ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันพฤหัสบดี ที่ 2 กันยายน 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1207 , 14:04:16 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

5 ปี แห่งการล้มลงของพญาไม้ 'เทือก บรรทัด'
สนทนากับ 'เปลื้อง คงแก้ว'
คำต่อคำ ผ่านบทสนทนาเพิ่งค้นพบ !
เปลื้องเผยทัศนะแห่งชีวิต สังคม และวรรณกรรม ที่คุณไม่เคยอ่านที่ไหน
(ตอนที่ 1)

เมื่อคืน สายฝนเดือนสิงหาคมพลัดพรูลงมาเหมือนฟ้ารั่ว บรรยากาศของเช้านี้จึง
เปียกฉ่ำคล้ายภาพวาดสีน้ำของศิลปินผู้ปาดป้ายพู่กันลงบนผืนแผ่นดิน....อย่าว่า
แต่พุ่มไม้ใบหญ้า บ้านเรือนผู้คน หรือถนนหนทางเลย กระทั่งแม้แต่แสงแดดก็
เปียกฉ่ำไปสุดม่านฟ้า
 
เช้านี้ ใครบางคนตื่นมาอย่างเบิกบาน หลังจากเมื่อคืนเขาดื่มด่ำอยู่กับการซึมซับทัศนะ
ว่าด้วยชีวิต สังคม และวรรณกรรมของกวีผู้ล่วงลับเมื่อ 5 ปีก่อน ผ่านบทสัมภาษณ์ชิ้น
เก่าเก็บที่เพิ่งค้นพบอย่างไม่ตั้งใจในห้องหนังสือ
 
บทสัมภาษณ์ชิ้นนั้น เขาไม่ได้เป็นผู้พูดคุยรายละเอียดต่างๆกับกวีด้วยตัวเอง แต่คุณ
“กานต์กับแก้ว” เป็นผู้ส่งมาให้เขาหลังจากกวีเสียชีวิตใหม่ๆ เมื่อกว่าทศวรรษก่อน
เขาจำได้ว่าเคยอ่านสกู๊ปสัมภาษณ์ชิ้นนี้ในนิตยสารมติชนสุดสัปดาห์ แต่อาจด้วยข้อ
จำกัดของพื้นที่ตีพิมพ์ รายละเอียดในการพูดคุยระหว่าง ‘กานต์กับแก้ว’  กับกวีใน
ครั้งนั้น จึงถูกย่นย่อให้เหลือเพียงใจความสำคัญในพื้นที่จำกัด แต่เมื่อบทสัมภาษณ์
ฉบับเต็มผ่านสายตาของเขาเมื่อคืน เขารู้สึกว่ายังมีทัศนะรายละเอียดของกวีอีกจำมาก
ที่น่าจะนำมาเผยแพร่...
 
หลังจัดการภารกิจส่วนตัวเสร็จสรรพ เช้านี้เขาจึงคิดว่าจะอ่านบทสัมภาษณ์ชิ้นนั้นอย่าง
ละเอียดอีกรอบ เพื่อจะได้จัดการข้อความทั้ง 17 หน้ากระดาษเอสี่นั้น ให้ดูเป็นที่เป็นทาง
และน่าอ่านขึ้น
 
เขารู้ดีว่า วันที่ 29 ของเดือนสิงหาคม - เดือนนี้ เป็นเดือนครบรอบ 5 ปี ที่กวีที่เสียชีวิต
ด้วยอาการติดเชื้อในกระแสโลหิต (หลังล่วงเลยฤดูฝนที่ 56 แห่งชีวิตมาสองวัน) เพราะ
ฉะนั้นคงดีอยู่ไม่น้อย ถ้าเขาจัดการบทสัมภาษณ์ที่เป็นลายมือเขียนจากการถอดเทปชิ้นนั้น
ให้เรียบร้อย แล้วนำตีพิมพ์เผยแพร่อย่างเป็นทางการเพื่อเป็นการให้เกียรติกวีอีกครั้ง
 
หรืออย่างน้อยๆผู้คนในสังคมเมืองตรัง ที่ยังไม่เคยรับรู้ทัศนะด้านต่างๆของกวีอย่างจริงๆ
จังๆมาก่อน ก็จะได้ใช้โอกาสนี้ศึกษาทำความเข้าใจสิ่งที่กวีคิด สิ่งที่กวีคุย และสิ่งที่กวี
พยายามผลักดันมาตลอดช่วงระยะเวลาที่ยังมีอายุขัย
 
ส่วนจะคิดเห็น แตกช่อก่อดอกต่อจากนี้ไปยังไง ก็คงแล้วแต่อัตวิสัย หรืออรรถประโยชน์
ของแต่ละคน
 
คิดได้เช่นนี้ เขาจึงเริ่มค่อยๆหยิบบทสัมภาษณ์เช่นนั้นมาจัดการตามใจนึก
 
กาแฟยามเช้าถูกชงเอาไว้แล้วอย่างหอมกรุ่น เก้าอี้โยกที่ได้รับบรรณาการมาจากพี่ชาย
ต่างสายเลือดแห่งจังหวัดนครศรีธรรมราชก็วางรออยู่แล้วหน้าบ้าน
 
เช้านี้เป็นเช้าหลังฝน แม้อากาศออกจะซึมเซื่องอยู่บ้าง แต่ทันทีที่ต้นฉบับไม่กี่หน้าผ่าน
สายตาอีกครั้ง ความตื่นเต้นสว่างไสวก็มาเยี่ยมเยือนหัวใจของเขา...ทุกคมคำ คมคิด
ที่ผ่านสายตา เขารู้สึกเหมือนทุกวันนี้กวีไม่เคยจากไปไหน...ทุกวันนี้ ‘เทือก บรรทัด’
ก็ยังเป็น ‘เทือก บรรทัด’ ‘เปลื้อง คงแก้ว’ ก็ยังเป็น ‘เปลื้อง คงแก้ว’ อยู่เสมอ  - ไม่เชื่อ...
ลองอ่านบทสัมภาษณ์ไปพร้อมๆเขาดู

บทสนทนาหัวข้อที่ 1 : เปลื้อง 'ตรง เมืองตรัง'
 “มิโศกเศร้าเสียใจ -ไม่อาฆาต
 แต่วันนี้ประกาศให้รู้ว่า
 ใครยกย่องเผด็จการสังหารประชา
 นั่นแหละเลวยิ่งกว่าเผด็จการ”
 (ยิ่งกว่าเผด็จการ /เพราะน้ำรินไหลจึงใสเย็น 2544)

Q : รับราชการครูมา 25 ปี ช่วงนั้นชีวิตอาจารย์เป็นอย่างไรบ้างคะ
เปลื้อง : ตอนเป็นครูหนุ่ม เราจะเป็นอะไรตั้งหลายอย่าง จะเป็นครูที่ดีของเด็กบ้าง
จะเป็นครูที่ดีของโรงเรียนบ้าง  ขณะที่ในโลกของความเป็นหนุ่ม ก็มีอะไรหลายสิ่งที่
เราอยากเป็นมันพร้อมๆ กัน  บางทีก็อยากเป็นคนทันสมัย แต่บางทีก็อยากจะก้าวหน้า
ความคิดมันพร้อมๆ กันหลายเรื่อง นั่นคือในช่วงแรก แต่พอในช่วงหลัง เราก็ไม่อยาก
เป็นคนทันสมัยหรือเป็นอะไรตามแฟชั่นแล้ว จึงปลดปล่อยแล้วเข้าสู่โลกของความคิด

ช่วงที่ผมเปลี่ยนแปลงมากที่สุดก็ช่วง 6 ตุลา 2519 เพราะได้รับอิทธิพลมาจาก 14 ตุลา
2516 ที่ทำให้รู้จักการวิพากษ์วิจารณ์การเมือง เวลาสอนเด็กนักเรียน ก็เอาวรรณกรรม
เพื่อชีวิตมาสอน  เอาบทกวีของจิตร ภูมิศักดิ์   มาให้เด็กอ่าน จนกระทั่งผู้อำนวยการหรือ
พวกขวาจัดเขาก็เพ่งเล็งตั้งข้อหา ผมก็โดนไปด้วย ต้องถูกค้นบ้าน  ผมจึงหนี แต่หนีพลาง
ก็ส่งใบลามายืดอายุราชการพลาง  ในที่สุดผู้หลักผู้ใหญ่ก็เคลียร์ให้ว่า ผมแค่เป็นคนตรงไป
ตรงมาคนหนึ่งเท่านั่น ก็ต่อรองกัน ในที่สุดผมก็กลับมาโรงเรียน พอ กลับมาก็มีคนบอกว่า
อย่าอยู่เลยจังหวัดตรัง ไม่ปลอดภัย ให้ไปอยู่ที่อื่น ผมก็ย้ายไปอยู่ชลบุรี 2 ปี แล้วก็กลับมา
สอน ที่โรงเรียนวิเชียรมาตุ

ในช่วงไปอยู่ชลบุรี สถานการณ์บนภูเขา และอะไรหลายสิ่งหลายอย่างกำลังคุกรุ่น ตอนนั้น
พวกผมก็เขียน   บทกวีไปลงหนังสือ “ตะวันออกปริทรรศน์” ที่ต่อมาพัฒนาเป็น “สยามนิกร”
แล้วก็มาเป็น “อาทิตย์” มีพวกชัชรินทร์ ไชยวัฒน์ พวกสำราญ รอดเพ็ชร ทำกันอยู่ 

Q : เพราะอะไรที่ทำให้อาจารย์เออรี่รีไทร์ ไม่อยู่จนเกษียณ
เปลื้อง : ผมคิดว่า 25 ปี มันให้คำตอบกับผมว่า  ถ้าผมจะเป็นคนดี จะเป็นครูที่ดีในระบบ
คงทำอะไรได้ยาก  ผมคิดว่าถ้าจะเป็นครู ไม่จำเป็นต้องอยู่ในโรงเรียนก็ได้ ออกไปอยู่กับ
ชาวบ้านก็ยังคงเป็นครูได้ เพราะครูหมายถึง ผู้คิดดี คิดงาม คิดถูก อย่างน้อยที่สุดออก
มาแล้ว ผมก็สามารถไปอยู่กับความดีความงามในสวน มีเวลาร่วมทำความดีความงาม
กับชาวบ้านได้ถนัดขึ้น ถามว่าความดีความงามอะไรบ้าง ก็อย่างเช่น ชาวบ้านที่เขา
อยากมีวิถีชีวิตแบบดั้งเดิม อยู่กันดีๆ แต่อยู่ๆ โครงการสร้างเขื่อน โครงการระเบิดภูเขา
อะไรต่างๆ ของรัฐก็ดี ของทุนใหญ่ก็ดี มาลงในพื้นที่ ชาวบ้านก็เดือดร้อน แล้วเราก็ลง
ไปให้ความรู้ ความจริงความดีความงามแบบนี้นี่แหละ ที่ผมคิดว่าถ้าออกมาจากระบบ
สามารถทำได้ถนัดกว่า เพราะไม่ต้องคอยตอบคำถามที่โรงเรียน ไม่มีผู้อำนวยการคอย
มาด่า สบายใจกว่า ก็เลยออก

อีกอย่างหนึ่ง ตอนนั้นผมเห็นว่าได้บำนาญนิดหน่อย พอจะทำให้ชีวิตพอมีความสุขได้
อย่างง่ายๆ แบบอยู่กับธรรมชาติได้ ตรงนี้ผมคิดว่าผมได้รับอิทธิพลมาจากอาจารย์
พุทธทาสมาก จึงคิดว่าตำแหน่งที่แท้จริงของคนเรานั้น บางทีมันก็ควรจะเป็นตำแหน่ง
ที่เป็นธรรมชาติแห่งตัวตนของเรา ไม่ใช่ตำแหน่งที่เป็นไปตามซี ตามขั้น ซึ่งมันเป็น
ตำแหน่งที่ไม่น่าจะจริง ตำแหน่งของผมน่าจะลงตัวในสวน ลงตัวกับชาวบ้านมากกว่า
อยู่ตรงนั้นน่าจะเหมาะสมและน่าจะดีที่สุด

Q : มีบางคนให้ฉายาอาจารย์ว่า “คนตรงเมืองตรัง” ทำไมเค้าเรียกอย่างนี้
เปลื้อง : ผมก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่โดยส่วนตัว  เวลาถูกเรียกแบบนี้ ผมก็รู้สึก เออ...น่าจะใช่มั้ง
เพราะผมชอบพูดตรง  พูดตรงๆในสิ่งที่คนอื่นอื่นเค้าไม่กล้า  พูดหลายๆ เรื่อง อย่างเช่นครั้งหนึ่ง
สมัยที่คุณชวนเป็นนายกฯใหม่ๆ มีคนมาสัมภาษณ์ ตอนนั้นผมเป็นประธานองค์กรกลาง จ.ตรัง
เขาถามว่าภูมิใจไหมที่คนตรังได้เป็นนายกฯ ผมก็บอกว่า ถ้าถามแค่การได้รับตำแหน่งนายก
รัฐมนตรีแล้วภูมิใจไหม ผมไม่ภูมิใจหรอก ไม่รู้ว่าจะไปภูมิใจทำไม เพราะว่าสิ่งที่น่าจะภูมิใจ
สำหรับ ตำแหน่งนี้สำหรับผมก็คือ นายกฯสามารถปฏิบัติหน้าที่ในระบบประชาธิปไตยจริงๆ
ได้หรือเปล่า ซึ่งขณะนั้นผมยังไม่รู้ เพราะคุณชวนเพิ่งรับตำแหน่ง นักข่าวต้องมาถามหลังจาก
คุณชวนเป็นนายกฯมาได้สักพัก การพูดทำนองนี้กระมังที่เค้าบอกว่าผมเป็นคนตรงอย่างที่ว่า

Q : ถ้ามีคนอยากให้อาจารย์ลงเล่นการเมือง อาจารย์คิดเห็นอย่างไร
เปลื้อง : (หัวเราะ) โดยส่วนตัว การเมืองที่ผมเชื่อมั่นเป็นการเมืองภาพพลเมืองมากกว่า
ซึ่งตอนนี้ผมก็เป็นอยู่แล้ว  และก็เล่นการเมืองแบบนี้มาเกือบตลอดชีวิต แต่ตอนนี้บางคน
เค้าอาจเห็นว่าผมอายุเริ่มมาก พรรคพวกหลายคนเค้าบอก เอ๊ะ! น่าจะไปลงการเมืองภาค
การเมืองดีไหม ผมก็บอกว่าชีวิตผมไม่ตกต่ำที่จะไปเป็นนักการเมืองหรอก เพื่อนมันก็ยังยุ
ต่อว่า ลง สว.ก็ได้ สว.ไม่ใช่นักการเมือง ไม่สังกัดพรรค บางครั้งยุ  มากเข้า ผมก็หาเหตุผล
แก้ตัวให้ไม่ทันจนต้องแก้เกี้ยว ไปว่า ในฐานะที่ชีวิตผมเองก็ไม่ใช่สมบัติส่วนตัวทั้งหมด
ถ้าคนเรียกร้องอะไรมากๆ แล้วผมเห็นว่ามันไม่น่าเกลียดมากนัก ก็ให้เวลาผมคิดหน่อย
แต่โดยส่วนตัว ถามว่า ผมอยากเล่นการเมืองแบบนั้นหรือเปล่า ผมสามารถบอกได้ชัดเจน
ว่าไม่อยากสักนิด เพราะโดยธาตุแท้ โดยนิสัยจริงๆ ผมชอบเล่นการเมืองภาคพลเมือง
ซึ่งตอนนี้อาจ จะทำหน้าที่ดีกว่า สว. บางจังหวัดบางท่านแล้วมั้ง ไม่ต้องกินเงินเดือน 7 - 8
หมื่นด้วย ไม่ต้องอะไรตั้งหลายอย่าง

Q : ทุกวันนี้อาจารย์มีตำแหน่งหน้าที่ที่สังกัดองค์กร หรืออื่นๆบ้างหรือเปล่าคะ
เปลื้อง : ที่มีอยู่บ้างก็เป็นที่ปรึกษาของ สกว.ตรัง เป็นประธานสมัชชาตรัง ซึ่งก็ไม่ได้เป็น
ตำแหน่งที่มาแย่งเวลาอะไรหรอก ที่ผมเข้าไปช่วยก็เพราะเห็นว่าพวกเขาเป็นคนกลุ่มเดียว
กับเรา คิดว่าพวกเขาก็น่าจะรักความจริง ความงามเหมือนกับเรา แต่ถ้าถามจริงๆ ทุกวันนี้
หน้าที่ที่คิดว่า ผมทำได้ดีที่สุดก็คือ หน้าที่ให้คำปรึกษาเวลาที่คนไม่ได้รับความเป็นธรรมมาหา
ซึ่งบ่อยมาก  เวลาเขามาหา ผมเลยต้องทำหน้าที่เรียกว่า ‘แบ่งทุกข์ ปรับทุกข์’ หรือแลกเปลี่ยน
เรียนรู้กันว่าจะหาทางดับทุกข์กันได้อย่างไรบ้างในบางเรื่อง  โดยเฉพาะแบ่งทุกข์ปรับทุกข์
เรื่องทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม หรือเรื่องที่เขาไม่ได้รับความเป็นธรรม บางทีผมก็แปลกใจ
เหมือนกันว่าเพราะอะไรคนจึงมาหาผมเรื่อย หรือผมอาจจะเป็นสัญลักษณ์ของการรับทุกข์หรือ
กระมัง (หัวเราะ)

Q : อาจารย์มักได้รับเชิญเป็นวิทยากร ?
เปลื้อง : ตอนหลังนี่บ่อยมาก บ่อยจนกระทั่งหลายคนเขาบอกว่า เป็นกวีที่เอาดีแต่พูด (หัวเราะ)
ที่จริงแล้วสิ่ง ที่ผมไปเป็นวิทยากรส่วนมาก เป็นวิทยากรให้กับองค์กร ชาวบ้าน กลุ่มคนหนุ่ม
คนสาว กลุ่มนักเคลื่อนไหว หรือสถาบันการศึกษาเสียเป็นส่วนใหญ่ ถ้าเป็นข้าราชการก็จะ
เป็นข้าราชการที่สนใจในเรื่องสิ่งแวดล้อม  ผมคิดว่าที่เขาเชิญมาแบบนี้ อาจจะเห็นว่าผม
พูดอะไรๆให้เข้าใจได้ง่าย ไม่พูดแบบนักวิชาการ แต่ว่าพูดออกมาในสิ่งที่ย่อยแล้ว อย่างเช่น
ถ้าพูดเรื่องโลกาภิวัฒน์ ผมก็เปรียบเทียบโลกาภิวัตน์แบบบองหลา(งูจงอาง) แล้วเปรียบเทียบ
ประชาคมโลกเหมือนกับแลน(ตะกวด) ผมก็บอกว่าทุกวันนี้บองหลากำลังมาเวียนเราอยู่ทุกเมื่อ
เชื่อวัน เพื่อที่จะดูด เพื่อที่จะยุให้เราตกจากต้นไม้ เพื่อสุดท้ายมันจะได้กินพวกเราตามที่ต้องการ
จริงๆ คนอื่นเขาอาจมีความรู้เรื่องโลกาภิวัตน์กว่าผมมาก แต่สิ่งที่ผมเปรียบเปรยเหล่านี้เป็นภาษา
ชาวบ้าน คนเข้าใจง่าย เขาก็เลยเชิญผมบ่อย

Q : องค์กรหรือสถาบันต่างๆที่เชิญอาจารย์ไปพูด ส่วนมากให้ไปพูดประเด็นอะไร
เปลื้อง : ส่วนมากก็เป็นเรื่องการเมืองภาคพลเมือง เรื่องสิ่งแวดล้อม และเรื่องวรรณกรรม
เรื่องอื่นไม่รับเชิญ เพราะไม่รู้ (หัวเราะ)




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 02/09/2010 เวลา : 14.13 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ชอบครับ

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน