*/
  • SIAM1932
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • email : payong2003@hotmail.com
  • วันที่สร้าง : 2008-03-28
  • จำนวนเรื่อง : 607
  • จำนวนผู้ชม : 1422687
  • จำนวนผู้โหวต : 251
  • ส่ง msg :
  • โหวต 251 คน
วันอาทิตย์ ที่ 31 มกราคม 2553
Posted by SIAM1932 , ผู้อ่าน : 23436 , 23:44:08 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 1 คน ni_gul โหวตเรื่องนี้

                                               อิน-จันฝาแฝดคู่แรกของโลกที่เกิดที่ประเทศไทย

                                         

                                                           อิน (น้อง-ซ้ายมือ) จัน (พี่-ขวามือ)

ไฟล์:BunkerswithSonandDaughter.jpg

                                           อิน-จัน และลูก ๆ ของทั้งคู่



 
อิน (น้อง-ซ้ายมือ) จัน (พี่-ขวามือ)
อิน-จัน และลูก ๆ ของทั้งคู่อิน-จัน เป็นชื่อของฝาแฝดสยาม ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก โดยเป็นที่มาของคำว่า "แฝดสยาม" ฝาแฝดอิน-จัน เป็นฝาแฝดที่มีตัวติดกันทางส่วนหน้าอก (โดยบันทึกของชาวตะวันตกบอกว่า เนื้อที่เชื่อมกันระหว่างอกนี้สามารถยืดได้จนทั้งคู่สามารถหันหลังชนกันได้) เกิดเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม พ.ศ. 2354 ตรงกับรัชสมัยรัชกาลที่ 2 ในครอบครัวคนไทยเชื้อสายจีน ที่จังหวัดสมุทรสงคราม โดยมีบิดาเป็นชาวจีนอพยพแต่ครั้งรัชกาลที่ 1 ชื่อ นายที มารดาเป็นคนไทยชื่อ นางนาก (บันทึกของชาวตะวันตกเรียกว่า นก (Nok)) ซึ่งฝาแฝดคู่นี้สามารถเติบโตและใช้ชีวิตได้เหมือนคนปกติ แตกต่างไปจากแฝดติดกันคู่อื่น ๆ ที่มักเสียชีวิตหลังคลอดได้ไม่นาน

ตามกฎหมายในเวลานั้น ทั้งคู่ต้องถูกประหารชีวิตเนื่องจากความเชื่อที่ว่าเป็นตัวกาลกิณี แต่เมื่อเวลาผ่านไปก็หาได้มีเหตุการณ์ใด ๆ ตามความเชื่อไม่ โทษนั้นจึงได้รับการยกเลิก

เมื่อทั้งคู่อายุได้แค่ 2 ขวบ บิดาก็เสียชีวิตลงด้วยอหิวาตกโรค ภาระจึงตกอยู่ที่มารดาแต่เพียงผู้เดียว แฝดทั้งคู่จึงช่วยเหลือมารดาเท่าที่เด็กในวัยเดียวกันจะทำได้ เช่น จับปลา ขายน้ำมันมะพร้าว และทำไข่เค็มขาย จนในปี พ.ศ. 2367 ความพิเศษของเด็กทั้งคู่ทราบไปถึงพระกรรณของพระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้นางนากและอิน-จันเข้าเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท แล้วในปี พ.ศ. 2370 ก็มีพระบรมราชานุญาตให้อิน-จันได้เดินทางร่วมไปกับคณะทูตเพื่อเจริญสัมพันธไมตรีกับประเทศโคชินไชน่า (เวียดนามในปัจจุบัน)

ในปี พ.ศ. 2367 นายโรเบิร์ต ฮันเตอร์ พ่อค้าชาวอังกฤษ หรือที่คนไทยสมัยนั้นเรียกว่า "นายหันแตร" ได้นั่งเรือผ่านแม่น้ำแม่กลอง และได้พบแฝดคู่นี้กำลังว่ายน้ำเล่นอยู่ ด้วยความประหลาดและน่าสนใจ นายฮันเตอร์จึงคิดที่จะนำฝาแฝดคู่นี้ไปแสดงโชว์ตัวที่สหรัฐอเมริกา จึงเข้าทำความสนิทสนมกับครอบครัวของฝาแฝดอยู่นานนับปี จนพ่อแม่ของทั้งคู่ไว้วางใจ ในที่สุดนายอาเบล คอฟฟิน กัปตันเรือสินค้า เดอะ ชาเคม (The Sachem) ซึ่งขณะนั้นได้เข้ามาทำการค้าในประเทศไทย ก็เป็นผู้นำตัวคู่แฝดออกเดินทางจากประเทศไทยเมื่อวันที่ 1 เมษายน พ.ศ. 2372 ขณะนั้นอิน-จัน อายุได้ 18 ปี โดยใช้เวลาเดินทางทั้งหมด 138 วัน จึงถึงเมืองบอสตัน สหรัฐอเมริกา และที่นี่เองที่คู่แฝดได้ทำการเปิดตัว ก่อนจะออกเดินทางแสดงทั่วอเมริกาและยุโรปอีกร่วม 10 ปี (เอกสารบางฉบับบอกว่า ไม่ได้เริ่มที่บอสตัน แต่ไปตั้งหลักที่มลรัฐแคลิฟอร์เนีย) โดยสัญญาที่ทำไว้กับนายฮันเตอร์และนายคอฟฟินสิ้นสุดลงเมื่อทั้งคู่มีอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ โดยในช่วง 2 ปีแรก ทั้งคู่ก็ได้รับส่วนแบ่งค่าตอบแทน แต่ก็มีบางครั้งก็ถูกเอาเปรียบด้วย เมื่อเป็นอิสระทั้งคู่ก็เปิดการแสดงเอง และได้แสดงไปทั่วสหรัฐอเมริกา

จนเมื่ออายุได้ 28 ปี ใน พ.ศ. 2382 ทั้งคู่ก็ได้ลงหลักปักฐานที่หมู่บ้านแทรปฮิลล์ (Traphill) เขตชานเมืองวิลส์โบโร (Wilkesboro) เคาน์ตีวิลส์ ในมลรัฐนอร์ทแคโรไลนา พร้อมกับได้เปลี่ยนชื่อและเปลี่ยนสัญชาติเป็นอเมริกัน โดยมีชื่อว่า เอ็ง-ชาง บังเกอร์ (Eng and Chang Bunker) พร้อมกับได้แต่งงานกับหญิงชาวอเมริกัน และมีลูกด้วยกันหลายคน ซึ่งระหว่างที่ทั้งคู่ใช้ชีวิตในต่างประเทศนั้น มีความพยายามหลายครั้งจากหลายบุคคลที่จะทำการผ่าตัดแยกร่างทั้งคู่ออกจากกัน แต่ท้ายที่สุดก็มิได้มีการดำเนินการจริง ๆ

จากบันทึกที่ได้บันทึกไว้ ระบุว่า จัน (คนพี่) เป็นคนที่มีอารมณ์ร้อน หุนหันพลันแล่น และชอบดื่มสุราจนเมามาย ขณะที่ อิน (ผู้น้อง) กลับมีนิสัยตรงกันข้าม คือ ใจเย็น สุขุมกว่า และไม่ทานเหล้า อีกทั้งทั้งคู่เคยทะเลาะวิวาทจนถึงขั้นชกต่อยกันเองมาแล้วด้วย

จากการที่จันผู้พี่นิยมดื่มเหล้าจนเมามายบ่อย ๆ ทำให้เป็นโรคหลายโรค จนในวันที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2417 จันก็เสียชีวิตลงด้วยอาการหัวใจวาย จากนั้นอีกราว 2 ชั่วโมงถัดมา อินก็ได้เสียชีวิตตามไปด้วย ซึ่งจากการชันสูตรและลงความเห็นของแพทย์สมัยใหม่ ระบุว่า อินต้องสูญเสียเม็ดเลือดแดงให้แก่จันที่เสียชีวิตไปแล้ว ผ่านทางเนื้อที่เชื่อมกันที่อก ทั้งคู่เสียชีวิตขณะที่มีอายุได้ 63 ปี

เนื้อหา
1 อนุสรณ์
2 สารคดี
3 อ้างอิง
4 แหล่งข้อมูลอื่น
 

 อนุสรณ์
ส่วนตับที่เชื่อมติดกันได้มีการเก็บรักษาไว้ที่พิพิธภัณฑ์ Mütter ในเมืองฟิลาเดลเฟีย รัฐเพนซิลเวเนีย ส่วนของใช้ส่วนตัวของทั้งคู่ได้ถูกเก็บรักษาไว้ที่ห้องสมุดของมหาวิทยาลัยนอร์ทแคโรไลนา

 สารคดี
ในปี พ.ศ. 2534 บริษัทกันตนาได้จัดทำรายการสารคดีของอิน-จัน ขึ้น ในชื่อ "แฝดสยาม" (Siamese twins) ออกอากาศทางช่อง 7 ทุกวันพฤหัสบดี เวลา 18.30-19.00 น. โดยมี ประดิษฐ์ กัลย์จาฤก เป็นพิธีกร รศ.ธงทอง จันทรางศุ, นัฏฐา ลอยด์ และ ดวงดาว จารุจินดา เป็นผู้ค้นหาร่องรอย โดยสารคดีชุดนี้เป็นภาพยนตร์ชีวประวัติของทั้งคู่ ตั้งแต่เด็กจนถึงเสียชีวิตที่สหรัฐอเมริกา ซึ่งผู้ที่รับบทอิน-จัน นี้เป็นฝาแฝดที่มีอาชีพมัคคุเทศก์ จึงไม่มีปัญหาในการท่องบทภาษาอังกฤษ

อ้างอิง
ใครที่น่าจะถือว่าเป็นคนไทยคนแรกที่เป็นเซียนchess?
แหล่งข้อมูลอื่น

Chang Bunker and Eng Bunker (May 11, 1811 – January 17, 1874) were the conjoined twin brothers whose condition and birthplace became the basis for the term "Siamese Twins".

Contents

[hide]

 Biography

 
The Bunkers in their later years

The Bunker brothers were born on May 11, 1811 in Siam (now Thailand), in the province of Samutsongkram, to a fisherman and a mother (Nok or นาก [Nak] in Thai).[1] They were joined at the sternum by a small piece of cartilage. Their livers were fused but independently complete. Although 19th century medicine did not have the means to do so, modern surgical techniques would have easily allowed them to be separated. In 1829, they were "discovered" in Siam by British merchant Robert Hunter and exhibited as a curiosity during a world tour. Upon termination of their contract with their discoverer, they successfully went into business for themselves. In 1839, while visiting Wilkesboro, North Carolina, the twins were attracted to the area and settled on a 110 acre farm in nearby Traphill, becoming naturalized United States citizens.

Determined to start living a normal life as much as possible, the brothers settled on a plantation, bought slaves, and adopted the name "Bunker". On April 13, 1843, they married two sisters: Chang to Adelaide Yates and Eng to Sarah Anne Yates. Their Traphill home is where they shared a bed built for four. Chang and his wife had 10 children; Eng and his wife had 11. In time, the wives squabbled[2] and eventually two separate households were set up just west of Mount Airy, North Carolina in the community of White Plains – the twins would alternate spending three days at each home. During the American Civil War Chang's son Christopher and Eng's son Stephen both fought for the Confederacy. Chang and Eng lost part of their property as a result of the war, and were very bitter in their denunciation of the government in consequence. After the war, they again resorted to public exhibitions, but were not very successful. They always maintained a high character for integrity and fair dealing, and were much esteemed by their neighbors.[2] The twins died on the same day in January of 1874. Chang, who had contracted pneumonia, died rather suddenly in his sleep. Eng awoke to find his brother dead, and called for his wife and children to attend to him. A doctor was summoned to perform an emergency separation, but Eng refused to be separated from his dead brother. He died three hours later.

Legacy

 
Grave of Eng and Chang Bunker near Mt. Airy, North Carolina

The fused liver of the Bunker brothers was preserved and is currently on display at the Mütter Museum in Philadelphia, Pennsylvania. Numerous references about the twins, including some of their personal artifacts and their travel ledger, are displayed in the North Carolina Collection Gallery in Wilson Library at the University of North Carolina at Chapel Hill. This includes the original watercolor portrait of Chang and Eng from 1836.

The short story The Siamese Twins[3] by Mark Twain was based on the Bunkers. In 1996, BBC Radio 4 broadcast a 90-minute radio play called United States about the lives and deaths of Chang and Eng Bunker. The writer was Tony Coult and the director was Andy Jordan. Transmission was on June 17, with a cast that included Bert Kwouk and Ozzy Youe as the twins. A Singapore musical based on the life of the twins, Chang & Eng was directed by Ekachai Uekrongtham and written by Ming Wong with music by Ken Low. Chang & Eng premiered in 1997 and has since been performed around Asia, starring Robin Goh as Chang Bunker, Sing Seng Kwang as Eng Bunker and Selena Tan as their mother Nok. Subsequent productions starred Edmund Toh as Chang Bunker and RJ Rosales as Eng Bunker. The best-selling and multiple-award-winning 2000 novel Chang and Eng by Darin Strauss was based on the life of the famous Bunker twins. The film rights to the novel were purchased by award winning filmmaking team Gary Oldman and Douglas Urbanski. Oldman is currently working on the screenplay and will also direct.[4]

References

  1. ^ Calisota online 
  2. ^ a b Wikisource-logo.svg "Chang and Eng". Appletons' Cyclopædia of American Biography. 1900.  This source confirms the wives' dispute, but disagrees on the number of children and says nothing about the household arrangements.
  3. ^ Twain, Mark. "The Siamese Twins". The Siamese Twins, Electronic Text Center, University of Virginia Library. http://etext.lib.virginia.edu/etcbin/toccer-new2?id=TwaSiam.sgm&images=images/modeng&data=/texts/english/modeng/parsed&tag=public&part=1&division=div1. Retrieved 2008-07-02. 
  4. ^ Whirling upstream in Hollywood: Douglas Urbanski [update].

 Further reading

See also

 External links

 ที่มา-จากวิกิพีเดีย สารานุกรมเสรี



อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
ni_gul วันที่ : 03/02/2010 เวลา : 20.05 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

พ.ศ.2354 ปีที่เกิด จะครบ 200 ปี แล้วหรือคะนี่?

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ni_gul วันที่ : 03/02/2010 เวลา : 19.11 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc
"ทุกคนก็มีจิตใจที่จะรักกัน ทุกคนมีจิตใจที่จะช่วยกันทำอะไรต่างๆ โดยที่เป็นสิ่งที่เป็นมงคล ไม่ทะเลาะกัน. แค่นี้ก็พอ ขอแค่นี้" พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช (๔ ธ.ค. ๒๕๓๗) สาธุ! คนไทยทำได้แล้วค่ะ - สมานมหัศจรรย์ | ๐สมาน มือไทยเทศทั้ง_โลกา, สมาน มิตรใส่ใจพา_ช่วยได้, สมาน แผลใส่ยาทา_ยังชั่ว, สมาน ชาติเสียสละไซร้_เพื่อเกื้อมหัศจรรย์ http://oknation.nationtv.tv/blog/mettapc/2018/07/17/entry-2 

นักศึกษาที่มหิดล จัด โอเปรา เรื่องนี้ ด้วยค่ะ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
neroli วันที่ : 02/02/2010 เวลา : 11.01 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/neroli
คุยกันประสาเพื่อน

ชวนไปดูรูปคอนเสิรต์ไมโครค่ะ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน