ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้
Southern Thailand NewsPeople
Permalink : http://oknation.nationtv.tv/blog/STCC
วันศุกร์ ที่ 3 กันยายน 2553
Posted by ศูนย์สื่อสังคมภาคใต้ , ผู้อ่าน : 996 , 20:56:22 น.  
หมวด : ทั่วไป

พิมพ์หน้านี้
โหวต 0 คน

นสพ.ฅนปากใต้ (เซกชั่น'เปลื้อง')
คอลัมน์ : ประชาชนดำเนินสะดวก
โดย วิทยา อาภรณ์

เยาวชนกับห้วงยามการเปลี่ยนผ่าน

(1.)
เมื่อนึกถึงกิจกรรมการพัฒนาที่เกี่ยวกับเยาวชนผมจะได้กลิ่นอาย
ของความสดใสร่าเริง   มีชีวิตชีวา  มีความสุข  มีความหวัง ได้ยิน
เสียงกลอง เสียงร้องเพลง เสียงพูดคุยจ้อกแจ้ก คนหนุ่มสาวใส่เสื้อผ้า
สวยงามไปเข้าค่าย ร่วมกันเล่นเพลง เดินป่า ปลูกต้นไม้ อ่านบทกวี
หรือซาบซึ้งกับพิธีเทียน  คนที่ทำงานพัฒนาด้านเยาวชนก็มักจะมีลูกเล่น
แพรวพราวทำให้เยาวชนสนุกสนานได้ตลอดเวลา ดูแล้วเป็นงานพัฒนา
ที่น่าจะมีความสุขที่สุด

ลึกลงไปภายใต้เสียงหัวเราะเหล่านั้น  คนทำงานที่ผมมีโอกาสได้พูดคุย
ด้วยหลายคนมักให้ความหมายต่อกิจกรรมเยาวชนคล้ายกันอย่างหนึ่งว่า
งานเยาวชนเป็นงานสำคัญระดับความเป็นความตายขององค์กรหรือของ
ขบวนการหรือของสังคมเลยทีเดียว เขาว่ามันคืองานสร้างผู้สืบทอดมา
ทดแทนคนรุ่นปัจจุบัน    อนาคตของสังคมจะเป็นอย่างไรจึงขึ้นอยู่กับคน
รุ่นเยาวชนนี้เอง หรือกล่าวอีกอย่างหนึ่งคืองานเยาวชนเป็นจุดเปลี่ยนผ่าน
สำคัญว่าสังคมจะก้าวไปสู่อนาคตแบบใด

เมื่อกลับมามองที่ระดับปัจเจกของเยาวชนแต่ละคนก็จะพบว่าช่วงอายุที่เขา
เป็นเยาวชนนี้ก็เป็นช่วงเปลี่ยนผ่านที่สำคัญในชีวิตเช่นกัน พูดตามหลักวิชาการ
ช่วงเปลี่ยนผ่านในชีวิตหนึ่งของแต่ละคนมีหลายช่วง แต่ละช่วงสังคมมักจะสร้าง
ประเพณีที่ตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านดังกล่าวให้เห็นชัดๆ อย่างประเพณีโกนจุก
การบวช  การแต่งงาน  สำหรับช่วงอายุของการเป็นเยาวชนจะเป็นการเปลี่ยน
จากผู้ที่อยู่ใต้การดูแลของพ่อแม่มาสู่ความเป็นตัวของตัวเองมากขึ้นทั้งด้าน
ความคิด การอาชีพ  ความมีอิสระตัวของตัวเองและด้านสังคม ช่วงที่เป็น
เยาวชนจึงเหมือนเป็นวุ้นที่กำลังจะแข็งตัว  ถ้าแข็งตัวในแม่พิมพ์รูปไหนก็ยาก
จะเปลี่ยนแปลง  นี่น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ใครต่อใครต่างอยากเข้ามา
เป็นแม่พิมพ์ให้กับเยาวชน

ผมสังเกตว่างานเยาวชนน่าจะได้ผลมากในการเป็นแม่พิมพ์ด้านความคิด
มากกว่าด้านอื่น เพราะถ้าหวังผลให้เยาวชนมาร่วมกระทำการแบบกลุ่ม
ผู้ใหญ่ก็หวังได้น้อยเนื่องจากการยังไม่ลงตัวหรือยังไม่แข็งของช่วงชีวิตที่
เป็นเยาวชน จนเกิดคำกล่าวแบบเหยียดๆว่า “คบเด็กสร้างบ้าน” เยาวชน
ที่ก้าวหน้าพอกลับจากกิจกรรมค่ายสักพักก็อาจต้องหยุดทำกิจกรรมไป
แต่งงาน  ไปสร้างครอบครัวหลายปีกว่าจะเริ่มกระทำการใดๆได้ นี่ยังไม่นับ
ว่าถ้าเขาไม่มีเงื่อนไขอื่นให้เขาเลิกที่จะกระทำการเสียก่อน ถ้าคิดอย่างเอา
จริงธรรมชาติของงานเยาวชนจึงเป็นงานหวังผลระยะยาว และถ้าคิดว่า
ประเพณีที่ตอกย้ำการเปลี่ยนผ่านของช่วงชีวิตแบบเดิมเริ่มลดความสำคัญลง
ในโลกปัจจุบัน กิจกรรมเยาวชนนี่เองที่อาจกลายเป็นเหมือนประเพณีตอกย้ำ
การเปลี่ยนผ่านในองค์กร  ในขบวนการ  หรือในสังคมสมัยใหม่ที่กำลังถูก
สร้างขึ้นมาแทนก็เป็นได้ นอกไปจากประเพณีการเปลี่ยนผ่านใหม่ๆ รูปแบบ
อื่นในยุคทุนนิยมอย่างการเรียนจบ การมีงานทำ การมีบ้านมีรถ

(2.)
กิจกรรมเยาวชนที่ทำกันอยู่ส่วนมากมีสองแนวทางซึ่ง เกี่ยวข้องกัน อยู่ที่ว่า
จะเน้นแนวทางไหนเป็นหลักคือ กิจกรรมแนวที่เน้นที่ตัวเยาวชนเอง กับกิจกรรม
แนวที่เน้นการสร้างสภาพแวดล้อมหรือเงื่อนไขภายนอกให้สำหรับเยาวชนที่จะ
พัฒนาตัวเอง เช่น การเสริมสร้างสายใยครอบครัว สังคม การปรับปรุงกฎหมาย
การศึกษา นันทนาการ ที่เกี่ยวข้องกับเยาวชน ซึ่งแนวที่สองน่าจะมีน้อยกว่าแนว
ที่หนึ่งมากเพราะทำได้ยากกว่า  ซีเรียสกว่า
อย่างไรก็ตาม ผมพบว่ากิจกรรมเยาวชนทั้งสองแนวมักจะพูดถึงอะไรที่คลุมเครือ
เป็นนามธรรมมากพอๆกัน  ความคลุมเครืออาจจะเกิดได้จากหลายสาเหตุ เช่น
 อาจมีผู้จัดกิจกรรมบางคนที่ไม่ได้คิดอะไรมากจริงๆ  คืออาจได้โครงการมาง่าย
เพราะประเด็นเยาวชน(รวมทั้งประเด็น“เด็ก”) มักจะโดนใจแหล่งทุนหลายแหล่ง
ก็เลยทำแบบจบก็จบกันไป โดยอาจคิดว่าถึงอย่างไรกิจกรรมเยาวชนก็ไม่มีอะไร
เสียมีแต่เสมอตัวกับได้ ภาพพจน์ในการเขียนรายงานให้ออกมาดีก็ทำได้ไม่ยาก
หรืออาจจะเกิดจากการที่งานเยาวชนเป็นงานระยะยาวดังว่า ผู้จัดจึงไม่อยากอธิบาย
เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมให้วุ่นวาย  หรืออาจเกิดจากการที่งานเยาวชนยังไม่เป็นขบวน
เดียวกันอย่างแท้จริงจึงอาจต่างคนต่างทำกันมากมายทั้งรัฐ ทั้งเอกชน ทั้งมืออาชีพ
ทั้งมือสมัครเล่น  หรือสาเหตุที่ผมเห็นว่าสำคัญมากคือการที่ผู้จัดมีเป้าหมายอยู่ลึกๆ
แต่ไม่บอกออกมา  คือตั้งใจปกปิด  ซึ่งถ้ามันเกิดขึ้นจริงกับกิจกรรมใดก็นับว่าเป็น
วิธีคิดแบบครอบงำแคบๆที่ไม่ได้สร้างสรรค์ปัญญาให้กับใครเลย

สิ่งที่เป็นความคลุมเครือเป็นนามธรรมเกี่ยวกับกิจกรรมเยาวชนที่ได้ยินกันบ่อยๆ
จะนำมาซึ่งข้อสงสัยอื่นตามมา   เช่น การเอาเด็ก-เยาวชนเป็นศูนย์กลางการ
เรียนรู้ หรือ child-centered (แล้วไงต่อ  แต่ก็นำไปออกแบบหลักสูตรโดย
รัฐหรือโรงเรียนทางเลือกกันเกลื่อน ?) การให้เสรีทางความคิดแก่เยาวชน
(เสรีแล้วดีจริงหรือ ติดกับดักทุนนิยมหรือเปล่า?)  ให้เด็กรักประเพณีวัฒนธรรม
รักชาติ(แค่รักชาติคำเดียวก็ไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีก พาไปรบกับเขมรเพื่อแย่ง
เขาพระวิหาร

ได้ทันที  หรือเกณฑ์เด็กไปเดินพาเหรดต้านยาเสพติดตามนโยบายรัฐบาลเพราะ
รัฐบาลคือชาติ?) ให้เด็กรักสิ่งแวดล้อม (ตามกระแสโลกร้อน กระแสนิเวศวิทยา
การเมืองแนวลึกแนวตื้น ?) ฯลฯ

ผมเชื่อว่าผู้จัดกิจกรรมเยาวชนส่วนใหญ่มีเป้าหมายรูปธรรมชัดเจนของตัวเอง
อยู่ในใจ  ที่ต้องคิดกันต่อก็คือทำอย่างไรให้เยาวชน “เท่าทัน”เป้าหมายนั้นด้วย
คือที่สุดแล้วเยาวชนอาจเห็นด้วยหรือไม่ก็ได้ แต่อย่างน้อยเยาวชนต้องตอบตัวเอง
ได้ว่าโลกในอนาคตของเขาเท่านี้เขาพอใจแล้วหรือไม่  กิจกรรมเยาวชนควรจะ
พาไปให้ถึงจุดนี้ถ้าเป็นการทำงานที่หวังผลระยะยาวจริงๆ

(3.)
ส่วนด้านแนวคิดพื้นฐานในการวิเคราะห์ปัญหาเยาวชนของผู้จัดกิจกรรม
ผมคิดว่าก็แบ่งได้เป็นสองแนวคิดเช่นกันและนำไปสู่การกำหนดกิจกรรม
และเป้าหมายที่ต่างกันคือ   แนวคิดที่หนึ่งเห็นว่าเยาวชนปัจจุบันตกอยู่
ภายใต้ภาวะหนึ่งที่ตายตัวแก้ไขไม่ได้   เยาวชนต้องปรับตัวให้เข้ากับมัน
ให้ได้  เช่นแนวคิดเกี่ยวกับการแบ่งเยาวชนเป็นรุ่น X รุ่น Y หรือแนวคิด
ที่ว่าการที่เยาวชนขัดแย้งกับผู้ใหญ่เป็นธรรมชาติของมนุษย์ สมัยไหนๆก็
เป็นอย่างนี้มานานแล้ว แนวคิดนี้นำไปสู่การสยบยอม  การเห็นแต่ตัวเอง 
ก็เลยสนใจมุ่งพัฒนาทักษะภายนอกให้เยาวชนอยู่ในสังคมได้อย่างการให้
เยาวชนกล้าแสดงออก  ให้แข่งขันกันเรียนสูงๆ โดยไม่ตั้งคำถามกับสิ่งรอบตัว

แนวคิดที่สองเห็นว่าเยาวชนอยู่ในโลกที่เปลี่ยนแปลงได้ เยาวชนเองก็ปรับ
ตัวได้  แนวคิดนี้เรายังพอมีความหวังที่จะได้เห็นเยาวชนเป็นผู้ใฝ่ฝันที่จะ
เปลี่ยนแปลงสังคมให้น่าอยู่ตามความใฝ่ฝัน ผู้จัดกิจกรรมต้องจัดกระบวน
การให้เยาวชนเข้าใจความเป็นไปของโลก สังคม การเมือง เห็นว่าเยาวชน
เป็นผู้กระทำการไม่ใช่ผู้ถูกกระทำฝ่ายเดียว       

(4)
งานด้านเยาวชนจึงเป็นงานที่สำคัญ  เป็นงานที่ละเอียดอ่อน และทำไม่ง่าย
เลยถ้าจะทำอย่างจริงจัง  มันดูจะยืดหยุ่นจนเป็นวุ้นเหมือนธรรมชาติของ
เยาวชนเองที่ทำอะไรก็ผิดหรือถูกไปหมด  แต่ท่ามกลางการเปิดกว้างจน
หาหลักได้ยากเช่นนี้ผมว่าการทำงานด้านเยาวชนก็มีจุดร่วมกันอยู่ระดับหนึ่ง
ที่ผมอยากทดลองเสนอ   ที่นี้

แรกสุดคืองานเยาวชนต้องสนุกครับ (ใช่! งานอื่นก็สนุกตามแขนงงานนั้นๆ)
แต่ต้องเอาจริงให้เป็น คนทำงานเยาวชนต้องเป็นตัวของตัวเอง เราคงเคยรู้สึก
ขัดตากับนักกิจกรรมด้านเยาวชนที่ติดกับดักของความสนุกจนไม่แสดงจุดยืน
ทางความคิดอื่นใดของตนหรือแสดงออกมาอย่างคลุมเครือ โดยเฉพาะด้าน
เศรษฐกิจ สังคม การเมือง จนกลายเป็นความสนุกแบบเสแสร้ง ไม่เป็นตัวของ
ตัวเอง เหมือนเติบโตไม่เป็น

การเป็นตัวของตัวเองดูได้จากการที่เรามีเป้าหมาย มีแนวทาง มีโลกในฝัน
ของตัวเอง และแสดงออกไปให้เยาวชนรู้ จุดหมายคือให้เยาวชนเท่าทันเร
าและต่อยอดไปให้ไกลกว่าเรา เราจึงต้องทำให้เยาวชนรู้ทั้งข้อดีและข้อด้อย
ของความคิดแบบเรา ซึ่งนั่นคือเยาวชนจะต้องแสดงความคิดของเขาออก
มาด้วย (นักกิจกรรมจำนวนมากคิดว่าตัวเองเป็นแค่ผู้จัดกระบวนการที่คอย
ระดมความคิดเห็นจากผู้อื่นเท่านั้น โดยมีระยะห่างจากคนที่เขาเห็นว่าเป็น
“กลุ่มเป้าหมาย”)  เมื่อเยาวชนรู้ทันแล้วเขาก็กลายเป็นผู้กระทำการ ไม่ใช่
ผู้ถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียวอีกต่อไป    ส่วนเขาจะเลือกอะไรก็เป็นสิทธิ์ของเขา

แต่ที่ต้องระวังคือถ้าให้เยาวชนเป็นผู้กระทำจนล้นเกินทางด้านใดด้านหนึ่ง
คืออาจล้นไปในทางเสรีนิยมเกินไป  หรือล้นเกินในการครอบงำเยาวชนให้
กระทำการแบบเดียวกับแนวทางของผู้จัดเกินไปก็จะเกิดปัญหาใหม่ตามมาได้
ดังนั้นเพื่อไม่ให้เกิดการล้นไปทางด้านเสรีนิยมหรือด้านการถูกครอบงำโดยผู้อื่น 
เยาวชนที่พึงปรารถนาควรจะเป็นผู้ที่เป็นตัวของตัวเองไปพร้อมกับการนอบน้อม
ถ่อมตน พร้อมจะแลกเปลี่ยนเรียนรู้ แต่ก็ไม่อหังการแบบก้าวร้าวแบบเอาตนเอง
เป็นศูนย์กลางของโลก

ตัวชี้วัดความสำเร็จของงานเยาวชนจึงดูได้จากการที่เยาวชนไปได้ไกลกว่า
ผู้จัดกิจกรรม  มีความเป็นตัวของตัวเอง รูปธรรมและเป้าหมายของกิจกรรม
ควรมีทั้งระยะสั้นและระยะยาว  จนทำให้วิถีชีวิตปกติของเยาวชนสอดคล้อง
กับการกระทำทางสังคมโดยไม่ขาดช่วง   ขณะเดียวกันผู้จัดกิจกรรมเองก็ต้อง
เคารพและเก็บรับบทเรียนจากเยาวชนด้วยจึงจะเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กัน
และกันอย่างแท้จริง 

นี่เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าเป็นจุดร่วมกันของการทำกิจกรรมเยาวชน ส่วนที่นอกเหนือ
ไปจากนี้ก็ขึ้นอยู่กับความคิดที่จะสร้างสรรค์ต่อยอดกันไป

ในปัจจุบันนี้ที่หันไปทางไหนก็จะแว่วเสียงอีกาบอกข่าวว่าสังคมไทยกำลังอยู่
ในระยะเปลี่ยนผ่านทางสังคมการเมืองที่สำคัญ  การเปลี่ยนผ่านหลายมิติจึงได้
พาดทับกันอยู่บนกิจกรรมของเยาวชน   มันจึงเป็นภาวะที่ท้าทายทั้งต่อเยาวชน
และผู้ที่ทำงานด้านเยาวชนอย่างยิ่ง.





แสดงความคิดเห็น


ถึง บล็อกเกอร์ ทุกท่าน โปรดอ่าน
   ด้วยทาง บริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ จำกัด (มหาชน) ได้ติดต่อขอความร่วมมือ มายังเว็บไซต์และเว็บบล็อกต่าง ๆ รวมไปถึงเว็บบล็อก OKnation ห้ามให้มีการเผยแพร่ผลงานอันมีลิขสิทธิ์ ของบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ บนเว็บ blog โดยกำหนดขอบเขตของสิ่งที่ห้ามทำ และสามารถทำได้ ดังนี้
ห้ามทำ
- การใส่ผลงานเพลงต้นฉบับให้ฟัง ทั้งแบบควบคุมเพลงได้ หรือซ่อนเป็นพื้นหลัง และทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือ copy code คนอื่นมาใช้
- การเผยแพร่ file ให้ download ทั้งที่อยู่ใน server ของคุณเอง หรือฝากไว้ server คนอื่น
สามารถทำได้
- เผยแพร่เนื้อเพลง ต้องระบุชื่อเพลงและชื่อผู้ร้องให้ชัดเจน
- การใส่เพลงที่ร้องไว้เอง ต้องระบุชื่อผู้ร้องต้นฉบับให้ชัดเจน
จึงเรียนมาเพื่อโปรดปฎิบัติตาม มิเช่นนั้นทางบริษัท จีเอ็มเอ็ม แกรมมี่ฯ จะให้ฝ่ายดูแลลิขสิทธิ์ ดำเนินการเอาผิดกับท่านตามกฎหมายละเมิดลิขสิทธิ์
OKNATION



กฎกติกาการเขียนเรื่องและแสดงความคิดเห็น
1 การเขียน หรือแสดงความคิดเห็นใด ๆ ต้องไม่หมิ่นเหม่ หรือกระทบต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ หรือกระทบต่อความมั่นคงของชาติ
2. ไม่ใช้ถ้อยคำหยาบคาย ดูหมิ่น ส่อเสียด ให้ร้ายผู้อื่นในทางเสียหาย หรือสร้างความแตกแยกในสังคม กับทั้งไม่มีภาพ วิดีโอคลิป หรือถ้อยคำลามก อนาจาร
3. ความขัดแย้งส่วนตัวที่เกิดจากการเขียนเรื่อง แสดงความคิดเห็น หรือในกล่องรับส่งข้อความ (หลังไมค์) ต้องไม่นำมาโพสหรือขยายความต่อในบล็อก และการโพสเรื่องส่วนตัว และการแสดงความคิดเห็น ต้องใช้ภาษาที่สุภาพเท่านั้น
4. พิจารณาเนื้อหาที่จะโพสก่อนเผยแพร่ให้รอบคอบ ว่าจะไม่เป็นการละเมิดกฎหมายใดใด และปิดคอมเมนต์หากจำเป็นโดยเฉพาะเรื่องที่มีเนื้อหาพาดพิงสถาบัน
5.การนำเรื่อง ภาพ หรือคลิปวิดีโอ ที่มิใช่ของตนเองมาลงในบล็อก ควรอ้างอิงแหล่งที่มา และ หลีกเลี่ยงการเผยแพร่สิ่งที่ละเมิดลิขสิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบหรือวิธีการใดก็ตาม 6. เนื้อหาและความคิดเห็นในบล็อก ไม่เกี่ยวข้องกับทีมงานผู้ดำเนินการจัดทำเว็บไซต์ โดยถือเป็นความรับผิดชอบทางกฎหมายเป็นการส่วนตัวของสมาชิก
คลิ้กอ่านเงื่อนไขทั้งหมดที่นี่"
OKnation ขอสงวนสิทธิ์ในการปิดบล็อก ลบเนื้อหาและความคิดเห็น ที่ขัดต่อความดังกล่าวข้างต้น โดยไม่ต้องชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของบล็อกและเจ้าของความคิดเห็นนั้นๆ
   

กลับไปหน้าที่แล้ว กลับด้านบน

ดาวลดา

ดาวลดา งานเพลงรำลึกทัศนีย์ รุ่งเรือง - เพื่อนที่แสนดีของพี่น้องจะนะ สงขลา

View All
<< กันยายน 2010 >>
อา พฤ
      1 2 3 4
5 6 7 8 9 10 11
12 13 14 15 16 17 18
19 20 21 22 23 24 25
26 27 28 29 30    



[ Add to my favorite ] [ X ]


ท่านเห็นด้วยกับการพัฒนาพื้นที่ภาคใต้ให้เป็นพื้นที่รองรับอุตสาหกรรมตามแนวคิดในแผนพัฒนาภาคใต้ที่กำลังรุกหนักอยู่ตามพื้นที่ต่างๆในตอนนี้หรือไม่
เห็นด้วย
38 คน
ไม่เห็นด้วย
128 คน

  โหวต 166 คน