ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันอาทิตย์ ที่ 4 ตุลาคม 2552
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 882 , 20:13:27 น.  
หมวด : การเมือง

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

มองโลกในแง่จริง กรณีโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐ

วิทยา อาภรณ์


 จนถึงปีนี้ พ.ศ. 2552 โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐมีทั้งที่เพิ่งได้เกิด เติบโต
และใกล้อวสานจนแสดงให้เห็นถึงผลเสียตลอดทุกขั้นตอนอย่างหมดจดแล้ว
อย่างผลของการสร้างเขื่อนที่ทำให้ชาวบ้านถูกอพยพย้ายที่ ชีวิตล่มสลาย เกิดตะกอน 
น้ำเน่าเสีย ล่าสุดนิคมอุตสาหกรรมที่มาบตาพุดต้องถูกบังคับให้ประกาศเป็นเขต
ควบคุมมลพิษ ซึ่งถ้าย้อนกลับไปดูก็จะพบปัญหาอื่นอย่างอัตราส่วนของผู้เป็นมะเร็ง
รวมทั้งเป็นเอดส์เพิ่มขึ้น น้ำทะเลเป็นพิษ    ด้านเศรษฐกิจก็ทำให้เกิดการรวยกระจุก
จนกระจาย สิ่งเหล่านี้ได้ยืนยันว่าคนที่คัดค้านโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ไม่ได้เป็นพวก
มองโลกในแง่ร้าย แต่เป็นพวกมองโลกในแง่จริงมากกว่า
 
แต่น่าแปลกที่รัฐยังสามารถประทับตราผู้ร้ายให้กับผู้คัดค้านและคนจำนวนไม่น้อย
ก็เห็นคล้อยตามอยู่เช่นเดิม ซึ่งสะท้อนให้เห็นประสิทธิภาพของกลไกการสร้างความ
สับสน บิดเบือน และความเกลียดชังว่าทำงานได้น่ากลัวปานใด
 
เมื่อสิบปีที่แล้ววารสารแลใต้ประจำเดือนสิงหาคม 2543 ได้รวบรวมข้ออ้างที่เป็น
วาทกรรมแห่งความเกลียดชัง ซึ่งรัฐเพียรพยายามสร้างกระแสสังคมเพื่อปูทาง
ไปสู่การปราบปรามผู้คัดค้านนโยบายแห่งรัฐไว้ 7 ข้อคือ 
1) อ้างว่าคนคัดค้านไม่เข้าใจข้อมูล
2) อ้างว่าเป็นมือที่สามและผู้อยู่เบื้องหลัง
3) อ้างว่าผู้คัดค้านไม่ใช่คนในพื้นที่ 
4) อ้างว่าต้องทำตามกฎหมาย
5) อ้างว่าผู้คัดค้านเป็นพวกหน้าเดิม เรื่องเดิมๆ 
6) อ้างว่าสร้างความเดือดร้อนให้กับคนอื่น และ
7) อ้างว่าผู้คัดค้านขัดขวางการพัฒนา   

สิบปีผ่านไปข้ออ้างเหล่านั้นก็ยังคงใช้อยู่อย่างครบถ้วน
 
ข้ออ้างทั้ง 7 ข้อข้างต้นรัฐจะใช้สำหรับคนทั่วไปในสังคม ขณะที่ได้สร้างข้ออ้างอีก
ชุดหนึ่งสำหรับอธิบายกำราบกลุ่มที่คัดค้าน หรือคนในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบว่า


 
1.โครงการยังไม่ได้สร้างยังอยู่ในขั้นตอนการศึกษาเท่านั้น อ้างว่าพวกคัดค้านเป็นพวก
กระต่ายตื่นตูมควรรอให้โครงการเริ่มสร้างเสียก่อนจึงค่อยคัดค้าน แต่ถ้าไปคัดค้าน
ตอนที่โครงการเริ่มสร้างและลงทุนไปมากแล้วก็จะอ้างว่าทำไมไม่ค้านเสียตั้งแต่แรก
ปล่อยให้เขาลงทุนไปมากแล้วจะหยุดไม่ได้ต้องปล่อยให้สร้าง มีปัญหาอะไรค่อยแก้
ทีหลังก็แล้วกัน


 
2. โครงการมีระบบป้องกันผลเสียอย่างดี อ้างว่ามีคำอธิบายทางเทคนิค เป็นวิชาการ
ตัวเลขรัดกุม แต่บทเรียนจากโครงการเก่าๆฟ้องว่าระบบที่เขียนไว้สวยหรูไม่ได้รับ
การปฏิบัติอย่างจริงจัง หรือถูกบีบให้ลด ละ เลิก ในที่สุด อย่างที่ ดร.สาวิตต์ โพธิวิหค
ผู้บุกเบิกนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกได้เคยยอมรับออกทีวีเมื่อเดือนมีนาคม 2552
ว่า แต่เดิมนิคมอุตสาหกรรมภาคตะวันออกได้วางระบบแบ่งพื้นที่อย่างดี แต่ผ่านไปสักพัก
ก็ต้องเลิกเมื่อกลุ่มทุนต้องการขยายการผลิตแต่ติดขัดที่ระบบป้องกันที่วางไว้
 


3. โครงการจะทำให้ราคาสินค้าที่ผลิตได้ลดลงสำหรับคนในท้องถิ่น  เช่นการผลิตไฟฟ้า
ก็อ้างว่าคนในท้องถิ่นจะมีไฟฟ้าใช้อย่างเพียงพอ  การผลิตแก้สก็ทำให้ค่าแก้สในท้องถิ่น
ลดลง แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ผลิตได้จะถูกนำเข้าสู่สายพานของตลาดเฉลี่ยกับคนทั่วไป อย่าง
ไฟฟ้าที่ผลิตได้ก็ถูกนำเข้าสู่ระบบไฟฟ้ารวม  จึงไม่ได้ทำให้ราคาในท้องถิ่นถูกลงแต่
อย่างใด ราคาผลผลิตจะถูกจะแพงจึงขึ้นอยู่กับกลไกตลาดโดยรวม    ดังจะเห็นว่า
สินค้าบางอย่างผลิตในประเทศไทย แต่ขายให้คนไทยราคาแพงกว่าที่ส่งไปต่างประเทศ
ก็มี อย่างสินค้าแบรนด์เนม หรือสินค้าเถื่อน อย่างบุหรี่ ข้าวสาร


 
4. โครงการจะสร้างงานสร้างรายได้ให้คนในพื้นที่  แต่จริงๆแล้วโครงการขนาดใหญ่
ต้องการแรงงานคุณภาพสูงเรียนจบมาสูง เช่น วิศวกรคุมเครื่องจักร จะเหลือตำแหน่ง
สำหรับชาวบ้านบ้างก็จำพวกยาม คนทำความสะอาด  ซึ่งในระยะยาวโรงงานมักจะรับ
คนงานพวกนี้จากต่างถิ่นมากกว่าเพราะสร้างปัญหาให้น้อยกว่า   เนื่องจากคนงานใน
ท้องถิ่นอาจรวมตัวกันต่อรองกับโรงงานได้มากกว่า  หรือเมื่อพบเห็นความไม่ชอบ
มาพากลในโรงการขนาดใหญ่ที่จะกระทบกับญาติพี่น้องในท้องถิ่นก็จะนำไปบอกต่อ
และต่อต้านโรงงานได้ง่ายกว่า หรือเมื่อได้รับพิษจากโรงงานแล้วก็เสียชีวิตในท้องถิ่น
ทำให้ตัวเลขสถิติสูง ส่วนคนงานต่างถิ่นจะถูกให้ออกจากงานและไปเสียชีวิตที่บ้านทำ
ให้ตัวเลขต่ำ 
ถ้าจะดูรายได้ที่ท้องถิ่นได้รับ เช่น ภาษีของ อบต.ก็อาจเห็นว่าสูงมาก  แต่ถ้ามองเชิง
เปรียบเทียบแล้วจะพบว่านั่นเป็นต้นทุนที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับรายรับทั้งหมดที่ส่วนใหญ่
ถูกแบ่งไปให้ผู้ลงทุน   นายทุนลงทุนได้กำไรแล้วจากไป ขณะที่ท้องถิ่นต้องแบกรับภาระ
ทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และความแตกแยกทางการเมืองที่ต้องเอารายได้สูงๆเหล่านั้นไป
เยียวยาตามหลังอีกมากมาย 

5. อ้างว่าแม้ในพื้นที่ที่สร้างโครงการขนาดใหญ่จะไม่กิดผลดีเต็มที่หรืออาจเกิดผลเสีย
บ้างแต่ผลที่ติดตามมาทำให้เกิดผลดีอีกมากมาย เป็นข้ออ้างของรัฐที่ตามมาจากข้อที่
4  เช่น อุตสาหกรรมปิโตรเคมีอาจทำให้เกิดผลดีไม่มากนัก หรือเกิดผลเสียบ้าง
แต่อุตสาหกรรมที่ต่อเนื่องจากนั้นก็สร้างงานให้กับคนเป็นจำนวนมาก แต่นั่นเป็นการมอง
แต่ด้านดีเพราะในความเป็นจริงก็คืออุตสาหกรรมต่อเนื่องจากปิโตรเคมีก็สร้างผลเสีย
และความไม่เท่าเทียมขยายวงกว้างอย่างต่อเนื่องมากกว่า เหมือนอุตสาหกรรมตัวแม่
เช่นกัน ดังนั้นยิ่งขยายวงเท่าไหร่ผลเสียก็จะเพิ่มทวีคูณขึ้นเท่านั้น


 
6. โครงการต้องสร้างเพื่อให้ประเทศพัฒนาขึ้น เจริญขึ้น นี่เป็นข้ออ้างที่คลาสสิคที่สุด
คลุมเครือที่สุด  แต่ทรงพลังและปกปิดปัญหาอื่นได้ชะงัดที่สุด เพราะเป็นการยอมรับ
คำว่า “ชาติ” (+นิยม) , “การพัฒนา” อย่างไม่ตั้งคำถามว่ามันหมายถึงใครและอย่างไร
ข้ออ้างนี้ทำให้สังคมยอมรับง่ายว่าคนส่วนน้อยต้องเสียสละเพื่อชาติ เพื่อความเจริญ
โดยไม่คิดว่า มันได้ซ่อนความไม่เท่าเทียมและการกดขี่เอาไว้

ถ้าเราฉีกหน้ากากข้ออ้างปลอมๆข้างต้นออกเสียได้จะเห็นว่าความจริงของการเกิด
โครงการพัฒนาขนาดใหญ่ของรัฐมาจากการพยายามเปลี่ยนทุกอย่างให้เป็นทุน
เป็นปัจจัยการผลิต   ทุกอย่างไม่มีมิติอื่นใดเลยนอกจากเป็นทุนให้นายทุนสะสมทุน
เพิ่มขึ้นเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็นวัฒนธรรมความสัมพันธ์ในชุมชน  สุขภาพของผู้คน 
ทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า ฯลฯ   สิ่งที่เอื้ออำนวยในการปรับทุกอย่างให้เป็นทุนก็คือกฎหมาย
และกลไกของรัฐ  โดยมีทัศนคติที่ผิดพลาดของคนในสังคมซึ่งถูกกล่อมเกลาด้วยข้ออ้าง
ข้างต้นคอยให้ความเห็นชอบ
 
ความจริงประการต่อมาคือ กระบวนการตัดสินใจว่าโครงการใดต้องสร้างให้ได้หรื
อสามารถชะลอไปก่อนได้ไม่ได้มาจากเงื่อนไขผลกระทบต่อชาวบ้าน แต่มาจากเงื่อนไข
ผลกระทบต่อนายทุน   คือถ้าเป็นโครงการที่เป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำอย่างปิโตรเคมี ก๊าซ
เหล็ก โปรแตซ ก็จำเป็นต้องสร้างไม่สามารถชะลอได้ เพราะถ้าชะลอจะทำให้อุตสาหกรรม
อื่นที่จะตามมาอีกมากเกิดขึ้นไม่ได้    การคัดค้านของชาวบ้านในพื้นที่ก็ต้องออกแรงกันมาก   
ในขณะที่ถ้าเป็นโครงการที่เป็นอุตสาหกรรมปลายน้ำอย่างการแปรรูปต่างๆก็อาจจะชะลอไป
ได้บ้าง     และไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมต้นน้ำหรือปลายน้ำก็ตามถ้าลงจะสร้างขึ้นมาแล้วสิ่ง
ที่ต้องเกิดตามมารองรับอย่างแน่นอนคือการสร้างโครงสร้างพื้นฐานอย่างการสร้างเขื่อน
ตลอดจนการผันน้ำข้ามลุ่มน้ำเพื่อเอาน้ำ  การหาแหล่งระเบิดหินสำรอง  การสร้างท่าเรือ
การทำถนน การสร้างโรงงานไฟฟ้าหรือแหล่งพลังงาน การมีระบบระบายน้ำ ระบายความร้อน
บำบัดน้ำเสีย ฯลฯ      สิ่งเหล่านี้จะตามมาเป็นพรวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความจริงอีกประการต่อมาคือเมื่อตัดสินใจแล้วว่าจะต้องเกิดโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ขึ้น
ณ ที่ใด ก็จะเกิดการต่อสู้ในพื้นที่กันวุ่นวายเกินกว่าหลักวิชาการใดๆจะมาอธิบายให้สมเหตุผลได้ 
เริ่มตั้งแต่การปกปิดข้อมูล เมื่อปิดไม่อยู่ก็จะใช้ข้ออ้างข้างต้นมาอธิบายกับชาวบ้านและสังคม  
พร้อมกันนั้นก็จะชกใต้เข็มขัดไปด้วยในรูปแบบที่เรียกสวยหรูว่า “งานประชาสัมพันธ์” 
“งานสร้างความเข้าใจ” หรือ “งานสร้างความร่วมมือมวลชน” ซึ่งจริงๆแล้วก็คือการใช้กลยุทธ์
ทั้งการบิดเบือน การใช้ระบบอุปถัมภ์ การซื้อตัว การข่มขู่ การใช้อิทธิพลท้องถิ่น หรือกลไก
อำนาจรัฐให้เป็นประโยชน์แบบมืดๆ ซึ่งถ้าสืบสาวไปแล้วก็มักจะโยงใยไปถึงอิทธิพลระดับ
ประเทศทั้งฝ่ายการเมืองและฝ่ายทุนโดยฝ่ายหลังอาจเชื่อมโยงไปถึงระดับภูมิภาค และระดับ
โลกด้วย   เพื่อให้ได้ผลสุดท้ายที่ออกมาคือตัวเลขของประชาชนในพื้นที่ว่าไม่คัดค้านโครงการ
หรือคัดค้านน้อยที่สุด

โลกในแง่จริงของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่จึงไม่สามารถเข้าใจได้ด้วยการมองอย่างแยกส่วน
เพราะถ้ามองอย่างแยกส่วนแล้วแค่จะก้าวข้ามข้ออ้างปลอมๆข้างต้นก็คงไม่ผ่านด้วยซ้ำ
คนที่เผชิญกับปัญหาเช่นนี้จึงต้องมีหัวใจที่เปิดกว้างในการเรียนรู้และรักเพื่อนมนุษย์อย่างลึกซึ้ง

ระบบคิดใหม่ที่จะต่อกรกับวิธีคิดเดิมๆแบบโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ได้ต้องเป็นระบบคิด
ที่มีขนาดใหญ่กว่า    มีหัวใจที่ใหญ่กว่าจนพอที่จะบรรจุวิธีคิดเก่าที่เคยก่อให้เกิดปัญหาขนาด
ใหญ่มาแล้วลงไปและจับมันใส่หม้อดินถ่วงลงน้ำเสียได้ในที่สุด.

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
พันธกานท์ วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 21.47 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/panthakant
สวนอักษร : ธารคำท่ามกลางยุคสมัยฯ  "พันธกานท์ ตฤณราษฎร์" 

แวะมาอ่านสาระดีๆครับ

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
ITPro วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 21.33 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/itpro


เห็นด้วยครับ โดยเฉพาะข้อที่ 4 "ชาวบ้านอย่างดีก็เป็นได้แค่ยาม คนทำความสะอาด" แบบรับค่าจ้างเป็นรายวันเท่านั้น

โดยผลประโยชน์ส่วนใหญ่ส่งเข้าหล่อเลี้ยงชุมชนเมืองซึ่งเสพทรัพยากรต่างๆ อย่างเกินพอดี แต่ทิ้งผลกระทบส่วนใหญ่ไว้ให้กับคนในพื้นที่

ผมเคยทราบใาว่า การประเมินเรื่องผลกระทบจะทำเป็นครั้งๆ เฉพาะเมื่อมีการตรวจเท่านั้น ใครไม่เชื่อลองไปดูแถวมาบตาพุด จังหวดระยองดูครับ

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
เศรษฐวศิน วันที่ : 04/10/2009 เวลา : 20.20 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/ddna

อืมม... แวะมาทักทาย คนที่มีสติปัญญาสมบูรณ์จะก้าวผ่านอุปสรรคทั้งปวงได้โดยไม่ทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อนจนเกินไป

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน