*/
  • S-1
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2015-06-09
  • จำนวนเรื่อง : 26
  • จำนวนผู้ชม : 39022
  • จำนวนผู้โหวต : 16
  • ส่ง msg :
  • โหวต 16 คน
<< สิงหาคม 2017 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    

[ Add to my favorite ] [ X ]


วันจันทร์ ที่ 21 สิงหาคม 2560
Posted by S-1 , ผู้อ่าน : 1515 , 06:49:54 น.  
หมวด : ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

พิมพ์หน้านี้
โหวต 2 คน bene , rkii โหวตเรื่องนี้

    หากขับรถไปบนทางหลวงหมายเลข 1117 อันเป็นถนนเส้นเดียวที่ตัดพาดผ่านกลางผืนป่าของอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ ลัดเลาะไต่เขาสูงคดเคี้ยวเรื่อยขึ้นไปจนถึงจุดสิ้นสุดของเส้นทางรถยนต์ที่ กม.93....ณ จุดนี้มีลักษณะเป็นพื้นที่ราบขนาดไม่ใหญ่เกินไปกว่าสนามฟุตบอลซึ่งอยู่ระหว่างช่องเขาที่มีสายลมเย็นเฉียบพัดผ่านและมีอากาศหนาวเย็นอยู่ตลอดเวลา สถานที่แห่งนี้จึงได้ชื่อเรียกขานกันติดปากจนทุกวันนี้ว่า "ช่องเย็น"

    "ช่องเย็น" มีกิตติศัพท์เป็นสถานที่ท่องเที่ยวอันมีชื่อเสียงโด่งดังในระดับแถวหน้าของประเทศไทย นักท่องเที่ยวที่นิยมชมชอบการแสวงหาความสุขจากธรรมชาติคงมีน้อยคนนักที่ไม่เคยสัมผัสกับไอหมอกและลมเย็นบนยอดเขาซึ่งมีความสูงถึง 1,340 เมตรจากระดับน้ำทะเลแห่งนี้


    แต่หากใครไม่เคยมีประสบการณ์และอยากเริ่มต้นทำความรู้จักกับ "ช่องเย็น" ขอแนะนำให้ลองหาอ่านรีวิวการท่องเที่ยวจากในเว็บไซท์ต่างๆเพิ่มเติมดูนะครับ

    ในมุมมองของนักเดินทางที่ชื่นชอบการพักผ่อนตามแหล่งธรรมชาติโดยรถยนต์สามารถเข้าถึงได้สะดวกสบายในปัจจุบัน "ช่องเย็น" คือคำตอบที่ดีที่สุดแห่งหนึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักดูนกและช่างภาพนก ที่นี่เป็นหนึ่งในสถานที่ดูนกที่ต้องปักหมุดลงบนปฏิทินแผนการเดินทางกันไว้ตลอดเกือบทั้งปีทีเดียว

    ในทุกๆฤดูกาล ทั้งนกอพยพและนกประจำถิ่นซึ่งพบเจอตัวไม่บ่อยนักหลากหลายชนิดสามารถพบเห็นได้ไม่ยากที่นี่ อาทิ เช่น นกภูหงอนพม่า (Burmese Yuhina), นกแต้วแล้วใหญ่หัวสีน้ำตาล (Rusty-naped Pitta), นกนิลตวาเล็ก (Small Niltava), นกกระทาดงคอสีแสด (Rufous-necked Partridge) หรือนกแว่นสีเทา (Grey-peacock Pheasant) เป็นต้น

    และโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงฤดูฝน ราวกลางเดือนสิงหาคมของทุกปี ซึ่งเป็นฤดูที่ไม้ป่าบางชนิดออกลูกสุกเต็มต้นอยู่กลางหุบเขา ต้นไม้เหล่านี้เปรียบเสมือนภัตตาคารกลางไพรของสัตว์ป่าและนกนานาชนิด ซึ่งในที่นี้หมายรวมไปถึงนกหายากที่มีสถานภาพที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อย่างนกเงือกคอแดง (Rufous-necked Hornbill) อีกด้วย และนั่นทำให้ช่องเย็นในช่วงเวลานี้เป็นศูนย์รวมของช่างภาพนกทั้งมืออาชีพและมือสมัครเล่นจากทั่วทุกสารทิศที่หลั่งไหลกันไปเยือนเพื่อเสี่ยงดวงกับนกเทพตัวดังกล่าว....เนื่องจากเป็นที่ทราบกันดีในวงการนักดูนกและช่างภาพนกทั้งหลายว่า ที่ช่องเย็นคือจุดดูนกเงือกคอแดงที่สามารถ "เข้าถึง" ได้ง่ายที่สุดในเมืองไทยแล้ว

    ผมเชื่อว่าความทรงจำของนักดูนกและช่างภาพนกที่รู้จักกับช่องเย็นแบบ "ลึกซึ้ง" คือความประทับใจในบรรยากาศธรรมชาติที่สวยงามและอากาศที่บริสุทธิ์ รวมไปถึงภาพบันทึกความงดงามของนกสีสวยหลากหลายสายพันธุ์ที่พบเจอ


    หากแต่ความทรงจำของนักท่องเที่ยวประเภท "ชะโงกทัวร์" บางท่านที่เคยสัมผัสกับช่องเย็นแบบ "ผิวเผิน" อาจไม่งดงามนัก เพราะนอกเหนือไปจากมุมถ่ายรูปคู่กับป้ายชื่อ "ช่องเย็น" พร้อมแบคกราวด์ด้านหลังที่เป็นแนวทิวเขากว้างไกลซึ่งเป็นแลนมาร์คเดียวบนสถานที่แห่งนี้แล้ว เมื่อหมุนมองไปรอบด้านทางทิศอื่น สิ่งที่พบเห็นคือแนวสันเขาและชายป่า....หามุมมองสวยๆถ่ายเซลฟี่กันได้ยากเต็มที

    นอกจากนี้ "ช่องเย็น" ยังมี "มฤตยูเงียบ" เป็นตัวเบียดเบียนความสุขของนักท่องเที่ยวผู้มาเยือนทุกท่านแบบไม่มีการจำกัดชั้นวรรณะ แม้เจ้ามฤตยูเงียบตัวดังกล่าวนี้เป็นเพียงแมลงตัวเล็กๆที่มีลักษณะและขนาดคล้ายแมงหวี่ แต่พิษสงรอบตัวร้ายกาจชนิดที่ว่าใครได้ประสบกับตัวเองจะต้องเข็ดเขี้ยวกันไปนานทีเดียว เราเรียกเจ้าแมลงชนิดนี้กันว่า "คุ่น" หรือ "ริ้นดำ"


    นักท่องเที่ยวที่แวะมาเยือนช่องเย็นด้วยเครื่องแต่งกายประเภทนุ่งน้อยห่มน้อยเพื่ออวดผิวสวย (เสื้อแขนสั้น-กางเกงขาสั้น) หลายๆท่านได้รับโอกาสให้จดจำฤทธิ์เดชของเจ้าแมลงน้อยตัวนี้ไปมากต่อมากแล้ว ขนาดทำให้หลายคนที่มาเยือนช่องเย็นเพียงครั้งแรกถึงกับสัญญาไว้ว่าจะไม่กลับมาอีกเลยก็มี

    โดยธรรมชาติของคุ่นมักอาศัยอยู่บนภูเขาสูง ซึ่งผมเคยพบเจอเจ้าแมลงตัวนี้ที่สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังหลายๆแห่งอยู่บ่อยครั้ง เช่น ดอยเชียงดาว ดอยฟ้าห่มปก หรือดอยอินทนนท์ และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง "ช่องเย็น" ซึ่งผมต้องยอมยกให้ที่นี่เป็น "ดงคุ่น" โดยดุษฎี เพราะไม่ว่าคุณจะเดินไปทางไหนบนช่องเย็น คุณจะต้องพบเจ้าถิ่นตัวนี้ติดตามไปด้วยแบบไม่ลดละ

    เจ้าแมลงขนาดเล็กชนิดนี้มักบินมาเกาะตามผิวหนังเราแบบเงียบกริบแล้วจัดการดูดเลือดกินเป็นอาหารจนอิ่มหนำสำราญก่อนจากไป เหลือทิ้งไว้เพียงจุดเลือดสีแดงคล้ำขนาดเล็กๆและความคันให้ดูต่างหน้า สำหรับคนที่ไม่มีอาการแพ้อาจใช้เวลาไม่นานวันให้แผลตกสะเก็ดและหายไป แต่สำหรับใครที่แพ้จากการกัดเจ้าแมลงชนิดนี้อาจมีอาการรุนแรงถึงขั้นมีอาการไข้ ปวดหัว บางคนแพ้หนักถึงขนาดเกิดอาการหอบหืดก็มี....โชคดีที่ผมจัดอยู่ในประเภทบุคคลกลุ่มแรกที่ไม่เคยแพ้เมื่อโดยคุ่นกัด....แต่ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเป็นเพราะผมมีภูมิคุ้มกันด้วยตนเองอยู่แล้ว หรือเป็นเพราะผมแวะไปให้คุ่นที่ช่องเย็นกัดบ่อยครั้งจนร่างกายสร้างภูมิต่อต้านให้เรียบร้อยแล้วก็ไม่รู้ 555

    สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไป "คุ่น" อาจเป็นอุปสรรคสำคัญที่รบกวนความสุขในการท่องเที่ยวที่ช่องเย็น แต่สำหรับช่างภาพนกแบบผม "คุ่น" เป็นเพียงอุปสรรคเล็กๆที่สร้างความหงุดหงิดใจให้เล็กน้อยเพียงเท่านั้น ถ้าให้แลกกันระหว่างความรำคาญใจจากการรบกวนของเจ้าแมลงตัวน้อยชนิดนี้กับความสุขจากวิหคนานาพันธุ์ที่เรียงหน้ากันมาต้อนรับแบบไม่ขาดสาย....ผมยอมแลกทันทีครับ

    ช่างภาพนกรุ่นพี่หลายคนเคยกล่าวให้ฟังว่าช่องเย็นเป็น "สวรรค์" ในการถ่ายภาพนก ซึ่งจากประสบการณ์ส่วนตัวทำให้ผมสามารถยืนยันคำพูดนั้นได้แบบเต็มปากเต็มคำทีเดียว หากแต่ "สวรรค์" แห่งนี้ คือ "สวรรค์ในดงคุ่น" ของจริงเลยละครับ....


    ถ้าใครไม่เชื่อ ขอให้ลองหาเวลาขึ้นไปสัมผัส "ช่องเย็น" ดูสักครั้ง...รับรองจดจำแบบไม่มีวันลืมทีเดียว


อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
bene วันที่ : 26/08/2017 เวลา : 16.58 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/bene

😭😨😨
เป็นความพ่ายแพ้ที่ยากจะลืม อิน้อง(ตอนนี้เรียกอิป้าได้ละ)ไปหัดขับรถบนดอยสูง หลงใหลได้ปลื้มกับดอกซากะรุเมืองไทย จนลืมตัว---ไม่พึงระวังด้วย กลับที่พักมาน่องลายจุดๆ คันเล็กน้อย เกาๆเป็นอาทิตย์แผลใหญ่ขึ้นๆ เทียวหาหมอ เป็นเดือนๆ ถึงขนาดต้องฉีดยาใต้แผลถึงจะหายคันแต่ตัวยาทิ้งรอยด่าง ---หมดสิทธิ์ใส่กระโปรงสั้นเป็นปี
ฤทธิ์ของตัวคุ้น ---ไม่ใช่ว่าโดนครั้งแรกไม่แพ้ แล้วต่อๆไปจะชนะนะคะ บางคน โดนครั้งต่อมาถึงจะแสดงอาการแพ้ เพราะเราเองเคยถูกแมลงที่ไม่เห็นตัวกัดแล้วเป็นจุดแดง ที่ขามาก่อน ครั้งนั้นไม่คันด้วย พอครั้งที่สองนี่แหละ ลืมไม่ลงและต้องพึงระวัง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน