*/
  • SIAM1932
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : payong2003@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 1540048
  • จำนวนผู้โหวต : 259
  • ส่ง msg :
  • โหวต 259 คน
วันเสาร์ ที่ 23 มกราคม 2553
Posted by SIAM1932 , ผู้อ่าน : 706 , 01:13:49 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน


 
“กองธรรมพระศรีอารย์ กองธรรมนำสุข พ้นทุกข์นิพพานัง”
ขอเชิญร่วมไถ่ชีวิต วัว – ควาย ประจำปี ๒๕๕๓ (ปีที่ ๑๙)
ณ จังหวัดนครพนม (พื้นที่เขตการศึกษาเขต ๒ รวม ๖ อำเภอ) ในวันที่ ๗ มีนาคม ๒๕๕๓

หากจะรวมจำนวนวัว-ควายที่เราได้ไถ่ชีวิตมาจนครบ 18 ปี จนเป็นประเพณีที่จะต้องทำตลอดไป ปีละครั้ง น่าจะรวมได้ 1,500 ชีวิตแล้ว ผมมีเรื่องอยากจะเล่าให้ท่านทั้งหลายฟังว่า การไถ่ชีวิตวัว-ควายนั้นเป็นของยาก เพราะสังคมเวลานี้เกษตรกรเลี้ยงวัว-ควายไว้เพื่อขาย ซึ่งมีอยู่ทั่วไปในเกือบทุกจังหวัด ทางภาคเหนือ อีสาน หรือไม่ก็ขายให้โรงฆ่าสัตว์โดยตรง ไม่มีใครเลี้ยงไว้เพื่อใช้งาน ลากเกวียน หรือ ไถนา แล้ว ตลอดเวลาจนถึงปัจจุบัน ผมสังเกตและสอบถามทุกพื้นที่ว่า ยังคงมีการใช้ควายไถนาอยู่ไหม? ไม่น่าจะถึง 5-10% ดังนั้นมันจึงไม่ใช่เพื่อนคู่ทุกข์คู่ยากของชาวนา ไม่มีความสนิทคุ้นเคยกันกับเจ้าของเหมือนอดีต ความรักผูกพันความเมตตาสงสารก็ลดน้อยลง ควายเดี๋ยวนี้ก็ไถนาไม่เป็นแล้ว หากจะใช้ไถนาต้องมาเริ่มสอนกันใหม่ ซึ่งอายุไม่ควรเกิน 2 ปี การเดินทางของพวกเขาจึงเป็นการเดินทางจากท้องแม่มุ่งสู่โรงฆ่าสัตว์สถานเดียว

เมื่อจุดประสงค์เป็นไปเพื่อขาย โอกาสที่เขาจะเอาวัว-ควายของเราไปขายก็มีอยู่สูง ดังนั้น ความยาก ที่ผมหมายถึงก็คือ การควบคุม ดูแล ติดตาม ตรวจสอบ เพราะชาวบ้านเขาจะเลี้ยงแบบปล่อยเป็นส่วนใหญ่ เวลาเราไปตรวจเช็คลำบากมาก หรือ ทำไม่ได้ เพราะวัว-ควายจะไปอยู่ตามทุ่ง ตามชายป่า หรือบางทีอยู่ในป่า

เราจะไปฝากความหวังพวกผู้ใหญ่บ้าน หรือ อบต. ไม่ต้องหวัง กฎเกณฑ์ที่ตั้งขึ้นมา พอถึงเวลาจริงปฏิบัติกันไม่ได้ ผมไปสุ่มๆ ดูส่วนใหญ่จะเจอ ไม่หาย แต่จำนวนมาก เชื่อว่าต้องมีการแอบขายแลกเปลี่ยนแน่นอน ปัญหาเหล่านี้รบกวนจิตใจผม เพราะคิดว่าเมื่อจะช่วยแล้วก็ต้องการให้พวกเขารอดจริง จึงมองหาสถานที่หรือผู้รับ ที่เราสามารถตรวจสอบได้ มีระบบรองรับ หรือ มีผู้ประสานงานที่ไว้ใจได้

จึงได้หันเข็มทิศไปยังภาคอีสาน คือ จังหวัดนครพนม ด้วยการมอบหมายให้ อ.สมานชัย สุวรรณอำไพ (ซึ่งผมได้รู้จักกันมาตั้งแต่ปี 48 เพราะผมเชิญไปเป็นวิทยากรสอนชาวบ้าน ต.บ้านขอ อ.เมือง จ.ลำปาง ทำปุ๋ยชีวภาพปุ๋ยอินทรีย์) เป็นผู้ประสานงานกับสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 จังหวัดนครพนม ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอของจังหวัดนครพนม คือ
1. อ. โพนสวรรค์
2. อ. บ้านแพง
3. อ. ศรีสงคราม
4. อ. นาทม
5. อ. นาหว้า
6. อ. ท่าอุเทน

มีโรงเรียนทั้งหมดประมาณ 200 กว่าโรงเรียน ซึ่งเป็นสถานที่ทำงานของเขา ทำโครงการเสนอผู้อำนวยการเขตพื้นที่การศึกษาเขต 2 ว่า กองธรรมพระศรีอารย์ฯ มีความประสงค์จะบริจาควัว-ควายที่รอดชีวิตจากโรงฆ่าสัตว์ (ซึ่งมีผู้ศรัทธาทั่วสารทิศทั้งในประเทศและต่างประเทศร่วมบริจาคกันมาทุกปี) มอบให้โรงเรียนที่มีความต้องการจะรับวัว-ควายเหล่านี้ เมื่อโครงการได้ผ่านความเห็นชอบของผู้อำนวยการเขตแล้ว จึงทำหนังสือเวียนไปยังโรงเรียนต่างๆ ที่อยู่ในเขตพื้นที่ทั้ง 6 อำเภอว่า โรงเรียนใดมีความต้องการและยอมรับกติกาของเราได้ให้แจ้งความประสงค์มา

เมื่อรวบรวมรายชื่อที่แจ้งความจำนงมาแล้ว ผมและ อ.สมานชัย จึงดำเนินการด้วยการเข้าไปสำรวจความพร้อมและความเหมาะสมของแต่ละโรงเรียน ได้สัมภาษณ์ผู้บริหารถึงแนวทางการจัดการ แล้วจึงสรุปทำรายชื่อโรงเรียนที่ผ่านการคัดเลือก แล้วเริ่มซื้อวัว-ควายแจกไปตามความเหมาะสมของทุกโรงเรียน หลังจากแจกไปแล้วก็จะมีการตรวจเยี่ยมเพื่อเช็คดูว่ายังอยู่ครบ และใช่ตัวที่เรามอบให้หรือไม่ หรือมีปัญหาอย่างไร? สภาพความเป็นอยู่เป็นอย่างไร?

เรื่องการตรวจเยี่ยม เพื่อเช็คดูจำนวนวัว-ควาย ก่อนเราจะมอบ เราฝังไมโครชิพวัว-ควายทุกตัว พร้อมทำประวัติ เช่น เพศ อายุ ชื่อ วันเดือนปีที่รับมอบ เมื่อไปถึงจะใช้เครื่อง Scan ที่ตำแหน่งบริเวณลำคอด้านซ้าย ตัวเลขจะปรากฏตรงกับใบประวัติ หากไม่มีแสดงว่าวัว-ควายถูกสับเปลี่ยน

เท่าที่ได้ไปสำรวจมาแล้วครบ 21 โรงเรียน 6 อำเภอ ไม่พบการสับเปลี่ยนแต่อย่างใด ขณะเดียวกันได้ทำการฉีดวัคซีนหรือทำการรักษา หากพบอาการป่วย

ส่วนหลักเกณฑ์ในการรับมอบทุกโรงเรียนมีหลักสำคัญ 4 ข้อ
1. วัว-ควายทุกตัว ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้-ตัวเมียรวมถึงลูกตัวแรก ทางโรงเรียนต้องเลี้ยงไว้จนตาย ห้ามฆ่า ห้ามขาย ห้ามแลกเปลี่ยน เมื่อตายห้ามกินเนื้อ ต้องแจ้ง อ.สมานชัย และผม เพื่อส่งสัตว์แพทย์เข้าไปชันสูตรหาสาเหตุการตายแล้วฝังทันที
2. ลูกควายตัวแรกที่เกิดจากแม่ที่มอบให้ ต้องปฏิบัติตามกติกาข้อ 1 เพราะวัว-ควายหากร่างกายสมบูรณ์ไม่มีความผิดปกติจะตกลูกปีละ 1 ตัว
3. หากลูกตัวที่ 1 เกิดมา ทางโรงเรียนต้องแจ้งให้ทราบเพื่อฝังไมโครชิฟและทำประวัติ
4. ลูกตัวที่ 2 เป็นสิทธิของทางโรงเรียนที่จะบริหารจัดการ เราคุ้มครองได้เฉพาะพ่อ แม่ + ลูกตัวที่ 1
5. หากโรงเรียนใดมีความจงใจที่จะไม่ปฏิบัติตามข้อตกลง หรือทุจริต ต้องจ่ายค่าปรับตามราคาที่ประเมิน

หลักเกณฑ์และแนวทางนี้ ใช้ได้กับโรงเรียนซึ่งเป็นองค์กรของรัฐที่สังกัดในการดูแลของสำนักงานเขตการศึกษา ทำให้มีหลักประกันเรื่องความปลอดภัย และดูแลเขาได้ค่อนข้างดี จากจำนวนทั้งหมดที่รับมอบไปแล้ว 21 โรงเรียน 80% ดูแลได้ดีพอใช้ 10% ดีมาก 10% แย่ต้องปรับปรุงหรือย้ายสับเปลี่ยน

ตราบใดที่วัว-ควายของเรายังอยู่กับเขา เราก็ยังต้องติดตามดูแลตลอดไป ขณะเดียวกันก็ต้องตั้งงบประมาณที่เรียกว่า ทุนการศึกษา ที่คำนวณตามจำนวนวัว-ควายที่แต่ละโรงเรียนได้รับมอบให้ทุกปี ซึ่งจะทำให้เราได้มีโอกาสเข้าไปดูแลตลอดไป หากถามว่า แล้วโรงเรียนได้รับอะไรจากการรับวัว-ควายไปเลี้ยง?
1. โรงเรียนได้วัว-ควายไปกินหญ้าในโรงเรียน ซึ่งจะเตียนดีกว่ารถตัดหญ้า
2. โรงเรียนได้ขี้วัว-ควายทำปุ๋ย ซึ่งมีบางโรงเรียนไปทำปุ๋ยอินทรีย์อีกที
3. บางโรงเรียนมีโครงการทำไร่นาสวนผสม เช่น โรงเรียนบ้านข่า โรงเรียนบ้านเอื้อก่อนาดี ใช้วัว-ควายไถนาได้ด้วย
4. โรงเรียนได้ลูกตัวที่ 2 ซึ่งเขามีสิทธิบริหารจัดการเอง ราคาจะอยู่ที่ประมาณ วัว 6,000-7,000 บาท ควาย 10,000-20,000 บาท เป็นอย่างต่ำ เมื่ออายุ 2 ปีขึ้นไป

ส่วนพวกเราได้อานิสงค์จากการช่วยชีวิตว่า ช่วยได้จริง รอดจริง และได้ให้ชีวิตใหม่แก่เขา ได้ดูแลการเจ็บป่วย เป็นต้น สำหรับในปีใหม่นี้ หลังจากปล่อยไปแล้วไม่เกิน 3 เดือน ผมจะมอบให้สัตวแพทย์สำรวจความเป็นอยู่และฉีดยาป้องกันและรักษาโรคหากมีการเจ็บป่วย

ณ เวลานี้ ผมยังมองหาจุดที่ดีกว่านี้ไม่เจอ ที่ทำทั้งหมดมีเป้าหมายสำคัญข้อเดียว คือ เมื่อช่วยชีวิตแล้ว ออกจากโรงฆ่าสัตว์แล้ว ต้องรอดจริง ไม่หมุนเวียนเข้าไปอีก ดังนั้นเมื่ออ่านมาถึงจุดนี้แล้วท่านจะพบว่าการไถ่ชีวิตวัว-ควายนั้น คือ การติดตาม ตรวจสอบ ดูแลได้ ไม่ใช่เพียงแต่การไปซื้อแล้วขนออกจากโรงฆ่าสัตว์ หากปราศจากมาตรการติดตามแล้ว พวกเขาจะถูกวนเข้าไปโรงฆ่าสัตว์อีกอย่างแน่นอน เพียงแต่เปลี่ยนสถานที่ ยืดเวลาออกไป แม้ว่าการมอบให้โรงเรียนยังไม่ตรงจุดเสียทีเดียว ขณะเดียวกัน ผมก็มองหาพื้นที่อื่นตลอดเวลาเพื่อสำรอง กรณีพื้นที่ปัจจุบันมีปัญหา หรืออุปสรรค เช่นที่ อ.เวียงสระ จ.น่าน และพื้นที่ของ จ.นครพนมและจังหวัดใกล้เคียง

มีสิ่งหนึ่งซึ่งมีความสำคัญที่ผมอยากจะบอกกับทุกท่านที่ร่วมบริจาคและมีส่วนร่วมในการบริจาคว่า การทำงานภาคสนามในสถานการณ์ที่เป็นจริงนั้น ต้องสามารถยืดหยุ่นปรับเปลี่ยนหรือเพิ่มเติมได้ เช่น เมื่อเราทำงานไปแล้วมีเหตุบ่งบอกว่า จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย เราอาจหยุดหรือเปลี่ยนแปลง เพราะเมื่อลงพื้นที่แล้วก็ต้องเป็นนักสังเกตการณ์ไปในเวลาเดียวกัน ดังนั้น เมื่อมีรายงานผล อาจมีบางสถานที่ที่ไม่ได้ระบุไว้ในประชาสัมพันธ์ หรือเวลาในการรายงานผลยืดออกไปบ้าง ก็ขออย่าได้ถือสา เพราะเป้าหมายหลักคือการต้องช่วยชีวิตให้รอดจริงๆ การรับเงินมาแล้วรีบซื้อรีบแจกแล้วรายงาน นั่นดูดี แต่ชีวิตนั้นสำคัญกว่า นั่นคือหลักการในการทำงานของผม

ที่พูดเช่นนี้เพราะอะไร? ประสบการณ์อันยาวนานกับงานไถ่ชีวิตวัว-ควาย มันบอกผมว่า “พวกมนุษย์ส่วนใหญ่เกือบทั้งหมด เขาจะมองหาประโยชน์จากชีวิตเลือดเนื้อของวัว-ควายเท่านั้น เลวสุด คือ ขายหรือฆ่ากินเลย ดีสุดก็หวังว่า เมื่อไรลูกตัวที่ 2 มันจะออกมาสักที จะได้ขายเอาเงิน ไอ้ที่จะมองเขาอย่างเพื่อนร่วมทุกข์ เลี้ยงดูด้วยความเมตตาสงสารนั่นน้อยเต็มที แต่ก็ยังพอมีอยู่”

ผมสัมผัสกับพวกเขามานานทั้งวัว-ควายและคนที่เข้ามาเกี่ยวข้อง ในส่วนของวัว-ควายนั้นน่าสงสารน่าเวทนาที่สุด พากเขามาจากที่ต่างๆ กัน ถูกต้อนขึ้นรถ 10 ล้อ วิ่งข้ามจังหวัดเป็นระยะทางหลายร้อยกิโล แดดร้อนจ้า อัดกันมาเหมือนปลากระป๋อง ทั้งร้อน ทั้งปวดเมื่อย หิวน้ำ อ่อนเพลีย บางตัวเชือกที่มัดไว้กับด้านข้างรถสั้นไป จมูกฉีกขาด บางตัวล้มลงโดนเหยียบไปตลอดทาง กว่าจะถึง ตายก็มี ถูกขนเร่ไปตามตลาดนัด เวลาไล่ขึ้นไล่ลง ไม่มีคำว่าปราณี เอาเหล็กแหลมทิ่ม เอาไม้ตีขา บ้างก็ใช้ที่ช๊อตไฟช๊อต บ้างก็กัดหาง ทำตามอำเภอใจ ถ้ามาจากพม่า ลาวจะเดินข้ามเขามาเป็นแรมเดือน ถ้ามาจากเมืองจีนจะขนลงเรือมาขึ้นฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน แล้วข้ามมาฝั่งไทย ไม่มีหรอกคำว่าเมตตา จุดหมายปลายทางของเขาไปรวมที่เดียวกัน ช้าหรือเร็ว

วัว-ควายตัวใดเข้าไปอยู่ในโรงฆ่าสัตว์แล้ว ส่วนใหญ่ไม่ได้กินหญ้ากินน้ำ เจ้าของโรงฆ่าไม่สนใจ รอเวลาฆ่าอย่างเดียว ดังนั้นพวกที่เราช่วยออกมาได้ถือว่าโชคดี หนึ่งในล้าน หากเปรียบเทียบกับ หมู เป็ด ไก่ วัว-ควายลำบากและทรมานกว่ามาก รวมถึงตอนถูกฆ่า เพราะเขาตัวใหญ่ ควายบางตัวถูกค้อนปอนด์ทุบหัวเป็นสิบทียังไม่ล้ม มันเป็นสิ่งที่ทรมานมาก ตัวที่จะถูกฆ่าต่อไปก็ยืนดูอยู่ใกล้ๆ มันทรมานจิตใจและน่ากลัวขนาดไหน? ผมเคยเจอกรณีนี้ที่จังหวัดลำปาง วัวตัวที่จะถูกฆ่ารายต่อไป มันทรุดลงกับที่ขี้เยี่ยวแตก เราไปช่วยไว้ทัน เอามันออกมาได้ ต้องยกสี่ขาใส่รถเพราะมันเดินไม่ไหว กำลังช่วยเอาตัวนี้อยู่ มีคนเอาลูกวัวมาจ้างโรงเชือดเชือด พอเดินกลับมาอีกที เสร็จแล้ว กำลังล้างเลือดที่พื้น อนิจจา! มันฆ่ากันสนุกดีเหลือเกิน ลูกเขาเกิดมาเพียงไม่กี่วัน เอามาทุบหัวแล้วเชือดคอไปเสียบไม้ย่างทำเป็นวัวหันกินกับเหล้า ช่างสำราญดีเหลือเกิน งานบวช งานแต่ง งานสำคัญทางศาสนา ผมไม่รู้ว่าเป็นชาวพุทธประเภทไหน?

“บุคคลทำกรรมเช่นใด ได้รับผลเช่นนั้น” นี้เป็นพุทธพจน์ของพระศาสดา

อยากถามเจ้าคนเชือดหรือพวกที่มาสั่งทำ ตลอดจนถึงคนชอบกินทั้งหลายว่า หากลูกเกิดมาไม่กี่วัน เขาเอาไปทุบหัว เชือดคอ แกจะรู้สึกอย่างไร บางทีฆ่าแม่มันก่อน ลูกยืนดู บางทีก็ฆ่าลูกก่อน แม่ยืนดู หากแกโดนเขาทำแบบเดียวกับที่แกทำกับเขาในโรงฆ่าสัตว์ แกจะรู้สึกอย่างไร? แกจะรู้สึกเสียใจไหม? เจ็บปวดไหม? ทุกข์ทรมานไหม? หวาดกลัวไหม? เขาก็รู้สึกเช่นเดียวกัน เขาเป็นวัว-ควายใช่ไม่มีความรู้สึก เพียงแต่พูดไม่ได้ก็ทำกับเขาสารพัด
ประเทศนี้มันไม่มีกฎหมายป้องกันการทารุณสัตว์ รัฐไม่เคยเข้ามาดูว่าแต่ละโรงฆ่าทำกันอย่างไร? บางโรงปล่อยคนเชือดเฉือนเนื้อสดๆ กินกับเหล้า ขณะที่เขาถูกล่ามอยู่กับหลักประหารก่อนฆ่า อย่างนี้ก็มีอยู่จริง! มันทำอย่างนี้ได้ ก็จิตสัตว์นรกขนานแท้

ตั้งแต่ทำงานนี้เป็นเวลานาน มีอยู่ครั้งเดียวในรอบ 18 ปีที่รู้สึกปลื้มปิติกับพวกเขาแทนที่จะรู้สึกสะเทือนใจเหมือนทุกครั้ง คือ ปี 2552 นี้เองที่โรงเรียนบ้านข่า อ.ศรีสงคราม เรามอบให้ทางโรงเรียนเป็นผู้จัดซื้อจากโรงฆ่าสัตว์ใกล้เคียง ผมกับ อ.สมานชัย ได้เดินทางไปเพื่อตรวจสอบและชำระเงิน เมื่อไปถึงครูใหญ่กับภารโรงเล่าให้ฟังว่า ยังเหลืออีก 3 ตัวเป็นแม่ลูกกันที่โรงฆ่าสัตว์ มันน้ำตาไหล เมื่อจูง 2 ตัวแรกออกมา ผมกับสมานชัยจึงให้พวกเขาพาไปดูที่โรงฆ่าสัตว์ ห่างจากโรงเรียนไม่ถึงกิโล เมื่อไปเห็นก็ตรงตามที่เขาบอก ตัดสินใจซื้อทันที ดูเหมือนเขาจะฟังภาษาคนรู้เรื่อง ขณะคุยราคากับเจ้าของโรงฆ่าสัตว์ พอจ่ายเงินเสร็จ เปิดประตูคอกได้มันเดินออกมาจากคอกอย่างรวดเร็วไม่ต้องต้อน พอเข้าเขตโรงเรียนบ้านข่าที่ 2 ตัวแรกรออยู่ (อันที่จริงเขาเป็นควายคอกเดียวกัน หมายความว่าเป็นแม่ลูก พี่ป้าน้าอา เป็นญาติสนิทกันหมด เจ้าของโรงฆ่าคงไปเหมาหมดคอก) พอมันมองเห็นกันแต่ไกล เจ้าสองตัวแรกที่มาก่อนและที่มาใหม่ สามตัววิ่งเข้าหากัน ร้องออกมาด้วยความดีใจ ฉี่ออกมา เอาคอมาถูกัน เพราะเขาไม่คิดว่าจะรอดตาย แต่กลับได้มาอยู่ร่วมกันอีกเหมือนปาฏิหาริย์ ผมมองดูพวกเขาอย่างสงบ มันเป็นความงดงามของชีวิต เป็นนาทีแห่งความปิติ โรงเรียนนี้มีบริเวณกว้าง เนื้อที่หลายสิบไร่ ทำนาด้วย มันได้ช่วยเขาไถนาและอยู่ด้วยกันต่อไปอย่างมีความสุข วันนั้นเป็นครั้งแรกที่ผมรู้สึกปลื้มปิติกับงานไถ่ชีวิต และได้ช่วยให้เขากลับมาอยู่ร่วมกันอีกครั้ง

ผมได้ดื่มกินความรู้สึกที่งดงามนี้ แปรเปลี่ยนเป็นพลังผลักดัน ให้มโนปณิธานที่ตั้งไว้ตั้งแต่ปีแรกที่โรงฆ่าสัตว์จังหวัดชลบุรี ดำเนินต่อไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่ ท่านใดได้มีส่วนร่วมในปีที่แล้วก็ขอให้ได้อานิสงค์นี้เช่นเดียวกัน
ในท้ายที่สุดขอกราบวิงวอนเพื่อนมนุษย์ทุกคนแทนวัว-ควายทุกตัวที่เขาพูดไม่ได้ว่า “หยุดเถิด หยุดกินเลือดเนื้อเขาเสียที เพราะนั่นคือต้นเหตุของความทุกข์ทรมานและการประหัตประหาร”

ผมได้จัดทำ VCD ชุดร้องขอชีวิตขึ้นมาเผยแพร่ให้สังคมได้รับรู้ว่า พวกเขาถูกทำอย่างไรในโรงฆ่าสัตว์ ท่านใดต้องการหรือนำไปเผยแพร่จะเป็นการช่วยปลุกมโนสำนึกแห่งเมตตาธรรมที่หลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้น ขอให้ติดต่อมา ผมจะอัดส่งให้ฟรีตามที่อยู่ด้านล่าง

การประชาสัมพันธ์จะเริ่มตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม 52 เป็นต้นไป และจะรวบรวมเงินต้นเดือนมีนาคม เดินทางไปซื้อวันที่ 7 มีนาคม 53 ที่จังหวัดนครพนม จึงประกาศให้ทราบทั่วกัน

ท่านใดต้องการปกป้องชีวิตจากการฆ่าปลดปล่อยพวกเขาสู่อิสรภาพให้มีชีวิตใหม่ที่มีความสุขและได้รับการดูแลตลอดไป ร่วมบริจาคได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 7 มีนาคม 2553

โอนเข้าบัญชี ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาอโศก ประเภทบัญชีออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 032-2-58355-6
ชื่อบัญชี นายพงษ์ชัยทัศน์ วณิชย์กุล เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรย
โทร 0-2261-1313, 08-0613-3397 โทรสาร 0-2261-1313

หรือ ธนาคารกรุงศรอยุธยา สาขาสุขุมวิท 23 ประเภทบัญชีออมทรัพย์
เลขที่บัญชี 204-1-19819-5
ชื่อบัญชี นายพงษ์ชัยทัศน์ วณิชย์กุล กุล เพื่อกองทุนพระศรีอริยเมตไตรยกุล
โทร 0-2261-1313, 08-0613-3397 โทรสาร 0-2261-1313

หรือ สั่งจ่ายธนาณัติ นายพงษ์ชัยทัศน์ วณิชย์กุล 18/6 ซอยสุขุมวิท 23
แขวงคลองเตยเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ 10110 ปณ. ประสานมิตรเท่านั้น

หลังจากการไถ่ชีวิตโค-กระบือ จะมีการรายงานผลถึงจำนวนวัว-ควาย ยอดเงินบริจาคและรายละเอียดค่าใช้จ่ายอีกครั้งเช่นที่ทำมาทุกปี

“กองธรรมพระศรีอารย์ ปรารถนาให้โลกนี้มีความสุข” 
ทีมา-ศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย
 


           ขอเชิญร่วมไถ่ชีวิต วัว–ควาย ปี ๒๕๕๓  

อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิริปตี วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 01.53 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/siripatee
You are what you eat.You are what you write.

อนุโมทนาบุญแทนสัตว์ใหญ่ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศักดิ์ศิริ วันที่ : 23/01/2010 เวลา : 01.23 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/saksiri2498
โอ...ค่ำคืนครั้งนั้น พระพุทธองค์...ทรงตรัสรู้อริยสัจจ์ ๔


สาธุ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน