*/
  • SIAM1932
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : payong2003@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 1449132
  • จำนวนผู้โหวต : 254
  • ส่ง msg :
  • โหวต 254 คน
วันเสาร์ ที่ 16 มกราคม 2553
Posted by SIAM1932 , ผู้อ่าน : 24141 , 22:32:18 น.  
หมวด : ศาสนา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 

สถานีโทรทัศน์ดาวเทียมพุทธภูมิ SBBTV999

 

 

 

 

 : สถานีวิทยุสังฆทานธรรม คลื่นขาวของชาวพุทธ

 

สถานีวิทยุสังฆทานธรรม FM89.25 MHz คลื่นขาวคุณธรรม

dhitina@gmail.com

December 6, 2009 : sunan.p@windowslive.com : 087 717 2484

ศูนย์รวมเสียงธรรมบรรยาย

 

SBBTV999  SBBTV  

********
*************

***************************

ผ้าป่าสร้างสถานีวิทยุพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

************************************************

 โครงการแท็กซี่คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียงไทยร่มเย็น 
มีวัุตถุประสงค์เพื่อให้ทุกคนฟื้นฟูสภาพจิตใจให้ตั้งมั่นอยู่ในคุณธรรม ปราศจากอบายมุข 
เช่น เลิกดื่มสุราและยาเสพติดทุกชนิด เลิกเล่นการพนัน เลิกสูบบุหรี่  โดยจะนำกลุ่มแท็กซี่
ไปอบรมตามหลักสติปัฎฐาน 4 ที่บ้านธรรมะสว่างใจ ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา1ครั้ง
และครั้งต่อไปเข้าฝึกอบรมปฏิบัติธรรมเดือนละ 1 ครั้ง  ที่วัดสังฆทาน จ.นนทบุรี การจัดอบรม
จะมีการสอดแทรกให้ทุกคนสามารถแก้ปัญหาชีวิตในด้านต่าง ๆ และเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา
ร่วมกัน  ปรับปรุงการดำเนินชีวิตให้มีความสุขกายและสุขใจ สามารถจัดเป็นกลุ่มองค์กรแท็กซี่
ที่มีวิทยุสื่อสาร ทุกคัีนรถ สามารถติดต่อกันได้ทุกเวลาและสามารถมาจัดรายการโทรทัศน์ 
ออกทีวี วิทยุ และสื่อหนังสือพิมพ์ คนขับรถแท็กซี่คนใดมีประวัติดี ความประพฤติดีสามารถ
ลงสื่อทั้ง 3 สื่อ ให้เป็นบุคคลตัวอย่างของกลุ่มแท็กซี่  คุณธรรม โดยมีศูนย์แท็กซี่รายงาน
ความเคลื่อนไหวในด้านต่าง ๆ  เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสาร
Internet 
 

(สาธุ! สาธุ! สีเลนะ สุขะติงยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา)

 ขอเชิญ

กลุ่มแท็กฃี่คุณธรรมเศรษฐกิจพอเพียงไทยรร่มเย็น

เข้าร่วม โครงการอบรมสติปัฏฐาน 4

ที่ บ้านสว่างใจ เขาใหญ่ วัดถ้ำกฤษณาธรรมาราม ต.หมูสี อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา

รุ่นที่ 10 ระหว่างวันที่  ..................... 2553  (โปรดติดตาม)

ผู้ที่แจ้งความจำนงกรุณาติดต่อกลับด้วยตนเองอีกครั้ง หรือติดต่อกลับมาที่

สถานีโทรทัศน์พุทธภูมิ ผู้ที่ไม่สามารถไปตามวันเวลาดังกล่าว

กรุณาแจ้งกลับด่วนคะ (รถออกจากหน้าวัดสังฆทาน 13.00 น.)

(สาธุ! สาธุ! สีเลนะ สุขะติงยันติ สีเลนะ โภคะสัมปทา)

**********************************

เบอร์ที่ใช้ในวัดสังฆทาน

สถานีโทรทัศน์พุทธภูมิ   โทร. 02-496-1160 - 9   แฟกซ์ : 02-496-1170

สถานีวิทยุสังฆทนธรรม   โทร. 02-443-0341 - 2   แฟกซ์ : 02-443-0338

สำนักงานวัดสังฆทาน      โทร. 02-496-1240 - 2 แฟกซ์ : 02-496-1243

รับสมัครบวชเนกขัมมะ                          โทร. 02-496-1240 - 2 ต่อ 103

สังฆทานนิวส์                  โทร. 0-2447-1766      แฟกซ์ : 0-2447-1766

***************************************************

การทดแทนพระคุณบิดามารดาที่เลิศที่สุด

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! บุคคล 2 จำพวก คือมารดาบิดานี้

เราไม่กล่าวว่าจะตอบแทนคุณให้สิ้นสุดได้ง่าย"

OOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOOO

สิ่งแรกที่คุณคิดจะทำในวันเกิดของคุณคืออะไร
.
.
1 2 3 4 A  B 

.

กายนี้ของพ่อแม่

กายของเรานี้เป็นของพ่อแม่ให้มาทั้งหมด  เจ้าของเดิมก็คือพ่อแม่นั่นเอง  มาจากข้าวสุกขนมสดที่พ่อแม่เคี้ยวกิน เป็นเลือดเป็นเนื้อเป็นน้ำเหลือง  หรือเป็นการป้อนข้าวป้อนน้ำนมให้เราจนเจริญเติบโตมาถึงทุกวันนี้  ร่างกายของเรานี้จึงไม่ใช่ของใครเลย  นอกจากของพ่อแม่
         ฉะนั้น  เราอย่าคิดโกรธเกลียดพ่อแม่เลย  อย่าได้คิดถกเถียงดื้อรั้นด่าตีพ่อแม่เลย  เพราะการกระทำ เช่นนั้นล้วนเป็นการเนรคุณและเป็นบาปกรรมที่ใช้ไม่หมด ลบล้างไม่ได้ มีเพียงบุญกุศลเท่านั้นที่จะให้พ่อแม่  ให้แต่ความดีอย่างเดียวสำหรับพ่อแม่  ให้พูดดีอย่างเดียว  ให้ทำดีอย่างเดียวจึงจะเป็นการตอบแทน  ถ้าพูดไม่ดีทำไม่ดีก็มีแต่เวรมีแต่กรรม  มีแต่หนี้สินอยู่ตลอดเวลา วันนี้เรามาชดใช้บุญคุณของพ่อแม่  ด้วยการมาภาวนาให้จิตของเราหยุดคิดหยุดนึก  สงบใจสักพักหนึ่ง  ตั้งอกตั้งใจให้สบาย  ไม่ต้องคิดอะไร ไม่ต้องกังวลอะไร  เอากายวาจาใจของเราที่ดีที่พ่อแม่ให้มานั้นให้ทาน  รักษาศีล  ทำสมาธิ...ทำสมาธิให้ใจของเราสงบเย็นสักห้านาทีสิบนาที เช่น "พุท" ลมหายใจเข้า "โธ"  ลมหายใจออก  ทำความรู้สึกไว้ ที่สองช่องจมูกของเรา  จำใบหน้าจำจมูกของเราไว้จนกว่าใจของเราจะว่าง สว่าง เฉย เป็นดวงเดียว  จิตของเราจะได้ผ่องใสเบิกบานรื่นเริงบันเทิงใจ  ทำบุญกุศลถึงใจเรา

ถ้าเราไม่สงบเราจะไม่รู้เลยว่า  พระคุณของพ่อแม่นั่นมีมากมายเพียงไร  พอใจสงบแล้าเราระรู้เลยว่าบุญคุณของพ่อแม่นั้นมี่มากสุดที่จะพรรณนา  สุดที่จะประมาณได้  จึงเรียกว่าเป็นพระอรหันต์ของลูก  เป็นพระพรหมของบุตร  พ่อแม่เป็นพระอรหันต์ของลูกเพราะอะไร?
เพราะพ่อแม่มีความรักอันบริสุทธิ์ใจ  พร้อมที่จะให้อภัยแก่ลูกเสมอ  ส่วนพ่อแม่เป็นพระพรหมของลูกก็คือเป็นผู้ประเสริฐต่อชีวิตลูก อะไร ๆ ก็เสียสละได้ทุกอย่างเพื่อลูก

ทุกวันนี้เราเป็นพ่อคนแม่คน  เราได้สำนึกแล้วว่าเรารักลูกมากเพียงไร  พ่อแม่ก็รักเรามากเพียงนั้น  เมื่อตอนเป็นเด็กเล็ก ๆ เราไม่เคยรู้ถึงความรักความห่วงใยของพ่อแม่ที่แสดงออกมา  เพราะเรายังไม่รู้เดียงสาเราจึงมองไม่ออก  แต่เราจะมองเห็นการแสดงออกถึงความรักความห่วงใยที่พ่อแม่มีต่อเราได้ก็เมื่อตอนที่เรามีลูก เราอุ้ม เรากอด เราจูบ เรากระวนกระวาย เราคอยดูแลตลอดวันตลอดคืนอย่างไร  นั่นแหละ!พ่อแม่ของเราก็ทำเช่นนั้นกับเราเหมือนกัน  เราห่วงใยลูกเราอย่างไร  พ่อแม่ก็ห่วงใยเราเมื่อตอนเป็นเด็กเล็ก ๆ อย่างนั้น  เหมือนกัน  คนจะคิดได้ก็ตอนที่ตนเองมีลูกนะ  ถ้าคิดไม่ได้ก็สายเสียแล้วก็กลายเป็นคนเนรคุณไม่รู้คุณพ่อแม่

ส่วนมากคนเราจะรักแต่ลูกตัวเอง  รักแต่หลานตัวเอง  ไม่เคยย้อนกลับไปดูพ่อแม่ตัวเองว่าพ่อแม่ก็รักเราเพราะเราเป็นลูก  พ่อแม่ของเราก็รักเราเหมือนเรารักลูกนั่นเอง  ถ้าคิดได้อย่างนี้เราจะมองเห็นเลยว่า  อ๋อ!  เวลาเราอุ้มท้องลูก เราห่วงใยกังวลอยู่ตลอดวันตลอดคืน  ตอนที่แม่อุ้มท้องเราก็คงห่วงใยกังวลตลอดวันตลอดคืนไม่ต่างอะไรกันแน่นอน

เรื่องนี้เราคิดได้หรือยัง? ...เราคิดถึงบุญคุณพ่อแม่ได้หรือยังว่าท่านทำอะไรให้เราบ้าง...มากน้อยแค่ไหนในชีวิตนี้  ตั้งแต่อุ้มท้องมาเก้าเดือน  เลี้ยงดูจนถึงทุกวันนี้  พ่อแม่ให้อะไรเราบ้าง...คิดได้หรือยัง?  แล้วเราได้ให้อะไรแก่พ่อแม่หรือยัง?

ยังเลย!  เราให้แต่ลูกของเรา  ให้แต่สามีภรรยาของเรา  เรายังไม่เคยย้อนกลับไปให้แม่ของเราเลย  เพราะเราลืมบุญคุณ  เราไม่ได้คิดว่าพ่อแม่เลี้ยงดูรักเรามากถึงขนาดนี้เชียวหรือ?

เราคิดได้แต่เพียงว่าเรารักลูกของเรา  อยากจะให้ลูกของเรา  แต่เราไม่เคยคิดว่าพ่อแม่ก็ให้เราอย่างนี้มาก่อน  มันเป็นกงกรรมกงเกวียนที่ปิดบังหัวใจมนุษย์ให้นึกไม่ออก  ให้หลง  ให้งงอยู่ตลอดเวลา  ทำให้ไม่สามารถออกจากทุกข์ได้  ไม่เหมือนพระอรหันต์  ไม่เหมือนพุทธเจ้า  ไม่เหมือนผู้กตัญญูรู้คุณ  จะมองออกเลยว่า...ใช่!  เรายอมรับ  เรารักลูกของเราอย่างไร  พ่อแม่ก็รักเราอย่างนั้น  เราเสียสละให้ลูกของเราอย่างไร  พ่อแม่ก็เสียสละให้เราอย่างนั้น  เจ็บแทนลูกได้  ตายแทนลูกได้...แต่เมื่อลูกโตแล้วก็ไม่เคยคิดที่จะเสียสละให้พ่อแม่อย่างนั้นเลย  กลับเถียงกลับว่ากลับ  มองพ่อแม่ในแง่ไม่ดี

กลับไม่เข้าใจพ่อแม่  หาว่าคนแก่เป็นแผ่นเสียงตกร่อง  ว่าพ่อแม่เป็นแผ่นเสียงตกร่อง  พูดแล้วก็พูดอีกเป็นหนังเก่าฉายแล้วก็ฉายอีกเราก็มานั่งบ่นนั่งว่าพ่อแม่เอาจุดที่พ่อแม่นี่เองมาย้อนพ่อแม่ให้เจ็บช้ำใจ  พอเรามีลูก  เราก็เป็นแผ่นเสียงตกร่องต่อไปอีก  หนังเก่าฉายใหม่เหมือนกัน  เป็นกงเกวียนกำเกวียนไม่มีผิดเลย  ทำอย่างไรก็ได้อย่างนั้น

ถ้าเราไม่อยากให้เป็นกงเกวียนกำเกวียน  ก็ต้องไม่ว่าพ่อแม่  นิ่งเฉยเสีย  ยอมอดทน  ถือว่าเป็นเรื่องของคนแก่ เป็นพ่อคนแม่คนก็ต้องบ่นอย่างนี้เอง  เพราะความรักความห่วง  ถ้าไม่รักไม่ห่วงไม่มีบ่นเลย  ที่บ่นที่ด่าลูกก็เพราะความรักความห่วง  กลัวลูกจะไม่ได้ดี

เมื่อเราคิดได้อย่างนี้เราจะทะนุถนอมพ่อแม่เหมือนเรารักลูกเลย  เราทะนุถนอมลูกของเราเท่าไร  เราก็ทะนุถนอมพ่อแม่ของเราเท่านั้น  อันนี้จึงว่าเป็นบุคคลฉลาด  เป็นบุคคลประเสริฐที่รู้บาปบุญคุณโทษว่าพ่อแม่รักเราอย่างไร...มีอยู่วันหนึ่งอาตมาไปงานศพที่จังหวัดสมุทรสาคร  ลูกสาวเป็นพยาบาล  แม่ผ่าตัดแล้วเป็นโรคหลงลืม  กินไม่รู้นอนไม่รู้  ไม่รู้จักลูก  ลูกคนอื่น ๆ พยาบาลไม่ได้เพราะไม่มีเวลา  ลูกคนหัวปีเลยเอาแม่ไปเลี้ยง  แม่เหมือนกลับกลายเป็นเด็กอีกครั้ง  เสื้อผ้าก็ต้องนุ่งให้  ต้องช่วยอาบน้ำเช็ดอุจจาระปัสสาวะ

 คิดดูซิ!  แม่ทำอะไรไม่ได้เลย  แม่ช่วยตัวเองไม่ได้  กินข้าวก็กินเองไม่ได้  ต้องให้ลูกคอยป้อน  เขาปรนนิบัติแม่อยู่ ๔-๕ ปี กตัญญูมากเลย  เขาบอกว่าทำให้เขาได้ซึ้งในบุญคุณของพ่อแม่  ทำให้เขาได้กลับมาตอบแทนพ่อแม่เหมือนตอนที่พ่อแม่ได้เลี้ยงเขามาสมัยเด็ก ๆ ไม่ต่างกัน  ลูกหลาย ๆ คนทำให้แม่คนเดียวไม่ได้  แต่ทีทำให้ลูกๆ ของตัวเองกลับทำได้  แล้วเขาก็ทำบุญอุทิศให้แม่เป็นพันเป็นหมื่น  นิมนต์พระมาถวายอาหารทั้งอำเภอเลย

นอกจากนั้นยังให้ทุนการศึกษาเด็กยากจน  ให้ทุนอาหารเด็กนักเรียนอีกไม่ใช้จะเลี้ยงพ่อแม่เพียงอย่างเดียว  แต่ยังมีการทำบุญให้พ่อแม่อีก  คนเราถ้าเป็นอย่างนี้แล้วลูกหลานก็คล้อยตาม  ต่อไปพอเราแก่หรือเจ็บป่วย  ลูกหลานก็ต้องเลี้ยงดูและพยาบาลเราอย่างนี้

คนเราทุกวันนี้มีวิชาความรู้มากยิ่งไกลจากพ่อแม่มาก  ยิ่งศึกษาสูงเท่าไร  ยิ่งทอดทิ้งพ่อแม่มากขึ้นเท่านั้น  ต่อไปพ่อแม่จะต้องเดียวดาย  เพราะเขาไม่ศึกษาธรรมะ  เขาไม่ศึกษาเรื่องพระพุทธศาสนา...เรื่องกตัญญูรู้คุณ  เขามัวศึกษาแต่ความเจริญทางวัตถุ  เขาจะต้องทอดทิ้งให้เราเป็นคนแก่ที่ไร้สาระ  ถูกทอดทิ้งให้ลำบาก

สมัยก่อน  คนเราไม่ได้มีการศึกษาอะไรกันมาก  คนจะรักพ่อรักแม่  ดูแลพ่อแม่ยันตาย  ถ้าเราศึกษามากเท่าไรเราต้องศึกษาธรรมะมากเท่านั้น  ให้ธรรมะเจริญในใจของเราจนเกิดความรู้ความเข้าใจ  เราจะได้ไม่ทอดทิ้งผู้มีพระคุณ

วันนี้โยมระลึกถึงพระคุณพ่อพระคุณแม่ได้หรือยังว่าท่านให้อะไรแก่เราบ้าง...แล้วอะไรล่ะที่เราให้พ่อแม่ได้บ้าง?

ความสบายใจที่พ่อแม่ต้องการ  เราให้ท่านหรือยัง?

พ่อแม่นั้นหวังเพียงอย่างเดียวคือ...ให้ลูกเจริญ  ที่เคี่ยวเข็ญทุกวันนี้ก็เพราะอยากให้ลูกเจริญอยากให้ลูกรวย  อยากให้ลูกมีการศึกษาดีมีงานทำ  ไม่อาภัพเหมือนคนอื่น  คืออยากให้ได้ดีความปรารถนาของพ่อแม่ไม่มีอะไรมากไปกว่าให้ลูกได้ดี  แก้วแหวนเงินทองก็ไม่อยากได้จากลูก  มีแต่อยากจะเอาไปให้ลูกให้มากขึ้น

เรื่องเหล่านี้ทำไมเราจึงคิดไม่ได้?...อะไรปิดบังใจเราอยู่?...ทำไมเราจึงเสียสละให้พ่อแม่ไม่ได้?...อะไรปิดบังใจ

เราอยู่?...เราสละให้ลูกของเราได้  แล้วทำไมเราสละให้พ่อแม่ของเราไม่ได้..พ่อแม่ของเราก็เหมือนกัน  ท่านสละให้เราได้  แต่ทำไมสละให้พ่อแม่ของตัวเองไม่ได้?...มันก็คงจะเป็นอย่างนี้ต่อไปอีกกระมัง!

ถ้าเรามีลูกมีหลานต่อไปก็คงจะต้องทำกันอย่างนี้เรื่อยไป  ไม่มีใครตอบสนองบุญคุณด้วยการทำให้เราสบายใจเลย

เราจะต้องคิกกันให้มากเรื่องอย่างนี้  เพราะมันเป็นเรื่องที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในทุกวันนี้ เราเกิดมามีพ่อมีแม่  มีผู้มีพระคุณให้เรา ไม่ใช่ไม่มีใครให้เรา  บางคนถึงพ่อแม่จะไม่เคยเลี้ยงดูเรามา  แต่อย่างน้อยเลือดเนื้อกายใจนี้ท่านก็ให้เรามา  เพียงเท่านี้ก็ถือว่าเป็นพระคุณสูงสุดแล้ว เรามีปากเอาไปชมเชยพ่อแม่  เอาไปสรรเสริญพ่อแม่  เอาไปเรียกพ่อแม่กินข้าวกินน้ำไม่ใช่มีปากเอาไว้เถียงพ่อแม่  เอาไปด่าว่าพ่อแม่ให้เจ็บช้ำใจ  เรามีตาเอาไปมองดูแลพ่อแม่ให้พ่อแม่มีความสุข  ไม่ใช่เอาตาไปค้อนไปควักพ่อแม่ให้เจ็บช้ำ ไม่ไปมองพ่อแม่เหมือนไร้ความหมาย  ก็ขอให้เราได้เข้าถึงความเป็นพ่อแม่ที่ดีกันทุกคน..

"ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!  บุคคล ๒ จำพวก คือ มารดาและบิดานี้  เราไม่กล่าวว่าจะตอบแทนคุณให้สิ้นสุดได้ง่าย

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!  บุตรที่ปฏิบัติมารดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง  ปฏิบัติบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่งอยู่จนตลอดอายุร้อยปี  บุตรนั้นได้ปฏิบัติด้วยปัจจัยสี่  ด้วยการอบกลิ่น  การนวด  การอาบน้ำ  และการดัดกาย  มารดาบิดาได้ถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่บนบ่าของบุตรนั้น  ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่นับว่าตอบแทนคุณบิดามารดาให้สิ้นสุดได้ หรือแม้บุตรจะพึงสถาปนามารดาบิดาไว้ในราชสมบัติของแผ่นดินด้วยแก้ว ๗ ประการก็ยังไม่ชื่อว่าได้ตอบแทนบุญคุณมารดาบิดาให้สิ้นสุดได้เลย

ข้อนี้เพราะเหตุใด? เพราะเหตุว่า...มารดาบิดาเป็นผู้มีคุณมาก เป็นผู้รักษาชีวิตบุตรไว้ เป็นผู้เลี้ยงบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!  ผู้ใดชักชวนมารดาบิดาซึ่งไม่มีศรัทธาให้มีศรัทธามั่นคง  ชักชวนมารดาบิดาผู้ไม่มีศีลให้ตั้งมั่นในศีล  ชักชวนมารดาบิดาผู้ไม่มีปัญญาให้มีปัญญาเป็นเครื่องนำทางที่ถูกต้องได้ ภิกษุทั้งหลาย!...ด้วยการตอบแทนบุญคุณดังกล่าวนี้  ชื่อว่าบุตรได้ตอบแทนคุณมารดาบิดาแล้ว"


หลวงพ่อสนอง กตฺปุญโญ

oooooooooooooooo

SBBTV999 + RADIO ONLINE 

ฟังวิทยุ  ONLINE  FM 8925MHz

ทุกวัน เวลา ๐๗.๓๐ น. และ ๑๖.๓๐ น. แม่ชี - เนกขัมมะ เดินจงกลม 

oooooooooooooooooooooooooooooooooooooooo 
Digg del.icio.us co.mments Furl Shadows SphereIt Fleck Internetmedia Technorati


A post with music example

 

 


ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย บุตรปฏิบัติมาดรดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง ปฏิบัติบิดาด้วยบ่าข้างหนึ่ง อยู่จนตลอดอายุด 100 ปี บุตรนั้นได้ปฏิบัติด้วยปัจจัยสี่ การนวดฟั้นขัดสี ด้วยเครื่องอบ การให้อาบน้ำชำระกาย มารดาบิดาก็ถ่ายอุจจาระปัสสาวะอยู่บนบ่าของบุตรนั้น ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่นับว่าตอบแทนคุณบิดามารดาให้สิ้นสุดได้

หรือแม้บุตรจะพึงสถาปนามารดาบิดาไว้ในราชสมบัติของแผ่นดินด้วยแก้ว 7 ประการ ก็ยังไม่ชื่อว่าได้ตอบแทนบุญคุณมารดาบิดาให้สิ้นสุดได้เลย

เพราะเหตุว่า มารดาบิดา เป็นผู้มีคุณมาก เป็นผู้รักษาชีวิตบุตรไว้ เป็นผู้เลี้ยงบุตร เป็นผู้แสดงโลกนี้แก่บุตร

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ! ผู้ใด
ชักชวนมารดาบิดาซึ่งไม่มีศรัทธา ให้มีศรัทธามั่นคง

ชักชวนมารดาบิดาผู้ทุศีล ให้ตั้งมั่นในศีล

ชักชวนมารดาบิดาที่มีความตระหนี่ ได้รู้จักการบริจาคทาน

ชักชวนมารดาบิดาผู้ไม่มีปัญญาให้มีปัญญาเป็นเครื่องนำทางที่ถูกต้องได้

ภิกษุทั้งหลาย ด้วยการตอบแทนบุญคุณดังกล่าวนี้ ชื่อว่าบุตรได้ตอบแทนคุณมารดาบิดาแล้ว
ที่มา : ธรรมะสว่างใจ ฉบับที่2


*


SBBTV999 + RADIO ONLINE 

.



แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน