*/
  • SIAM1932
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : payong2003@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 1539607
  • จำนวนผู้โหวต : 259
  • ส่ง msg :
  • โหวต 259 คน
วันอังคาร ที่ 19 มกราคม 2553
Posted by SIAM1932 , ผู้อ่าน : 3094 , 21:12:26 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน



พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว- เสด็ช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งใหม่ เฝว
ทรงรับสั่ง รมต.ซื่อสัตย์สุจริต

ถวายสัตย์ฯรพ.ศิริราช บุกทำเนียบองคมนตรี แดงยื่นถล่ม"ป๋า-แอ้ด"


พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว- เสด็จออก ณ ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.พ.ศิริราช พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นายกรัฐมนตรี นำรัฐมนตรี ซึ่งทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯแต่งตั้งใหม่ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาทถวายสัตย์ปฏิญาณ ก่อนเข้ารับตำแหน่งหน้าที่

 
ในหลวงพระราชทานพระบรมราโช วาท 5 รัฐมนตรีใหม่ ทรงเน้นย้ำเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริต และปฏิบัติหน้าที่ตามคำกล่าวปฏิญาณ เพื่อความเป็นมงคลต่อประเทศชาติรัฐบาล และตัวเอง รัฐมนตรีใหม่น้อมรับใส่เกล้าฯ เริ่มทำงานวันแรก ร่วมประชุมครม.วันนี้ เสื้อแดงบุกทำเนียบองคมนตรี ยื่นกดดัน"สุรยุทธ์-ป๋าเปรม" กรณีเขายายเที่ยง-เขาสอยดาว ส.ส. เรืองไกรยื่นป.ป.ช.เช็กบิล"บิ๊กแอ้ด" แจงบัญชี ทรัพย์สิน 2 ครั้งไม่ตรงกัน เรียกร้องให้พิจารณา ตัวเอง "เทพเทือก"ไม่เชื่อคนในรัฐบาลเป็นไส้ศึก ส่งข้อมูลทุจริตให้ฝ่ายค้านนำไปอภิปราย ยืนยันไม่เคยระแวงพรรคร่วม "พรรคเติ้ง"โต้โผ เตรียมนัด 4 พรรคร่วม หารือเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ

"เทือก"เตือนนปช.อย่ารุนแรง

เวลา 08.30 น. วันที่ 18 ม.ค. ที่ทำเนียบรัฐ บาล นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐ มนตรี ฝ่ายความมั่นคง ให้สัมภาษณ์ถึงการเคลื่อน ไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่เข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการดาวกระจายไปตามสถานที่ต่างๆ รวมถึงทำเนียบองคมนตรี ว่า ทุกคนที่อยู่ในประเทศไทยมีสิทธิเสรีภาพเท่าเทียมกัน และรัฐธรรมนูญให้คำรับรองเรื่องสิทธิเสรีภาพของประชาชนเอาไว้ ประชาชนมีสิทธิชุมนุมโดยสงบเรียบร้อยปราศจากอาวุธ ไม่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพบุคคลอื่น แต่ถ้ากระทำผิดโดยการไปปิดล้อมหรือบุกรุกสถานที่ราชการ ทำร้ายคนอื่นหรือตำรวจ ทหารที่มาดูแลรักษาความสงบเรียบร้อย ต้องถูกดำเนินคดี

เมื่อถามว่าจำเป็นต้องเพิ่มการดูแลจัดมาตร การดูแลรักษาความปลอดภัยทำเนียบองคมนตรีเป็นพิเศษหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ทำเนียบองคมนตรีเป็นสถานที่ราชการ เจ้าหน้าที่มีหน้าที่ดูแลสถานที่ราชการทุกแห่ง ต่อข้อถามถึงความคืบหน้าติดตามจับกุมดำเนินคดีนายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นายสุเทพกล่าวว่า เวลาให้ตำรวจไปดำเนินการตามกระบวนการ ยุติธรรม เขาต้องใช้เวลารวบรวมพยานหลักฐาน ในการสืบสวน บางคดียาวนาน 8 ปี 10 ปี ตนเคยเป็นคดีความ ต้องใช้เวลานาน 11 ปีกว่าจะสิ้นสุด ต้องอดทน

ไม่เชื่อพรรคร่วมเป็นไส้ศึก

นายสุเทพ กล่าวถึงการอภิปรายไม่ไว้วางใจของฝ่ายค้าน ซึ่งมีข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เรียกส.ส.พรรคเพื่อไทยไปซักซ้อมข้อมูลที่กัมพูชา ว่า รัฐบาลคงไปทำอะไรไม่ได้ เป็นหน้าที่ของ ผู้ถูกอภิปราย ซึ่งยังไม่ทราบว่าเป็นใครบ้าง ต้อง เตรียมตัว แต่รัฐมนตรีทำงานอยู่ทุกคน คงพร้อมชี้แจง ส่วนที่พ.ต.ท.ทักษิณเรียกส.ส.เพื่อไทยไปติวเข้มนั้น ประชาชนคงรู้สึก ตนก็รู้สึก แต่ทำอย่างอื่นมากกว่านั้นไม่ได้ เมื่อถามว่าจะสั่งห้ามผ่านเข้าออกกัมพูชาหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงยาก เขาคงอ้างเหตุผลอื่น ไม่พูดว่าไปให้ พ.ต.ท.ทักษิณติว เมื่อถามว่าประเมินข้อมูลหลักฐานของฝ่ายค้านที่อ้างว่ามีใบเสร็จหลักฐานเด็ดหรือไม่ นายสุเทพกล่าวว่า คงไม่กล้าให้ความเห็นไปก่อนเดี๋ยวกลายเป็นการสบประมาท รัฐ บาลต้องเคารพการทำหน้าที่ของฝ่ายค้าน แต่การที่ฝ่ายค้านร่วมมือกับกระบวนการนอกกฎหมายนอกรัฐสภาแล้วสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง อย่างนี้ต้องตำหนิกัน

ส่วนฝ่ายค้านอ้างมีคนในรัฐบาลนำข้อมูลการทุจริตมาให้ นายสุเทพหัวเราะพร้อมกล่าวว่า ไม่น่าเป็นไปได้ มันคุยกันอย่างนี้ทุกที เวลาจะอภิปรายบอกว่าข้อมูลเด็ดมาจากตรงนั้นตรงนี้ แต่ตนไม่ระแวงใคร ไม่มีปัญหา เมื่อถามว่าสัมพันธภาพของพรรคร่วมรัฐบาลเวลานี้ มั่นใจได้หรือไม่ว่าคะแนนโหวตจะไม่มีปัญหา นาย สุเทพกล่าวว่า มั่นใจในพรรคร่วมรัฐบาลอยู่เสมอ พบปะพูดคุยกัน รู้กันดีว่าทั้งหมดที่เราทำ มีหน้าที่ต้องดูแลบ้านเมือง

จุรินทร์หนักใจตำแหน่งใหม่

เวลา 09.00 น. ที่กระทรวงศึกษาธิการ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข เข้าสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำกระทรวง จากนั้นได้พบกับผู้บริหารระดับสูง และข้าราชการ ในวาระอำลาตำแหน่ง รมว.ศึกษาธิการ โดยนาย จุรินทร์ กล่าวว่า 1 ปีที่ผ่านมา ในการดำรงตำแหน่งรมว.ศึกษาธิการ ถือเป็นช่วงเวลาที่เป็นเกียรติและภาคภูมิใจที่สุด หวังว่าทุกคนจะให้ความร่วมมือกับรมว.ศึกษาธิการคนใหม่เป็นอย่างดี เพื่อร่วมกันผลักดันงานด้านการศึกษาของชาติให้ประสบความสำเร็จมากกว่า 1 ปีที่ผ่านมา

"ส่วนงานในตำแหน่งรมว.สาธารณสุขนั้น ยอมรับว่าหนักใจและกดดัน เพราะไม่ใช่งานง่าย ต้องใช้ความพยายามพอสมควร และต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกฝ่ายแก้ปัญหา เมื่อได้รับความไว้วางใจจากนายกฯ และได้รับพระกรุณา โปรดเกล้าฯ แล้วจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด" นาย จุรินทร์ กล่าวและว่า ตนจะเข้าทำงานอย่างเป็น ทางการในตำแหน่งรมว.สาธารณสุข วันที่ 20 ม.ค. เวลา 08.00 น. คิดว่าจะนำโครงการดี 3 ระดับ ไปสานต่อที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเหมือนโครงการโรงเรียนดี 3 ระดับ ของกระทรวงศึกษาธิการ คือ โรงเรียนดีระดับตำบล โรงเรียนดีระดับอำเภอ และโรงเรียนดีระดับชาติ ส่วนสถานพยาบาลควรมีการผลักดันให้เกิดโรงพยาบาลดีระดับตำบลขึ้นด้วยเช่นกัน

"ชินวรณ์"ขอนั่งรมต.อีก 2 ปี

เวลา 10.30 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล มีการประชุมคณะกรรมการประสานงาน (วิป) พรรคร่วมรัฐบาล ครั้งที่ 1/2553 มีนายวิทยา แก้วภราดัย ประธานวิปรัฐบาลคนใหม่ เป็นประธานประชุม ก่อนการประชุม ตัวแทนวิปนำมอบดอกไม้แสดงความยินดีนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ อดีตประธานวิปรัฐบาล ที่ได้รับตำแหน่งรมว. ศึกษาธิการ พร้อมทำพิธีส่งมอบตำแหน่งประ ธานวิปรัฐบาลให้นายวิทยา โดยนายชินวรณ์ กล่าวว่า ขอบคุณตัวแทนพรรคร่วมรัฐบาลที่ให้ความร่วมมือทำงาน 1 ปีที่ผ่านมา

"หวังว่าพรรคร่วมรัฐบาลและเพื่อนทุกคนจะช่วยขับเคลื่อนงานในสภาให้เดินหน้าไปได้ เพื่อผมจะได้มีโอกาสทำงานฝ่ายบริหารสัก 2 ปี" นายชินวรณ์ กล่าวและว่า การที่นายวิทยามาเป็นประธานวิปรัฐบาล ทำให้ตนวางใจมาก และไม่ห่วงการทำงานในสภาที่มีความขัดแย้งสูง เพราะนายวิทยามีประสบการณ์การเมือง เป็นผู้อาวุโสของพรรค มั่นใจว่าจะรวมใจพรรคร่วมรัฐบาล และประสานงานด้านนิติบัญญัติ สร้างความปรองดอง ความรักสามัคคีในพรรคร่วมให้แข็งแกร่ง

นายชินวรณ์ กล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีแนวทางว่าให้เป็นเรื่องของรัฐสภา ซึ่งต้องใช้เสียง 312 เสียง วิปรัฐบาลจะประชุมเรื่องนี้กันอีกครั้ง เพื่อทำความเข้าใจในกระบวนการ ว่ายังเห็นด้วยกับคณะกรรมการสมานฉันท์ เพื่อการปฏิรูปการเมืองและการศึกษา แก้ไขรัฐธรรมนูญหรือไม่ เห็นด้วยกับการทำประชามติและการต้องลงชื่อร่วมกันหรือไม่ ถ้าไม่เห็นด้วยอาจกลับไปจุดเดิมคือต่างฝ่ายต่างแสวงหาความร่วมมือให้ครบ 1 ใน 5 เสนอญัตติ ถ้าครบก็ดำเนินการได้

วิทยามอบนโยบายวิปรัฐบาล

ส่วนที่พรรคร่วมรัฐบาลมองว่าพรรคประชาธิปัตย์เป็นตัวปัญหาของการแก้รัฐธรรมนูญ นายชินวรณ์กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ไม่มีปัญหา เรายืนยันตลอดว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้รัฐธรรม นูญ แต่เมื่อเป็นข้อเสนอของคณะกรรมการสมานฉันท์ฯ เรายินดีรับฟัง ขณะนี้เรื่องประเด็นที่จะแก้ไข ไม่มีปัญหา แต่มีปัญหาเรื่องกระบวน การว่าจะทำอย่างไรให้เห็นพ้องต้องกันเท่านั้น

ด้านนายวิทยา กล่าวว่า ตนอยากขอให้นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.ประจำสำนักนายกฯ เข้าร่วมประชุมกับวิปรัฐบาลทุกครั้ง เพราะจะมีอำนาจต่อรองสูง ซึ่งจะทำให้การประสานงานในสภาราบรื่นมากขึ้น

ต่อมาเวลา 12.45 น. นายวิทยา แถลงผลประชุมวิปรัฐบาลว่า ที่ประชุมหารือถึงการเตรียม พร้อมก่อนเปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 21 ม.ค. ประเด็นหลักได้ขอให้วิปแต่ละพรรคกำชับส.ส. เรื่องเข้าประชุมสภาเพื่อความพร้อมเพรียงกัน ที่ผ่านมามีปัญหาในสภาค่อนข้างมาก ส.ส.ต่างเล่นเกมในสภามากกว่าทำหน้าที่ผลักดันกฎ หมาย เช่น กรณีนับองค์ประชุม ที่ถูกนำมาใช้เป็นเกมการเมือง ทั้งนี้ วิปรัฐบาลจะผลักดันให้มีการผ่านกฎหมายให้เร็วที่สุด เพื่อเป็นหลักประกันให้ประชาชนเห็นว่าสภาทำหน้าที่ด้านนิติบัญญัติได้ดี โดยขอความร่วมมือจากพรรคร่วมรัฐบาล เมื่อถามว่าที่ประชุมหยิบยกเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญขึ้นมาพูดคุยหรือไม่ นายวิทยากล่าวว่า มีการหารือ แต่ในรายละเอียดต้องรอให้แต่ละพรรคมีข้อตกลงที่ชัดเจน ก่อนหยิบยกขึ้นมาหารือในที่ประชุมวิปอีกครั้ง เพราะยังมีเวลา

พรรคร่วมนัดถกยื่นแก้รธน.

แหล่งข่าวจากพรรคชาติไทยพัฒนา เปิดเผยว่า พรรคร่วมรัฐบาลเตรียมนัดหารือกันถึงความคืบหน้าการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ในช่วงใกล้เปิดสมัยประชุมสภาวันที่ 21 ม.ค. โดยจะนัดกินข้าวพร้อมประเมินสถานการณ์การเมือง รวมถึง การแก้ไขรัฐธรรมนูญว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่าง ไร โดยเฉพาะการเข้าชื่อยื่นต่อสภาแก้ไขรัฐธรรมญใน 2 ประเด็น จะหาข้อยุติว่าจะเสนอในรูปแบบใดระหว่างการแยกยื่นแก้ไขฉบับละประเด็น หรือเสนอแก้ไข 2 ประเด็นในฉบับเดียว ที่สำคัญจะพูดคุยเพื่อรวบรวมรายชื่อให้ได้เสียง 1 ใน 5 ของสภาผู้แทนฯ คือ 95 เสียง

ทั้งนี้ แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาจะเป็นเจ้าภาพนัดหารือทีละพรรค โดยจะหารือกับพรรคภูมิใจไทย ที่ห้องอาหารจีน โรงแรมสยามซิตี เวลา 11.00 น. ในวันที่ 20 ม.ค. และนัดกินอาหารมื้อค่ำกับแกนนำพรรคเพื่อแผ่นดิน วันที่ 21 ม.ค. เวลา 19.00 น. ที่ห้องอาหารจีน โรง แรมพลาซ่าแอทธินี และวันที่ 25 ม.ค. นัดแกนนำพรรครวมใจไทยชาติพัฒนากับแกนนำพรรคกิจสังคม กินมื้อเที่ยง ที่โรงแรมปริ๊นเซส หลาน หลวง นอกจากนี้แต่ละฝ่ายจะส่งตัวแทนไปประ สานกับพรรคอื่นด้วย ทั้งพรรคประชาราชและพรรคมาตุภูมิ ซึ่งประเมินว่าน่าจะสามารถรวบ รวมเสียงได้พอที่จะยื่นแก้รัฐธรรมนูญ จากพรรคชาติไทยพัฒนา 25 เสียง เพื่อแผ่นดิน 32 เสียง ภูมิใจไทย 32 เสียง รวมใจไทยชาติพัฒนา 9 เสียง พรรคกิจสังคม 5 เสียง ประชาราช 8 เสียง และพรรคมาตุภูมิ 3 เสียง รวมเบื้องต้น 114 เสียง
องคมนตรี - แกนนำนปช.นำทัพม็อบเสื้อแดงบุกทำเนียบองคมนตรี ยื่นหนังสือเปิดผนึกต่อคณะองคมนตรี เรียกร้องความยุติธรรม 2 มาตรฐาน โดยยกกรณีที่ดินเขายายเที่ยงและเขาสอยดาวเป็นประเด็นโจมตี เมื่อวันที่ 18 ม.ค.

 


สมศักดิ์เตือนระวังจุดเปลี่ยน

นายสมศักดิ์ เทพสุทิน แกนนำพรรคภูมิใจไทยกล่าวถึงการแก้รัฐธรรมนูญ ว่า พรรคร่วมรัฐบาลมีความชัดเจนตามที่พรรคชาติไทยพัฒนาเสนอ เป็นเรื่องของอนาคตว่าจะทำอย่างไร ขณะนี้มีแค่คำว่า "แก้" หรือ "ไม่แก้" เพราะเป็นเรื่องของสภา ผู้สื่อข่าวถามว่ามั่นใจหรือไม่ว่าเปิดสภาแล้วจะแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ไม่แน่ใจ แต่มั่นใจว่าหลังเลือกตั้งครั้งหน้าเราจะไม่ได้ใช้รัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแบบเต็มๆ แน่นอน เพราะอาจมีเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงบางอย่างเกิดขึ้น เมื่อถามว่าเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงจะมาจากการตัดสินคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้าน ของพ.ต.ท.ทักษิณในวันที่ 26 ก.พ. หรือไม่ นายสมศักดิ์กล่าวว่า ตนเคยวิเคราะห์แล้วว่าเหตุการณ์นี้เป็นจุดที่ทุกฝ่ายต้องระวังอย่างมาก เมื่อถามว่าจะแนะนำรัฐบาลอย่างไร นายสมศักดิ์กล่าวว่า พรรคประชาธิ ปัตย์เก่งอยู่แล้ว ส่วนเราเป็นผู้ชมต้องรอชมให้ดี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วาระการประชุมสภาผู้แทนฯ วันที่ 21 ม.ค. เรื่องที่คณะกรรมาธิการ วิสามัญพิจารณาเสร็จแล้วที่ 4.1 รายงานผลการศึกษาปัญหาการบังคับใช้ เพื่อการแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2550 มีข้อสังเกตว่า การบรรจุเรื่องนี้เป็นลำดับแรกในวาระ ทั้งที่เรื่องดังกล่าวบรรจุวาระตั้งแต่สมัยประชุมสามัญทั่วไปครั้งที่แล้ว แต่ไม่ได้นำขึ้นมาพิจารณา จนเมื่อพรรคร่วมรัฐบาลหยิบยกประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ 2 ประเด็น ได้แก่ เขตเลือกตั้ง และมาตรา 190 ขึ้นมาเมื่อช่วงก่อนปีใหม่ จึงมีส่วนทำให้มีการบรรจุวาระดังกล่าวขึ้นมาพิจารณาลำดับแรก เพื่อ กดดันให้พรรคประชาธิปัตย์เร่งแก้ไขรัฐธรรม นูญต่อไป

มาร์คเบิกความคดีฟ้อง"ตู่"

เวลา 09.00 น. ที่ห้องพิจารณา 907 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลไต่สวนมูลฟ้องโจทก์ คดีหมายเลขดำ อ.4176/2552 ที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ เป็นโจทก์ ยื่นฟ้องนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคเพื่อไทยและแกนนำนปช. เป็นจำเลยความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎ หมายอาญา มาตรา 326, 328, 332 กรณีเมื่อวันที่ 11 และ 17 ต.ค. 2552 นายจตุพรกล่าวปราศรัยในการชุมนุมของนปช. ที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยและทำเนียบรัฐบาล กล่าวหานายอภิสิทธิ์ ยึดพระราชอำนาจ ไม่เสนอให้มีการถวายฎีกาพระราชทานอภัยโทษแก่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และกล่าวหานายอภิสิทธิ์ เป็นฆาตกร อาชญากร สั่งทหารฆ่าประชาชนและสร้างสถานการณ์การจลาจลที่สามเหลี่ยมดินแดง นาง เลิ้ง และถ.เพชรบุรีตัดใหม่ ซ.5 และซ.7 ช่วงเดือนเม.ย.2552 และเหตุการณ์จลาจลที่เมืองพัทยา

โดยวันนี้ นายอภิสิทธิ์ ขึ้นเบิกความเป็นพยานด้วยตัวเอง สรุปว่ากรณีของพ.ต.ท.ทักษิณ มีการรวบรวมรายชื่อจำนวนมากถึงหลักล้านคน ต้องใช้เวลาตรวจสอบนานมากกว่าบุคคลอื่น ขณะที่การยื่นถวายฎีกาจะต้องเป็นกรณีนักโทษเด็ดขาด แต่พ.ต.ท.ทักษิณไม่ใช่นักโทษเด็ดขาดที่ได้รับโทษแล้ว แต่เป็นผู้หลบหนีหมายจับ อย่างไรก็ดีการรวบรวมรายชื่อถวายฎีกาก่อนหน้านี้ มีทั้งนักวิชาการ อธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ รวมทั้งข้าราชการระดับปลัดหรือเทียบเท่า แสดงความเห็นคัดค้านว่าไม่เหมาะสม เป็นการกดดันพระมหากษัตริย์

แฉแม้วชักใยม็อบเสื้อแดง

นายอภิสิทธิ์ ยังเบิกความถึงเหตุจลาจลในกทม.และเมืองพัทยาช่วงเดือนเม.ย.2552 ยืนยันว่าในการสั่งควบคุมสถานการณ์ โจทก์ให้เจ้าหน้าที่ใช้ความละมุนละม่อม เน้นการรักษาความสงบ ไม่ได้สั่งให้ทำร้ายประชาชน ขณะเกิดเหตุจลาจล ผู้อยู่เบื้องหลังคือพ.ต.ท.ทักษิณ กล่าวปลุกระดมประชาชนให้มาชุมนุม โดยเหตุจลาจลที่สามเหลี่ยมดินแดง นางเลิ้ง ถ.เพชรบุรี และที่เมืองพัทยา จำเลยได้ปราศรัยปลุกระดมประชาชนตั้งแต่วันที่ 4-5 เม.ย. 2552 อย่างต่อเนื่อง และให้สัมภาษณ์ว่าการปฏิบัติการนั้นมีการระดมเงิน 5 ล้านบาท ปรากฏเป็นข่าวในหนังสือพิมพ์ต่างๆ ขณะที่ระหว่างการชุมนุม พ.ต.ท.ทักษิณ ได้วิดีโอลิงก์มาวันที่ 9 เม.ย. 2552 ระบุว่าอย่ากลับบ้านมือเปล่า ซึ่งสื่อความหมายว่าให้ทำการปฏิวัติประชาชนให้สำเร็จ

ส่วนเหตุการณ์จลาจลที่บริเวณนางเลิ้ง ประ ชาชนที่อยู่บริเวณดังกล่าวลุกขึ้นมาต่อสู้เพราะทนไม่ได้ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 2 คน โดยเหตุ การณ์จลาจลที่เมืองพัทยา สหรัฐออกแถลงการณ์ ประณามความรุนแรงถึงผู้ชุมนุมและพ.ต.ท. ทักษิณ เพื่อให้ยุติความรุนแรง ขณะที่หนังสือพิมพ์ไทม์ เสนอข่าวยกย่องโจทก์ว่าเป็นผู้นำชาติผ่านวิกฤตจลาจล ส่วนเหตุจลาจลที่เกิดขึ้น สภาได้ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริง สรุปผลว่าไม่พบผู้เสียชีวิตจากการปฏิบัติหน้าที่ คำปราศรัยของจำเลยทำให้โจทก์เสื่อมเสียชื่อเสียงถูกดูหมิ่นเกลียดชัง การกระทำของจำเลยไม่ใช่ การติชมด้วยความสุจริต แต่ให้ร้ายโจทก์ มีความอาฆาตต่อตัวโจทก์โดยแสดงออกเป็นระยะ ซึ่งโจทก์ยื่นฟ้องจำเลยฐานหมิ่นประมาทไปแล้ว 2 สำนวน ขณะที่ต้นเดือนมี.ค.2552 จำเลยเคยปราศรัยชักชวนผู้ชุมนุมขัดขวางการเดินทางไปตรวจราชการที่จ.ลพบุรีของโจทก์ด้วย

ยืนยันไม่มีทางยอมความ

ภายหลังนายอภิสิทธิ์ เบิกความเสร็จสิ้นแล้ว ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานโจทก์ในชั้นไต่สวนมูลฟ้องแล้ว เห็นว่าคดีมีมูล จึงมีคำสั่งให้ประ ทับรับฟ้องไว้พิจารณาพิพากษา โดยนัดสอบคำให้การนายจตุพร จำเลยในวันที่ 8 ก.ค. เวลา 09.00 น.

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ถึงความเป็นไปได้ ในการไกล่เกลี่ยคดีกับนายจตุพรว่า ไม่อาจยอมความกันได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ศาลอาญา สั่งรับฟ้องคดีนายอภิสิทธิ์ ยื่นฟ้องนายจตุพร เป็นจำเลยในความผิดฐานหมิ่นประมาท แล้ว 2 สำนวน คือ คดีหมายเลขดำที่ อ.404/2552 กรณีเมื่อวันที่ 12 ม.ค. 2552 นายจตุพร แถลงที่พรรคเพื่อไทย กล่าวหานายกฯ กระทำการมิบังควรตีตนเสมอพระเจ้าแผ่นดิน โดยนั่งเก้าอี้เทียบเสมอพระเจ้าแผ่นดินในการถวายรายงานราชการ และคดีหมายเลขดำที่ อ.1962/2552 กรณีเมื่อวันที่ 10 พ.ค. 2552 นายจตุพร ปราศรัย บนเวทีนปช.ที่วัดไผ่ล้อม แขวงสีกัน เขตดอน เมือง ใส่ความรัฐบาลชุดนี้เป็นรัฐบาลภายใต้ทรราชและโจทก์เป็นคนสั่งทหารให้ไปยิงประ ชาชนเป็นฆาตกรมือเปื้อนเลือด

นปช.บุกทำเนียบองคมนตรี

เวลา 14.00 น. ที่ทำเนียบองคมนตรี วังสราญรมย์ แกนนำนปช. นำโดยนายวีระ มุสิกพงศ์ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ น.พ.เหวง โตจิราการ นายจรัล ดิษฐาอภิชัย นายชินวัฒน์ หาบุญพาด นายวิภูแถลง พัฒนภูมิไท นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ เข้ายื่นหนังสือต่อองคมนตรี ผ่านนายฉัตรสุวรรณ วิทยาวาณิชกุล และนายธานินทร์ คงยั่งยืน นิติกร 7 สำนักราชเลขาธิการ โดยมีกลุ่มคนเสื้อแดงมาร่วมให้กำลังใจประมาณ 200 คน ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นรั้วเหล็กบริเวณทางเข้าทำเนียบองคมนตรี และใช้กำลังดูแลรักษาความปลอด ภัยประมาณ 1 กองร้อย

นายวีระ อ่านจดหมายเปิดผนึกระบุว่า เป็นหนังสือยื่นต่อองคมนตรีในเรื่องการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐาน มีเอกสารประกอบ คือเอกสารสรุปผลการตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดิน เขายายเที่ยง และเอกสารคดีสนามกอล์ฟสอย ดาวไฮด์แลนด์ และขอกราบเรียนองคมนตรีดังนี้ 1.หลังจากยึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย. 49 ปรากฏ การใช้กฎหมายในลักษณะ 2 มาตรฐานอย่างชัดแจ้ง ทำให้สังคมไทยไร้หลักนิติรัฐ นิติธรรม ประชาชนรู้สึกถึงความอยุติธรรมอย่างแพร่หลาย เกิดความคับแค้นใจอยู่เป็นอันมาก 2.หากการใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานเป็นการใช้กับบุคคลทาง การเมืองก็ไม่เป็นที่อัศจรรย์ แต่กลับใช้กฎหมาย 2 มาตรฐานเพื่อเป็นคุณกับองคมนตรี 2 ท่าน คือ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ กรณีบุกรุกที่ป่าสงวนเขายายเที่ยง จ.นครราชสีมา และพล.อ. เปรม ติณสูลานนท์ กรณีสนับสนุนและปกป้องกลุ่มบุคคลให้บุกรุกป่าสงวนแห่งชาติเขาสอย ดาว เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาสอยดาว และเขตป่าไม้ถาวรท้องที่หมู่ที่ 2 ต.ทับไทร อ.โป่งน้ำ ร้อน จ.จันทบุรี

ยื่นกดดัน"ป๋าเปรม-บิ๊กแอ้ด"

3.เหตุการณ์ทั้ง 2 มีการตรวจสอบโดยฝ่ายนิติบัญญัติ มีการร้องทุกข์กล่าวโทษและมีการสอบสวนขั้นต้นไว้แล้วทั้ง 2 กรณี กรณีเขายายเที่ยงเคยมีการอภิปรายโดยน.ต.ประสงค์ สุ่นศิริ อดีตสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และแจ้งความดำเนินคดี แต่การดำเนินคดีล่าช้าจนถึงบัดนี้ ส่วนเรื่องเขาสอยดาวที่มีสนามกอล์ฟชื่อสอยดาวไฮด์แลนด์ ของบริษัทสวนจันทบุรี มีกลุ่มบุคคลที่ถือหุ้นธนาคารกรุงเทพ จำกัด อยู่ด้วย โดยพล.อ.เปรมเป็นประธานคณะที่ปรึกษาอยู่ระยะหนึ่ง และยังเป็นประธานเปิดสนามกอล์ฟ โดยเรื่องนี้นายอนันต์ ดาโลดม ส.ว.และประธานกรรมาธิการเกษตรฯ ขอให้กระทรวงเกษตรฯ ตรวจสอบข้อเท็จจริงตั้งแต่เดือนส.ค.2546 ซึ่ง กรมป่าไม้ตรวจสอบว่ามีผู้กระทำผิดหลายราย และได้ร้องทุกข์กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนตั้งแต่วันที่ 17 ก.ค. 2546 แต่การดำเนินการไม่คืบหน้าจนถึงบัดนี้

4.ความล่าช้าของการดำเนินคดีตามกฎหมาย 2 กรณี ทราบว่าเกิดจากความเกรงกลัวต่ออำนาจ และอิทธิพลของผู้กระทำความผิดและสนับสนุน ซึ่งมีตำแหน่งหน้าที่สำคัญในบ้านเมือง อันเป็นอุปสรรคต่อการประศาสน์ความยุติธรรมอย่างเสมอภาค และก่อให้เกิดความแตกแยกในหมู่ประชาชน พวกตนในฐานะประชาชนที่ตระหนัก ในปัญหาชาติบ้านเมือง จึงทำหนังสือกราบเรียนเพื่อให้องคมนตรีได้ทราบข้อเท็จจริง พร้อมขอทราบความเห็นขององคมนตรีผ่านสื่อสาธารณะ ดังที่หลายท่านเคยเสนอความเห็นไว้หลายประ เด็น หลายวาระ

แฉข้อมูลซื้อขายเขายายเที่ยง

"แกนนำนปช.ไม่ได้มีอคติกับองคมนตรีท่าน หนึ่งท่านใดโดยเฉพาะ เพียงแต่มีความเชื่อตามหลักคำสอนของพระบรมศาสดา ว่าทุกข์เกิดขึ้นที่ใดต้องดับที่นั่น และเชื่อว่าการใช้กฎหมายอย่างศักดิ์สิทธิ์และเสมอภาค จะทำให้สังคมเกิดสันติสุขได้ องคมนตรีท่านใดกระทำการอันไม่เหมาะสม ก็ควรพิจารณาตัวเอง รับผิดชอบเป็น การเฉพาะตัว เพื่อรักษาสถาบันองคมนตรีให้มีความโปร่งใส มีเกียรติและเป็นที่เคารพนับถือของประชาชนอย่างที่เคยเป็นมาในอดีต" แกนนำนปช.กล่าว

นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในฐานะโฆษก นปช. เปิดเผยว่า วันที่ 19 ม.ค. จะแถลงเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับการซื้อขายที่ดินที่เขายายเที่ยง โดยตนมีข้อมูลจากนายนพดล พิทักษ์วานิชย์ ที่ซื้อที่ดินจากนายเบ้า สินนอก ที่ระบุพล.อ.สุรยุทธ์ไม่ได้เป็นคนซื้อที่ต่อไป โดยขอให้รอดูรายละเอียดในการแถลงข่าวต่อไป

ยื่นป.ป.ช.เช็กบิล"สุรยุทธ์"

ที่รัฐสภา นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ส.ว. สรรหา เปิดเผยว่า ตนส่งเรื่องต่อประธานป.ป.ช. ขอให้ตรวจสอบการแจ้งบัญชีทรัพย์สินของพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ จากการให้สัมภาษณ์ของพล.อ.สุรยุทธ์ ทำให้เข้าใจว่ายังคงครอบครองที่ดินบนเขายายเที่ยง พร้อมสิ่งปลูกสร้างอยู่ แต่จากการแสดงบัญชีทรัพย์สินและหนี้สินตอนเข้ารับตำแหน่งนายกฯ เมื่อวันที่ 9 ต.ค. 2549 ได้ยื่นแสดงบัญชีต่อป.ป.ช.ในส่วนที่ดินเอาไว้ 9 แปลง มูลค่า 17,880,250 บาท ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง คู่สมรสคือ พ.อ.หญิง ท่านผู้หญิงจิตรวดี จุลานนท์ แสดงที่ดินเอาไว้ 3 แปลง มูลค่า 7,000,000 บาท สิ่งปลูกสร้าง 3 หลัง มูลค่ารวม 10,000,000 บาท โดยคู่สมรสแสดงว่ามีที่ดินภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 21-0-0 ไร่ ที่ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน จำนวน 1 หลัง เลขที่ 10 โดยไม่ได้แยกราคาที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเอาไว้

นายเรืองไกร กล่าวว่า ต่อมาพล.อ.สุรยุทธ์ แจ้งบัญชีทรัพย์สินตอนพ้นจากตำแหน่ง เป็นที่ดิน 9 แปลงมูลค่า 17,880,250 บาท ไม่มีสิ่งปลูกสร้าง ส่วนคู่สมรส แสดงทรัพย์สินที่ดินเอาไว้ 2 แปลงมูลค่า 5,000,000 บาท สิ่งปลูกสร้าง 2 หลัง มูลค่ารวม 9,400,000 บาท โดยไม่แสดงว่ามีที่ดินภ.บ.ท.5 จำนวน 1 แปลง เนื้อที่ 21-0-0 ไร่ ที่ ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา และสิ่งปลูกสร้างบนที่ดิน จำนวน 1 หลัง เอาไว้อีกต่อไป

เรียกร้องให้พิจารณาตัวเอง

นายเรืองไกร กล่าวต่อว่า แต่บัญชีทรัพย์สินที่เป็นสิทธิและสัมปทานนั้น พล.อ.สุรยุทธ์ แจ้งว่าคู่สมรสมีทรัพย์สินที่เป็นสิทธิอยู่ 1 รายการ มูลค่า 700,000 บาท โดยอธิบายว่าเป็นการซื้อสิทธิในการทำประโยชน์บนที่ดินว่างเปล่า และปลูกต้นไม้อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เนื้อที่ 21 ไร่ โดยจ่ายเสียภาษีบำรุงท้องที่ (ภ.บ.ท.5) ตามกฎหมายทุกปี แต่มีการหมายเหตุว่าที่ดินแปลงนี้มิได้ใช้ทำประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ เช่น รีสอร์ตหรือร้านอาหาร

"จากข้อมูลแสดงว่าพล.อ.สุรยุทธ์ ย่อมรู้ว่าที่ดินดังกล่าวมิใช่ทรัพย์สินของตนเอง ที่จะนำมาตีมูลค่าแล้วนำมาแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สินได้ การนำที่ดินแปลงดังกล่าวมายื่นแสดงไว้ในบัญชีทรัพย์สิน อาจเป็นการแจ้งบัญชีทรัพย์สินด้วยข้อความอันเป็นเท็จ เพราะทำให้เข้าใจผิดในประเภทและมูลค่าทรัพย์สินตามมาได้ การกระทำดังกล่าวอาจเข้าลักษณะกระทำความผิดตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 263 วรรคหนึ่ง ซึ่งอยู่ในอำนาจหน้าที่ป.ป.ช. ที่จะเสนอเรื่องให้ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองวินิจฉัยต่อไป" นายเรืองไกร กล่าวและว่า หากศาลวินิจฉัยว่ามีความผิดต้องถูกตัดสิทธิทาง การเมือง แต่กรณีพล.อ.สุรยุทธ์ ปัจจุบันดำรงตำแหน่งองคมนตรี อาจเข้าข่ายขัดรัฐธรรมนูญ มาตรา 15 และในหมวด 4 มาตรา 71 ดังนั้น กรณีมีการบุกรุกที่ต้องห้ามอาจขัดคุณสมบัติการดำรงตำแหน่งองคมนตรี จึงอยู่ที่ดุลยพินิจของพล.อ.สุรยุทธ์ว่าควรอยู่ในตำแหน่งต่อไปหรือไม่ ท่านต้องพิจารณาตัวเอง ไม่ต้องรอให้กรมป่าไม้มาชี้ว่าผิดหรือไม่

จี้คดี"มาร์ค"ส่งเอสเอ็มเอส

นายเรืองไกร เผยด้วยว่า ตนยังได้ทำหนังสือถึงประธานป.ป.ช. เพื่อส่งข้อมูลเพิ่มเติมประ กอบคำร้องขอให้ตรวจสอบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ กรณีเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐได้รับทรัพย์สินหรือประโยชน์อื่นใดจากการส่งข้อ ความสั้นทางโทรศัพท์หรือเอสเอ็มเอส โดยตนพบเอกสารเกี่ยวกับเอสเอ็มเอสของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง ที่คิดว่าจะเป็นประโยชน์ในการตรวจสอบ จึงส่งสำเนาเอกสารเสนอราคาการคิดค่าบริการเอสเอ็มเอสมาให้ป.ป.ช.ใช้ประกอบการตรวจสอบต่อไป ทั้งนี้ เอกสารดังกล่าวเป็นใบเสนอราคาของบริษัทเอกชน 1 ใน 3 บริษัท ที่เสนอส่งเอสเอ็มเอสให้นายกฯ คิดราคาส่ง 300,000 หมายเลขในครั้งเดียวกัน เป็นราคารวม 150,000 บาท ดังนั้น การส่งเอสเอ็มเอสของนายกฯ ในครั้งนี้รวม 3 บริษัท 17 ล้านเครื่อง สามารถคำนวณค่าใช้จ่ายได้ว่าเท่าไหร่ รวมถึงการคำนวณจากภาษีมูลค่าเพิ่มที่เป็นค่าใช้จ่ายของบริษัทด้วย ซึ่งป.ป.ช.สามารถเรียกเอกสารเหล่านี้ได้จาก 3 บริษัทดังกล่าวมาพิจารณาได้

"กรณีเอสเอ็มเอสของนายกฯ สามารถเทียบเคียงได้กับกรณีพล.อ.สุรยุทธ์ ที่อัยการสูงสุดสั่งไม่ฟ้อง โดยให้เหตุผลว่าไม่มีเจตนา จึงเห็นว่า ป.ป.ช.อาจพิจารณาว่าการส่งเอสเอ็มเอสของนาย อภิสิทธิ์ อาจเหมือนกรณีดังกล่าวทั้งที่เป็นการกระทำที่สำเร็จแล้ว เพราะได้ยินมาว่าป.ป.ช.อาจพิจารณาว่ามีการกระทำจริง แต่ไม่มีเจตนา ดังนั้น หากป.ป.ช.ต้องการพิสูจน์ว่าไม่เลือกปฏิบัติหรือ 2 มาตรฐาน ควรเร่งพิจารณาเรื่องนี้ เพราะ จะ 2 ปีแล้วยังไม่มีความคืบหน้า" นายเรืองไกรกล่าว

"นพดล"แก้ต่างแทน"แม้ว"

ที่พรรคเพื่อไทย นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษา กฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ แถลงว่า พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ใช้ประเทศกัมพูชาเป็นฐานปฏิบัติการล้มรัฐบาล หรือสั่งการให้คนเสื้อแดงชุมนุมกดดันศาล พรรคประชาธิปัตย์พยายามใช้การเมืองสร้างภาพใส่ร้ายป้ายสีพ.ต.ท.ทักษิณและคนเสื้อแดง พ.ต.ท.ทักษิณ จะไม่ดำเนินการใดๆ เพื่อกดดันศาลอย่างเด็ดขาด เรื่องคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาท ท่านคงพูดมากไม่ได้ จะเคารพคำวินิจฉัย และหวังว่าจะได้รับความเป็นธรรม ทั้ง นี้ ขอเรียกร้องให้พรรคประชาธิปัตย์ อดีตคตส. ยุติการกดดันพ.ต.ท.ทักษิณ ควรปล่อยให้ศาลตัดสินอย่างเป็นอิสระ เราทราบดีว่าขณะนี้มีกระ บวนการทำลายความน่าเชื่อถืออดีตนายกฯ ช่วงก่อนเดือนก.พ.

นายนพดล กล่าวว่า พรรคประชาธิปัตย์ เคยกล่าวหาตนลงนามในแถลงการณ์ร่วมขอขึ้นทะเบียนปราสาทพระวิหารไทย-กัมพูชา เพื่อให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับสัมปทานแหล่งน้ำมัน ก๊าซธรรมชาติทางทะเล แต่ผ่านมา 12 เดือน ยังไม่เคยนำหลักฐานใดๆ มาแสดง

"วันนี้ผมจึงนำเงินสด 1 ล้านบาท เป็นเงินของผมเอง มาเพื่อประกาศว่าหากใครไปหาหลักฐานว่าผมทำให้พ.ต.ท.ทักษิณ ได้รับสัมปทานจากการเซ็นแถลงการณ์ร่วมจริง ผมจะให้เงินเอาไปเลยทันที ให้เวลา 1 ปีในการหา ถ้ามี นอก จากพ.ต.ท.ทักษิณจะยกสัมปทานให้แล้ว จะได้เงินจากผมด้วย รวมทั้งใครหาหลักฐานได้ว่า พ.ต.ท.ทักษิณถูกรัฐบาลอังกฤษอายัดทรัพย์ จะได้เงินอีก 1 ล้านบาทจากพ.ต.ท.ทักษิณ" นายนพดล กล่าวพร้อมหยิบเงินสด 1 ล้านบาทขึ้นมาโชว์

โต้ถูกอายัดทรัพย์ที่อังกฤษ

นายนพดล กล่าวว่า ขณะนี้พ.ต.ท.ทักษิณพำนักอยู่ในประเทศ"ป" หรือ "บ" ในแถบภูมิ ภาคเอเชีย เท่าที่ตนพูดคุยพ.ต.ท.ทักษิณ ระบุว่าสมัยประเทศไทยเกิดภัยพิบัติสึนามิได้รับความช่วยเหลือจากต่างชาติ ท่านจึงกำลังหาแนวทางจัดงานระดมทุนช่วยเหลือผู้ประสบภัยแผ่นดินไหวในเฮติ

เมื่อถามว่าคนเสื้อแดงประกาศชุมนุมหลังวันที่ 14 ก.พ. หากพ.ต.ท.ทักษิณ บริสุทธิ์ใจ ทำไม ไม่สั่งให้คนเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหว นายนพดลกล่าวว่า การเคลื่อนไหวกลุ่มเสื้อแดงเป็นอิสระ พ.ต.ท.ทักษิณสั่งซ้ายหันขวาหันไม่ได้ คนเสื้อแดง กับพ.ต.ท.ทักษิณ มีเป้าหมายเดียวกันคือเรียกร้องความเป็นธรรม การชุมนุมคนเสื้อแดงที่เขายายเที่ยง ไปยื่นหนังสือทำเนียบองคมนตรีก็เป็นไปอย่างสงบ ไม่ได้ต้องการกดดันองค์กรใด เมื่อถาม ว่าพ.ต.ท.ทักษิณจะมากัมพูชาหรือไม่ นาย นพดลกล่าวว่า ช่วงนี้พ.ต.ท.ทักษิณ ยังไม่เดินทางมาแน่นอน แต่ช่วงเดือนก.พ.ยังยืนยันไม่ได้

ส่วนเรื่องเงินที่ถูกรัฐบาลอังกฤษอายัดไว้ พ.ต.ท.ทักษิณจะออกมาชี้แจงหรือไม่ นายนพดลกล่าวว่า เรื่องนี้เหมือนมีคนกล่าวหาว่าเป็นชู้กับผู้หญิง ไม่รู้จะเอาผู้หญิงที่ไหนมาชี้แจงเพราะไม่มี การชี้แจงเชิงปฏิเสธนั้นทำได้ยากเพราะไม่มีเงินที่ถูกอายัด หากมีจริงรัฐบาลไทยคงนำหลักฐานออกมาเปิดเผยแล้ว มีเพียงบ้านในอังกฤษ ส่วนเงินสมัยที่นำไปซื้อสโมสรฟุตบอลนั้น มาจากเงินของลูกและไปกู้มาส่วนหนึ่ง ไม่ได้ไปกู้จากเครือข่ายบริษัทน้ำมันขนาดใหญ่ของรัสเซีย

พร้อมรับผลคดี 7.6 หมื่นล้าน

เมื่อถามถึงความคืบหน้าร่างคำแถลงปิดคดียึดทรัพย์ 7.6 หมื่นล้านบาทของอดีตนายกฯ นายนพดลกล่าวว่า มี 2 ประเด็น คือ แจงทรัพย์สินที่มีมาก่อนเป็นนายกฯ และสมัยที่เป็นนายกฯ ไม่ได้ออกมาตรการใดๆ เพื่อเอื้อประโยชน์ให้ตัวเอง ต่อข้อถามว่านายอุดม เฟื่องฟุ้ง อดีตคตส. ให้ความเห็นทำนองหากยึดทรัพย์ก็ควรยึดทั้งหมด นายนพดลกล่าวว่า ไม่อยากพูดเพราะเรื่องอยู่ในชั้นศาลแล้ว ขึ้นอยู่กับศาล พร้อมรับ คำวินิจฉัยจากศาล ความหวังของเราคือขอความเป็นธรรมจากศาล เมื่อถามว่านายอริสมันต์ พงศ์เรืองรอง แกนนำคนเสื้อแดงอ้างว่าพ.ต.ท.ทักษิณ บอกว่าหากอยากยึดก็ให้ยึดไป หาใหม่ได้ นายนพดลกล่าวว่า ท่านคงไม่พูดอย่างนั้น คนที่บริสุทธิ์ใจทำงานมาอย่างซื่อสัตย์ อยากได้รับความเป็นธรรม ท่านคงไม่บอกว่าหวังจะได้รับเงินคืนเท่าใด

ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามรายละเอียดคดียึดทรัพย์ แต่นายนพดล เลี่ยงที่จะตอบคำถาม โดยอ้างว่าเรื่องอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาลแล้ว ไม่อยากให้รายละเอียดมาก เพราะจะเป็นเหมือนลักษณะตอบโต้กันนอกศาล แต่สิ่งที่หวังได้คือหวังได้รับความเป็นธรรมจากศาล

นายกฯนำ 5 รมต.ถวายสัตย์ฯ

เมื่อเวลา 15.00 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกฯ นัดหมายรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 5 คน เพื่อนำเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตน โดยนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณ สุข มาถึงเป็นคนแรก เวลา 14.30 น. ตามมาด้วยนายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รมว.สาธารณสุข และนายสุชาติ โชค ชัยวัฒนากร รมช.คมนาคม มาถึงเวลา 15.15 น.

จากนั้นเวลา 16.00 น. นายกฯ เข้าหารือกับรัฐมนตรีใหม่ทั้ง 5 คน ที่ห้องสีม่วง ตึกไทยคู่ฟ้า ใช้เวลาประมาณ 20 นาที เวลา 16.20 น. นายกฯพร้อมรัฐมนตรีใหม่ถ่ายรูปร่วมกันหน้าตึกไทยคู่ฟ้า ก่อนนายกฯ จะขึ้นรถประจำตำ แหน่งเดินทางไปยังโรงพยาบาลศิริราช ส่วนรัฐมนตรีใหม่ทั้งหมดขึ้นรถตู้ที่สำนักเลขาธิการนายกฯ จัดเตรียมไว้ ออกจากทำเนียบรัฐบาลเวลา 16.25 น.

นายอภิสิทธิ์ เปิดเผยว่า ไม่ได้มอบนโย บาย เพียงแต่แสดงความยินดี วันที่ 19 ม.ค. รัฐมนตรี ใหม่ทั้ง 5 คนจะเริ่มปฏิบัติหน้าที่ เข้าร่วมประชุมครม.นัดแรก แต่ถ้าขยันก็ทำงานได้ตั้งแต่คืนนี้ เมื่อถามว่ากฎเหล็กทั้ง 9 ข้อจะใช้กับรัฐมนตรีเลยหรือไม่ นายอภิสิทธิ์กล่าวว่า "ใช่ ใช้กับทุกคน และหลังเข้าเฝ้าฯนำรัฐมนตรีใหม่ถวายสัตย์เสร็จแล้ว ผมจะเข้าเฝ้าฯถวายรายงานต่อ"

เวลา 16.35 น. นายอภิสิทธิ์ นำรัฐมนตรีใหม่ 5 คน มาถึงยังอาคารเฉลิมพระเกียรติ ร.พ.ศิริราช เพื่อเข้าเฝ้าฯถวายสัตย์ปฏิญาณตนก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นทางการต่อพระบาทสมเด็จพระ เจ้าอยู่หัว ในเวลา 17.30 น.

ทรงเน้นย้ำเรื่องซื่อสัตย์สุจริต

ต่อมา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จออก ณ ห้องประชุม ชั้น 14 อาคารเฉลิมพระ เกียรติ พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกฯ นำรัฐมนตรีใหม่เฝ้าทูลละอองธุลีพระ บาทถวายสัตย์ปฏิญาณก่อนเข้ารับตำแหน่ง โอกาสนี้พระราชทานพระบรมราโชวาท ว่า ครม. ที่จะเข้ารับตำแหน่ง ปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ ไม่เป็นปัญหาว่าจะทำหน้าที่การซื่อสัตย์เพื่อประเทศชาติ ข้อสำคัญให้ทำจริงๆ ถ้าไม่ได้ทำก็จะมีการตำหนิติเตียนทั้งรัฐ บาล ถ้าเป็นเช่นนั้นก็ไม่เป็นมงคล และเสียหาย ขอให้ปฏิบัติตามที่กล่าวคำปฏิญาณว่าจะทำหน้า ที่ซื่อสัตย์ สุจริต

เป็นของธรรมดาที่รัฐมนตรี คณะรัฐบาลต้องทำหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต ถ้าทำแล้วจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างจริงจัง ทั้งจะเป็นประโยชน์ต่อตนเอง คนจะนับถือว่าผู้ที่เป็น รัฐมนตรี เป็นคนดี ปฏิบัติดี ชอบทุกอย่าง ขอให้ทำตามที่ปฏิญาณ จะเป็นมงคลต่อรัฐบาล ต่อประเทศชาติ และที่สุดเป็นมงคลต่อตัวเอง รัฐ มนตรีจะทำให้การปฏิบัติงานเป็นไปอย่างถูกต้อง และเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ต่อประชาชน

ขอให้ปฏิบัติตามที่กล่าวปฏิญาณ จะทำให้บ้านเมืองมีการปกครองที่ดี และมีความซื่อสัตย์ต่อหน้าที่ ขอให้ท่านได้ปฏิบัติตามคำปฏิญาณนี้เพื่อให้ประเทศชาติมีความสุข ความสงบ ทุกคนจะได้มีสิทธิบอกว่าได้ทำหน้าที่โดยดี ท่านก็จะมีความสุข ความพอใจที่จะปฏิบัติงานที่ดี เพื่อความสงบของชาติ บ้านเมือง สำเร็จตามความต้องการของประชาชนทั้งประเทศ ขอให้ปฏิบัติงานสำเร็จทุกอย่าง ขอให้ประเทศชาติมีความสงบสุข เจริญก้าวหน้า ขอให้ผลสำเร็จในการงานทุกอย่างที่ทำ ขอให้ท่านมีความดีในตัวที่จะทำหน้าที่ที่จะทำให้ประเทศ

ถวายรายงานในรอบ 6 เดือน

นายอภิสิทธิ์ ให้สัมภาษณ์ภายหลังการเข้าเฝ้าฯ ว่า ตนใช้โอกาสนี้ถวายรายงานผลการดำเนินงานของรัฐบาลในรอบ 6 เดือน ตามปกติ ไม่ได้มีอะไรเป็นพิเศษ ตามปกติแล้วการรายงาน ผลการดำเนินงานก็ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม นายกฯ ไม่ได้เปิดเผยถึงพระบรมราชโชวาท โดยกล่าวเพียงสั้นๆ ว่า จะแจ้งให้ทราบทางทีวี

นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสให้ทำหน้าที่เพื่อประโยชน์ของประชาชน ให้ประชาชนมีความสุข หากทำสำเร็จ ครม.จะได้ไม่ถูกวิจารณ์ ทั้งนี้ วันที่ 19 ม.ค. เวลา 07.19 น. ตนจะเข้ากระทรวงศึกษา ธิการเพื่อพบกับข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ ก่อนเข้าประชุมครม. ทั้งนี้ นายกฯไม่ได้แนะนำอะไรมาก เพียงแต่ให้กำลังใจ และเชื่อว่าจะสานงานต่อจากนายจุรินทร์ได้ โดยจะเร่งดำเนินการเรื่องการปฏิรูปการศึกษาทศวรรษที่ 2 ที่ตนเองมีส่วนร่วมตั้งแต่แรก มาถึงตรงนี้ต้องร่วมใจกันให้การศึกษาเดินหน้า เพราะเราเป็นประเทศที่กำลังพัฒนา และกระทรวงศึกษาธิการก็มีบุคลา กรมากที่สุด ตนจะทำงานด้วยความซื่อสัตย์ ปฏิบัติงานตามนโยบายของรัฐบาล

ด้านนางพรรณสิริ กุลนาถศิริ รมช.สาธารณ สุข กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีพระราชดำรัสให้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ เพื่อเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมและประชาชนและประโยชน์ต่อตัวเอง

รมต.ใหม่น้อมรับราชดำรัส

นายไตรรงค์ สุวรรณคีรี รองนายกฯ กล่าวว่า พร้อมน้อมรับกระแสพระราชดำรัสที่พระ ราชทานในหลายเรื่อง ทรงเน้นเรื่องความซื่อสัตย์ สุจริตหลายครั้ง ฟังแล้วเป็นมงคล มีหลายเรื่องที่ตนจะนำใส่เกล้าฯ ไปปฏิบัติ ซึ่งเป็นเรื่องละเอียดอ่อนที่ต้องทำอย่างจริงจัง สำหรับแนวนโยบายเร่งด่วนของตน ไม่มีอะไรก่อนหลัง ต้องทำพร้อมๆ กัน เศรษฐกิจโดยรวมของโลกดีขึ้นจึงทำให้เศรษฐกิจไทยฟื้นตัว ปี"53 เศรษฐกิจไทยจะเป็นบวก เป็นรูปไปป์เชฟคือผลสะท้อนที่ได้รับจะยาวกว่า จะเร่งแก้ปัญหามาบตาพุดเพื่อส่งเสริมบรรยากาศการลงทุน สำหรับแนว ทางการทำงานแก้ปัญหาเศรษฐกิจ ได้บอกพรรคร่วมและน้องๆ พรรคภูมิใจไทยให้เข้ามาช่วยทำงาน ทุกพรรคในสภาทั้งฝ่ายค้านและรัฐบาล ทุกคนต้องร่วมเป็นรองนายกฯช่วยแก้ปัญหา ชาติไม่ใช่ของคนชื่อไตรรงค์คนเดียว การแก้ปัญหาต้องแก้หลายคน ตนทำคนเดียวไม่ได้

เมื่อถามว่าสถานการณ์การเมืองภายในจะฉุดเศรษฐกิจไทยทรุดตัวหรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า ปัญหาการเมืองภายในไม่ส่งผลกระทบต่อนักลงทุนต่างชาติ เพราะเข้าใจการชุมนุมของทุกสี แต่ถ้ารุนแรงหรือทำผิดกฎหมาย ต่างชาติจะมองประเทศไทยเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน ไม่มีใครอยากมาลงทุน เมื่อถามถึงการชุมนุมเพื่อหวังผลไปสู่ความแตกหักหรือไม่ นายไตรรงค์กล่าวว่า การชุมนุมเพื่อให้รัฐบาลปรับปรุงนโยบายหรือเพื่อหวังผลในการเลือกตั้งครั้งหน้า ยังอยู่ในเกมของระบอบประชาธิปไตย แต่ถ้ายึดสถานที่ราชการต้องดำเนินการตามกฎหมาย

ที่มา-ข่าวสด 19 มกราคม 2553


แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน