• คนพิการ
  • ranking : สมาชิกทั่วไป
  • วันที่สร้าง : 2007-10-10
  • จำนวนเรื่อง : 47
  • จำนวนผู้ชม : 151962
  • ส่ง msg :
  • โหวต 36 คน
Soros
ปัจจุบันสังคมไทยบอกว่า เปิดโอกาสให้คนพิการหรือทุกพลภาพแสดงความสามารถได้ แล้วในความจริงเป็นอย่างที่ว่ากันหรือเปล่า
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/SNU
วันพฤหัสบดี ที่ 10 กรกฎาคม 2551
Posted by คนพิการ , ผู้อ่าน : 2524 , 18:22:58 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

“หนาวเนื้อห่มเนื้อจึงหายหนาว” เพลงที่หลายคู่มองตากันมานาน หนาวนี้เห็นทีผ้าห่มจะเอาไม่อยู่ ต้องยอมตกร่องปล่องชิ้นกันเสียที ตัดสินใจไปด้วยอารมณ์หนาวแล้ว อย่าลืมเตรียมใจให้ดี ไหนๆก็จะยอมยกหัวใจแถมตัวให้กับเขาไปแล้ว เรื่องชีวิตคู่ไม่ใช่เรื่องเล่นขายของ เบื่อแล้วก็เลิกกันไปง่ายๆ คู่ที่ใกล้แต่งงานมักจะเกิดความกังวลใจ ทั้งการเตรียมงานแต่งและบางครั้งมักถามตนเองซ้ำว่ามีความมั่นใจกับการมีคู่ขนาดไหน การใช้เวลาทบทวนเตรียมตัวเตรียมใจก่อนเริ่มต้นชีวิตคู่จึงเป็นสิ่งที่น่าจะทำมากที่สุด

เตรียมทำใจใกล้ชิดกัน

ยามเป็นแฟนกัน ใกล้ชิดขนาดไหนก็ยังมีฟอร์ม ยิ่งเป็นแฟนกันไม่นาน โอกาสจะรู้จักรู้ใจเนื้อในแท้ๆของกันและกันก็น้อยลง รู้จักกันนานหน่อยก็มีโอกาสมากขึ้นที่จะเปิดเผยตัวตนมากยิ่งขึ้น เรียกว่าเกือบจะรู้ใส้รู้พุงกัน แต่เมื่อแต่งงานกันแล้ว อยู่ด้วยกันเกือบตลอดเวลา ความรู้สึกว่าเป็นคนใกล้ชิดกัน ไม่ต้องปิดบังตัวตนของตนเอง ไม่ต้องระมัดระวังภาพพจน์ อยู่นานวันคุ้นเคยจนลืมไปว่าอีกคนอยู่ด้วย คราวนี้อยากทำอะไรก็ทำ ไม่เตรียมใจไว้ก่อน อาจจะช็อคเล็กๆ หรือถึงขนาดขัดแย้งในใจว่าใช่คนที่เราเลือกมาเป็นคู่ชีวิต บางเรื่องที่เคยรับได้ คิดว่าไม่เป็นไร อยู่ด้วยกันทุกวันชักจะหมดความอดทน สามเดือนแรกกินข้าวแล้วไม่เก็บจานก็พอทนเก็บไปบ่นไป ผ่านไปไม่ถึงปีสงสัยไม่แค่บ่น อาจจะร่อนจานบินตามเสียงไปด้วย

อย่างนั้นคงจะต้องยอมรับว่าหนึ่งทำความรู้จักกันให้มากก่อนเข้าห้องหอ นิสัยใจคอ ชอบไม่ชอบ ทัศนะทั้งหลายจะได้รู้กันไปว่าทัศนะไม่ตรงกันเรื่องอะไรบ้าง จะได้ไม่ต้องมาอ้างว่าทัศนะเราไม่ตรงกันในภายหลัง สองหลังร่วมเตียงกันแล้วอะไรที่ปรับเข้าหากันได้ก็ปรับ ที่ต้องปรับให้ได้มากที่สุดคือความคาดหวังต่อกัน ที่มีแต่จะทำให้เราห่างออกจากกันเหมือนคนไม่รู้จักกันมาก่อน คนหนึ่งรู้สึกว่า คุณเปลี่ยนไปมากไม่เหมือนเมื่อตอนที่เราเป็นแฟนกันเลย อีกคนรู้สึกเช่นกันว่า ผม(ฉัน)เหมือนเดิมทุกอย่าง คุณต่างหากที่มองผม(ฉัน)เปลี่ยนไป ถ้าทั้งสองคนไม่หยุดมองกันและกัน ไม่นึกถึงวันที่เริ่มรักกัน วันที่เห็นแต่ความน่ารัก แค่ขยับตัวยังดูดีเลย วันนี้จะเห็นแต่ความน่าเกลียดของกันและกัน จำไว้เสมอว่าคนที่เราเลือก เราเลือกเขา เขามีหลายอย่างที่เป็นจุดดี เริ่มด้วยความรู้สึกที่ดี อยากบอกให้เขาเปลี่ยนแปลงก็คุยกันด้วยคำพูดที่ฟังแล้วรู้สึกว่าบอกกัน ไม่ใช่จับผิด ตัวเราเองก็อาจเผลอทำอะไรบางอย่างให้คู่ของเราเจ็บช้ำ อะไรที่หยุดเพื่อคนที่รัก ทำได้ทำทันที บางอย่างที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงได้ก็ต้องมองข้ามไป ทุกคนล้วนมีข้อบกพร่องอยู่ในตัว

เตรียมตัวมีญาติเพิ่ม

เรื่องแต่งงานเหมือนเป็นเรื่องคนสองคน แต่เผอิญคนสองคนไม่ได้เกิดมาจากกระบอกไม้ไผ่ เรื่องญาติพี่น้องของทั้งสองฝ่ายก็จะตามมา โดยเฉพาะพ่อแม่ของแต่ละฝ่าย ถือว่าสำคัญ นอกจากรู้จักแฟนเรา ต้องรู้จักคนในครอบครัวเขา ลักษณะ ขนบธรรมเนียม ประเพณีของแต่ละครอบครัว เป็นข้อแนะนำว่าควรทำความรู้จักครอบครัวอีกฝ่าย เมื่อเริ่มรู้สึกว่าความสัมพันธ์เราอาจไปไกลกว่าแค่กิ๊กกัน จะได้รู้ให้ชัดว่าเราคิดอย่างไรกับครอบครัวเขา อย่ามาฝันเอาว่าจะแต่งงานตัดญาติขาดมิตรไปอยู่กันสองคน ถ้าเข้ากันได้ดี ยอมรับครอบครัวของกันและกัน ปัญหาก็น้อยลง แต่ถ้าขัดแย้งกันเรื่องครอบครัวเดิม จะกระทบกับการสร้างครอบครัวใหม่ มีกฏข้อหนึ่งที่ต้องยอมคือ ไม่ว่าพ่อแม่เขาจะเป็นอย่างไร เลือกจะแต่งงานกันต้องอดทนให้ได้ การดูแคลนเรื่องพ่อแม่ถือว่าทำลายน้ำใจกันมากที่สุด

ปัญหาเรื่องครอบครัวมีตั้งแต่เรื่องความแตกต่างฐานะ ความเป็นอยู่ ประเภทดอกฟ้ากับหมาวัดหรือดอกหญ้ากับราชา อีกฝ่ายที่ฐานะสูงกว่าอาจมองอย่างดูแคลน ทั้งที่หมดสมัยเรื่องชั้นวรรณะแล้ว แต่ละครน้ำเน่ายังคงตอกย้ำเรื่องความแตกต่าง อาจเจอทั้งสายตา คำพูด หนักหน่อยอาจพูดฉีกหน้าให้รู้สึกเลือดขึ้นหน้า นอกจากนี้อาจเจอปัญหามาจากคนของเราเองยังติดอยู่กับครอบครัวเดิมมาก พ่อแม่พี่น้องบอกอะไรเป็นเชื่อไปหมด แถมเข้ามาก้าวก่ายเรื่องในครอบครัวอีกด้วย เจอแบบนี้ทำใจลำบากเหมือนกัน แต่ต้องดูท่าให้ดีมาก่อนแต่งว่ายังเป็นลูกแหง่อยู่หรือเปล่า นอกนั้นก็อาจเป็นความต่างเรื่องวัฒนธรรม ศาสนา ซึ่งไม่หนักหนาอะไร

หากมีปัญหากับครอบครัวของอีกฝ่าย ยึดหลักหนักแน่นเข้าไว้ อย่าเอาแต่น้อยใจว่าเขารักคนในครอบครัวเขามากกว่า ความรักมีหลายอย่าง เอามาเปรียบเทียบกันไม่ได้ หากเราดูเหมือนด้อยกว่าในสายตาของครอบครัวอีกฝ่าย ต้องสร้างความเชื่อมั่นให้ตัวเอง อย่ารู้สึกด้อยตาม แต่ก็ไม่ยะโส เวลาจะพิสูจน์ความจริงจังของคนเรา แต่ถ้าญาติทำท่าจะเข้ามาวุ่นวายเกินเหตุ ต้องใช่เหตุผลจูงใจคนของเรา ให้เห็นความจำเป็นของครอบครัว อย่าใช้วิธีโวยวาย บ่นว่าจนอยู่กันไม่เป็นสุข คนที่เป็นคนกลาง คือญาติข้างไหน คนนั้นก็เป็นคนกลาง ต้องรู้จักรักษาน้ำใจกัน อย่างน้อยยอมรับฟังความอึดอัดใจของคู่ เขาอยากได้ความรู้สึกว่าเขามีส่วนรับรู้อะไรบ้าง ไม่ใช่แต่งงานแล้ว ยังงุบงิบทำอะไรกันไม่บอกกล่าว และรู้จักแบ่งบทบาทหน้าที่ การทำหน้าที่ต่อครอบครัวเดิมก็สำคัญ แต่การสร้างครอบครัวต้องอาศัยความร่วมแรงของทั้งคู่ ต้องวางแผนอนาคตครอบครัวร่วมกัน

เตรียวางแผนชีวิตร่วมกัน

การแต่งงานทำให้ชีวิตมีอนาคตร่วมกัน ต้องเตรียมวางแผนเรื่องการใช้ชีวิตที่เปลี่ยนไป แต่งงานแล้วจะไปอยู่ที่ไหน ก่อนแต่งงานมีแต่เวลาของตัวเอง แต่งงานเสร็จต้องเอาเวลามาแบ่งใหม่ มีตัวหารเพิ่มขึ้น จะใช่ชีวิตอย่างเดิมแค่ย้ายเตียงนอนมานอนด้วยกันท่าจะมีปัญหา ความรับผิดชอบต่อครอบครัวเป็นสิ่งสำคัญ แต่ไม่ได้แปลว่าจะไม่เหลือเวลาส่วนตัวอีกเลย อย่าเข้าข้างตัวเอง คิดแต่ว่าตัวเองอยากทำอะไรก็ทำ เคยเที่ยวเตร่ใช้เงินก็ยังทำเหมือนเดิม แต่เรียกร้องให้อีกฝ่ายเข้าใจ ในทางตรงข้ามก็ไม่ควรเข้มงวดการใช้ชีวิตของอีกฝ่าย ราวกับเราเป็นเจ้าชีวิตของเขา แต่งงานหวังมีเพื่อนกลายเป็นมีเจ้าชีวิตแทน

การวางแผนเรื่องการเงินของชีวิตครอบครัวน่าจะศึกษาลู่ทางการออมเงินซะตั้งแต่เริ่มแต่งงาน เรื่องอย่างนี้ในโรงเรียนไม่เคยสอน ต้องหาความรู้ดูว่าจะใช่วิธีสะสมเงินอย่างไร เผื่อไปอนาคตที่วางแผนจะมีลูกอีกด้วย ระวังอย่าเป็นคุณพ่อนักเที่ยวเจอคุณแม่นักช้อป เป็นแบบนี้หาได้เท่าไหร่ก็หมด

ดูเหมือนเรื่องการเตรียมการจะเป็นสิ่งที่หลายคู่ไม่ค่อยคิดถึง เวลาเจอปัญหาไม่ได้เตรียมใจมาก่อน หลายคนตั้งหลักไม่ถูก เหมือนเจอหมัดฮุคเข้าปลายคางเล่นเอาเห็นดาวกระจาย เริ่มคร่ำครวญ รู้อย่างนี้ไม่แต่งดีกว่า ที่จริงชีวิตคู่ไม่ได้ราบรื่นเสมอไป เตรียมตัวเตรียมใจเสียหน่อย เจอปัญหาอะไรเปิดอกคุยกันกระหนุงกระหนิง ชีวิตรักจะได้ราบรื่นไปตลอดรอดฝั่ง.





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

<< กรกฎาคม 2008 >>
อา พฤ
    1 2 3 4 5
6 7 8 9 10 11 12
13 14 15 16 17 18 19
20 21 22 23 24 25 26
27 28 29 30 31    



[ Add to my favorite ] [ X ]