ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันจันทร์ ที่ 5 ตุลาคม 2552
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1869 , 16:39:00 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

หมายเหตุบรรณาธิการก่อเรื่อง

ไม่ต้องบอกใครๆก็รู้ว่า เงิน ฐานะ ตำแหน่ง และชื่อเสียงทางสังคมนั้น
เป็น "สัจจะสมมติ" ที่ถูกสร้างขึ้นอย่างแยบคาย จนกระทั่งใครหลายคน
คิดเห็นเป็น "ปรมัตถ์"
 
คงเป็นเพราะแบบนี้กระมัง ที่ใครบางคนจึงหลงใหลได้ปลื้มกับมัน
กระทั่งจะลงหลุมอยู่รอมร่อ ก็ยังประดับเพชรนิลจินดาอย่างบ้าคลั่ง
แถมยังไม่ สำนึกด้วยซ้ำว่าที่มีอยู่หลายอย่างในตัวก็ขโมยคนอื่นเขามา

คงเพราะแบบนี้กระมัง ที่ทำให้ใครบางคนยังพิสมัยการแต่งหน้าทาปาก
เสียเริ่ดสะแมนแตนเพื่อวิ่งออกงาน เต้นแร้งเต้นกา แม้อายุจะผ่านเข้า
วัยเกษียณ
 
คงเพราะแบบนี้กระมัง ที่ทำให้ใครบางคนจึงกินไวน์ได้ขวดละเป็นแสน
แม้ต้องเหยียบแผ่นหลังคนอื่นมามากมายสักเพียงไหน
 
คงเพราะแบบนี้กระมัง ที่ทำให้ใครบางคนจึงลงทุนเลี้ยงสวะสมุนไว้รอบกาย
แม้ใต้เสื้อคลุมแห่งเกียรติยศที่สวมใส่ ใครๆก็รู้ว่าเหม็นหึ่งไปด้วยความ
เถื่อนถ่อยและคดโกง
 
และคงเพราะแบบนี้กระมัง ที่ทำให้ใครบางคนแม้แทบจะไม่มีแผ่นดินอยู่
ยังแสวงหาทุกวิถีทางเพื่อกลับคืนวิถีแห่งเงินและอำนาจ แม้จะ(ทำเป็น)
ป่าวประกาศตลอดว่า ตถตา...ตถตา
 
แต่ สำหรับ สมคิด นวลเปียน อดีต ส.ส. พัทลุง 3 สมัย กลับไม่สนใจใยดีมัน
สักกระผีก
 
กล่าวเช่นนี้ - ไม่ได้ต้องการจะบอกว่าเขาวิเศษวิโสเหนือมนุษย์มนาหรือเป็น
ผู้บรรลุสัจจะ(ธรรม) กระไร
 
แบบนั้น ปล่อยให้รายการทีวีประเภท "สารคดีชีวิต" บางรายการทำหน้าที่
ไปเถิด
 
สมคิด นวลเปียน เขาก็เป็นมนุษย์เดินดินกินข้าวแกงนี่แหละ และพูดไปถ้า
ไม่ใช่เพราะปัญหาสุขภาพที่เข้ามารุมเร้า ก็ไม่แน่ว่าเขาจะเปลี่ยนบทบาท
จากการเป็น ส .ส. มามีวิถีอย่าง "ชาวบ้าน"  ได้อย่างรวดเร็วขนาดนี้
 
ความหอมหวานแห่งอำนาจบารมีเช่นนั้น มีตัวอย่างเพื่อน ส.ส. ทั้งรุ่นพี่และ
รุ่นเดียวกับเขาถมเถไป ที่ยังหลงใหลได้ปลื้มอยู่กับมัน - แม้ทุกเมื่อเชื่อวัน
 
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น !
 
ประเด็นสำคัญก็คือว่า เมื่อชีวิตไม่เหมือนวันวานทุกวันนี้ สมคิด สามารถอยู่
กับชีวิตที่เป็นอยู่ได้อย่างเป็นธรรมชาติและกลมกลืนที่สุด
 
พูดง่ายๆ ก็คือจากจุดสูงสุดในสภาอันทรงเกียรติ กระทั่งต้องมานั่งมวนใบจาก
อยู่ในขนำที่ผู้คนทั่วไปมักจะมองว่าต่ำต้อยด้อยค่า...เขาสามารถที่จะเข้าใจ -
ทำใจได้ อย่างสบายๆว่างั้นเถอะ
 
และนี่คือบทสัมภาษณ์ชีวิตของเขา บทสัมภาษณ์ที่ผู้เสื่อข่าวของเปลื้องรายงาน
ว่า ไม่มีร่องรอยขวยเขินในการตอบคำถามแม้แต่น้อย

                                                             (บรรณาธิการวารสารเปลื้อง)

 
* * * * * * *
ต้นไม้ วิถี และกวีบำบัด :
คำบอกเล่าของอดีต ส.ส.คนหนึ่ง หลังลงมาจากทุ่งฟ้าป่าเมฆ

รวยริน เพ็ชรสลับแก้ว : เรื่อง
ชายแดน บินตำมะหงง
.........................................................................................

"เราเคยคิดว่าหากได้เป็นนักการเมืองแล้วจะช่วยเหลือสังคมได้เร็วกว่า
เขียนบทกวีและสอนหนังสือ เพราะมีบทบาทและอำนาจมากกว่าแต่พอ
ได้เป็นนักการเมืองจริงๆ จึงได้รู้ว่าทำอะไรไม่ได้เลย เราแทบจะช่วยเหลือ
สังคมเหมือนอย่างที่ตั้งใจไว้ไม่ได้เลย เพราะเรามันตัวเล็กเกินกว่าที่จะมี
พลังเปล่งเสียงให้นักการเมืองคนอื่นๆได้ยินและเห็นด้วยกับข้อเสนอ"

หลังจากพูดคุยสัพเพเหระไปได้สักพักสมคิดเริ่มเล่าให้ฟังที่มาที่ไปของ
การเข้าไปเป็นนักการเมืองและความฝันกับความจริงที่แตกต่างกัน
ราวฟ้ากับดิน

ก่อนจะอธิบายขยายความให้ฟังต่อว่าชีวิตนักการเมืองตอนนั้นเหมือนการ
ไปท่องทุ่งฟ้าป่าเมฆ มันกว้างใหญ่ไพศาลแต่จับต้องอะไรไม่ได้เลยเมื่อ
สุขภาพที่เริ่มไม่ดีบวกกับความผิดหวังที่เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว สมคิดจึงตัดสินใจ
หยุดเล่นการเมืองถาวร เพื่อกลับมาใช้ชีวิตแบบชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่งใน
บ้านเกิดเมืองนอนอีกครั้ง
 
สมคิดผู้ผ่านเลยชีวิตวัยเกษียณมากว่าสองปีใช้ชีวิตสันโดษสงบเงียบใน
กระท่อมหลังน้อยกลางดงต้นไม้ น้อยใหญ่ที่กำลังเติบโตริมเนิน เทือกเขา
บรรทัด  อำเภอกงหรา จังหวัดพัทลุง

ห่างกระท่อมไปไม่เกินยี่สิบก้าวมีบ้านไม้ยกพื้นอีกหนึ่งหลังที่ลูกชายและ
ครอบครัวอยู่อาศัย ส่วนที่อยู่ชิดติดกัน เป็นกระท่อมหลังใหม่ที่เพิ่งสร้างเสร็จ
สำหรับรองรับแขกผู้มาเยี่ยมเยือน

แต่ดูยังไงๆก็ไม่สมฐานะของคนที่เคยดำรงตำแหน่งถึงขั้นเป็น ส.ส. เพราะ
ไม่ต่างอะไรกับบ้านสวนทั่วๆ ไปของผู้คนในละแวกนี้
 
"เราไม่รู้สึกอายเลยที่ต้องกลับมาใช้ชีวิตอยู่ในชนบทแบบชาวบ้านธรรมดา
แบบไม่มีอะไรเหมือนกับเพื่อนคนอื่นๆ มันอยู่ที่ใจและพื้นฐานการคิดของเรา
ว่าจะคิดได้แค่ไหนหลังจากที่ไปเล่นการเมืองมาแปดปี นอกจากอายุที่เพิ่มขึ้น 
ชีวิตเราแทบไม่มีอะไรเปลี่ยนเลย  เราแทบไม่ต้องปรับตัว  ยังนั่งรถเมล์
รถสองแถวกับชาวบ้าน คุยหัวเราะหยอกล้อกับชาวบ้านกินข้าวเหนียวไก่
เหมือนชาวบ้าน"  สมคิดเล่าด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ไม่มีท่าทีเสแสร้งแกล้ง
โกหก

"สิ่งสำคัญก็คือเราต้องไม่ลืมรากเหง้าของตัวเองแม้พ่อแม่เราจะมาจากชาวบ้าน
ในป่าในเขาแต่ก็เพราะในป่าในเขานี้แหละที่ทำให้เกิดมาดูโลกอยู่ได้ทุกวันนี้
คนทุกคนนั้นไม่ว่าอยู่ในภาพไหนมีค่าเท่ากัน คนแบกไม้ยางก็มีค่าเท่ากับ
รัฐมนตรี คนตัดยางก็มีศักดิ์ศรีเท่ากับนายก"

สมคิดยังให้ข้อคิดกับการใช้ชีวิตอีกว่า ชีวิตเราจะเป็นยังไง แบบไหน มันอยู่ที่เรา
กำหนด ถ้าเรากำหนดให้ยากมันก็ยากเรากำหนดให้ง่ายมันก็ง่าย

"กลับมาเราก็ทำให้ชีวิตตัวเองให้ง่ายที่สุดเรามีความสุขที่ได้มาอยู่กับป่า เพราะฝัน
มานานแล้วว่า จะมีมุมส่วนตัวเล็กๆ ในโลกนี้สักมุมตอนมาอยู่ใหม่ก็พยายามปลูก
ต้นไม้ เพื่อที่จะได้เป็นป่าเป็นร่มเงาและรักษาพันธุ์ไม้หายากเอาไว้เป็นการสร้าง
สมดุลให้กับธรรมชาติด้วย เมื่อมีป่า พวกนก พวกสัตว์ก็มาตื่นขึ้นมาตอนเช้าๆได้
ยินเสียงนกเสียงกา ก็ทำให้หัวใจมันชุ่มชื่น"  สมคิดเล่าพลางม้วนใบจากพลาง
ก่อนจะชี้อธิบายไปยังต้นไม้รอบๆ กระท่อมของแกอย่างมีความสุข  การอยู่กับ
ธรรมชาติแบบนี้กระมังที่สมคิดบอกว่าเป็นการทำชีวิตให้ง่าย

"อยู่แบบนี้ไม่ต้องขวนขวายอะไรจิตใจก็สงบร่มรื่นสภาพแวดล้อม มันทำให้สงบ
ต่างจากสมัยก่อนที่ต้อง วิ่งไปวิ่งมาจนบางครั้งก็ลืมไปว่าสิ่งเล็กๆ น้อยๆก็สามารถ
สร้างความสุขให้เรา และสร้างประโยชน์ให้คนอื่นได้"  สมคิดอธิบายแล้วพูดถึง
เรื่องการปลูกต้นไม้ของแกต่อ "เราปลูกต้นไม้ของเราเป็นประจำทำทีละเล็กทีละ
น้อยเวลาใครจะตัดจะโค่นต้นไม้เราก็อธิบายให้เขาฟังบางทีได้ยินชาวบ้านพูดกันว่า
อยากปลูกต้นไม้เหมือนที่เราทำบ้าง แค่นี้ก็ชื่นใจแล้ว"

นอกจากสภาพแวดล้อมได้สร้างความสุขกายสุขใจในเบื้องต้นแล้ว การกลับมา
อยู่กับป่ากับสวนครั้งนี้สมคิดได้หันมาจับปากกาเขียนบทกวีอีกครั้ง หลังจากที่
ร้างรามือไปนาน

(ขออภัย - ลืมบอกไว้ในตอนแรกว่าก่อนจะไปยุ่งอยู่กับการเป็น ส.ส. ชายผู้นี้
เคยได้ชื่อว่าเป็นกวีฝีมือดีคนหนึ่งของวงการ )

"แก่แล้วไม่รู้จะทำอะไรเพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ ก็คะยั้นคะยอให้เขียน ก็เลยกลับมา
เริ่มเขียนอีกครั้ง ตอนนี้ก็พิมพ์เป็นเล่มไปแล้วสองเรื่องคือ พระเจ้าของต้อยติ่ง
กับ นิทานจากขุนเขาตอนนี้กำลังแก้ไขต้นฉบับเรื่องที่สาม

"การกลับมาเขียนกวีอีกครั้งทำให้เราคิดอะไรได้เยอะ สบายใจก็สบายอาการ
ของโรคก็พลิกฟื้นดีวันดีคืน ตอนนี้สามารถนั่งถึงตีสามตีสี่ได้สบาย"

อาการของโรคที่สมคิดเล่าก็คือไขมันอุดตันเส้นเลือดในสมอง ซึ่งส่งผลให้เขาเป็น
โรคอัมพฤกษ์ซีกซ้ายนานถึงห้าปี ต้องรักษาตั้งแต่หมอผีจนถึงหมอเทวดา กว่าจะ
หยิบปากกาขีดเขียได้ก็ร่วมสามปี

บทกวีชิ้นแรกที่กลับมาเขียนความยาวเพียง 1 บท กว่าจะถูกขับออกมาวรรคเป็น
ตอนต้องต่อสู้กันขนาดหนัก

แต่พอสามารถกลับมาเขียนได้อย่างต่อเนื่องก็เหมือนมีปาฏิหารย์เกิดขึ้น เมื่อหมอ
บอกว่าเส้นเลือดที่ไขมันอุดตันนั้นตอนนี้ก็ยังเหมือนเดิม แต่ร่างกายได้เลือกใช้
เส้นเลือดฝอยสำรองในการไหลผ่าน นั่นจึงเป็นข่าวดีที่สุดสำหรับคนที่รู้ว่าโอกาส
ที่จะมีชีวิตอยู่น้อยมาก

"อยู่ดีๆ เลือดในหัวใจของเราก็เลือกเดินไปกับเส้นเลือดฝอยหมอบอกว่ามีโอกาส
น้อยมากที่ร่างกายของคนไข้จะเลือกบายพาด้วยตัวของมันเองเช่นนี้"

สมคิดยืนยันว่าเพราะการเขียนบทกวีและอยู่ท่ามกลางธรรมชาตินี่แหละที่มีส่วนช่วย
ชีวิตของเขา เนื่องจากเมื่อสมองถูกใช้งานอย่างละเอียดและสม่ำเสมอมันจะไม่ลีบ
ไม่ฝ่อ อากาศบริสุทธิ์ก็ทำให้จิตใจสงบไม่ร้อนรน ทุกวันนี้สมคิดจึงมีความสุขที่สุด
ยามเมื่อได้นั่งลงเขียนบทกวี ทั้งยังเป็นการสร้างรายได้เล็กๆ น้อยๆ ด้วยตัวเองใน
ยามที่ไม่สามารถเดินเหินเหมือนสมัยก่อน

แต่นั่นก็ไม่สำคัญเท่ากับว่าผลที่ได้กับจิตใจที่เป็นสุข

"เงินพันสองพันที่ได้จากนิตยสารเราก็เอามาซื้อขี้วัวขี้ไก่ใส่ต้นไม้หมดเพราะอยู่แบบนี้
ไม่ต้องมีเงินก็อยู่ได้สบาย ต้นไม้ใบหญ้าที่เราใส่ขี้วัวขี้ไก่ไปมันก็แตกหน่อต่อยอดให้
เก็บกินตลอด มันมากกว่าเงินค่าเรื่องที่ได้จากบทกวีเสียอีก"

นอกจากค่าเรื่องเล็กๆ น้อยๆ จากบทกวีที่ตีพิมพ์ในหน้านิตยสารแล้วตอนนี้สมคิดยัง
จัดพิมพ์บทกวีในรูปเล่มขายด้วย แต่ส่วนมากสมคิดบอกว่าจะขายให้ห้องสมุดโรงเรียน
เพราะรู้ว่าแต่ละปีมีงบประมาณ สำหรับซื้อหนังสือเข้าห้องสมุด หรือไม่ก็จะขายให้กับ
พวกลูกศิษย์ลูกหาใน อบต. เพื่อแจก ให้กับชาวบ้านในละแวกบ้านเกิดได้อ่านกันเพราะ
เป็นเรื่องราวที่เกี่ยวกับพวกเขาเอง

"ชาวบ้านบางคนอยากจะช่วยซื้อบ้างแต่เราไม่ขาย เราจะขายให้กับเงินหลวงเท่านั้น
คือซื้อเล่มสองเล่มก็ไม่ขายเราจะแจกที่ขายก็เอาพอคุ้มค่าพิมพ์ที่เหลือก็เป็นหนังสือ
แจก"

สมคิดยังเล่าต่อว่า ตอนเป็นนักการเมืองไม่ค่อยได้ใช้สติปัญญาสักเท่าไหร่ เพราะ
เขาทำงานกับเงินแต่พอกลับมาอยู่กับชาวบ้านดำเนินวิถีชีวิตแบบชาวบ้านมีเวลา
มากขึ้นได้นั่งคุยกับชาวบ้านกลับพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดกันได้มากกว่า

"เราเกิดมาเราก็จะไม่เอาอะไรในโลกนี้ แม้จะยังยากจนแต่เราก็พอแล้วความพอนี่
เราว่าไม่ต้องให้รวยก่อนก็พอได้"  สมคิดเน้นย้ำถึงเจตนารมณ์อันแน่วแน่

จึงไม่แปลกที่จะมีคนแวะเวียนมาเยี่ยมสมคิดไม่ขาดสาย ตั้งแต่เด็กเล็กๆ ไปจนถึง
คนแก่ชราอย่างเด็กๆ ก็มักมาให้ครูช่วยสอนหนังสือ ทั้งภาษาไทย ภาษาอังกฤษ และ
การเขียนบทกวี

"เราชอบสอนคนมากกว่าสอนหนังสือ" สมคิดบอกและเล่าต่อว่าเด็กๆ ที่มาที่นี่
นอกจากแกจะสอนหนังสือให้แล้วก็จะได้รับรู้เรื่องราวการดำเนินชีวิตกลับไปด้วย
 
ส่วนวัยรุ่นคนหนุ่มสาวก็มากันไม่น้อยหน้าเลยบางคนอกหักบางคนแอบรักแฟน
คนอื่น บางคนมาปรึกษาหารือวิธีจีบสาวเรียกได้ว่าสมคิดกลายเป็นที่ปรึกษาของ
คนทุกรุ่นเลยก็ว่าได้

"ที่นี่มีตั้งแต่คนบ้าไปจนถึง นักปราชญ์"  สมคิดเล่าแกมตลกแต่แววตายืนยันว่า
เป็นเรื่องจริง

ตลอดชั่วอายุ 62 ปี เขาสรุปให้ฟังว่าคนไม่รู้จักหวันมีตั้งแต่คนธรรมดาไปจนถึง
นักการเมืองผู้มีอำนาจ และอิทธิพล เพราะฉะนั้นจะสุขหรือทุกข์มันอยู่ที่ว่าเราจะ
ทำอะไร

ไม่แปลกที่ก่อนจะจบบทสนทนาสมคิดจึงบอกเล่าด้วยความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง...

"ในวันที่เรามีอำนาจเหนือชาวบ้าน เรามีโอกาสโกงแต่เราไม่โกงใครๆก็พูดกัน
ทั้งนั้นว่าเราโง่ แต่เราก็บอกพวกเขาไปว่าเรายอมเป็นคนโง่ดีกว่าเป็นคนชั่ว"






อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 4 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/05/2015 เวลา : 19.45 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

ครูผมเองครับ สอนสมัยประถมนานมาแล้ว และเจอกันตอนท่านปลดจากส.ส. ท่านบอกให้เรียกพี่ เพราะผมเป็นรุ่นน้องในวรรณกรรม เคยนั่งอ่านและวิจารณ์บทกวีกันตั้งแต่หัวค่ำยันสว่าง ในสำนักสงฆ์พรุหารบัว มีผ้าขาวม้าผืนเดียวกับกับพระมีอังสะ ตัวเดียว ล้อมวงพี่น้องกลุ่มนาคร นั่ง ๆ นอน ๆ คุยกันเรื่องบทกวี จนสว่างคาตา ครูสมคิดเป็นกวีฝีมือดีมากแห่งยุคเลยครับถ้าได้กลับมาโชว์ผลงานอีกครั้งคงเยี่ยมไปเลย

ความคิดเห็นที่ 3 (0)
เกริกบุระวนะวงศ์วรวิวัฒน์ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 18.36 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/cottonhut
 เธอเคยไหมฟังเสียงในใจร่ำร้อง  ถ้วนทั่วทุกท่วงทำนองของถ้อยคำ 

กลับไปบ้านเกิดปากทางเข้าน้ำตกเมื่อไร
น้องชายชี้ให้ดูกระท่อมใบไม้หลังเล็กๆน่ารักๆ
ที่มีฉากหลังเป็นเทือกเขาบรรทัดและน้ำตกไพรวัลย์

ผมบอกกับตัวเองว่า ครูคิด เลือกที่จะใช้ชีวิตในบั้นปลาย
ได้น่าศรัทธา ไม่แพ้วันเวลาทีผ่านมาของกวีนักการเมือง
ผู้นี้

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
สิริโสภณ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 17.19 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sopon
ยืนยง ยืนยัน ไม่หวั่นไหว

ผมรู้จักเขา
จากหนังสือของเขา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ วันที่ : 05/10/2009 เวลา : 16.42 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
SOUTHERN THAILAND NEWSPEOPLE ข่าวสารเล็กๆเพื่อคนเล็กๆ

ขอประทานโทษครับ

ที่โพสก่อนหน้านี้มีความผิดพลาด

จึงโพสใหม่อีกครั้งหนึ่ง

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< ตุลาคม 2009 >>
อา พฤ
        1 2 3
4 5 6 7 8 9 10
11 12 13 14 15 16 17
18 19 20 21 22 23 24
25 26 27 28 29 30 31



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
127 คน

  โหวต 165 คน