่ะ เจ็บใจแย่เลย....คิดได้ดังนั้นแล้วจึงตัดสินใจกินไข่ต้มกับขนมแทนอาหารเช้าในวันนั้น ส่วนมื้อเที่ยง เดี๋ยวถ่ายภาพนกเสร็จเรียบร้อยแล้วค่อยออกไปจัดการทีหลัง

    เมื่อเหลือเพียงผมคนเดียวที่นั่งเฝ้าท่อระบายน้ำต่อด้วยความเงียบเหงา ดังนั้นไม่ว่านกหรือตัวอะไรสักชนิดหนึ่งโผล่หน้ามาทักทาย ผมถ่ายเล่นแก้เหงาหมดละครับ

    ในระหว่างนั่งรออยู่คนเดียว อดคิดไปไม่ได้ว่านกตัวนั้นจะอพยพกลับบ้านไปเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากช่วงเวลาของปลายเดือนเมษายนแบบนี้เป็นช่วงที่นกอพยพส่วนใหญ่กำลังเดินทางกลับภูมิลำเนากันแล้ว ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง นี่คงเป็นความโชคร้ายเรื่องที่ 3 ของวันนี้แน่ๆ

    เวลาเดินผ่านไปนาทีแล้วชั่วโมงเล่าจนเกือบ 11 นาฬิกา แสงแดดที่ส่องลงมายังรางคอนกรีตเป้าหมายเริ่มเปลี่ยนทิศ อันเป็นเหตุให้ผมต้องจำใจย้ายที่ตั้งอุปกรณ์ไปฝั่งตรงข้ามเพื่อไม่ให้เกิดการย้อนแสงในขณะถ่ายภาพ ผมพิจารณาหมายใหม่ให้เหมาะกับทิศทางแสง โดยเลือกวางขาตั้งกล้องคร่อมตรงกลางรางคอนกรีตและปรับระดับตัวกล้องกับเลนส์ให้ต่ำลง กะว่าถ้านกลงมาเกาะบนพื้นหญ้าที่ขอบรางเมื่อใด ผมจะได้ภาพนกในแนวระนาบที่ขนานไปกับพื้นหญ้าแบบไร้ที่ติจริงๆ

    หลังจากจัดวางอุปกรณ์เป็นที่เรียบร้อย ผมหาได้แผ่นไม้ขนาดใหญ่มาพาดระหว่าง 2 ฝั่งของขอบรางคอนกรีตเพื่อเป็นฐานรองสำหรับการยืนถ่ายภาพ เมื่อเสร็จเรียบร้อยทุกอย่างผมก็กลับขึ้นไปนั่งพิงแอบข้างกำแพงและเข้าสู่โหมดการรอคอยเช่นเคย  ในระหว่างการรอคอยด้วยความกระวนกระวาย ให้บังอิญที่สายตาเหลือบไปเห็นนกตัวหนึ่งเกาะอยู่บนสายไฟห่างจากจุดที่นั่งรอไปประมาณร่วม 50-60 เมตร ลักษณะคลับคล้ายไปทางนกตัวเป้าหมายในวันนั้น แต่ด้วยความไม่แน่ใจเพราะระยะไกลเอาเรื่อง จึงตั้งใจเข้าไปดูให้ใกล้ขึ้นเพื่อให้แน่ใจว่ายังมีหวัง

    แต่อนิจจา โชคร้ายลำดับถัดไปมาเยือนผมเร็วกว่าที่คิด ทันทีที่ก้าวเท้าทั้งสองข้างลงบนแผ่นไม้ซึ่งวางพาดท่อระบายน้ำไว้ด้วยตัวเอง แผ่นไม้เจ้ากรรมกลับหักกลางลงอย่างง่ายดายพร้อมกับที่ร่างกายส่วนล่างทั้งครึ่งตัวของผมตกลงสู่ด้านล่างแบบไม่มีสิ่งใดรองรับน้ำหนัก โชคร้ายที่ยิ่งไปกว่านั้นคือรางน้ำในบริเวณดังกล่าวเป็นจุดวางบ่อพักน้ำเสียพอดิบพอดี ดังนั้นจุดดังกล่าวจึงมีระดับความลึกมากกว่าปรกติ จากปลายเท้าทั้งสองข้างที่ผมยืนถึงพื้น ทำให้พบว่าผมยืนแช่น้ำอยู่ที่ระดับลึกจนถึงเหนือโคนขา นาทีนั้นผมคงทำสิ่งใดไม่ได้ดีไปกว่าการดึงตัวเองขึ้นมาจากบ่อพักน้ำเสียดังกล่าว แล้วไปหาที่ล้างเนื้อล้างตัวให้พอคลายความสกปรกลงไปได้บ้าง

    หลังจากจัดการกับตัวเองเสร็จ ผมกลับมานั่งเฝ้ารอนกตัวเป้าหมายที่เดิม ในขณะที่ใจคิดไปถึงสิ่งต่างๆซึ่งเกิดขึ้นตั้งแต่เช้า......

    .....ตื่นนอนตีสี่, ขับรถออกจากบ้านตีห้า, ถึงหน้าหมายหกโมงเช้า, มุดรูรั้วเข้าหมายแบบทุลักทุเล, เดินตกท่อระบายน้ำเสีย, ได้แผลตอนตกท่อมาหนึ่งแผล, นี่ยังต้องมานั่งตากแดดกลางฤดูร้อนเพื่อรอนกแบบเปียกๆ (น้ำเน่า) อีกไม่รู้ถึงเมื่อไหร่, อาหารกลางวันก็คงอดแน่ๆ (เพราะลืมไว้ในรถ)....โชคร้ายกว่านี้ยังจะมีอีกมั้ย? .....คิดดังนั้นแล้วก็อยากเก็บของกลับบ้านซะทันทีทันใดเลย... 555

    แต่ด้วยผ่านประสบการณ์การถ่ายภาพนกมาหลายปีจึงทำให้เข้าใจได้ดีว่าเส้นทางสายนี้ไม่ได้โรยกลีบกุหลาบเหมือนใครหลายๆคนที่มองจากข้างนอกเข้ามาเคยบอกไว้ และความหวังจากที่ยังคงพบเห็นนกตัวเป้าหมายยังคงบินป้วนเปี้ยนหากินอยู่รอบบริเวณ ทำให้ผมยังนั่งทนอยู่ต่อไปได้

    เวลาล่วงไปจนบ่ายคล้อย เริ่มมีช่างภาพนกหลายท่าน มีทั้งที่รู้จักมักคุ้นกันมาก่อนและทั้งที่เพิ่งเคยพบกันเป็นครั้งแรกทยอยเข้ามาร่วมวงเพื่อรอคอย ผมจึงเริ่มมีเพื่อนคุยหลังจากนั่งเหงาอยู่คนเดียวมาหลายชั่วโมง

    เวลาแห่งการรอคอยยังคงผ่านไปเรื่อยๆ แต่เรายังไม่เห็นวี่แววของเจ้าเดินดงอกลายดำตัวนั้นมาปรากฏตัวสักที สิ่งเดียวที่เป็นความหวังสำหรับผมและทุกคนในเวลานั้นคือความมั่นใจว่านกยังหากินอยู่ที่นี่เท่านั้นเอง (จากการพบนกเกาะสายไฟเมื่อช่วงเช้า)

    เสียงเพลงชาติไทยดังแว่วมาจากอาคารสำนักงานซึ่งตั้งอยู่ใกล้ นั่นแสดงว่าถึงเวลาหกโมงเย็นแล้ว ช่างภาพหลายท่านตัดสินใจเก็บอุปกรณ์กลับบ้าน ในขณะที่อีกหลายๆท่านยังลังเล เพราะดูท่าทางแล้ววันนี้เราคงหมดหวัง

    แต่ในขณะที่หลายๆท่านกำลังเก็บอุปกรณ์ยัดลงกระเป๋า เจ้านกเดินดงอกลายดำตัวนั้นบินมาจากทางทิศไหนไม่มีใครทราบ โดดลงบนพื้นรางระบายน้ำแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ย เท่านั้นเองที่ความโกลาหลบังเกิดขึ้นทันที เสียงชัตเตอร์จากกล้องหลายตัวที่ยังคงเตรียมพร้อมดังลั่นขึ้นพร้อมกัน ในขณะที่ความอลหม่านจากการรื้ออุปกรณ์ออกจากกระเป๋าเพื่อเอามาประกอบชิ้นส่วนก็เกิดขึ้นแบบอึกทึกเช่นเดียวกัน

    เจ้าเดินดงอกลายดำเดินไปเดินมาอยู่ในรางคอนกรีตระบายน้ำอยู่พักเล็กๆ ซึ่งนั่นก็เพียงพอสำหรับอีกหลายๆท่านซึ่งต้องใช้เวลาประกอบอุปกรณ์

    หลังจากใช้เวลาในการดื่มน้ำจนพอใจแล้ว เจ้านกอพยพหายากตัวนั้นจึงบินขึ้นจากรางระบายน้ำไปเกาะโดดเด่นเป็นสง่าอยู่บนตอไม้ ก่อนบินข้ามหลังคาอาคารสำนักงานฯหายลับตาไป

    เสียงเฮที่ดังลั่นออกมาจากช่างภาพหลายๆท่านในที่นั้นรวมทั้งผมเองด้วย คงไม่มีนัยยะใดๆมากไปกว่าการได้ระบายความอัดอั้นแห่งการรอคอยในวันนั้น

    บางท่านรอมา 2 ชั่วโมง, หลายๆท่านรอมาเกือบครึ่งวัน และหมายรวมไปถึงใครคนหนึ่งซึ่งรอมาตั้งแต่เช้า....แต่สุดท้ายแล้วเราทุกคนก็ประสบความสำเร็จในเป้าหมายอันเดียวกันจนได้....คงต้องกล่าวคำขอบคุณเจ้าเดินดงอกลายดำหนุ่มผู้มาเยือนป้อมผีเสื้อสมุทรตัวนั้นจากใจจริงๆ แล้วพบกันใหม่ปีหน้านะ



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
แม่หมี วันที่ : 15/08/2017 เวลา : 13.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mamaomme

อ่านเพลิน นกน่ารักจังค่ะ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
นายธรรมยุติ วันที่ : 11/08/2017 เวลา : 04.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/Dhammayuth


ความคิดเห็นที่ 1 (0)
สำรวจฟ้า วันที่ : 08/08/2017 เวลา : 08.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/PeeThong

ลักษณะหัวและลำตัวคล้ายเดินดงสีค้ำมาก ดูครั้งแรกนึกไปถึงเดินดงสีคล้ำ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน