ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 1163 , 20:17:50 น.  
หมวด : วรรณกรรม/กาพย์กลอน

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นสพ.ฅนปากใต้ (เซกชั่น'เปลื้อง')
คอลัมน์ : บ้านหลังสุดท้ายของดวงดาว
โดย ประมวล มณีโรจน์
หลุมศพทะเลสาบ(2) ปรัมปรากาเลนิทานัง

(ขอบคุณภาพจากอินเตอร์เน็ต)
 
การปฏิสัมพันธ์กับลังกาตลอดพุทธศตวรรษที่ 18 ทำให้อาณาจักรตามพรลิงค์
รับอิทธิพลของพุทธศาสน์ลังกาวงศ์และศิลปะลังกาเข้ามาแบบฝังรากลึก
พระสมัญญา “ศรีธรรมโศกราช” ของกษัตริย์ 3 พี่น้องแห่งปัทมวงศ์ นอกจาก
จะมีนัยยะถึงความแข็งแกร่งที่เสมอด้วยพระเจ้าพิมพิสาร และมีพระปรีชาญาณ
ในระดับมหาราชแห่งอินเดียซึ่งเป็นศรีธรรมโศกราชต้นแบบแล้ว ยังมีนัยยะถึง
ความใฝ่ฝันยิ่งใหญ่ในฐานะผู้พิชิตและองค์อุปถัมภกไพศาลแห่งพระพุทธศาสนา
ของจันทรภาณุ ทั้งยังเป็นที่มาของชื่อเมืองใหม่คือ “นครศรีธรรมราช” ซึ่งมีพระ
บรมธาตุเป็นจุดศูนย์กลางแห่งความศรัทธาอีกด้วย

ด้วยปณิธานอันแรงกล้าทำให้จันทรภาณุบุกบั่นไปถึงเมืองลังกา เพื่อก้าว
สู่ความยิ่งใหญ่ในฐานะขององค์อุปถัมภก และเพื่อนำพระทันตธาตุมา
ประดิษฐาน ณ อาณาจักร เราไม่รู้ว่าจันทรภาณุมีโอกาสบรรลุพระปณิธาน
นั้นหรือไม่ ขณะที่จารึกของอาณาจักรปาณฑยะกระซิบว่า ราชาแห่งปัทมวงศ์
นำความใฝ่ฝันของพระองค์ไปทิ้งไว้กลางสนามรบ

ถึงอย่างไร ตำนานการรอนแรมของพระเขี้ยวแก้ว, การค้นพบหาดทรายแก้ว
ของพระนางเหมชาลาและทนทกุมาร, คำทำนายของมหาเถรพรหมเทพ
และกายนต์ 4 ฝูงจากไสยเวทย์ของ 4 มหาพราหมณ์มาตย์ ก็ถูกนำมาเล่าเพิ่ม
เสริมย้ำ เพื่อให้นครศรีธรรมราชเป็นที่ประดิษฐานของพระบรมธาตุสำคัญที่สุด
องค์หนึ่งในประวัติศาสตร์พุทธศาสนา-หากพุทธศาสนามีประวัติศาสตร์ให้อนุชา
ได้เรียนรู้...

สดับเถิดภราดร...บรรลุกาลกว่า 800 รอบพรรษาหลังการดับขันธ์ขององค์
ศาสดาแห่งพุทธศาสน์ ศึกแย่งชิงพระทันตธาตุระหว่างทันทบุรีกับขันธบุรีก็
อุบัติขึ้น พระเจ้าโคสีหราชแห่งทันทบุรีในวัยชรา จำต้องออกศึกเพื่อปกป้อง
พระเขี้ยวแก้วเบื้องขวาและเบื้องซ้ายข้างละ 1 องค์ ซึ่งอรหันต์เขมเถระนำออก
จากจิตกาธาน ถวายให้พระเจ้าพรหมทัตแห่งแคว้นกลิงคราษฎร์ และตกทอดมา
อยู่ในการครอบครองของทันทบุรี ขณะที่พระเจ้าอังกุศราชแห่งขันธบุรี คือทมิฬ
เดียรถีย์ผู้ตามล่าพระทันตธาตุ เพื่อยุติบทบาทของพุทธศาสน์ในลุ่มมหานที

สดับว่าในสงครามยุทธหัตถีครั้งนั้น โคสีหาราชเพลี่ยงพล้ำถูกพระแสงของ้าวของ
อังกุศราชขาดคอช้าง

พระนางเหมชาลาและทนทกุมาร-หน่อเนื้อแห่งโคสีหราช ได้อัญเชิญพระทันตธาตุ
ซ่อนไว้ในเมาลี ปลอมพระองค์เป็นนายวาณิช เสด็จหนีจากทันทบุรีสู่เมืองท่าตาระ
ลิมปิติ และโดยสารเรือสำเภาฝ่าคลื่นกล้าลมแรงหลายทิวาราตรี เพื่อนำพระเขี้ยวแก้ว
ทั้ง 2 องค์สู่เกาะลังกา

ท่านผู้เจริญ...การรอนแรมข้ามห้วงมหรรณพไพศาลในครั้งนั้น สำเภาใหญ่ของ
เหมชาลาและทนทกุมาร ถูกมหาพายุโหมกระหน่ำจนหลงทางเข้าหาฝั่งสุวรรณภูมิ
สองหน่อกษัตริย์เสด็จขึ้นฝั่ง ณ ตะโกลานคร ก่อนจะสืบทราบว่ามีสำเภาสินค้าไปมา
ค้าขายระหว่างสุวรรณภูมิกับเกาะลังกาอยู่เป็นประจำที่ตามพรลิงค์-เมืองการค้าทาง
ฝั่งบูรพาแห่งสวรรณภูมิ สองนายวาณิชจำแลงจึงตัดสินใจฝ่าพงดงหนามสู่ตามพรลิงค์
ล่วงหลายเพลาจึงบรรลุหาดทรายแก้วงดงามยังฝั่งบูรพา ทั้งสองพระองค์ได้อัญเชิญ
พระทันตธาตุจากเมาลีลงประทับฝังไว้ที่หาดทราย แล้วหาที่กำบังพักผ่อนพระวรกาย

กาละนั้นยังมีพระอรหันต์ซึ่งมีอภิญญาแก่กล้าองค์หนึ่งนามมหาเถรพรหมเทพ
ได้ทราบข่าวของพระทันตธาตุโดยญาณสมาธิ จึงเดินทางโดยนภากาศมาสักการะ
พระทันตธาตุ ณ หาดทรายแก้ว เจ้าฟ้าทั้งสองเห็นดังนั้นก็ออกจากที่กำบังเข้า
นมัสการพระอรหันต์ หลังจากชี้ทางชัยสู่เกาะลังกาให้สองพี่น้องแล้ว มหาเถร
พรหมเทพทำนายว่า ณ หาดทรายแก้วแห่งนี้อีกราว 500-600 รอบพรรษา
เบื้องหน้า จะกลายเป็นเมืองที่เป็นศูนย์กลางพุทธศาสน์ของภาคพื้นสุวรรณภูมิ
กลางเมืองจะมีพระมหาเจดีย์สูง ๑๗ วา ซึ่งบรรจุพระบรมธาตุไว้สำหรับการ
สักการบูชาของพุทธศาสนิกชน

สองพี่น้องแห่งทันทบุรีจึงต้องดั้นไพรกลับฝั่งปัจฉิมแห่งสุวรรณภูมิ-ตามคำแนะนำ
ของมหาเถร ครั้งนี้พบสำเภาสินค้าลำหนึ่งกำลังจะออกจากท่า ทั้งสองจึงขอโดยสาร
สำเภาลำนั้นสู่เกาะลังกา แต่เมื่อสำเภาใหญ่เคลื่อนลำถึงกลางมหาสมุทร ก็เกิด
อัศจรรย์หยุดนิ่งอยู่กับที่ นายสำเภาและลูกเรือต่างลงความเห็นว่า เหตุอัปมงคลนี้
เกิดเพราะสองวาณิชโดยสารเรือมาด้วย จึงคิดจะจับทั้งสองโยนลงสังเวยความ
ไพศาลของผืนนที หน่อกษัตริย์เข้าที่คับขันจึงรำลึกถึงมหาเถรพรหมเทพ

ทันใดนั้นมีพญาครุฑใหญ่ปีกกว้าง 300 วา วาดเงาปีกเข้าโอบคลุมสำเภา
ไว้มืดมิด เมื่อเหตุอัศจรรย์หายไปพญาครุฑก็กลายร่างเป็นมหาเถร เจ้าแห่ง
อภิญญาชี้แจงแก่ชาวสำเภาว่า เหตุที่สำเภาเคลื่อนลำไม่ได้ เพราะพญานาคพา
บริวารขึ้นมานมัสการพระทันตธาตุ หลังจากที่มหาเถรลับหายไป สำเภาจาก
สุวรรณภูมิก็ปลิวลมถึงเกาะลังกาตามโครงเรื่อง พระเจ้ากฤตติสิริเมฆวันทราบ
ความแล้วทรงโสมนัสเป็นที่ยิ่ง มีพระราชโองการจัดพิธีสมโภชพระทันตธาตุ
อย่างมโหฬาร

ดูก่อนภราดา...สุริยันจันทราหมุนผ่านจอมฟ้ามากกว่าสามพันสองร้อยแปดสิบ
ห้ารอบ ข่าวการกู้อิสรภาพของทันทบุรีก็ลอยฟ้ามากระซิบ ฟังว่าราชวงศ์คุปตะ
แห่งพุทธศาสน์มหายานได้จัดให้ราชวงศ์พรหมทัตคอยดูแลทันทบุรีสืบมา
พระนางเหมชาลาและทนทกุมารจึงเตรียมพระองค์กลับเมือง ก่อนเสด็จนิวัตสอง
หน่อกษัตริย์ได้ทูลขอพระเขี้ยวแก้ว 1 องค์ เพื่อนำไปประดิษฐานไว้ ณ หาดทรายแก้ว
ตามคำทำนายของมหาเถร พระเจ้ากรุงลังกาทรงดำริเห็นว่า หาดทรายแก้วซึ่งเคยเป็น
ที่ฝังพระทันตธาตุชั่วระยะหนึ่งนั้นเป็นมงคลภูมิต่อไปภายหน้า จึงถวายคืนพระเขี้ยวแก้ว
เบื้องซ้าย และพระราชทานพระบรมสารีริกธาตุหักย่อยอีก 1 ทะนานแก่พระนางเหมชาลา
โดยมอบหมายให้มหาพราหมณ์มาตย์ 4 คนคอยดูแลในระหว่างการเดินทาง

สำเภาใหญ่จากกรุงลังกาบ่ายโฉมกลับหาดทรายแก้วตามความมุ่งหมาย หน่อกษัตริย์
ผู้เร่ร่อนทำพิธีอัญเชิญพระเขี้ยวแก้วเบื้องซ้ายและพระบรมสารีริกธาตุครึ่งทะนานขึ้นสู่
หาดทรายนั้น มหาพราหมณ์มาตย์ทั้ง 4 ทำพิธีบรรจุลงผอบแก้วซึ่งประดิษฐานอยู่ใน
แม่ขันทองคำ และนำฝังในเจดีย์ตรงรอยเดิมที่เคยฝัง ก่อนจะทำพิธีไสยเวทย์ผูกกายนต์
4 ฝูงให้คอยเฝ้า คือกาสีขาว 1 ฝูงเรียกกาแก้ว เฝ้าอยู่ทางทิศตะวันออก กาสีเหลือง 1 ฝูง
เรียกการาม เฝ้าอยู่ทางทิศใต้ กาสีแดง 1 ฝูงเรียกกาชาด เฝ้าอยู่ทางทิศตะวันตก
และกาสีดำอีก 1 ฝูงเรียกกาเดิม เฝ้าอยู่ทางทิศเหนือ

ส่วนพระบรมสารีริกธาตุอีกครึ่งทะนานหน่อกษัตริย์แห่งราชวงศ์พรหมทัตได้อัญเชิญสู่
เมืองทันทบุรี...

จำเนียรกาลผ่านเลยมาราวอีก 500 รอบพรรษา กาละนั้นมีพรานป่า 8 คนตามล่าเนื้อ
มาตามแนวป่าริมหาดบูรพา เทศะหนึ่งบนหาดทรายแก้ว เหล่าพรานก็พบดวงแก้วขนาด
เท่าผลหมากสุกซึ่งพญานาคนำมาวางไว้เป็นพุทธบูชา พรานหนึ่งนามพรหมสุริยะจึงเก็บ
ดวงแก้วนั้นไปถวายพระยาศรีธรรมโศกราช ซึ่งขณะนั้นอยู่ในระยะที่กำลังนำอาณา
ประชาราษฎร์หนีไข้ยุบล เร่ร่อนจากเมืองศิริธรรมนครมาตั้งเมืองชั่วคราวอยู่ที่เขา
ชวาปราบ ศรีธรรมโศกราชผู้เร่ร่อนสั่งให้พรานพรหมสุริยะนำบาคูทั้ง 4 ไปพินิจแห่งหน
แล้วตัดสินพระทัยนำอาณาประชาราษฎร์อพยพรอนแรมมาในราวป่า 7 ทิวาราตรี
เมื่อถึงบริเวณที่หมายก็สั่งพักไพร่พลและให้ตั้งค่ายคูทำไร่ไถนาอยู่ที่หาดทรายแก้วนั้น

ขณะที่ศรีธรรมโศกราชองค์แรกสุดกำลังปรึกษาผังเมืองอยู่กับบาคูทั้ง 4 และนายช่าง
100 คน พระมหาพุทธคำเพียร-ภิกษุจากเมืองลังกา ก็เข้ามาถวายพระพร ก่อนจะถวาย
พระเพลิงเรื่องคำทำนายของมหาเถรพรหมเทพ ศรีธรรมโศกราชเจ้าเก่าและเจ้าเดิมสดับ
เรื่องแล้วโสมนัสเป็นยิ่งนัก เกิดศรัทธายิ่งใหญ่และตั้งพระปณิธานแน่วแน่ที่จะสร้างเมือง
และพระธาตุเจดีย์ ซึ่งพอจะรวบรัดตัดความได้ว่า สามารถสร้างได้สำเร็จตามคำทำนาย
โดยมีกะทาชายนายจันทีและผู้เฒ่าอายุ 120 ปีคนหนึ่ง ช่วยค้นหาเทศะที่ฝังพระบรมธาตุ
และช่วยปราบหุ่นกายนต์ที่มหาพราหมณ์มาตย์ทั้ง 4 ผูกไว้ด้วยไสยเวทย์เมื่อ 500 รอบ
พรรษาก่อน

อันว่ากะทาชายนายจันทีนั้น บิดาของเขาเคยไปศึกษาวิชาปราบหุ่นยนต์อยู่ที่เมืองโรมวิสัย
ซึ่งเป็นเมืองปิด ขี้ระแวง และไม่ต้องการให้คนต่างด้าวรู้เห็นความเป็นไป (เหมือน ‘ฤาษี
แห่งเอเซีย’ หลังได้รับเอกราชจากอังกฤษ) โรมวิสัยจึงส่งหุ่นยนต์ออกตามล่าบิดาของเขา
(เหมือน ‘The Terminator’ หรือ ‘คนเหล็ก 2029’ ของเจมส์ คาเมรอน) แม้ว่า
พระเอกของโครงเรื่องย่อยต้องตายเพราะถูกหุ่นยนต์ตัดคอ แต่เขาก็ตายอย่างมีไหวพริบ
โดยใช้หมึกดำสักจารึกเคล็ดวิชาไว้ที่ต้นขา กะทานายจันทีจึงได้เรียนวิชาปราบหุ่นยนต์
จากศพของบิดา และมีโอกาสเข้ามาปรากฏตัวในโครงเรื่องหลัก-ด้วยฐานะของผู้ช่วยสำคัญ
ที่ช่วยให้ศรีธรรมโศกราชองค์แรกสร้างเมืองได้สำเร็จ

เมืองใหม่ที่สร้างขึ้นนั้นราชาผู้เร่ร่อนได้ตั้งชื่อให้พ้องความกับสมัญญาศรีธรรมโศกราช
และชื่อศิริธรรมนคร  ซึ่งเป็นเมืองเก่าของพระองค์ว่า ‘ศรีธรรมราชนคร’ หรือ ‘นครศรี
ธรรมราช’ ส่วนพระบรมธาตุเจดีย์ได้จัดสร้างขึ้นตามความเชื่อของพุทธศาสน์มหายาน 
รูปร่างจึงคล้ายพระบรมธาตุไชยาในแบบของสถาปัตยกรรมศรีวิชัย

ดูราภราดร...ในระยะกาลระหว่าง 1300-1800 รอบพรรษานั้น ได้มีราชาผู้สถาปนาตน
เป็น ‘ศรีธรรมโศกราช’ หลายพระองค์ นอกจากองค์แรกเจ้าเก่าเจ้าเดิมซึ่งมีบทบาท
ในการตั้งเมืองศรีธรรมราชนครแล้ว ฟังว่าศรีธรรมโศกราชที่ 6 แห่งตามพรลิงค์ โดยนาม
‘พระเจ้าศรีมหาราชาธิราชธรรมโศกราช’ คือองค์ที่ได้รับการยกย่องให้เสมอด้วยพระเจ้าศรี
ธรรมโศกราชผู้เป็นมหาราชแห่งชมพูทวีป และเป็นต้นแบบแห่งความใฝ่ฝันที่จันทรภาณุต้อง
การไต่เต้าขึ้นไปเทียบเคียงพระบารมี

ดูราพาราเซตามอล...เป็นอันว่าองค์เจดีย์ที่มียอดปทุมโกศสูงกว่าแรงนกเขาเหินได้นับ
หนึ่งขึ้นแล้ว ณ หาดทรายแก้วแห่งนั้น พระเขี้ยวแก้วเบื้อง ซ้ายซึ่งรอนแรมข้ามห้วงสมุทร
มาจาก  สาลวโนทยานแห่งกุสินาราโดยระยะกาลกว่า 1500 รอบพรรษา ก็สถิตอยู่ในองค์
เจดีย์นั้น เมืองที่จะเป็นศูนย์กลางแห่งพุทธศาสน์ในสุวรรณภูมิตามคำทำนายของมหาเถร
พรหมเทพก็ตั้งมั่นขึ้นแล้ว ความเจริญของพุทธศาสน์คณะลังกาวงศ์โดยความเพียรของสังฆ
นายกนามพระมหาพุทธคำเพียร-ก็เรืองรองขึ้นแล้วเช่นกัน กาละนี้จึงเป็นหน้าที่ของจันทรภาณุ
ที่จะบุกบั่นฟันฝ่ามาบรรจบ ไม่ว่าด้วยพระวรกายของพระองค์เอง ด้วยจิตวิญญาณของผู้คน
หรือด้วยแรงศรัทธาแห่งอนุชน

ทั้งนี้เพื่อความยิ่งใหญ่ของนครศรีธรรมราช และเพื่อความภาคภูมิใจของพุทธศาสนิกชนในภูมิภาค
นี้สืบไป...อาเมน...

(อ่านหลุมศพทะเลสาบ ๑ ได้ที่เอนทรี่

http://www.oknation.net/blog/STCC/2009/10/04/entry-2 )




อ่านความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 2 (0)
พันธุ์สังหยด วันที่ : 03/09/2010 เวลา : 22.40 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sawnoyzi

อ่านจบไปแล้วครับ เพราะบก.หนังสือคนปากได้และหนังสือเปลื้องส่งมาให้อ่านถึงที่ ครูมวลเขียนได้ ขรึมขลังต์อลังการ ว่าแล้ว สงสัยอยุ่นิ ว่า แอบซุ่มไปทำอะไรอยู่ ที่แท้แอบเขียนนี่เอง ฮา

ความคิดเห็นที่ 1 (0)
พญาสุขุม วันที่ : 03/09/2010 เวลา : 20.37 น.
http://oknation.nationtv.tv/blog/sangrak

ชอบมาก อยากอ่านฉบับเต็มครับ

ดูโคลงที่ได้ลุ้นซีไรท์ที่นี่ครับ
http://www.oknation.net/blog/sangrak/2010/09/03/entry-1

แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน