ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันพุธ ที่ 10 กุมภาพันธ์ 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1592 , 13:33:57 น.  
หมวด : นักข่าวอาสา

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

 

ปลายปี 2549  บิวและมาลิก นอนบนหาดทรายใต้แสงดาวกับสายลมเย็นๆ พัดผ่าน ที่หาดคลองสนบ้านย่าหมี นั้นเป็นเพียงเหตุการณ์ช่วงหนึ่งในหลายค่ำคืน กินเวลานานนับเดือน ที่ชาวบ้านย่าหมีทั้งเด็ก คนแก่ ลอดจนคนหนุ่มสาวต้องผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมานอนเฝ้าหาดคลองสน

บ่ายแก่ๆ ของวันเสาร์ กลางเดือนมกราคม เรามีนัดกับ 2 หนุ่ม ที่สำนักงานองค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน จ.ภูเก็ต พวกเขาเป็นเยาวชน คนรุ่นใหม่จากบ้านย่าหมี ต.เกาะยาวใหญ่ อ.เกาะยาว จ.พังงา จะเรียกว่าเป็นการนัดหมายก็ไม่ถูกเสียทีเดียว เป็นความบังเอิญที่พอเหมาะพอเจาะมากกว่า

“มาลิก” หรือ “นัทพล  สิทธิ” เป็นหนุ่มคนแรกในวัย 20 ต้นๆ ที่เราจับจ้องเหตุเพราะเขาค่อนข้างสงวนถ้อยคำ และ “สวัสดิ์  ถิ่นเกาะยาว”หรือ “บิว” เป็นอีกหนึ่งหนุ่ม ผู้มีอาวุโสกว่าคนแรก 5 ปี 

เราติดตามข่าวคราวการคัดค้านสร้างท่าเทียบเรือสำราญ (มารีน่า) การพากันไปตรวจสอบการบุกรุกทำลายในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติของบริษัทเอกชนจากหนังสือพิมพ์บ้าง จากคนใกล้ชิดบ้าง และเมื่อมีโอกาสได้ไปเห็นสภาพที่เกิดขึ้นจริงๆ ในพื้นที่บ้านย่าหมี

เหตุการณ์ชาวบ้านย่าหมีประท้วงด้วยการนอนเฝ้าหาด และคัดค้าน การสร้างท่าเทียบเรือสำราญ (มารีน่า) ที่อ่าวคลองสนของบริษัท นาราชา จำกัด ในช่วงปลายปี 2549  ถึงต้นปี 2550 นั่นนับเป็นก้าวแรกบนเส้นทางที่สังคมเรียกว่า “เส้นทางนักอนุรักษ์” ของคนรุ่นใหม่ทั้ง 2 คน

มาลิกเล่าย้อนอดีตถึงที่มาที่ไปของการก้าวเข้ามาบนเส้นทางสายนี้
“ตอนแรกก็ไม่รู้ว่าเขาทำอะไรกัน อยากรู้ว่าเขาทำอะไรกันก็เลยมาสังเกตการณ์ ตอนนั้นมีการสร้างศูนย์การเรียนรู้ในหมู่บ้าน พี่บุ๋ม พี่ยุทธชวนมาคุย แล้วได้เข้ามาร่วมงานปลายปี 49 ตอนนั้นเป็นเหตุการณ์คัดค้านสร้างมารีน่าหน้าหาดคลองสน”พี่บุ๋มและพี่ยุทธ ที่มาลิกพูดถึงเป็นนักพัฒนาขององค์การความร่วมมือเพื่อการฟื้นฟูทรัพยากรธรรมชาติอันดามัน(NGO)นักพัฒนาเอกชนหนุ่มสาวที่เข้าไปทำงานที่บ้านย่าหมี ซึ่งในเวลานั้นมาลิกเองเพิ่งกลับมาอยู่บ้านได้ไม่นานหลังจากออกไปทำงานก่อสร้างที่เกาะพีพี

  ในขณะที่บิวคลุกคลีกับบรรยากาศการอนุรักษ์มาตั้งแต่เด็กๆ
“ตัวเองคลุกคลีกับเรื่องอนุรักษ์และญาติพี่น้องก็อยู่และเป็นแกนนำผลักดันงานอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชนตัวเองได้ซึมซับบรรยากาศแบบนี้มาตลอด พอมีโอกาสเข้ามาร่วมเกี่ยวกับเรื่องการอนุรักษ์ทำให้เกิดมุมมองต่างๆ ที่แตกต่างกันออกไปทำให้เราพัฒนาตัวเอง กล้าที่จะแสดงออกในวงพูดคุย บางทีก็มีโอกาสแสดงความคิดเห็นในวงประชุม  เห็นบรรยากาศแบบนี้มาตั้งแต่ในชุมชนรณรงค์เรื่องอวนลากอวนรุน ประมาณปี 40 มีบรรยากาศแบบนี้มาตลอด เราได้ซึมซับมาเรื่อยๆ  ในเมื่อก่อน จิตใจไม่ได้ถูกเชื้อเชิญเข้ามามีส่วนร่วมในงานนี้ซักเท่าไหร่  บรรยากาศในพื้นที่ก็พาไปด้วย”

ก่อนที่คนทั้งคู่จะ “กลับมาอยู่บ้าน”...ที่บ้านย่าหมี พวกเขาได้ใช้ชีวิตผ่านคืนวันตามประสาของวัยรุ่น ซึ่งเป็นห้วงเวลาแห่งการแสวงหาความหมายของชีวิต...และก็พบว่าสิ่งที่แสวงหานั้นมีแต่ความว่างเปล่า และที่บ้านเกิดนี่เองทำให้เขาทั้งสองพบความหมายของชีวิต

บิวทบทวนถึงเรื่องราวในครั้งก่อน ภายหลังจากเรียนจบชั้นมัธยมปีที่ 3 จากโรงเรียนมุสลิมวิทยาภูเก็ต
“รู้สึกว่าใจยังผูกพันกับที่บ้าน อยากกลับมาทำงานอยู่ที่บ้านจะดีกว่า ความตั้งใจสูงสุดอยากจะเรียน เขาส่งให้เรียนก็ไม่เรียนเหลวไหลไปตามประสาของวัยรุ่น ออกไปเรียนประสบชีวิต การก้าวย่างของชีวิตที่ผิดพลาดก็ไปตามเรื่องของมัน ก็กลับมาอยู่บ้านได้ ปี 2 ปี ก็เบื่อที่บ้าน เลยออกไปทำงานนอกพื้นที่ ที่เกาะพีพีบ้าง ทำงานที่ภูเก็ตบ้าง  ตอนนี้แหละที่เห็นพรรคพวกพี่น้องเขาคัดค้านเรื่องการพัฒนาในพื้นที่ได้เรียนรู้หลักการและจุดประสงค์ของพี่น้องว่าเป็นเพราะอะไร ทำให้เราอยากกลับมาร่วมสู้กับพี่น้องในพื้นที่”ส่วน มาลิก จบจากโรงเรียนบ้านย่าหมี แล้วต้องนั่งเรือข้ามฝากไปเรียนต่อโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอที่เกาะยาวน้อย จนถึง ม.5  และลาออกมาเรียนต่อ กศน. จนจบ ม.6

ระยะเวลา 2 ปี ในการร่วมกิจกรรมการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติบ้านย่าหมี ทำให้พวกเขามีโอกาสทบทวนความคิดตัวเองบ่อยๆ การได้ร่วมฟัง ถกเถียงและแลกเปลี่ยนความคิดกับคนที่หลากหลายทำให้ความคิดในวัยรุ่นของเขาทั้งสองแตกต่างจากเพื่อนในวัยเดียวกัน  มาลิกเล่าให้เราฟังด้วยภาษากลางสำเนียงท้องถิ่น“คิดหลายมุมมอง คิดจะพัฒนาหมู่บ้านตัวเอง มองตัวเอง มองชีวิตตัวเองที่ผ่านมาทำตัวอย่างไร เหมาะสมไหม อยากให้สภาพในหมู่บ้านเป็นเหมือนเดิม ผมเป็นคนรักสงบ ก็อยากให้อยู่อย่างสงบเหมือนเดิม ไม่มีอะไรวุ่นวาย”

ในขณะที่บิวถ่ายทอดความคิดที่เคยสับสนด้วยสำเนียงคนย่าหมีที่เขาคุ้นเคย  “ในคืนที่นอนเฝ้าหาดคลองสน เคยสงสัยตัวเองมาตลอดว่าเรามาทำไม ทำไมเราต้องมานอนเฝ้าหาดกันด้วย แล้วก็ตอบตัวเองว่า เราทำเพื่อปากท้องของพวกเรา พี่น้องเรา สิ่งที่เราทำช่วยปกป้องรักษาหม้อข้าวหม้อแกงของตัวเองได้ บางทีคิดว่า มารีน่ามันเกี่ยวอะไรกับหม้อข้าวหม้อแกงของเรา มันเป็นคำถามย้อนกลับมาหลายเรื่อง พอมองกลับไปเห็นผลกระทบที่เกิดขึ้นก็เห็นภาพชัดขึ้นว่ามารีน่าเข้ามาก่อกวน เข้ามาทำลายสภาพสังคมแบบนี้ ทำลายพื้นที่ของสัตว์น้ำความสมบูรณ์ของทะเลในพื้นที่ สภาพแวดล้อมในพื้นที่เปลี่ยนไป สิ่งเหล่านี้เห็นได้ชัด”

ในวัยที่กำลังเรียนรู้ และกำลังบ่มเพาะกระบวนการต่อสู้เพื่อปกป้องทรัพยากรของชุมชน ในต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2551 ชาวบ้านย่าหมี จำนวน 17ราย ได้รับหมายเรียกผู้ต้องหาจากสถานีตำรวจภูธร อ.เกาะยาว จ.พังงา ด้วยข้อหาร่วมกันบุกรุกหรือเข้าไปทำการใดๆอันเป็นการรบกวนการครอบครอง อสังหาริมทรัพย์ของผู้อื่นโดยปกติสุข และร่วมกันลักทรัพย์หรือรับของโจร …และแน่นอนว่าทั้ง มาลิก และ บิวเป็น 2 ใน 17 คน ที่ได้รับหมายเรียกด้วยเช่นกัน

“ในมติของวงประชุมพี่น้องคุยกัน บอกว่าเห็นคนงานของบริษัทขึ้นไปถางป่า เห็นว่าเอารถแบ็คโฮบุกรุกไปถึงสันเขาแล้ว มันกำลังทำลายป่าต้นน้ำของเราแล้ว นั่งพูดคุยกัน แล้วมีมติว่าน่าจะขึ้นไปดูว่าบริษัทไถไปถึงไหนแล้ว จุดประสงค์ที่ขึ้นไปดูเพื่อที่จะขึ้นไปดูป่าต้นน้ำของเรา ดูว่าเขาไถไปถึงไหนแล้ววันที่เราเข้าไป ก็เข้าไปทางพื้นที่ของบริษัทก็เจอเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น คนงานก็กำลังทำงานอยู่ เครื่องจักรก็กำลังทำงานอยู่ ก็ไม่คิดว่าบริษัทจะมาฟ้องร้องชาวบ้านว่าบุกรุกพื้นที่ เจตนาของเราบริสุทธิ์อยากเข้าไปดูป่าต้นน้ำของเรา เราอยู่ในพื้นที่ต้องดูแลเรื่องน้ำ อยู่เกาะไม่มีน้ำ ก็แย่”

บิว เล่าย้อนไปถึงวันประชุมชาวบ้านย่าหมีและคิดว่าต้องขึ้นไปตรวจสอบสภาพพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ"ป่าช่องหลาด” ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 5หมู่บ้าน 2 ตำบล คือ บ้านช่องหลาด บ้านคลองเหีย บ้านคลองบอน บ้านย่าหมี ต.เกาะยาวใหญ่ และบ้านโล๊ะโป๊ะ ต.พรุใน อ.เกาะยาว จ.พังงา  บิว ไขข้อข้องใจกับเรากับคำถามที่หลายคนสงสัยว่า แล้วชาวบ้านรู้ได้อย่างไรว่า ป่าตรงนั้นเป็นป่าสงวนแห่งชาติ  “ซึมซับบรรยากาศมาตั้งแต่เล็ก ปะ(พ่อ) มะ(แม่) บอกอยู่แล้วว่า บนเขา บนควนเป็นพื้นที่ป่าสงวน แม้แต่คนจะไปตัดไม้เจอกับเจ้าหน้าที่ก็ยังกลัวกฎหมาย ไม่ต้องเอาหลักฐานอะไรมาบอกรู้กันมานานแล้ว  วันนี้เห็นควนของเราถูกบุกรุกควนของเราถูกออกเอกสารสิทธิแล้ว เราจะทำยังไง  ชาวบ้านเข้าไปตัดไม้ต้น สองต้นเพื่อมาทำที่อยู่อาศัยของตัวเองเจ้าหน้าที่ก็จับได้จับดี  แต่ทำไมกลุ่มนายทุนเข้าไปบุกรุกป่าเป็นร้อยไร่ไม่เห็นเจ้าหน้าที่ดำเนินการอะไร เกิดความสงสัยขึ้นกับชาวบ้าน จึงรวมตัวกันขึ้นไปดูแลพร้อมกันไปร้องเรียนเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบเข้าไปดูแลด้วย ตอนนี้ไปๆ มาๆ ชาวบ้านถูกฟ้อง”

แม้ว่า มาลิกจะพูดน้อย ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาจะหวาดกลัวต่อสิ่งที่กำลังเผชิญ “ไม่กลัว เฉยๆ”เป็นคำตอบสั้นๆ แต่ได้ใจความชัดเจน จากปากของหนุ่มผู้สงวนวาจา

ส่วนบิวดูเป็นหนุ่มนักคิด อาจเป็นเพราะเขาผ่านประสบการณ์ชีวิตมามาก ถ้อยคำแต่ละครั้งที่พูดออกมาได้ผ่านกระบวนการคัดกรองทางความคิดมาแล้ว

   “มองตัวเองเป็นชาวบ้าน ความรู้เรื่องกฎหมายก็ไม่มี คิดว่าจะโดนตำรวจจับไหม กลัวนะ แล้วเป็นคดีความอีก คิดว่าจะหาเงินจากไหนประกันตัวเอง ถามตัวเองที่เราเข้าไปปกป้องป่า แต่กลับโดนฟ้อง เราทำถูกหรือผิดกันแน่?  ความรู้สึกก็กลัวบ้าง แต่ไม่เคยท้อ แต่ก็ต้องปกป้องป่าชุมชน ป่าสงวนฯ เอาไว้ ผมคิดว่า ความถูกต้อง ความยุติธรรมไม่เคยตกมาถึงชาวบ้าน ประชาชนบ้านเราเลย นอกจากต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องความถูกต้องเพื่อชุมชนของเรา ผมตระหนักเรื่องนี้มากกว่า ที่เราต้องทำกันต่อไป ไม่ว่ามันจะแพ้หรือชนะ เราต้องทำต่อไป เพื่อความยุติธรรม ยังยืนหยัดที่จะทำต่อไป”

ในขณะที่ มาลิก ก็คิดไม่ต่างกัน“เราน่าจะชนะ แต่เรื่องยังไม่จบง่ายๆ” แม้ว่าบริษัท นาราชา จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนต่างชาติเข้ามากว้านซื้อที่ดินในหมู่บ้านย่าหมีจำนวนมาก ทั้งยังเป็นเจ้าของโครงการเสนอสร้างท่าเรือสำราญ (มารีน่า) ที่อ่าวคลองสน และมีโครงการสร้างรีสอร์ทและบ้านพักตากอากาศสุดหรู ที่สำคัญยังเป็นโจทย์ที่แจ้งความกล่าวหาชาวบ้านย่าหมี จำนวน 17 ราย เราตั้งคำถามเล่นๆ แบบง่ายๆ  แต่อาจจะเกิดขึ้นจริงได้ที่บ้านย่าหมีแห่งนี้ ว่า ถ้าจะต้องมีรีสอร์ทเกิดขึ้น บ้านย่าหมีจะเป็นยังไง?มาลิกตอบคำถามทันทีแบบไม่ต้องคิด ตามประสาวัยรุ่นที่เคยผ่านช่วงชีวิตนั้นมแล้ว“วัฒนธรรมเปลี่ยนไป เรื่องปัญหาของวัยรุ่นมามั่วสุมกัน กินเหล้า”

อากาศยามบ่ายในฤดูการท่องเที่ยวของเมืองภูเก็ตช่างร้อนแรง พอๆ กับบรรยากาศกระบวนการต่อสู้เพื่อปกป้องผืนป่าต้นน้ำอันเป็นสมบัติของสาธารณะ  และเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดความรู้สึกเหนื่อยและท้อแท้ขึ้นกับคนทั้งคู่  มาลิกบอกว่า“ก็เคยรู้สึกบ้าง เหนื่อยและท้อ แต่ก็คิดว่าความจริงเป็นสิ่งที่ไม่ตาย ความทำความดีต้องได้สิ่งนั้นตอบแทน เหนื่อยมากก็หยุดพัก เก็บแรงไว้”

“แต่คนทำดีมักจะตายก่อน” (หัวเราะ)บิวแทรกมาด้วยประโยคที่เป็นความจริง ในโลกของความจริง

ใช่!  บิว พูดถูก คนทำดีมักจะตายก่อนทุกครั้ง แต่บิวก็มีความเชื่อมั่นว่า เรื่องของเรา ปัญหาของเรา พวกเราต้องลุกขึ้นสู้

“บางโอกาสก็ท้อเหมือนกัน บางทีก็น้อยใจที่เห็นเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมองผลประโยชน์ส่วนตัวมากกว่าความถูกต้อง และความยุติธรรม   คนที่มีภาระหน้าที่ต้องรับผิดชอบ คนที่มีส่วนเกี่ยวข้องถึงไม่จัดการตามกระบวนการทางกฎหมาย ปล่อยให้พวกเราชาวบ้านลุกขึ้นมาปกป้องกันเอง มาดูแลเอง แต่ก็เชื่อว่า สิ่งดีเหล่านี้จะกลับคนมาสู่สังคมของเราได้ ตอนนี้คนในชุมชนยังมีความคิดแตกต่างกันอยู่ กลุ่มหนึ่งก็อยากให้มีมารีน่า อีกกลุ่มก็ไม่ต้องการ

"ในความรู้สึกส่วนตัวไม่ได้คิดต่อต้านการพัฒนา ความเจริญที่จะมาในชุมชน ของเรา แต่ความรู้สึก ตัวไม่อยากให้มีมารีน่า แต่ก็อยากให้ความเจริญเข้ามา แต่ก็ต้องดูว่าการพัฒนาที่เข้ามามันเข้ามาเบียดเบียนสังคมไหมเข้ามารังแกชุมชนไหม จะตระหนักในจุดนี้มากกว่า ส่วนพี่น้องจะมองเราในแง่เสีย ร้าย ก็ต้องยอมรับ บางทีก็อาจจะผิดที่เราด้วยที่ไม่มีโอกาสอธิบายถึงผลเสียที่เกิดให้กับพวกเขาได้ฟัง ก็ไม่ได้โกรธหรืเกลียดกัน ก็ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น  ข้อดี ในวันนี้ ชุมชนที่คัดค้านโครงการมารีน่า คนที่เข้ามามีส่วนร่วมคัดค้าน อาจจะพูดได้ว่ามีข้อดีเยอะเกิดขึ้นกับชาวบ้าน ได้ความรู้เกี่ยวกับเรื่องเอกสารที่ดิน การติดต่อหน่วยงานรัฐขอดูเอกสาร ได้รู้ขั้นตอนและวิธีการ สำหรับชาวบ้านที่ไม่ได้เข้ามาร่วมงานก็ขาดโอกาสนั้นไป”

แววตาของพวกเขาไม่พบสิ่งอื่นใด นอกจากความมุ่งมั่นและตั้งใจ ความคิดการปกป้องรักษทรัพยากรของชุมชนบ้านย่าหมีได้ฝังอยู่ในสายเลือดของพวกเขา  วันนี้ ประสบการณ์บนเส้นทางการต่อสู้ เพื่อปกป้องทรัพยากรธรรมชาติยังน้อย แต่ก็ยังมีเรื่องราวที่ให้เรียนรู้อีกมากในวันหน้า พร้อมทั้ง การค้นหาความหมาย แสวงหาตัวตนและสิ่งที่ปรารถนาจะถูกค้นพบ เปล่งประกายอย่างแจ่มชัดในไม่ช้า

 แล้วคุณล่ะ?? คิดเหมือนพวกเขาไหม?
      
     




แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กุมภาพันธ์ 2010 >>
อา พฤ
  1 2 3 4 5 6
7 8 9 10 11 12 13
14 15 16 17 18 19 20
21 22 23 24 25 26 27
28            



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน